Advertisements

ดิสนีย์ครองแชมป์ทำกำไรสูงสุดของสตูดิโอใหญ่ฮอลลีวู้ดปี 2016, โซนี่กับพาราเมาท์ขาดทุน

captain maerica civil war new picเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ได้ทำสรุปรายได้และกำไรของ 6 ค่ายใหญ่ของฮอลลีวู้ดออกมาครับ ประกอบด้วยวอลท์ ดิสนีย์, ไทม์ วอร์เนอร์, ทเวนตี้วัน เซ็นทูรี ฟ็อกซ์, เอ็นบีซียูนิเวอร์แซล และ เวียคอม (บริษัทแม่ของพาราเมาท์) ซึ่งผลปรากฏว่าดิสนีย์เป็นค่ายที่ทำกำไรสูงสุดของปี 2016 คือทำได้มากถึง 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ครองแชมป์เป็นปีที่สามติดต่อกัน ซึ่งได้อานิสงส์จาก Captain America: Civil War และ Rogue One: A Star Wars Story ครับ

อย่างไรก็ดี เมื่อนำรายได้ของทั้ง 6 สตูดิโอใหญ่มารวมกัน ฮอลลีวู้ดทำไรในปีนี้ไป 5.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นตัวเลขรวมที่ลดลงจากปี 2015 ถึง 20% ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่ามาจากการที่สร้างหนังทุนยักษ์ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้ทุนสร้างมหาศาล ขณะเดียวกัน หนังเหล่านี้ไม่ได้สร้างรายได้คุ้มทุนสร้างทุกเรื่อง

ในรายงานบอกด้วยว่ามี 2 ค่ายใหญ่ที่ขาดทุนในปีนี้ก็คือ โซนี พิคเจอร์ส กับ พาราเมาท์ของเวียคอมครับ เป็นการขาดทุนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 ที่มีการติดตามรายได้ ขณะเดียวกันก็มีบางค่ายที่ได้รายได้จากงานทีวีมาช่วยเพิ่มให้ เช่นไทม์วอร์เนอร์, ฟ็อกซ์ และโซนี่

นักวิเคราะห์บอกว่า ปีนี้การแข่งขันจะยิ่งสูงขึ้นอีกเมื่อดูจากจำนวนหนังฟอร์มยักษ์ที่ออกมาชนกัน และจะทำให้แต่ละค่ายทำงานด้านการตลาดยากขึ้น เพราะไหนจะต้องดูแลหนังภาคต่อที่มีอยู่ก่อนแล้ว และไหนจะหนังชุดใหม่ที่จะสร้างขึ้นมาอีก

ที่มา: THR

(ชมภาพด้านใน)

Read more of this post

Advertisements

หงอคงแสดงอิทธิฤทธิ์ในตัวอย่างใหม่ Journey To The West 2 ของโจวซิงฉือ

journey-intl-trailerJourney To The West: The Demons Strike Back ของโจวซิงฉือ และกำกับโดยฉีเคอะ ได้เข้าฉายในจีนไปแล้วในช่วงตรุษจีนครับ และทำรายได้ 3 วันถล่มทลายไปถึง 105.9 ล้านเหรียญสหรัฐ น่าจะเป็นตัวเลขรายได้ 3 วันที่สูงที่สุดของปีนี้จนถึงตอนนี้ แต่หนังเรื่องนี้จะทำเงินได้ในระดับเดียวกับ The Mermaid ที่เป็นหนังจีนทำเงินสูงสุดปีที่แล้วหรือไม่ China Film Insider วิเคราะห์ว่า อาจจะทำเงินสุทธิไม่ถึง 526.8 ล้านเหรียญของ The Mermaid ครับ โดยให้เหตุผลว่าอย่างแรกคือรายได้เปิดตัวสามวันยังน้อยกว่า 117.4 ล้านเหรียญของ The Mermaid และคะแนนวิจารณ์จากผู้ชมก็ได้น้อยกว่าด้วย The Mermaid ได้คะแนนเฉลี่ย 8.0/10 ขณะที่ Journey To The West 2 ได้ 6.9/10 ครับ

หลังจากฉายในจีนแล้ว หนังก็เตรียมฉายในตลาดต่างประเทศซึ่งโซนีพิกเจอร์สที่ถือลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาครับ มีฟุตเตจเทคนิคพิเศษและฉากอลังการเพิ่มเข้ามาอีก

ในภาคนี้ โจวซิงฉือไม่ได้มารับหน้าที่กำกับ แต่ทำหน้าที่ด้านเขียนบทกับอำนวยการสร้างแล้วให้ฉีเคอะมารับหน้าที่กำกับแทนครับ เนื้อเรื่องคร่าวๆ บอกว่า เป็นการผจญภัยของพระถังซัมจั๋งกับศิษย์ทั้งสามคือ หงอคง, ตือโป๊ยก่าย และ ซัวเจ๋ง ระหว่างทางได้ปราบปีศาจมากมายและเรียนรู้การเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

หนังมี คริส วู รับบทเป็นพระถังซัมจั๋ง, หลินเกิงซิน รับบทเป็นหงอคง สมทบด้วยเป่าเป้ยเอ๋อร์, หวังตั๋ว, หยางอี้เว่ย และนักกีฬาบาสเก็ตบอล เหมิงเค่อ ปาเทีย มารับบทด้วย หนังมีกำหนดฉายในบ้านเรา 23 กุมภาพันธ์นี้ครับ ชมตัวอย่างและใบปิดฉบับไทยด้านใน

Read more of this post

Live By Night ของเบน แอฟเฟล็ค อาจขาดทุนราว $75 ล้าน

live-by-night-boxเมื่อมีรุ่งก็ต้องมีร่วง แต่สำหรับเบน แอฟเฟล็ค แล้ว ปี 2016 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ร่วงหนักพอสมควร นอกจากหนัง Batman v Superman: Dawn of Justice ที่อาจทำเงินได้ดีก็ตาม แต่ก็ได้คำวิจารณ์ด้านลบมากจนหนังเข้าชิงรางวัลแรซซี่หลายตัว และผลงานกำกับเรื่องที่ 4 ของเขา Live By Night ก็ไม่ประสบความสำเร็จด้านไหนเลย ทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ครับ

Live By Night เป็นหนังมาเฟียที่ดัดแปลงจากนิยายของเดนนิส เลอฮาน ว่าด้วยลูกชายนายตำรวจที่ไขว้คว้าเส้นทางอาชีพอาชญากรแทนการทำงานสุจริตอย่างครอบครัว ออกฉายเมื่อธันวาคมที่ผ่านมา แต่ไม่อาจตีตลาดกลุ่มผู้ชมวัยผู้ใหญ่ที่เป็นเป้าหมายหลักของหนังได้เลย ทั้งยังไม่มีกระแสหรือคำวิจารณ์ด้านดีมาช่วยเหมือนผลงานเรื่องก่อนๆ ของแอฟเฟล็คด้วย

วาไรตี้ประเมินว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส น่าจะขาดทุนจากหนังทุนสร้าง 65 ล้านเหรียญเรื่องนี้ (ซึ่งเป็นทุนสร้างสูงสุดที่แอฟเฟล็คเคยใช้ในการสร้างหนัง) ราวๆ 75 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะจนถึงตอนนี้ หนังยังทำเงินทั่วโลกไปได้ไม่ถึง 20 ล้านเหรียญเลย

แม้ว่าแอฟเฟล็คเป็นนักแสดงที่ขายได้คนหนึ่ง แต่คาดว่ารายได้ในตลาดโลกของหนังก็น่าจะมีจำกัด แถมหนังยังแทบไม่ได้ถูกเสนอชิงรางวัลในสถาบันใหญ่ๆ เลยสักรางวัลที่จะนำมาใช้ช่วยสร้างกระแสได้ ความหวังทางรายได้จึงอยู่ที่ดีวีดี, บลูเรย์, การเช่าชมออนไลน์ หรือการซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายทางทีวีที่จะมาช่วยลดการขาดทุนให้ทั้งวอร์เนอร์ฯ กับแรทแพค-ดูน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ที่ร่วมกันออกทุนในการสร้างหนังเรื่องนี้

แอฟเฟล็คน่าจะเป็นหนี้บุญคุณครั้งใหญ่แก่วอร์เนอร์ฯ ก็จากหนังเรื่องนี้แหละ

ที่มา: Variety

Read more of this post

Split เป็นการกลับมาอย่างน่าประทับใจของชยามาลาน ทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์

split shyamalan 03หลังจากที่ผลงานของเอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน แป้กติดต่อกันมาหลายเรื่อง ทั้งจาก After Earth และ The Last Airbender ผลงานล่าสุด Split ที่นำแสดงโดยเจมส์ แม็คเอวอยส์ ได้จัดว่าเป็นการกลับมาอย่างน่าประทับใจของผู้กำกับที่โด่งดังในแง่หนังสยองขวัญและเขย่าขวัญผู้นี้ครับ

หนังมีจำนวนบทวิจารณ์ราว 113 ที่ Rotten Tomatoes รวบรวมมา และได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 6.4/10 ครับ มีนักวิจารณ์ชอบราว 76% ซึ่งเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่ชอบพอก็คือการแสดงเป็นมนุษย์หลายบุคลิกของแม็คเอวอยที่ถือว่ายอดเยี่ยม และการเล่าเรื่องในแนวเขย่าขวัญที่คืนฟอร์มของชยามาลาน

หนังเพิ่งเข้าฉายในสุดสุปดาห์ที่ผ่านมาในสหรัฐ และตามรายงานจาก Boxoffice Mojo บอกว่า Split ได้ทำรายได้เป็นแชมป์ทำงานประจำสุดสัปดาห์ครับ ทำเงินสูงถึง 40.18 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 9 ล้านเหรียญ เป็นรายได้ตลอดกาลประจำเดือนมกราคมที่สูงสุดที่สุดเป็นอันดับ 4 รองจาก American Sniper, Ride Along และ Kung Fu Panda 3

หนังจะมีรอบสื่อในบ้านเราวันนี้ครับ ผมจะนำความเห็นที่ไม่สปอยล์หรือเปิดเผยเนื้อหาสำคัญมาเล่าอีกที แต่ได้รับคำเตือนว่าควรรู้อะไรเกี่ยวกับหนังให้น้อยที่สุดก่อนชมครับ

Split มีกำหนดฉายในบ้านเรา 2 กุมภาพันธ์

Read more of this post

Doctor Strange ทำรายได้แซง Iron Man กลายเป็นหนังมาร์เวลเดี่ยวภาคแรกที่ทำเงินสูงสุด

doctor-strange-fight-clipIron Man อาจต้องระวังตัวให้ดี เพราะอาจไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ฉายเดี่ยวที่ทำเงินสูงสุดของมาร์เวลอีกต่อไปแล้วครับ มาร์เวลเริ่มมีตัวเลือกอื่นให้เป็นแหล่งสร้างเงินมหาศาลแล้ว

รายงานจาก Boxoffice Mojo บอกว่ารายได้ของ Doctor Strange ทั่วโลกในตอนนี้ 617 ล้านเหรียญไปแล้ว นับตั้งแต่เปิดฉายเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยรายได้จากตลาดนอกสหรัฐอยู่ที่ 411 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ในบ้านอยู่ที่ 206 ล้านเหรียญครับ แซง Iron Man ภาคแรกที่ทำรายได้ทั่วโลกในปี 2008 ไว้ที่ 585 ล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อย แต่รายได้ในบ้านของ Iron Man ภาคแรกยังสูงกว่าครับ คงสถิติอยู่ที่ 318 ล้านเหรียญ

ตลาดต่างประเทศที่ช่วยให้ Doctor Strange ทำเงินถึงขนาดนี้ก็คือได้จากจีนเป็นอันดับหนึ่งครับ ราว 109.6 ล้านเหรียญ รองลงมาก็คือเกาหลีใต้ที่ 40.9 ล้านเหรียญ หนังน่าจะมีโอกาสทำเงินได้อีกเยอะจากตลาดญี่ปุ่นที่หนังจะเข้าฉายราวมกราคมครับ

สำหรับรายได้ทั่วโลกของหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลฉายเดี่ยวภาคแรกเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วย Ant-Man ทำเงินไป 519 ล้านเหรียญ, Thor ทำเงินไป 449 ล้านเหรียญ, Captain America: The First Avenger ทำเงินไป 370 ล้านเหรียญ และ The Incredible Hulk ทำเงินไป 263 ล้านเหรียญ

Read more of this post

Doctor Strange ทำเงินเปิดตัวในสหรัฐ $85 ล้าน, ดิสนี่ย์ทำเงินทั่วโลกแตะ $6 พันล้านครั้งแรก

doctor-strange-boxดูเหมือนเป็นปีที่ดีมากกว่าปกติสำหรับดิสนี่ย์ในแง่รายได้หนังครับ เมือ่ไม่กี่วันก่อนก็มีข่าวว่าทำเงินทั่วโลกแซงรายได้เมื่อปี 2015 ไปแล้ว และล่าสุดตอนนี้ด้วยรายได้เปิดตัวของ Doctor Strange ทำให้ดิสนี่ย์ทำเงินทั่วโลกในปีนี้ผ่าน 6 พันล้านเหรียญไปแล้ว หรือ 6.07 พันล้านเหรียญ ถ้าจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของค่ายมิกกี้เมาท์ที่ทำเงินทั่วโลกในรอบปีได้สูงขนาดนี้ครับ

การทำเงินแตะ 6 พันล้านเหรียญในรอบปีของดิสนี่ย์ถือเป็นค่ายหนังค่ายที่สองที่ทำผ่านหลักนี้ได้ ปีที่แล้วได้เกิดขึ้นครั้งแรกโดยยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ที่ทำเงินทั่วโลกไป 6.89 พันล้านเหรียญครับ ดิสนี่ย์อาจยังมีโอกาสที่จะแซงได้ด้วย เพราะยังเหลือหนังใหญ่อีกสองเรื่องคือ Moana และ Rogue One: A Star War Story

ส่วน Doctor Strange ที่เปิดตัวในสุดสัปดาห์นี้ของสหรัฐนั้นก็ทำเงินไปงดงามที่ 85 ล้านเหรียญ เป็นรายได้เปิดตัวในสหรัฐที่สูงอยู่อันดับ 10 ของหนังในจักรวาลมาร์เวลทั้งหมด และถือว่าสูงเป็นอันดับ 3 ถ้าเทียบกับหนังภาคแรกของซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวลด้วยกัน เป็นรอง Iron Man ภาคแรกที่เปิดตัว 89 ล้านเหรียญ และ Guardians of the Galaxy ที่เปิดตัว 94 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้จากตลาดนอกสหรัฐตอนนี้ของ Doctor Strange หลังจากฉายมา 2 สัปดาห์ ก็อยู่ที่ราว 240.4 ล้านเหรียญครับ

ที่มา: deadline

Read more of this post

ค่ายหนังดิสนี่ย์ทำรายได้ทุบสถิติปีที่แล้ว มีเค้าลางสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้านรายได้ใหม่

finding-doryยังเหลืออีกสองเดือนจะสิ้นปี และยังมีหนังใหญ่ที่ยังไม่ได้ฉายอยู่ 3 เรื่อง คือ Doctor Strange ที่จะเข้าฉายในสหรัฐปีนี้ แล้วตามด้วย Moana กับ Rogue One: A Star War Story แต่ดิสนี่ย์ก็ทำรายได้ทุบสถิติของปี 2015 เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ตามประกาศของดิสนี่ย์ จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายนของปีนี้ ดิสนี่ย์มีหนังที่ทำเงินรวมกันไปจากทั่วโลกแล้ว 5.85 พันล้านเหรียญสหรัฐ แซงหน้ารายได้ 5.84 พันล้านเหรียญของทั้งปี 2015 ครับ ทั้งยังได้สร้างสถิติด้านรายได้ใหม่อื่นๆ ของปีนี้ด้วย เป็นต้นว่ากลายเป็นค่ายหนังที่ทำเงินในบ้านแตะ 2 พันล้านเร็วในวันที่ 16 กรกฎาคม, ทำรายได้ทั่วโลกแตะ 5 พันล้านเร็วที่สุดในวันที่ 10 กรกฎาคม

หนังที่มาช่วยให้ดิสนี่ย์สร้างสถิติดังกล่าวประกอบด้วย Captain America: Civil War, Zootopia และ Finding Dory ซึ่งทั้งสามทำเงินทั่วโลกทะลุพันล้านเหรียญสหรัฐกันหมด นอกจากนี้ยังมี The Jungle Book ที่ได้ 966 ล้านเหรียญจากทั่วโลก และ Star Wars: The Force Awaken ที่ทำเงินในไตรมาสแรกของปีนี้ไปราว 736 ล้านเหรียญ ซึ่งหนังทุกเรื่องที่กล่าวมาก็ล้วนได้คำวิจารณ์ในแง่ดีจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชม

ถ้าอีกสองเดือนข้างหน้า ดิสนี่ย์มีหนังทำเงินทั่วโลกอีกราว 1.84-1.85 พันล้านเหรียญ ก็จะทุบสถิติรายได้ของค่ายหนังที่ทำไว้สูงสุดโดยยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ในปี 2015 ที่ทำไว้ 6.89 พันล้านเหรียญครับ

นับตั้งแต่บ็อบ ไอเกอร์ ขึ้นนั่งเป็นประธานของดิสนี่ย์ในปี 2005 ก็ได้ทุ่มเงินซื้อพิกซาร์ที่ 7.4 พันล้าน และทุ่มเงินซื้อมาร์เวล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กับ ลูคัสฟิล์ม อีกค่ายละ 4 พันล้าน ซึ่งทั้งสามค่ายนี้ก็เป็นค่ายที่ช่วยทำเงินหลักๆ ให้ดิสนี่ย์ รวมกับหนังอนิเมชั่นของดิสนี่ย์และหนังที่ดัดแปลงจากเทพนิยายของดิสนี่ย์เอง

ที่มา: Variety

Read more of this post