Advertisements

6 สิ่งที่น่ารู้เกี่ยวกับหนัง “มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case”

the-lost-case-interviewก่อนหน้าหนัง “มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case” เข้าฉายราวหนึ่งสัปดาห์ ได้มีโอกาสไปคุยกับกัลป์ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการสร้างของหนัง และ ชยัญ อิทธิจตุพร ผู้รับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ครับ เป็นการคุยกันสั้นๆ เพื่อหาข้อมูลมาให้ผู้ชมที่อยากดูหนังเรื่องนี้ หรือที่ดูมาแล้ว ได้รู้ที่มาที่ไปเกี่ยวกับหนังเพิ่มเติม ผมเพิ่งว่างแกะคลิปนำมาลงในเว็บไซต์ครับ

เดิมที คลิปยาวกว่า 5 นาที แต่ผมดันกดปุ่มอัดผิดตอนที่มีโทรศัพท์เข้ามาระหว่างคุยกัน จึงไม่ได้เสียงคลิปในช่วงหลัง แต่ยังดีว่าจดบันทึกข้อมูลบางส่วนเอาไว้ด้วย ประเด็นสำคัญในการคุยกันจึงอยู่ครับ และสรุปได้ตามนี้ครับ

  1. แนวคิดเริ่มต้นของหนังมาจากการที่กัลป์ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการสร้างของหนัง อยากที่จะทำหนังไทยแนวสยองขวัญแนวใหม่ที่ยังไม่มีในตลาดของบ้านเรา และคิดว่าหนังแนว found footage ยังไม่เคยมีในเมืองไทยมาก่อน ก็ไปชวนผู้กำกับชยัญ อิทธิจตุพร ให้มาทำหนังเรื่องนี้ โดยตั้งเป้าหมายว่า “จะทำยังไงให้เป็นหนัง found footage ที่รู้สึกเสมือนจริง
  2. หลังจากได้แนวคิดว่าจะทำหนังสยองขวัญแนว found footage แล้ว ทั้งคู่เลือกที่จะทำเกี่ยวกับรายการ “มือปราบสัมภเวสี” เพราะเป็นรายการของกันตนาอยู่แล้ว และมีความรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นในรายการ มันดูจริง ก็เลยอยากพาคนดูไปเห็นสิ่งเหล่านี้
  3. เคสที่นำมาใช้นำเสนอในหนังมีอยู่แล้วในรายการ แต่ภาพยนตร์ไม่ได้เล่าเรื่องเคส ภาพยนตร์เล่าเรื่องทีมงาน เพื่อเล่ามุมมองการทำงานของคนเบื้องหลังในรายการ แต่ทั้งหมดก็คือภาพยนตร์ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา
  4. ผู้กำกับชยัญบอกว่าดูหนัง found footage หลายเรื่องมากเพื่อใช้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน แต่โดยหลักๆ คือ The Blair Witch Project, Paranormal Activity และ The Taking of Deborah Logan
  5. เคสที่ถูกเลือกมานำเสนอในหนัง ถูกเลือกมาจากบรรดาหลายๆ เคส แต่ผู้กำกับมองว่าเคสนี้น่าสนใจเพราะมี”สาระ”บางอย่างแฝงอยู่ด้วย เกี่ยวกับการไม่ยอมหรือละเลยที่จะสื่อสารกันในครอบครัวที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันตามมา และนำไปสู่เรื่องราวนี้
  6. มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case” ถือเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องที่ 3 ของกันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ซึ่งกัลป์อยากสร้างให้บริษัทมีภาพลักษณ์เป็นค่ายผลิตหนังแนวสยองขวัญ เหมือนที่จีทีเอชมีภาพของค่ายหนังฟีลกู๊ด ให้ผู้ชมนึกถึงกันตนาเมื่อถึงนึกหนังสยองขวัญ ทั้งยังเป็นแนวหนังที่กัลป์ชอบเป็นการส่วนตัวด้วย

หนังเข้าฉายแล้วตั้งแต่พฤหัสบดีที่ผ่านมาครับ ถ้าฟังคลิปและอ่านดูแล้วน่าสนใจก็ลองไปชมกัน ฟังคลิปเสียงสัมภาษณ์ได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

Advertisements

ภาพชุดแรกจาก “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง” หนังเรื่องแรกของ T Moment

oversized-image-04หลังจากการแตกตัวของ GTH เป็นสองค่ายใหม่ GDH และ T Moment ค่ายแรกได้มีหนังออกมาแล้ว 2 เรื่อง และกำลังจะมีอีก 3 เรื่องในปีนี้ ส่วนค่ายหลังซึ่งมีหัวเรือใหญ่คือวิสูตร พูลวรลักษณ์ ก็เพิ่งได้เริ่มประชาสัมพันธ์ผลงานแรกครับ โดยหนังเรื่องแรกของค่ายเป็นหนังตำรวจแนวตลก ชื่อว่า “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง

เรายังไม่มีเรื่องย่อทางการ แต่จากที่ได้ข้อมูลคร่าวๆ ก็คือเป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนตำรวจสี่นายที่ต้องทำภารกิจลดพุงให้ได้ตามกำหนด (อาจเพราะการมีพุงทำให้เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติภารกิจก็ได้) ดูแล้วยังคงเป็นหนังตลกอารมณ์ดีที่ถูกคอผู้ชมหนังไทยของบ้านเรา เพียงแต่แนวเรื่องราวแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดครับ

หนังเปิดกล้องไปเมื่อต้นตุลาคมปีที่แล้วครับ ซึ่งคุณวิสูตรให้เหตุผลที่เลือกโครงการหนังเรื่องนี้เป็นโครงการประเดิมของค่ายว่า “เพราะมันแสดงถึง “ตัวตน” ของเราได้อย่างชัดเจนที่สุด ในแง่ที่จะสร้าง “ภาพจำ” ภาพแรกให้กับผู้ชมภาพยนตร์ ในฐานะที่เป็นบริษัทหนังที่จะสร้างความสุขและความสนุกให้กับผู้ชมในทุกระดับ โดยเรามีความคิดเสมอว่า การทำหนังที่ดี จะต้องมีความบันเทิงและคุณภาพควบคู่กันไปด้วย เราจึงเลือกหนังเรื่องนี้เป็นหนังเปิดตัวเรื่องแรกครับ

ทีมนักแสดงของหนังประกอบด้วยศุภวิชญ์ มีเปรมวัฒนา (สาวคาราโอเกะ), ปราโมทย์ ปาทาน (ซีรี่ส์ทางทีวี Love Songs Love Series ตอนฤดูร้อน), สมยศ มาตุเรศ (แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว), ณัฐจารี หรเวชกุล (ละคร บัลลังก์เมฆ) และสองนักแสดงใหม่ ศรัณย์ ชินสุวพลา กับ ศุภชัย ทรัพย์ประเสริฐ

หนังกำกับโดยชานนท์ ยิ่งยง และ ภูวนิตย์ ผลดี ครับ มีกำหนดฉาย 23 มีนาคมนี้

Read more of this post

RiFF Animation Studio แจ้งว่า สตูดิโอจิบลิไม่ได้ติดต่อซื้อ”เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ”ไปรีเมก

may-nhaiแก้ไข: RiFF Animation Studio ประกาศผ่านเฟซบุกแจ้งว่า สตูดิโอจิบลิยังไม่ได้มีการแสดงเจตจำนงค์ติดต่อมาเพื่อซื้อลิขสิทธิ์  “เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” ตามที่มีรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้ครับ และขออภัยในความคลาดเคลื่อน

“จากที่มีกระแสข่าวที่ออกไปว่า Mr. Goro miyazaki และ studio ghibli สนใจจะรีเมค แอนิเมชั่น เรื่อง เมย์ ไหน ไฟแรงเฟร่อ นั้น เป็นข่าวที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ก่อนหน้านี้ ทาง Riff Studio ได้มีโอกาสพูดคุยทำความรู้จักกับทาง Studio Ghibli และทาง Mr. Goro miyazaki ก็มีโอกาสได้ชมผลงาน Animation ในภาพยนต์ เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ ซึ่ง Mr.Goro เองก็ได้กล่าวชื่นชมผลงานเรื่องนี้ด้วย ในขณะเดียวกันก็มีบริษัทอื่นในญี่ปุ่นและในประเทศอื่นๆให้ความสนใจใน Animation เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ ค่อนข้างมาก ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเหตุให้มีความคลาดเคลื่อนในเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่ออกไปในครั้งนี้

ทาง Riff Studio ต้องกราบขออภัยMr. Goro miyazaki , studio ghibli , คุณหมู ชยนพ บุญประกอบ พี่ๆ GDH มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างมาก และขอแจ้งอีกครั้งว่า ทางด้าน studio ghibli ยังไม่ได้มีการแสดงเจตจำนงในการติดต่อขอลิขสิทธิ์เรื่อง เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ มาเพื่อรีเมคแต่ประการใด

และทาง Riff Studio ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนๆทุกคนจะยังคงให้การสนับสนุนและติดตามผลงานของ Riff Studio ต่อไป และหากมีข่าวสาร หรือความคืบหน้าใดๆ แอดมินจะรีบแจ้งทุกคนให้ได้รับทราบครับ”

(ด้านล่างนี้คือเนื้อหาข่าวเก่า)

………………………………..

เรามีหนังไทยที่เคยดัดแปลงจากหนังญี่ปุ่นมาก่อน และเร็วๆ นี้เราอาจได้เห็นหนังญี่ปุ่นดัดแปลงจากหนังไทยครับ

ไทยบันเทิง ThaiPBS ได้รายงานจากการสัมภาษณ์ ชยนพ บุญประกอบ จาก “เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” และหนึ่งในทีมผู้กำกับ “พรจากฟ้า” ทำให้เราได้รู้ว่าสตูดิโอจิบลิกำลังสนใจที่จะนำ “เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” ไปสร้างใหม่เป็นฉบับญี่ปุ่นครับ โดยโกโระ มิยาซากิ ผู้กำกับ From Up on Poppy Hill และเป็นลูกชายของฮายาโอะ มิยาซากิ เป็นผู้เข้ามาพูดคุยกับทาง RiFF Animation Studio ผู้ที่ดูแลงานอนิเมชั่นในหนัง”เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ“เพื่อติดต่อนำไปสร้างใหม่เป็นหนังอนิเมชั่นของจิบลิครับ

แนวทางของการนำไปสร้างใหม่ ดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนบริบทของหนังเป็นญี่ปุ่นไปเลย แต่ยังคงเป็นบริบทเรื่องราวแบบไทยๆ ไว้ เพียงแต่ปรับให้เป็นงานอนิเมชั่นแทนครับ ตามที่ชยนพให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว “เขาอยากให้บริบทเป็นของไทย แต่ว่าพูดเป็นญี่ปุ่น เขาชอบแบบความเป็นไทยๆ แบบนี้ มันพิเศษตรงที่มันดูเป็นแอนิเมชั่นที่มันไม่ได้ดูเป็นญี่ปุ่นจ๋า ไม่ได้ดูเป็นฮอลลีวูดจ๋า แต่มันดูเป็น มันมีความเป็นไทยๆ แบบเรา ก็ภูมิใจแทนทีม

เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” เป็นเรื่องราวของป๋อง (ธิติ มหาโยธารักษ์) เด็กหนุ่มนักเรียนชั้นม.5 แบ่งนักเรียนในโรงเรียนในระดับฐานันดรต่างๆ คือ คนทั่วไป, อันธพาล, เด็กเนิร์ด, นักกีฬา, คนหน้าตาดี, และนักกิจกรรมตัวท็อป โดยจัดตัวเองเป็นอยู่ในกลุ่มไร้ตัวตน ไม่มีคนสนใจ แต่ป๋องก็มีความในใจคือแอบชอบมิ้ง (นรีกุล เกตุประภากร) นักกิจกรรมตัวท็อป เธอยังเป็นว่าที่ประธานสีคนต่อไป ทั้งที่เธอไม่เคยเหลียวป๋องเลย

จนวันนึงป๋องได้รู้จักกับเมย์ไหน (สุทัตตา อุดมศิลป์) ผู้หญิงเก็บตัว ไม่เข้าสังคม และเป็นกลุ่มคนประเภทไร้ตัวตนเฉกเช่นเดียวกับตัวป๋องเอง ป๋องเองรู้ความลับของเมย์ไหนว่าเธอแอบชอบพี่เฟม (ธนภพ ลีรัตนขจร) เป็นนักกีฬาประจำโรงเรียน ประธานสี ป๋องยังทราบว่าเมย์ไหนเลือกที่จะไร้ตัวตนเพราะเธออยู่กับใครไม่ค่อยได้ ร่างกายของเธอจะปล่อยกระแสไฟฟ้าเมื่อเธอ ตื่นเต้น หรือตกใจ ทังสองจึงตกลงเป็นเพื่อนและเก็บความลับของกันและกัน ค่อยๆ สนิทกัน และช่วยกันจีบมิ้ง

หนังเข้าฉายในบ้านเราตุลาคม 2558 ครับ ทำรายได้ไป 74.12 ล้านบาท  จากนั้นได้ไปฉายในญี่ปุ่นช่วงเมษายนปีที่แล้ว

อ่านรายละเอียดของข่าวเพิ่มเติมได้จากลิงก์ที่ ไทยบันเทิง ThaiPBS

Read more of this post

ภาพและตัวอย่าง”หมอนรถไฟ” หนังบันทึกชีวิตผู้คนบนรถไฟที่ใช้เวลาถ่ายทำ 8 ปี

railway-sleepers-image-01รถไฟไทยเป็นประเด็นให้พูดถึงตามสื่อและสังคมออนไลน์อยู่บ่อยครั้งในระยะ 2-3 ปีมานี้ และนั่นทำให้ความน่าสนใจของหนัง “หมอนรถไฟ” หรือในชื่อภาษาอังกฤษ Railway Sleepers เรื่องนี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ซึ่งมันอาจให้คำตอบ หรือให้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในหลายๆ เรื่องที่เป็นที่พูดถึงก็ได้ครับ

หนังเป็นสารคดียาวผลงานกำกับเรื่องแรกของสมพจน์ ชิตเกษรพงศ์ ครับ ที่ใช้เวลาถ่ายทำบนรถไฟเป็นเวลา 8 ปี เพื่อบันทึกชีวิตประจำวันของผู้โดยสาร พนักงาน และทิวทัศน์ตามเส้นทาง ซึ่งจากคำนิยมของ World Film Festival of Bangkok บอกว่า “นำเสนอภาพซ้อนทับเชื่อมโยงกับสังคมในปัจจุบันได้อย่างน่าประหลาด ผ่านการจับจ้องถึงสังคมภายในรถไฟ สถานที่ที่มีมนต์ขลังบางอย่าง” แปลได้ว่าสังคมชีวิตในรถไฟขบวนต่างๆ ที่แล่นในหนังเรื่องนี้คือตัวสะท้อนสังคมเมืองไทยได้อย่างดี หนังเรื่องนี้กำลังจะได้ไปฉายในเทศกาลใหญ่ในยุโรปกับอเมริกาเร็วๆ นี้ด้วย

นักดูหนังของบ้านเราสามารถชมหนังเรื่องนี้ได้ในเทศกาลภาพยนตร์โลกกรุงเทพ (World Film Festival of Bangkok) ครั้งที่ 14 ที่ SF Cinema Central World ครับ โดยเปิดฉายให้ชม 2 รอบคือ วันที่ 25 กับวันที่ 27 มกราคม ค่าตั๋ว 120 บาท ทุกที่นั่งครับ ชมตัวอย่างได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างแรก”มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case” หนังสยอง Found Footage เรื่องแรกของไทย

the-lost-case-teaserจาก “ห้องหุ่น” และ “อวสานโลกสวย” จนมาถึง “มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case” ผลงานล่าสุดของกันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส บอกได้ว่านี่เป็นค่ายหนังที่พยายามให้ความสดใหม่มาเติมให้แก่หนังสยองขวัญของไทยครับ และดูเหมือนเป็นการเอาแรงบันดาลใจของหนังจากตะวันตกมาปรับเข้ากับเรื่องราวของบ้านเราได้อย่างน่าสนใจดีด้วย

มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case” เป็นการนำหนังแนวสยองขวัญ Found Footage ที่ดังๆ อย่าง The Blair Witch Project กับ Paranormal Activity มาเล่าในบริบทในหนังผีไทย โดยสร้างความฉงนว่าสิ่งที่เราได้เห็นในหนังเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งด้วยการอิงกับรายการทีวีดังของไทยรัฐทีวี “มือปราบสัมภเวสี” ที่ออกฉายทุกคืนวันพุธ ถือเป็นความฉลาดมากๆ ของผู้สร้างครับ เพราะความฉงนแบบนี้จะยิ่งทำให้ผู้ชมดำดิ่งไปกับเหตุการณ์ในเรื่องมากขึ้น เหมือนตอนที่เราดู The Blair Witch Project ครั้งแรกแล้วเราไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงรึเปล่า

หนังกำกับโดย ชยัญ อิทธิจตุพร บอกเล่าเรื่องราวของ อิฐ กับ ปอ ทีมงานรายการ”มือปราบสัมภเวสี” ที่ได้รับมอบหมายให้เดินทางไปเก็บข้อมูลพร้อมถ่ายทำรายการ ณ บ้านของชาวบ้านคนหนึ่งที่ส่งเรื่องเข้ามายังรายการ โดยทั้งคู่หารู้ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับประสบการณ์สุดหลอนที่พวกเขาไม่มีวันลืม มีกำหนดฉาย 9 กุมภาพันธ์ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ พาช้างกลับบ้าน ในตัวอย่างหนังซันแดนซ์ Pop Aye

เทศกาลหนังซันแดนซ์ปีนี้ มีผลงานร่วมสร้างระหว่างสิงคโปร์และไทยได้เข้าร่วมประกวดด้วยครับ เรื่อง Pop Aye ผลงานกำกับของผู้กำกับชาวสิงคโปร์ คริสเตน ตัน ว่าด้วยเรื่องราวของสถาปนิกหนุ่มใหญ่ (ธเนศ วรากุลนุเคราะห์) ที่ระหว่างเบื่อหน่ายชีวิต ก็ได้พบกับช้างที่เขาเคยผูกพันด้วยในตอนเด็กๆ ระหว่างที่เดินอยู่บนถนนของกรุงเทพ เขาจึงตัดสินใจที่จะนำช้างตัวนี้เดินทางกลับไปยังไร่ทางภาคเหนือที่เคยเติบโตมาด้วยกัน และกลายเป็นเรื่องราวผจญภัยตามมาครับ หนังยังมีเพ็ญพักตร์ ศิริกุล และ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ ร่วมแสดงด้วย

ผมว่าแค่เนื้อเรื่องก็น่าสนใจแล้ว แต่การได้เห็นคุณธเนศกลับมามีผลงานอีกครั้ง ยิ่งทำให้รู้สึกน่าตื่นเต้นที่จะได้ชมอีก (ที่จริงก็เคยแค่ดูคุณธเนศเล่นละคร “เทวดาตกสวรรค์” เรื่องเดียว จำไม่ได้ว่ามีงานแสดงหลังจากนั้นอีกไหม แต่ที่จำได้มากกว่างานผลงานเพลงครับ)

คริสเตน ตัน เป็นผู้กำกับหญิงที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในนิวยอร์กครับ หลังจากเรียนจบจากสิงคโปร์ เธอก็เคยมาอยู่เมืองไทยช่วงหนึ่ง เดาว่าคงได้พบเห็นอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจมาสู่หนังเรื่องนี้ครับ

นอกจากตัวอย่างแล้ว หนังยังได้ปล่อยใบปิดแรกที่สีสันสดใสออกมาด้วย ชมทั้งหมดด้านใน

ที่มา: The Playlist

Read more of this post

ใบปิด“มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case” หนัง Found Footage สยองขวัญเรื่องแรกของไทย

the-lost-case-v5-poster-headerใครที่อยากดูหนังไทยแนวสยองขวัญที่มีไอเดียสดใหม่น่าจะลองให้โอกาสหนังเรื่องนี้ดูครับ “มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case”เรื่องนี้จากกันตนา โมชั่น พิคเจอร์ ผู้สร้าง “ห้องหุ่น” และ “อวสานโลกสวย” มีแนวคิดที่น่าสนใจทีเดียว ด้วยการนำนำรายการดัง “มือปราบสัมภเวสี” ของช่องไทยรัฐทีวี ที่ออกอากาศทุกคืนวันพุธ มาสร้างให้เป็นหนังที่ใช้กล้องรายการทีวีเล่าเรื่อง ให้คุณไม่แน่ใจว่ากำลังดูหนังอยู่ หรือกำลังชมของจริง

เรื่องราวของหนังเล่าถึงรายการดังกล่าวที่เป็นการถ่ายทอดการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคประหลาดที่คาดว่าเป็นฝีมือของสัมภเวสี แต่ก็มีกรณีหนึ่งของผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผยในรายการ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นตอนที่น่ากลัวอย่างมาก และตอนนี้ก็เป็นเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

ตัวละครของหนังมีสองคนคืออิฐ กับ ปอ ผู้เป็นทีมงานรายการ “มือปราบสัมภเวสี” ที่ได้รับมอบหมายให้เดินทางไปเก็บข้อมูลพร้อมถ่ายทำรายการ ณ บ้านของชาวบ้านคนหนึ่งที่ส่งเรื่องเข้ามายังรายการ โดยทั้งคู่หารู้ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับประสบการณ์สุดหลอนที่พวกเขาไม่มีวันลืม

หนังกำกับโดย ชยัญ อิทธิจตุพร มีกำหนดฉาย 9 กุมภาพันธ์ครับ ชมภาพด้านใน

Read more of this post