Advertisements

วอร์เนอร์ฯ ประกาศสร้างหนังดีซีคอมมิค 9 เรื่อง, The Flash ได้ชื่อใหม่ Flashpoint

ในการนำเสนอหนังในเครือของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ที่งานคอมมิคคอนที่เพิ่งจบไป ค่ายหนังนี้ได้ประกาศรายชื่อหนังซูเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลดีซีออกมา 9 เรื่องครับ ผ่านคลิปการนำเสนอในงานที่เผยโลโก้ชื่อหนังออกมา แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นใด

ทั้ง 9 มีทั้งเรื่องที่ดำเนินการสร้างอยู่, อยู่ในระหว่างเตรียมงาน, เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้น และมีข่าวลือมาก่อนหน้านี้ครับ ได้แก่

Aquaman

Shazam!

Suicide Squad 2

The Batman

Justice League Dark

Batgirl

Green Lantern Corps

The Flash: Flashpoint

Wonder Woman II

ทั้ง 9 เรื่อง มี Aquaman เรื่องเดียวที่อยู่ระหว่างดำเนินงานสร้างและนำฟุตเตจบางส่วนไปฉายในงาน หนังกำกับโดยเจมส์ วาน มีกำหนดฉายธันวาคม 2018, Shazam! มีรายงานว่าจะเปิดกล้องต้นปีหน้า ภายใต้การกำกับของเดวิด แซนด์เบิร์ก จาก Annabelle: Creation, Suicide Squad 2 อยู่ระหว่างหาตัวผู้กำกับ ซึ่งรายงานล่าสุดบอกว่า จาเม่ คอลเลต-เซียรา จาก The Shallows คือตัวเลือกที่วอร์เนอร์ฯ หมายปอง, The Batman ได้แมต รีฟส์ มากำกับ และเบน แอฟเฟล็ค กลับมารับบทนำ, Justice League Dark ที่ยังหาผู้กำกับใหม่อยู่ หลังจากดั๊ก ไลแมน ถอนตัว, Batgirl จะเป็นงานของจอส วีดอน เล็งเปิดกล้องปีหน้า, Green Lantern Corps เป็นซูเปอร์ฮีโร่แนวตำรวจคู่หู ยังไม่มีรายงานเรื่องนักแสดงและผู้กำกับ, Wonder Woman II ได้แพ็ตตี้ เจนกินส์ กลับมากำกับอีก

ส่วนที่ฮือฮาที่สุดคงเป็น The Flash: Flashpoint ที่เป็นการบอกใบ้ว่าจะเอาเนื้อเรื่องมาจากตอน Flashpoint ในฉบับคอมมิค ซึ่งเรื่องเขียนโดยเจฟฟ์ จอห์นส์ ที่คุมการสร้างหนังจักรวาลดีซีให้วอร์เนอร์ฯ อยู่ในตอนนี้ เป็นเรื่องราวที่แบรี่ แอลเลน หรือ The Flash เข้าไปยุ่งกับเส้นเวลาจนทำให้ประวัติศาสตร์ผิดเพี้ยนไป เป็นต้นว่าโธมัส เวย์น คือคนที่กลายเป็นแบทแมน หลังจากบรูซ เวย์น ลูกชายของเขาถูกฆ่า ซูเปอร์ฮีโร่มีการแบ่งแยกและยึดครองบางส่วนของโลก และเป็นจุดชนวนให้เกิดสงครามระหว่างซูเปอร์ฮีโร่ขึ้น ทำให้แฟลชต้องกลับไปแก้ไขเส้นเวลาให้เป็นปกติ

แต่สิ่งที่อาจทำให้แฟนๆ สงสัยก็คือทำไมทั้ง 9 รายชื่อไม่มีชื่อของหนังที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ว่าจะสร้าง เช่น Black Adam ของดเวย์น จอห์นสัน และ Cyborg ที่เคยประกาศจะสร้างในงานคอมมิคคอนหนก่อน นอกจากนี้ก็ยังไม่มีรายชื่อของ Gotham City Sirens ที่เดวิด เอเยอร์ จะกำกับ, Man of Steel 2 และ Nightwing ของคริส แม็คเคย์ ครับ

Read more of this post

Advertisements

วอร์เนอร์ฯ อาจนำเบน แอฟเฟล็ค ออกจากบท Batman

อัพเดท: เบน แอฟเฟล็ค ปฏิเสธขณะไปร่วมงานคอมมิคคอนว่ารายงานไม่เป็นความจริง

……………………..

ในการสร้างหนัง Batman ชุดเก่า มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงผู้สวมบทบรูซ เวย์น หรือแบทแมน ถึง 3 ครั้ง จากไมเคิล คีตัน, วัล คิลเมอร์ และมาเป็นจอร์จ คลูนีย์ เมื่อคริสโตเฟอร์ โนแลน นำหนังชุดนี้มาสร้างอีกก็ให้คริสเตียน เบล มารับบท และในฉบับล่าสุด Batman v Superman: Dawn of Justice ก็ได้เบน แอฟเฟล็ค มารับบท ที่ผู้ชมส่วนใหญ่ชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในการตีความตัวละครที่ดีที่สุด แอฟเฟล็คกลับมารับบทนี้อีกครั้งใน Justice League ที่จะออกฉายพฤศจิกายนปีนี้ และเขาก็จะเป็นผู้นำหนังเรื่องนี้ไปนำเสนอในงานคอมมิคคอนพรุ่งนี้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านั่นอาจเป็นการรับบทนี้ของแอฟเฟล็คครั้งสุดท้ายรึเปล่า

รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ อ้างจากแหล่งข่าววงในว่าวอร์เนอร์ฯ มีแผนที่จะ “ให้แอฟเฟล็คออกจากบทแบทแมน” และเป็นการออกไปแบบ “สง่างาม” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นในหนังสักเรื่องของจักรวาลภาพยนตร์ดีซีในอนาคต เพียงแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นเมื่อไหร่ และด้วยวิธีใด

เหตุผลที่วอร์เนอร์ฯ จะทำเช่นนั้นก็เนื่องมาจากอายุของแอฟเฟล็คและแผนการสร้าง The Batman หนังฉายเดี่ยวของแมต รีฟส์ ที่เตรียมงานสร้างอยู่ครับ

แม้ว่ารีฟส์ยืนยันว่าเขาต้องการให้แอฟเฟล็ครับบทแบทแมนต่อไป หลังจากที่แอฟเฟล็คถอนตัวจากตำแหน่งผู้กำกับแล้วเขาเข้ามารับหน้าที่กำกับแทน และทิ้งบทหนังที่แอฟเฟล็คร่วมเขียนไปเพื่อใช้บทหนังตามวิสัยทัศน์ของเขาแทน

อย่างไรก็ดี รีฟส์มีแผนที่จะสร้าง Batman ของเขาเป็นไตรภาคชุดใหม่ โดยหวังให้ภาคเปิดมีความอลังการมากขึ้นกว่าเดิม แต่แอฟเฟล็คที่กำลังจะอายุครบ 45 อาจเป็นอุปสรรคต่อแผนการนั้น เพราะเมื่อหนังภาคแรกออกฉาย แอฟเฟล็คก็อาจอายุใกล้ 50 ปีแล้ว และแอฟเฟล็คก็ไม่ได้มีรูปร่างแบบทอม ครูส วอร์เนอร์ฯ จึงมองว่าอาจต้องใช้นักแสดงที่หนุ่มกว่ามารับบท

ยังมีอีกวิธีที่วอร์เนอร์ฯ น่าจะพิจารณาก็คือใช้แนวทางของการ์ตูนชุด Batman Beyond ที่ออกฉายในปี 1999-2001 ที่บรูซ เวย์น ฝึกเด็กหนุ่มชื่อเทียรี่ แม็คกินนีส ให้มารับหน้าที่แบทแมนแทน แต่นั่นก็อาจไม่ใช่แฟนๆ หรือผู้กำกับรีฟส์ต้องการ เพราะพวกเขาอยากเห็นบรูซ เวย์น เป็นแบทแมนมากกว่า

เพิ่มเติม: พรุ่งนี้มีการนำเสนอหนัง Justice League ของวอร์เนอร์ฯ ในงานคอมมิคคอน ความสนใจน่าจะเทไปอยู่ที่งานหลังจากรายงานข่าวนี้ออกมา เราน่าจะได้ฟังการอธิบายหรืออาจเป็นการแก้ข่าวที่ชัดเจนในคืนพรุ่งนี้ก็ได้ครับ คงต้องมีการพูดถึงหรือถามเกี่ยวกับรายงานนี้แน่ๆ

ที่มา: THR

Read more of this post

วอร์เนอร์ฯ เตรียมเปิดกล้องหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีซีคอมมิคเรื่องใหม่ Shzam! ต้นปีหน้านี้

หนังซูเปอร์ฮีโร่จากดีซีคอมมิคเรื่องใหม่ที่วอร์เนอร์ฯ จะเปิดกล้องเป็นเรื่องถัดไปจาก Aquaman ไม่ใช่ทั้ง The Batman, Gotham City Sirens หรือ The Flash ครับ แต่เป็น Shzam! ตามรายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์

ในรายงานบอกว่าวอร์เนอร์ฯ เล็งมกราคมหรือกุมภาพันธ์ 2018 เป็นกำหนดเปิดกล้อง และวางแผนที่จะฉายในปี 2019 ส่วนผู้ที่จะมารับหน้าที่กำกับหนังก็คือเดวิด แซนด์เบิร์ก จาก Annabelle: Creation ที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆ นี้ และก็ได้รับคำวิจารณ์ค่อนข้างดี

ยังไม่มีรายงานว่าใครจะมารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ตัวเอกของเรื่องและดูเหมือนว่าดเวย์น จอห์นสัน ที่จะมารับบทเป็นแบล็คอดัม ตัวร้ายและคู่ปรับของพระเอกจะไม่ได้มีบทในหนังเรื่องนี้ครับ จอห์นสันจะมีบทในภาคแยก Black Adam แทน ที่มีแผนจะพัฒนาโครงการหนังไปคู่กัน

วอร์เนอร์ฯ เลื่อนเปิดกล้องหนังซูเปอร์ฮีโร่หลายเรื่องไปก่อนเพราะติดที่ยังหาผู้กำกับไม่ได้ เช่น The Flash หรือผู้กำกับติดงานอื่น เช่น Batgirl ที่จอส วีดอน ต้องมาคุมงานหลังการถ่ายทำและถ่ายซ่อมแซม Justice League แทนแซ็ค สไนเดอร์ และ The Batman ที่ต้องเขียนบทใหม่ หนังที่มีโอกาสเปิดกล้องในปีหน้าได้อีกเรื่องน่าจะเป็น Suicide Squad 2 ที่ใกล้ได้ตัวผู้กำกับแล้วครับ แต่อาจยังมีอุปสรรคอยู่ที่ว่าวิล สมิธ จะมีคิวให้ไหม เพราะติดถ่ายทำ Gemini Man ของอังลี กับ Aladdin ของดิสนี่ย์

หนังดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนเครือดีซีคอมมิคว่าด้วยเรื่องราวของหนุ่มน้อยบิลลี่ แบทสัน วัย 12 ผู้มีชีวิตอันยากลำบาก แต่ได้พลังพิเศษจากพ่อมดที่ให้เขากลายร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่วัยผู้ใหญ่ชื่อ Captain Marvel เมื่อเอ่ยคำว่า Shazam! ผู้ชมอาจจะสบชื่อซูเปอร์ฮีโร่ได้เพราะชื่อตรงกับ Captian Marvel ซูเปอร์ฮีโร่หญิงที่บรี ลาร์สัน จะมารับบทครับ

ที่มา: THR

Read more of this post

วอร์เนอร์ฯ ประกาศวันฉายหนังจากดีซีคอมมิคเรื่องใหม่ 2 เรื่อง

วอร์เนอร์ฯ กำลังเตรียมงานสร้างให้หนังซูเปอร์ฮีโร่จากดีซีคอมมิคเอาไว้หลายเรื่องในตอนนี้ ได้แก่ The Batman ของแมต รีฟส์, Batgirl ของจอส วีดอน, Shazam!, Suicide Squad 2 ที่กำลังล่าตัวผู้กำกับ, Gotham City Sirens ของเดวิด เอเยอร์, ภาคต่อ Man of Steel กับ Wonder Woman และภาคเดี่ยว The Flash ทั้งหมดยังไม่ได้ระบุวันฉายครับว่าจะเมื่อไหร่ แต่อาจเป็นหนึ่งใน 2 วันฉายนี้ที่เพิ่งมีการประกาศออกมา

รายงานจาก Box Office Mojo บอกว่าวอร์เนอร์ฯ ได้วางวันฉายให้หนังซูเปอร์ฮีโร่ดีซีอีก 2 เรื่อง ที่ยังไม่ได้ระบุชื่อออกมาดังนี้ คือ 14 กุมภาพันธ์ 2020 กับ 5 มิถุนายน 2020 ซึ่งถ้าดูจากรายงานข่าวของ El Mayimbe แล้วมีความเป็นไปได้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็น Shazam! ที่เล็งวันเปิดกล้องกุมภาพันธ์ปีหน้าครับ เราคงได้ความชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการในงานคอมมิคคอนปลายเดือนนี้

นอกจากหนังดีซีแล้ว วอร์เนอร์ฯ ยังวางกำหนดฉาย 1 มิถุนายน 2018 ให้แก่หนังอนิเมชั่นที่ยังไม่ประกาศชื่อออกมา และ 13 ธันวาคม 2019 ให้แก่หนังมหกรรมเรื่องใหญ่ที่ยังไม่ประกาศชื่อเช่นกัน

Read more of this post

วอร์เนอร์ฯ เรียก ไทรีส กิบสัน เข้าพูดคุยเรื่องรับบทในหนัง Green Lantern

เป็นที่รู้กันว่า ไทรีส กิบสัน นักแสดงหนุ่มจากหนังชุด Fast and Furious อยากรับบทเป็น Green Lantern ลงทุนโปรโมทตัวเองด้วยการลงภาพตัดต่อตัวเองเป็นกรีนแลนเทิร์นภาคจอห์น สจ๊วร์ต ดูเหมือนว่าความพยายามจะเป็นผลด้วยครับ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ผู้สร้างหนังชุดนี้ได้เรียกกิบสันเข้าไปคุยตามที่เขาเปิดเผยแก่ Syfy

ผมได้คุยกับเวอร์เนอร์ 2-3 ครั้งเรื่องบทนี้ ผมคิดว่าพวกเขาคงยังพยายามคิดอยู่ว่าจะให้หนังออกมาเป็นยังไง

แต่การพูดคุยก็ยังเป็นแค่พูดคุยครับ “ผมก็อยากจะยืนยันว่าได้บทนะ แต่ทำไม่ได้ ถ้าพวกเขาสร้างหนังไปในอีกทิศทาง ผมคิดว่าพวกเขารู้ว่าอะไรดีที่สุดต่อหนัง แต่แฟนๆ เป็นคนเริ่มต้นรณรงค์เรื่องนี้ ผมแค่ใช้สื่อออนไลน์ส่งต่อบอกพวกเขาให้รู้ว่าผมสนใจ

ในรายงานก่อนหน้านี้ บอกว่าวอร์เนอร์ฯ อยากสร้างหนัง Green Lantern Corps เป็นหนังคู่หูตำรวจอวกาศครับ โดยเล่าเรื่องการปราบผู้ร้ายในกาแลคซีของเหล่ากองกำลังกรีนแลนเทิร์น แล้วมีตัวเอกเป็นฮาล จอร์แดน กับ จอห์น สจ๊วร์ต

วอร์เนอร์ฯ ได้ยกทัพหนังใหญ่ในเครือทั้งหมดไปร่วมงานคอมมิคคอนปลายเดือนนี้ เราอาจได้ข่าวทางการเกี่ยวกับใครจะมารับบทในตอนนั้นก็ได้ครับ

ที่มา: Syfy

Read more of this post

วอร์เนอร์ฯ เล็งกอสลิ่ง รับบท Willy Wonka ในภาคต้น Charlie and the Chocolate Factory

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พยายามนำเรื่องราวเทพนิยายมาตีความใหม่ โดยเล่าเรื่องภาคต้นของตัวละครอย่าง Pan และ King Arthur แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้และคำวิจารณ์เลย ในความพยายามครั้งใหม่ที่จะสร้างเรื่องราวภาคต้น Charlie and the Chocolate Factory มีรายงานว่าวอร์เนอร์ฯ สนใจไรอัน กอสลิ่ง ให้มารับบทเป็น Willy Wonka เศรษฐีเจ้าของโรงงานช็อกโกแลตผู้มีนิสัยแปลกประหลาดครับ

วอร์เนอร์ฯ ได้ซื้อลิขสิทธิ์นิยายมาจากสำนักงานดูแลทรัพย์สินโรอาลด์ ดาห์ล ผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ แต่แทนที่จะดัดแปลงจากหนังสือโดยตรง กลับจะเป็นการนำองค์ประกอบทางเนื้อเรื่องมาเล่าเรื่องใหม่ถึงที่มาของวิลลี่ วองกา และการผจญภัยในวัยหนุ่มของเขาก่อนจะเป็นมหาเศรษฐีครับ

นักแสดงที่วอร์เนอร์ฯ เล็งไว้จะต้องมีอายุ 29-35 แต่วอร์เนอร์ฯ ยอมที่จะทิ้งเงื่อนไขข้อนี้หากกอสลิ่งซึ่งมีอายุ 36 ยอมมาเล่นเป็นตัวละครที่จีน ไวลเดอร์ กับ จอห์นนี่ เดปป์ เคยเล่นมาก่อนในหนังทั้งสองฉบับครับ

ในรายงานบอกด้วยว่ากอสลิ่งเองก็สนใจบทดังกล่าว และยินดีร่วมงานกับวอร์เนอร์ฯ หากจะสร้างเป็นหนังกึ่งมิวสิคัลแบบฉบับปี 1971

หนังมีเดวิด เฮย์แมน จากหนังชุด Harry Potter มารับหน้าที่อำนวยการสร้างครับ และได้ไซมอน ริช จาก The Secret Life of Pets มารับหน้าที่เขียนบท

ที่มา: The Hashtag Show

Read more of this post

แซ็ค สไนเดอร์ ส่งต่องาน Justice League ให้จอส วีดอน ทำแทน หลังจากลูกสาวเสียชีวิต

ซูเปอร์ฮีโร่มักต้องเลือกทำสิ่งที่คิดว่าเหมาะที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และตอนนี้ ผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ จาก Batman v Superman: Dawn of Justice และ Justice League ก็กำลังอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆ กันนั้นครับ

สไนเดอร์ได้บอกเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ว่าเขาขอยุติงานหนัง Justice League ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ และจะต้องถ่ายซ่อมแซมเพื่อรับมือกับเหตุสะเทือนใจของครอบครัว พร้อมกับเดบราห์ สไนเดอร์ ภรรยาของเขาผู้เป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมกันด้วย แล้วส่งต่องานให้จอส วีดอน ผู้กำกับ The Avengers และกำลังจะกำกับ Batgirl ให้วอร์เนอร์ บราเธอร์ส มาสานต่อให้เสร็จก่อนที่หนังจะฉายพฤศจิกายนปีนี้ครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ออทัม สไนเดอร์ ลูกสาววัย 20 ปี ของสไนเดอร์ได้ฆ่าตัวตายเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปกปิดข่าวเรื่องนี้ให้รู้กันแต่เฉพาะวงในจริงๆ และมีการพักงานสร้างของหนังทันทีสองสัปดาห์เพื่อให้สไนเดอร์ได้ใช้เวลาทำใจกับเหตุสะเทือนใจและให้เขากับภรรยาช่วยกันเยียวยาครอบครัวระหว่างนั้น

ในความคิดของผมแล้ว ผมคิดว่ามันจะเป็นบรรเทาความรู้สึกที่จะได้กลับไปทำงาน ฝังตัวเองไปกับงาน และดูว่ามันจะช่วยในการทำใจได้ไหม ความต้องการของงานนี้ต่อตัวเราเป็นอะไรที่บ้าคลั่งมาก มันดูดกินเราไปจนหมด และในช่วงสองเดือนมานี้ ผมได้ตระหนักว่า…ผมตัดสินใจที่ต้องถอยออกมาจากหนังเรื่องนี้เพื่ออยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกๆ ซึ่งต้องการผมมากๆ พวกเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบาก ผมอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบาก” สไนเดอร์ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจ

ค่ายหนังได้ลองเสนอความคิดว่าให้เลื่อนวันฉายหนังออกไปก่อน แต่สไนเดอร์คัดค้านความคิดนั้น วอร์เนอร์ฯ ยังได้ต่อสัญญาการสร้างหนังกับสไนเดอร์ด้วยเพื่อให้เขามีเวลาทำงานมากขึ้นกับโครงการหนังเรื่องอื่นเมื่อเขากลับมา

หลังจากรอบทดลองฉายแล้ว สไนเดอร์ได้ให้จอส วีดอน มาร่วมงาน เพื่อเขียนบทส่วนที่ต้องถ่ายทำใหม่เพิ่มเติมหรือถ่ายซ่อม แต่เมื่อสไนเดอร์เตรียมที่จะถ่ายทำฉากเหล่านั้นเองในโรงถ่ายที่สหราชอาณาจักร เขาก็ได้พบว่าจำเป็นต้องอยู่ที่บ้าน วีดอนจึงเข้ามาเป็นหัวหอกในขั้นตอนหลังการถ่ายทำเอง สไนเดอร์ได้วางแผนการถ่ายทำฉากเหล่านั้นเอาไว้แล้ว วีดอนจึงเพียงแค่ทำตามแนวทางที่วางเอาไว้

โครงการหนังยังคงเป็นชื่ีอของสไนเดอร์เป็นหลัก และสไนเดอร์เองก็มีคำพูดที่อาจมีนักเลงคีย์บอร์ดจะพูดอะไรถึงเขาเอาไว้แล้วด้วย

ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นแค่เรื่องในครอบครัว เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความเศร้าส่วนตัวที่เราต้องรับมือกับมัน เมื่อเห็นฉันว่าผมจำเป็นต้องพักงาน ผมรู้ว่าจะต้องมีการสร้างเรื่องกันในอินเตอร์เน็ต พวกเขาจะทำอะไรก็ทำไป ความจริงแล้ว…ผมเลิกสนใจอะไรแบบนั้นแล้ว ผมอยากให้หนังออกมายอดเยี่ยม และผมก็เป็นแฟน แต่ทั้งหมดนั้นจางหายไปเร็วมากเมื่อเทียบกันดูแล้ว ผมรู้ว่าแฟนๆ จะต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับหนัง แต่ก็ยังมีเด็กอีกเจ็ดคนที่ต้องการผม ท้ายที่สุดแล้ว มันก็แค่หนังเรื่องหนึ่ง มันเป็นหนังที่ยอด แต่ก็เป็นแค่หนังเรื่องหนึ่ง

โครงการหนังยังเดินหน้าต่อไปเพื่อให้ทันกำหนดฉายครับพฤศจิกายนปีนี้ครับ และเราก็ขอแสดงความเสียใจต่อสไนเดอร์กับครอบครัวมา ณ ที่นี่ด้วย

ที่มา: THR

Read more of this post