Advertisements

ไรอัน กอสลิ่ง ออกค้นหาความจริงในตัวอย่างใหม่ของ Blade Runner 2049

ใน  Blade Runner 2049 ไรอัน กอสลิ่ง รับบทเป็นเจ้าหน้าที่เค แห่งกรมตำรวจแอลเอในยุคอนาคตที่ออกสืบคดีลึกลับคดีหนึ่งแล้วพบว่ากุญแจสำคัญที่จะสางคดีนี้ได้คือริชาร์ด เดคการ์ด (แฮริสัน ฟอร์ด) อดีตเจ้าหน้าที่ปราบปรามรีพลีแคนท์ที่หายตัวไปกว่า 30 ปี

ตัวอย่างใหม่บอกเล่าว่าผู้อยู่เบื้องหลังคดีนี้น่าจะเป็นตัวละครของจาเรด เลโต ครับ ที่คล้ายกับเป็นเจ้าของบริษัทผู้สร้างรีพลีแคนท์ขึ้นมา และได้ส่งมือล่าสังหารสาวตามไปขัดขวางเจ้าหน้าที่เค

หนังมีความเป็นไซไฟที่เต็มไปด้วยจินตนการอันบรรเจิดผสมกับเรื่องราวแนวสืบสวนของนักสืบในหนังฟิล์มนัวร์ที่มีงานสร้างและการกำกับภาพที่ชวนขนลุก ผมคงต้องพูดอีกครั้งว่า ผู้กำกับภาพโรเจอร์ ดีกินส์ จะต้องได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อีกครั้งจากงานเรื่องนี้แน่ๆ ไม่เพียงภาพที่ออกมาสวยบาดใจ แต่ยังสร้างอารมณ์ลึกลับ เขย่าขวัญ เต็มไปด้วยอันตรายได้พร้อมๆ กัน

หนังกำกับโดยเดอนีส์ วิลเนิฟ จาก Arrival อำนวยการสร้างโดยริดลี่ย์ สก็อต ที่กำกับภาคแรกไว้เมื่อ 30 ปีก่อน โดยดัดแปลงจากงานเขียนของฟิลิป เค. ดิค นักแสดงสมทบของหนังยังได้แก่โรบิน ไรท์, แมคเคนซี เดวีส, อานา เดอ อาร์มัส, ซิลเวีย โฮคส์, เดฟ บาติสตา, คาร์ลา จูรี, เลนนี เจมส์, เดวิด แดสต์มัลเชน, บาร์คฮัด อับดี และ เอ็ดเวิร์ด เจมส์ ออลมอส เข้าฉายตุลาคมนี้ครับ

Read more of this post

Advertisements

วอร์เนอร์ฯ เล็งกอสลิ่ง รับบท Willy Wonka ในภาคต้น Charlie and the Chocolate Factory

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พยายามนำเรื่องราวเทพนิยายมาตีความใหม่ โดยเล่าเรื่องภาคต้นของตัวละครอย่าง Pan และ King Arthur แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้และคำวิจารณ์เลย ในความพยายามครั้งใหม่ที่จะสร้างเรื่องราวภาคต้น Charlie and the Chocolate Factory มีรายงานว่าวอร์เนอร์ฯ สนใจไรอัน กอสลิ่ง ให้มารับบทเป็น Willy Wonka เศรษฐีเจ้าของโรงงานช็อกโกแลตผู้มีนิสัยแปลกประหลาดครับ

วอร์เนอร์ฯ ได้ซื้อลิขสิทธิ์นิยายมาจากสำนักงานดูแลทรัพย์สินโรอาลด์ ดาห์ล ผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ แต่แทนที่จะดัดแปลงจากหนังสือโดยตรง กลับจะเป็นการนำองค์ประกอบทางเนื้อเรื่องมาเล่าเรื่องใหม่ถึงที่มาของวิลลี่ วองกา และการผจญภัยในวัยหนุ่มของเขาก่อนจะเป็นมหาเศรษฐีครับ

นักแสดงที่วอร์เนอร์ฯ เล็งไว้จะต้องมีอายุ 29-35 แต่วอร์เนอร์ฯ ยอมที่จะทิ้งเงื่อนไขข้อนี้หากกอสลิ่งซึ่งมีอายุ 36 ยอมมาเล่นเป็นตัวละครที่จีน ไวลเดอร์ กับ จอห์นนี่ เดปป์ เคยเล่นมาก่อนในหนังทั้งสองฉบับครับ

ในรายงานบอกด้วยว่ากอสลิ่งเองก็สนใจบทดังกล่าว และยินดีร่วมงานกับวอร์เนอร์ฯ หากจะสร้างเป็นหนังกึ่งมิวสิคัลแบบฉบับปี 1971

หนังมีเดวิด เฮย์แมน จากหนังชุด Harry Potter มารับหน้าที่อำนวยการสร้างครับ และได้ไซมอน ริช จาก The Secret Life of Pets มารับหน้าที่เขียนบท

ที่มา: The Hashtag Show

Read more of this post

ไรอัน กอสลิ่ง เป็น Doctor Strange ในภาพงานออกแบบของหนังที่ไม่ได้ใช้

ryanก่อนหน้าที่เบนเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์ จะมารับบทเป็น Doctor Strange ครั้งหนึ่ง มาร์เวลเคยอยากได้วาคีน ฟีนิกซ์, จาเรด เลโต และ ไรอัน กอสลิ่ง แต่ไม่สำเร็จ เท่าที่จำได้ วาคีน ฟีนิกซ์ ลังเลเพราะไม่อยากเซ็นสัญญาหลายภาค, เจเรด เลโต เลือกไปเป็นโจ๊กเกอร์ใน Suicide Squad แทน และไรอัน กอสลิ่ง ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าทำไม แต่อย่างไรก็ดี คอร์ต ชู หนึ่งศิลปินผู้ออกงานสร้างของหนังเคยได้วาดรูปกอสลิ่งในบท Doctor Strange เอาไว้ หลายปีก่อนในช่วงที่มาร์เวลอยากได้ตัวกอสลิ่งมารับบทครับ และได้นำภาพมาลงในบล็อกของเขา

Doctor Strange พูดถึงโลกหลายมิติ ถือซะว่านี่เป็นโลกคู่ขนานฉบับที่กอสลิ่งได้เป็นตัวละครนี้ครับ ชมภาพได้ที่ด้านใน หรือคลิกที่ลิงก์ด้านบน

Read more of this post

ไรอัน กอสลิ่ง กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับ La La Land ใน First Man หนังประวัตินีล อาร์มสตรอง

ryan-first-manจากการร่วมงานกันครั้งแรกใน La La Land แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีงาม ไรอัน กอสลิ่ง กับ ผู้กำกับเดเมียน ชาเซลล์ จึงได้สานต่อความสัมพันธ์ต่อไปด้วย First Man หนังชีวประวัตินีล อาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ครับ

หนังจะสร้างและจัดจำหน่ายโดยยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส จากบทหนังของจอช ซิงเงอร์ ผู้เขียนบทรางวัลออสการ์จาก Spotlight ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือของเจมส์ แฮนเซ่น อีกที ที่เล่าเรื่องราวภารกิจของนาซ่าในการส่งมนุษย์คนแรกขึ้นไปยังดวงจันทร์ โดยมีนีล อาร์มสตรอง เป็นบุคคลที่นาซ่าจะส่งให้ไปทำภารกิจนี้

เดิมที โครงการหนังอยู่กับค่ายวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ครับ โดยจะให้คลินท์ อีสต์วู้ด มารับหน้าที่กำกับ แต่เมื่อโครงการหนังเปลี่ยนมือมาอยู่กับยูนิเวอร์แซลฯ จึงมีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับไปด้วย

เมื่อชาเซลจะมารับหน้าที่กำกับก็มีข่าวลือมาก่อนแล้วว่ากอสลิ่งจะมารับบทนำ แต่ตอนนั้น บทหนังยังไม่เสร็จ แต่เมื่อบทเสร็จแล้ว กอสลิ่งจึงตกลงรับทเล่น

ที่มา: Variety

Read more of this post

ฟังบทเพลงหวานเศร้าของเอ็มมา สโตน ในตัวอย่างใหม่ La La Land จากผู้กำกับ Whiplash

la la land traler 2เราได้ฟังไรอัน กอสลิ่ง โชว์เสียงไปแล้วในตัวอย่างแรกของ La La Land ตอนนี้ถึงคราวฟังเสียงของเอ็มมา สโตน ในตัวอย่างที่สองของหนังเรื่องนี้จากผู้กำกับ เดเมียน ชาเซลล์ แห่ง Whiplash กันบ้างครับ

หนังเป็นเรื่องราวของคู่รักศิลปิน เซบาสเตียน (กอสลิ่ง) หนุ่มนักดนตรีแจ๊ซ กับ มีอา (สโตน) นักแสดงสาว ที่พยายามจะแจ้งเกิดบนเส้นทางอาชีพของดารา และต้องเผชิญกับการกดดันต่างๆ ทั้งการตกงาน การแข่งขัน ชื่อเสียง จนกลายเป็นบททดสอบอันหนักหนาของความรักของพวกเขาทั้งคู่ ชาเซลล์อ้างอิงฉากในหนังจากหนัง Top Hat ปี 1935 ที่นำแสดงโดยเฟร็ด แอสแตร์ และจินเจอร์ โรเจอร์ รวมถึงหนังสารคดีปี 2003 เรื่อง Lost Angeles Plays Itself ครับ

สโตนขับร้องเพลงชื่อ “Audition” คลอไปกับตัวอย่างหนัง ที่เผยฟุตเตจอันสวยงามมากมาย และดูเหมือนว่าชาเซลล์จะใช้เทคนิคการถ่ายภาพที่หลากหลาย การใช้สีสันที่สารพันในการช่วยบอกเล่าเรื่องราวด้วย หนังน่าจะเป็นตัวเก็งสำคัญสำหรับออสการ์ปีหน้า

หนังจะฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศฏาลหนังเวนิซปีนี้ในเดือนสิงหาคมก่อนฉายจริงธันวาคม คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ฟัง ไรอัน กอสลิ่ง ร้องเพลงหวานเศร้า ในตัวอย่างแรก La La Land จากผู้กำกับ Whiplash

La la land trailer 01La La Land เป็นหนึ่งในหนังที่ผมรอคอยมากที่สุดของปีนี้ ไม่เพียงการกลับมาพบกันของไรอัน กอสลิ่ง และ เอ็มมา สโตน ในผลงานของผู้กำกับเดเมียน ชาเซลล์ แห่ง Whiplash เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างหนังเพื่อคาราวะแก่หนังเพลงฮอลลีวู้ดยุคทอง ด้วยเรื่องราวความรักน้ำเน่าๆ แต่จี๊ดหัวใจที่เราไม่เคยได้เห็นมานานแล้ว ซึ่งตัวอย่างหนังแรกที่เพิ่งเผยออกมาที่นอกจากน่าสนใจ แต่ยังจะชวนให้คุณหวนนึกถึงหนังเก่าอมตะในยุคนั้น

หนังเป็นเรื่องราวของคู่รักศิลปิน เซบาสเตียน (กอสลิ่ง) หนุ่มนักดนตรีแจ๊ซ กับ มีอา (สโตน) นักแสดงสาว ที่พยายามจะแจ้งเกิดบนเส้นทางอาชีพของดารา และต้องเผชิญกับการกดดันต่างๆ ทั้งการตกงาน การแข่งขัน ชื่อเสียง จนกลายเป็นบททดสอบอันหนักหนาของความรักของพวกเขาทั้งคู่ ชาเซลล์อ้างอิงฉากในหนังจากหนัง Top Hat ปี 1935 ที่นำแสดงโดยเฟร็ด แอสแตร์ และจินเจอร์ โรเจอร์ รวมถึงหนังสารคดีปี 2003 เรื่อง Lost Angeles Plays Itself ครับ

ตัวอย่างมีทั้งฉากความฝัน ฉากการแข่งขันทดสอบบท ฉากการทำงาน ฉากการแสดง ฉากโรแมนติก วงจรต่างๆ ที่คนฮอลลีวู้ดต้องเผชิญ ที่มีเสียงของกอสลิ่งร้องเพลง “City of Stars” ที่เป็นเพลงแต่งใหม่เพื่อประกอบหนังเรื่องนี้ครับ (มีให้ดาวน์โหลดแล้วที่ iTunes)

หนังจะฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศฏาลหนังเวนิซปีนี้ในเดือนสิงหาคมก่อนฉายจริงธันวาคม คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ไรอัน กอสลิ่ง และ เอ็มมา สโตน เต้นรำในภาพแรกของ La La Land จากผู้กำกับ Whiplash

la la land headerLa La Land หนังใหม่ของผู้กำกับเดเมียน ชาเซลล์ แห่ง Whiplash จะใช่เทมโป้อย่างที่คุณต้องการหรือไม่ ภาพนิ่งแรกเผยออกมาแล้วครับที่เว็บไซต์ของ EW

ภาพดังกล่าวมีไรอัน กอสลิ่ง กับ เอ็มมา สโตน นักแสดงคู่ขวัญจาก Gangster Squad และ Crazy, Stupid, Love ออกมาเต้นรำคู่กันในแสงตะวันตกดินของกริฟฟิธ ปาร์ค ในลอสแอนเจลีส ซึ่งชาเซลล์อยากให้หนังเรื่องนี้ของเขาเป็นจดหมายรักที่จะบอกเกล่าวถึงนครแห่งนางฟ้าแห่งนี้ โดยสโตนรับบทเป็นมีอา นักแสดงสาวผู้โดดเดี่ยวและพยายามที่จะใช้ชีวิตในเมืองแห่งแสงสีนี้ให้ได้ ส่วนกอสลิ่งรับบทเป็นเซบาสเตียน นักเปียโนแจ๊ซผู้ทรงเสน่ห์ “มันมีความโรแมนติกอย่างเหลือเชื่อในแอลเอที่คุณมักมองไม่ค่อยเห็นเวลารถติดอยู่บนถนน 405 ผมอยากสร้างหนังที่เป็นจดหมายรักฉบับสำคัญแด่เมืองนี้ และเน้นไปที่เรื่องการดิ้นรนที่ศิลปินหนุ่มสาวทุกคนต้องประสบระหว่างความฝันและความเป็นจริง ซึ่งหนังเพลงฮอลลีวู้ดสไตล์ดั้งเดิมมักสะท้อนให้เห็นได้อย่างดีมากๆ ผมชอบแนวความคิดที่ว่าเส้นเรื่องทางอารมณ์บอกเล่าผ่านงานภาพและดนตรีล้วนๆ และเมืองที่เต็มไปด้วยนักฝันซึ่งส่วนใหญ่ไปไม่ถึงฝัน ผมคิดว่ามันมีความงดงามทางกวีบางอย่างในแง่นี้มากๆ

เพื่อสร้างหนังเรื่องนี้ ผู้กำกับวัย 30 ได้อ้างอิงฉากจากหนัง Top Hat ปี 1935 ที่นำแสดงโดยเฟร็ด แอสแตร์ และจินเจอร์ โรเจอร์ รวมถึงหนังสารคดีปี 2003 เรื่อง Lost Angeles Plays Itself ครับ และยังเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เจ.เค. ซิมมอนส์ และมือตัดต่อรางวัลออสการ์ ทอม ครอส จาก Whiplash แต่เป้าหมายของพวกเขาในครั้งนี้เปลี่ยนไป เพราะชาเซลต้องการช็อตที่ยาวนานขึ้น ลื่นไหลมากขึ้น และอ้อยอิ่งมากขึ้น “Whiplash เป็นการตัดต่อที่มีพลังและใช้ภาพที่ให้ความรู้สึกปะทะกัน ขณะที่หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวผ่านกล้องและการบล็อคกิ้ง (การกำหนดจุดเคลื่อนไหวของนักแสดงในกล้อง) เป็นสไตล์ที่เหมาะแก่หนังเพลงมากกว่า และผมคิดว่ายังโรแมนติกกว่าด้วย

แต่แม้สไตล์จะต่างจาก Whiplash หนัง La La Land ก็พูดถึงประเด็นที่คล้ายกัน “หนังทั้งสองเรื่องมีโทนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งคู่พูดถึงการประนีประนอมความฝันกับความต้องการที่จะเป็นมนุษย์ เพียงแต่ La La Land มีความโกรธเกรี้ยวน้อยกว่ามาก

หนังยังมีจอห์น เลเจนด์ ร่วมแสดงและทำเพลงประกอบหนังให้ครับ จะออกฉายกรกฎาคม 2016 คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post