Advertisements

จลาจลเดือดในตัวอย่างแรก Detroit จากผู้กำกับ The Hurt Locker และ Zero Dark Thirty

จากการทำหนังสงครามนอกบ้านใน The Hurt Locker และ Zero Dark Thirty ที่เรื่องแรกได้ 6 รางวัลออสการ์รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, กำกับ และเขียนบท ส่วนเรื่องหลังได้ชิง 5 รางวัล และได้มาในสาขาตัดต่อเสียง ผู้กำกับหญิงแคธริน บิเกโลว์ กลับมาอีกครั้งในปีนี้ด้วย Detroit ที่เล่าเรื่องสงครามในบ้านแทน ซึ่งน่าจะมีโอกาสได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ของปีหน้าด้วย เมื่อวัดจากฝีมือและประเด็นที่มานำเสนอครับ

หนังสร้างจากเรื่องจริงของเหตุจลาจลเรื่องเชื้อชาติในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ในเดือนกรกฎาคม ปี 1967 ที่ยาวนาน 5 วัน ที่ถือว่าเป็นจลาจลครั้งใหญ่ที่สุดและสูญเสียมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 43 คน, บาดเจ็บ 1,189 คน, ถูกจับกุม 7,231 คน และ มีบ้านเรือนถูกทำลายกว่า 2,000 หลัง

บิเกโลว์ยังร่วมงานกับมาร์ค โบล ผู้เขียนบท The Hurt Locker และ Zero Dark Thirty ในหนังเรื่องนี้ครับ และได้นักแสดงดาวรุ่งมาร่วมรับบทมากมาย ได้แก่จอห์น โบเยกา, แจ็ค เรย์เนอร์, วิล พอลเตอร์, เบน โอ ทูล, แอนโธนี แม็คกี้, ฮันนาห์ เมอเรย์, เจค็อบ เลติมอร์, เคตลิน ดีเวอร์, เจสัน มิทเชล, อัลจี สมิธ, โจเซฟ เดวิด-โจนส์ และ จอห์น คราซินสกี้

หนังยังถือเป็นการจัดจำหน่ายเรื่องแรกของ Annapurna Pictures ค่ายผลิตหนังที่เลื่อนขั้นมาเป็นค่ายจัดจำหน่ายเอง โดยวางกำหนดฉายในสหรัฐสิงหาคมปีนี้

ชมตัวอย่าง ใบปิดและภาพจากหนังด้านใน

Read more of this post

Advertisements

ทอม แฮงก์ พบ เมอริล สตรีป ในหนังนักข่าวจากเรื่องจริง The Post ของสตีเวน สปีลเบิร์ก

เราอาจได้เห็นเมอริล สตรีป ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อีกหนในปีหน้าครับ แต่คราวนี้จากหนังของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก และมีทอม แฮงก์ มารับบทนำด้วย

วาไรตี้รายงานว่า แฮงก์ นักแสดงสองรางวัลออสการ์ และ สตรีป นักแสดงสามรางวัลออสการ์ จะร่วมกันรับบทนำในหนัง The Post ของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่จะสร้างโดยทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ และ แอมบลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์

เดิมที สปีลเบิร์กมีแผนจะถ่ายทำ The Kidnapping of Edgardo Mortara ในปีนี้ แต่ยังหานักแสดงที่มารับบทเด็กชายตัวนำของเรื่องไม่ได้ หนังจึงเลื่อนไปก่อน และจะกำกับ The Post แทน โดยมีแผนเปิดกล้องพฤษภาคมนี้ และเดินเครื่องเร็วโดยตั้งใจให้ออกฉายช่วงปลายปีที่เป็นฤดูล่ารางวัลภาพยนตร์

หนังสร้างจากบทของลิซ ฮันนาห์ บอกเล่าเรื่องราวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่ท้าทายรัฐบาลสหรัฐเพื่อตีพิมพ์เอกสารลับราชการในปี 1971

เอกสารดังกล่าวมีชื่อว่า “เอกสารเพนตากอน” (The Pentagon Papers) ที่บันทึกกิจกรรมของรัฐบาลและกองทัพสหรัฐระหว่างสงครามเวียดนามที่จัดทำโดยกระทรวงกลาโหมภายใต้การดูแลของโรเบิร์ต แม็คนามารา ที่เนื้อหาภายในมีหลายอย่างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่รัฐบาลบอกแก่สาธารณชนและสภาคองเกรส ทำให้เห็นว่ารัฐบาลของลินดอน บี. จอห์นสัน และที่เกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนามได้กระทำหลายอย่างที่เป็นการโกหก ปิดบัง และหลอกลวงประชาชนและรัฐสภา

เบน แบรดลี (แฮงก์) บรรณาธิการของวอชิงตันโพสต์, แคทเธอรีน แกรห์ม (สตรีป) เจ้าของหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส์ ได้ท้าทายรัฐบาลในยุคนั้นเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการตีพิมพ์เอกสารลับดังกล่าวที่หลุดออกมาจากการปล่อยของแดเนียล แอลสเบิร์ก

สปีลเบิร์กถ่ายทำหนังไซไฟ Ready Player One เสร็จแล้ว และกำลังดูแลงานหลังการถ่ายทำอยู่ โดยหนังจะออกฉายมีนาคม 2018 ครับ และหลังจาก The Post แล้ว สปีลเบิร์กก็จะกำกับ Indiana Jones ภาค 5 เป็นเรื่องต่อไป

ที่มา: Variety

Read more of this post

เอ็มมา วัตสัน พูดถึงการพลาดบทนำหญิงของ La La Land

ก่อนที่เอ็มมา สโตน จะได้รับบทนำที่ทำให้เธอได้รางวัลออสการ์นำหญิงจาก La La Land บทนี้เคยเป็นของเอ็มมา วัตสัน มาก่อนครับ โดยวัตสันถูกวางตัวให้รับบทมีอา ส่วน ไมลส์ เทลเลอร์ ที่เคยร่วมงานกับผู้กำกับดาเมียน ชาเซลล์ ใน Whiplash ถูกวางตัวให้รับบทเซ็บ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ซึ่งข่าวลือหนึ่งบอกว่าวัตสันเรียกร้องมากเกินไป และต่อมา วัตสันเลือกเล่น Beauty and the Beast แทน ระหว่างเดินสายเปิดตัวหนังเรื่องนี้ นักแสดงสาวผู้โด่งดังจากบทเฮอร์ไมโอนี่ในหนังชุด Harry Potter ก็ได้ให้ความกระจ่างแก่ประเด็นดังกล่าว

มันเป็นการที่ชื่อของเราเข้าไปอยู่ในโครงการหนังในช่วงแรกเริ่ม เพื่อสร้างความน่าสนใจหรือความตื่นเต้น ก่อนที่จะมีการตกลงกัน หรือยืนยันมั่นเหมาะแล้ว ซึ่งเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดใจ” วัตสันบอกระหว่างให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ SirusXM (via EW)

วัตสันรู้แต่แรกอยู่แล้วว่าเธออาจไม่ได้เล่น La La Land เพราะเธอผูกมัดอยู่กับ Beauty and the Beast อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเธอต้องทุ่มเทให้มากๆ เมื่อหนังสองเรื่องต้องมีการฝึกซ้อมอย่างหนัก เธอจึงเลือกได้เพียงหนึ่ง “ฉันรู้ว่าฉันต้องฝึกขี่ม้า ฉันรู้ว่าฉันต้องฝึกเต้นรำ ฉันรู้ว่าต้องฝึกร้องเพลงล่วงหน้าสามเดือน และฉันรู้ว่าฉันต้องอยู่ที่ลอนดอนเพื่อทำทั้งหมด และนี่ไม่ใช่หนังที่ฉันจะทำแบบผ่านๆ ได้ ฉันรู้ว่าฉันต้องทำการบ้าน ฉันต้องอยู่ในที่ที่ต้องอยู่ ในแง่การจัดคิวตารางเวลาแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลย

ผู้กำกับชาเซลล์เคยพูดถึงการคัดเลือกนักแสดงเหมือนกันครับ ในการให้สัมภาษณ์แก่ Uproxxผมอยากบอกว่าการคัดเลือกนักแสดงระหว่างหกปีในการเตรียมงานสร้างหนังเรื่องนี้นั้นมีการสับเปลี่ยนเยอะมาก จริงอยู่ที่มีช่วงหนึ่งที่เอ็มมา วัตสัน กับ ไมลส์ เทลเลอร์ จะมารับบท แต่การคัดเลือกทั้งคู่มารับบททำอยู่ได้แค่ช่วงหนึ่งหรือทำไม่สำเร็จ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนังเรื่องนี้ที่ขึ้นๆ ลงๆ มันมีช่วงที่เราจะได้ทำ แล้วก็มีช่วงที่จะไม่ได้ทำ แล้วก็จะทำได้ แล้วก็จะไม่ได้ทำ

Beauty and the Beast เข้าฉายในบ้านเราสุดสัปดาห์นี้ครับ

Read more of this post

บรี ลาร์สัน พูดถึงการที่เธอไม่ปรบมือให้เคซี่ย์ แอฟเฟล็ค ตอนรับรางวัลออสการ์

มีเหตุการณ์เล็กๆ แต่เป็นที่พูดถึงพอสมควรในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 89 เมื่อเดือนที่ผ่านมาครับ เมื่อบรี ลาร์สัน นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์สาขานำหญิงจาก Room เมื่อปีก่อน ต้องทำหน้าที่ประกาศและมอบรางวัลให้แก่เคซี่ย์ แอฟเฟล็ค ผู้ได้รับรางวัลออสการ์สาขานำชายจาก Manchester by the Sea หลายคนสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้ปรบมือให้แอฟเฟล็คระหว่างที่มอบรางวัลให้ และตีความว่าอาจเป็นการประท้วงเงียบต่อการที่แอฟเฟล็คเคยมีคดีคุกคามทางเพศเมื่อปี 2010

ระหว่างเดินสายประชาสัมพันธ์หนัง Kong: Skull Island ที่เข้าฉายสุดสัปดาห์นี้ นักแสดงหญิงของหนังผู้นี้ และกำลังจะรับบทซูเปอร์ฮีโร่หญิง Captain Marvel ให้แก่มาร์เวล สตูดิโอ ถูกวาร์นิตี้แฟร์ถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และเธอก็ตอบแบบให้ผู้ฟังตีความเอาเองและอย่างฉลาดครับว่า “ฉันคิดว่าไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่ฉันทำบนเวทีนี้ได้พูดแทนตัวมันเองแล้ว ฉันพูดหมดไปแล้วเกี่ยวกับประเด็นนี้

ในปี 2010 ขณะเล่นหนัง I’m Still Here แอฟเฟล็คถูกฟ้องข้อหาคุกคามทางเพศจากหญิงสาวสองคนที่ทำงานในกองถ่ายหนังเรื่องนี้ แอฟเฟล็คปฏิเสธข้อกล่าวหา และได้มีการตกลงกันนอกศาลกับผู้ที่ฟ้องร้องทั้งสองคน ทำให้คดีไม่ได้ไปถึงขั้นการไต่สวนในชั้นศาล หลังจากที่แอฟเฟล็คได้รางวัลออสการ์ ก็มีข้อความบนสื่อออนไลน์ออกมาพอสมควรที่แสดงความไม่พอใจ

ลาร์สันได้รางวัลออสการ์จาก Room ซึ่งเธอรับบทเป็นผู้ที่รอดจากการตกเป็นเหยื่อทารุณทางเพศ ได้กลายเป็นผู้ที่แสดงออกในการให้การสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้ ระหว่างงานประกาศรางวัลออสการ์เมื่อปี 2016 เธอเข้าไปกอดเหยื่อทุกคนที่ขึ้นเวทีร่วมแสดงกับเลดี้กาก้าในเพลงที่เข้าชิงออสการ์ “Til It Happens to You” “จากการที่เคยรับบทเป็นสองตัวละครที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (Room และ Short Term 12) ฉันได้ทำการบ้านมากมายในการคุยกับเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เราไม่อาจเดินถอยหลังให้ผู้คนเหล่านี้คิดว่าการล่วงละเมิดเป็นความผิดพลาดของพวกเขาเองได้ มันเป็นเชื้อโรคที่ทำให้ผู้คนเห็นตัวเองด้อยค่ากว่าคนอื่น” ลาร์สันเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร Elle

ขณะที่แอฟเฟล็คเองก็ได้พูดถึงกระแสความไม่พอใจของเขาหลังการได้รับรางวัลออสการ์แก่ Boston Globe หนังสือพิมพ์ประจำบ้านเกิดของเขาว่า “ผมเชื่อว่าการกระทำผิดไม่ว่าในรูปแบบไหนต่อใครสักคนไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และน่ารังเกียจ ทุกคนควรได้รับการให้เกียรติทั้งในที่ทำงานและทุกๆ ที่

เขาเสริมอีกว่า “ผมทำอะไรไม่ได้จริงๆ ต่อเรื่องนี้ นอกจากใช้ชีวิตต่อไปในแบบที่ผมรู้ว่าผมใช้ชีวิต และให้มันพูดแทนว่าค่านิยมส่วนตัวของผมเป็นยังไง และผมพยายามจะใช้ชีวิตยังไงตลอดเวลา

ที่มา: EW

Read more of this post

ดาวน์โหลดบทหนังออสการ์ Moonlight กับ Manchester by the Sea และบทที่เข้าชิง

oscar-scriptMoonlight ได้รางวัลบทดัดแปลงยอดเยี่ยม ส่วน Manchester by the Sea ได้รางวัลบทดั้งเดิมยอดเยี่ยมจากการประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 89 หรือประจำปี 2017 บทหนังทั้งสองเรื่องมีดีอย่างไร ค่ายหนังได้ปล่อยให้คุณดาวน์โหลดเอาไปศึกษากันครับ หรืออาจจะเก็บไว้อ่านยามว่างกันก็ได้

นอกจากบทหนังทั้งสองเรื่องแล้ว ยังมีบทของหนังที่เข้าชิงเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น La La Land, Arrival, Hidden Figures, Lion20th Century Women, Fences และ Hell or High Water รวมถึงบทหนังที่โดดเด่น แต่ไม่ได้เข้าชิงอย่าง Zootopia, Deadpool, Elle, Captain Fanatstic, Jackie, Kubo and the Two Stings, The Red Turtle, Silence, A Monster Calls, Sing Street และ Sully ครับ

เชิญคลิกที่ด้านใน

Read more of this post

ทีมงานออสการ์พลาดใส่รูปผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในช่วงระลึกถึงผู้ที่เสียชีวิต

janet-patterson-jan-chapmanดูเหมือนว่าจดหมายผิดซองยังไม่ใช่ความผิดพลาดเดียวของงานประกาศรางวัลออสการ์ประจำปี 2017 ครับ เพราะมีความผิดพลาดที่เป็นข่าวในภายหลังอีกหนึ่งเรื่องก็คือ ในช่วงที่ระลึกถึงบุคคลในวงการที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมาที่ทำกันเป็นประเพณี ทีมงานใส่ภาพผิดครับ ไปนำภาพของผู้ที่ยังมีชีวิตมาใส่แทนผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว

รูปที่ถูกใส่ผิดมาเป็นรูปของยาน แชปแมน ผู้อำนวยการสร้างแนวหน้าของออสเตรเลีย ที่อยู่เบื้องหลังหนังดังอย่าง The Piano และ Bright Star โดยใส่เข้ามาในช่วงระลึกถึงแจเน็ต แพตเตอร์สัน ผู้ออกแบบเสื้อผ้าประกอบภาพยนตร์ที่เข้าชิงออสการ์มา 4 ครั้ง และทำงานให้หนัง The Piano, Portrait of a Lady, Oscar and Lucinda และ Bright Star ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อตุลาคม 2015

การขึ้นชื่อนั้นถูก แต่การใส่ภาพนั้นผิด ยาน แชปแมน ได้เห็นภาพก็ถึงกับตกใจ และอีเมลบอกนักข่าวของวาไรตี้ว่า “ฉันเสียใจมากที่ใช้ภาพของฉันแทนเพื่อนรักและเพื่อนร่วมงานที่ทำงานกนมายาวนานอย่างแจเน็ต แพตเตอร์สัน ฉันได้ติดต่อไปยังตัวแทนเพื่อให้ตรวจสอบภาพถ่ายที่อาจเคยถูกใช้และเข้าใจว่าทางออสการ์บอกว่ามีภาพเตรียมเอาไว้แล้ว แจเน็ตเป็นคนที่ดีงาม เข้าชิงออสการ์มาสี่ครั้งและน่าผิดหวังมากๆ ที่ไม่มีใครรู้ถึงความผิดพลาด” เธอกล่าวปิดท้ายว่า “ฉันยังมีชีวิตอยู่ สบายดี และยังเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังที่ยังทำงานอยู่

ชมคลิปช่วงระลึกถึงบุคคลในวงการที่เสียชีวิตได้ที่ด้านในครับ

ที่มา: Variety

Read more of this post

สรุปผลรางวัลออสการ์ประจำปี 2017 Moonlight คว้าหนังยอดเยี่ยม, La La Land คว้ามากสุด

oscars-2017การประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 89 หรือประจำปี 2017 น่าจะเป็นปีที่ถูกจดจำในประวัติศาสตร์มากที่สุดปีหนึ่งในหลายๆ เรื่อง แต่ที่ไม่พ้นแน่ๆ ก็คือวินาทีที่ประกาศรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เมื่อวอเรน เบ็ตตี้ ยื่นซองให้เฟย์ ดันนาเวย์ อ่าน แล้วประกาศว่าเป็น La La Land แต่หลังจากทีมผู้อำนวยการสร้างและนักแสดงขึ้นบนเวทีแล้ว ทางฝ่ายจัดงานถึงมาบอกว่าประกาศผิด Moonlight ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครับ สร้างความงุนงนและสับสนกันอยู่พักใหญ่ เพราะทีแรกก็นึกว่าเป็นเรื่องตลกหรือไง เป็นการพลิกโผแบบคาดไม่ถึงถึงสอนชั้นเลย

อย่างไรก็ดี La La Land คว้ารางวัลไปมากที่สุดถึง 6 รางวัลครับ รวมถึงสาขผู้กำกับที่เดเมียน ชาเซลล์ สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดที่คว้ารางวัลนี้ และรวมถึงในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมด้วย ส่วน Moonlight ได้ไป 3 รางวัล จากบทดัดแปลง, นักแสดงสมทบชาย และ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

หนังที่ได้รางวัลรองลงมาก็คือ Hacksaw Ridge และ Manchester by the Sea ที่ได้รางวัลเรื่องละ 2 สาขาครับ

นอกจากรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ถือว่าพลิกซ้อนพลิกแล้ว รางวัลที่น่าจะพลิกอีกก็มีอีกหลายสาขาครับ เช่นในสาขาเครื่องแต่งกายที่ Jackie กับ La La Land เป็นตัวเก็ง ปรากฏว่า Fantastic Beasts and Where to Find Them ได้ไป หรือในสาขาแต่งหน้าและออกแบบทรงผมที่ Suicide Squad เอาชนะตัวเก็งอย่าง Star Trek Beyond และในสาขาตัดต่อที่ Hacksaw Ridge เอาชนะ La La Land

ในแง่สถิติแล้ว ก็มีที่น่าสนใจเหมือนกัน เพราะ มาเฮอส์ชาลา อาลี จาก Moonlight กลายเป็นนักแสดงมุสลิมคนแรกที่ได้รางวัลออสการ์, วิโอลา เดวิส เป็นนักแสดงผิวดำคนแรกที่ได้รางวัลทั้งออสการ์, เอ็มมี่ และ โทนี่ ครับ

พิธีกรของงานอย่างจิมมี่ คิมเมล ทำหน้าที่ได้ดีกว่าพิธีกรหลายคนในช่วง 3-4 ปีมานี้ของออสการ์ เสียดายที่คิมเมลบอกว่าจะไม่กลับมาอีก มุขตลก mean tweet จากรายการของเขาก็เอามาใช้บนเวทีได้ดี รวมถึงการให้กรุ๊ปทัวร์มาบุกงานก็ทำให้บรรยากาศสนุกและผ่อนคลายมากๆ เป็นมุขที่สดใหม่ที่สุด

ส่วนคำพูดเด็ดประจำงานออสการ์ปีนี้ขอยกให้ “You guys won best picture. This is not a joke.”

อ่านสรุปรายชื่อได้ที่ด้านใน

Read more of this post