Advertisements

Power Rangers – ในความเห็นของคุณ

Power Rangers ฉายไปแล้วทั้งในสหรัฐ และที่บ้านเราเมื่อสุดสุปดาห์ที่ผ่านมา รายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกอาจยังสู้ Beauty and the Beast ที่ยังคงทำเงินสูงอย่างต่อเนื่องไม่ได้ (88 ล้านเหรียญในสัปดาห์ที่สอง) แต่ก็ถือว่าทำเงินไปได้อย่างน่าพอใจที่ 40.5 ล้านเหรียญ และแม้ว่าคะแนนจากนักวิจารณ์จากการประเมินของ Rotten Tomatoes จะค่อนข้างน้อย (47% และ 5.1/10) แต่ก็ได้คะแนนจากผู้ชมในหสรัฐ หรือ CinemaScore A แปลว่าหนังมีโอกาสที่จะยืนโรงยาวและทำรายได้ต่อ ซึ่งด้วยทุนสร้างราว 105 ล้านเหรียญ ก็น่าจะทำให้ได้หนังกำไรพอที่จะมีภาคต่อครับ

ตัวผมจัดอยู่ในพวกเดียวกับ 47% ของ Rotten Tomatoes ครับ และถ้าใครถามว่าควรไปดูไหม ก็คงไม่กล้าแนะนำแบบเต็มปาก เพราะโดยส่วนตัวก็เห็นอยู่ว่า มันมีข้อเสียบางอย่างที่อาจทำให้ผู้ชมทั่วไปไม่โดนใจมัน ตั้งแต่การที่ปูเรื่องนาน เดาเรื่องได้ มีความคล้ายเรื่องโน้นเรื่องนี้หลายเรื่องมีการขายของแบบหน้าด้านๆ จนเรายอมใจ แต่ที่ชอบเพราะมันปลุกพลังความเป็นเด็กที่อยู่ในตัวให้ออกมาแปลงกายได้ มันยังมีตัวละครที่มีสีสันแบบโอเวอร์ๆ การสอนเรื่องความสามัคคี และฉากแอ็คชั่น 15 นาทีสุดท้ายที่สนุก มันเป็นหนังที่เป็น guilty pleasure ของผมมากๆ

ปล. เมื่อก่อนก็เคยรู้สึกไม่ดีบ้างที่หนังที่เราชอบได้คะแนนวิจารณ์น้อยๆ มีคนไม่ชอบเยอะ แต่เดี๋ยวนี้คิดใหม่ว่า อย่างน้อยอย่าง Power Rangers ก็มีอีก 47 % ที่ชอบเหมือนเรา

ชมหนังแล้วชอบหรือมีความเห็นยังไงกันบ้างครับ

 

Read more of this post

Advertisements

Beauty and the Beast – ในความเห็นของคุณ

Beauty and the Beast ฉบับสร้างใหม่ของดิสนี่ย์เข้าฉายมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ และจากรายได้ทั่วโลกจนถึงตอนนี้ 428 ล้านเหรียญ ดิสนี่ย์อาจได้หนังพันล้านเรื่องใหม่อีกเรื่องครับ เป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่า ถ้าจะทำหนังจากเทพนิยายแล้วก็ต้องเป็นค่ายดิสนี่ย์จริงๆ ที่รู้ว่าจะทำหนังออกมายังไงให้เรียกผู้ชมได้ และรู้ว่าผู้ชมต้องการอะไรบ้างจากหนังแนวนี้

คะแนนที่ Rotten Tomatoes ตอนนี้ของหนังจาก 224 บทวิจารณ์อยู่ที่ 6.7/10 ครับ และมีนักวิจารณ์ชอบ 70% โดยความเห็นรวมๆ ชื่นชอบงานสร้างที่ละเอียด นักแสดงที่มีสีสัน การซื่อตรงต่อต้นฉบับ แต่ก็ยังมีการใส่แง่มุมที่สดใหม่ลงไป แต่แน่นอนว่าในเรื่องของการซื่อตรงต่อต้นฉบับ ก็มีบางนักวิจารณ์มองว่าซื่อตรงมากจนน่าอึดอัดโดยเฉพาะการพยายามเลียนแบบกระทั่งมุมกล้องและการเคลื่อนกล้อง ซึ่งบางอย่างไม่เหมาะสมกับงานเป็นหนังคนแสดง

สำหรับผม มองว่าหนังสนุกและเพลิดเพลินจนจบ แต่ฉบับคนแสดงยังไม่ตราตรึงเท่าฉบับอเนิเมชั่นครับ เวลาดิสนี่ย์เอางานการ์ตูนมาแปลงเป็นคนแสดง ไม่ได้แปลงแค่สื่อ แต่แปลงตัวละครให้เป็นคนจริงๆ ในเชิงความลึกด้วย นับตั้งแต่ Cinderella มาแล้ว และดิสนี่ย์ก็ทำได้อีกใน Beauty and the Beast มันจึงทำให้หนังเทพนิยายที่เรารู้เรื่องอยู่แล้ว และแทบจะก๊อปฉากกันมาเกือบทั้งเรื่องมีความสนุกน่าติดตาม

แต่อาจเพราะฉบับอนิเมชั่นมีช่วงเวลาที่เป็น”มนตร์ขลัง”อยู่ในหนังมากมาย และฉบับหนังก็พยายามจะสร้างทุกฉากให้เต็มไปด้วยมนตร์ขลังนั้น ผลปรากฏว่ามันล้น เกือบทุกฉากที่เป็นฉากร้องเพลงมีการจัดชุดใหญ่ อลังการ แข่งกันเพื่อให้เป็นฉากที่ยิ่งใหญ่ น่าจดจำ มันเลยทำให้ไม่มีฉากไหนเด่นหรือน่าจดจำเป็นพิเศษ ทำให้กราฟอารมณ์ของหนังใกล้เคียงกันเกือบตลอดเรื่อง ทำให้หนังเสียความกลมกล่อม ขณะที่ฉบับอนิเมชั่นรู้ว่าจะผ่อนตรงไหน และจะไฮไลท์ตรงไหนเป็นพิเศษครับ

ชมกันไปแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ มาใส่ความเห็นกัน

Read more of this post

Kong: Skull Island – ในความคิดเห็น

หลังจากที่ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้เปิดจักรวาลภาพยนตร์ดีซีด้วย Batman v Superman: Dawn of Justice เมื่อปีที่แล้ว ก็ได้เปิดจักรวาลใหม่อีกหนึ่งก็คือจักรวาลสัตว์ประหลาดยักษ์ด้วย Kong: Skull Island ในปีนี้ครับ และดูเหมือนว่าจักรวาลหลังนี้ได้รับการตอบรับจากนักวิจารณ์ดีกว่าจักรวาลแรก

หนังมีนักวิจารณ์ชอบราว 80% และมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 6.7/10 ตามการประเมินของ Rotten Tomatoes ส่วนคะแนนของนักวิจารณ์จากการประเมินของ Metacritic อยู่ที่ 63/100 ครับ แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่า King Kong ฉบับของปีเตอร์ แจ็คสัน ที่คะแนนของ Rotten Tomatoes อยู่ที่ 7.7/10 กับ 84% และคะแนนของ Metacritic อยู่ที่ 81/100

ในแง่ของรายได้ ดูเหมือนว่าจะไม่สวยเท่าคำวิจารณ์ครับ หนังทุนสร้าง 185 ล้านเหรียญเรื่องนี้ (ยังไม่รวมงบการตลดา) ทำเงินจากรอบพิเศษค่ำวันพฤหัสบดีในสหรัฐไป 3.7 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะเปิดตัวด้วยรายได้ในสหรัฐ 45-50 ล้านเหรียญ ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ แต่ในบทความบอกด้วยว่าคำวิจารณ์ที่ดีน่าจะช่วยให้หนังทำรายได้ในระยะยาวครับ

ในความเห็นส่วนตัว Kong: Skull Island เป็นหนังที่ดูได้ในระดับเพลินๆ มีฉากอสุรกาย และฉากต่อสู้ของอสุรกายที่ตื่นตาตื่นใจและน่าตื่นเต้น หนังสนุกกว่า Godzilla ปี 2014 แต่ก็ไม่ได้สนุกเท่าที่คาดหวัง ซึ่งจุดบอดใหญ่อยู่ที่การมีตัวละครที่น่าเบื่อ หรือไม่ก็ไม่ได้สร้างอารมณ์ร่วมให้เราได้ในตัวละครเหล่านั้น

หลายฉากสวย เท่ มีความเล่นใหญ่ ท่าเยอะ และมีความคาราวะหนังยุค 70 เพิ่มคุณค่าให้แก่งานสร้าง แต่ฉากเหล่านั้นกลับดึงกราฟอารมณ์ของหนังไม่ให้มันพีค ถ่ายมาได้อย่างสร้างสรรค์ แต่กลับไม่ค่อยช่วยในด้านการสร้างความสนุกแบบที่หนังตลาดควรมี นึกถึงคำพูดของครูเป็ด มนชีพ ตอนเป็นคอมเมนเตเตอร์ AF 2 ว่า บางครั้ง การจะตัดเนย เราไม่จำเป็นต้องใช้อีโต้ก็ได้

มีความเห็นยังไงต่อหนังบ้างครับ มาให้ความเห็นกันได้เลยครับ

Read more of this post

Logan – ความเห็นหลังชม

logan-reader-reviewทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ แม้สร้างเป็นเรต R ก็ทำเงินได้หากสร้างมันออกมาได้ดีพอครับ หนัง Logan เปิดตัววันแรกในอเมริกาเหนือทำเงินไปราว 33 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าน่าจะทำเงินสามวันอย่าวต่ำ 80 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ในตลาดนอกสหรัฐสุดสัปดาห์นี้รวมกันก็น่าจะ 75-100 ล้านเหรียญอย่างต่ำ ถือเป็นรายได้ที่สูงมากเรื่องหนึ่งในแง่หนังเรต R และในแง่หนังที่ออกฉายในเดือนมีนาคมครับ

หนังได้กระแสล่วงหน้ามาก่อนจากเทศกาลหนังเบอร์ลิน และเมื่อบทวิจารณ์ต่อหนังปล่อยออกมาก็ยิ่งช่วยให้เรื่องกระแสปากต่อปากมากๆ มีคะแนนในตอนนี้ที่ Rotten Tomatoes ประเมินมาอยู่ที่ 7.9/10 มีนักวิจารณ์ชอบ 94% ครับ ขณะที่คะแนน CinemaScore หรือคะแนนจากผู้ชมในสหรัฐผ่านการสำรวจด้านการตลาดอยู่ที่ A- ถือว่าสูงมากทีเดียว

ในความเห็นส่วนตัวแล้ว สิ่งที่ผมชอบที่สุดในหนัง Logan คงเป็นความกล้าหาญของผู้สร้างนี่แหละ ที่กล้าที่จะแตกต่าง เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่อย่างที่อยากเป็น ไม่ต้องตามค่ายอื่น และทำออกมาได้ถึง ทำให้ผู้ชมทั้งระทึกและสะเทือนใจไปกับมัน ช่วงสิบนาทีสุดท้ายนี่ เรียกน้ำตาและเสียงสะอื้อนจากผู้ชมได้เกือบทั้งโรงเลย น้องเดฟเน่ คีน เกิดมากๆ ในบท X-23 และฮิวจ์ แจ็คแมน ก็สั่งลาบทวูฟเวอรีนได้อย่างสมภาคภูมิ

อีกอย่างที่ชอบมากๆ ก็คือ มันเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งฉากเทคนิคพิเศษแบบใหญ่โตมโหระทึก หรือตระการตาอะไรเลย ก็ทำให้เราสนุกไปกับมันได้ด้วยพลังดราม่าของเรื่องราว มีความเป็นมนุษย์ที่คนทั่วไปจับต้องได้ และทำให้เราอินไปกับมันอย่างที่สุดครับ

ดูหนังเรื่องนี้แล้วชอบแง่ไหนกันบ้าง ชอบในระดับไหนเมื่อเทียบกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป หรือหนังในตระกูล X-Men หรือหนังที่สร้างจากคอมมิคของมาร์เวล มาใส่ความเห็นกันครับ

ผมแนบความเห็นบางส่วนจากผู้ชมไว้ที่ด้านใน

Read more of this post

Kubo and the Two Strings: อนิเมชั่นที่ได้รับความเห็นว่าเป็นตัวเก็งรางวัล เข้าฉายแล้ว

kubo feedbackไม่มีโอกาสเขียนถึงอนิเมชั่น Kubo and the Two Strings ของไลกาสักทีนับตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างหนังออกมา แต่ตอนนี้เข้าฉายแล้วแบบจำกัดโรงในบ้านเรา จึงอยากนำความเห็นจากผู้ที่ชมแล้วและนักวิจารณ์มานำเสนอครับ

หนังได้คะแนนวิจารณ์ตอนนี้ที่ Rotten Tomatoes อยู่ที่ 8.3/10 และมีนักวิจารณ์ชอบ 86% จาก 137 คนครับ เป็นคะแนนที่สูงเมื่อเทียบกับหนังอนิเมชั่นหลายเรื่องในปีนี้ นักวิจารณ์บางสำนักบอกว่าเป็นตัวเก็งออสการ์เรื่องหนึ่งเลย และน่าจะเป็นงานที่ดีที่สุดของไลกาจนถึงตอนนี้

หนังบอกเล่าเรื่องราวของเด็กชายคูโบ้ ผู้มีพลังพิเศษในการใช้พิณสร้างสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ จากกระดาษ หรือใบไม้ เป็นต้น และต้องเดินทางไปกับลิงเผือกกับมนุษย์ด้วงเพื่อตามหาของวิเศษสามสิ่งในการปกป้องตัวเขาจากราชาพระจันทร์ที่ออกตามล่าตัวเขา

ในความเห็นของผม หนังไม่ใช่หนังฟีลกู๊ดแบบดิสนี่ย์ มีโทนเศร้า ลึกลับ และมืดหม่นแบบผู้ใหญ่อยู่ในระดับหนึ่ง แต่เป็นระดับที่เด็กกับผู้ใหญ่พอที่จะสนุกร่วมกันได้ เล่าเรื่องได้อย่างเพลิดเพลิน มีมุขตลกและฉากต่อสู้ตื่นเต้นเป็นระยะๆ (แม้ว่าบทสรุปช่วงท้ายเรื่องจะรวบรัดเกินไป และน่าจะมีการอธิบายเพิ่มเติม) แต่ที่สำคัญก็คืองานสต็อปโมชั่นที่วิจิตรมากๆ ทั้งเปี่ยมไปด้วยจินตานาการ, ความคิดสร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยศิลปะในเวลาเดียวกัน สะท้อนถึงความทุ่มเท, ความละเอียดและปราณีต, ความใส่ใจ และความกล้าหาญ จนเราหลงใหลไปกับเทคนิคเหล่านั้น และตื่นตาที่ได้เห็น ซึ่งเป็นจุดแข็งมากๆ ของหนังครับ

อยากให้ลองไปดูหนังเรื่องนี้กัน อ่านความเห็นจากผู้ชมในไทยได้ที่ด้านใน

Read more of this post

Suicide Squad – ความเห็นหลังชม

suicide squad new pic 02Suicide Squad อาจไม่แย่ขนาดคำวิจารณ์ แต่เป็นหนังที่มีนักแสดง แนวคิด การออกแบบซีน และตัวละครที่มีศักยภาพจะเป็นหนังฮีโรที่เปรี้ยว เผ็ด เข็ดฟันได้ แต่กลับเล่าเรื่องได้”งั้นๆ”

หนังบู๊ควรเป็นเหมือนรถไฟเหาะที่ค่อยๆ วิ่งแรงขึ้นๆ จนพุ่งสู่จุดสูงสุด แต่ Suicide Squad คือรถหวานเย็นที่วิ่งแบบถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง จอดแวะทุกปั๊มเพื่อให้ตัวละครมาตั้งคลับฟรายเดย์ เล่าเรื่องน้ำเน่าๆ คลีเช่ๆ ให้เสียขบวน ซึ่งน่าเบื่อมาก และแทบไม่เกิดผลอะไรกับโครงเรื่องหลักเลย

หนังบู๊ควรมีฉากบู๊ให้รู้สึกตื่นเต้น ลุ้น หรือมันส์ แต่หนังเรื่องนี้กลับเป็นหนังบู๊แบบขายภาพสวย แทนที่จะตัดต่อฉับๆ แต่กลับใช้ภาพสโลว์โมชั่น ให้ผู้คนได้ชมกันว่าฉากนั้นวางองค์ประกอบภาพมางามแค่ไหน หรือเหมือนภาพในคอมมิกแค่ไหน เป็นการโฟกัสที่ผิดจุดมากๆ

เด๊ดช็อตของวิล สมิธ เป็นตัวละครที่เท่ที่สุด แต่เด่นสุดคงต้องเป็นฮาร์ลี ควินน์ ที่บ้ามาจากข้างใน ทำให้ทุกการกระทำของเธอน่ามอง น่าติดตาม เดายาก และเป็นสีสัน แต่คนที่กินรวบทุกคนคืออแมนดา วอลเลอร์ ของวิโอลา เดวีส ที่ต่อให้ปะทะตัวประหลาดอีก 7 ก็ข่มเธอไม่ลง ที่เหลือไม่มีอะไรให้น่าจำเท่าไหร่ โจ๊กเกอร์ของจาเรด เลโต ไม่ได้บ้าจากอินเนอร์ เหมือนทำท่าบ้า เลยดู”พยายาม”

แล้วโดยแนวคิดของหนัง มันควรเป็นหนังรวมดาวร้ายดาวบ้าดาวเพี้ยนไม่ใช่หรือ แต่มีแค่มาโกต์ ร็อบบี้ กับ วิโอลา เดวีส สองคนเท่านั้นที่อินเนอร์ได้ ที่เหลือแค่ดูเป็นพระเอก เป็นสุภาพบุรุษ หรือไม่ก็”พยายาม”จะร้าย

แต่ถ้าถามว่าควรดู Suicide Squad ไหม ถ้าใครจะติดตามจักรวาลดีซีต่อไปก็ควรดูแหละครับ มันเหมือนมาช่วยเปิดจักรวาล ถ้าไม่ได้ดูก็อาจจะตามหนังเรื่องอื่นๆ ที่จะสร้างในภายหน้าไม่ทัน เพราะมันมีส่วนเชื่อมโยงถึงกัน

ยังไม่รู้ว่าจะให้คะแนนหนังเท่าไหร่ แต่โดยส่วนตัวชอบ Batman v Superman: Dawn of Justice League มากกว่า อย่างน้อยก็มีฉากบู๊ที่ตื่นเต้นของแบทแมน และงานภาพยิ่งใหญ่ๆ ส่วนความสนุกของหนังก็รู้สึกว่าใกล้เคียงกับ  Independence Day: Resurgence ครับ

ใครชมหนังแล้วก็มาใส่ความเห็นกันเลยครับ บอกแต่ความรู้สึกก็พอ ไม่ต้องเล่าฉากหรือเนื้อเรื่อง เพื่อไม่เป็นการสปอยล์

Read more of this post

Deadpool – ในความเห็นของคุณ

deadpool trailerDeadpool จากหนังที่เดิมทีฟ็อกซ์ลังเลที่จะสร้างภาคแยกเดี่ยวๆ ให้ แต่ได้รับกระแสจากคลิปทดลองที่หลุดออกมาจนกลายเป็นหนังฉบับเต็มในที่สุด และจากการคาดการณ์ของฟ็อกซ์ ผู้สร้างหนังเรื่องนี้เอง ว่าจะเปิดตัวสุดสัปดาห์แรกราว 60-65 ล้านเหรียญ แต่รายได้แค่จากวันศุกร์วันเดียวก็ปาไป 47.5 ล้านเหรียญสหรัฐแล้วครับ ถือว่า Deadpool กลายเป็นหนังที่เกินคาดอย่างมากในหลายๆ ด้าน และรายงานจากวาไรตี้ก็บอกว่า หนังน่าจะทำเงินแตะ 130 ล้านเหรียญจากการฉาย 4 วัน มากกว่าที่ค่ายหนังคาดไว้ 2 เท่า และสร้างสถิติใหม่ให้แก่สถิติรายได้หนังเรต R และสถิติรายได้เปิดตัววันวาเลนไนทน์แทนที่ Fifty Shades of Grey ที่ครองอยู่

ในแง่คำวิจารณ์ จากการประเมินโดย Rotten Tomatoes หนังมีนักวิจารณ์ชอบ 84% ด้วยคะแนน 7.1/10 จาก 188 นักวิจารณ์ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จด้านคำวิจารณ์เช่นกัน โดยความเห็นโดยรวมชมการสร้างตัวละครที่ฉีกกฎตัวละครหนังซูเปอร์ฮีโร่ต่างๆ ทั้งยังมีมุขตลกที่สร้างความบันเทิงได้ตลอดเรื่อง รวมถึงชื่นชมผู้สร้างที่ตัดสินใจให้เป็นหนังเรต R เหมาะสมกับความเป็น Deadpool ขณะที่ความเห็นด้านลบอยู่ที่เนื้อเรื่องกับตัวร้ายที่ธรรมดาครับ

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าแม้ว่าเรื่องจะแบนๆ ดูไม่มีอะไร ฉากบู๊ลุ้นพอประมาณ ไม่ได้ตื่นเต้นมาก แต่หนังก็ทำสำเร็จในแง่สร้างความโดดเด่นและน่าจดจำให้แก่ตัวละคร และบันเทิงมากๆ กับมุขบทสนทนาจิดกัด ล้อเลียนหนังกับซูเปอร์ฮีโร่ที่ใส่เข้ามาตั้งแต่เปิดเรื่องยัน end credit อาจไม่ใช่หนังที่ดูแล้วพีคสุด มันส์สุด แต่ก็บันเทิงตลอดเรื่องครับ

เพื่อนผู้อ่านเว็บมีความเห็นยังไงกับหนัง มาใส่ความเห็นกัน

Read more of this post