Advertisements

ฟ็อกซ์เตรียมประเมินการสร้างภาคต่อ Alien: Covenant ใหม่ หลังจากหนังไม่ทำเงิน

ริดลี่ย์ สก็อต ให้สัมภาษณ์ว่ามีแผนจะสร้างภาคต่อ Alien: Covenant อีกสองภาค และเตรียมจะเปิดกล้องใหม่ในอีก 14 เดือน ดูเหมือนว่าจะทำไม่ได้ตามที่หวังแล้วครับ รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า ค่ายหนังทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ กำลังจะ “ประเมิน” ภาคต่อทั้งสองภาคที่สก็อตเตรียมจะสร้างนั้นใหม่ว่าจะเอายังไงดี หลังจากหนังแป้กสนิท

Alien: Covenant ทำรายได้เปิดตัวในบ้านสัปดาห์แรก 36 ล้านเหรียญ และร่วงแรงในสัปดาห์ที่สองถึง 71% หลังจากผ่านการฉายมาแล้ว 2 เดือน หนังทำเงินในบ้านไปเพียง 74 ล้านเหรียญในตอนนี้ ส่วนรายได้รวมทั่วโลกอยู่ที่ 232 ล้านเหรียญ ซึ่งต่ำกว่ารายได้รวมของ Prometheus ที่ทำไว้ 403 ล้านเหรียญไปเกือบครึ่งเลย

แต่สำหรับแฟนๆ ของริดลี่ สก็อตก็ไม่ต้องกลัวว่าจะยังไม่ได้ชมหนังใหม่ในตอนนี้ สก็อตจะใช้เวลาระหว่างที่ฟ็อกซ์กำลังประเมินอยู่นี้ไปทำหนังเรื่อง All Money in the World แทนครับ ซึ่งเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริงของการลักพาตัวจอห์น พอล เก็ตตี้ ที่สาม เพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งในทีแรก ปู่ของเขาปฏิเสธที่จะจ่ายเงินให้เพราะคิดว่าเป็นแผนที่หลานชายต้องการหลอกเอาเงิน หนังมีเควิน สเปซี, มิเชล วิลเลียมส์ และ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก รับบทนำ

Alien น่าจะยังเป็นหนังที่ทำเงินให้ฟ็อกซ์ได้อยู่ ฟ็อกซ์คงไม่ถึงกับเลิกสร้างหนังชุดนี้ แต่อาจปรับกระบวนยุทธใหม่ให้หนังถูกใจตลาดมากขึ้น หรือได้คำวิจารณ์ที่ดีขึ้นครับ ไม่แน่ว่าอาจกลับไปดูบทหนัง Alien 5 ที่นีล บลูมแคมป์ เขียนไว้ก็ได้

ที่มา: THR

Read more of this post

Advertisements

Deadpool แสดงความยินดีกับ Wonder Woman ที่ทำรายได้ในสหรัฐแซงหน้าแล้ว

ไรอัน เรย์โนลด์ สวมบทเป็น Deadpool และใช้สื่อออนไลน์ยินดีแก่ความสำเร็จด้านรายได้ของ Wonder Woman ครับ ที่หนังซูเปอร์พลังหญิงเรื่องนี้ของกัล กาด็อต ทำเงินในสหรัฐจนถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา 368.4 ล้านเหรียญ แซงหน้ารายได้ 363 ล้านเหรียญที่ Deadpool เคยทำเอาไว้ “ไอ้นักฆ่ารับจ้างอาจโสมมกว่า แต่พลังการทำเงินของเธอนั้นแข็งแกร่งกว่า ยินดีด้วย” เป็นข้อความประกอบภาพแสดงความยินดีครับ

อย่างไรก็ดี รายได้ทั่วโลกของ Deadpool ยังอยู่ที่ 783.1 ล้านเหรียญ ซึ่งสูงกว่า 747.5 ล้านเหรีญของ Wonder Woman ครับ ถ้าสาวน้อยมหัศจรรย์ทำรายได้เกินกว่านั้นอีก เราคงเห็นการแสดงความยินดีอีกรอบ

นับตั้งแต่ต้นมิถุนายนที่ผ่านมา Wonder Woman ได้สร้างสถิติรายได้ไปเยอะมาก ตอนนี้ถือเป็นหนังคนแสดงหรือหนังที่ไม่ใช่อนิเมชั่นที่กำกับโดยผู้หญิงที่ทำเงินสูงสุดไปแล้ว และยังถือเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่เครือดีซีที่ทำเงินสูงที่สุดในสหรัฐ และสูงเป็นอันดับสองสำหรับรายได้ทั่วโลก เป็นรองเพียง Batman v Superman: Dawn of Justice เท่านั้น

ชมภาพด้านใน

Read more of this post

Spider-Man: Homecoming เปิดตัวในสหรัฐ $117 ล้าน สูงกว่าคาด ทั่วโลก $257 ล้าน

สำหรับหนังที่มีการสร้างซ้ำหรือเป็นภาคต่อของปีนี้ Spider-Man: Homecoming ยังคงโดนใจตลาดอยู่ครับ และไม่ได้น้อยไปกว่าเดิมด้วย หนังที่ร่วมกันสร้างของโซนีพิคเจอร์ส กับ มาร์เวลสตูดิโอเรื่องนี้ ทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐสูงถึงราว 117 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าที่คาดกันว่าจะเปิดตัว 100 ล้านเหรียญสหรัฐครับ ส่วนรายได้จากตลาดโลกก็ทำไปราว 140 ล้านเหรียญครับ ทำให้รายได้เปิดตัวทั่วโลกในสัปดาห์แรกของการออกฉายอยู่ที่ 257 ล้านเหรียญ

รายได้จากตลาดโลก 140 ล้านเหรียญ มาจาก 60% ของตลาดทั้งหมดนอกสหรัฐ ซึ่งเฉพาะในเอเชียอย่างเดียวก็ทำเงินมากสุดถึง 61.3 ล้านเหรียญ โดยมีเกาหลีใต้ทำเงินมากสุด 25.8 ล้านเหรียญจากการฉายติดกัน 5 วัน หนังยังไม่ได้เปิดฉายในตลาดใหญ่อื่นๆ อีกหลายตลาด เช่น จีน, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, เยอรมัน และสเปน

เมื่อเทียบกับรายได้เปิดตัวในสหรัฐของบรรดาหนัง Spider-Man ด้วยกัน รายได้ของ Homecoming อยู่อันดับ 2 ครับ เฉือน Spider-Man ภาคแรกของแซม ไรมี่ ที่ออกฉายในปี 2002 ไปนิดหน่อย ส่วนอันดับหนึ่งยังเป็นของ Spider-Man 3 ที่ครองสถิติ 151 ล้านเหรียญ และเมื่อเทียบกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลด้วยกัน ถือเป็นหนังภาคแรกที่ทำเงินเปิดตัวสูงที่สุด เอาชนะ Iron Man ภาคแรกที่ครองสถิติไว้ที่ 98.6 ล้านเหรียญ จากการฉายในปี 2008 อย่างไรก็ดี ยังเป็นรายได้ตามค่าเงินของปีที่ออกฉายครับ ยังไม่ได้ปรับไปตามค่าเงินเฟ้อ

รายได้ของ Homecoming ยังถือว่าเป็นรายได้เปิดตัวในสหรัฐที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของปีด้วย รองจาก Beauty and the Beast กับ Guardians of the Galaxy Vol.2 และมากกว่า Wonder Woman ที่อยู่ดันดับ 4

หนังได้คะแนน A จากผู้ชมหรือที่เรียกว่าคะแนน CinemaSocre ที่มาจากการสำรวจความเห็นของบริษัทด้านการตลาด แปลว่าโอกาสที่หนังจะสร้างกระแสปากต่อปากให้ได้ทำเงินต่อเนื่องนานๆ ก็มีสูงเช่นกัน

ที่มา: Box Office Mojo

Read more of this post

รายได้ Transformers: The Last Knight ในจีน ร่วง 82.2% เทียบศุกร์แรกกับศุกร์ที่สอง

รายได้ของหนังซัมเมอร์ของฮอลลีวู้ดปีนี้จะลดฮวบฮาบเป็นประวัติการณ์ตามที่นักวิเคราะห์ทำนายเอาไว้แน่ๆ เพราะรายได้ในอเมริกาเหนือของหนังหลายเรื่องตกต่ำลงไปมาก แต่หนังเหล่านี้หลายเรื่องก็ได้รายได้จากตลาดนอกสหรัฐมาช่วยกอบกู้เอาไว้ ซึ่งทำเงินได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะจากตลาดในจีน

หนังชุด Transformers เองก็ได้รายได้จากจีนมาช่วยเหลืออย่างมากนับตั้งแต่ภาคแรกที่แล้ว Transformers: Age of Extinction ที่ทำเงินจากการฉายในจีนไปทั้งสิ้น 320 ล้านเหรียญ ขณะที่รายได้ในสหรัฐอยู่ที่ 245 ล้านเหรียญ

รายได้ของ Transformers: The Last Knight ก็ดูเหมือนจะทำได้แบบนั้นอีกครั้งจากตลาดในจีนครับ เพราะรายได้วันแรกของการเปิดตัวหนังทำเงินสูงถึง 48 ล้านเหรียญ เหนือกว่ารายได้วันแรก 15.6 ล้านเหรียญในสหรัฐไปหลายขุม ทำให้คาดกันว่าหนังน่าจะทำเงินในจีนอย่างต่ำ 290 ล้านเหรียญ

แต่สิ่งที่คาดไว้ในทีแรกไม่เป็นเช่นนั้นเสียแล้วครับ ตามรายงานจากฟอร์บส์บอกว่า รายได้วันศุกร์นี้ของจีนทำไปแค่ 8.5 ล้านเหรียญ ร่วงจากศุกร์ที่แล้วถึง 82.2% ซึ่งคอลัมนิสต์บอกว่า “เป็นการร่วงลงที่ฮวบฮาบที่สุดเทียบแบบศุกร์ต่อศุกร์เท่าที่จำได้ในบรรดาหนังที่ฉายทั่วไปในจีน

ดังนั้น การทำนายรายได้ในจีนตอนนี้ลดลงเหนืออย่างต่ำ 240 ล้านเหรียญครับ โดยการทำนายเพิ่มปัจจัยการเติบโตของตลาดในจีนเข้าไปด้วย เพราะตลาดโตเพิ่มมากขึ้น 50% นับตั้งแต่ Age of Extinction (รายงานล่าสุดบอกว่าโรงฉายหนังในจีนในตอนนี้มีมากกว่าในสหรัฐแล้ว)

จนถึงวันนี้ รายได้ทั่วโลกของ Transformers: The Light Knight อยู่ที่ 288 ล้านเหรียญครับ

ที่มา: Forbes

Read more of this post

ผู้กำกับบอกว่าทำ The Mummy เพื่อผู้ชม ไม่ใช่นักวิจารณ์, หนังน่าจะขาดทุนราว $95 ล้าน

The Mummy ไม่เป็นที่โดนใจของนักวิจารณ์อย่างมาก หนังมีคะแนนเฉลี่ยเพียง 4.2/10 และมีนักวิจารณ์ให้สอบผ่านเพียง 15% จากการประเมินของ Rotten Tomatoes แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้กำกับอเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน คาดหวังเท่าไหร่ เพราะเป้าหมายหลักคือเพื่อให้ผู้ชมชอบมากกว่าครับ ตามที่ให้สัมภาษณ์แก่ Business Insider

นี่เป็นหนังที่ผมคิดว่าทำมาเพื่อคนดู และในประสบการณ์ของผม คนดูกับนักวิจารณ์มักไม่ค่อยเห็นตรงกัน ผมอยากให้นักวิจารณ์ชอบหนังด้วยไหม แน่นอนอยู่แล้ว ใครๆ ก็อยาก แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เราสร้างหนังขึ้นมาเพื่อผู้ชม และไม่ใช่เพื่อนักวิจารณ์ ดังนั้น ความหวังสูงสุดของผมก็คือหวังว่าผู้ชมจะไปชมกันแล้วชอบ

แต่ผู้ชมส่วนใหญ่ชอบหนังกันขนาดไหน เมื่อดูจากรายได้ของหนังตอนนี้ตามรายงานจากเดดไลน์ หนังมีโอกาสที่จะขาดทุนถึง 95 ล้านเหรียญครับ

หนังเปิดตัวทั่วโลกในสัปดาห์แรก 169 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นยอดรายได้เปิดตัวสูงที่สุดเรื่องหนึ่งในบรรดาหนังที่ทอม ครูส แสดงนำ แต่ปรากฏว่าในสัปดาห์ที่สอง รายได้ของหนังร่วงหนักและทำเงินเพียง 53 ล้านเหรียญ ซึ่งแปลว่ากระแสด้านลบส่งผลต่อรายได้ในสัปดาห์ที่สองมากๆ

เดดไลน์บอกว่าหนังใช้งบในการดำเนินการสร้าง 195 ล้านเหรียญ และใช้จ่ายด้านการจัดจำหน่ายและการโฆษณาอีกราว 150 ล้านเหรียญ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะต้องทำเงินทั่วโลกถึง 450 ล้านเหรียญถึงจะคุ้มทุน ด้วยรายได้ทั่วโลกของหนังในตอนนี้อยู่ที่ 346 ล้านเหรียญ ถือว่าหนังยังขาดทุนอยู่ครับ

Read more of this post

Transformers: The Last Knight ทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐต่ำที่สุดกว่าทุกภาค

นักวิเคราะห์มองกันว่าปีนี้ รายได้หนังซัมเมอร์ฮอลลีวู้ดในบ้านจะตกต่ำที่สุดในรอบทศวรรษ และก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ หนังฟอร์มยักษ์อย่าง Transformers: The Last Knight ทำรายได้เปิดตัวในวันพุธไปเพียง 15 ล้านเหรียญ และได้อีก 8.1 ล้านเหรียญในวันพฤหัสบดี ดูแล้วรายได้ห้าวันของหนังน่าจะอยู่ที่ 60 ล้านเหรียญครับ ซึ่งลดลงอย่างมากจากรายได้สามวันของ Transformers: Age of Extinction ที่เคยทำไว้ 100 ล้านเหรียญ เมื่อปี 2014

พาราเมาท์กับแฮสโบรจะต้องพึ่งรายได้จากตลาดโลกอย่างมากในครั้งนี้เพื่อให้ไม่ขาดทุนจากทุนสร้างที่ใช้ไป 217 ล้านเหรียญ ที่ยังไม่รวมงบด้านการตลาด และสูงที่สุดกว่าทุกภาคด้วย เพราะภาค Age of Extinction ทำรายได้ในบ้านไป 245 ล้านเหรียญ ภาคนี้อาจต้องลุ้นหนักแน่ๆ เพื่อให้รายได้ในบ้านแตะ 200 ล้านเหรียญครับ

สำหรับรายได้จากจีนที่เป็นตลาดใหญ่สุด หนังเปิดตัววันศุกร์ไปราว 39.5 ล้านเหรียญครับ แต่ถ้ารวมรอบเที่ยงคืนก่อนหน้าหนึ่งวันด้วยก็รวมเป็น 45.4 ล้านเหรียญ ถือว่ามีแววดีทีเดียว เพราะสูงกว่า Age of Extinction ที่เปิดตัววันแรกในจีน 30 ล้านเหรียญครับ แต่ต่ำกว่า Warcraft นิดหน่อย ที่เปิดตัววันแรกที่เป็นวันพุธในจีนไป 45.7 ล้านเหรียญ และต่ำกว่า Fast and Furious 8 ที่ทำไว้สูงถึง 65 ล้านเหรียญครับ

รายได้ในจีนจะช่วยหนังได้เท่าไหร่ก็คงต้องรอดูหลังจากสัปดาห์เปิดตัวว่าจะลดลงมากแค่ไหน ซึ่งพาราเมาท์ได้ส่วนแบ่งเพียง 25% จากตลาดในจีนเท่านั้น เพราะต้องแบ่งรายได้ให้ผู้ร่วมออกทุนสร้างในจีนด้วย

ที่มา: THRChina Film Insider

Read more of this post

The Mummy ทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐต่ำกว่า The Scorpion King

ไม่ว่ายูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส จะโหมประชาสัมพันธ์หนัง The Mummy ในสหรัฐหนักขนาดไหน หรือในรูปแบบใด แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล รายได้ของหนังที่กำกับโดยอเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน เรื่องนี้ในสหรัฐ แป้กสนิท และต่ำกว่าที่คาดไว้มากครับ โดยทำเงินเปิดตัวสามวันเพียง 31.5 ล้านเหรียญเท่านั้น ต่ำกว่าที่คาดเอาไว้สองสัปดาห์ก่อนเกือบ 9 ล้านเหรียญเลย ถือว่าต่ำที่สุดในบรรดาหนังชุด The Mummy ที่สร้างกันมา 3-4 ภาค และต่ำกว่าภาคแยก The Scorpion King ที่เปิดตัว 36 ล้านเหรียญด้วย

ยังดีที่หนังได้ตัวเลขรายได้จากตลาดนอกสหรัฐมาช่วย เพราะทำเงินเปิดตัวในตลาดต่างประเทศไปราว 139 ล้านเหรียญ ถือเป็นรายได้เปิดตัวในต่างประเทศของหนังที่นำแสดงโดยทอม ครูส สูงที่สุดเรื่องหนึ่งเลย รายได้สุดสัปดาห์แรกของบ้านเราก็สูงถึง 60 ล้านบาท แรงเป็นที่ 2 ของปีนี้รองจาก Fast and Furious 8 ในบรรดาหนังที่จัดจำหน่ายโดยยูไอพี มีโอกาสเป็นหนังร้อยล้านอีกเรื่องในปีนี้ของบ้านเราครับ

แต่สำหรับยูนิเวอร์แซลฯ แล้ว หากต้องการให้ The Mummy ทำกำไร จะต้องให้หนังทำเงินทั่วโลกสูง 340-370 ล้านเหรียญครับ เมื่อรวมค่าการตลาดเข้าไปในทุนสร้างหนัง แปลว่าจำเป็นต้องพึ่งกระแสให้หนังฉายทำเงินได้ยาวๆ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะต้องเป็นหนังที่ได้คำวิจารณ์ในแง่ดีกว่าที่ The Mummy ได้รับ คะแนน CinemaScore จากการสำรวจของผู้ชมในสหรัฐหลังชมหนังก็อยู่ที่ B- เท่านั้นครับ คงต้องลุ้นเหนื่อยกว่าที่หนังจะได้กำไร

ที่มา: Box Officie Mojo

Read more of this post