Advertisements

ชมคลิปเบื้องหลังที่แสดงถึงพลังการทุ่มเทของทีมผู้สร้าง “9 ศาสตรา”

หลังจากได้ชมตัวอย่างยั่วน้ำลายที่ให้เห็นงานอนิเมชั่นสวยๆ ของ “๙ ศาสตรา” เอ็กซ์ฟอร์แมต ฟิล์มส์ ได้ปล่อยคลิปเบื้องหลังงานสร้างออกมาครับ ที่ดูแล้วน่าทึ่งและน่าปลาบปลื้มใจแทนจริงๆ
คลิปเผยให้เห็นว่าหนังเรื่องนี้มีเบื้องหลังงานสร้างที่เทียบเท่ามาตรฐานสากลเลย ตั้งแต่ขั้นตอนลงเสียงพากย์ ที่เป็นขั้นตอนแรกๆ ให้นักแสดงมาแสดงและลงเสียงกันก่อนที่จะเริ่มต้นงานสร้างภาพอนิเมชั่น เพื่อให้ภาพออกมาสอดคล้องกับเสียงที่ลงไว้ก่อน ไม่ใช่การให้มาพากย์ตามทีหลังเหมือนงานพากย์ทั่วไป นอกจากนี้ยังค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ในการเคลื่อนไหวเชิงมวยเพื่อให้สร้างภาพลีลาบู๊ออกมาได้สมจริง
งานวาดและออกแบบตัวละครนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงมาก ตัวงานได้แสดงให้เห็นออกมาดีอยู่แล้วว่าทำดีแค่ไหน และต้องการสร้างให้ภาพอนิเมชั่นออกมาดูร่วมสมัย แต่มีกลิ่นอายของความเป็นไทยอยู่ นอกจากนี้แล้วก็ยังใช้วงออร์เคสตรามาสร้างดนตรีประกอบด้วย เป็นงานที่ทุ่เมและเอาจริงเอาจังอย่างมาก
ผู้สร้างเริ่มต้นแบบคนไม่เคยทำหนังเลย แต่รู้ว่าอยากทำออกมาให้ดีที่สุด และเราอาจได้หนังอนิเมชั่นไทยที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งก็ได้ครับ
หนังกำกับโดย ณัฐ ยศวัฒนานนท์ และ กันย์ พันธุ์สุวรรณ อำนวยการสร้างโดย ภูศณัฏฐ์ การุณวงศ์วัฒน์ และ อภิเษก วงศ์วสุ มีกำหนดฉาย 11 มกราคมนี้ ชมคลิปด้านใน

Read more of this post

Advertisements

เคนเนธ บรานาห์ ใช้กล้อง 65 ม.ม. สี่ตัวสุดท้ายของโลกถ่าย Murder on the Orient Express

เคนเนธ บรานาห์ ผู้นำแสดงใน Dunkirk ของคริสโตเฟอร์ โนแลน มีความเหมือนกับโนแลนในแง่การกำกับหนังครับ ทั้งคู่ไม่ยอมใช้กล้องดิจิตอล และยืนยันที่จะถ่ายหนังของตัวเองลงบนเซลลูลอยด์
ในการให้สัมภาษณ์แก่ IGN บรานาห์เปิดเผยว่าเขาใช้กล้อง 65 ม.ม. พานาวิชั่น ในการถ่ายทำ Murder on the Orient Express ครับ โดยมีแฮริส แซมบาร์ลูกอส ผู้กำกับภาพที่ร่วมงานกันมาตลอดเป็นผู้รับหน้าที่ ซึ่งเป็นการกลับมาใช้กล้องชนิดนี้อีกครั้งหลังจากใช้ถ่ายทำเรื่อง Hamlet ผลงานเข้าชิง 4 รางวัลออสการ์ของเขา โดยการร่วมงานก่อนหน้านี้ของทั้งคู่ ไม่ว่าจะ Thor, Jack Ryan: Shadow Recruit และ Cinderella เป็นการใช้กล้อง 35 ม.ม. ทั้งหมด
ฟ็อกซ์ได้ปล่อยคลิปเบื้องหลังของหนังออกมาที่แสดงการใช้กล้อง 65 ม.ม. ในการถ่ายทำของบรานาห์ รวมถึงงานสร้างที่บรานาห์ต้องการให้มีการสร้างฉากเหมือนการสร้างหนังยุคเก่า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างฉากให้เหมือนอยู่บนรถไฟที่เคลื่อนที่ได้จริงๆ ด้วยครับ มีหน้าต่างที่เห็นวิวจริงๆ ไม่ได้ใช้กรีนสกรีน เป็นการทำงานแบบยุคเก่าโดยแท้
Murder on the Orient Express ออกฉายในเดือนนี้ครับ สร้างจากนิยายฆาตกรรมอันโด่งดังของอกาธา คริสตี เรื่องราวว่าด้วยคดีฆาตกรรมบนรถไฟสายด่วนพิเศษที่กำลังเดินทางจากอิสตันบูลสู่ลอนดอน โดยยอดนักสืบแอร์กูล ปัวโรต์ ที่ร่วมขบวนมาด้วยได้ถูกขอให้ทำหน้าที่สอบสวนและสืบคดีฆาตกรรมก่อนที่รถด่วนจะถึงที่หมายแล้วคนร้ายที่เป็นหนึ่งในสิบสามผู้โดยสารหลุดลอยนวลไป
เคนเนธ บรานาห์ เป็นนักสืบ ปัวโรต์ ส่วนบรรดาผู้โดยสารและพนักงานบนรถไฟทั้งหมดก็ได้สุดยอดนักแสดงมารับบทคับคั่ง ได้แก่ จอห์นนี่ เดปป์, จูดี้ เดนช์, มิเชล ไฟเฟอร์, เดซี่ ริดลี่ย์ (Star Wars: The Force Awakens), ลูซี่ บอยน์ตัน (Sing Street), ทอม เบตแมน(ซีรี่ส์ Jekyll & Hyde), เลสลี่ โอดอม จูเนียร์ (ละครเวที Hamilton), จอช แกด, เพเนโลปี ครูซ, โอลิเวีย โคลแมน, เดเร็ก จาโคบี และ วิลเลม เดโฟ ชมคลิปด้านใน

Read more of this post

ทำความรู้จักกับเรื่องราวของ Thor: Ragnarok ในเบื้องหลังฉบับซับไทย

อะไรคือ “แร็กนาร็อก” และเราจะได้เห็นอะไรบ้างในหนัง Thor: Ragnarok เรื่องนี้ มาร์เวลได้ปล่อยเบื้องหลังที่มาพร้อมกับซับภาษาไทยให้เราได้ทำความรู้จักกันก่อนชมครับ
ผู้กำกับไทก้า ไวทีที บอกในเบื้องหลังตัวนี้ครับว่า เขาต้องการยกเครื่องใหม่ในแนวทางที่ใหม่ ซึ่งเขาอยากให้ผู้ชมได้สนุกและใส่มุกตลกไปตลอดเรื่องราวการผจญภัยของธอร์ ส่วนคริส เฮมส์เวิร์ธผู้รับบทธอร์ก็ช่วยขยายความว่าความใหม่ที่ว่าก็คือ “โทน” ของหนังครับ ที่ให้พลังความตื่นเต้นใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับเครื่องแต่งกายใหม่และทีมนักแสดงใหม่ครับ
Thor: Ragnarok จะออกฉายพฤศจิกายนนี้ครับ

Read more of this post

70 หนังทรงอิทธิพลด้านเทคนิคพิเศษตลอดกาลของสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคพิเศษ

สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคพิเศษ หรือ Visual Effect Society ได้ครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งสมาคมในปีนี้ครับ และได้ใช้โอกาสนี้ให้สมาชิกของสมาคมที่ทำงานเบื้องหลังเทคนิคพิเศษของฮอลลีวู้ดมาช่วยกันโหวตเลือกหนัง 70 เรื่องที่ทรงอิทธิพลที่สุด ที่นอกจากเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการแล้ว ยังสร้างผลกระทบหรือเป็นแบบอย่างให้เจริญรอยตามหรือใช้อ้างอิงด้วย
เทคนิคพิเศษในที่นี้มีทั้งที่เป็น practical effect หรือเทคนิคพิเศษที่ใช้วัสดุจริง เช่นระเบิด, หุ่นยนต์, ชุดยาง, การใช้มายาของกล้อง, การใช้เมคอัพ, การใช้สลิง เป็นต้น และก็เทคนิคพิเศษจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิกครับ
หนังที่ติดเข้ามาอยู่ในรายชื่อมีตั้งแต่เก่าแก่ที่สุดอย่าง A Trip to the Moon ที่ออกฉายปี 1902 และใหม่สุดก็คือ Mad Max: Fury Road กับ Ex Machina ที่ออกฉายปี 2015 ส่วนหนังของผู้กำกับที่ติดเข้ามาอยู่ในโผมากที่สุดก็คือหนังของสตีเวน สปีลเบิร์ก กับ เจมส์ คาเมรอน ครับ ผู้ที่ถือว่าเป็นนักสร้างสรรค์คนสำคัญของวงการหนังฮอลลีวู้ด
หนังชุด Star Wars ในไตรภาคคลาสสิคเข้ามาอยู่ในโผด้วยทั้ง 3 เรื่อง แต่ชุดใหม่ทั้งของจอร์จ ลูคัส และภาคล่าสุดไม่อยู่ในโผ เช่นเดียวกับไตรภาค The Lord of the Rings ก็เข้ามาอยู่ในโผทั้ง 3 เรื่อง แต่ไม่มี The Hobbit
หนังฉบับเก่าและใหม่ที่เข้ามาอยู่ในโผด้วยก้คือ King Kong ทั้งฉบับปี 1933 และ 2005 เช่นเดียวกับ Planet of the Apes ฉบับปี 1968 กับ Rise of the Planet of the Apes ที่ออกฉายปี 2011
หนังซูเปอร์ฮีโร่เข้ามาอยู่ในโผเรื่องเดียวกับ Superman ปี 1978 ส่วนหนังจากเอเชียก็มี Godzilla ฉบับปี 1954
ดูรายชื่อทั้ง 70 เรื่องที่ด้านในครับ ซึ่งเรียงตามตัวอักษร

Read more of this post

Star Wars: The Last Jedi เผยคลิปเบื้องหลังอันน่าตื่นตะลึง

ลูคัสต์ฟิล์ม ทีมผู้สร้างและนักแสดงของ Star Wars: The Last Jedi ได้นำคลิปเบื้องหลังของหนังไปฉายในงาน D23 Expo ของดิสนี่ย์ และต่อมาก็ปล่อยออนไลน์ครับ ซึ่งบอกเราว่าภาคนี้จะเต็มไปด้วยสิ่งสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่ชวนให้รู้สึกอัศจรรย์ งานสร้างอลังการและแปลกล้ำ ตัวละครชวนพิศวง และเนื้อหาอันเข้มข้นครับ

ในคลิป นอกจากเผยโฉมตัวละครเก่าของภาคที่แล้วที่กลับมาอีกครั้งก็ยังมีตัวละครใหม่ที่รับบทโดยเบนิซิโอ เดล ทอโร, ลอร่า เดิร์น และ เคลลี มารี ทราน นอกจากนี้ยังมีมนุษย์ต่างดาวหน้าตาใหม่ๆ ในชุดโก้ๆ ท่ามกลางฉากที่คล้ายคาสิโนใหญ่โต, เหล่าสตอร์มทรูปเปอร์มาพร้อมกับอาวุธใหม่, สัตว์ต่างดาวหน้าตาน่ารักที่ใช้เทคนิคหุ่นยนต์สร้าง เป็นคู่แข่งขัน Fantastic Beasts ได้เลย

คลิปเบื้องหลังยังพาเราไปดูการฝึกซ้อมดาบแสงของอดัม ไดรเวอร์ กับ เดซีย์ ริดลี่ย์ ด้วย, เบื้องหลังฉากใต้น้ำ และยังมีฉากที่บอกใบ้ว่าฟินน์จะต้องแฝงตัวเข้าไปสืบความลับในกองบัญชาการของปฐมภาคีครับ ทุกอย่างดูสดใหม่มากๆ ผู้กำกับบอกในคลิปว่า “ผมหวังว่าผู้ชมจะรู้สึกช็อค แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าสมจริงและซื่อสัตย์

ริดลี่ย์ผู้รับบทเรย์พูดถึงบทหนังในคลิปว่าไรอันได้เขียนเนื้อเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่เป็นเนื้อเรื่องที่ใช่ ซึ่งแฮมิลก์เห็นด้วย “แม้ว่าผมคิดว่าผมรู้ดีหมดแล้ว แต่พวกเขาก็ยังใส่เนื้อเรื่องบางส่วนเข้ามาที่ผมจินตนาการไม่ถึงเลย

แต่แม้ทุกคนจะรู้ว่ามันเป็นภาคสองของไตรภาค แต่มันก็รู้สึกว่ามีความเป็นตัวของตัวเอง” ริดลี่ย์เสริม

มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้มันทรงพลัง” แครี่ ฟิชเชอร์ บอก

หนังจะออกฉายธันวาคมนี้ครับ ชมคลิปและภาพด้านใน

Read more of this post

ดู ชาร์ลีซ เธอรอน ฝึกหนักเพื่อบทบู๊ใน Atomic Blonde

Atomic Blonde หนังที่หลายคนอาจตั้งนิยามว่าเป็น John Wick ฉบับผู้ใหญ่ จากการที่คิวบู๊ของหนังมีความละม้ายคล้ายกัน และการได้เดวิด เลตช์ ที่กำกับภาคแรกมากำกับหนังเรื่องนี้ครับ ดูเหมือนขั้นตอนเตรียมการถ่ายทำก็คล้ายกันด้วยตรงที่ชาร์ลีซ เธอรอน ต้องซ้อมคิวบู๊อย่างหนักแบบเดียวกับเคียนู รีฟส์ เพื่อให้ดูสมจริง และเหมือนว่าเธอบู๊ได้จริง

ในคลิปเบื้องหลัง เลตช์บอกว่าให้เธอรอนมาลองซ้อมคิวบู๊แล้วพบว่าเธอทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ จึงได้เพิ่มความยากเข้าไปในฉากอีก ให้เป็นฉากที่บู๊ยาวนานขึ้นก่อนที่จะสั่งเทค และด้วยความที่เป็นผู้หญิง การออกแบบคิวบู๊จึงต้องให้สมกับที่เป็นผู้หญิงสู้ เนื่องจากผู้หญิงอาจแข็งแรงสู้ผู้ชายในแง่สรีระและกำลังไม่ได้ แทนที่จะชกหมัดเดียว เธอต้องออกหมัด 2-3 ต่อเนื่อง และต้องใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวทุกอย่างมาเป็นอุปกรณ์เสริมครับ การผิดคิวก็มีบ้างเช่นกัน

เธอรอนรับบทเป็นลอเรน โบรห์ตัน สายลับเอ็มไอ6 ที่ถูกส่งตัวไปเยอรมันในช่วงที่กำแพงเบอร์ลินกำลังจะล่มสลายในปี 1989 ต้องร่วมมือกับสายลับอีกคนที่รับบทโดยเจมส์ แม็คเอวอย เพื่อสืบหาว่าใครสังหารสายลับเอ็มไอ6 ที่น่าจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเธอด้วย เรื่องราวดัดแปลงจากนิยายภาพ The Coldest City ของแอนโธนี จอห์นสตัน และ แซม ฮาร์ต

นอกจากการสวมบทโหดของเธอรอนแล้ว จุดเด่นอีกอย่างก็คือการออกแบบคิวบู๊โดยผู้กำกับเดวิด เลตช์ จาก John Wick และ Deadpool 2 ครับ ที่นอกจากมีความเท่แล้วก็ยังแฝงไปด้วยอารมณ์ขันแบบร้ายๆ หนังยังมีจอห์น กู๊ดแมน, โทบี้ โจนส์, เอ็ดดี้ มาร์แซน, ทิล ชไวเกอร์ และ โซเฟีย โบเทลลา ร่วมรับบท เข้าฉายปลายเดือนนี้ในบ้านเราครับ

ชมคลิปด้านใน

Read more of this post

ผู้กำกับ Spider-Man: Homecoming พูดถึงเบื้องหลังฉาก Captain America (เผยเนื้อเรื่อง)

บทความเปิดเผยเนื้อเรื่องสำคัญ ไม่ควรอ่านหากไม่อยากรู้ก่อนชมหนัง

ไม่เพียงเราได้เห็นไอ้แมงมุมที่แตกต่างออกไปใน Spider-Man: Homecoming ดูเหมือนว่าเราได้เห็นด้านที่ไม่เคยเห็นของตัวละครรับเชิญอย่างกัปตันอเมริกา (คริส เอแวนส์) ด้วย ในฉากที่มาพูดสอนนักเรียนมัธยมให้รู้จักคุณธรรมต่างๆ เป็นต้นว่า “ความอดทน”

มันสนุกตรงที่ได้ให้ผู้ชมเห็นบุคลิกด้านอื่นของพวกเขาที่หนังเรื่องอื่นไม่เคยแสดงให้เห็น มันสนุกมากสำหรับคริส เอแวนส์ ในการนำเสนอตัวละครกัปตันอเมริกาของเรา และสหรับโรเบิร์ต ดาวนี จูเนียร์ ด้วย ที่ได้แสดงด้านการเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นของโทนี่ สตาร์ก” ผู้กำกับจอน วัตต์ พูดถึงการมารับเชิญในหนังของสองตัวละครซูเปอร์ฮีโร่

แต่ที่มาของฉากรับเชิญของกัปตันอเมริกามีความเป็นมายังไง วัตต์เล่าว่ามาจากโครงการทดสอบสมรรถนะความพร้อมทางร่างกายของประธานาธิบดี (Presidential Fitness Challenge) ที่เคยทำตอนเป็นนักเรียน ที่จะมีประธานาธิบดีมาพูด แล้วเปลี่ยนให้เป็นรายการของกัปตันอเมริกาแทน

ผมคิดว่าเป็นความคิดของผมที่ให้มีฉากการทดสอบสมรรถนะความพร้อมทางร่างกายของกัปตันอเมริกา ที่จริง มันเป็นการร่วมกันคิด ผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นความคิดของใครในตอนนี้ แต่ผมจำได้ว่าเคยทดสอบสมรรถนะความพร้อมทางร่างกายของประธานาธิบดีตอนอยู่ประถมและตอนอยู่มัธยมต้น ผมต้องทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย แล้วพอผ่าน ผมก็ได้เข็มกลัดหรือตราสักอย่าง แล้วผมก็คล้ายๆ กับว่า เราจะใส่กัปตันอเมริกาลงไปในฉากโรงเรียนมัธยมยังไงดี เราก็ให้มี Captain America Fitness Challenge ยังไงล่ะ เขาจะมาเป็นคนสอนเรากินอาหารให้ถูกหมู่ สอนแปรงฟัน” (หัวเราะ)

และนั่นก็ทำให้เราได้เห็นกัปตันอเมริกากลับมาใส่เครื่องแบบยุคแรกแล้วสอนเด็กนักเรียนมัธยมในเรื่องต่างๆ ซึ่งวัตต์เล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายทำฉากเหล่านี้ว่า “เวลาถ่ายทำฉากเหล่านี้ เราต้องให้รู้สึกเหมือนถ่ายทำหนังสารคดีใช่ไหม เราถ่ายทำกันแบบนั้นแหละ มันก็จะเหมือนกับว่ากัปตันอเมริกามาปรากฏตัวพูด ผมคิดฉากติงต๊องพวกนี้ออกมามากมาย ร่วมกับผู้เขียนบทอีกคน แล้วเราก็เขียนลงไป… ทุกคนต่างมีความคิดกันมากมายว่ากัปตันอเมริกาควรพูดว่าอะไรบ้าง แล้วเราก็เอาใส่บนจอเทเลพรอมป์เตอร์ แล้วให้คริส เอแวนส์ ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วอ่านมัน มันตลกมากๆ เลย เพราะตัวจริงของคริสไม่เหมือนกัปตันอเมริกาเอาเลย แต่เขาต้องสวมบทเป็นกัปตันแล้วอ่านอะไรพวกนี้สดๆ ในชุดเครื่องแบบเก่า มันฮามาก มันตลกทั้งหมดเลย… มันเป็นฉากตลกแบบด้นสดที่ฮามากๆ ในทั้งหมดเลย เราถ่ายทำไว้เยอะมากกว่าในหนังด้วย ซึ่งคงไปอยู่รวมในบลูเรย์สักวัน

ประเมินจากเสียงหัวเราะของผู้ชมจากรอบที่ได้ชมเองแล้ว ผมเชื่อว่าบรรยากาศในการถ่ายทำคงฮาจริงๆ ครับ

ที่มา: Digital Spy / Cinema Blend

Read more of this post