Doctor Strange ทำรายได้แซง Iron Man กลายเป็นหนังมาร์เวลเดี่ยวภาคแรกที่ทำเงินสูงสุด

doctor-strange-fight-clipIron Man อาจต้องระวังตัวให้ดี เพราะอาจไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ฉายเดี่ยวที่ทำเงินสูงสุดของมาร์เวลอีกต่อไปแล้วครับ มาร์เวลเริ่มมีตัวเลือกอื่นให้เป็นแหล่งสร้างเงินมหาศาลแล้ว

รายงานจาก Boxoffice Mojo บอกว่ารายได้ของ Doctor Strange ทั่วโลกในตอนนี้ 617 ล้านเหรียญไปแล้ว นับตั้งแต่เปิดฉายเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยรายได้จากตลาดนอกสหรัฐอยู่ที่ 411 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ในบ้านอยู่ที่ 206 ล้านเหรียญครับ แซง Iron Man ภาคแรกที่ทำรายได้ทั่วโลกในปี 2008 ไว้ที่ 585 ล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อย แต่รายได้ในบ้านของ Iron Man ภาคแรกยังสูงกว่าครับ คงสถิติอยู่ที่ 318 ล้านเหรียญ

ตลาดต่างประเทศที่ช่วยให้ Doctor Strange ทำเงินถึงขนาดนี้ก็คือได้จากจีนเป็นอันดับหนึ่งครับ ราว 109.6 ล้านเหรียญ รองลงมาก็คือเกาหลีใต้ที่ 40.9 ล้านเหรียญ หนังน่าจะมีโอกาสทำเงินได้อีกเยอะจากตลาดญี่ปุ่นที่หนังจะเข้าฉายราวมกราคมครับ

สำหรับรายได้ทั่วโลกของหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลฉายเดี่ยวภาคแรกเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วย Ant-Man ทำเงินไป 519 ล้านเหรียญ, Thor ทำเงินไป 449 ล้านเหรียญ, Captain America: The First Avenger ทำเงินไป 370 ล้านเหรียญ และ The Incredible Hulk ทำเงินไป 263 ล้านเหรียญ

Read more of this post

Doctor Strange ทำเงินเปิดตัวในสหรัฐ $85 ล้าน, ดิสนี่ย์ทำเงินทั่วโลกแตะ $6 พันล้านครั้งแรก

doctor-strange-boxดูเหมือนเป็นปีที่ดีมากกว่าปกติสำหรับดิสนี่ย์ในแง่รายได้หนังครับ เมือ่ไม่กี่วันก่อนก็มีข่าวว่าทำเงินทั่วโลกแซงรายได้เมื่อปี 2015 ไปแล้ว และล่าสุดตอนนี้ด้วยรายได้เปิดตัวของ Doctor Strange ทำให้ดิสนี่ย์ทำเงินทั่วโลกในปีนี้ผ่าน 6 พันล้านเหรียญไปแล้ว หรือ 6.07 พันล้านเหรียญ ถ้าจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของค่ายมิกกี้เมาท์ที่ทำเงินทั่วโลกในรอบปีได้สูงขนาดนี้ครับ

การทำเงินแตะ 6 พันล้านเหรียญในรอบปีของดิสนี่ย์ถือเป็นค่ายหนังค่ายที่สองที่ทำผ่านหลักนี้ได้ ปีที่แล้วได้เกิดขึ้นครั้งแรกโดยยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ที่ทำเงินทั่วโลกไป 6.89 พันล้านเหรียญครับ ดิสนี่ย์อาจยังมีโอกาสที่จะแซงได้ด้วย เพราะยังเหลือหนังใหญ่อีกสองเรื่องคือ Moana และ Rogue One: A Star War Story

ส่วน Doctor Strange ที่เปิดตัวในสุดสัปดาห์นี้ของสหรัฐนั้นก็ทำเงินไปงดงามที่ 85 ล้านเหรียญ เป็นรายได้เปิดตัวในสหรัฐที่สูงอยู่อันดับ 10 ของหนังในจักรวาลมาร์เวลทั้งหมด และถือว่าสูงเป็นอันดับ 3 ถ้าเทียบกับหนังภาคแรกของซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวลด้วยกัน เป็นรอง Iron Man ภาคแรกที่เปิดตัว 89 ล้านเหรียญ และ Guardians of the Galaxy ที่เปิดตัว 94 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้จากตลาดนอกสหรัฐตอนนี้ของ Doctor Strange หลังจากฉายมา 2 สัปดาห์ ก็อยู่ที่ราว 240.4 ล้านเหรียญครับ

ที่มา: deadline

Read more of this post

ค่ายหนังดิสนี่ย์ทำรายได้ทุบสถิติปีที่แล้ว มีเค้าลางสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้านรายได้ใหม่

finding-doryยังเหลืออีกสองเดือนจะสิ้นปี และยังมีหนังใหญ่ที่ยังไม่ได้ฉายอยู่ 3 เรื่อง คือ Doctor Strange ที่จะเข้าฉายในสหรัฐปีนี้ แล้วตามด้วย Moana กับ Rogue One: A Star War Story แต่ดิสนี่ย์ก็ทำรายได้ทุบสถิติของปี 2015 เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ตามประกาศของดิสนี่ย์ จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายนของปีนี้ ดิสนี่ย์มีหนังที่ทำเงินรวมกันไปจากทั่วโลกแล้ว 5.85 พันล้านเหรียญสหรัฐ แซงหน้ารายได้ 5.84 พันล้านเหรียญของทั้งปี 2015 ครับ ทั้งยังได้สร้างสถิติด้านรายได้ใหม่อื่นๆ ของปีนี้ด้วย เป็นต้นว่ากลายเป็นค่ายหนังที่ทำเงินในบ้านแตะ 2 พันล้านเร็วในวันที่ 16 กรกฎาคม, ทำรายได้ทั่วโลกแตะ 5 พันล้านเร็วที่สุดในวันที่ 10 กรกฎาคม

หนังที่มาช่วยให้ดิสนี่ย์สร้างสถิติดังกล่าวประกอบด้วย Captain America: Civil War, Zootopia และ Finding Dory ซึ่งทั้งสามทำเงินทั่วโลกทะลุพันล้านเหรียญสหรัฐกันหมด นอกจากนี้ยังมี The Jungle Book ที่ได้ 966 ล้านเหรียญจากทั่วโลก และ Star Wars: The Force Awaken ที่ทำเงินในไตรมาสแรกของปีนี้ไปราว 736 ล้านเหรียญ ซึ่งหนังทุกเรื่องที่กล่าวมาก็ล้วนได้คำวิจารณ์ในแง่ดีจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชม

ถ้าอีกสองเดือนข้างหน้า ดิสนี่ย์มีหนังทำเงินทั่วโลกอีกราว 1.84-1.85 พันล้านเหรียญ ก็จะทุบสถิติรายได้ของค่ายหนังที่ทำไว้สูงสุดโดยยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ในปี 2015 ที่ทำไว้ 6.89 พันล้านเหรียญครับ

นับตั้งแต่บ็อบ ไอเกอร์ ขึ้นนั่งเป็นประธานของดิสนี่ย์ในปี 2005 ก็ได้ทุ่มเงินซื้อพิกซาร์ที่ 7.4 พันล้าน และทุ่มเงินซื้อมาร์เวล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กับ ลูคัสฟิล์ม อีกค่ายละ 4 พันล้าน ซึ่งทั้งสามค่ายนี้ก็เป็นค่ายที่ช่วยทำเงินหลักๆ ให้ดิสนี่ย์ รวมกับหนังอนิเมชั่นของดิสนี่ย์และหนังที่ดัดแปลงจากเทพนิยายของดิสนี่ย์เอง

ที่มา: Variety

Read more of this post

Suicide Squad ทำรายได้ทั่วโลกแซง Captain America: The Winter Soldier

suicide squad new pic 01ด้วยคำวิจารณ์ด้านลบที่ออกมาหนัก รายได้ในสัปดาห์ที่สองที่ลดลงฮวบหนักกว่า Batman v Superman และการที่หนังอดได้ฉายในจีน หนัง Suicide Squad ได้รับการคาดเดาในทีแรกว่าคงทำเงินเพียง 600 กว่าล้านเหรียญ และอาจขาดทุนเพราะต้องทำเงินอย่างน้อย 650 ล้านเหรียญถึงจะเท่าทุน (หนังใช้ทุนสร้าง 175 เหรียญ และคาดว่าค่าการตลาดอีกราวๆ 150 ล้านเหรียญ) แต่กลายเป็นว่าหนังไม่ได้ทำเงินลดมากในสัปดาห์ที่สาม และสี่ จนทำให้นักวิเคราะห์ด้านรายได้ต้องประเมินกันใหม่อีกรอบ ซึ่งตัวเลขใหม่อยู่ที่ 700-730 ล้านเหรียญครับ ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หนังได้ทำเงินทั่วโลกทะลุ 700 ล้านเหรียญแล้วครับ

รายได้ทั่วโลกของหนังตอนนี้อยู่ที่ 721 ล้านเหรียญ ถือว่าเอาชนะรายได้ทั่วโลกของ Captain America: The Winter Soldier ได้แล้ว ที่ทำเงินทั่วโลกอยู่ที่ 714.4 ล้านเหรียญ และมากกว่า The Amazing Spider-Man 2 ที่ทำเงินทั่วโลกอยู่ที่ 709 ล้านเหรียญ คาดว่าหนังน่าจะปิดตัวเลขใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้คือราว 730 ล้านเหรียญครับ ดูแล้ววอร์เนอร์ บราเธอร์ส น่าจะได้กำไรจาก Suicide Squad จากการโดยโรงไปราวๆ 100-150 ล้านเหรียญ และช่วยให้หนังมีภาคต่อได้

จำได้ว่าอ่านเจอการวิเคราะห์หนึ่งบอกว่า ที่หนังยังทำเงินแข็งขันในสัปดาห์หลังๆ ได้เพราะการที่มีนักแสดงหลักอย่างวิล สมิธ และมาโกต์ ร็อบบี้ ที่ดึงผู้ชมให้เข้ามาดูหนังได้มากขึ้นด้วย ขณะเดียวกันก็มีคู่แข่งในสัปดาห์หลังๆ ที่ไม่แกร่งพออย่าง Ben-Hur และ Sausage’s Party ครับ

ที่มา: Boxoffice Mojo 

Read more of this post

Ben-Hur และ The BFG กลายเป็นหนังที่ขาดทุนมากสุดประจำซัมเมอร์ปี 2016

ben-hur-2016-boxofficeสิ้นช่วงหนังซัมเมอร์ของปี 2016 ของฮอลลีวู้ดแล้ว และเมื่อมีการสรุปรายได้ของบรรดาหนังใหญ่ที่เข้าฉายทั้งหมด ก็พบว่า Ben-Hur จากผู้กำกับติเมอร์ เบกแมมเบตอฟ กลายเป็นแชมป์หนังแป้กหรือหนังขาดทุนประจำปีนี้ไปตามความคาดหมายครับ

รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า หลังจากได้ปรึกษานักวิเคราะห์ด้านรายได้หนังแล้ว Ben-Hur น่าจะทำเงินทั่วโลกไปราว 70-75 ล้านเหรียญ ซึ่งห่างไกลจากทุนสร้างเกือบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐของหนังเรื่องนี้มาก และยังเป็นทุนสร้างที่ยังไม่ได้รวมงบด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ด้วย ค่ายเอ็มจีเอ็มซึ่งรับผิดชอบทุนสร้างและงบการตลาดกว่า 80% ของทั้งหมดที่ใช้ไปกับหนังเรื่องนี้ จะเป็นฝ่ายเจ็บตัวหนักที่สุด และอาจขาดทุนราว 120 ล้านเหรียญสหรัฐ

ค่ายหนังที่เสียหายหนักรองลงมาก็คือวอลท์ ดิสนี่ย์ พิกเจอร์ส ที่แม้จะได้กำไรมหาศาลจาก Captain America: Civil War และ Finding Dory แต่ก็ต้องเจ็บตัวจากหนังใหญ่ 3 เรื่องของซัมเมอร์ปีนี้ที่รายได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยที่หนักสุดมาจาก The BFG ของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก หนังทำเงินทั่วโลก 160.8 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 140 ล้านเหรียญ ที่ยังไม่รวมงบการตลาด คาดว่าหนังน่าจะขาดทุนราว 90-100 ล้านเหรียญ

ที่ตามมาไม่ไกลก็คือ Alice Through the Looking Glass ซึ่งทำเงินทั่วโลกไปเพียง 295.4 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 170 ล้านเหรียญ ที่ยังไม่รวมงบการตลาด แปลว่าดิสนี่ย์น่าจะขาดทุนอย่างต่ำจากหนังเรื่องนี้ราว 65 ล้านเหรียญ อีกเรื่องก็คือหนังรีเมก Pete’s Dragon ที่ทำเงินไปในตอนนี้เพียง 78.3 ล้านเหรียญ คาดว่าจะขาดทุน 65 ล้านเหรียญเช่นกัน

นอกจากค่ายดิสนี่ย์แล้ว ค่ายที่มีหนังขาดทุนอีกก็คือโซนีพิกเจอร์ส หนัง Ghostbusters ฉบับสร้างใหม่ทำเงินทั่วโลกจบที่ 225 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทุนสร้างไม่รวมงบการตลาด 144 ล้านเหรีญ คาดว่าจะขาดทุนราว 70 ล้านเหรียญ คาดว่าคงไม่ได้สร้างภาคต่อแล้ว

หนังหลายเรื่องที่ทำเงินในตลาดสหรัฐไม่ดี เช่น Star Trek Beyond และ Independence Day: Resurgence ดูเหมือนว่าอาจรอดตายจากการได้รายได้ในตลาดนอกสหรัฐช่วย IDR ใช้ทุนสร้าง 165 ล้านเหรียญ ทำเงินทั่วโลกไปแล้วราว 383 ล้านเหรียญในตอนนี้ และยังไม่ได้ฉายครบทุกตลาด ยังมีโอกาสลุ้นว่าจะขาดทุนหรือเท่าทุน ส่วน Star Trek Beyond ก็ทำเงินทั่วโลกไปแล้ว 294 ล้านเหรียญ และกำลังไปได้ดีในตลาดจีนครับ น่าจะได้กำไรเมื่อฉายหมดรอบแล้ว

ความน่าสนใจของหนังที่ขาดทุนหนักในปีนี้เกือบทั้งหมดคือเป็นหน้ารีเมก หรือไม่ก็ภาคต่อครับ

Read more of this post

Suicide Squad ทำรายได้เปิดตัวทุบสถิติ แต่ร่วงเร็ว

suicide squad new pic 06Suicide Squad ของผู้กำกับเดวิด เอเยอร์ ได้สร้างสถิติด้านรายได้ใหม่ซึ่งเป็นไปตามคาดว่าหนังจะเปิดตัวแรงครับ แต่ก็มาพร้อมกับข่าวที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ควรตกใจเช่นกัน

หนังเปิดตัวด้วยรายได้ 135.1 ล้านเหรียญในสหรัฐสุดสัปดาห์แรกของการเปิดฉาย เป็นการสร้างสถิติใหม่ตลอดกาลของหนังที่เปิดตัวในสหรัฐเดือนนี้ครับ แม้ว่าจะไม่ถึง 140 ล้านเหรียญตามรายได้คาดการณ์ครั้งหลังสุดก็ตาม

ในตลาดต่างประเทศก็ดูเหมือนว่าทำรายได้งดงามเช่นกัน อยู่ที่ 132 ล้านเหรียญ จากการฉายใน 57 ประเทศ ในช่วงห้าวันแรก (มีหลายประเทศฌหมือนกันที่หนังเข้าตั้งแต่พฤหัสบดีแบบบ้านเรา) ซึ่งเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์แล้ว รายได้ทั่วโลกก็อยู่ที่ราว 267.1 ล้านเหรียญครับ

แต่ข่าวดีก็มาพร้อมกับข่าวน่าตกใจ เพราะเมื่อมองที่ตัวเลขรายได้ให้ละเอียดมากขึ้นจะพบว่า ตัวเลขรายได้ในสหรัฐวันเสาร์ลดฮวบลงถึง 41% หรือลดลงจาก 63 ล้านเหรียญ สู่ 38.8 ล้านเหรียญในวันเสาร์ และลดลงอีกมาที่ 31 ล้านเหรียญในวันอาทิตย์ หรือลงมาอีก 38% เมื่อเทียบกับรายได้ระหว่างวันแรก

เรารู้ความเห็นของนักวิจารณ์ต่อหนังไปแล้ว แล้วความเห็นของผู้ชมโดยทั่วไปล่ะ คะแนนจากผลสำรวจความเห็นของผู้ชมโดยบริษัทด้านการตลาด หรือ CinemaScore อยู่ที่ B+ ครับ ถือว่าสูงกว่า Batman v Superman: Dawn of Justice ที่ได้ B เฉยๆ แต่ก็ไม่ใช่เครื่องชี้วัดที่ดีนักว่าจะทำให้หนังได้ยืนโรงอยู่นาน

หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ได้คะแนน B+ แบบเดียวกันจากผู้ชมในสหรัฐคือ The Amazing Spider-Man 2, Spider-Man 3, Thor, X-Men: First Class, Wanted, The Green Hornet และ Kick Ass 2

ขณะเดียวกัน ผู้กำกับเดวิด เอเยอร์ ขอบคุณแฟนๆ ผ่านทางทวิตเตอร์ว่า “ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ สำหรับทุกคนที่ทำให้ Suicide Squad ประสบความสำเร็จในสุดสัปดาห์นี้ มันเป็นหนังซัมเมอร์ที่สนุกที่มาพร้อมกับจิตใจที่ดี

ที่มา: THR

Read more of this post

The Secret Life of Pets เปิดตัวในสหรัฐสุดสัปดาห์แรกด้วยรายได้สูงเกินคาดที่ $103.2 ล้าน

The Secret Life of Pets boxทุกปี มักจะมีหนังที่ทำรายได้เซอร์ไพรส์เกินความคาดหมายเสมออย่างน้อย 1-2 เรื่อง และในปีนี้ก็คือ The Secret Life of Pets หนังอนิเมชั่นจากค่ายอิลลูมิเนชั่น เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และ ยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ผู้สร้าง Minions กับ Despicable Me ครับ หนังเปิดตัวทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญ เป็นเรื่องที่ 6 ในประวัติศาสตร์รายได้หนังอนิเมชั่นในสหรัฐ ซึ่งเป็นรายได้ที่สูงเกินคาดมากๆ

รายได้สุดสัปดาห์ 3 วันของหนังอยู่ที่ $103.2 ล้านเหรียญครับ เป็นเรื่องที่ 2 ของค่ายนี้ต่อจาก Minions ที่เปิดตัวด้วยรายได้ $115.7 ล้าน สูงกว่า Zootopia ของดิสนี่ย์ ที่เปิดตัวในปีนี้ด้วยรายได้ $74 ล้าน แต่ยังเป็นรอง Finding Dory ที่เปิดตัวสูงสุดอันดับหนึ่งของหนังอนิเมชั่นทั้งหมดที่ $135 ล้าน

ค่ายหนังคาดว่าหนังจะเปิดตัวอยู่ราวๆ สูงกว่า Despicable Me ที่เปิดตัว 56.4 ล้านเหรียญ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านรายได้หนังวิเคราะห์ว่าหนังจะเปิดตัวสูงกว่า 80 ล้านเหรียญ แต่ทั้งคู่ไม่ได้คาดว่าหนังจะเปิดตัวเหนือกว่า 100 ล้านเหรียญครับ

คำวิจารณ์ต่อตัวหนังก็น่าจะมีผลช่วยเรื่องรายได้ด้วย นักวิจารณ์ชอบราว 75% และมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 6.3/10 ตามการประเมินของ Rotten Tomatoes ขณะที่คะแนน CinemaScore หรือคะแนนจากผู้ชมในสหรัฐผ่านการสำรวจด้านการตลาดอยู่ที่ A- ซึ่งน่าจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการบอกต่อได้เป็นอย่างดี

หนังเป็นเรื่องราวของหนังมีแม็กซ์ (หลุยส์ ซี.เค.) เจ้าสุนัขพันธุ์เล็กเป็นตัวเอก ผู้ที่เริ่มหวั่นไหวและกลัวเสียการเป็นที่รักไปจากเจ้านาย เมื่อมีเจ้าดุ๊ก (เอริก สโตนสตรีท) สุนัขตัวใหญ่ขนยาวจอมเฟอะฟะมาอยู่ร่วมด้วย แล้วเจ้าสองหมาคู่ป่วนคู่นี้ก็เกิดพลัดหลงในเมืองใหญ่เพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุนัขจรจัด แม็กซ์กับดุ๊คจึงต้องจำใจร่วมกันผจญภัยข้ามเมืองเพื่อเดินทางกลับบ้านโดยได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรลับของเหล่าสัตว์เลี้ยงที่มีกระต่ายปุกปุยชื่อสโนว์บอล (เควิน ฮาร์ท) เป็นหัวหน้า

หนังกำกับโดยคริส เรนอด ที่กำกับ Despicable Me ภาคแรก ร่วมกับยาร์โรว์ เชนี่ โดยมีเอลลี่ เคมเปอร์,เลค เบลล์, เจนนี่ สเลต, บ็อบบี้ มอยนิแฮน, สตีฟ คูแกน, ดานา คาร์วี่, ฮันนิบาล บูเรส และอัลเบิร์ต บรูกส์ ร่วมให้เสียงตัวละคร

ที่มา: Box Office Mojo

Read more of this post