Advertisements

ความเห็นของมาร์ติน สกอร์เซซี ต่อหนัง mother! และ Rotten Tomatoes

“หนังดีจากคนทำหนังตัวจริงไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้มองออก เสพ หรือเข้าใจโดยทันที หนังดีไม่ได้มีเพื่อให้ชอบโดยทันทีด้วยซ้ำ”

ผู้กำกับตำนาน มาร์ติน สกอร์เซซี ได้ไปเป็นนักเขียนรับเชิญให้ The Hollywood Reporter และเขียนถึงการประเมินคุณค่าภาพยนตร์ด้วยรายได้หนังหรือบ๊อกซ์ออฟฟิศ และการให้คะแนนหนังของ Rotten Tomatoes กับ CinemaScore ต่อหนัง mother! ของผู้กำกับแดเรน แอโรนอฟสกี้ ที่เป็นประเด็นตามสื่อฮอลลีวู้ดเมื่อไม่นานมานี้ครับ บางอย่างในบทความที่สกอร์เซซีเขียนมีมุมมองที่น่าสนใจที่คิดว่าควรนำมาแปลเพื่อบอกต่อแม้ว่าโดยส่วนตัวจะไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด แต่ก็มีหลายประเด็นที่ทำให้กลับมาฉุดคิด ได้ทบทวนตัวเองและเกิดมุมมองใหม่ และเป็นแรงบันดาลใจเหมือนกันครับ
mother! ได้เกรด F จาก CinemaScore ซึ่งเป็นคะแนนจากการที่บริษัทด้านการตลาดไปสำรวจความเห็นผู้ชมหลังจากดูหนังจบ จากนั้นเกรด F ก็กลายเป็นประเด็นในสื่อเอาไปขยายต่อ ขณะที่ผู้กำกับแอโรนอฟสกี้ก็ดูเหมือนว่าจะเข้าใจและคาดเดาได้ว่าทำไมถึงได้เกรดสอบตกแบบนี้จากผู้ชม ทีมการตลาดยังใช้ความเห็นนักวิจารณ์ฝั่งชมและด่ามาตีคู่ให้ผู้ชมไปพิสูจน์กันด้วยตัวเองด้วยครับ และนี่คือมุมมองของสกอร์เซซีต่อเรื่องทั้งหมดนี้
ผมไม่คิดหรอกนะว่าจะมีใครคิดถึงสมัยที่เรายังเรียนอยู่ และถูกตัดเกรดเวลาทำงาน ผมอาจเข้าใจผิดก็ได้ แต่ผมไม่คิดว่าจะมี
ตอนที่ผมเรียนจบ ผมคิดกับตัวเองว่า “แจ๋วเลย ไม่ต้องห่วงเรื่องเกรดอีกแล้ว!” นั่นเป็นความคิดก่อนการฉายรอบพิเศษหนังเรื่องแรกของผม ถามคนทำหนังคนไหนๆ ก็ย่อมบอกเหมือนกันว่า ประสบการณ์ของรอบพรีวิวนั้นโหดร้ายมาก บางครั้งก็ทำลายล้างจริงๆ อย่างเช่นกรณีของรอบพรีวิวอันโด่งดังของหนังเรื่อง The Magnificent Ambersons ของออร์สัน เวลล์ส์ ที่อาร์เคโอจัดที่โพโมนา ผู้บริหารสตูดิโอใช้ผลตอบรับด้านลบจากการฉายรอบนั้นแล่เถือหนังฉบับตัดต่อดั้งเดิมของเวลส์ที่ตอนนี้เป็นที่รู้กันว่า เป็นหนังใกล้เคียงขั้นผลงานชิ้นเอกที่ถูกทำให้เสียหาย
บางครั้ง เมื่อทุกคนทำงานร่วมกัน รอบทดสอบอาจช่วยตอบคำถามพื้นๆ ได้ ชิ้นส่วนข้อมูลนี้ชัดเจนดีพอสำหรับผู้ชมไหม จังหวะของฉากนี้เหมาะสมไหม อะไรทำให้ผู้ชมหลุดจากความสนใจในตอนนั้น แล้วทำไมมันไม่เข้าเป้า ประเด็นเล็กๆ แต่เฉพาะเจาะจงสุดๆ อาจทำให้กระจ่างชัดได้
แล้วจากนั้น เมื่อหนังได้รับการสร้างออกมาก็จะมีบทวิจารณ์รีวิว ผมเองก็เหมือนทุกคน ได้รับคำวิจารณ์ที่มีทั้งบวกและลบ แน่นอนว่าบทวิจารณ์ด้านลบไม่สนุกนัก แต่มันก็เป็นสิ่งที่มาพร้อมการทำอาชีพนี้ อย่างไรก็ตาม ผมขอบอกว่าในอดีตนั้น เมื่อนักวิจารณ์บางคนมีปัญหากับหนังเรื่องหนึ่งของผม โดยหลักๆ พวกเขาก็จะมีปฏิกิริยาออกมาอย่างมีวิจารณญาณ มีจุดยืนอย่างแท้จริงที่พวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องโต้แย้ง
กว่า 20 ปีมานี้ หลายอย่างเปลี่ยนไปในวงการภาพยนตร์ สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นมีในทุกระดับ ตั้งแต่วิธีการสร้างภาพยนตร์ไปจนถึงวิธีการชมและถกเถียงพูดคุย หลายอย่างในการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีทั้งด้านที่ดีขึ้นและด้านที่แย่ลง เป็นต้นว่าเทคโนโลยีดิจิตอลทำให้คนหนุ่มสาวสร้างหนังกันได้แบบทันทีทันใด อย่างมีอิสระโดยสมบูรณ์ ขณะเดียวกัน การหายไปของเครื่องฉาย 35ม.ม. จากโรงหนังส่วนใหญ่ในการฉายรอบแรกก็ถือเป็นการสูญเสียอย่างยิ่ง
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่ผมเชื่อว่าไม่มีด้านดีขึ้นเลยไม่ว่าในแง่ไหนก็ตาม มันเริ่มมาตั้งแต่ยุค 80 เมื่อ “บ็อกซ์ออฟฟิศ” เริ่มที่จะผลุดขึ้นมากลายเป็นความหมกมุ่นเฉกเช่นทุกวันนี้ สมัยผมยังหนุ่ม รายงานตัวเลขรายได้หนังมีอยู่เฉพาะในหนังสือพิมพ์ของแวดวงอุตสาหกรรมนี้เช่นเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ แต่สมัยนี้ ผมเกรงว่ามันได้กลายเป็น…ทุกอย่างไปแล้ว รายงานรายได้หนังแฝงอยู่ในเกือบทุกการพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์ และบ่อยครั้งที่เป็นมากกว่าแค่สิ่งที่แฝงอยู่ พฤติกรรมการตัดสินอันโหดร้ายที่ทำให้รายได้เปิดตัวหนังในสุดสัปดาห์กลายเป็นความบันเทิงที่กระหายเลือดดูเหมือนถูกใช้เป็นแนวทางการวิจารณ์หนังอันโหดร้ายมากขึ้น ผมกำลังพูดถึงเหล่าบริษัทวิจัยด้านการตลาดอย่าง Cinemascore ที่เริ่มต้นในปลายยุค 70 และ “เว็บไซต์ที่ดึงบทความมาจากที่อื่น” (aggregators) อย่าง Rotten Tomatoes ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการวิเคราะห์วิจารณ์หนังจริงๆ เลย พวกเขาให้คะแนนภาพยนตร์เหมือนที่คุณให้คะแนนม้าในสนามแข่ง หรือร้านอาหารในเว็บให้คะแนนร้านอาหาร หรือเครื่องใช้ภาพในบ้านในเว็บ Consumer Reports พวกเขาเข้ามายุ่งทุกอย่างในธุรกิจภาพยนตร์ แต่ไม่เคยเกี่ยวข้องสักนิดในด้านสร้างสรรค์หรือการให้มุมมองที่ฉลาดๆ แก่หนัง คนทำหนังถูกลดทอนกลายเป็นผู้ผลิตเนื้อหา และผู้ชมถูกลดระดับกลายเป็นผู้บริโภคที่ไม่กล้าผจญภัย
บริษัทและเว็บไซต์รวมบทความเหล่านี้ได้ตั้งหลักเกณฑ์ที่เป็นปรปักษ์ต่อนักทำหนังจริงจัง แม้กระทั่งการตั้งชื่อว่า Rotten Tomatoes ก็เป็นการดูถูกเหยียดหยาม และเมื่อการวิจารณ์ภาพยนตร์ที่เขียนด้วยผู้คนที่มีความคลั่งไคล้และความรู้จริงๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ได้ค่อยๆ เลือนหายไป ก็ดูเหมือนมีแต่เสียงที่เอาแต่ด่าทอตัดสินเพียงอย่างเดียวดังมากขึ้นๆ ผู้คนที่ดูเหมือนสนุกในการดูหนังแล้วเห็นคนทำหนังถูกปฏิเสธ ถูกเพิกเฉย และในบางกรณี ถูกฉีกเนื้อจนเป็นชิ้นๆ ไม่ต่างจากฝูงชนที่เอาเป็นเอาตายและกระหายเลือดเพิ่มมากขึ้นๆ ในตอนจบของ mother! ของแดเรน แอโรนอฟสกี้
ก่อนที่ผมจะได้ดู mother! จริงๆ ผมหงุดหงิดใจอย่างที่สุดจากคำตัดสินอันรุนแรงเหล่านั้น ผู้คนมากมายดูเหมือนจะอยากให้คำนิยามแก่หนัง ตีกรอบมัน ค้นหาว่ามันต้องการอะไรและสาปแช่งมัน และหลายคนก็ดูเหมือนจะสะใจที่มันได้เกรด F จาก Cinemascore แล้วเรื่องนี้ก็กลายเป็นบทความข่าวเป็นจริงเป็นจัง mother! ถูกตบหน้าด้วยเกรด F ของ CinemaScore อันน่าสะพรึง แย่พอๆ กับหนังของโรเบิร์ต อัลท์แมน, เจน แคมเปียน, วิลเลียม ฟรีดกิน และ สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก
หลังจากผมได้มีโอกาสชม mother! ผมยิ่งหงุดหงิดใจไปกับการรีบตัดสินเหล่านี้ และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมอยากแบ่งปันความคิดเห็น ผู้คนดูเหมือนออกมาไล่สับเพียงเพราะว่าหนังไม่อาจนิยามได้ง่ายๆ หรือตีความได้ง่ายๆ หรือหดเหลือคำพูดเพียงสองคำ มันเป็นหนังสยองขวัญ หรือเป็นหนังตลกร้าย หรือเป็นนิทานแฝงคติไบเบิล หรือเป็นนิทานสอนใจเรื่องศีลธรรมและการทำลายสิ่งแวดล้อม บางที มันอาจเป็นทั้งหมดนั้นอย่างละนิดหน่อย แต่ไม่ใช่อยู่ในหมวดหนึ่งหมวดใดเพียวๆ แน่นอน
หนังจำเป็นต้องได้รับการอธิบายไหม แล้วประสบการณ์ในการชม mother! ล่ะ มันทั้งสัมผัสได้ มีการจัดวางและการแสดงอย่างยอดเยี่ยมสวยงาม มุมกล้องที่แสดงความเห็นส่วนตัว และกลับมุมมองผ่านสายตาซึ่งเคลื่อนที่อยู่ตลอด…การออกแบบเสียง ที่พุ่งใส่ผู้ชมจากทุกมุมและนำคุณดำดิ่งลงไปลึกขึ้นๆ ในฝันร้าย…การค่อยๆ คลี่เรื่องราวออกซึ่งยิ่งทำให้ปั่นป่วนใจมากขึ้นเมื่อหนังดำเนินไป ความเป็นหนังสยองขวัญ หนังตลกร้าย เนื้อหาไบเบิล นิทานสอนใจ มันอยู่ในนั้นทั้งหมด แต่มันเป็นองค์ประกอบในประสบการณ์รวมทั้งหมดที่กลืนตัวละครกับผู้ชมร่วมไปด้วย มีแต่นักทำหนังตัวจริงและมีความคลั่งไคล้เท่านั้นที่จะทำหนังเช่นนี้ได้ ซึ่งผมยังคงได้ประสบการณ์นั้นอยู่หลายสัปดาห์หลังจากชมหนัง
หนังดีจากคนทำหนังตัวจริงไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้มองออก เสพ หรือเข้าใจโดยทันที หนังดีไม่ได้มีเพื่อให้ชอบโดยทันทีด้วยซ้ำ มันถูกสร้างมาแค่เพราะคนที่อยู่หลังกล้องต้องทำมันออกมา และใครก็ตามที่คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ย่อมรู้ดี มีรายชื่อหนังมากมายยาวเฟื้อย เช่น The Wizard of Oz, It’s a Wonderful Life, Vertigo และ Point Blank เป็นต้น ที่ถูกปฏิเสธในทีแรกตอนที่ออกฉายแล้วกลายเป็นหนังคลาสสิคในภายหลัง การให้คะแนนของ Tomatometer และการให้เกรดของ Cinemascore ไม่ช้าก็จะหายไป หรือบางทีอาจถูกเขี่ยไปโดยอะไรที่แย่กว่าด้วยซ้ำ
หรือบางที พวกมันอาจจะเลือนลางและจางหายไปด้วยแสงแห่งดวงวิญญาณดวงใหม่ของผู้ที่มีความสามารถในการอ่านเขียนเรื่องภาพยนตร์ ขณะเดียวกัน การรังสรรค์ภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความรักอย่าง mother! จะยังคงเติบโตในจิตใจของเรา

Read more of this post

Advertisements

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ กระดูกซี่โครงเคลื่อนและต้องรับการให้อ๊อกซิเจนระหว่างถ่ายทำ mother!

ก่อนที่จะไปเปิดตัวหนัง mother! ที่เทศกาลหนังเวนิส เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ นักแสดงนำของเรื่องได้เปิดเผยการรับบทในหนังเรื่องนี้ของผู้กำกับแดเรน แอโรนอฟสกี้ในนิตยสาร Vogue ครับ ซึ่งเธอเล่ามีฉากหนึ่งที่เข้มข้นและเคร่งเครียดจนทำให้กระดูกซี่โครงเคลื่อนเลยครับ
ฉันต้องไปยังสถานที่ที่มืดหม่นน่ากลัวกว่าที่เคยไปมาในชีวิต ฉันไม่รู้ว่าฉันจะกลับออกมาได้แล้วโอเคไหม” สาเหตุที่กระดูกซี่โครงเคลื่อนของนักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ผู้นี้มีอาการหอบรุนแรงที่มาจากสภาพอารมณ์และความเครียดจนการถ่ายทำต้องหยุดลงชั่วขณะเพื่อพาเธอไปให้อ๊อกซิเจน
ฉันต้องสอดท่ออ๊อกซิเจนเข้าไปในรูจมูก แล้วแดเรนก็บอกว่า ภาพหลุดโฟกัส เราต้องถ่ายฉากนี้กันใหม่ แล้วฉันก็สวนไปทำนองว่า ไปตายเลย” ลอว์เรนซ์เล่าย้อนความ
เพื่อให้ลอว์เรนซ์หลุดพ้นจากสภาพตึงเครียดและน่ากลัวระหว่างพักการถ่ายทำ ทีมงานได้ตั้งสถานที่ที่เรียกว่า “สถานที่แห่งความสุข” ให้แก่เธอ ซึ่งประกอบด้วยลูกอมหมากฝรั่ง และรายการทีวีที่เปิด “Keeping up with the Kardashians” วนซ้ำๆ “ฉันยอมทิ้งเวลาดีๆ มานั่งดู Kardashians สักชั่วโมงได้เลย
แอรอนอฟสกี้ ผู้กำกับของหนังซึ่งคบหาดูใจกับลอว์เรนซ์มาได้สักปีกว่าแล้ว ยกย่องเธอว่า “เธอมีความสามารถที่เป็นความดิบและเป็นโดยธรรมชาติล้วนๆ ผมมักชอบเปรียบเทียบเธอเหมือนเป็นไมเคิล จอร์แดน” ส่วนฮาเวียร์ บาร์เดม ที่ร่วมรับบทนำในหนังก็บอกว่า “เธอเป็นนักแสดงที่กล้าหาญอย่างไร้ขอบเขต และไม่จำเป็นต้องเจ็บจริงเพื่อสร้างความเจ็บปวด เธอมุ่งมั่นที่จะทำเท่าที่จำเป็นต้องทำ
mother! จะมีรอบพิเศษในบ้านเรา 15-17 กันยายนนี้ ก่อนฉายจริง 21 กันยายนครับ

Read more of this post

หลอนคลั่งไปกับตัวอย่างสุดท้ายของ mother!

คำวิจารณ์เบื้องต้นของ mother! ผลงานใหม่ของผู้กำกับแดเรน แอโรนอฟสกี้ ออกมาดีมากๆ หลังจากการฉายที่เทศกาลหนังเวนิสครับ และบางความเห็นบอกด้วยว่า จะต้องสร้างความไม่พอใจให้ใครหลายคน แปลว่าเนื้อหาจะต้องมีความล่อแหลมหรือท้าทายศีลธรรมอย่างมากเช่นกัน ผมพยายามจะไม่อ่านบทวิจารณ์มากเพราะอยากเข้าไปชมหนังเรื่องนี้แบบสดๆ หรือรู้อะไรน้อยที่สุด ซึ่งตัวอย่างหนังที่ออกมาก็ทำได้ดีในแง่ทำให้เราอยากรู้ โดยไม่เผยอะไรมากเกินไปครับ
เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ กับ ฮาเวียร์ บาร์เดม รับบทเป็นสองสามีภรรยาที่อยู่กันอย่างสงบจนกระทั่งวันหนึ่งเริ่มมีแขกแปลกหน้ามาเยือนเรื่อยๆ จนทำลายความสงบสุขของชีวิตทั้งคู่ มิเชล ไฟเฟอร์ กับ เอ็ด แฮริส ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย
หนังได้เปิดจองตั๋วแล้วในวันนี้สำหรับผู้ชมในบ้านเราที่อยากชมก่อนในรอบพิเศษ 15-17 กันยายนนี้ ใครที่อยากรีบชมเพราะกลัวรู้มากเกินไปก่อนก็จองตั๋วได้โดยลองสอบถามทางโรงหนังทั้งเมเจอร์และเอสเอฟดูครับว่ามีการฉายที่โรงไหนบ้าง ส่วนท่านที่รอได้ก็เตรียมชม 21 กันยายนนี้ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

mother! เตรียมเปิดฉายรอบพิเศษ 15-17 กันยายนนี้ และภาพใหม่ของหนัง

อาจด้วยความที่กระแสของหนังแรงมาก จากเดิมที่ mother! มีกำหนดฉายตุลาคม แล้วก็เลื่อนมาเร็วขึ้นเป็น 21 กันยายน ตอนนี้มีรอบพิเศษให้ชมก่อนในช่วงค่ำ 3 วัน 15-17 กันยายน เพิ่มขึ้นมาอีกให้เร็วทันใจสำหรับผู้ที่อยากชมหนังเรื่องนี้ครับ
ยังไม่มีรายละเอียดว่ารอบพิเศษที่จะฉายช่วงค่ำสามวันนี้จะฉายโรงไหนบ้าง แต่คาดว่าน่าจะเป็นโรงใหญ่ๆ ในเมืองครับ เป็นการฉายพร้อมรอบพิเศษในสหรัฐเลย ท่านที่อยากชมไวๆ และกลัวจะโดนสปอยล์หรือรู้เนื้อเรื่องสำคัญจากคนที่ไปดูก่อนเผลอพูดออกมาก็ลองตรวจสอบจากโรงหนังได้ครับว่าจะมีโรงไหนฉายบ้าง
เรื่องราวทางการของหนังบอกว่าเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่งต้องพบกับบททดสอบครั้งสำคัญเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญมายังบ้านแล้วก่อกวนความสงบของพวกเขา
หนังกำกับโดยแดเรน แอโรนอฟสกี้ นำแสดงโดยเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, ฮาเวียร์ บาร์เดม, โดห์นัลล์ กลีสัน, เอ็ด แฮริส และ มิเชล ไฟเฟอร์ ร่วมแสดง ชมภาพเพิ่มเติมของหนังได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ใบปิดชวนหลอนแบบใหม่ของ mother!

mother! ผลงานใหม่ของแดเรน แอโรนอฟสกี้ ทำใบปิดออกมาสวยแบบหลอนๆ ทุกแบบเลยครับ แม้ว่าแบบแรกที่ปล่อยออกมาจะสวยที่สุด แต่แบบที่ตามมาทีหลังก็ยังจัดว่าดีอยู่ เช่นเดียวกับแบบล่าสุดนี้ที่ชวนให้นึกถึงหนังสไตล์บ้านผีสิงแบบ The Haunting และการใช้ใบหน้าของตัวละครเดียวกันหลายหน้าบนใบปิดก็ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ประสาทหลอน มีหลายเรื่องราวอยู่ในหัว

เรื่องราวทางการของหนังบอกว่าเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่งต้องพบกับบททดสอบครั้งสำคัญเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญมายังบ้านแล้วก่อกวนความสงบของพวกเขา

หนังนำแสดงโดยเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, ฮาเวียร์ บาร์เดม, โดห์นัลล์ กลีสัน, เอ็ด แฮริส และ มิเชล ไฟเฟอร์ ร่วมแสดง มีกำหนดฉาย 21 กันยายนนี้ ชมใบปิดด้านใน

Read more of this post

ใบปิดใหม่ของ mother! เผยแรงบันดาลใจของหนัง

mother! ผลงานใหม่ของแดเรน แอโรนอฟสกี้ น่าจะเกี่ยวกับอะไร และได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่องไหน ใบปิดใหม่ของหนังได้เผยออกมาครับ

ใบปิดใช้ใบหน้าด้านข้างในแนวนอนของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ มาเป็นพื้นหลัง และใช้ภาพบ้านที่ห่างไกลผู้คนของเธอซ้อนขึ้นมา ละม้ายคล้ายใบปิด Rosemary’s Baby หนังสยองขวัญสุดคลาสสิคของโรมัน โปลันสกี้ ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าหนังเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับลัทธิบูชาซาตานรึเปล่า ที่ใช้ตัวละครของลอว์เรนซ์เป็นเหมือนเครื่องเซ่น ร่างสิงสู่ หรือทางผ่านบางอย่าง

เรื่องราวทางการของหนังบอกว่าเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่งต้องพบกับบททดสอบครั้งสำคัญเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญมายังบ้านแล้วก่อกวนความสงบของพวกเขา นอกจากลอว์เรน์ซแล้ว หนังยังมีฮาเวียร์ บาร์เดม, โดห์นัลล์ กลีสัน, เอ็ด แฮริส และ มิเชล ไฟเฟอร์ ร่วมแสดง มีกำหนดฉาย 21 กันยายนนี้ ชมใบปิดเต็มๆ ด้านใน

Read more of this post

ใบปิดชวนหลอนใหม่ของ mother!

ผู้กำกับแดเรน แอโรนอฟสกี้ กำกับและเขียนบทจิตๆ หลอนๆ ประสาทๆ ให้นาตาลี พอร์ตแมน ได้รางวัลออสการ์มาแล้วจาก Black Swan แล้วบทจิตๆ หลอนๆ ประสาทๆ คล้ายๆ กันนั้นจะทำให้เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ใน mother! ได้ออสการ์เหมือนกันไหม ผู้เชี่ยวชาญด้านรางวัลหลายคนก็มองว่ามีโอกาสครับ ซึ่งใบปิดใหม่องแบบของ mother! ก็ชวนให้เรานึกถึงใบปิดของ Black Swan ด้วยสิ ตรงที่มีรอยร้าวรอยแตกคล้ายกัน หรือว่าเรื่องนี้จะกล่าวถึงการกลายร่างของอะไรอีกรึเปล่า เราคงต้องรอติดตามเมื่อหนังฉายครับ ผมสังหรณ์ใจว่าผู้กำกับจะใช้ความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชมว่า เอ๊ะ หนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับอะไรกันแน่ เป็นทิศทางหลักในการล่อผู้ชมเข้าโรงหนัง

เรื่องราวทางการของหนังบอกว่าเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่งต้องพบกับบททดสอบครั้งสำคัญเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญมายังบ้านแล้วก่อกวนความสงบของพวกเขา นอกจากลอว์เรน์ซแล้ว หนังยังมีฮาเวียร์ บาร์เดม, โดห์นัลล์ กลีสัน, เอ็ด แฮริส และ มิเชล ไฟเฟอร์ ร่วมแสดง มีกำหนดฉาย 21 กันยายนนี้ ชมภาพใบปิดด้านใน

Read more of this post