Features

โซนีกับดิสนีย์คืนดีกันแล้ว เตรียมทำภาคต่อ Spider-Man: Far From Home ฉายปี 2021

บางครั้งคู่ธุรกิจก็เหมือนคู่แต่งงาน ตรงที่ต่างฝ่ายต่างเป็นลิ้นกับฟัน กระทบกันบ้าง งอนกันบ้าง แต่ก็หาวิธีคืนดีกันได้ เหมือนดิสนีย์กับโซนีที่ก่อนหน้านี้ที่ขัดแย้งกันชั่วคราว แต่เมื่อผ่านไปสักระยะ ทั้งคู่ก็กลับมาคุยกันใหม่และตกลงกันได้สำเร็จครับ

ทั้งโซนี่พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และ วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ ได้ออกแถลงข่าวกันอย่างเป็นทางการร่วมกันในวันนี้ตามเวลาของสหรัฐว่า จะจับมือกันร่วมกันสร้างภาคต่อ Spider-Man: Far From Home ซึ่งเป็นภาคสามของหนังชุดนี้ที่นำแสดงโดยทอม ฮอลแลนด์ และวางกำหนดฉายไว้ 16 กรกฎาคม 2021 ครับ โดยมีเควิน ไฟกี จากมาร์เวลสตูดิโอกลับมารับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างเช่นเคย และมีเอมี่ ปาสคาล กลับมารับหน้าที่ร่วมอำนวยการสร้างด้วย ผ่านบริษัทปาสคาลพิคเจอร์สของเธอ

ข้อตกลงใหม่นี้ ยังรวมถึงการที่ไอ้แมงมุมจะได้ไปปรากฏตัวในหนังของมาร์เวลสตูดิโอเรื่องอื่นในอนาคตด้วยอีก “หนึ่งเรื่อง” แปลว่าเราจะได้เห็นทอม ฮอลแลนด์ กลับมารับบทเป็นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือไอ้แมงมุมในหนังนอกเหนือจากภาคต่อ Far From Home อีกด้วย

ผมตื่นเต้นที่การเดินทางของสไปดี้ในจักรวาลภาพยนตร์ของมาร์เวลยังคงดำเนินต่อไป และผมกับเราทุกคนที่มาร์เวลสตูดิโอก็ตื่นเต้นมากๆ ที่เราจะได้ทำงานเพื่อเรื่องนี้กันต่อไป” ไฟกีบอกในข่าวประกาศ “ไอ้แมงมุมเป็นไอคอนและฮีโร่ที่ทรงอิทธิพล ซึ่งเรื่องราวของเขานั้นเป็นที่ประทับใจแก่ผู้คนทุกวัยและผู้ชมทั่วโลก เขายังบังเอิญเป็นฮีโร่คนเดียวที่มีพลังพิเศษในการข้ามจักรวาลภาพยนตร์ด้วย ขณะที่โซนีก็จะยังคงพัฒนาจักรวาลภาพยนตร์ไอ้แมงมุมของพวกเขาอยู่ คุณไม่มีวันรู้เลยว่าจะมีอะไรรอเซอร์ไพรส์คุณอยู่ในอนาคต

(เดี๋ยวนะ ไฟกีบอกใบ้ว่าอาจจะมีการข้ามจักรวาลรึเปล่าเนี่ย)

ปาสคาลยังได้แสดงความตื่นเต้นผ่านข่าวประกาศเดียวกันนี้ด้วยครับว่า “นี่เป็นเรื่องที่ยอดมากเลย เรื่องราวของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ พลิกกลับตาลปัตรใน Far From Home และฉันดีใจอย่างที่สุดที่เราทุกหมดจะได้ร่วมงานกันอีกและดูว่าเส้นทางชีวิตของเขาจะไปทางใด

ในรายงานของวาไรตี้บอกด้วยว่าข้อตกลงใหม่ได้มีการเซ็นกันเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (แปลว่าตอนที่มีการประกาศข่าวนี้ หมึกปากกาอาจยังไม่แห้งด้วยซ้ำ) โดยมีผู้บริหารระดับตัวท็อปของทั้งสองค่ายได้แก่ทอม ร็อธแมน ของโซนี่, อลัน ฮอร์น ของดิสนีย์ และไฟกีของมาร์เวล อยู่ร่วมโต๊ะเจรจาด้วย โดยเงื่อนไขบอกว่าเพื่อแลกกับการยืมตัวไฟกีไปทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้าง ดิสนี่ย์จะได้ส่วนแบ่งกำไรจากหนังราว 25% ส่วนรายได้ทั้งหมดจากลิขสิทธิ์สินค้าที่พ่วงมากับหนังนั้น ดิสนี่ย์จะยังคงถือครองทั้งหมดตามเดิม

ข้อตกลงเดิมนั้น ดิสนีย์ได้รายได้จากหนัง 5% จากยอดรายได้ของหนังในการฉายวันแรก รวมกับรายได้ทั้งหมดจากลิขสิทธิ์สินค้าที่พ่วงมากับหนัง ในการเจรจาใหม่ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายขัดแย้งกัน ดิสนี่ย์ต้องการส่วนแบ่งรายได้จากหนังแบบ 50/50 โดยจะร่วมออกทุนสร้างด้วยครึ่งหนึ่ง ซึ่งโซนีเห็นว่ามากเกินไป

มาร์เวลได้ขายลิขสิทธิ์ Spider-Man ให้โซนีไปเกือบยี่สิบปีก่อน ซึ่งขายก่อนหน้าที่ดิสนีย์จะมาซื้อมาร์เวลด้วยเงิน 4 พันล้านเหรียญในปี 2009 โซนีประสบความสำเร็จอย่างดีในการทำหนัง Spider-Man รอบแรกที่โทบี แมคไกวร์ แสดงนำ และได้แซม ไรมี มากำกับ แต่เมื่อมีการนำกลับมาสร้างใหม่อีกรอบโดยแอนดรูว์ กราฟิลด์ รับบทนำ และได้มาร์ค เว็บบ์ มารับหน้าที่กำกับ หนังยังคงทำรายได้ดีอยู่ แต่ก็ประสบความสำเร็จน้อยลง ทำให้โซนีต้องนำหนังกลับไปตั้งหลักใหม่

เมื่อปี 2017 โซนีได้ไฟกีกับมาร์เวลมาช่วยสร้าง Spider-Man: Homecoming ทำให้โซนีกลับมาประสบความสำเร็จเช่นการสร้างในรอบแรกอีกครั้ง ทั้งยังได้แรงเสริมจากการที่ไอ้แมงมุมโจนทะยานไปร่วมทีมซูเปอร์ฮีโร่ในหนังของมาร์เวลเรื่องอื่นด้วย

 

ที่มา: Variety

โฆษณา

4 replies »

  1. “โดยเงื่อนไขบอกว่าเพื่อแลกกับการยืมตัวไฟกีไปทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้าง” ประโยคนี้คือโซนี่จะยืมตัวไฟกีไปช่วยสร้างจักรวาลแมงมุมเรื่องอื่นๆ เช่นโมเบียสอะไรทำนองนี้เหรอ ?
    ถ้าใช่อนาคตก็เป็นไปได้สูงมากที่จะมีตัวละครอื่นข้ามจักรวาลมาอีก

  2. เอ็นเครดิต ทิ้งบอมส์ไว้ขนาดนั้นยังไง โซนี่ก็คงขี้เกียจหาทางลงเองมากกว่าครับ ยอมเสีย30% กับ สไปดี้ ภาค3 Venomโผล่มาพอแน่นอน 😝

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.