Advertisements

ชมการแสดงอันทรงพลังของ เจค จิลเลนฮาน ในตัวอย่างแรกของหนังจากเรื่องจริง Stronger

ปีที่แล้ว เราได้ชมหนังว่าด้วยเหตุวินาศกรรมบอสตันมาราธอนใน Patriot Days ไปแล้ว ซึ่งเรื่องนั้นเน้นบอกเล่าเหตุการณ์ของผู้คนหลายคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าว ปีนี้เราจะได้ชมอีกเรื่องชื่อ Stronger ครับ ที่จะเน้นเล่าเรื่องราวของหนึ่งผู้ที่รอดและอยู่รอดจากเหตุการณ์นั้นและกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง

Stronger จากสร้างเรื่องราวของเจฟฟ์ บาวแมน (เจค จิลเลนฮาน) ชายหนุ่มธรรมดาที่ได้ยึดหัวใจของผู้คนในเมืองของเขา และอาจจะได้ยึดหัวใจชาวโลกด้วย เขาเป็นชายหนุ่มชนชั้นแรงงานของบอสตันที่พยายามพิชิตใจเอริน (ทาเทียนา มาสลานี) คนรักเก่าของเขา ขณะที่รอเธอเข้าเส้นชัยในการแข่งขันวิ่งมาราธอนบอสตัน ปี 2013 ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้น เจฟฟ์รอดชีวิต แต่ต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างจากการวินาศกรรมครั้งนั้น

หลังจากที่ฟื้นคืนสติ เจฟฟ์ได้ช่วยเจ้าหน้าที่ทางการระบุตัวหนึ่งในมือระเบิด แต่การต่อสู้ของเขาเองก็ได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น เขาต้องใช้เวลาพักฟื้นยาวนานร่วมเดือนโดยได้กำลังใจจากทั้งเอรินและครอบครัว และแรงสนับสนุนจากชาวเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็อยู่ที่ความเข้มแข็งของตัวเจฟฟ์เองที่จะเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดเพื่อให้กลับมายืนหยัดได้อีกครั้งทั้งทางกายและจิตใจ

เจค จิลเลนฮาน ได้ปล่อยบทบาทการแสดงอันทรงพลังของเขาให้เราได้เห็นอีกในหนังเรื่องนี้ หลังจากมีงานแสดงดีๆ ติดกันมาทั้งจาก Prisoners, Nightcrawler และ Southpaw เรื่องนี้น่าจะเป็นโอกาสอีกครั้งให้เขาได้ลุ้นออสการ์ครับ

หนังกำกับโดยเดวิด กอร์ดอน กรีน จาก Pineapple Express และ Joe ครับ มีกำหนดฉายในบ้านเรา 5 ตุลาคมครับ

Read more of this post

Advertisements

จอห์น โบเยกา ถูกใส่ความในตัวอย่างเต็มของหนังเข้มข้น Detroit จากผู้กำกับแคธริน บิเกโลว์

ปลายปีนี้ ในช่วงฤดูล่ารางวัลด้านภาพยนตร์ Detroit ของผู้กำกับแคธริน บิเกโลว์ จาก The Hurt Locker และ Zero Dark Thirty จะต้องเป็นหนึ่งในหนังที่ถูกพูดถึงอย่างมากแน่ๆ และยิ่งเป็นหนังที่มีเนื้อหาที่ดูร่วมสมัยกับกระแสทางสังคมและการเมืองในสหรัฐตอนนี้ด้วยแล้ว เส้นทางบนเวทีรางวัลของหนังอาจมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องดุเดือดไม่แพ้ตัวหนังเอง

แต่อีกคนที่จะถูกพูดถึงเช่นกันก็คือจอห์น โบเยกา ที่ให้การแสดงที่ซับซ้อน ละเอียด และชวนให้เรานึกถึงเดนเซล วอชิงตัน ซึ่งดูเหมือนเป็นตัวกลางในการเล่าเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริงนี้ สิ่งที่ตัวละครต้องเผชิญสะท้อนถึงการคอร์รัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวก และการกดขี่ทางเชื้อชาติที่เป็นแก่นสำคัญของเรื่องครับ

หนังสร้างจากเรื่องจริงของเหตุจลาจลเรื่องเชื้อชาติในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ในเดือนกรกฎาคม ปี 1967 ที่ยาวนาน 5 วัน ที่ถือว่าเป็นจลาจลครั้งใหญ่ที่สุดและสูญเสียมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 43 คน, บาดเจ็บ 1,189 คน, ถูกจับกุม 7,231 คน และ มีบ้านเรือนถูกทำลายกว่า 2,000 หลัง

บิเกโลว์ยังร่วมงานกับมาร์ค โบล ผู้เขียนบท The Hurt Locker และ Zero Dark Thirty ในหนังเรื่องนี้ครับ และได้นักแสดงดาวรุ่งมาร่วมรับบทมากมาย ได้แก่จอห์น โบเยกา, แจ็ค เรย์เนอร์, วิล พอลเตอร์, เบน โอ ทูล, แอนโธนี แม็คกี้, ฮันนาห์ เมอเรย์, เจค็อบ เลติมอร์, เคตลิน ดีเวอร์, เจสัน มิทเชล, อัลจี สมิธ, โจเซฟ เดวิด-โจนส์ และ จอห์น คราซินสกี้

หนังเข้าฉายในสหรัฐสิงหาคมนี้ครับ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

จิมมี่ คิมเมล กลับมารับหน้าที่พิธีกรออสการ์ในงานประกาศรางวัลปี 2018

ถ้าพิธีกรคนไหนทำหน้าที่ได้ดีในงานประกาศรางวัลออสการ์ ผู้จัดงานก็มักจะเรียกตัวกลับมาทำงานให้อีก และในปีหน้า จิมมี่ คิมเมล ก็จะกลับมารับหน้าที่นี้อีกครั้ง โดยมีไมค์ เดอ ลูคา กับ เจนนิเฟอร์ ท็อดด์ กลับมารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ของงานด้วย ตามที่สถานีเอบีซีประกาศออกมาครับ

ผมว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้งานประกาศรางวัลของออสการ์สนุกมากๆ ในปีนี้ก็คือการทำหน้าที่ของจิมมี่ คิมเมล นี่แหละ รวมถึงการเล่นมุขที่ตลกแบบสุภาพด้วย ทั้งยังเข้าถึงคนในวงการหลายๆ ส่วน ด้วยเพราะความเป็นพิธีกรรายการทอล์คโชว์ที่ต้องพบใครต่อใครอยู่เป็นประจำ ช่วงที่จดหมายผิดซองตอนประกาศรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม คิมเมลก็ดูเหมือนจะทำหน้าที่ในช่วงนั้นได้ดีเช่นกัน

การเป็นพิธีกรถือเป็นไฮไลในอาชีพของผม และผมซาซึ้งใจที่เชอริล, ดาวน์ และสถาบันได้ขอให้ผมกลับมาทำหน้าที่อีกครั้งร่วมกับบุคคลที่เป็นคนโปรดสองคนของผม ไมค์ เดอ ลูคา กับ เจนนิเฟอร์ ท็อดด์” คิมเมลบอก และบอกใบ้ด้วยว่า “ถ้าคุณคิดว่าเราทำงานในตอนจบของปีนี้พัง รอเอาไว้คุณได้เห็นสิ่งที่เราวางแผนไว้สำหรับงานฉลองครบรอบปีที่ 90 เถอะ

การประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 90 จะจัดขึ้นวันที่ 4 มีนาคม 2018 ครับ ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเช้าวันที่ 5 มีนาคม ตามเวลาของบ้านเรา) ที่ดอลบี เธียร์เตอร์ ในฮอลลีวู้ด และจะถ่ายทอดสดทางสถานีเอบีซี

ที่มา: Variety

Read more of this post

จลาจลเดือดในตัวอย่างแรก Detroit จากผู้กำกับ The Hurt Locker และ Zero Dark Thirty

จากการทำหนังสงครามนอกบ้านใน The Hurt Locker และ Zero Dark Thirty ที่เรื่องแรกได้ 6 รางวัลออสการ์รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, กำกับ และเขียนบท ส่วนเรื่องหลังได้ชิง 5 รางวัล และได้มาในสาขาตัดต่อเสียง ผู้กำกับหญิงแคธริน บิเกโลว์ กลับมาอีกครั้งในปีนี้ด้วย Detroit ที่เล่าเรื่องสงครามในบ้านแทน ซึ่งน่าจะมีโอกาสได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ของปีหน้าด้วย เมื่อวัดจากฝีมือและประเด็นที่มานำเสนอครับ

หนังสร้างจากเรื่องจริงของเหตุจลาจลเรื่องเชื้อชาติในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ในเดือนกรกฎาคม ปี 1967 ที่ยาวนาน 5 วัน ที่ถือว่าเป็นจลาจลครั้งใหญ่ที่สุดและสูญเสียมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 43 คน, บาดเจ็บ 1,189 คน, ถูกจับกุม 7,231 คน และ มีบ้านเรือนถูกทำลายกว่า 2,000 หลัง

บิเกโลว์ยังร่วมงานกับมาร์ค โบล ผู้เขียนบท The Hurt Locker และ Zero Dark Thirty ในหนังเรื่องนี้ครับ และได้นักแสดงดาวรุ่งมาร่วมรับบทมากมาย ได้แก่จอห์น โบเยกา, แจ็ค เรย์เนอร์, วิล พอลเตอร์, เบน โอ ทูล, แอนโธนี แม็คกี้, ฮันนาห์ เมอเรย์, เจค็อบ เลติมอร์, เคตลิน ดีเวอร์, เจสัน มิทเชล, อัลจี สมิธ, โจเซฟ เดวิด-โจนส์ และ จอห์น คราซินสกี้

หนังยังถือเป็นการจัดจำหน่ายเรื่องแรกของ Annapurna Pictures ค่ายผลิตหนังที่เลื่อนขั้นมาเป็นค่ายจัดจำหน่ายเอง โดยวางกำหนดฉายในสหรัฐสิงหาคมปีนี้

ชมตัวอย่าง ใบปิดและภาพจากหนังด้านใน

Read more of this post

ทอม แฮงก์ พบ เมอริล สตรีป ในหนังนักข่าวจากเรื่องจริง The Post ของสตีเวน สปีลเบิร์ก

เราอาจได้เห็นเมอริล สตรีป ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อีกหนในปีหน้าครับ แต่คราวนี้จากหนังของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก และมีทอม แฮงก์ มารับบทนำด้วย

วาไรตี้รายงานว่า แฮงก์ นักแสดงสองรางวัลออสการ์ และ สตรีป นักแสดงสามรางวัลออสการ์ จะร่วมกันรับบทนำในหนัง The Post ของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่จะสร้างโดยทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ และ แอมบลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์

เดิมที สปีลเบิร์กมีแผนจะถ่ายทำ The Kidnapping of Edgardo Mortara ในปีนี้ แต่ยังหานักแสดงที่มารับบทเด็กชายตัวนำของเรื่องไม่ได้ หนังจึงเลื่อนไปก่อน และจะกำกับ The Post แทน โดยมีแผนเปิดกล้องพฤษภาคมนี้ และเดินเครื่องเร็วโดยตั้งใจให้ออกฉายช่วงปลายปีที่เป็นฤดูล่ารางวัลภาพยนตร์

หนังสร้างจากบทของลิซ ฮันนาห์ บอกเล่าเรื่องราวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่ท้าทายรัฐบาลสหรัฐเพื่อตีพิมพ์เอกสารลับราชการในปี 1971

เอกสารดังกล่าวมีชื่อว่า “เอกสารเพนตากอน” (The Pentagon Papers) ที่บันทึกกิจกรรมของรัฐบาลและกองทัพสหรัฐระหว่างสงครามเวียดนามที่จัดทำโดยกระทรวงกลาโหมภายใต้การดูแลของโรเบิร์ต แม็คนามารา ที่เนื้อหาภายในมีหลายอย่างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่รัฐบาลบอกแก่สาธารณชนและสภาคองเกรส ทำให้เห็นว่ารัฐบาลของลินดอน บี. จอห์นสัน และที่เกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนามได้กระทำหลายอย่างที่เป็นการโกหก ปิดบัง และหลอกลวงประชาชนและรัฐสภา

เบน แบรดลี (แฮงก์) บรรณาธิการของวอชิงตันโพสต์, แคทเธอรีน แกรห์ม (สตรีป) เจ้าของหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส์ ได้ท้าทายรัฐบาลในยุคนั้นเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการตีพิมพ์เอกสารลับดังกล่าวที่หลุดออกมาจากการปล่อยของแดเนียล แอลสเบิร์ก

สปีลเบิร์กถ่ายทำหนังไซไฟ Ready Player One เสร็จแล้ว และกำลังดูแลงานหลังการถ่ายทำอยู่ โดยหนังจะออกฉายมีนาคม 2018 ครับ และหลังจาก The Post แล้ว สปีลเบิร์กก็จะกำกับ Indiana Jones ภาค 5 เป็นเรื่องต่อไป

ที่มา: Variety

Read more of this post

เอ็มมา วัตสัน พูดถึงการพลาดบทนำหญิงของ La La Land

ก่อนที่เอ็มมา สโตน จะได้รับบทนำที่ทำให้เธอได้รางวัลออสการ์นำหญิงจาก La La Land บทนี้เคยเป็นของเอ็มมา วัตสัน มาก่อนครับ โดยวัตสันถูกวางตัวให้รับบทมีอา ส่วน ไมลส์ เทลเลอร์ ที่เคยร่วมงานกับผู้กำกับดาเมียน ชาเซลล์ ใน Whiplash ถูกวางตัวให้รับบทเซ็บ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ซึ่งข่าวลือหนึ่งบอกว่าวัตสันเรียกร้องมากเกินไป และต่อมา วัตสันเลือกเล่น Beauty and the Beast แทน ระหว่างเดินสายเปิดตัวหนังเรื่องนี้ นักแสดงสาวผู้โด่งดังจากบทเฮอร์ไมโอนี่ในหนังชุด Harry Potter ก็ได้ให้ความกระจ่างแก่ประเด็นดังกล่าว

มันเป็นการที่ชื่อของเราเข้าไปอยู่ในโครงการหนังในช่วงแรกเริ่ม เพื่อสร้างความน่าสนใจหรือความตื่นเต้น ก่อนที่จะมีการตกลงกัน หรือยืนยันมั่นเหมาะแล้ว ซึ่งเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดใจ” วัตสันบอกระหว่างให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ SirusXM (via EW)

วัตสันรู้แต่แรกอยู่แล้วว่าเธออาจไม่ได้เล่น La La Land เพราะเธอผูกมัดอยู่กับ Beauty and the Beast อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเธอต้องทุ่มเทให้มากๆ เมื่อหนังสองเรื่องต้องมีการฝึกซ้อมอย่างหนัก เธอจึงเลือกได้เพียงหนึ่ง “ฉันรู้ว่าฉันต้องฝึกขี่ม้า ฉันรู้ว่าฉันต้องฝึกเต้นรำ ฉันรู้ว่าต้องฝึกร้องเพลงล่วงหน้าสามเดือน และฉันรู้ว่าฉันต้องอยู่ที่ลอนดอนเพื่อทำทั้งหมด และนี่ไม่ใช่หนังที่ฉันจะทำแบบผ่านๆ ได้ ฉันรู้ว่าฉันต้องทำการบ้าน ฉันต้องอยู่ในที่ที่ต้องอยู่ ในแง่การจัดคิวตารางเวลาแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลย

ผู้กำกับชาเซลล์เคยพูดถึงการคัดเลือกนักแสดงเหมือนกันครับ ในการให้สัมภาษณ์แก่ Uproxxผมอยากบอกว่าการคัดเลือกนักแสดงระหว่างหกปีในการเตรียมงานสร้างหนังเรื่องนี้นั้นมีการสับเปลี่ยนเยอะมาก จริงอยู่ที่มีช่วงหนึ่งที่เอ็มมา วัตสัน กับ ไมลส์ เทลเลอร์ จะมารับบท แต่การคัดเลือกทั้งคู่มารับบททำอยู่ได้แค่ช่วงหนึ่งหรือทำไม่สำเร็จ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนังเรื่องนี้ที่ขึ้นๆ ลงๆ มันมีช่วงที่เราจะได้ทำ แล้วก็มีช่วงที่จะไม่ได้ทำ แล้วก็จะทำได้ แล้วก็จะไม่ได้ทำ

Beauty and the Beast เข้าฉายในบ้านเราสุดสัปดาห์นี้ครับ

Read more of this post

บรี ลาร์สัน พูดถึงการที่เธอไม่ปรบมือให้เคซี่ย์ แอฟเฟล็ค ตอนรับรางวัลออสการ์

มีเหตุการณ์เล็กๆ แต่เป็นที่พูดถึงพอสมควรในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 89 เมื่อเดือนที่ผ่านมาครับ เมื่อบรี ลาร์สัน นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์สาขานำหญิงจาก Room เมื่อปีก่อน ต้องทำหน้าที่ประกาศและมอบรางวัลให้แก่เคซี่ย์ แอฟเฟล็ค ผู้ได้รับรางวัลออสการ์สาขานำชายจาก Manchester by the Sea หลายคนสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้ปรบมือให้แอฟเฟล็คระหว่างที่มอบรางวัลให้ และตีความว่าอาจเป็นการประท้วงเงียบต่อการที่แอฟเฟล็คเคยมีคดีคุกคามทางเพศเมื่อปี 2010

ระหว่างเดินสายประชาสัมพันธ์หนัง Kong: Skull Island ที่เข้าฉายสุดสัปดาห์นี้ นักแสดงหญิงของหนังผู้นี้ และกำลังจะรับบทซูเปอร์ฮีโร่หญิง Captain Marvel ให้แก่มาร์เวล สตูดิโอ ถูกวาร์นิตี้แฟร์ถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และเธอก็ตอบแบบให้ผู้ฟังตีความเอาเองและอย่างฉลาดครับว่า “ฉันคิดว่าไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่ฉันทำบนเวทีนี้ได้พูดแทนตัวมันเองแล้ว ฉันพูดหมดไปแล้วเกี่ยวกับประเด็นนี้

ในปี 2010 ขณะเล่นหนัง I’m Still Here แอฟเฟล็คถูกฟ้องข้อหาคุกคามทางเพศจากหญิงสาวสองคนที่ทำงานในกองถ่ายหนังเรื่องนี้ แอฟเฟล็คปฏิเสธข้อกล่าวหา และได้มีการตกลงกันนอกศาลกับผู้ที่ฟ้องร้องทั้งสองคน ทำให้คดีไม่ได้ไปถึงขั้นการไต่สวนในชั้นศาล หลังจากที่แอฟเฟล็คได้รางวัลออสการ์ ก็มีข้อความบนสื่อออนไลน์ออกมาพอสมควรที่แสดงความไม่พอใจ

ลาร์สันได้รางวัลออสการ์จาก Room ซึ่งเธอรับบทเป็นผู้ที่รอดจากการตกเป็นเหยื่อทารุณทางเพศ ได้กลายเป็นผู้ที่แสดงออกในการให้การสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้ ระหว่างงานประกาศรางวัลออสการ์เมื่อปี 2016 เธอเข้าไปกอดเหยื่อทุกคนที่ขึ้นเวทีร่วมแสดงกับเลดี้กาก้าในเพลงที่เข้าชิงออสการ์ “Til It Happens to You” “จากการที่เคยรับบทเป็นสองตัวละครที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (Room และ Short Term 12) ฉันได้ทำการบ้านมากมายในการคุยกับเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เราไม่อาจเดินถอยหลังให้ผู้คนเหล่านี้คิดว่าการล่วงละเมิดเป็นความผิดพลาดของพวกเขาเองได้ มันเป็นเชื้อโรคที่ทำให้ผู้คนเห็นตัวเองด้อยค่ากว่าคนอื่น” ลาร์สันเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร Elle

ขณะที่แอฟเฟล็คเองก็ได้พูดถึงกระแสความไม่พอใจของเขาหลังการได้รับรางวัลออสการ์แก่ Boston Globe หนังสือพิมพ์ประจำบ้านเกิดของเขาว่า “ผมเชื่อว่าการกระทำผิดไม่ว่าในรูปแบบไหนต่อใครสักคนไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และน่ารังเกียจ ทุกคนควรได้รับการให้เกียรติทั้งในที่ทำงานและทุกๆ ที่

เขาเสริมอีกว่า “ผมทำอะไรไม่ได้จริงๆ ต่อเรื่องนี้ นอกจากใช้ชีวิตต่อไปในแบบที่ผมรู้ว่าผมใช้ชีวิต และให้มันพูดแทนว่าค่านิยมส่วนตัวของผมเป็นยังไง และผมพยายามจะใช้ชีวิตยังไงตลอดเวลา

ที่มา: EW

Read more of this post