Advertisements

Call Me By Your Name คว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมของสมาคมนักวิจารณ์หนังแห่งแอลเอ

สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งลอสแอนเจลีสเป็นสมาคมนักวิจารณ์หนังที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของสหรัฐ ทั้งในแง่ของสมาชิกและจำนวนนักวิจารณ์ชั้นนำครับ ปีที่แล้วได้มอบรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแก่ Moonlight และหนังเรื่องนี้ก็ได้ออสการ์ไปครอง ส่วนปีนี้ได้มอบรางวัลนี้ให้แก่หนังชายรักชายโรแมนติก Call Me By Your Name ครับ
ทิโมธี ชาลาเมต หนุ่มน้อยนักแสดงนำของ Call Me By Your Name ยังได้รางวัลนำชายให้หนังเรื่องนี้อีกหนึ่งรางวัล ทำให้ชาลาเมตมีโอกาสสูงยิ่งขึ้นบนเวทีออสการ์ และอาจทำให้แกรี่ โอลด์แมน จาก Darkest Hour ที่เป็นตัวเก็งในทีแรกกระแสตกไปในตอนนี้ครับ
Call Me By Your Name ยังได้รางวัลในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมด้วยครับ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลคือลูกา กัวดานีโน และเป็นการได้รางวัลร่วมกับผู้กำกับกีเยร์โม เดล โทโร จาก The Shape of Water
แซลลี่ ฮอว์กิน จาก The Shape of Water ยังได้รางวัลไปในสาขานักแสดงนำหญิง และหนังยังได้รางวัลในสาขากำกับภาพไปด้วย ทั้ง Call Me By Your Name และเรื่องนี้เป็นหนังได้ที่รางวัลไปมากที่สุด นั่นคือ 3 รางวัล
ผู้ที่ได้รางวัลสาขานักแสดงสมทบชายคือวิลเลม เดโฟ จาก The Florida Project เป็นรางวัลที่ทุกเวทีดูเหมือนจะตรงกันมากที่สุดในตอนนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าเดโฟจะนำแบบม้วนเดียวจบไปจนถึงออสการ์เลย ส่วนสาขานักแสดงสมทบหญิงเป็นของลอรี่ เมตแคล์ฟ จาก Lady Bird ครับ ซึ่งเกรตา เจอร์วิก ผู้กำกับของหนังยังได้รางวัล New Generation ที่มอบให้แก่นักทำหนังหน้าใหม่เพิ่มไปอีกรางวัล
หนังเรื่องอื่นๆ ที่ได้ไปอีกเรื่องละ 1 รางวัล ประกอบด้วย Get Out ในสาขาบทยอดเยี่ยม, Blade Runner 2049 ในสาขากำกับศิลป์, Dunkirk ในสาขาตัดต่อ, Phantom Thread ในสาขาดนตรีประกอบ, BPM กับ Loveless ได้ร่วมกันในสาขาหนังภาษาต่างประเทศ, Faces Places ในสาขาหนังสารคดี, The Breadwinner ในสาขาหนังอนิเมชั่น และ Purge This Land ที่ได้รางวัลพิเศษด้านหนังทดลองครับ
ที่มา: LAFCA

Read more of this post

Advertisements

สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์กเลือก Lady Bird เป็นหนังยอดเยี่ยม

สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์กเป็นสมาคมนักวิจารณ์แรกที่ประกาศผู้ได้รับรางวัลประจำปีนี้ออกมาครับ ซึ่งหลังจากถกเถียงกันร่วมชั่วโมงก็ยกให้ Lady Bird ของผู้กำกับเกรตา เจอร์วิก ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไป รวมถึงมอบรางวัลนักแสดงนำหญิงให้เซียร์ชา โรแนน จากบทนำในหนังเรื่องนี้ด้วย
แม้ว่าผลรางวัลของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์กจะไม่ตรงกับออสการ์เสมอไป แต่ที่ผ่านมา หนังที่ได้รางวัลของสมาคมก็ได้เข้าชิงออสการ์มาตลอดนับตั้งแต่ No Country for Old Men ในปี 2008 จึงเป็นไปได้สูงที่ Lady Bird จะได้เข้าชิงออสการ์ด้วยครับ และผลรางวัลนำหญิงก็ยิ่งทำให้เซียร์ชา โรแนน โดดเด่นมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
ส่วนในสาขาผู้กำกับนั้น สมาคมมอบรางวัลให้ฌอน เบเคอร์ จาก The Florida Project ครับ ซึ่งหนังยังได้รางวัลในสาขาสมทบชายเพิ่มไปอีกหนึ่งรางวัล จากบทบาทการแสดงของวิลเลม เดโฟ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นนักแสดงที่ได้รางวัลแบบม้วนเดียวจบในปีนี้ไปจนถึงออสการ์เลย
Call Me By Your Name หนังเต็งออสการ์อีกเรื่องก็ได้รางวัลในสาขานักแสดงนำชายจากบทบาทของทิโมธี ชามาเมต ด้วยครับ ส่วนสาขานักแสดงสมทบหญิงเป็นของทิฟฟานี แฮดดิช จาก Girl Trip
สาขาบทยอดเยี่ยมตกเป็นของพอล โธมัส แอนเดอร์สัน จาก Phantom Thread, สาขาผู้กำกับภาพเป็นของเรเชล มอริสัน จาก Mudbound ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รางวัลนี้ไปจากสมาคมครับ
สมาคมยังมอบรางวัลหนังอนิเมชั่นยอดเยี่ยมให้แก่ Coco, หนังสารคดียอดเยี่ยมให้แก่ Faces Places และ หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมให้แก่ BPM (Beats per Minute)
หนังสยองขวัญทำเงินเรื่อง Get Out ก็ได้รางวัลไปด้วยในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากการกำกับครั้งแรกครับ

Read more of this post

The Post คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของ The National Board of Review

รางวัลสำคัญแรกๆ ที่จะมาเปิดเส้นทางสู่รางวัลออสการ์ของแต่ละปีก็คือรางวัลของ The National Board of Review หรือ คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐ ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1909 และมีสมาชิกทั้งหมดเป็นผู้มีอาชีพในข่ายงานภาพยนตร์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และนักศึกษาด้านภาพยนตร์ที่อยู่ในเขตเมืองนิวยอร์ก ครับ ซึ่งสองปีก่อนหน้านี้มอบรางวัลใหญ่สุดให้ Mad Max: Fury Road กับ Manchester by the Sea ส่วนปีนี้ได้มอบรางวัลให้แก่ The Post ของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก ครับ
The Post ยังได้รางวัลในสาขานักแสดงนำไปอีกสองรางวัลด้วย ส่วนรางวัลผู้กำกับตกเป็นของ เกรตา เจอร์วิก จาก Lady Bird ซึ่งหนังเรื่องนี้ยังได้สาขานักแสดงสมทบหญิงไปอีกหนึ่งรางวัล
หนังที่ได้รางวัลอีกก็คือ Call Me by Your Name, The Phantom Thread, Get Out, The Disaster Artist, Wonder Woman และ Florida Project ครับ
สถาบันยังจัดอันดับ 10 สุดยอดหนังแห่งปีด้วย ซึ่งปรากฏว่าหนังตัวเก็งอย่าง Mudbound, The Shape of Water, Darkest Hour และ Three Billboards Outside Ebbing, Missouri หลุดโผไปหมด แต่มี Logan, Baby Driver และ Logan Lucky เข้ามาอยู่ในโผแทน
The Shape of Water ยังหลุดได้เข้าชิงรางวัล The Spirit Awards ด้วย แปลว่าหนทางสู่ออสการ์อาจไม่ง่ายเสียแล้ว ขณะที่ The Post ของสปีลเบิร์กกลับมาแรงมากหลังจากที่เปิดฉายรอบนักวิจารณ์ไปเมื่อวันก่อนครับ อ่านรายชื่อผู้ได้รางวัลทั้งหมดด้านใน
Read more of this post

ตัวอย่างแรก Phantom Thread ผลงานทิ้งทวนอาชีพนักแสดงของแดเนียล เดย์-ลูวิส

แดเนียล เดย์-ลูวิส เป็นนักแสดงที่ค่อนข้างเลือกบท แต่ทุกบทบาทของเขา เขาแสดงได้ตราตรึง มีความสดใหม่ และสร้างตัวละครได้น่าเชื่อทุกครั้ง ซึ่ง Phantom Thread จะเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายก่อนอำลาอาชีพนักแสดงของเขาเพื่อหันไปเอาดีด้านการเป็นช่างตัดเสื้อผ้า ความหลงใหลใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างการศึกษาบทและไปหัดเรียนเย็บผ้าจริงๆ เพื่อมารับบทในหนังเรื่องนี้ครับ
หนังเป็นการร่วมงานกันครั้งที่สองกับผู้กำกับและผู้เขียนบท พอล โธมัส แอนเดอร์สัน มีฉากหลังเป็นสังคมชั้นสูงในลอนดอนในช่วงหลังสงครามโลก และเช่นเดียวกับหนังทุกเรื่องของแอนเดอร์สัน หนังเป็นแนวกรณีศึกษาตัวละครอันซับซ้อนซึ่งในที่นี้คือเรย์โนลด์ วู้ดค็อก ช่างตัดเย็บผ้าชั้นสูงและมีชื่อเสียง ผู้ที่ไม่เคยเปลี่ยนผู้หญิงในชีวิตไปเรื่อยๆ หลังจากใช้พวกเธอมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างและออกแบบเสื้อผ้าชุดใหม่ๆ จนกระทั่งเขาได้พบกับสาวเสิร์ฟแสวนสวยคนหนึ่งเข้า (รับบทโดยวิคกี้ คริปส์ นักแสดงชาวฝั่งเศสจาก A Most Wanted Man) ที่ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจใหม่ในการสร้างงานให้แก่เขา และกลายมาเป็นคนรักที่เข้ามาปักหลักในชีวิตของเขา ความสัมพันธ์ได้ทวีขึ้นถึงขั้นที่เรย์โนลด์เริ่มควบคุมชีวิตของเธอ และเขาก็พบว่าความรักที่มีต่อเธอเริ่มทำให้งานตัดเย็บเสื้อผ้าอันละเอียดละออของเขายุ่งเหยิง
หนังจะเข้าฉายในสหรัฐช่วงธันวาคมปีนี้ ส่วนบ้านเราจะได้ชมกันต้นปีหน้าครับ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

แดเนียล เดย์-ลูอิส จะไปเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าหลังจากเลิกเป็นนักแสดง

ข่าวแดเนียล เดย์-ลูอิส นักแสดงเจ้าของสามรางวัลออสการ์ และผู้สวมบทบาทน่าจดจำหลายเรื่องได้เกษียณตัวเองจากอาชีพนักแสดงเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทำให้แฟนๆ ตกใจกันมากมาย โดย Phantom Thread ของผู้กำกับพอล โธมัส แอนเดอร์สัน ที่จะออกฉายปลายปีนี้ในสหรัฐ จะเป็นบทบาทสุดท้ายก่อนเดย์-ลูอิส วางมือจากอาชีพนี้ แล้วนักแสดงผู้เป็นตำนานผู้นี้จะไปทำอะไรหลังจากนั้น รายงานจากนิวยอร์กโพสต์บอกว่า เดย์-ลูอิส มีแผนจะไปเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าครับ

ในรายงานบอกว่าเดย์-ลูอิส ได้พบงานที่เขาหลงใหลใหม่ นั่นก็คือ โอต์ กูตูร์ หรืองานตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาพบเสน่ห์ของมันขณะถ่ายทำหนังเรื่องสุดท้ายที่เกี่ยวกับวงการแฟชั่นของลอนดอนในยุค 50 นี้ เป็นการค้นพบระหว่างที่เขาคิดมาตลอดสามปีพอดีว่าจะเลิกเป็นนักแสดงแล้ว

เดย์-ลูอิส กึ่งๆ เกษียณตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่งหลังจากรับบทใน The Boxer เมื่อปี 1997 แล้วไปทำงานเป็นช่างทำรองเท้าอยู่ในอิตาลี่ จนเมื่อมาร์ติน สกอร์เซซี ไปชวนให้กลับมารับบทใน Gangs of New York แต่การประกาศอำลาจากอาชีพนักแสดงครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะจริงจังกว่าคราวนั้นครับ

เดย์-ลูอิส จะร่วมเดินสายประชาสัมพันธ์หนัง Phantom Thread ในช่วงปลายปีด้วย และหลังจากนั้นก็จะอำลาอาชีพจริงๆ ในแถลงการณ์ผ่านโฆษกส่วนตัวบอกว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งแปลว่าเดย์-ลูอิส อาจไม่ยอมให้ความเห็นอะไรอีกครับ

ที่มา: NY Post

Read more of this post