Advertisements

เควิน สเปซี รวยที่สุดในโลกในตัวอย่าง All the Money in the World ของริดลี่ย์ สก็อต

จอห์น พอล เก็ตตี้ ไม่ใช่แค่ชายที่รวยที่สุดในโลก แต่ยังเป็นชายที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก แต่เมื่อหลานชายของเขาถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่แค่ 3.2 ล้านเหรียญ เขายอมจ่ายไหม ไม่เลย นี่คือเรื่องราวของ All the Money in the World หนังจากเบื้องหลังคดีอื้อฉาวในยุค 70 ที่ได้ถูกสร้างเป็นหนังโดยผู้กำกับริดลี่ย์ สก็อต จาก The Martian และ Alien: Covenant ครับ
หนังมีเควิน สเปซี รับบทจอห์น พอล เก็ตตี้ มหาเศรษฐีที่รวยล้นฟ้าจากธุรกิจน้ำมัน และแปลงโฉมจนเราจำไม่ได้เพื่อรับบทนี้ ผู้ที่ไม่ยอมเสียเงินสักแดงเมื่อหลานชายคนโตถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ด้วยเหตุผลว่าเขามีหลานอยู่หลายคน ถ้ายอมจ่ายให้รายนี้ ก็จะทำให้มีการลักพาตัวรายอื่นอีก แต่เมื่อโจรตัดหูหลานชายมาส่ง เขาก็ยอมจ่ายแค่ 2.2 ล้านเหรียญ เพราะเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่จะหักภาษีจากรายได้ได้
นอกจากนี้ ยังมีมิเชล วิลเลียม รับบทเด่นอีกครั้งเป็นแม่ของจอห์น พอล เก็ตตี้ ที่สาม ที่ทำทุกทางเพื่อช่วยลูกชายให้ปลอดภัย เพราะถึงแม้จะเป็นลูกสะใภ้ของมหาเศรษฐี แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีทรัพย์สินเป็นของตัวเองสักเท่าไหร่ สมทบด้วยมาร์ค วอห์ลเบิร์ก ที่เป็นผู้เข้ามาช่วยเหลือเธอ และชาร์ลี พลัมเมอร์ ในบทจอห์น พอล เก็ตตี้ ที่สาม ครับ
หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นงานชิ้นสำคัญของสก็อตที่โซนีพิคเจอร์สจะดันให้ถึงออสการ์ครับ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

Advertisements

ภาพแรกของ All the Money in the World ผลงานเต็งออสการ์จากริดลีย์ สก็อต

ผู้กำกับริดลีย์ สก็อต ได้กลับจากอวกาศของหนัง The Martian และ Alien: Covenant มาสู่โลกด้วยผลงานใหม่ที่เป็นหนังแนวอาชญากรรมเรื่อง All the Money in the World ครับ และภาพแรกของหนังก็เผยออกมาแล้ว
หนังที่สร้างจากเรื่องจริงของการลักพาตัวจอห์น พอล เก็ตตี้ ที่สาม เพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งในทีแรก ปู่ของเขาปฏิเสธที่จะจ่ายเงินให้เพราะคิดว่าเป็นแผนที่หลานชายต้องการหลอกเอาเงิน จนกระทั่งมีชิ้นส่วนอวัยวะส่งมาที่บ้าน พร้อมกับเรียกเงิน 3.2 ล้าน แต่ปู่ก็ยอมจ่ายแค่ 2.2 ล้าน เพราะเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่จะหักภาษีได้
หนังมีเควิน สเปซี, มิเชล วิลเลียมส์, มาร์ค วอห์ลเบิร์ก และ ชาร์ลี พลัมเมอร์ รับบทนำ จะออกฉายในสหรัฐธันวาคมนี้ในช่วงฤดูล่ารางวัลครับ
ชมภาพด้านใน

Read more of this post

ฟ็อกซ์เตรียมประเมินการสร้างภาคต่อ Alien: Covenant ใหม่ หลังจากหนังไม่ทำเงิน

ริดลี่ย์ สก็อต ให้สัมภาษณ์ว่ามีแผนจะสร้างภาคต่อ Alien: Covenant อีกสองภาค และเตรียมจะเปิดกล้องใหม่ในอีก 14 เดือน ดูเหมือนว่าจะทำไม่ได้ตามที่หวังแล้วครับ รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า ค่ายหนังทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ กำลังจะ “ประเมิน” ภาคต่อทั้งสองภาคที่สก็อตเตรียมจะสร้างนั้นใหม่ว่าจะเอายังไงดี หลังจากหนังแป้กสนิท

Alien: Covenant ทำรายได้เปิดตัวในบ้านสัปดาห์แรก 36 ล้านเหรียญ และร่วงแรงในสัปดาห์ที่สองถึง 71% หลังจากผ่านการฉายมาแล้ว 2 เดือน หนังทำเงินในบ้านไปเพียง 74 ล้านเหรียญในตอนนี้ ส่วนรายได้รวมทั่วโลกอยู่ที่ 232 ล้านเหรียญ ซึ่งต่ำกว่ารายได้รวมของ Prometheus ที่ทำไว้ 403 ล้านเหรียญไปเกือบครึ่งเลย

แต่สำหรับแฟนๆ ของริดลี่ สก็อตก็ไม่ต้องกลัวว่าจะยังไม่ได้ชมหนังใหม่ในตอนนี้ สก็อตจะใช้เวลาระหว่างที่ฟ็อกซ์กำลังประเมินอยู่นี้ไปทำหนังเรื่อง All Money in the World แทนครับ ซึ่งเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริงของการลักพาตัวจอห์น พอล เก็ตตี้ ที่สาม เพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งในทีแรก ปู่ของเขาปฏิเสธที่จะจ่ายเงินให้เพราะคิดว่าเป็นแผนที่หลานชายต้องการหลอกเอาเงิน หนังมีเควิน สเปซี, มิเชล วิลเลียมส์ และ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก รับบทนำ

Alien น่าจะยังเป็นหนังที่ทำเงินให้ฟ็อกซ์ได้อยู่ ฟ็อกซ์คงไม่ถึงกับเลิกสร้างหนังชุดนี้ แต่อาจปรับกระบวนยุทธใหม่ให้หนังถูกใจตลาดมากขึ้น หรือได้คำวิจารณ์ที่ดีขึ้นครับ ไม่แน่ว่าอาจกลับไปดูบทหนัง Alien 5 ที่นีล บลูมแคมป์ เขียนไว้ก็ได้

ที่มา: THR

Read more of this post

นีล บลูมแคมป์ยอมรับ โครงการหนัง Alien 5 ของเขา ล่มไปแล้ว

นีล บลูมแคมป์ ผู้กำกับ District 9, Elysium และ Chappie เพิ่งเปิดบริษัทใหม่ชื่อ Oats Studio ที่เขากำลังผลิตหนังสั้นทดลองออกมา และให้โอกาสเว็บข่าว The Verge ได้เข้าไปเยี่ยมและพูดคุยครับ คำถามหนึ่งนอกเหนือจากโครงการที่เขาทำอยู่ก็คือ Alien 5 ที่เขามีแผนจะกำกับ ดูเหมือนว่าสถานการณ์ล่าสุดตอนนี้ของหนังคือล่มไปแล้ว

ผมคิดว่ามันล่มสนิทไปแล้ว นั่นจะเป็นการสรุปที่ถูกต้องในตอนนี้ที่สุด” ผู้กำกับชาวแอฟริกาใต้บอก

มันน่าเศร้า ผมใช้เวลาเตรียมงานมานานมาก และผมคิดว่ามันสุดยอด แต่ในแง่ทางการเมืองแล้ว จากสภาพที่ดำเนินไปตอนนี้ และจากสภาพทุกอย่างตอนนี้ มันคงไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว

จากสภาพการณ์ตอนนี้ที่ว่าก็คือริดลี่ สก็อต ได้กลับสู่โครงการหนังภาคต้น Alien อย่างเต็มตัวโดยในฉบับของเขาจะไม่คำนึงถึง Alien ภาคที่เขาไม่ได้สร้างเลย อย่างน้อยต้นกำเนิดของซีโนมอร์ฟใน Alien: Covenant ก็แตกต่างจากฉบับของเจมส์ คาเมรอน แล้ว และสก็อตก็อยากสร้างภาคต่อออกไปอีกอย่างน้อย 2 ภาค สิ่งที่บลูมแคมป์เตรียมงานมาคงไม่มีทางสอดคล้องไปกับแผนงานสร้างของสก็อตได้

บลูมแคมป์ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ดี และก็มีทั้งความรู้สึกทั้งยินดีและเสียใจปนกันไป “ริดลี่ย์เป็นไอดอลคนหนึ่งของผมตั้งแต่สมัยเด็ก เขามีความสามารถมากและก็สร้างหนังเรื่องนี้ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมสู่ทิศทางนี้ ผมอยากให้เกียรติเขาและไม่อยากเข้าไปก่อกวนในโลกที่เขาสร้างขึ้นมา ผมคิดว่าถ้าสถานการณ์ต่างออกไป และผมไม่ได้รู้สึกใกล้ชิดกับสิ่งที่เขาผูกพันกับมันเป็นส่วนตัวมากๆ อะไรคงแตกต่างไปจากนี้ แต่ผมอยากให้เกียรติเขาให้มากที่สุด

บลูมแคมป์ยังไม่ได้ Alien: Covenant ครับ แต่ก็บอกว่าจะไม่พลาด

ที่มา: The Verge

Read more of this post

ทำไม เจมส์ ฟรังโก มีบทเท่านั้นในหนัง Alien: Covenant

เนื้อหาเปิดเผยเนื้อเรื่องของหนัง

หนึ่งในคำถามใหญ่ที่ผู้ที่ได้ชมหนัง Alien: Covenant อยากรู้นัก ทำไมเจมส์ ฟรังโก นักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวู้ด ผู้รับบทกัปตันแบรนสัน มีบทโผล่มาแค่นั้นในหนัง แค่เปิดฉากมาก็ตายเพราะแคปซูลจำศีลทำงานผิดพลาด แล้วก็มีฉากเล็กๆ อีกฉากตอนที่แดเนียล ตัวละครของแคทเธอรีน วอเตอร์สตัน ดูคลิปวิดีโอของเขากำลังปีนเขาอยู่ ผู้กำกับริดลี่ สก็อต เล่าเบื้อหลังนี้ให้ฟังครับ

เขาบอกว่าผมจะเล่น” สก็อตบอกในการให้สัมภาษณ์แก่ Yahoo Movies

ผมบอกว่าบทมีแค่นิดเดียวนะ และเขาก็บอกว่าผมไม่สน ผมจะเล่น และเขาก็น่ารักมาก เขาเป็นคนนิสัยดีมาก และเขาก็ตลกมากๆ ด้วย

พอสรุปได้ว่าบทนี้มีน้อยอยู่แล้ว แต่ฟรังโกอยากเล่นหนังเรื่องนี้ แม้บทจะน้อยก็ตาม

ตัวละครแบรนสันของฟรังโกยังโผล่ในคลิป”มื้อค่ำสุดท้าย”ที่เป็นฉากอารัมภบทของหนัง ซึ่งใช้เป็นการประชาสัมพันธ์หนังแบบไวรัล และไม่ได้อยู่ในหนังจริงๆ สก็อตเลยอีกว่าที่จริงแล้วยังมีอีกฉากที่ถูกตัดออกไปครับ เป็นฉากที่อยู่บนโลกและเป็นเหตุการณ์ก่อนการเดินทาง

ผมถ่ายอีกฉากที่แบรนสันอยู่ในอพาร์ทเมนท์ เป็นอพาร์ทเมนท์ของนิวยอร์กในอนาคตอยู่กับแดเนียลส์ ซึ่งเป็นภรรยาของเขา เล่นโดยแคทเธอรีน วอเตอร์สตัน และเราได้เห็นคู่สามีภรรยานี้คุยถึงอนาคตด้วยกัน และนั่นเป็นฉากที่มาของอุปมาอุปมัยว่าด้วยกระท่อมริมทะเลสาบ เขาบอกว่าเราจะสร้างกระท่อมนี้ด้วยกันที่ริมทะเลสาบในดาวแห่งนี้ แล้วพวกเขาก็ระบุสถานที่ที่จะไปกัน แต่การเดินทางจะต้องยาวนานและอันตราย อันตรายเพราะเราต้องนอนหลับแล้วไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันมีอยู่ในหนัง แต่ผมมาพบทีหลังว่าไม่จำเป็นต้องใช้

สก็อตอธิบายต่อว่า “เจมส์ผู้น่าสงสารจึงมีฉากแค่นั้น ในโลงนั่นกับห้อยอยู่บนภูเขาแล้วทักทาย แค่นั้นแหละ เดิมทีจะให้มีแค่สามฉาก เป็นฉากที่พวกเขาวางแผนจะเดินทางกัน พวกเขาเป็นคู่รักนักวิทยาศาสตร์ แล้วคุณก็ได้เห็นว่าจากบางส่วนว่าเขาเป็นใครและความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นยังไง พอเราเสียเขาไป เราก็จะคิดถึงเขา แต่ผมคิดว่าแดเนียลส์ลืมเขาได้เร็วดี

สก็อตทิ้งท้ายว่าฉากดังกล่าวอาจอยู่ในโบนัสของดีวีดีและบลูเรย์ครับ

ที่มา: Yahoo Movies

Read more of this post

Alien: Covenant จะเปลี่ยนสิ่งที่เคยรู้มาเกี่ยวกับกำเนิดซีโนมอร์ฟ (เผยเนื้อเรื่องสำคัญ)

บทความนี้เผยเนื้อเรื่องสำคัญของ Alien: Covenant ไม่ควรอ่าน หากยังไม่อยากรู้มากเกินไปก่อนชมภาพยนตร์

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้กำกับริดลี่ สก็อต ได้นำฟุตเตจของหนัง Alien: Covenant ไปฉายให้ผู้ชมในเทศกาลหนัง SXSW ได้ชมกันครับ ความยาวของฟุตเตจ 15 นาที และมีทั้งหมด 3 ฉาก แต่ฉากสุดท้ายได้เป็นฉากที่เผยเนื้อเรื่องสำคัญของหนัง ที่ไม่เพียงโยงไปหา Prometheus แต่ยังเปลี่ยนสิ่งที่เรารู้มาเกี่ยวกับกำเนิดอสุรกายซีโนมอร์ฟ หรือมฤตยูเอเลี่ยน ด้วย

ฉากแรกเริ่มจากฉากยานลงจอด เป็นฉากมาตรฐานธรรมดาครับ ผู้ชมได้เห็นแดเนียลส์ (แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน), คริสโตเฟอร์ (บิลลี่ ครูดัพ), แอนดรอยด์วอลเตอร์ (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) และลูกเรือคนอื่นๆ เดินลงจากยานมาสำรวจดวงดาว ส่วนฉากที่สองเป็นฉากลูกเรือสองคนที่ติดเชื้อเอเลี่ยนมาจากบนดาวแล้วมีเอเลี่ยนแหวกออกมาจากร่างในแบบที่ “ทำให้ฉากเอเลี่ยนแหวกออกจากอกใน Alien ต้นฉบับกลายเป็นหนังช่องดิสนี่ย์ไปเลย” เอมี่ ซีเมตซ์ ซึ่งรับบทเป็นหนึ่งในลูกเรือพยายามไล่ฆ่าเอเลี่ยนเกิดใหม่ในฉากที่ชวนสยองที่สุดฉากหนึ่งในงานของสก็อต

แล้วก็มีถึงฉากที่สาม อันเป็นฉากสำคัญ ผู้ชมได้พบกับเดวิด (ฟาสเบนเดอร์) จาก Prometheus อีกครั้ง ซึ่งกำลังเดินพาตัวละครของครูดัพชมห้องทดลองทางชีววิทยาอันน่าสยดสยองของเขา ดูเหมือนว่าเดวิดได้พยายามทำความเข้าใจอสุรกายเหล่านี้ และเขาก็ยังได้เผยร่างในขั้นต่างๆ และการกลายพันธุ์ในรูปแบบต่างๆ ของเอเลี่ยนให้คริสโตเฟอร์ได้ดู พูดง่ายๆ ก็คือเดวิดได้ทำการวิศวพันธุกรรมอสุรกายเหล่านี้ขึ้นมา และเขารอคอยฉบับใหม่ล่าสุดที่ดีที่สุดอยู่ ฉบับที่ต้องใช้ปริศนาอีกชิ้นเดียวมาทำให้สมบูรณ์ ตรงนั้นเองที่เดวิดพาคริสโตเฟอร์เข้าไปยังห้องเล็กๆ ที่มีไข่สี่ใบคล้ายกับในต้นฉบับ Alien ปี 1979 เดวิดบอกว่าปริศนาชิ้นสุดท้ายก็คือ “แม่” ซึ่งหมายถึงผู้ที่จะมาเป็นร่างให้เอเลี่ยนอาศัย และคริสโตเฟอร์ก็เข้าคิวรอที่จะได้รับเกียรตินั้น

ดังนั้น จากที่เราเคยเข้าใจกันมาตลอดว่าเอเลี่ยนหรือซีโนมอร์ฟเป็นสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติในดินแดนต่างดาวที่มีความแข็งแรงเหนือกว่ามนุษย์ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจผิดมาตลอด มันไม่ได้มีดาวเอเลี่ยนดังกล่าว แต่ความจริงแล้วมันเกิดจากการสังเคราะห์ขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์เอง แก่นของหนังชุด Alien ที่เป็นเรื่องของมนุษย์ปะทะธรรมชาติได้เปลี่ยนไปด้วย Alien: Covenant กลายเป็นแก่นเรื่องใหม่ว่าด้วยผู้สร้างปะทะผู้ถูกสร้าง และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาก็กำลังจะมาทำลายมนุษย์ซะเอง

Alien: Covenant ออกฉายกลางเดือนพฤษภาคมนี้ครับ

ที่มา: The Verge

Read more of this post

ริดลี่ย์ สก็อต บอกว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ไม่ใช่แนว และหนังในปัจจุบันส่วนใหญ่แย่มาก

alien-covenant-new-set-picริดลี่ย์ สก็อต สร้างหนังทุนสูงและใช้เทคนิคพิเศษอลังการมาหลายเรื่อง แต่”หนังซูเปอร์ฮีโร่“ที่เป็นหนังทุนสูงและใช้เทคนิคพิเศษอลังการเหมือนกัน จะไม่ใช่หนังที่ผู้กำกับรางวัลออสการ์จาก Gladiator ท่านนี้ จะโดดไปทำครับ เพราะหวังที่จะทำ”หนังฉลาดๆ” ต่อไป

หนังซูเปอร์ฮีโร่ไม่ใช่หนังแนวของผม ผมจึงไม่เคยทำเลยสักเรื่อง ผมเคยถูกขอให้ทำหลายครั้งมาก แต่ผมไม่เคยเชื่อในสถานการณ์ที่คับขันอันบางเบาที่ไม่มีความเป็นจริงของซูเปอร์ฮีโร่ ผมเคยทำหนังแบบนั้นมาก่อน Blade Runner ถือเป็นหนังจากหนังสือคอมมิกได้เหมือนกันเมื่อคิดดูแล้ว มันเป็นเรื่องราวที่มีความมืดมนในโลกที่ไม่มีจริง คุณอาจใส่แบทแมนหรือซูเปอร์แมนเข้าไปในโลกนั้น ในบรรยากาศนั้นได้เลย เพียงแต่ของผมมีเรื่องราวที่ดีมาก ไม่ใช่ไม่มีเรื่องราวอะไรเลย

แต่ไม่ใช่แค่หนังซูเปอร์ฮีโร่ในปัจจุบันเท่านั้นที่ดูเหมือนไม่โดนใจท่านเซอร์สก็อต แต่ยังหมายถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยุคใหม่โดยรวมด้วยที่ส่วนใหญ่แล้ว”มีความแย่มากๆ” และเป็นห่วงอนาคตของอุตสาหกรรมด้วย “ผมอยากที่จะทำหนังต่อไป และผมหวังว่ามันจะไม่กระทบพวกเราที่ยังอยากทำหนังฉลาดต่อไป และหวังว่ามันจะไม่กระทบผม

Alien: Covenant ผลงานใหม่ของริดลี่ย์ สก็อต มีกำหนดฉายพฤษภาคม 2017 นี้ครับ

ที่มา: Digital Sky

Read more of this post