Advertisements

Fast and Furious 8 เตรียมทุบสถิติรายได้ของ Jurassic World

สถิติมีไว้ทำลาย แต่ก็ไม่นึกว่าจะโค่นกันได้รวดเร็วขนาดนี้ครับ ตามรายงานจาก Box-Office Mojo บอกว่า Fast and Furious 8 หรือ The Fate of the Furious มีแววเปิดตัวในตลาดนานาชาติสุดสัปดาห์นี้ที่เป็นสุดสัปดาห์แรกของการเปิดฉายด้วยรายได้สูงถึง $430.4 ล้าน เอาชนะตัวเลขรายได้เก่าของ Jurassic World ที่ครองแชมป์สูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ $316.7 ไปอย่างสบายๆ ครับ

รายงานอ้างจากตัวเลขที่ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส เปิดเผยว่าตัวเลขรายได้เมื่อวันศุกร์จากการฉายใน 63 ประเทศที่ออกฉายพร้อมกันในสัปดาห์นี้ ทำเงินสูงถึง $112.1 ล้านเหรียญ รวมกับรายได้จากการฉายก่อนหน้านั้นเป็น $194.8 ล้านเหรียญ จึงเป็นที่มาของการคาดการณ์ว่าหนังจะเปิดตัวในสุดสัปดาห์แรกด้วยตัวเลขที่สูงดังกล่าว และในบรรดาตลาดต่างประเทศทั้งหมด การเปิดตัววันแรกในจีนก็ทำเงินสูงถึง $65.6 ล้าน กลายเป็นหนังที่สร้างสถิติรายได้หนึ่งวันสูงสุดตลอดกาลของจีนเลย

ส่วนรายได้ในสหรัฐนั้น หนังเปิดตัววันศุกร์ด้วยตัวเลข $46.5 ล้าน คาดว่ารายได้สามวันน่าจะสูงถึง 103.8 ล้านเหรียญ เมื่อรวมตัวเลขคาดการณ์จากทั้งในและต่างประเทศก็จะทำให้หนังสามารถเปิดตัวได้ถึง $530+ ล้าน และอาจโค่นสถิติสูงสุดตลอดกาลจากการเปิดตัวทั่วโลกของ Star Wars: The Force Awakens ที่ครองสถิติอยู่ที่ 529 ล้านเหรียญครับ

ตัวเลขที่ชัดเจนและอย่างเป็นทางการ เราน่าจะได้รู้กันในวันอังคารนี้อย่างช้าที่สุด

Read more of this post

Advertisements

Ghost in the Shell อาจขาดทุนราว $60 ล้าน

ดูเหมือนว่า Ghost in the Shell จากผู้กำกับรูเพิร์ต แซนเดอร์ส จะไม่ช่วยให้พาราเมาท์ พิคเจอร์ส ได้ทำเงินจากการนำอนิเมชั่นของญี่ปุ่นเรื่องนี้มาสร้างใหม่ครับ แต่อาจกลับต้องขาดทุนราว 60 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานจากเดดไลน์บอกว่า หนังที่เปิดตัวในสหรัฐเพียง 19 ล้านเหรียญเรื่องนี้ และมีนักวิจารณ์ชอบเพียง 46% จากการประเมินของ Rotten Tomatoes น่าจะทำเงินปิดตัวจากการฉายในสหรัฐไปราว 50 ล้านเหรียญ ขณะที่รายได้จากนอกสหรัฐที่จะอยู่ที่ราว 150 ล้านเหรียญ หรือโดยสรุปก็คือคงทำเงินทั่วโลกไปราว 200 ล้านเหรียญครับ

ทุนสร้างทางการของหนังอยู่ที่ 110 ล้านเหรียญ แต่แหล่งข่าวบอกว่าความจริงแล้วสูงกว่านั้น น่าจะถึงราว 180 ล้านเหรียญ หากรวมกับงบด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ด้วยก็จะทำให้ทั้งพาราเมาท์กับดรีมเวิร์คส์ใช้งบเพื่อหนังเรื่องนี้ไปถึง 250 ล้านเหรียญ

เหตุผลหนึ่งที่ถูกมองว่าทำให้หนังไม่ถูกใจตลาดก็มาจากการคัดเลือกสการ์เลต โจแฮนสัน รับบทผู้พันโมโกโตะ และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการ “ฟอกขาว” หรือ whitewashing ซึ่งไคย์ล เดวีส หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายในประเทศของพาราเมาท์ก็ยอมรับระหว่างให้สัมภาษณ์แก่ CBC ครับ

เราหวังว่ารายได้ในประเทศจะสูงกว่านี้ ผมคิดว่าการพูดคุยประเด็นเรื่องการคัดเลือกนักแสดงส่งผลกระทบต่อคำวิจารณ์ของหนัง เรามีหนังที่มีความสำคัญมากต่อสาวกหนังเพราะมันอิงจากหนังอนิเมชั่นของญี่ปุ่น เราจึงต้องพยายามหาจุดสมดุลระหว่างการให้เกียรติวัตถุดิบดั้งเดิมกับการทำหนังสำหรับผู้ชมหมู่มาก มันเป็นงานที่ท้าทาย แต่เห็นได้ชัดว่าคำวิจารณ์ไม่ช่วยหนัง

(หมายเหตุ: การฟอกขาว หรือ whitewashing ในความหมายดั้งเดิมแปลว่าปกปิดความชั่วร้าย คล้ายกับทำสีดำให้กลายเป็นสีขาว แต่ในบริบทปัจจุบันก็คือการล้างวัฒนธรรมดั้งเดิมให้กลายเป็นของคนขาว ในที่นี้ก็คือการที่ตัวละครดั้งเดิมเป็นคนญี่ปุ่น แต่เปลี่ยนให้เป็นฝรั่งคนขาวมารับบทแทน เหมือนเป็นการแย่งความดีงามหรือความเป็นนางเอกที่น่าจะเป็นของคนเอเชียให้เป็นของคนขาวแทน)

Read more of this post

Beauty and the Beast เปิดตัวในสหรัฐ $170 ล้าน ทำสถิติใหม่ ทุบสถิติ Batman v Superman

สถิติมีไว้ทำลาย และรายได้เปิดตัวของ Beauty and the Beast  ก็ทำลายไปหลายสถิติเลยครับ หนังทุนสร้าง 160 ล้านเหรียญเรื่องนี้ทำเงินเปิดตัวในสหรัฐสุดสัปดาห์แรกไปราว 170 ล้านเหรียญ และทำเงินในตลาดนอกสหรัฐไปอีก 180 ล้านเหรียญ รวมแล้วทำรายได้เปิดตัวในสัปดาห์แรกทั่วโลกร่วม 350 ล้านเหรียญเลย น่าจะเรียกได้ว่าได้ทุนคืนในสัปดาห์แรก แบบที่ยังไม่รวมงบด้านการตลาดครับ

แล้วหนังทำลายสถิติอะไรบ้าง อย่างแรกเลยก็คือทำลายสถิติเปิดตัวสูงสุดตลอดกาลเดือนมีนาคมในสหรัฐที่ Batman v Superman: Dawn of Justice ที่ครองไว้เมื่อปีที่แล้วที่รายได้ 166 ล้านเหรียญครับ และยังทำลายสถิติรายได้เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลของภาพยนตร์เรต PG ในสหรัฐที่ Finding Dory ครองไว้ที่ 135 ล้านเหรียญ กลายเป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 7 ในสหรัฐรองจาก Iron Man 3

ในแง่ความชื่นชอบของผู้ชม หนังได้คะแนน CinemaScore ระดับ A จากการสำรวจของบริษัทด้านการตลาดต่อความเห็นผู้ชมหลังจากได้ชมหนัง ผลสำรวจยังบอกด้วยว่า 72% ของผู้ชมในสหรัฐที่ไปดู Beauty and the Beast เป็นเพศหญิงครับ บอกเราว่าไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ทำมาเพื่อผู้ชายเท่านั้นที่จะทำรายได้สูงสุด ตลาดผู้ชมเพศหญิงก็มีความกว้างขวางพอเช่นกัน

ส่วนในตลาดต่างประเทศนั้น หนังทำเงินในจีนสูงถึง 44.8 ล้านเหรียญ แม้ว่าจะมีความเป็นห่วงในทีแรก หลังจากผู้กำกับบิล คอนดอน เปิดเผยว่ามีฉากตัวละครเกย์ในหนังจะทำให้รายได้ไม่สูงมาก

ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของอลัน ฮอร์น ประธานสตูดิโอของดิสนี่ย์ ซึ่งเคยร่วมงานกับเอ็มมา วัตสัน มาก่อน ในหนังชุด Harry Potter ตอนที่เขาเป็นประธานอยู่ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และเป็นความสำเร็จของฌอน เบลี่ ประธานฝ่ายงานสร้างภาพยนตร์ด้วย ผู้ที่ตั้งใจและเป็นหัวหอกสำคัญในการนำหนังอนิเมชั่นเก่าๆ ของดิสนี่ย์มาสร้างเป็นฉบับคนแสดง

Beauty and the Beast ยังถือเป็นการสร้างแบรนด์ของดิสนี่ย์ให้เข้มแข็งมากขึ้น และมีความชัดเจนมากขึ้นในแง่เป็นค่ายผลิตหนังจากเทพนิยายที่ถูกใจผู้ชม และดิสนี่ย์ก็น่าจะยังคงความแข็งแรงของแบรนด์นี้ต่อไปได้อีกนาน

ที่มา: THR

Read more of this post

Guardians of the Galaxy Vol. 2 มีฉากท้ายเครดิต และคาดว่าจะเปิดตัวในสหรัฐ $160 ล้าน

ตามธรรมเนียมของหนังจากมาร์เวล สตูดิโอ แล้ว มักมีฉากท้ายเครดิตที่โยงไปหนังเรื่องอื่น หรือไม่ก็เป็นฉากขำๆ และ Guardians of the Galaxy Vol. 2 ก็ดูเหมือนจะมีเช่นกัน แต่จะกี่ฉากนั้นยังไม่แน่ชัดในตอนนี้ครับ

ผู้กำกับเจมส์ กันน์ ยืนยันเรื่องฉากท้ายเครดิตผ่านทวิตเตอร์ว่า “ถ้าคุณไม่ต้องรีบออกจากโรงหนังเพราะแม่กำลังจะตาย อย่าลืมอยู่ต่อจนจบเครดิต” จากข้อความแปลกว่าน่าจะมีอย่างน้อย 1 ฉากครับ ซึ่งถ้าไม่เป็นฉากขำๆ แบบฉาก Howard the Duck แบบในภาคที่แล้วก็น่าจะเป็นฉากที่โยงถึง Thor: Ragnarok, Spider-Man: Homecoming หรือแม้แต่ Avengers: Infinity Wars ที่กันน์รับหน้าที่อำนวยการสร้างด้วย

ในข่าวที่เกี่ยวข้องกัน Box Office Pro ได้ทำนายคร่าวๆ ว่า Guardians of the Galaxy Vol. 2 จะเปิดตัวสูงในบ้านถึง 160 ล้านเหรียญสหรัฐครับ นั่นเท่ากับสูงว่า 94 ล้านเหรียญของภาคแรกไปเยอะเลย

ที่จริง ผมว่าหนังมีแนวโน้มจะเปิดตัวสูงกว่าภาคแรกอยู่แล้ว ด้วยความที่คริส แพรตต์ นักแสดงนำ เป็นที่นิยมมากขึ้น และภาคแรกของหนังก็เป็นที่ชื่นชอบทั้งจากผู้ชมและนักวิจารณ์ ตัวอย่างหนังก็ทำออกมาได้น่าสนใจด้วยครับ อยู่ที่ว่าจะสูงกว่าเท่าไหร่ และตัวเลขระดับ 150-160 ล้านเหรียญก็ดูมีความเป็นไปได้เหมือนกัน แต่เราคงต้องรอดูกันต่อไปครับ

Read more of this post

The Great Wall ของแมต เดมอน ขาดทุนราว 75 ล้านเหรียญ

The Great Wallไม่ใช่หนังทุกเรื่องที่ร่วมกันสร้างระหว่างฮอลลีวู้ดกับจีนแล้วหวังรายได้มหาศาลจากในจีนจะทำได้ทุกเรื่อง เล่น The Great Wall ที่นำแสดงโดยแมต เดมอน และกำกับโดยจางอวี้โหมวเป็นต้นครับ

รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าหนังน่าจะขาดทุนจากการฉายโรงราว 75 ล้านเหรียญสหรัฐครับ รายได้ของหนังในจีนตอนนี้อยู่ที่ 171 ล้านเหรียญ ต่ำกว่าที่ผู้สร้างคาดเอาไว้มาก ส่วนรายได้ในอเมริกาเหนือก็ต่ำเตี้ยมาก ทำเงินไปเพียง 35 ล้านเหรียญ

หนังใช้ทุนสร้างในการถ่ายทำราว 150 ล้านเหรียญ โดยงบในด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ทั่วโลกน่าจะอยู่ราวๆ 80 ล้านเหรียญขึ้นไป ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ร่วมออกทุนด้วยราว 25% คาดว่าจะต้องเข้าเนื้อราว 10 ล้านเหรียญครับ โดยที่เหลือ ผู้สร้างในจีนคงต้องรับผิดชอบไป

คาดว่ารายได้ทั่วโลกของหนังน่าจะจบราวๆ 320 ล้านเหรียญ ถ้าหนังได้รายได้จากดีวีดี บลูเรย์ และการขายลิขสิทธิ์ให้ฉายทางทีวีมาช่วย ก็จะช่วยลดการขาดทุนลงไปได้อีก แต่หากพิจารณาจากคะแนนวยิจารณ์ที่ได้เพียง 32/100 จาก Metacritic แล้ว อาจไม่ได้ทำให้ผู้ชมอยากซื้อเท่าไหร่ครับ

ที่มา: THR

Read more of this post

ดิสนีย์ครองแชมป์ทำกำไรสูงสุดของสตูดิโอใหญ่ฮอลลีวู้ดปี 2016, โซนี่กับพาราเมาท์ขาดทุน

captain maerica civil war new picเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ได้ทำสรุปรายได้และกำไรของ 6 ค่ายใหญ่ของฮอลลีวู้ดออกมาครับ ประกอบด้วยวอลท์ ดิสนีย์, ไทม์ วอร์เนอร์, ทเวนตี้วัน เซ็นทูรี ฟ็อกซ์, เอ็นบีซียูนิเวอร์แซล และ เวียคอม (บริษัทแม่ของพาราเมาท์) ซึ่งผลปรากฏว่าดิสนีย์เป็นค่ายที่ทำกำไรสูงสุดของปี 2016 คือทำได้มากถึง 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ครองแชมป์เป็นปีที่สามติดต่อกัน ซึ่งได้อานิสงส์จาก Captain America: Civil War และ Rogue One: A Star Wars Story ครับ

อย่างไรก็ดี เมื่อนำรายได้ของทั้ง 6 สตูดิโอใหญ่มารวมกัน ฮอลลีวู้ดทำไรในปีนี้ไป 5.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นตัวเลขรวมที่ลดลงจากปี 2015 ถึง 20% ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่ามาจากการที่สร้างหนังทุนยักษ์ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้ทุนสร้างมหาศาล ขณะเดียวกัน หนังเหล่านี้ไม่ได้สร้างรายได้คุ้มทุนสร้างทุกเรื่อง

ในรายงานบอกด้วยว่ามี 2 ค่ายใหญ่ที่ขาดทุนในปีนี้ก็คือ โซนี พิคเจอร์ส กับ พาราเมาท์ของเวียคอมครับ เป็นการขาดทุนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 ที่มีการติดตามรายได้ ขณะเดียวกันก็มีบางค่ายที่ได้รายได้จากงานทีวีมาช่วยเพิ่มให้ เช่นไทม์วอร์เนอร์, ฟ็อกซ์ และโซนี่

นักวิเคราะห์บอกว่า ปีนี้การแข่งขันจะยิ่งสูงขึ้นอีกเมื่อดูจากจำนวนหนังฟอร์มยักษ์ที่ออกมาชนกัน และจะทำให้แต่ละค่ายทำงานด้านการตลาดยากขึ้น เพราะไหนจะต้องดูแลหนังภาคต่อที่มีอยู่ก่อนแล้ว และไหนจะหนังชุดใหม่ที่จะสร้างขึ้นมาอีก

ที่มา: THR

(ชมภาพด้านใน)

Read more of this post

หงอคงแสดงอิทธิฤทธิ์ในตัวอย่างใหม่ Journey To The West 2 ของโจวซิงฉือ

journey-intl-trailerJourney To The West: The Demons Strike Back ของโจวซิงฉือ และกำกับโดยฉีเคอะ ได้เข้าฉายในจีนไปแล้วในช่วงตรุษจีนครับ และทำรายได้ 3 วันถล่มทลายไปถึง 105.9 ล้านเหรียญสหรัฐ น่าจะเป็นตัวเลขรายได้ 3 วันที่สูงที่สุดของปีนี้จนถึงตอนนี้ แต่หนังเรื่องนี้จะทำเงินได้ในระดับเดียวกับ The Mermaid ที่เป็นหนังจีนทำเงินสูงสุดปีที่แล้วหรือไม่ China Film Insider วิเคราะห์ว่า อาจจะทำเงินสุทธิไม่ถึง 526.8 ล้านเหรียญของ The Mermaid ครับ โดยให้เหตุผลว่าอย่างแรกคือรายได้เปิดตัวสามวันยังน้อยกว่า 117.4 ล้านเหรียญของ The Mermaid และคะแนนวิจารณ์จากผู้ชมก็ได้น้อยกว่าด้วย The Mermaid ได้คะแนนเฉลี่ย 8.0/10 ขณะที่ Journey To The West 2 ได้ 6.9/10 ครับ

หลังจากฉายในจีนแล้ว หนังก็เตรียมฉายในตลาดต่างประเทศซึ่งโซนีพิกเจอร์สที่ถือลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาครับ มีฟุตเตจเทคนิคพิเศษและฉากอลังการเพิ่มเข้ามาอีก

ในภาคนี้ โจวซิงฉือไม่ได้มารับหน้าที่กำกับ แต่ทำหน้าที่ด้านเขียนบทกับอำนวยการสร้างแล้วให้ฉีเคอะมารับหน้าที่กำกับแทนครับ เนื้อเรื่องคร่าวๆ บอกว่า เป็นการผจญภัยของพระถังซัมจั๋งกับศิษย์ทั้งสามคือ หงอคง, ตือโป๊ยก่าย และ ซัวเจ๋ง ระหว่างทางได้ปราบปีศาจมากมายและเรียนรู้การเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

หนังมี คริส วู รับบทเป็นพระถังซัมจั๋ง, หลินเกิงซิน รับบทเป็นหงอคง สมทบด้วยเป่าเป้ยเอ๋อร์, หวังตั๋ว, หยางอี้เว่ย และนักกีฬาบาสเก็ตบอล เหมิงเค่อ ปาเทีย มารับบทด้วย หนังมีกำหนดฉายในบ้านเรา 23 กุมภาพันธ์นี้ครับ ชมตัวอย่างและใบปิดฉบับไทยด้านใน

Read more of this post