Advertisements

Beauty and the Beast เปิดตัวในสหรัฐ $170 ล้าน ทำสถิติใหม่ ทุบสถิติ Batman v Superman

สถิติมีไว้ทำลาย และรายได้เปิดตัวของ Beauty and the Beast  ก็ทำลายไปหลายสถิติเลยครับ หนังทุนสร้าง 160 ล้านเหรียญเรื่องนี้ทำเงินเปิดตัวในสหรัฐสุดสัปดาห์แรกไปราว 170 ล้านเหรียญ และทำเงินในตลาดนอกสหรัฐไปอีก 180 ล้านเหรียญ รวมแล้วทำรายได้เปิดตัวในสัปดาห์แรกทั่วโลกร่วม 350 ล้านเหรียญเลย น่าจะเรียกได้ว่าได้ทุนคืนในสัปดาห์แรก แบบที่ยังไม่รวมงบด้านการตลาดครับ

แล้วหนังทำลายสถิติอะไรบ้าง อย่างแรกเลยก็คือทำลายสถิติเปิดตัวสูงสุดตลอดกาลเดือนมีนาคมในสหรัฐที่ Batman v Superman: Dawn of Justice ที่ครองไว้เมื่อปีที่แล้วที่รายได้ 166 ล้านเหรียญครับ และยังทำลายสถิติรายได้เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลของภาพยนตร์เรต PG ในสหรัฐที่ Finding Dory ครองไว้ที่ 135 ล้านเหรียญ กลายเป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 7 ในสหรัฐรองจาก Iron Man 3

ในแง่ความชื่นชอบของผู้ชม หนังได้คะแนน CinemaScore ระดับ A จากการสำรวจของบริษัทด้านการตลาดต่อความเห็นผู้ชมหลังจากได้ชมหนัง ผลสำรวจยังบอกด้วยว่า 72% ของผู้ชมในสหรัฐที่ไปดู Beauty and the Beast เป็นเพศหญิงครับ บอกเราว่าไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ทำมาเพื่อผู้ชายเท่านั้นที่จะทำรายได้สูงสุด ตลาดผู้ชมเพศหญิงก็มีความกว้างขวางพอเช่นกัน

ส่วนในตลาดต่างประเทศนั้น หนังทำเงินในจีนสูงถึง 44.8 ล้านเหรียญ แม้ว่าจะมีความเป็นห่วงในทีแรก หลังจากผู้กำกับบิล คอนดอน เปิดเผยว่ามีฉากตัวละครเกย์ในหนังจะทำให้รายได้ไม่สูงมาก

ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของอลัน ฮอร์น ประธานสตูดิโอของดิสนี่ย์ ซึ่งเคยร่วมงานกับเอ็มมา วัตสัน มาก่อน ในหนังชุด Harry Potter ตอนที่เขาเป็นประธานอยู่ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และเป็นความสำเร็จของฌอน เบลี่ ประธานฝ่ายงานสร้างภาพยนตร์ด้วย ผู้ที่ตั้งใจและเป็นหัวหอกสำคัญในการนำหนังอนิเมชั่นเก่าๆ ของดิสนี่ย์มาสร้างเป็นฉบับคนแสดง

Beauty and the Beast ยังถือเป็นการสร้างแบรนด์ของดิสนี่ย์ให้เข้มแข็งมากขึ้น และมีความชัดเจนมากขึ้นในแง่เป็นค่ายผลิตหนังจากเทพนิยายที่ถูกใจผู้ชม และดิสนี่ย์ก็น่าจะยังคงความแข็งแรงของแบรนด์นี้ต่อไปได้อีกนาน

ที่มา: THR

Read more of this post

Advertisements

Guardians of the Galaxy Vol. 2 มีฉากท้ายเครดิต และคาดว่าจะเปิดตัวในสหรัฐ $160 ล้าน

ตามธรรมเนียมของหนังจากมาร์เวล สตูดิโอ แล้ว มักมีฉากท้ายเครดิตที่โยงไปหนังเรื่องอื่น หรือไม่ก็เป็นฉากขำๆ และ Guardians of the Galaxy Vol. 2 ก็ดูเหมือนจะมีเช่นกัน แต่จะกี่ฉากนั้นยังไม่แน่ชัดในตอนนี้ครับ

ผู้กำกับเจมส์ กันน์ ยืนยันเรื่องฉากท้ายเครดิตผ่านทวิตเตอร์ว่า “ถ้าคุณไม่ต้องรีบออกจากโรงหนังเพราะแม่กำลังจะตาย อย่าลืมอยู่ต่อจนจบเครดิต” จากข้อความแปลกว่าน่าจะมีอย่างน้อย 1 ฉากครับ ซึ่งถ้าไม่เป็นฉากขำๆ แบบฉาก Howard the Duck แบบในภาคที่แล้วก็น่าจะเป็นฉากที่โยงถึง Thor: Ragnarok, Spider-Man: Homecoming หรือแม้แต่ Avengers: Infinity Wars ที่กันน์รับหน้าที่อำนวยการสร้างด้วย

ในข่าวที่เกี่ยวข้องกัน Box Office Pro ได้ทำนายคร่าวๆ ว่า Guardians of the Galaxy Vol. 2 จะเปิดตัวสูงในบ้านถึง 160 ล้านเหรียญสหรัฐครับ นั่นเท่ากับสูงว่า 94 ล้านเหรียญของภาคแรกไปเยอะเลย

ที่จริง ผมว่าหนังมีแนวโน้มจะเปิดตัวสูงกว่าภาคแรกอยู่แล้ว ด้วยความที่คริส แพรตต์ นักแสดงนำ เป็นที่นิยมมากขึ้น และภาคแรกของหนังก็เป็นที่ชื่นชอบทั้งจากผู้ชมและนักวิจารณ์ ตัวอย่างหนังก็ทำออกมาได้น่าสนใจด้วยครับ อยู่ที่ว่าจะสูงกว่าเท่าไหร่ และตัวเลขระดับ 150-160 ล้านเหรียญก็ดูมีความเป็นไปได้เหมือนกัน แต่เราคงต้องรอดูกันต่อไปครับ

Read more of this post

The Great Wall ของแมต เดมอน ขาดทุนราว 75 ล้านเหรียญ

The Great Wallไม่ใช่หนังทุกเรื่องที่ร่วมกันสร้างระหว่างฮอลลีวู้ดกับจีนแล้วหวังรายได้มหาศาลจากในจีนจะทำได้ทุกเรื่อง เล่น The Great Wall ที่นำแสดงโดยแมต เดมอน และกำกับโดยจางอวี้โหมวเป็นต้นครับ

รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าหนังน่าจะขาดทุนจากการฉายโรงราว 75 ล้านเหรียญสหรัฐครับ รายได้ของหนังในจีนตอนนี้อยู่ที่ 171 ล้านเหรียญ ต่ำกว่าที่ผู้สร้างคาดเอาไว้มาก ส่วนรายได้ในอเมริกาเหนือก็ต่ำเตี้ยมาก ทำเงินไปเพียง 35 ล้านเหรียญ

หนังใช้ทุนสร้างในการถ่ายทำราว 150 ล้านเหรียญ โดยงบในด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ทั่วโลกน่าจะอยู่ราวๆ 80 ล้านเหรียญขึ้นไป ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ร่วมออกทุนด้วยราว 25% คาดว่าจะต้องเข้าเนื้อราว 10 ล้านเหรียญครับ โดยที่เหลือ ผู้สร้างในจีนคงต้องรับผิดชอบไป

คาดว่ารายได้ทั่วโลกของหนังน่าจะจบราวๆ 320 ล้านเหรียญ ถ้าหนังได้รายได้จากดีวีดี บลูเรย์ และการขายลิขสิทธิ์ให้ฉายทางทีวีมาช่วย ก็จะช่วยลดการขาดทุนลงไปได้อีก แต่หากพิจารณาจากคะแนนวยิจารณ์ที่ได้เพียง 32/100 จาก Metacritic แล้ว อาจไม่ได้ทำให้ผู้ชมอยากซื้อเท่าไหร่ครับ

ที่มา: THR

Read more of this post

ดิสนีย์ครองแชมป์ทำกำไรสูงสุดของสตูดิโอใหญ่ฮอลลีวู้ดปี 2016, โซนี่กับพาราเมาท์ขาดทุน

captain maerica civil war new picเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ได้ทำสรุปรายได้และกำไรของ 6 ค่ายใหญ่ของฮอลลีวู้ดออกมาครับ ประกอบด้วยวอลท์ ดิสนีย์, ไทม์ วอร์เนอร์, ทเวนตี้วัน เซ็นทูรี ฟ็อกซ์, เอ็นบีซียูนิเวอร์แซล และ เวียคอม (บริษัทแม่ของพาราเมาท์) ซึ่งผลปรากฏว่าดิสนีย์เป็นค่ายที่ทำกำไรสูงสุดของปี 2016 คือทำได้มากถึง 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ครองแชมป์เป็นปีที่สามติดต่อกัน ซึ่งได้อานิสงส์จาก Captain America: Civil War และ Rogue One: A Star Wars Story ครับ

อย่างไรก็ดี เมื่อนำรายได้ของทั้ง 6 สตูดิโอใหญ่มารวมกัน ฮอลลีวู้ดทำไรในปีนี้ไป 5.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นตัวเลขรวมที่ลดลงจากปี 2015 ถึง 20% ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่ามาจากการที่สร้างหนังทุนยักษ์ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้ทุนสร้างมหาศาล ขณะเดียวกัน หนังเหล่านี้ไม่ได้สร้างรายได้คุ้มทุนสร้างทุกเรื่อง

ในรายงานบอกด้วยว่ามี 2 ค่ายใหญ่ที่ขาดทุนในปีนี้ก็คือ โซนี พิคเจอร์ส กับ พาราเมาท์ของเวียคอมครับ เป็นการขาดทุนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 ที่มีการติดตามรายได้ ขณะเดียวกันก็มีบางค่ายที่ได้รายได้จากงานทีวีมาช่วยเพิ่มให้ เช่นไทม์วอร์เนอร์, ฟ็อกซ์ และโซนี่

นักวิเคราะห์บอกว่า ปีนี้การแข่งขันจะยิ่งสูงขึ้นอีกเมื่อดูจากจำนวนหนังฟอร์มยักษ์ที่ออกมาชนกัน และจะทำให้แต่ละค่ายทำงานด้านการตลาดยากขึ้น เพราะไหนจะต้องดูแลหนังภาคต่อที่มีอยู่ก่อนแล้ว และไหนจะหนังชุดใหม่ที่จะสร้างขึ้นมาอีก

ที่มา: THR

(ชมภาพด้านใน)

Read more of this post

หงอคงแสดงอิทธิฤทธิ์ในตัวอย่างใหม่ Journey To The West 2 ของโจวซิงฉือ

journey-intl-trailerJourney To The West: The Demons Strike Back ของโจวซิงฉือ และกำกับโดยฉีเคอะ ได้เข้าฉายในจีนไปแล้วในช่วงตรุษจีนครับ และทำรายได้ 3 วันถล่มทลายไปถึง 105.9 ล้านเหรียญสหรัฐ น่าจะเป็นตัวเลขรายได้ 3 วันที่สูงที่สุดของปีนี้จนถึงตอนนี้ แต่หนังเรื่องนี้จะทำเงินได้ในระดับเดียวกับ The Mermaid ที่เป็นหนังจีนทำเงินสูงสุดปีที่แล้วหรือไม่ China Film Insider วิเคราะห์ว่า อาจจะทำเงินสุทธิไม่ถึง 526.8 ล้านเหรียญของ The Mermaid ครับ โดยให้เหตุผลว่าอย่างแรกคือรายได้เปิดตัวสามวันยังน้อยกว่า 117.4 ล้านเหรียญของ The Mermaid และคะแนนวิจารณ์จากผู้ชมก็ได้น้อยกว่าด้วย The Mermaid ได้คะแนนเฉลี่ย 8.0/10 ขณะที่ Journey To The West 2 ได้ 6.9/10 ครับ

หลังจากฉายในจีนแล้ว หนังก็เตรียมฉายในตลาดต่างประเทศซึ่งโซนีพิกเจอร์สที่ถือลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาครับ มีฟุตเตจเทคนิคพิเศษและฉากอลังการเพิ่มเข้ามาอีก

ในภาคนี้ โจวซิงฉือไม่ได้มารับหน้าที่กำกับ แต่ทำหน้าที่ด้านเขียนบทกับอำนวยการสร้างแล้วให้ฉีเคอะมารับหน้าที่กำกับแทนครับ เนื้อเรื่องคร่าวๆ บอกว่า เป็นการผจญภัยของพระถังซัมจั๋งกับศิษย์ทั้งสามคือ หงอคง, ตือโป๊ยก่าย และ ซัวเจ๋ง ระหว่างทางได้ปราบปีศาจมากมายและเรียนรู้การเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

หนังมี คริส วู รับบทเป็นพระถังซัมจั๋ง, หลินเกิงซิน รับบทเป็นหงอคง สมทบด้วยเป่าเป้ยเอ๋อร์, หวังตั๋ว, หยางอี้เว่ย และนักกีฬาบาสเก็ตบอล เหมิงเค่อ ปาเทีย มารับบทด้วย หนังมีกำหนดฉายในบ้านเรา 23 กุมภาพันธ์นี้ครับ ชมตัวอย่างและใบปิดฉบับไทยด้านใน

Read more of this post

Live By Night ของเบน แอฟเฟล็ค อาจขาดทุนราว $75 ล้าน

live-by-night-boxเมื่อมีรุ่งก็ต้องมีร่วง แต่สำหรับเบน แอฟเฟล็ค แล้ว ปี 2016 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ร่วงหนักพอสมควร นอกจากหนัง Batman v Superman: Dawn of Justice ที่อาจทำเงินได้ดีก็ตาม แต่ก็ได้คำวิจารณ์ด้านลบมากจนหนังเข้าชิงรางวัลแรซซี่หลายตัว และผลงานกำกับเรื่องที่ 4 ของเขา Live By Night ก็ไม่ประสบความสำเร็จด้านไหนเลย ทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ครับ

Live By Night เป็นหนังมาเฟียที่ดัดแปลงจากนิยายของเดนนิส เลอฮาน ว่าด้วยลูกชายนายตำรวจที่ไขว้คว้าเส้นทางอาชีพอาชญากรแทนการทำงานสุจริตอย่างครอบครัว ออกฉายเมื่อธันวาคมที่ผ่านมา แต่ไม่อาจตีตลาดกลุ่มผู้ชมวัยผู้ใหญ่ที่เป็นเป้าหมายหลักของหนังได้เลย ทั้งยังไม่มีกระแสหรือคำวิจารณ์ด้านดีมาช่วยเหมือนผลงานเรื่องก่อนๆ ของแอฟเฟล็คด้วย

วาไรตี้ประเมินว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส น่าจะขาดทุนจากหนังทุนสร้าง 65 ล้านเหรียญเรื่องนี้ (ซึ่งเป็นทุนสร้างสูงสุดที่แอฟเฟล็คเคยใช้ในการสร้างหนัง) ราวๆ 75 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะจนถึงตอนนี้ หนังยังทำเงินทั่วโลกไปได้ไม่ถึง 20 ล้านเหรียญเลย

แม้ว่าแอฟเฟล็คเป็นนักแสดงที่ขายได้คนหนึ่ง แต่คาดว่ารายได้ในตลาดโลกของหนังก็น่าจะมีจำกัด แถมหนังยังแทบไม่ได้ถูกเสนอชิงรางวัลในสถาบันใหญ่ๆ เลยสักรางวัลที่จะนำมาใช้ช่วยสร้างกระแสได้ ความหวังทางรายได้จึงอยู่ที่ดีวีดี, บลูเรย์, การเช่าชมออนไลน์ หรือการซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายทางทีวีที่จะมาช่วยลดการขาดทุนให้ทั้งวอร์เนอร์ฯ กับแรทแพค-ดูน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ที่ร่วมกันออกทุนในการสร้างหนังเรื่องนี้

แอฟเฟล็คน่าจะเป็นหนี้บุญคุณครั้งใหญ่แก่วอร์เนอร์ฯ ก็จากหนังเรื่องนี้แหละ

ที่มา: Variety

Read more of this post

Split เป็นการกลับมาอย่างน่าประทับใจของชยามาลาน ทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์

split shyamalan 03หลังจากที่ผลงานของเอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน แป้กติดต่อกันมาหลายเรื่อง ทั้งจาก After Earth และ The Last Airbender ผลงานล่าสุด Split ที่นำแสดงโดยเจมส์ แม็คเอวอยส์ ได้จัดว่าเป็นการกลับมาอย่างน่าประทับใจของผู้กำกับที่โด่งดังในแง่หนังสยองขวัญและเขย่าขวัญผู้นี้ครับ

หนังมีจำนวนบทวิจารณ์ราว 113 ที่ Rotten Tomatoes รวบรวมมา และได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 6.4/10 ครับ มีนักวิจารณ์ชอบราว 76% ซึ่งเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่ชอบพอก็คือการแสดงเป็นมนุษย์หลายบุคลิกของแม็คเอวอยที่ถือว่ายอดเยี่ยม และการเล่าเรื่องในแนวเขย่าขวัญที่คืนฟอร์มของชยามาลาน

หนังเพิ่งเข้าฉายในสุดสุปดาห์ที่ผ่านมาในสหรัฐ และตามรายงานจาก Boxoffice Mojo บอกว่า Split ได้ทำรายได้เป็นแชมป์ทำงานประจำสุดสัปดาห์ครับ ทำเงินสูงถึง 40.18 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 9 ล้านเหรียญ เป็นรายได้ตลอดกาลประจำเดือนมกราคมที่สูงสุดที่สุดเป็นอันดับ 4 รองจาก American Sniper, Ride Along และ Kung Fu Panda 3

หนังจะมีรอบสื่อในบ้านเราวันนี้ครับ ผมจะนำความเห็นที่ไม่สปอยล์หรือเปิดเผยเนื้อหาสำคัญมาเล่าอีกที แต่ได้รับคำเตือนว่าควรรู้อะไรเกี่ยวกับหนังให้น้อยที่สุดก่อนชมครับ

Split มีกำหนดฉายในบ้านเรา 2 กุมภาพันธ์

Read more of this post