Advertisements

Tokyo Ghoul – ความเห็นผู้ชมและนักวิจารณ์

หนังที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องล่าสุด Tokyo Ghoul ได้เข้าฉายในบ้านเราสุดสัปดาห์นี้ครับ ตามความเห็นจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชม ดูเหมือนจะชอบตัวละครของหนังกันเป็นส่วนใหญ่ และความที่ซื่อตรงกับต้นฉบับ มีความโหดปนสยอง ขณะที่ส่วนที่ไม่ชอบก็ดูเหมือนอยู่ที่การเล่าเรื่องกับเทคนิคพิเศษครับ
วาไรตี้บอกว่า เคนทาโระ ฮาจิวาระ ที่กำกับหนังเป็นครั้งแรก ทำส่วนดราม่าของหนังออกมาได้ใช่ สามารถทำให้สงสารตัวละครที่ต้องใช้ชีวิตอยู่สองโลก แต่กลับด้อยเรื่องเทคนิคพิเศษจนบางครั้งดูไม่น่าเชื่อ ส่วนความเห็นจากเจแปนไทมส์เทียบหนังเรื่องนี้กับ Parasyte ในแง่ที่ตัวละครต้องอยู่ในสองโลกคล้ายกัน เพียงแต่ Tokyo Ghoul บริหารสัดส่วนหนังได้ดีกว่า ขณะที่ทำฉากแอ็คชั่นได้ตื่นเต้นและฉากตึงเครียดได้ระทึก
ความเห็นจากฟิล์มสคูลรีเจ็คบอกว่า “มันเหมือนเป็นหนังที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ยังไม่ได้รู้จัก แต่น่าเสียดายที่ไม่อาจทำให้ผู้ชมกระหายหิวที่จะดูต่อ
Tokyo Ghoul ดัดแปลงจากงานในชื่อเดียวกันของซุย อิชิดะ บอกเล่าเรื่องราวในโลกจินตนาการที่มีสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ากูล มีรูปร่างภายนอกคล้ายมนุษย์ แต่มีความเหนือมนุษย์ทั้งความแข็งแกร่งและความว่องไว ซึ่งได้อาศัยแอบแฝงรวมอยู่กับมนุษย์ทั่วไปและกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร ตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กมัธยมชื่อ เคน คาเนกิ (มาซาทากะ คุโบตะ) ที่ถูกกูลชื่อริเสะไล่ฆ่า แต่รอดมาได้พร้อมอาการบาดเจ็บปางตาย หมอใช้เลือกของริสะซึ่งเสียชีวิตถ่ายให้เขาในการรักษา ทำให้เคนกลายเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งกูลที่ต้องกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร ทำให้เขาต้องปกปิดความลับนี้จากคนรอบข้างและระวังตัวจากหน่วยงานรัฐบาลที่ออกตามกำจัดกูล
อ่านความเห็นจากผู้ชมในบ้านเราที่ด้านใน

Read more of this post

Advertisements

Wolf Warrior 2 – ความเห็นผู้ชม และทำไมหนังถึงทำเงินถึง 800 ล้านเหรียญ

หนึ่งในหนังที่สร้างปรากฏการณ์ด้านรายได้ในปีนี้ คือ Wolf Warrior 2 หนังบู๊แหลกจากจีนที่ทำเงินทั่วโลกถล่มทลายถึง 870 ล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ในอันดับ 5 ของตารางทำเงินหนังทั่วโลกขณะนี้ที่แม้แต่หนังอย่าง Transformers: The Last Knight ก็ยังต้องมองตาปริบๆ ครับ
แน่นอนว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดในจีนเกือบ 800 ล้านเหรียญ ซึ่งการที่หนังประสบความสำเร็จก็มาจาก 3 เหตุผลใหญ่ๆ ด้วยกันคือ ตามที่ The Wrap รายงานก็คืออย่างแรก หนังฉายในช่วงฤดูร้อนที่จีนงดการฉายหนังต่างประเทศ 2 เดือน เพื่อช่วยเหลือผู้สร้างหนังในประเทศ (summer blackout period) ทำให้ไม่มีหนังจากฮอลลีวู้ดมาเป็นคู่แข่งแย่งโรง อย่างที่สอง ช่วงที่หนังฉายก็เป็นช่วงที่ฮอลลีวู้ดมีแต่หนังแป้กด้วยครับ ดังนั้นก็ไม่มีคู่แข่งแข็งๆ ในตลาดนอกจีน และสุดท้ายก็คือเนื้อหาแนวชาตินิยมและโปรจีน ซึ่งดูจะโดนใจผู้ชมชาวจีนเป็นพิเศษ
อู๋จิงซึ่งรับบทพระเอกของหนังให้ความเห็นว่า “บางที ผู้คนเก็บความรักชาติฝังเอาไว้มานานมาก ความรักนั้นกลายเป็นคล้ายๆ ฟื้นที่แห้ง แต่หนังของผมได้จุดให้มันลุกโชนอีกครั้ง
แต่ต่อให้หนังจะมีตัวช่วยทั้งสามตามที่รายงานวิเคราะห์กล่าว หากหนังไม่สนุกก็อาจคงไม่ทำเงินขนาดนี้ก็ได้ แม้จะมีคำวิจารณ์ด้านลบพอสมควร แต่หนังก็ถูกมองว่าเป็นหนังบู๊ระเบิดภูเขาเผากระท่อมเวอร์วังแบบ Rambo ที่ดูเหมือนจะโดนใจผู้ชมทั่วไปครับ ซึ่งก็ดูเหมือนสอดคล้องกับความเห็นส่วนหนึ่งของผู้ชมจากรอบสื่อในบ้านเรา
Wolf Warrior 2 บอกเล่าเรื่องราวของอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษแห่งหน่วยฝูงรบหมาป่า ‘เหล่งเฝิง’ (อู๋จิง) ที่ได้ตัดสินใจเดินทางมายังแอฟริกาเพื่อหาความสงบ แต่ดูเหมือนชะตากรรมจะไม่ให้เขาได้มีเวลาพักเมื่อตัวเขา ต้องเข้าไปพัวพันกับความวุ่นวายของกลุ่มกบฎต่อต้านรัฐบาล รวมถึงภารกิจช่วยชีวิต ‘ราเชล’ (เซลิน่า เจด) แพทย์จิตอาสาประจำแอฟริกาให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของกลุ่มทหารรับจ้างสุดโหดที่นำโดยจอมซาดิสท์อย่าง “บิ๊ก แดดดี้” (แฟรงค์ กริลโล) และผู้ที่จะยุติเรื่องราวนี้ได้มีเพียงนักรบหมาป่าผู้นี้เท่านั้น
หนังเข้าฉาย 19 ตุลาคมนี้ครับ ดูตัวอย่างหนังฉบับไทยและความเห็นจากผู้ชมได้ที่ด้านใน

Read more of this post

Paradox เดือด ซัด ดิบ – ความเห็นผู้ชม

ความเห็นผู้ชมต่อ Paradox เดือด ซัด ดิบ ที่ฉายรอบสื่อไปเมื่อคืนวานค่อนข้างเซอร์ไพรส์พอสมควรครับ ผู้ชมหลายคนผิดคาดกับหนังที่ส่วนดราม่านั้นทำออกมาได้หนักหน่วง ส่วนด้านฉากบู๊แล้วก็ดูเหมือนไม่ผิดคาดมากนัก นั่นก็คือเดือดสมชื่อหนัง อาจเพราะได้หงจินเป่ามากำกับคิวบู๊ให้ครับ
สำหรับนักแสดงชาวไทยที่สมทบในหนัง ความเห็นต่อจา พนม บอกว่าเป็นบทที่ให้ได้แสดงความสามารถหลากหลายกว่าที่ผ่านๆ มา และมีบทพูดเยอะกว่าหลายๆ เรื่อง ส่วนคุณนุ่น ศิริพันธ์ ก็มีบทที่เด่น แม้บทจะน้อย
หนังเล่าเรื่องราวของนายตำรวจฮ่องกงเข้ามาในประเทศไทยเพื่อตามตัวลูกสาวที่หายตัวไปอย่างลึกลับ และได้รับความช่วยเหลือจากนายตำรวจท้องถิ่นชาวไทยในการตามหาตัวลูกสาวครั้งนี้ ซึ่งนำไปสู่การพบกับเครือข่ายค้าอวัยวะมนุษย์รายใหญ่ที่มีมาเฟียใหญ่คอยบงการอยู่เบื้องหลัง
วิลสัน ยิป จาก Ip Man และ SPL: Sha Po Lang เป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ นักแสดงฝ่ายฮ่องกงได้แก่ กู่เทียนเล่อ, หลอฮุยกวง, หลินเจียต้ง, อู๋เยี่ย และ คริส คอลลิน ส่วนนักแสดงฝั่งไทยยังมี วิทยา ปานศรีงาม ร่วมแสดงอีกหนึ่งคนครับ อ่านความเห็นด้านใน

Read more of this post

Victoria & Abdul – ความเห็นผู้ชมประทับใจการแสดงของจูดี้ เดนช์

จูดี้ เดนช์ นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ และเข้าชิงมาหลายครั้ง ได้กลับมาร่วมงานกับสตีเฟน เฟรียรส์ อีกครั้งหลังจาก Philomena ครับ แต่ครั้งนี้เป็น Victoria & Abdul หนังย้อนยุคที่บอกเล่าเรื่องราวมิตรภาพของสมเด็จพระราชินีนาถวิคทอเรียกับ อับดุล คาริม (อาลี ฟาซาล) เสมียนหนุ่มชาวอินเดียที่เดินทางเดินทางจากอินเดียมาเข้าร่วมในงานพิธีฉลองการครองราชย์ครบ 50 ปีของพระองค์ และกลายมาเป็นสหายที่พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัย แม้ว่าพระองค์ทรงเผชิญความกดดันจากการครองราชย์อันยาวนาน แต่มิตรภาพของทั้งคู่เปี่ยมด้วยความศรัทธาและภักดี และได้เพิ่มพูนมากขึ้น สมเด็จพระราชินีทรงเห็นโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปผ่านมุมมองใหม่ ๆ และทรงกลับมามีความเบิกบานพระราชหฤทัยอีกครั้ง
หนังได้ฉายรอบสื่อที่บ้านเราไปเมื่อคืน ทุกความเห็นพูดเหมือนกันว่าการแสดงของจูดี้ เดนช์ คือส่วนที่ดีที่สุดของหนัง และสร้างความประทับใจให้อย่างมากครับ ขณะที่ตัวเนื้อเรื่องของหนังก็มีความเห็นแตกต่างกันไปบ้าง บ้างบอกว่าเป็นหนังที่ “ฟีลกู๊ด” และซาบซึ้ง บ้างก็บอกว่ายังมีความบางเบาหรือตื้นเขินอยู่ครับ
หนังได้คะแนนจาก Rotten Tomatoes อยู่ที่ 6.3/10 มีนักวิจารณ์ให้สอบผ่าน 67% จาก 117 บทวิจารณ์ ส่วนคะแนนที่ Metacritic อยู่ที่ 57/100 ครับ แปลว่านักวิจารณ์ชั้นนำมองว่าหนังโดยรวมดีในระดับปานกลาง อ่านคำวิจารณ์จากผู้ชมได้ที่ด้านใน

Read more of this post

JoJo’s Bizarre Adventure – ความเห็นผู้ชม

JoJo’s Bizarre Adventure ได้เปิดฉายรอบสื่อในบ้านเราไปเมื่อคืนวานที่ผ่านมาครับ และหากคุณยังได้ความเห็นจากผู้ชมก่อนตัดสินใจไปดู เราก็ได้รวบรวมบางส่วนจากทวิตเตอร์มาให้อ่านกัน
ดูเหมือนว่าผู้ชมส่วนใหญ่มองว่าหนังยังไม่เป๊ะ หรือถูกใจเต็มที่ แต่ก็เชื่อกันว่าแฟนหนังสือการ์ตูนจะชอบหนังแน่ๆ ครับ นั่นเป็นหนึ่งในความเห็นที่ผู้ชมหลายคนบอกมา บางคนบอกด้วยว่าแม้ไม่รู้จักหนังสือการ์ตูนก็น่าจะดูหนังเรื่องนี้ได้เข้าใจ ส่วนที่เห็นคำติซ้ำๆ คือการตัดต่อค่อนข้างย้วย หรือยืดเกินไปครับ นอกเหนือจากตัวหนังแล้วก็คงเป็นความฮือฮาที่มีเต๋า สมชาย เข็มกลัด ในมาดจิ๊กโก๋ โจ๋ซ่า มาทำหน้าที่เป็นแขกพิเศษในการร่วมชมภาพยนตร์ครับ
หนังสร้างจากหนังสือการ์ตูนเรื่องดังของฮิโรฮิโกะ อารากิ ว่าด้วยเรื่องราวของตระกูลโจสตาร์ ที่สมาชิกในตระกูลล้วนสืบทอดพลังพิเศษที่มีอยู่หลากหลายประเภท และใช้มันในการเอาชนะตัวร้ายที่มีพลังเหนือธรรมชาติ โดยฉบับหนังนี้จะดัดแปลงจากภาค 4 ของฉบับหนังสือการ์ตูนตอน “Diamond Is Unbreakable” หรือ “เพชรแท้ไม่มีวันสลาย” ที่ตัวเอกมีพลังจิตใจในการสร้างร่างพิเศษขึ้นมาที่เรียกว่า “สแตนด์” และต้องใช้มันในการยับยั้งฆาตกรโรคจิตที่มีพลังพิเศษที่ใช้สแตนด์ได้เหมือนกัน
เคนโตะ ยามาซากิ จาก Death Note ฉบับทีวีปี 2015 รับบทฮิงาชิคาตะ โจสุเกะ พระเอกของเรื่องครับ สมทบด้วยนักแสดงดาวรุ่งของญี่ปุ่นมาสมทบนักแสดงชั้นนำในบทต่างๆ ด้วย ประกอบด้วยแม็คเคนยู, เรียวโนสุเกะ คามิกิ, นานะ โคมัตสึ, มะซะกิ โอะกะดะ, ทาคายูกิ ยามาดะ, อลิซ่า มิซุกิ และ จุน คูนิมูระ
หนังกำกับโดยทาคาชิ มิอิเกะ จาก ZatoichiCrows Zero และ Thirteen Assassins อ่านความเห็นด้านในครับ

Read more of this post

Kingsman: The Golden Circle – ความเห็นหลังชม

ถ้า Kingsman: The Golden Circle เรื่องนี้เป็นวิสกี้ ก็คงเป็นวิสกี้ชั้นดีแหละ เพียงแต่คนชง ใส่น้ำ ใส่โค้ก ใส่โซดา ใส่มิกเซอร์ต่างๆ หนักมือไปหน่อย จนรสชาติดีๆ ของวิสกี้เจือจางลงไป หรือไม่อาจผสมกันได้กลมกล่อมพอ
ในฐานะที่ผมยังไม่เคยดูภาคแรก (ที่จริงก็มีดีวีดีอยู่ครับ แต่ความที่เขียนข่าวถึงบ่อยจนรู้สปอยล์ของหนังเยอะแล้ว เลยไม่ทำให้กระตือรือร้นเอามาเปิดดูสักที) ก็รู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ว่า เพลินๆ สลับกับเฉยๆ ไปตลอดเรื่อง เหมือนพอกำลังจะเริ่มรู้สึกเบื่อก็มีอะไรโผล่มาให้ดูให้หึๆ หรือตื่นเต้นขึ้นนิด คิดว่าคนดูหนังทั่วไปแบบที่ไม่คิดอะไรมากก็น่าจะชอบแหละครับ หรือไม่ก็ไปดูเพื่อความบันเทิงฆ่าเวลาได้ แต่ถ้าเป็นคอหนังที่ต้องการความสดใหม่ ความกลมกลืน ความสนุกในระดับภาคแรก ก็คงอาจผิดหวัง (ทุกคนที่ได้คุยหลังดูจบบอกว่าชอบภาคแรกมากกว่ากันทั้งนั้น เพียงแต่ก็มีหลายคนที่บอกว่าก็ยังถือว่าดูสนุกอยู่ แต่สนุกน้อยลง)
ส่วนถ้าให้เทียบกับงานก่อนๆ ของแมทธิว วอห์น อย่าง X-Men: The First Class และ Kick-Ass แล้ว ถ้าหนังสองเรื่องนี้ผ่านมาได้คะแนนเต็มสิบ เรื่องนี้คงอยู่ประมาณ 6-7 ครับ
ความหนักมือที่กล่าวถึงในข้างต้นนี้ หมายถึงหนังมีเนื้อเรื่องเยอะ แต่ไม่อาจนำเนื้อเรื่องทั้งหมดมาประกอบกันเพื่อดันหนังให้พีคได้ หนังมีจุดที่เรารู้สึกว่าน่าจะเรียกน้ำตา หรือลุ้นจิกเบาะ หรือฮาก๊ากได้ แต่ทั้งหมดอยู่ในระดับเพลินๆ
เนื้อเรื่องเยอะที่ว่า มีทั้งเนื้อเรื่องภารกิจหลักของหนังที่ต้องเล่าเรื่องราวและปมของป๊อปปี้ (จูลี่แอน มัวร์) ตัวร้ายของเรื่อง, เล่าเรื่องแฮรี่ (คอลิน เฟิร์ธ) กับปมการฟื้นคืนชีพของเขา, เล่าเรื่องเอ้กซี่ (ทารอน อีเกอร์ตัน) กับหน้าที่สายลับและหน้าที่ในชีวิตส่วนตัวที่มักขัดกัน และเล่าเรื่องของสเตทส์แมนว่ามีที่มายังไง พร้อมกับปูจักรวาลเพื่อเตรียมขยายต่อไปอีก อ้อ ยังมีเรื่องของเซอร์เอลตัน จอห์น กับการถูกลักพาตัวด้วย มันอีรุงตุงนังพอสมควร และทำให้อารมณ์ของหนังไม่อาจพุ่งทะยานในองก์สุดท้ายได้แบบงานเก่าๆ ของวอห์น
ส่วนข้อดีของหนังที่ชอบก็คงเป็นการออกแบบฉากบู๊ในช่วงครึ่งหลังของหนัง โดยเฉพาะการใช้แส้และบ่วงบาศของสายลับวิสกี้ (เปรโด ปาสคาล) ที่ดูน่าตื่นเต้น และแปลกใหม่ กับฉากบู๊ลุยแหลกรังของตัวร้ายในช่วงจบที่มันส์ใช้ได้ (แต่ก็ยังรู้สึกย้วยและมีส่วนเกินอยู่บ้าง)
และสำหรับบรรดาขาจิ้น ที่จิ้นแฮรี่กับเอ้กซี่ หนังมีฉากเซอร์วิสให้มากพอที่จะให้ใครที่จิ้นคู่นี้ได้ฟินอยู่บ้างครับ
ใครที่ได้ชมหนังแล้ว มาใส่ความเห็นกันได้เลยครับ

Read more of this post

Death Note – ความเห็นจากผู้ชมและนักวิจารณ์

เน็ตฟลิกซ์ได้ฉายหนัง Death Note ออกมาแล้ว และจากความเห็นเบื้องต้นของผู้ชมออกไปในทางลบเป็นส่วนใหญ่ครับ ดูเหมือนว่าฮอลลีวู้ดยังคงไม่สามารถดัดแปลงงานของฝั่งญี่ปุ่นหรือเอเชียให้ออกมาเป็นที่พอใจได้ ซึ่ง Death Note ของอดัม วินการ์ด ก็เป็นอีกเรื่อง

จาก 27 บทวิจารณ์ที่ Rotten Tomatoes รวบรวมมา นักวิจารณ์ให้สอบผ่านเพียง 11 คน โดยมีคะแนนเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ 4.8/10 ครับ ไบรอัน ทอลเลอริโอ จาก RogerEbert.Com ให้ดาว 1/4  และบอกว่า “ตอนจบจะทำให้คุณปิดแอพเน็ตฟลิกซ์อย่างขยะแขยง ถ้าคุณยังไม่เบื่อตายซะก่อนที่จะดูจนจบ” ส่วนบทวิจารณ์จาก The Verge บอกว่า “เป็น Death Note ที่สร้างออกไปในทาง Final Destination หนังมัวแต่เน้นงานด้านภาพแบบไซเบอร์พังค์และดนตรีประกอบแนวครันชี แทนที่จะเน้นไปที่เนื้อหาสาระ” แต่บทวิจารณ์ของ The Guardian ก็ให้เหตุผลแย้งว่า “ในการแปลงเรื่องราวที่มีเนื้อหามากมายให้เป็นหนังยาว 100 นาที ย่อมมีการถูกตัดทอนออกไปเยอะมาก แต่หากมองว่าเป็นหนังแนวสยองขวัญแล้ว แม้ในฉากที่คลุมเครือที่สุดก็มีค่าพอ

สำหรับความเห็นของผู้ชมในบ้านเรา ผมได้เลือกมาจากความเห็นทางทวิตเตอร์ครับ และความเห็นก็ออกไปในแนวเดียวกับนักวิจารณ์ของสหรัฐ บ้างเห็นว่าข้อเสียคือการที่ละทิ้งเสน่ห์สำคัญของเรื่องราวแนวชิงไหวชิงพริบของต้นฉบับให้กลายเป็นหนังสยองขวัญธรรมดา แม้ว่าจะมีฉากสยองขวัญดีๆ ก็ตาม และบ้างก็บอกว่าแม้ในแง่ความเป็นหนังสยองขวัญธรรมดา ก็ยังไม่จัดว่าเป็นหนังดี แต่ก็มีบางส่วนมองว่าหนังมีฉากสยองขวัญดีๆ ให้ชมและควรถือว่าเป็นการตีความอีกแบบครับ

อ่านความเห็นเพิ่มเติมด้านใน

Read more of this post