Advertisements

เควิน ไฟกี กระหายอยากได้ X-Men สู่จักรวาลมาร์เวล

การซื้อฟ็อกซ์ของดิสนี่ย์ แม้จะยังไม่เสร็จสิ้น แต่ก็ใกล้บรรลุเต็มที หนังชุดจากฟ็อกซ์หลายเรื่องเตรียมย้ายไปสู่บ้านใหม่ ทั้ง Alien, Planet of the Apes และ Avatar แต่หนังชุดที่แฟนๆ ให้ความสนใจมากที่สุดน่าจะเป็น X-Men ครับ ที่มีโอกาสเข้าไปสมทบในจักรวาลภาพยนตร์ของมาร์เวล ตามรายงานของเดดไลน์นั้นบอกว่า เควิน ไฟกี ประธานของมาร์เวลสตูดิโอ “กระหายใคร่อยากได้จักรวาล X-Men ไปอยู่ในมือมาก
แต่พอดิสนี่ย์ได้ฟ็อกซ์ไปปุ๊บ ก็ใช่ว่า X-Men จะย้ายจักรวาลทันทีครับ จะต้องใช้เวลาสักระยะหลังจากมีการประกาศการลงนาม ต้องรอให้ดิสนี่ย์อนุมัติก่อน และตามกฎหมายก็ระบุว่าห้ามดิสนี่ย์เข้าไปยุ่งหรือจัดการกับทรัพย์สินที่ซื้อไปทันที ต้องรอเวลาอย่างน้อยหนึ่งปีก่อน ซึ่งระหว่างนั้นก็คงเริ่มตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับทรัพย์สินมากมายที่ซื้อไป
ในกรณีนี้ แปลว่าหนัง X-Men ที่สร้่งเสร็จแล้วอย่าง Deadpool 2, The New Mutants และ X-Men: Dark Phoenix จะยังไม่มีใครเข้าไปเปลี่ยนแปลงอะไร แต่หนัง X-Men ที่ยังไม่ได้สร้างต่างหากที่ยังไม่รู้ชะตากรรม ซึ่งประกอบไปด้วย Gambit ของแชนนิ่ง เททัม, X-Force และ Multiple Man ของเจมส์ ฟรังโก
และเมื่อมาร์เวลได้ X-Men ไปแล้ว ก็คงไม่ใช้สิ่งที่ฟ็อกซ์สร้างมา คงยกเครื่องใหม่พร้อมนักแสดงชุดใหม่เลยมากกว่า ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็อาจได้เห็นหนัง X-Men ที่มาร์เวลจะสร้างในเฟส 4 ได้ ที่คงต้องมาหลัง Avengers 4 ที่จะออกฉายปี 2019
ที่มา: Deadline

Read more of this post

Advertisements

เควิน ไฟกี พูดถึงคำวิจารณ์ที่ว่าหนังมาร์เวลเกือบทุกเรื่องคล้ายกัน

พูดถึงหนังมาร์เวลแล้ว ตั้งแต่ Iron Man ที่ออกฉายในปี 2008 ผู้ชมมักเดาได้ว่าเมื่อซื้อตั๋วเข้าไปดูแล้ว จะได้หนังรสชาติแบบไหนออกมา เพราะมาร์เวลค่อนข้างยึดสูตรที่คล้ายกันในเกือบทุกเรื่อง อาจมีบางเรื่องที่ลองเปลี่ยนส่วนผสมกับเครื่องปรุงบ้างนิดหน่อย แต่โดยโครงสร้างของหนังแล้วก็ยังมุ่งเน้นในการสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ชมหมู่มากและแฟนคลับเป็นหลักครับ
ช่วงที่เดินสายประชาสัมพันธ์ Thor: Ragnarok เควิน ไฟกี หัวหน้าของมาร์เวลสตูดิโอได้พูดถึงคำวิจารณ์เหล่านี้ว่า หนังมาร์เวลเริ่มจะคล้ายกันเกินไปจนผู้ชมมองออกว่าคล้ายคลึงเหล่านี้ว่า “ผมคิดว่าคงเพราะวิถีทางในการสร้างหนังของเราเป็นแบบนั้น ผมคิดว่าหนังทุกเรื่องมีความแตกต่างกันอย่างมีสัมพันธ์ต่อกัน ผมคิดว่ามันมีการเล่าเรื่องที่ผู้คนอยากเขียนถึง เพราะทุกเรื่องล้วนสร้างโดยทีมงานเดียวกัน และทั้งหมดอยู่ในจักรวาลที่แต่งขึ้นมาเดียวกัน ที่เรามองหาความคล้ายคลึงเดียวกัน
อย่างไรก็ดี “ผมไม่ได้จะบอกว่าทุกเรื่องมีความคล้ายคลึงกันไปจนหมด ผมมองว่า Thor: Ragnarok กับ Spider-Man: Homecoming เป็นหนังคนละชนิดกัน ทั้งคู่เป็นหนังที่สนุก ผู้ชมชอบกันทั้งคู่ ถ้านั่นเป็นความคล้ายกัน งั้นผมก็ยอมรับ ถ้านั่นเป็นคำติเตียน ผมก็ยอมรับด้วย แต่จริงๆ แล้ว ตั้งแต่ Homecoming, Ragnarok, Black Panther จนถึง Infinity War, Ant-Man and the Wasp หลังจากนั้น และ Captain Marvel ที่มีฉากเป็นยุค 90 ทั้งหกเรื่องนี้เป็นหนังที่แตกต่างกัน ถ้าทั้งหมดมีความคล้ายคลึงกันในแง่เป็นหนังที่สนุก และบันเทิงในการรับชม ผมก็ยอมรับ
จะว่าไปแล้ว แม้หนังของมาร์เวลจะค่อนข้างมีสูตรของมันแบบที่ผู้ชมเดารสชาติออก แต่จากความสำเร็จด้านรายได้ในตอนนี้ทั้งจาก Thor: Ragnarok และกระแสของ Avengers: Infinity War ก็เหมือนจะบอกครับว่าผู้ชมส่วนใหญ่ยังไม่เบื่อสูตรนี้กัน
ที่มา: Uproxx

Read more of this post

เควิน ไฟกี ไม่ทิ้งความเป็นไปได้ว่า Thor อาจเปลี่ยนเป็นผู้หญิงในอนาคต

ในปี 2014 มาร์เวลได้เขียนเรื่องราวใหม่ให้ Thor ในฉบับคอมมิค ไม่อาจถือค้อนสายฟ้าได้อีกแล้วก็มีหญิงสาวลึกลับมายกค้อนนั้นได้แล้วกลายเป็นธอร์คนใหม่ ซึ่งระหว่างเดินสายประชาสัมพันธ์ Thor: Ragnarok เควิน ไฟกี หัวหน้าของมาร์เวลสตูดิโอก็ถูกถามถึงเนื้อเรื่องนี้จากฉบับหนังสือการ์ตูนว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนที่ฉบับหนังจะนำมาใช้
เรามักมองย้อนไปในฉบับคอมมิคเพื่อนำแนวคิดเหล่านั้นมาใช้…บางครั้งก็เป็นเส้นเรื่องชัดเจนอย่าง Civil War บางครั้งก็เอามาใช้แค่เสี้ยวหนึ่งหรือแค่ตัวละคร เช่น Planet Hulk ดังนั้น อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในฉบับหนังสือการ์ตูน แม้แต่ธอร์ฉบับผู้หญิง ก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง และเป็นแนวคิดที่หนังในอนาคตจะนำไปใช้
ตัวละครหญิงที่เผยออกมาในภายหลังว่าเป็นธอร์ผู้หญิงก็คือเจน ฟอสเตอร์ ตัวละครของนาตาลี พอร์ตแมน ครับ ซึ่งหากมาร์เวลอยากใช้เนื้อเรื่องนี้มาใส่ในหนังฉบับอนาคต ก็คงต้องมารอดูว่าจะชวนให้พอร์ตแมนกลับมาเล่นหนังมาร์เวลได้หรือไม่ครับ ซึ่งแม้พอร์ตแมนเคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอคิดว่าตัวละครของเธอจะสิ้นสุดแล้วในจักรวาลภาพยนตร์แห่งนี้ แต่เธอก็ไม่ปิดโอกาสที่จะกลับมาเสียทีเดียว
ที่มา: Movies.Com 

Read more of this post

เควิน ไฟกี ยืนยัน เซนดายา ไม่ใช่แมรี่ เจน วัตสัน ใน Spider-Man: Homecoming

เนื้อหาเปิดเผยเนื้อเรื่องของ Spider-Man: Homecoming

ตั้งแต่มีการประกาศว่าเซนดายาจะมารับบทเป็นตัวละครชื่อ “มิเชล” ในหนัง Spider-Man: Homecoming ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่านั่นไม่ใช่ชื่อจริงของเธอ และเชื่อกันว่านั่นเป็นชื่อปลอมที่จะใช้ปกปิดชื่อที่แท้จริงอันเป็นชื่อของแมรี่ เจน วัตสัน หรือ “เอ็มเจ” คู่รักของไอ้แมงมุมมาตั้งแต่ฉบับคอมมิค และแม้ว่าเซนดายายืนกรานว่ามิเชลคือมิเชล และเป็นตัวละครใหม่ก็ไม่ค่อยมีใครจะเชื่อเธอนัก

เควิน ไฟกี หัวหน้าของมาร์เวลสตูดิโอได้ยืนกรานอีกครั้งครับว่า มิเชลก็คือมิเชล แม้ว่าในตอนท้ายของหนัง มิเชลจะบอกเพื่อนๆ ว่า ใครมักเรียกเธอว่า “เอ็มเจ”

เราไม่ค่อยมองว่ามันเป็นการเผยอะไรที่ใหญ่โตเลย นอกจากเป็นการคาราวะแบบสนุกๆ ต่อการผจญภัยในอดีตและต่อความรักในอดีตของเขา เธอไม่ใช่แมรี่ เจน วัตสัน เธอไม่เคยเป็นแมรี่ เจน วัตสัน เธอเป็นตัวละครใหม่ในโรงเรียนมัธยมนี้มาตลอดที่ชื่อว่า มิเชล ซึ่งเรารู้ว่าเอ็มเป็นตัวอักษรต้นของทั้งมิเชล และของทั้งแมรี่

สรุปแล้วก็คือแม้จะมีชื่อเอ็มเจเหมือนกัน แต่ก็ย่อมาจากคนละชื่อครับ “เราคิดกันว่า จะดีไหมถ้าเราให้ชื่อย่อของเธอเป็นเอ็มเจด้วย แล้วข่าวคงหลุดไปว่าเราให้เธอเล่นเป็นเอ็มเจ แล้วก็กลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวให้เซนดายาต้องรับมือ มันไม่เคยเป็นการเผยอะไรใหญ่โตเลย ในหนังมีการเผยอะไรที่ใหญ่โตอยู่จริงๆ แต่ไม่ใช่เรื่องนี้

แต่เธอจะได้กลายเป็นคู่รักของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เหมือนเอ็มเจไหม “เธอจะเดทกับปีเตอร์ไหม พวกเขาจะหลงรักกันไหม เธอดูเหมือนสนใจเขา มันมีเคมีระหว่างกันระหว่างพวกเขา แต่ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาในหนังในอนาคต

ที่มา: IGN

Read more of this post

เควิน ไฟกี และ มาริสา โทเม พูดถึงฉากจบ Spider-Man: Homecoming (เผยเนื้อเรื่องสำคัญ)

บทความเปิดเผยเนื้อเรื่องสำคัญ ไม่ควรอ่านหากไม่อยากรู้ก่อนชมหนัง

ฉากจบของ Spider-Man: Homecoming นอกจากเป็นมุขตลกแล้ว ยังมีความสำคัญในแง่การเปลี่ยนเนื้อเรื่องหลักของหนังให้แตกต่างจากฉบับที่เคยทำมาด้วยครับ ซึ่งประธานของมาร์เวล เควิน ไฟกี ได้เล่าถึงเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจให้หนังจบแบบนั้น

ในตอนจบของหนังฉบับนี้ ป้าเมย์ (เมริสา โทเม) ได้รู้ความจริงว่าปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก็คือไอ้แมงมุม ซึ่งแตกต่างจากหนังสองฉบับที่ผ่านมา ไฟกีให้สัมภาษณ์แก่ Cinema Blend ถึงการตัดสินใจให้เปลี่ยนสูตรของเนื้อเรื่องเป็นแบบนี้ว่าเป็นสิ่งที่เขาอยากทำมานานแล้ว

เจ. ไมเคิล สตาร์กซินสกี เคยเขียนเนื้อเรื่องตอนหนึ่งเอาไว้ตอนที่เขาเขียนคอมมิค Spider-Man เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ป้ารู้ความลับ รู้สึกว่าจะเกี่ยวกับการเอาผ้าไปซักหรือไงนี่แหละ แล้วก็มีฉากนั่งคุยกัน แล้วก็ย้อนกลับไปตอนที่ดูหนัง Spider-Man 2 ผมเก็บประเด็นนี้ไว้ในใจตลอดและก็คิดว่า เราน่าจะทำฉากนี้สักวัน เราน่าจะทำฉากนี้สักวัน และก็เป็นความโชคดีอย่างมากที่ยังไม่เคยมีใครทำ มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่วางไว้แล้ว

ไฟกียังเปรียบเทียบฉากดังกล่าวกับ Iron Man ด้วย “มันเหมือนกับสัญชาตญาณของเราตอนที่บอกว่า ให้โทนี่ สตาร์ก พูดว่า ผมคือไอร์ออนแมน ในตอนจบ แล้วมันจะมีความหมายยังไงสำหรับภาคหน้าน่ะหรือ ผมไม่รู้ แต่มันจะบังคับให้เราได้ทำสิ่งที่ไม่เหมือนใคร เราไม่อยากทำเนื้อเรื่องการปิดบังตัวตนในจุดนั้นของ MCU และในตอนนี้ก็เช่นกัน การเปลี่ยนแปลงบังคับให้เราทำสิ่งที่สดใหม่ และสิ่งที่ไม่เหมือนใครในภายภาคหน้า

เมริสา โทเม เองก็ดีใจที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องส่วนนี้ครับ “แต่ที่บทหนังส่งมาถึงฉัน ฉากนั้นอยู่ในบทอยู่แล้ว และมันเป็นการปูเอาไว้ถึงอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นต่อไป มันช่วยปลดเปลื้องภาระออกจากตัวละครด้วย เราไม่ต้องเล่นบทแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก เขากับฉันก็จะมีความสัมพันธ์ที่แตกต่างออกไป และยังจะเป็นพัฒนาการต่อไปในภาคหน้าด้วย ถ้าฉันโชคดีและมันได้ใส่เข้ามา แต่ฉันคิดว่าน่าจะได้ใส่เข้ามา ฉันหวังไว้ มันน่าจะช่วยให้ไม่ต้องเล่นบทซ้ำว่า หลานทำอะไรอยู่นะ เขาดูน่าสงสัยจัง มันมีหลายหนทางที่จะได้เล่นให้แตกต่างออกไป

Spider-Man: Homecoming ได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่จากหนังชุดไอ้แมงมุมที่เคยสร้างมาในหลายๆ อย่าง ฉากจบถือเป็นอย่างหนึ่งครับ และน่าติดตามต่อไปว่าจะทำให้ทิศทางของหนังไปในทางใด

ที่มา: Cinema Blend

Read more of this post

มาร์เวลวางแผนเล่าเรื่อง Spider-Man ผ่านหนัง 5 เรื่อง

ทุกครั้งที่เราได้พบปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือ Spider-Man ในจักรวาลภาพยนตร์ของมาร์เวล ตัวละครจะไม่เพียงแค่โผล่มาร่วมรับบทในหนังเฉยๆ ครับ แต่หนังแต่ละเรื่องก็จะเล่าเรื่องราวของตัวละครไปด้วยผ่านทั้ง 5 เรื่อง ตามที่เควิน ไฟกี ประธานของมาร์เวลให้สัมภาษณ์แก่ Toronto Sun

เราเล็งเส้นเรื่องไว้ผ่านหนังห้าเรื่อง ได้แก่ Civil War, Homecoming, Avengers: Infinity Wars, Avengers ที่ยังไม่มีชื่อ และ Homecoming 2 หรือชื่ออะไรก็ตามที่เราจะเรียกมันในที่สุด ให้เป็นห้าเรื่องราวเส้นทางชีวิตอันน่าทึ่งของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์

ไฟกีขยายความอีกว่า “เฉกเช่นที่ Civil War เป็นฉากเปิดโดยตรงของเรื่องราว Homecoming และสภาวะจิตใจของเขาเมื่อกลับไปยังโรงเรียนมัธยม ดังนั้น เหตุการณ์ในหนัง Avengers สองภาคหน้าก็จะนำสู่ชีวิตต่อเนื่องจากวัยมัธยมด้วย เรื่องราวที่เล่าผ่านหนัง 22 เรื่องดั้งเดิมจะปิดฉากด้วย Avengers ที่ยังไม่มีชื่อในเดือนพฤษภาคม 2019 แล้วสองเดือนหลังจากนั้น ก็จะเป็นเรื่องราวของปีเตอร์กับไอ้แมงมุมที่จะนำเราเข้าสู่ผลกระทบของเรื่องราวนั้นและสานต่อออกไปจากตรงนั้น

สรุปได้ว่าภาคต่อ Spider-Man: Homecoming จะทำหน้าที่เป็นหนังเปิดเฟส 4 ครับ และน่าจะใช้การเรียนจบมัธยมของปีเตอร์เป็นสัญญะของการก้าวพ้นวัยจากวัยรุ่นสู่วัยผู้ใหญ่และการเข้าไปเป็นหนึ่งใน Avengers ด้วย ทอม ฮอลแลนด์ก็เหมือนจะยืนยันเรื่องนี้ในการให้สัมภาษณ์แก่ Collider ครับ

ผมจะถ่ายทำ Spider-Man 2 ราวกลางเดือนกรกฎาคมปีหน้า ผมคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจสำหรับชีวิตของเด็กหนุ่มแล้วก็คือเส้นทางชีวิตจากเด็กไปเป็นผู้ใหญ่ เพียงแต่เป็นเส้นทางชีวิตที่มีพลังพิเศษไปด้วย นั่นเป็นสิ่งที่ผมรู้ว่าผมตื่นเต้นที่จะอยากเจาะลึก ผมรู้ว่าเควินกับทีมงานทั้งหมดก็ตื่นเต้นที่อยากจะเจาะลึกมัน

Read more of this post

Avengers: Infinity War จะปิดฉากบางตัวละครหลักของจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล

ตั้งแต่ที่เควิน ไฟกี ให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่ยังไม่เผยชื่อภาคของ Avengers 4 กับหนังที่จะสร้างหลังจากนั้นออกมา ก็เพราะว่าชื่อหนังจะเผยเนื้อเรื่องสำคัญของ Avengers: Infinity War ก็ทำให้แฟนๆ เดากันแล้วว่าบางตัวละครที่มีบทบาทอยู่ประจำในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลอาจไม่ได้ไปต่อ เมื่อเควิน ไฟกี หัวหน้าของมาร์เวล เดินสายประชาสัมพันธ์หนัง Spider-Man: Homecoming ในตอนนี้ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกถามถึงความสงสัยเรื่องนี้ครับ

นักข่าวของ Joblo ได้ถามไฟกีเพื่อให้ยืนยันว่า Avengers: Infinity War จะเป็นบทสุดท้ายของตัวละครที่เป็นที่รักบางตัวในจักรวาลภาพยนตร์ของมาร์เวลใช่ไหม ซึ่งไฟกีก็ตอบสั้นๆ ครับ ว่า “ใช่

แล้วใครกันถือตัวละครนั้น แฟนๆ เริ่มเดากันแล้วว่าน่าจะเป็นกัปตันอเมริกาเพราะคริส เอแวนส์ กำลังจะหมดสัญญาลง และอาจเป็นไอร์ออนแมน เพราะค่าตัวของโรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ เริ่มสูงเกินไปแล้ว สองคนนั้นคือคนที่ไฟกีเอ่ยถึงใช่ไหม

เรายังมีงานที่ต้องทำหนักไปอีกสองปีเพื่อทำหนังพวกนี้ให้จบ และพวกเขา (นักแสดง) ก็มีงานหนักให้ต้องทำ เราคิดถึงแค่นั้นในตอนนี้ ก็คือการทำหนังเหล่านี้ให้จบและนำออกฉายตามสัญญา สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ค่อยว่ากันอีกที

Avengers: Infinity War จะออกฉายพฤษถาคมปีหน้าครับ ตอนนั้นเราคงได้รู้กันว่าใครจะไม่ได้ไปต่อ

 

 

Read more of this post