Advertisements

Dark Universe ล่ม หลังจากผู้อำนวยการสร้างถอนตัว

ดูเหมือนว่า Dark Universe ของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส จะมืดมิดสมกับชื่อจักรวาลภาพยนตร์ชุดนี้แล้วจริงๆ ครับ แต่มืดมิดในแง่ที่ว่าอนาคตมืดมิดสนิทนาน เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่าอเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน กับ คริส มอร์แกน ที่รับหน้าที่วางผังจักรวาลภาพยนตร์ชุดนี้มาตั้งแต่ต้น และเป็นผู้อำนวยการสร้างด้วยได้ถอนตัวออกไปแล้ว และไม่ใช่แค่ถอนตัวแต่ชื่อ ออฟฟิศที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลหนังในจักรวาลนี้ของทั้งคู่ซึ่งอยู่ในโรงถ่ายของยูนิเวอร์แซลก็ว่างเปล่าสนิทด้วย มีการขนของกันออกไปเป็นที่เรียบร้อย
ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากความล้มเหลวของหนัง The Mummy ที่ใช้เปิดจักรวาลนี้ ทั้งในแง่รายได้ที่ทำเงินในสหรัฐไปเพียง 80 ล้านเหรียญ และในแง่คำวิจารณ์ที่ถือเป็นหนึ่งในหนังของทอม ครูส ที่แย่ที่สุดด้วย หนังได้รายได้จากนอกสหรัฐที่รวมกับในบ้านเป็น 409 ล้านเหรียญ มาช่วยให้หนังทุนสร้าง 125 ล้านเหรียญเรื่องนี้ไม่ต้องขาดทุน แต่ก็ยังถือว่าเป็นรายได้ที่น่าผิดหวัง
ณ ตอนนี้ หนังเรื่องเดียวของจักรวาลนี้ที่เหลืออยู่ก็คือ The Bride of Frankenstein ของผู้กำกับบิล คอนดอน และมีฮาเวียร์ บาร์เดม รับบทเป็นแฟรงเกนสไตน์ ครับ แต่ดูเหมือนว่าผู้กำกับคอนดอนเองก็พยายามแยกหนังเรื่องนี้ออกมาจากจักรวาลตามการให้สัมภาษณ์ล่าสุด และก็ต้องเลื่อนหนังออกไปเพื่อเขียนบทใหม่
อนาคตหนังเรื่องอื่นๆ ที่วางแผนไว้อย่าง The Invisible Man ที่นำแสดงโดยจอห์นนี่ เดปป์, The Wolfman ที่มีข่าวว่าทาบทามดเวย์น จอห์นสัน อยู่, Dr. Jekyll and Mr. Hyde ของรัสเซล โครว์, Creature from the Black Lagoon, Dracula, Phantom of the Opera และอื่นๆ จะเป็นยังไงก็ยังไม่แน่ชัดในตอนนี้ครับ แต่ในบทความก็บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่ยูนิเวอร์แซลจะให้คนอื่นเข้ามาคุมจักรวาลนี้แทน และเน้นการสร้างหนังให้ออกมาเป็นหนังทุนต่ำครับ
สำหรับเคิร์ซแมนในตอนนี้ก็ไปทุ่มเทให้แก่ซีรี่ส์ Star Trek: Discovery แทนครับ ขณะที่มอร์แกนก็ต้องไปเขียนบทให้ภาคแยก Fast and Furious
ที่มา: THR

Read more of this post

Advertisements

Bride of Frankenstein ของบิล คอนดอน จะไม่เชื่อมต่อ Dark Universe (The Mummy)

ความสำเร็จของมาร์เวลในการสร้างจักรวาลภาพยนตร์อันกว้างใหญ่ให้หนังทุกเรื่องมีส่วนเชื่อมโยงถึงกันทำให้หลายค่ายหนังยึดเป็นแนวทางเอามาสร้างจักรวาลภาพยนตร์ของตัวเอง โดยหวังว่าจะทำเงินและประสบความสำเร็จได้แบบเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่ทุกคนจะทำได้
วอร์เนอร์ฯ พยายามเลียนแบบการสร้างจักรวาลคล้ายๆ กัน แต่หลังจากความสำเร็จของ Wonder Woman ทำให้พวกเขาได้แนวคิดใหม่ว่าไม่จำเป็นต้องใช้สูตรเดียวกันเพื่อความสำเร็จก็ได้ จึงตัดสินใจลดการเชื่อมต่อจักรวาล และตั้งใจสร้างหนังที่มีความเป็นเอกเทศของตัวเองมากขึ้นหลังจาก Justice League
ส่วนยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ก็ได้สร้างจักรวาลหนังอสุรกายของตัวเองขึ้นมาด้วย Dark Universe และให้ The Mummy ที่นำแสดงโดยทอม ครูส เป็นหนังนำร่อง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จได้เท่ากับฉบับเบรนแดน เฟรเซอร์ จักรวาลภาพยนตร์ที่ว่านี้ก็ดูเหมือนจะลดขนาดลง หรืออาจมีการเปลี่ยนแผนใหม่ครับ
หนังเรื่องที่สองของจักรวาลมืดก็คือ Bride of Frankenstein ซึ่งได้บิล คอนดอน จาก Beauty and the Beast และ Gods and Monsters มารับหน้าที่กำกับ ตอนนี้ดูเหมือนจะออกมาจากจักรวาลนี้แล้ว ตามที่คอนดอนให้สัมภาษณ์
ผมบอกแบบนี้แล้วกัน สิ่งที่ผมจะทำก็คือทำหนังอสุรกายดีๆ ออกมาแบบ 100% มันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นเลย ไม่เกี่ยวกันเลย สักนิดเดียว
หนังมีกำหนดเปิดกล้องกุมภาพันธ์ปีหน้านี้ที่ลอนดอนครับ จะเป็นการนำต้นฉบับของจอห์น เวล มาสร้างใหม่ แต่ปรับใหญ่เรื่องตัวละคร
สิ่งที่ผมชอบในบทหนังของเดวิด โคเอปป์ ก็คือ เขาปรับทุกอย่างกลับตาลปัตร เรื่องนี้ อีฟเกิดก่อนอดัม เจ้าสาวมาก่อน ในต้นฉบับนั้น อย่างที่รู้กัน เจ้าสาวออกมาแค่สิบนาทีของหนังฉบับของเวลทั้งเรื่อง พอเธอออกมา หนังก็จบ
ผมพยายามคิดว่า อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการคาราวะต่อต้นฉบับ หนังจะเป็นยังไงหากเวลได้สร้าง Frankenstein ภาคสามขึ้นมา หรือหากเขาสร้างมันในศตวรรษที่ 21 ผมรู้สึกว่ามันมีความรู้สึกอ่อนไหวบางอย่างในหนังเรื่องนั้น นอกจากนี้แล้ว เรายังเห็นความอัจฉริยะในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของเขาด้วย ที่ผู้คนทุกวันนี้ยังใช้ตามเวลาสร้างหนังอสุรกาย นั่นก็คือเราต้องสร้างอสุรกายที่เรากลัวขึ้นมา ที่เราหวาดหวั่นขึ้นมา แต่เราก็ยังเข้าอกเข้าใจมัน และประโยคเด็ดในหนังนั้นไม่มีใครใช้ได้ดีเท่าเจมส์ เวล
ฮาเวียร์ บาร์เดม รับบทเป็นแฟรงเกนสไตน์ในหนังเรื่องนี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าใครจะมารับบทเป็นเจ้าสาวของแฟรงเกนสไตน์ หนังมีกำหนดฉายกุมภาพันธ์ 2019 ครับ
ที่มา: Collider

Read more of this post

ผู้กำกับ The Mummy อาจถอนตัวออกจาก Dark Universe

อเล็กซ์ เคิร์ซแมน มีส่วนอย่างมากในการช่วยยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ในการวางจักรวาลหนังปีศาจ Dark Universe ให้ เขาได้เข้ามาดูแลจักรวาลนี้ในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการวางทิศทางและผู้อำนวยการสร้าง ทั้งยังเปิดจักรวาลด้วยการกำกับ The Mummy ด้วย แต่ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด ดูเหมือนว่าผู้กำกับวัย 43 ปีผู้นี้ ไม่แน่ใจตัวเองแล้วว่าจะยังอยากทำต่อไปไหมครับ

ความจริงแล้ว ผมไม่รู้ ผมไม่รู้จริงๆ ผมยังไม่ได้ตัดสินใจ นี่ถือเป็นคำตอบที่จริงใจไหม

หลังจากที่ The Mummy ถูกวิจารณ์ด้านลบอย่างหนักก็คงโทษเคิร์ซแมนไม่ได้ที่จะรู้สึกแบบนี้ครับ รายได้ของหนังก็ไม่สวยด้วย เพราะแม้มีนักแสดงระดับพรกาฬมารับบท แต่รายได้ในสหรัฐตอนนี้ทำไปได้แค่ 79.7 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ทั่วโลกอยู่ที่ 397.6 ล้านเหรียญครับ

เคิร์ซแมนยังพูดถึงต่อด้วยว่าอะไรที่จะทำให้เขาอยากอยู่หรืออยากไปจากจักรวาลหนังชุดนี้ “ผมยังต้องไม่เลิกสนใจมัน ผมต้องรู้สึกว่ายังมีความรักให้มันอยู่ ก็เหมือนหนังชุด Star Trek ถ้าไม่มีความรักให้ก็ไม่ควรทำมัน

ฟังดูเหมือนเคิร์ทซ์แมนยังไม่ได้ตัดสินใจซะทีเดียวครับ

หนังเรื่องหน้าในจักรวาล Dark Universe ก็คือ Bride of Frankenstein ที่จะกำกับโดยบิล คอนดอน จาก Beauty and the Beast มีกำหนดฉาย 2019 ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการก็ได้แก่ The Wolfman, Creature from the Black Lagoon, The Invisible Man และ Van Helsing

ที่มา: IGN

Read more of this post

ผู้กำกับบอกว่าทำ The Mummy เพื่อผู้ชม ไม่ใช่นักวิจารณ์, หนังน่าจะขาดทุนราว $95 ล้าน

The Mummy ไม่เป็นที่โดนใจของนักวิจารณ์อย่างมาก หนังมีคะแนนเฉลี่ยเพียง 4.2/10 และมีนักวิจารณ์ให้สอบผ่านเพียง 15% จากการประเมินของ Rotten Tomatoes แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้กำกับอเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน คาดหวังเท่าไหร่ เพราะเป้าหมายหลักคือเพื่อให้ผู้ชมชอบมากกว่าครับ ตามที่ให้สัมภาษณ์แก่ Business Insider

นี่เป็นหนังที่ผมคิดว่าทำมาเพื่อคนดู และในประสบการณ์ของผม คนดูกับนักวิจารณ์มักไม่ค่อยเห็นตรงกัน ผมอยากให้นักวิจารณ์ชอบหนังด้วยไหม แน่นอนอยู่แล้ว ใครๆ ก็อยาก แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เราสร้างหนังขึ้นมาเพื่อผู้ชม และไม่ใช่เพื่อนักวิจารณ์ ดังนั้น ความหวังสูงสุดของผมก็คือหวังว่าผู้ชมจะไปชมกันแล้วชอบ

แต่ผู้ชมส่วนใหญ่ชอบหนังกันขนาดไหน เมื่อดูจากรายได้ของหนังตอนนี้ตามรายงานจากเดดไลน์ หนังมีโอกาสที่จะขาดทุนถึง 95 ล้านเหรียญครับ

หนังเปิดตัวทั่วโลกในสัปดาห์แรก 169 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นยอดรายได้เปิดตัวสูงที่สุดเรื่องหนึ่งในบรรดาหนังที่ทอม ครูส แสดงนำ แต่ปรากฏว่าในสัปดาห์ที่สอง รายได้ของหนังร่วงหนักและทำเงินเพียง 53 ล้านเหรียญ ซึ่งแปลว่ากระแสด้านลบส่งผลต่อรายได้ในสัปดาห์ที่สองมากๆ

เดดไลน์บอกว่าหนังใช้งบในการดำเนินการสร้าง 195 ล้านเหรียญ และใช้จ่ายด้านการจัดจำหน่ายและการโฆษณาอีกราว 150 ล้านเหรียญ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะต้องทำเงินทั่วโลกถึง 450 ล้านเหรียญถึงจะคุ้มทุน ด้วยรายได้ทั่วโลกของหนังในตอนนี้อยู่ที่ 346 ล้านเหรียญ ถือว่าหนังยังขาดทุนอยู่ครับ

Read more of this post

หรือว่า The Mummy ไม่เปรี้ยง เพราะทอม ครูส เข้ามาบงการโครงการหนังมากเกินไป

การที่หนัง The Mummy ไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์ หลายคนพุ่งเป้าไปที่อเล็กซ์ เคิร์ต์ซ์แมน ผู้กำกับของหนังเรื่องนี้เป็นคนแรกในแง่สาเหตุ เพราะความที่ยังขาดประสบการณ์ในการกำกับหนังฟอร์มใหญ่ แม้จะเคยทำหน้าที่อำนวยการสร้างกับเขียนบทมาก่อนก็ตามมา เคิร์ตซ์แมนอาจเป็นสาเหตุหนึ่งจริงๆ แต่ในรายงานของวาไรตี้บอกครับว่า อีกสาเหตุอาจเป็นการเข้าควบคุมโครงการหนังของทอม ครูส ด้วยก็ได้

ในรายงานเกี่ยวกับเบื้องลึกหลังฉากของงานสร้าง The Mummy ที่ได้ข้อมูลมาจากหลายแหล่งข่าวบอกว่า ทอม ครูส ผู้ที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างต้องเป๊ะดั่งใจ “มีอำนาจควบคุมโครงการหนังเรื่องนี้มากเกินไป” และ “ครูสใช้อำนาจในการควบคุมดูแลงานสร้างสรรค์ต่างๆ ของ The Mummy ในแทบทุกภาคส่วน เขาทำหน้าที่ในทุกอย่าง และสั่งการแม้แต่การตัดสินใจในเรื่องที่เล็กที่สุดของกองถ่าย

แหล่งข่าวบอกอีกว่า ยูนิเวอร์แซลตกลงในสัญญาให้ครูสมีอำนาจเข้าควบคุมในทุกองค์ประกอบของโครงการหนัง ตั้งแต่อนุมัติเรื่องบทจนไปถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นตอนหลังการถ่ายทำ เขายังเข้าไปออกความเห็นอย่างมากในด้านการตลาดและกลยุทธเกี่ยวกับวันฉายของหนัง ต่อสู้ให้หนังได้ออกฉายในเดือนมิถุนายนที่เป็นช่วงสำคัญของการฉายหนังซัมเมอร์

นอกจากนี้ ความที่เคิร์ตซ์แมนยังไม่ชินกับงานสร้างขนาดใหญ่ระดับนี้ ก็ทำให้ครูสกลายเป็นผู้กำกับตัวจริงอยู่หลังฉาก ทำหน้าที่แทนในหลายๆ การตัดสินใจ ตั้งแต่การสั่งการเรื่องฉากแอ็คชั่นใหญ่ๆ เข้าจัดการเรื่องเล็กเรื่องน้อยในงานสร้าง

ครูสได้สั่งการให้ผู้เขียนบทหนัง ซึ่งมีคริสโตเฟอร์ แม็คควอรี ที่ร่วมงานกับครูสใน Mission: Impossible สองภาคล่าสุด รวมอยู่ด้วย เขียนบทขึ้นมาใหม่จากเดิมที่เป็นหนังสยองขวัญน่ากลัวสำหรับฉายซัมเมอร์ให้เป็นหนังแบบทอม ครูส ทั่วๆ ไป มีการให้เขียนบทนิค มอร์ตัน ให้มีความเป็นทอม ครูส ในแบบที่ทอม ครูส เป็น

การแก้บทยังรวมถึงการให้เพิ่มบทของเขาให้มากขึ้นจากเดิมที่มอร์ตันกับนางมัมมี่ (รับบทโดยโซเฟีย โบเทลลา) ได้ออกจอเกือบจะนานพอๆ กัน ทำให้มัมมี่มีบทน้อยกว่าเขาลงไป ทั้งยังให้ใส่ฉากถูกเข้าสิงลงไปเพื่อให้เขาได้เล่นฉากดราม่ามากขึ้น แม้ว่าผู้บริหารไม่ตื่นเต้นกับเนื้อเรื่องของหนังนัก แต่ก็เออออตามวิสัยทัศน์ของทอม ครูส

เมื่อหนังถ่ายทำเสร็จแล้ว ครูสได้พาแอนดรูว์ มอนด์ไชน์ มือตัดต่อที่ร่วมงานกับเขามายาวนานมาช่วยตัดต่อหนังฉบับสุดท้ายก่อนออกฉาย ครูสใช้เวลาควบคุมงานอยู่ในห้องตัดต่อซึ่งพอเสร็จแล้ว ทุกคนเห็นพ้องกันว่าไม่เวิร์ค

อย่างไรก็ดี ก็มีการถกเถียงกันในเบื้องหลังกองถ่ายครับว่า ที่จริงแล้วทิศทางที่ครูสใช้ในการทำหนังเรื่องนี้อาจช่วยพัฒนาโครงการหนังที่แต่เดิมมีปัญหาอยู่แล้วให้ดีขึ้นก็ได้ บางส่วนเชื่อว่าครูสไม่มีทางเลือก เขาจำเป็นต้องเข้ามาจัดแจงเองเพราะการขาดประสบการณ์ของเคิร์ตซ์แมนในการกำกับงานใหญ่ ครูสมีประสบการณ์ในการถ่ายทำหนังแอ็คชั่นฉากใหญ่ๆ มาทั้งชีวิต จำเป็นต้องเข้ามาเป็นแม่ทัพเอง ดีกว่าเสี่ยงให้การถ่ายทำหนังต้องล่าช้าไปกว่ากำหนด

ยูนิเวอร์แซลรู้ว่าถ้าจะให้ The Mummy แข่งกับหนังใหญ่อย่าง Wonder Woman กับ Guardians of the Galaxy Vol. 2 ที่ฉายในเวลาไล่เลี่ยกันได้ ต้องใช้พลังดาราของครูสอย่างทุกกระบิ แต่เมื่อกระแสของหนังต่ำกว่าที่คาดไว้ จึงได้ปล่อยภาพของครูสร่วมกับนักแสดงคนอื่นใน Dark Universe ออกมาในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มาถ่ายพร้อมหน้ากันจริงๆ แต่ใช้การโฟโต้ชอปให้มารวมอยู่ด้วยกัน แต่กระแสบนอินเตอร์เน็ตตอบรับออกมาก็แค่ปานกลาง ดาราชื่อดังที่เคยครองฮอลลีวู้ดไม่ได้ช่วยสร้างความฮือฮาได้แบบเดิมแล้ว

แม้เบื้องหลังจะดูเหมือนครูสเป็นหัวเรือหลัก แต่เขาก็ชื่นชมทุกคนในรอบปฐมทัศน์หนัง ให้เห็นว่าหนังสำเร็จได้เพราะการทำงานร่วมกันเป็นทีม “เจค! เจค!” เขาตระโกนใส่เจค จอห์นสัน นักแสดงร่วมของเขา “มันยอดเยี่ยมมากที่ได้ร่วมงานกับคุณ เจค

 

ที่มา: Variety

Read more of this post

The Mummy ฉบับทอม ครูส อาจอยู่จักรวาลเดียวกันกับฉบับเบรนแดน เฟรเซอร์

ถ้าใครตาดีและมีจำเก่ง จะเห็นว่ามีฉากหนึ่งในหนัง The Mummy ฉบับทอม ครูส ที่เป็นอีสเตอร์เอ้กก์โยงไปถึงฉบับของเบรนแดน เฟรเซอร์ ครับ

ฉากนั้นอยู่ในตอนที่เจนนี่ ตัวละครของแอนนาเบลล์ วอลลิส ใช้คัมภีร์เล่มหนาตีหัวลูกน้องของดร.เจกิล (รัสเซล โครว์) เพื่อพยายามที่จะไปเข้าช่วยนิค (ทอม ครูส) ซึางคัมภีร์ดังกล่าวก็คือคัมภีร์มรณะ (Book of Dead) เล่มเดียวกับที่อยู่ในหนังของเบรนแดน เฟรเซอร์ ผู้กำกับอเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน เล่าเหตุผลที่ใส่ฉากนั้นเข้ามาว่า “ผมมีแต่ความเคารพที่มีให้แก่หนังทุกเรื่องที่เคยถูกสร้างขึ้นมาก่อน รวมถึงนักทำหนังที่เคยทำมาก่อนด้วย การที่ทำเป็นเหมือนภาคเก่าๆ ที่เคยมีอยู่ ผมคิดว่าเป็นความหยาบคายอย่างมากๆ หนังเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งในประวัติหนังอสุรกายของยูนิเวอร์แซล ด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดว่าแทนที่จะบอกว่ามันไม่ได้อยู่ในเนื้อเรื่องหลัก (canon) ก็เอาเป็นว่ามันอยู่ในเนื้อเรื่องหลักดีกว่า เพียงแต่เราให้มันมาเกิดขึ้นในที่แห่งใหม่

งั้นแปลว่าหนังฉบับของเบรนแดน เฟรเซอร์ เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลนี้ใช่ไหม “แน่นอน ทำไมจะไม่ใช่ เราเอาคำพูดนี้ไปอ้างได้เลย

แปลว่า The Mummy ทั้งสองฉบับคือเรื่องราวในโลกเดียวกันครับ เพียงแต่เรื่องหนึ่งเกิดขึ้นในอดีตยุค 20 ก่อนหน้าฉบับล่าสุดราว 90 ปี

ที่มา: Digital Spy

Read more of this post

The Mummy ทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐต่ำกว่า The Scorpion King

ไม่ว่ายูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส จะโหมประชาสัมพันธ์หนัง The Mummy ในสหรัฐหนักขนาดไหน หรือในรูปแบบใด แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล รายได้ของหนังที่กำกับโดยอเล็กซ์ เคิร์ทซ์แมน เรื่องนี้ในสหรัฐ แป้กสนิท และต่ำกว่าที่คาดไว้มากครับ โดยทำเงินเปิดตัวสามวันเพียง 31.5 ล้านเหรียญเท่านั้น ต่ำกว่าที่คาดเอาไว้สองสัปดาห์ก่อนเกือบ 9 ล้านเหรียญเลย ถือว่าต่ำที่สุดในบรรดาหนังชุด The Mummy ที่สร้างกันมา 3-4 ภาค และต่ำกว่าภาคแยก The Scorpion King ที่เปิดตัว 36 ล้านเหรียญด้วย

ยังดีที่หนังได้ตัวเลขรายได้จากตลาดนอกสหรัฐมาช่วย เพราะทำเงินเปิดตัวในตลาดต่างประเทศไปราว 139 ล้านเหรียญ ถือเป็นรายได้เปิดตัวในต่างประเทศของหนังที่นำแสดงโดยทอม ครูส สูงที่สุดเรื่องหนึ่งเลย รายได้สุดสัปดาห์แรกของบ้านเราก็สูงถึง 60 ล้านบาท แรงเป็นที่ 2 ของปีนี้รองจาก Fast and Furious 8 ในบรรดาหนังที่จัดจำหน่ายโดยยูไอพี มีโอกาสเป็นหนังร้อยล้านอีกเรื่องในปีนี้ของบ้านเราครับ

แต่สำหรับยูนิเวอร์แซลฯ แล้ว หากต้องการให้ The Mummy ทำกำไร จะต้องให้หนังทำเงินทั่วโลกสูง 340-370 ล้านเหรียญครับ เมื่อรวมค่าการตลาดเข้าไปในทุนสร้างหนัง แปลว่าจำเป็นต้องพึ่งกระแสให้หนังฉายทำเงินได้ยาวๆ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะต้องเป็นหนังที่ได้คำวิจารณ์ในแง่ดีกว่าที่ The Mummy ได้รับ คะแนน CinemaScore จากการสำรวจของผู้ชมในสหรัฐหลังชมหนังก็อยู่ที่ B- เท่านั้นครับ คงต้องลุ้นเหนื่อยกว่าที่หนังจะได้กำไร

ที่มา: Box Officie Mojo

Read more of this post