Suicide Squad ทำรายได้เปิดตัวทุบสถิติ แต่ร่วงเร็ว

suicide squad new pic 06Suicide Squad ของผู้กำกับเดวิด เอเยอร์ ได้สร้างสถิติด้านรายได้ใหม่ซึ่งเป็นไปตามคาดว่าหนังจะเปิดตัวแรงครับ แต่ก็มาพร้อมกับข่าวที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ควรตกใจเช่นกัน

หนังเปิดตัวด้วยรายได้ 135.1 ล้านเหรียญในสหรัฐสุดสัปดาห์แรกของการเปิดฉาย เป็นการสร้างสถิติใหม่ตลอดกาลของหนังที่เปิดตัวในสหรัฐเดือนนี้ครับ แม้ว่าจะไม่ถึง 140 ล้านเหรียญตามรายได้คาดการณ์ครั้งหลังสุดก็ตาม

ในตลาดต่างประเทศก็ดูเหมือนว่าทำรายได้งดงามเช่นกัน อยู่ที่ 132 ล้านเหรียญ จากการฉายใน 57 ประเทศ ในช่วงห้าวันแรก (มีหลายประเทศฌหมือนกันที่หนังเข้าตั้งแต่พฤหัสบดีแบบบ้านเรา) ซึ่งเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์แล้ว รายได้ทั่วโลกก็อยู่ที่ราว 267.1 ล้านเหรียญครับ

แต่ข่าวดีก็มาพร้อมกับข่าวน่าตกใจ เพราะเมื่อมองที่ตัวเลขรายได้ให้ละเอียดมากขึ้นจะพบว่า ตัวเลขรายได้ในสหรัฐวันเสาร์ลดฮวบลงถึง 41% หรือลดลงจาก 63 ล้านเหรียญ สู่ 38.8 ล้านเหรียญในวันเสาร์ และลดลงอีกมาที่ 31 ล้านเหรียญในวันอาทิตย์ หรือลงมาอีก 38% เมื่อเทียบกับรายได้ระหว่างวันแรก

เรารู้ความเห็นของนักวิจารณ์ต่อหนังไปแล้ว แล้วความเห็นของผู้ชมโดยทั่วไปล่ะ คะแนนจากผลสำรวจความเห็นของผู้ชมโดยบริษัทด้านการตลาด หรือ CinemaScore อยู่ที่ B+ ครับ ถือว่าสูงกว่า Batman v Superman: Dawn of Justice ที่ได้ B เฉยๆ แต่ก็ไม่ใช่เครื่องชี้วัดที่ดีนักว่าจะทำให้หนังได้ยืนโรงอยู่นาน

หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ได้คะแนน B+ แบบเดียวกันจากผู้ชมในสหรัฐคือ The Amazing Spider-Man 2, Spider-Man 3, Thor, X-Men: First Class, Wanted, The Green Hornet และ Kick Ass 2

ขณะเดียวกัน ผู้กำกับเดวิด เอเยอร์ ขอบคุณแฟนๆ ผ่านทางทวิตเตอร์ว่า “ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ สำหรับทุกคนที่ทำให้ Suicide Squad ประสบความสำเร็จในสุดสัปดาห์นี้ มันเป็นหนังซัมเมอร์ที่สนุกที่มาพร้อมกับจิตใจที่ดี

ที่มา: THR

Read more of this post

The Secret Life of Pets เปิดตัวในสหรัฐสุดสัปดาห์แรกด้วยรายได้สูงเกินคาดที่ $103.2 ล้าน

The Secret Life of Pets boxทุกปี มักจะมีหนังที่ทำรายได้เซอร์ไพรส์เกินความคาดหมายเสมออย่างน้อย 1-2 เรื่อง และในปีนี้ก็คือ The Secret Life of Pets หนังอนิเมชั่นจากค่ายอิลลูมิเนชั่น เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และ ยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ผู้สร้าง Minions กับ Despicable Me ครับ หนังเปิดตัวทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญ เป็นเรื่องที่ 6 ในประวัติศาสตร์รายได้หนังอนิเมชั่นในสหรัฐ ซึ่งเป็นรายได้ที่สูงเกินคาดมากๆ

รายได้สุดสัปดาห์ 3 วันของหนังอยู่ที่ $103.2 ล้านเหรียญครับ เป็นเรื่องที่ 2 ของค่ายนี้ต่อจาก Minions ที่เปิดตัวด้วยรายได้ $115.7 ล้าน สูงกว่า Zootopia ของดิสนี่ย์ ที่เปิดตัวในปีนี้ด้วยรายได้ $74 ล้าน แต่ยังเป็นรอง Finding Dory ที่เปิดตัวสูงสุดอันดับหนึ่งของหนังอนิเมชั่นทั้งหมดที่ $135 ล้าน

ค่ายหนังคาดว่าหนังจะเปิดตัวอยู่ราวๆ สูงกว่า Despicable Me ที่เปิดตัว 56.4 ล้านเหรียญ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านรายได้หนังวิเคราะห์ว่าหนังจะเปิดตัวสูงกว่า 80 ล้านเหรียญ แต่ทั้งคู่ไม่ได้คาดว่าหนังจะเปิดตัวเหนือกว่า 100 ล้านเหรียญครับ

คำวิจารณ์ต่อตัวหนังก็น่าจะมีผลช่วยเรื่องรายได้ด้วย นักวิจารณ์ชอบราว 75% และมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 6.3/10 ตามการประเมินของ Rotten Tomatoes ขณะที่คะแนน CinemaScore หรือคะแนนจากผู้ชมในสหรัฐผ่านการสำรวจด้านการตลาดอยู่ที่ A- ซึ่งน่าจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการบอกต่อได้เป็นอย่างดี

หนังเป็นเรื่องราวของหนังมีแม็กซ์ (หลุยส์ ซี.เค.) เจ้าสุนัขพันธุ์เล็กเป็นตัวเอก ผู้ที่เริ่มหวั่นไหวและกลัวเสียการเป็นที่รักไปจากเจ้านาย เมื่อมีเจ้าดุ๊ก (เอริก สโตนสตรีท) สุนัขตัวใหญ่ขนยาวจอมเฟอะฟะมาอยู่ร่วมด้วย แล้วเจ้าสองหมาคู่ป่วนคู่นี้ก็เกิดพลัดหลงในเมืองใหญ่เพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุนัขจรจัด แม็กซ์กับดุ๊คจึงต้องจำใจร่วมกันผจญภัยข้ามเมืองเพื่อเดินทางกลับบ้านโดยได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรลับของเหล่าสัตว์เลี้ยงที่มีกระต่ายปุกปุยชื่อสโนว์บอล (เควิน ฮาร์ท) เป็นหัวหน้า

หนังกำกับโดยคริส เรนอด ที่กำกับ Despicable Me ภาคแรก ร่วมกับยาร์โรว์ เชนี่ โดยมีเอลลี่ เคมเปอร์,เลค เบลล์, เจนนี่ สเลต, บ็อบบี้ มอยนิแฮน, สตีฟ คูแกน, ดานา คาร์วี่, ฮันนิบาล บูเรส และอัลเบิร์ต บรูกส์ ร่วมให้เสียงตัวละคร

ที่มา: Box Office Mojo

Read more of this post

Alice Through the Looking Glass ส่อแววขาดทุน

ALICE THROUGH THE LOOKING GLASSน่าจะเป็นสุดสัปดาห์ที่ลำบากสำหรับจอห์นนี่ เดปป์ นอกจากมีข่าวอื้อฉาวเรื่องถูกฟ้องหย่าจากแอมเบอร์ เฮิร์ด แล้ว หนังฟอร์มใหญ่ภาคต่อ Alice Through the Looking Glass ที่ภาคแรกเป็นหนังทำเงินของเขาก็ดูเหมือนจะทำเงินต่ำกว่าเป้ามากด้วยครับ

รายงานจากเดดไลน์บอกว่าหนังเทพนิยายทุน 170 ล้านเหรียญเรื่องนี้มีโอกาสทำเงินเปิดตัวในสุดสัปดาห์แรกของการฉายในสหรัฐเพียง 31 ล้านเหรียญเท่านั้น และน่าจะได้ราว 40 ล้านเหรียญจากการฉาย 4 วันในช่วงเทศกาลวันหยุดวันทหารผ่านศึกนี้ ถือว่าต่ำกว่าที่คาดไว้เมื่อต้นสัปดาห์พอสมควรครับ จากเดิมทีคาดว่าน่าจะเปิดตัวอย่างน้อย 60 ล้านเหรียญ

ในรายงานบอกว่าหนังเปิดตัวเพียง 9 ล้านเหรียญในวันศุกร์ที่เป็นวันแรกของการฉายรอบปกติ ซึ่งรวมกับ 1.5 ล้านเหรียญที่ได้จากรอบมิดไนท์ของคืนวันพฤหัสบดีแล้ว เป็นรายได้ที่ห่างไกลจาก 30 ล้านของ X-Men: Apocalypse ที่ได้จากเฉพาะการฉายในวันศุกร์วันเดียวเท่านั้น ทั้งที่หนังทั้งสองเรื่องใช้ทุนสร้างใกล้เคียงกัน (X-Men: Apocalypse ใช้ทุนสร้าง 178 ล้านเหรียญ) และได้คำวิจารณ์ด้านลบค่อนข้างมากเหมือนกัน มีการตลาดที่ไม่ค่อยส่งเสริมหนังคล้ายๆ กัน

Alice in Wonderland ภาคแรกของหนัง เปิดตัว 116.1 ล้านเหรียญจากการฉายสัปดาห์แรกในสหรัฐ เมื่อมีนาคม 2010 และไปปิดที่ 334 ล้านเหรียญ และทำรายได้ทั่วโลกกว่า 1 พันล้านเหรียญ เป็นหนังที่ก่อให้เกิดกระแสการสร้างหนังเทพนิยายตามมาอีกหลายเรื่อง ซึ่งทุกเรื่องของดิสนี่ย์ดูเหมือนจะทำรายได้ค่อนข้างดี Alice Through the Looking Glass อาจเป็นเรื่องแรกที่จะต้องขาดทุน

บ้านเราจะได้ชม Alice Through the Looking Glass กันในเดือนสิงหาคมครับ

Read more of this post

Batman v. Superman: Dawn of Justice จะปิดรอบการฉายด้วยรายได้ทั่วโลก $875 ล้าน

batman v superman intl trailerดูเหมือนว่า Batman v. Superman: Dawn of Justice จะไม่ได้ขึ้นทำเนียบหนังพันล้านเหรียญ และไม่น่าจะทำรายได้ถึง 900 กว่าล้านเหรียญตามเป้าที่ผู้บริหารของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส คาดไว้ครับ รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าหนังน่าจะทำรายได้ทั่วโลกอยู่ที่ราว 875 ล้านเหรียญ เมื่อปิดรอบการฉายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รายได้ล่าสุดของหนังตอนนี้อยู่ที่ 864 ล้านเหรียญจากทั่วโลก โดยมีรายได้ในอเมริกาเหนืออยู่ที่ 326.2 ล้านเหรียญ และรายได้ในตลาดโลกอยู่ที่ 538.2 ล้านเหรียญ จะเท่ากับว่าจะเป็นหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำเงินทั่วโลกสูงสุดตลอดกาลอยู่อันดับ 7 โดยที่ไม่ได้เทียบอัตราเงินเฟ้อ

ถ้าเทียบกับรายได้เฉพาะของหนังในอเมริกาเหนือ รายได้ในตอนนี้ถือว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลอยู่อันดับที่ 11 ซึ่งถ้าสามารถปิดตัวได้เกิน 333.2 ล้านเหรียญ ก็จะขึ้นมาอยู่ในอันดับสิบของหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลแทน Guardians of the Galaxy ได้ แต่คงไม่มีทางแซงรายได้ในบ้าน 361.8 ล้านเหรียญของ Deadpool และเมื่อเทียบในแง่ของหนังที่ทำเงินสูงสุดของปี 2016 แล้ว Batman v. Superman ยังห่างไกลจาก Zootopia ของดิสนี่ย์ที่ทำเงินทั่วโลกไปแล้วในตอนนี้ 933.9 ล้านเหรียญ และยังคงทำเงินต่อเนื่องอยู่อีกต่อไป

หากเทียบกับหนังซูเปอร์ฮีโร่เครือดีซีด้วยกัน รายได้ทั่วโลกของ Batman v. Superman: Dawn of Justice ยังเป็นรองสองภาคสุดท้ายของไตรภาค The Dark Knight ของคริสโตเฟอร์ โนแลน และหากมีการปรับค่าเงินตามอัตราเงินเฟ้อ ก็จะถือว่าทำเงินน้อยกว่า Batman ของทิม เบอร์ตันด้วย

ดูตารางเปรียบเทียบจาก THR ได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

The Huntsman: Winter’s War น่าจะขาดทุนราว $35-70 ล้าน

huntsman 01The Huntsman: Winter’s War เกิดขึ้นมาเพราะ Snow White and the Huntsman ประสบความสำเร็จด้านรายได้ที่ทำเงินไปทั้งหมดราว $396 ล้าน และผู้สร้างคิดว่าคริส เฮมส์เวิร์ธ อาจขายได้ในการเป็นนักแสดงนำที่จะขยายภาคต่อออกไปอีกได้หลายๆ ภาค ดูเหมือนว่าความหวังนั้นอาจพังทลายแล้วเพราะหนังนาจะขาดทุนราว $35-70 ล้าน ตามรายงานจากวาไรตี้ครับ

ยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ไม่ได้ประกาศออกมาว่าใช้ทุนในด้านการตลาดและจัดจำหน่ายหนังไปเท่าไหร่ แต่หนังใช้งบสร้าง $115 ล้าน (ซึ่งน้อยกว่าภาคแรกที่ใช้ $170 ล้านอยู้มาก) กระนั้น หนังก็เปิดตัวในบ้านด้วยรายได้สัปดาห์แรกเพียง $19.4 ล้าน ลดลงจากภาคแรก 65%

หนังทำรายได้ทั่วโลกไปแล้วในตอนนี้ราว $98 ล้าน คาดว่าจะปิดตัวที่ $200 ล้านนิดๆ โดยที่รายได้ 3 ใน 4 น่าจะมาจากตลาดโลก ถ้ายึดตามข้อสันนิษฐานว่าหนังใหญ่ระดับนี้น่าจะใช้ทุนด้านการตลาดราว $70 ล้าน ก็แปลว่าหนังต้องทำเงินถึง $325 ล้าน ถึงจะเท่าทุน

คำวิจารณ์และกระแสปากต่อปากก็เป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการขาดทุนของหนัง เพราะมีนักวิจารณ์ชอบเพียง 19% จากการประเมินของ Rotten Tomatoes และคะแนน CinemaScore ซึ่งมาจากการสำรวจความเห็นผู้ชมหลังได้หนังจบก็อยู่แค่ B+ เท่านั้น

หนังไม่ดีเอามากๆ เอมิลี่ บลันท์, ชาร์ลีซ เธอรอน และคริส เฮมส์เวิร์ธ เป็นนักแสดงที่เก่งมาก แต่พวกเขาไม่ใช่นักแสดงตัวทำเงิน” เอริก แฮนด์เลอร์ นักวิเคราะห์ด้านการตลาดของ MKM Partners บอก (เรื่องนี้ยังถือเป็นเรื่องที่ 3 ที่ไม่ทำเงินติดต่อกันของเฮมส์เวิร์ธ ตั้งแต่ Black Hat และ In the Heart of the Sea)

หนังอาจได้รายได้จากลิขสิทธิ์ฉายทางเคเบิลทีวี และโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์ต่างๆ แต่ก็คงไม่ช่วยเรื่องการขาดทุนมากนัก ผู้บริหารหลายคนของบริษัทคู่แข่งมั่นใจว่าหนังจะขาดทุนหนักครับ

Read more of this post

นักวิเคราะห์มองว่า Batman v Superman จะทำกำไรต่ำกว่า Man of Steel

batman v superman boxBatman v Superman: Dawn of Justice อาจเป็นหนังจากฮีโร่ดีซีคอมมิคที่เปิดตัวด้วยรายได้สูงที่สุด แต่ในแง่ระยะยาวอาจไม่ใช่หนังที่ทำเงินสูงที่สุดของซูเปอร์ฮีโร่เครือดีซี หรือสร้างกำไรให้มากที่สุดครับ

รายงานจากสำนักข่าว Bloomberg อ้างการวิเคราะห์ของเวด โฮลเดน นักวิเคราะห์ของ SNL Kagan บอกว่า หนังมีแววที่จะกำไรให้วอร์เนอร์ บราเธอร์สอยู่ที่ 278 ล้านเหรียญ เมื่อรวมรายได้จากลิขสิทธิ์ทีวี, โฮมวิดีโอ และสินค้าอื่นๆ แล้ว เท่ากับว่าน้อยกว่ากำไรของ Man of Steel ที่สร้างให้ค่ายหนังไว้ที่ราว 300 ล้านเหรียญ

แน่นอนว่าการที่กำไรน้อยลงส่วนหนึ่งมาจากการที่ Man of Steel นั้นใช้ทุนสร้างต่ำกว่า แต่มันก็พิสูจน์ว่าวอร์เนอร์ฯ อาจต้องปรับกลยุทธใหม่ให้แก่หนังซูเปอร์ฮีโร่ของพวกเขาเพื่อให้ธุรกิจหนังจากตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ไปได้คล่องกว่านี้ ซึ่งโฮลเดนมองว่า”ผมมั่นใจว่ามันคงน่าผิดหวังนิดๆ พวกเขาคงหวังให้ตัวเลขรายได้ใกล้เคียงกับ Avengers: Age of Ultron เพราะ Batman v Superman มีสามซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของดีซีมาอยู่ในเรื่องเดียวกัน” นั่นก็คือแบทแมน, ซูเปอร์แมน และวันเดอร์ วูแมน

สำหรับรายได้เปิดตัววันศุกร์ในสัปดาห์ที่ 3 ในอเมริกาเหนือของ Batman v Superman อยู่ที่ 6 ล้านเหรียญครับ เป็นอันดับสองรองจาก The Boss ของเมลิสซา แม็คคาร์ธี ที่เปิดตัว 8 ล้านเหรียญ มีรายได้รวมในอเมริกาเหนืออยู่ที่ 279.2 ล้านเหรียญ และรายได้ทั่วโลกอยู่ที่ 742.7 ล้านเหรียญ

Read more of this post

Mockingjay Part 2 นำรายได้ต่ำสุดในหนังชุดนี้, ไลออนส์เกตโทษว่าเป็นเพราะ The Force Awakens

mockingjay 2 katniss poster headerThe Hunger Games: Mockingjay Part 2 สิ้นสุดการฉายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวเลขรายได้สุดท้ายจากการฉายหนังโรงเรื่องนี้คือ 653 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าต่ำที่สุดในบรรดาทั้ง 4 ภาคของหนังชุดนี้ และคาดว่าเป็นการทำเงินต่ำกว่าเป้ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

จากมุมมองของร็อบ ฟรีดแมน ประธานร่วมของไลออนส์เกตบอกว่า การที่หนังภาคสุดท้ายของ The Hunger Games ทำรายได้ต่ำขนาดนี้ มีเหตุผลมาจากการก่อการร้ายในยุโรป และการทำเงินแบบเกินคาดของ Star Wars: The Force Awakens ซึ่งสาเหตุอย่างหลังนี้ “ทำให้ดึงรายได้หนังของเราไปราว 50-100 ล้านเหรียญ” ซึ่งการอ้างเช่นนี้น่าจะทำให้คนในฮอลลีวู้ดตกใจหรือแปลกใจพอสมควร

รายได้ของหนังเรื่องนี้ในจีนยังสร้างความผิดหวังให้แก่ไลออนส์เกตด้วย เพราะทำรายได้จากการฉายในจีนไปเพียง 21 ล้านเหรียญ ต่ำกว่า The Last Witch Hunter ที่ทำเงินในจีนไปราว 25 ล้านเหรียญ และผู้บริหารของไลออนส์เกตก็โทษว่าเป็นเพราะให้หนังฉายโดยมี Spectre กับ The Martian มาขนาบ ทำให้โดนแย่งโรงฉาย

เมื่อรวมกับความล้มเหลวทางรายได้ของ Mortdecai และ Point Break แล้ว จึงไม่แปลกที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นของไลออนส์เกตตกลงไปถึงราว 32%

ผู้บริหารของไลออนส์เกตบอกด้วยว่า ปี 2016 จะเป็นปีที่มีหนังของค่ายออกมาน้อยเพราะทุ่มไปกับการสร้างและประชาสัมพันธ์ The Hunger Games: Mockingjay Part 2 แต่คาดว่า La La Land ที่นำแสดงโดยไรอัน กอสลิ่ง กับ เอ็มมา สโตน จะเป็นหนังที่เปรี้ยงปร้างในปีนี้ของค่าย และเชื่อว่า Gods of Egypt ก็น่าจะสร้างรายได้ที่มากให้ได้ด้วย และในปี 2017 ก็จะมีหนังของค่ายเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งในบรรดาหนังเหล่านั้นก็จะได้แก่ The Odyssey, Power Rangers, Now You See Me 3 และ Hood

ที่มา: deadline

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 794 other followers