Advertisements

โซนี่ถอด All the Money in the World จากการฉายในเทศกาลหนัง AFI แต่ยังคงวันฉายปกติ

มีรายงานจากวาไรตี้บอกว่า โซนี่กำลังพิจารณาที่จะยกเลิกการฉายหนัง All the Money in the World ของริดลี่ย์ สก็อต ออกจากรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลหนังของสถาบันภาพยนตร์แห่งชาติอเมริกัน หรือ American Film Institute ที่จะฉายกันในสัปดาห์หน้า และอาจรวมถึงเลื่อนการฉายหนังรอบทั่วไป 22 ธันวาคมนี้ไปด้วยเลย
เหตุผลก็มาจากข่าวอื้อฉาวของเควิน สเปซีย์ ที่ถูกกล่าวหาจากหลายคนว่าคุกคามทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้บริษัทต้องวางตัวให้เหมาะสมท่ามกลางข่าวนี้ แหล่งข่าวบอกว่าผู้กำกับสก็อตคือคนที่โน้มน้าวให้ยกเลิกการการฉายในงาน AFI ขณะที่ผู้อำนวยการสร้างคนอื่นคิดว่าน่าจะยังฉายตามแผนเดิม
หลังจากมีรายงานออกมาไม่นานนัก โซนี่ก็ประกาศเป็นทางการครับว่าจะยกเลิกการฉายหนังรอบปฐมทัศในเทศกาลหนัง AFI ส่วนกำหนดฉายรอบปกติยังเป็นคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
นักวิเคราะห์ด้านรางวัลมองด้วยว่าจากข่าวอื้อฉาวของสเปซีย์น่าจะทำให้เขาหมดโอกาสที่จะเข้าชิงในสาขาด้านการแสดงของเวทีต่างๆ ที่กำลังจะจัดขึ้นในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าแน่ๆ และโซนี่คงต้องทำงานหนักมากขึ้นในการดันหนังเรื่องนี้ในเวทีรางวัลต่างๆ อาจเลือกที่จะต้องพูดถึงสเปซีย์น้อยลง
ที่มา: Variety

Read more of this post

Advertisements

ตัวอย่างแรก Phantom Thread ผลงานทิ้งทวนอาชีพนักแสดงของแดเนียล เดย์-ลูวิส

แดเนียล เดย์-ลูวิส เป็นนักแสดงที่ค่อนข้างเลือกบท แต่ทุกบทบาทของเขา เขาแสดงได้ตราตรึง มีความสดใหม่ และสร้างตัวละครได้น่าเชื่อทุกครั้ง ซึ่ง Phantom Thread จะเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายก่อนอำลาอาชีพนักแสดงของเขาเพื่อหันไปเอาดีด้านการเป็นช่างตัดเสื้อผ้า ความหลงใหลใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างการศึกษาบทและไปหัดเรียนเย็บผ้าจริงๆ เพื่อมารับบทในหนังเรื่องนี้ครับ
หนังเป็นการร่วมงานกันครั้งที่สองกับผู้กำกับและผู้เขียนบท พอล โธมัส แอนเดอร์สัน มีฉากหลังเป็นสังคมชั้นสูงในลอนดอนในช่วงหลังสงครามโลก และเช่นเดียวกับหนังทุกเรื่องของแอนเดอร์สัน หนังเป็นแนวกรณีศึกษาตัวละครอันซับซ้อนซึ่งในที่นี้คือเรย์โนลด์ วู้ดค็อก ช่างตัดเย็บผ้าชั้นสูงและมีชื่อเสียง ผู้ที่ไม่เคยเปลี่ยนผู้หญิงในชีวิตไปเรื่อยๆ หลังจากใช้พวกเธอมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างและออกแบบเสื้อผ้าชุดใหม่ๆ จนกระทั่งเขาได้พบกับสาวเสิร์ฟแสวนสวยคนหนึ่งเข้า (รับบทโดยวิคกี้ คริปส์ นักแสดงชาวฝั่งเศสจาก A Most Wanted Man) ที่ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจใหม่ในการสร้างงานให้แก่เขา และกลายมาเป็นคนรักที่เข้ามาปักหลักในชีวิตของเขา ความสัมพันธ์ได้ทวีขึ้นถึงขั้นที่เรย์โนลด์เริ่มควบคุมชีวิตของเธอ และเขาก็พบว่าความรักที่มีต่อเธอเริ่มทำให้งานตัดเย็บเสื้อผ้าอันละเอียดละออของเขายุ่งเหยิง
หนังจะเข้าฉายในสหรัฐช่วงธันวาคมปีนี้ ส่วนบ้านเราจะได้ชมกันต้นปีหน้าครับ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ภาพแรกของทอม แฮงก์ กับ เมอริล สตรีป ใน The Post หนังส่งชิงออสการ์ปีนี้ของสปีลเบิร์ก

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีหนังเรื่องไหนที่ถือว่าเป็นเต็งจ๋าที่จะได้รางวัลออสการ์อย่างชัดเจน แต่หนึ่งในหนังที่อาจทำให้การชิงชัยในปีนี้เข้มข้นมากขึ้นไปอีกก็คือ The Post ของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ได้ปล่อย 2 ภาพแรกของหนังออกมาแล้วครับ และมีนักแสดงนำอย่างทอม แฮงก์ กับ เมอริล สตรีป เป็นจุดขายสำคัญของภาพนิ่งด้วย
หนังเรื่องนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น Spotlight ฉบับสปีลเบิร์กก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงเป็นหนังว่าด้วยการทำงานของสื่อมวลชนเหมือนกัน แต่ยังได้จอช ซิงเงอร์ จาก Spotlight มาร่วมเขียนบทกับลิซ ฮันนาห์ มือเขียนบทหน้าใหม่
แต่สิ่งที่ต่างจาก Spotlight ก็คือการทำงานของนักข่าวในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการท้าทายอำนาจของศาสนจักร แต่เป็นการท้าทายอำนาจของรัฐบาล และอาจเป็นหนังที่สปีลเบิร์กอาจอยากใช้เป็นตัวแทนพูดถึงการทำงานของรัฐบาลปัจจุบันก็ได้ ที่อาจโดนใจชาวฮอลลีวู้ดที่ส่วนใหญ่ไม่ชอบประธานาธิบดีทรัมป์
The Post บอกเล่าเรื่องราวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่ท้าทายรัฐบาลสหรัฐเพื่อตีพิมพ์เอกสารลับราชการในปี 1971 เอกสารดังกล่าวมีชื่อว่า “เอกสารเพนตากอน” (The Pentagon Papers) ที่บันทึกกิจกรรมของรัฐบาลและกองทัพสหรัฐระหว่างสงครามเวียดนามที่จัดทำโดยกระทรวงกลาโหมภายใต้การดูแลของโรเบิร์ต แม็คนามารา ที่เนื้อหาภายในมีหลายอย่างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่รัฐบาลบอกแก่สาธารณชนและสภาคองเกรส ทำให้เห็นว่ารัฐบาลของลินดอน บี. จอห์นสัน และที่เกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนามได้กระทำหลายอย่างที่เป็นการโกหก ปิดบัง และหลอกลวงประชาชนและรัฐสภา
เบน แบรดลี (แฮงก์) บรรณาธิการของวอชิงตันโพสต์, แคทเธอรีน แกรห์ม (สตรีป) เจ้าของหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส์ ได้ท้าทายรัฐบาลในยุคนั้นเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการตีพิมพ์เอกสารลับดังกล่าวที่หลุดออกมาจากการปล่อยของแดเนียล แอลสเบิร์ก
นอกจากแฮงก์กับสตรีปแล้ว หนังยังมีนักแสดงสมทบได้แก่อลิสัน บรี, แซร่าห์ พอลสัน, แครี่ คูน, บรูซ กรีนวู้ด, เจสซี พลีมอนท์ และ แบรดลี่ วิทฟอร์ด ครับ
หนังมีกำหนดฉายในสหรัฐเดือนธันวาคม ส่วนบ้านเราจะได้ชมกันต้นปีหน้าครับ

Read more of this post

ตัวอย่างเต็ม I, Tonya บอกเราว่ามาร์โกต์ ร็อบบี้ มีโอกาสลุ้นชิงออสการ์

I, Tonya จากเรื่องจริงของทอนยา ฮาร์ดิ้ง นักสเก็ตน้ำแข็งที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ชัยชนะ มาร์โกต์ ร็อบบี้ เองก็ทุ่มเททุกอย่างเพื่อรับบทนำนี้ที่อาจทำให้เธอได้ชิงชัยรางวัลออสการ์ครับ จากการปล่อยพลังการแสดงที่มีสีสันตามที่เห็นในตัวอย่างหนังตัวใหม่ รวมถึง แอลลิสัน แจนนีย์ ในบทของลาโวนา โกลเดน แม่ผู้กดดันและบีบคั้นของทอนยา ฮาร์ดิ้ง ก็มีโอกาสได้เข้าชิงในสาขาสมทบหญิงเช่นกัน
ทอนยา ฮาร์ดิง เป็นข่าวโด่งดังในปี 1994 เมื่อมีการเปิดเผยว่าเธอได้ให้อดีตสามี เจฟฟ์ กิลลูรี กับบอดี้การ์ด ชอว์น เอ็คฮาร์ต ว่าจ้างให้คนไปทำร้ายแนนซี่ เคอริแกน คู่แข่งทีมชาติของเธอ โดยตั้งใจทำร้ายให้เคอริแกนขาหักเพื่อหมดโอกาสที่จะเล่นสเก็ตน้ำแข็งได้อีก เรื่องราวในตัวอย่างหนังดูเหมือนจะเล่าให้เราเห็นว่าอะไรทำให้เธอต้องร้ายจนถึงขนาดนั้น และเล่าในฉบับตลกร้ายคล้ายงานของพี่น้องโคเอนครับ
เซบาสเตียน สแตน จาก Captain America: The Winter Soldier รับบทเป็นเจฟฟ์ กิลลูรี ส่วนบทชอว์น เอ็คฮาร์ต ได้ พอล วอลเตอร์ เฮาเซอร์ จากซีรี่ส์ Kingdom มาเป็นผู้รับบท
หนังกำกับโดยเครก กิลเลสปี จาก Lars and the Real Girl จากบทดัดแปลงของสตีเวน โรเจอร์ส (Hope Floats) จะเข้าฉายในสหรัฐธันวาคมนี้ครับ ส่วนบ้านเรามีกำหนดฉายต้นปีหน้าครับ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

คริสเตียน เบล และเอมี่ อดัมส์ แปลงโฉมเป็นดิกและลินน์ ชีนีย์ ในหนังใหม่ของอดัม แม็คเคย์

คริสเตียน เบล นักแสดงผู้เดี๋ยวบึก เดี๋ยวผอม เดี๋ยวอ้วน ผ่านหนังหลายๆ เรื่องเพื่อสวมบทตัวละครนั้นๆ ได้แปลงโฉมจนแทบจำไม่ได้ในหนังชีวประวัติ ดิก ชีนีย์ ที่ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการของผู้กำกับอดัม แม็คเคย์ จาก The Big Short ครับ ซึ่งจากโฉมที่เห็นผ่านการถ่ายภาพของปาปารัซซี่นี้ รวมกับเป็นการร่วมงานกับแม็คเคย์อีกครั้งก็การันตีได้เลยว่าจะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์แน่ๆ
นอกจากเบลแล้ว เอมี่ อดัมส์ ก็แปลงโฉมจนแทบจำไม่ได้เพื่อรับบทเป็นลินน์ ชีนีย์ ผู้เป็นภรรยาในหนังเรื่องนี้ครับ แบบที่น่าจะทำให้เธอได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อีกเช่นกัน
ดิก เชนีย์ เป็นรองประธานาธิบดีในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้มีบทบาทด้านการเมืองอย่างมากในช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11 แม็คเคย์ทำการค้นคว้าอย่างหนักเพื่อหาข้อมูลมาเขียนบท โดยเขาจะเล่าเรื่องการขึ้นสู่อำนาจของเชนีย์ จากเคยทำงานให้รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้พ่อ ในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม แล้วออกจากตำแหน่งไปเป็นประธานของบริษัทน้ำมันฮอลลิเบอร์ตันในช่วงสมัยประธานาธิบดีคลินตัน และกลับมาอีกครั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยบุชผู้ลูก
นอกจากเบลกับอดัมส์แล้ว หนังยังมีสตีฟ แคเรลล์ สมทบในบทโดนัลด์ รัมส์เฟลด์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, แทรี่ เพอรี่ เป็นโคลิน พาวเวลล์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ และ แซม ร็อคเวลล์ รับบทเป็นประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ครับ หนังน่าจะฉายช่วงปลายปีหน้า ชมภาพด้านใน

Read more of this post

มาร์โกต์ ร็อบบี้ จากบทบาทที่อาจทำให้เธอชิงออสการ์ในตัวอย่างแรก I, Tonya

เสียงเล่าเลือจากรอบปฐมทัศน์ I, Tonya ในเทศกาลหนังโตรอนโตที่ไม่เพียงหนังได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ค่อนข้างมากแล้ว การเข้าถึงบทบาทและการแปลงโฉมตัวเองเพื่อรับบทของมาร์โกต์ ร็อบบี้ ยังได้รับการกล่าวขวัญด้วยว่าอาจทำให้เธอเข้าชิงรางวัลออสการ์ในครั้งที่จะถึงนี้ด้วย และตัวอย่างแรกก็ออกมาแล้วครับ
I, Tonya เป็นหนังตลกร้ายสไตล์พี่น้องโคเอน ดัดแปลงจากเรื่องจริงของทอนยา ฮาร์ดิ้ง นักสเก็ตน้ำแข็งผู้อื้อฉาวที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ แม้ว่าการประทำนั้นจะผิดกฎหมายก็ตาม ตามคำพูดของร็อบบี้ในบทตัวละครนี้ที่พูดในตัวอย่างหนัง “อเมริกา พวกเขาต้องการคนที่จะรัก แต่พวกเขาก็ต้องการคนที่จะเกลียดด้วย
ทอนยา ฮาร์ดิง เป็นข่าวโด่งดังในปี 1994 เมื่อมีการเปิดเผยว่าเธอได้ให้อดีตสามี เจฟฟ์ กิลลูรี กับบอดี้การ์ด ชอว์น เอ็คฮาร์ต ว่าจ้างให้คนไปทำร้ายแนนซี่ เคอริแกน คู่แข่งทีมชาติของเธอ โดยตั้งใจทำร้ายให้เคอริแกนขาหักเพื่อหมดโอกาสที่จะเล่นสเก็ตน้ำแข็งได้อีก และไม่ได้ไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวในปี 1994 โชคดีที่เคอริแกนแค่บาดเจ็บฟกช้ำ
เมื่อเรื่องแดง กิลลูรีต่อรองลดหย่อนโทษกับทางการเพื่อให้การปรักปรำฮาร์ดิง ส่วนฮาร์ดิงเองก็ให้การรับสารภาพ เป็นผลให้ทั้งหมดติดคุกอยู่หลายเดือน และถูกถอดจากการเป็นนักกีฬาสเก็ตน้ำแข็ง
เซบาสเตียน สแตน จาก Captain America: The Winter Soldier รับบทเป็นเจฟฟ์ กิลลูรี สมทบด้วยแอลลิสัน แจนนีย์ นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลเอ็มมี่ ในบทของลาโวนา โกลเดน แม่ผู้กดดันและบีบคั้นของทอนยา ฮาร์ดิ้ง จนทำให้เธอกลายเป็นคนที่คิดแต่จะเอาชนะ ซึ่งแจนนีย์ก็เป็นนักแสดงอีกคนที่มีกระแสว่าอาจเข้าชิงออสการ์สมทบหญิงจากเรื่องนี้ครับ
หนังกำกับโดยเครก กิลเลสปี จาก Lars and the Real Girl จากบทดัดแปลงของสตีเวน โรเจอร์ส (Hope Floats) จะเข้าฉายในสหรัฐธันวาคมนี้ครับ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

พบเบื้องหลังหนังแย่ที่กลายเป็นหนังดีในตัวอย่าง The Disaster Artist ของเจมส์ ฟรังโก

ในปี 2003 ได้มีหนังเรื่อง The Room ของผู้สร้างหนังอิสระ ทอมมี วิโซว ออกฉาย ซึ่งเขารับหน้าที่ทั้งนำแสดง อำนวยการสร้าง กำกับ และเขียนบท หนังได้รับคำวิจารณ์ว่าเป็นหนังแย่ที่สุดนับตั้งแต่ Ed Wood ออกฉาย หนังได้คะแนนจากการประเมินของ Rotten Tomatoes 3.3/10 จาก 22 บทวิจารณ์ และเรื่องราวเบื้องหลังหนังแย่เรื่องนี้ได้กลายมาเป็นหนังผลงานใหม่เรื่อง The Disaster Artist ของเจมส์ ฟรังโก ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนังดีครับ
ในหนังเรื่องนี้ นอกจากกำกับแล้ว ฟรังโกสวมวิญญาณแดเนียล เดย์-ลูอิส เพื่อรับบทเป็นทอมมี วิโซว ซึ่งเขาสร้างตัวละครออกมาได้อย่างประหลาดและเป็นธรรมชาติจนเราอดขำไม่ได้ เพื่อบอกเล่าความเป็นมาของเรื่องราวหนังที่ได้รับคำนิยามว่าเป็น “Citizen Kane แห่งหนังแย่” ซึ่งเต็มไปด้วยความฝัน ความรักในภาพยนตร์ และมิตรภาพ
เรื่องราวดัดแปลงจากหนังสือของทอม บิสเซลล์ และ เกร็ก เซสเตโร ซึ่งคนหลังนี้คือเพื่อนของวิโซว ที่ร่วมรับบทในหนัง The Room ต้นฉบับด้วย โดยได้เดฟ ฟรังโก มารับบทเป็นตัวเขาในฉบับดัดแปลงนี้
ฟรังโกยังขนบรรดาเพื่อนพ้องในฮอลลีวู้ดมาร่วมรับบทในหนังอย่างคับคั่ง ไม่ว่าเป็นเซ็ธ โรเกน, พอล เชียร์, แอลิสัน บรี, ชาร์ลิน ยี, เคลลี อ็อกซ์ฟอร์ด, จอช ฮัตเชอร์สัน, แอริ เกรย์เนอร์, จูน ไดแอน ราฟาเอล, คริสโตเฟอร์ มินท์-แพลสส์, แจ็คกี้ วีเวอร์, แชรอน สโตน, ไบรอัน แครนสตัน, แซ็ค แบรฟฟ์, คริสเตน เบลล์, อดัม สก็อต และ จัดด์ แอพะทาว
หนังออกฉายไปแล้วตามเทศกาลต่างๆ และเพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของเทศกาลหนังซานเซบาสเตียนมาครับ ขณะที่คะแนนวิจารณ์ที่ Rotten Tomatoes ก็อยู่ที่ 7.9/10 และคะแนนที่ Metacritic ก็อยู่ที่ 77/100 กำลังเพิ่มกระแสให้ตัวเองสู่เวทีรางวัลใหญ่ๆ และเวทีออสการ์ในตอนนี้ครับ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post