The Nun ปีศาจนางชีใน The Conjuring 2 กำลังจะมีภาคแยกเป็นของตัวเอง

conjuring 2 the nunThe Conjuring ภาคแรกให้กำเนิดภาคแยก Annabelle ในปี 2014 ที่ทำเงินทั่วโลก 256 ล้านเหรียญ มากกว่าทุนสร้าง 40 เท่า จนจะได้มีภาคต่อตามมาในปี 2017 ดูเหมือนว่า The Conjuring 2 ก็จะให้กำเนิดภาคแยกเช่นกันครับ

เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่า นิวไลน์ซินีมาเตรียมสร้างภาคแยก The Nun ตัวละครปีศาจร้ายใน The Conjuring 2 โดยเจมส์ วาน กับ ปีเตอร์ ซาแฟรน จะมารับหน้าที่อำนวยการสร้าง และมอบหมายให้เดวิด เลสลี่ จอห์นสัน ผู้ร่วมเขียนบท The Conjuring 2 มารับหน้าที่เขียนบทให้ภาคแยกเรื่องนี้

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ The Nun ก็คือเป็นตัวละครที่เพิ่งใส่เข้ามาเมื่อเดือนมีนาคมในช่วงถ่ายซ่อมเพียง 3 เดือน ก่อนหนังออกฉายครับ เดิมทีเป็นตัวละครปีศาจที่มีเขา ตามที่วานให้สัมภาษณ์แก่ io9 ครับว่าเขาถ่ายทำไปก่อนเพราะยังไม่ได้โฉมหน้าของปีศาจที่เขาต้องการจริงๆ “ผมมีมุมมองชัดเจนต่อหนังทั้งเรื่อง แต่อย่างหนึ่งที่ผมไม่แน่ใจก็คือการออกแบบตัวละครปีศาจในหนัง ผมรู้สึกว่าผมยังค้นหาไม่เจอ และเชื่อหรือไม่ ผมรู้มาตลอดว่าผมจะต้องถ่ายทำเพิ่มเติม ผมจึงเก็บเอาไว้ก่อนเพราะผมหวังว่าจะเค้นพบหน้าตาของมันระหว่างทำงานในช่วงหลังการถ่ายทำ

และวานก็ได้ค้นพบปีศาจตามที่เขาต้องการจริงๆ ซึ่งเมื่อต้องถ่ายเพิ่มก็ได้มีการใส่ตัวละครใหม่นี้เข้าไปเช่นฉากที่มาหลอกตัวละครของวีรา ฟามิกา ในบ้าน รวมถึงการเพิ่มฉาก CG ให้แก่บางฉากที่ถ่ายไปก่อนแล้ว เช่นฉากที่ตัวละครของแพทริค วิลสัน วาดรูป โดยใส่รูปปีศาจนางชีเข้าไปแทนปีศาจตัวเดิม

Read more of this post

ภาพจากกองถ่าย The Conjuring: The Enfield Poltergeist มี 2 นักแสดงนำกลับมาสวมบท

conjuring 2 set 01ภาคต่อของหนังสยองขวัญทำเงิน The Conjuring: The Enfield Poltergeist ได้เปิดกล้องมา 2-3 สัปดาห์แล้ว และผู้กำกับเจมส์ วาน ก็ได้ลงภาพเบื้องหลังกองถ่ายล่าสุดที่เป็นภาพของเขาถ่ายร่วมกับ 2 นักแสดงนำในหนังที่กลับมารับบทเดิมครับ เวรา ฟาร์มิกา และ แพทริค วิลสัน กลับมาสวมบทลอเรนกับเอ็ด วอเรน คู่สามีภรรยานักสืบสวนเรื่องเหนือธรรมชาติ

เรื่องราวในภาคนี้ ทั้งคู่จะเดินทางไปลอนดอนเพื่อพบกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูก 4 คน ที่ต้องผจญกับผีร้ายในบ้าน เป็นคดีสืบสวนที่น่ากลัวที่สุดที่พวกเขาเคยเจอมาเลย ไม่รู้ว่าตุ๊กตาแอนนาเบลจะกลับมาขโมยซีนผีด้วยกันเองในภาคนี้บ้างไหม แต่เราคงต้องรอดูเมื่อหนังฉายมิถุนายน 2016 ครับ

Read more of this post

เจมส์ วาน ตกลงกำกับ Aquaman ให้วอร์เนอร์ฯ และ Robotech ให้โซนี่

james wan aquaman robotechหลังจากประสบความสำเร็จจากหนังฟอร์มใหญ่อย่าง Furious 7 ที่ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐแล้ว ผู้กำกับเจมส์ วาน ที่โด่งดังจากหนังสยองขวัญฟอร์มเล็กเช่น Saw และ The Conjuring ก็ได้กำกับหนังฟอร์มใหญ่ขึ้นๆ และไม่ใช่แค่เรื่องเดียว แต่สองเรื่องพร้อมกันเลยครับ

รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า วานได้ตกลงเซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อยในการพัฒนาโครงการหนังซูเปอร์ฮีโร่จ้าวสมุทร Aquaman ที่นำแสดงโดยเจสัน โมมัว และจะเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลโลกภาพยนตร์ดีซีเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ครับ ไม่เพียงแค่นั้น วานยังตกลงกำกับ Robotech หนังที่ดัดแปลงจากการ์ตูนชุดทางทีวียุค 80 ให้โซนี่ พิคเจอร์สด้วย

หนังเรื่องที่วานน่าจะลงมือกำกับก่อนก็คือ Aquaman ที่วอร์เนอร์ฯ เตรียมงานมาพักใหญ่แล้ว และวานก็จะเข้ามาดูแลบทหนังที่เคิร์ท จอห์นสแตด เขียนเอาไว้ด้วย ภายใต้การอำนวยการสร้างของแซ็ค สไนเดอร์, เดโบราห์ สไนเดอร์ และ ชาร์ลส์ โรเวน ซึ่ฃโรเวนได้กล่าวถึงการได้วานมากำกับว่า “เจมส์ไม่เพียงเป็นนักเล่าเรื่องที่ยอด แต่สามารถสร้างฉากแอ็คชั่นได้น่าตื่นตาบนจอภาพยนตร์ด้วย และเจสันก็เป็นนักแสดงที่มีพลังเรียกความสนใจจากผู้ชมได้ ทั้งคู่จะช่วยกันสร้างความมีชีวิตชีวาและพลัฃให้ตัวละครนี้อย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ เมื่อตัวละครนี้กลายเป็นตัวละครเอกในหนังเรื่องแรกของเขา

Aquaman เป็นเรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่ที่ครองอาณาจักรใต้สมุทร ซึ่งจะปรากฏกายครั้งแรกใน Batman v Superman: Dawn of Justice ที่จะออกฉายมีนาคม 2016 ก่อนที่จะมีหนังของตัวเองออกฉายในปี 2018 รวมถึงจะเป็นตัวละครสำคัญใน Justice League ที่จะถูกสร้างเป็นหนังทวิภาคด้วย

สำหรับ Robotech โซนี่ได้ทาบทามวานมากำกับเมื่อเมษายนที่ผ่านมาครับ หนังเป็นเรื่องราวของโลกมนุษย์ที่ใช้เทคโนโลยีจากต่างดาวที่พบในยานอวกาศซึ่งตกลงในทะเล เอามาใช้สร้างเครื่องบินรบที่แปลงกายเป็นหุ่นยนต์ได้ ในการใช้ต่อต้านการรุกรานจากต่างดาวครับ หนังได้ไมเคิล กอร์ดอน จาก 300 และ G.I. Joe มารับหน้าที่เขียนบท

แต่ก่อนหน้านี้วานจะกำกับทั้งสองเรื่อง เขาจะกำกับหนังภาคต่อ  The Conjuring 2: The Endfield Experiment ก่อน ที่จะออกฉายฤดูใบไม้ผลิ 2016

Read more of this post

เจมส์ วาน ถูกทาบทามกำกับหนังสงครามหุ่นยักษ์ Robotech

james wan robotechจากการประสบความสำเร็จในการทำหนังฟอร์มยักษ์เรื่องแรกอย่าง Furious 7 ทำให้เจมส์ วาน กลายเป็นที่ต้องการตัวของค่ายใหญ่ในการให้มากำกับหนังฟอร์มใหญ่มากขึ้น นอกจาก Aquaman ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส อยากให้มากำกับแล้ว ค่ายโซนี่ก็กำลังเล็งให้วานมากำกับ Robotech ครับ

ตามรายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า โซนี่ พิคเจอร์ส กำลังคุยเบื้องต้นให้เจมส์ วาน มากำกับหนังสงครามหุ่นยักษ์ที่ดัดแปลงจากการ์ตูนยุค 80 เรื่องนี้อยู่ครับ ซึ่งโซนี่ฯ ได้ซื้อลิขสิทธิ์ในการสร้างหนังเรื่องนี้มาจากวอร์เนอร์ฯ และพร้อมที่จะเดินหน้าเร็วในการดำเนินงานสร้าง

หนังเป็นเรื่องราวของโลกมนุษย์ที่ใช้เทคโนโลยีจากต่างดาวที่พบในยานอวกาศซึ่งตกลงในทะเล เอามาใช้สร้างเครื่องบินรบที่แปลงกายเป็นหุ่นยนต์ได้ ในการใช้ต่อต้านการรุกรานจากต่างดาวครับ หนังได้ไมเคิล กอร์ดอน จาก 300 และ G.I. Joe มารับหน้าที่เขียนบท

นอกจากสองโครงการใหญ่ด้านบน ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ยังต้องการตัวให้วานกลับมากำกับ Fast and Furious ภาคใหม่ด้วย แต่งานเร่งด่วนและเป็นงานที่วานอยากทำในตอนนี้ก็คือหนังสยองขวัญฟอร์มเล็ก The Conjuring 2: The Enfield Poltergeist ที่วานกำลังเตรียมงานก่อนเปิดกล้องอยู่ในตอนนี้

Read more of this post

เจมส์ วาน ถูกเล็งให้กำกับ Aquaman หนังซูเปอร์ฮีโร่ของดีซี

james wan aquamanหลังจากสร้างฉากผาดโผนบนท้องถนน (และท้องฟ้า) อันน่าตื่นเต้นใน Furious 7 ผู้กำกับเจมส์ วาน อาจได้ทำแบบเดียวกับฉากบนน้ำและใต้น้ำในหนังซูเปอร์ฮีโร่จ้าวสมุทร Aquaman ครับ

รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าวานเป็นตัวเก็งที่จะมากำกับ Aquaman ให้แก่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซูเปอร์ฮีโร่ที่ครองโลกใต้สมุทร และหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง Justice League ครับ

ยังไม่มีการยื่นข้อตกลงให้วานในตอนนี้ แต่มีการพูดคุยเบื้องต้นกันไว้ก่อนแล้ว ซึ่งเขาเป็นคนที่ค่ายหนังเลือก

Aquaman ได้นักแสดงนำไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งก็คือเจสัน โมมัว จาก Conan the Barbarian ครับ โดยตัวละครจ้าวสมุทรของเขาจะไปปรากฏตัวใน Batman V Superman: Dawn of Justice ของผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ ด้วย

วอร์เนอร์ฯ ให้วิล บีออล กับ เคิร์ท จอห์นสแตด เขียนบท Aquaman แยกกัน ซึ่งคงรอดูอีกทีว่าจะใช้บทของใคร หรืออาจเอามาผสมกัน

ขณะนี้ วานอยู่ระหว่างช่วงพัก และกำลังจะเตรียมงานเพื่อกำกับหนังสยองขวัญภาคต่อ The Conjuring 2: The Enfield Poltergeist เป็นเรื่องต่อไป มีกำหนดเปิดกล้องฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ขณะที่ภาคต่อของ Furious 7 นั้น วานไม่มีสัญญาอยู่กับยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส จึงยังไม่รู้ว่าวานจะกลับไปกำกับหรือเปล่า หรือจะเลือกกำกับ Aquaman แทน ที่มีกำหนดฉาย 27 กรกฎาคม 2018 ครับ

Read more of this post

ชมมิวสิควิดีโอ “See You Again” ประกอบภาพยนตร์ Furious 7

Furious 7  See You Again cap 03It’s been a long day without you my friend

เหนื่อยเหลือเกินวันนี้ เมื่อไม่มีนาย เพื่อนเอ๋ย

And I’ll tell you all about it when I see you again

แล้วจะเฉลยให้ฟัง เมื่อเจอกันครั้งใหม่

We’ve come a long way from where we began

จากวันเริ่มเดินทาง เราต่างมากันไกล

Oh I’ll tell you all about it when I see you again

โอ้ แล้วจะเล่าให้ฟัง เมื่อเจอกันครั้งใหม่

When I see you again

เมื่อได้เจอกันอีกครั้ง

ข้างบนตรงที่เป็นภาษาอังกฤษนั้นคือเนื้อเรื่องตอนต้นของเพลง “See You Again” ประกอบภาพยนตร์ Furious 7 ที่ขับร้องท่อนแร็พโดยวิซ คาลิฟา โดยมีชาร์ลี พุท มาฟีเจอริ่งครับ เป็นเพลงที่ใช้ปิดหนังที่ดีมากๆ และสร้างสรรค์มาอย่างเหมาะสมให้กับอารมณ์ตอนจบ ซึ่งยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้ปล่อยมิสิควิดีโอเพลงนี้ออกมาแล้ว โดยมีฉากตอนจบของหนังมาประกอบ (ดังนั้น ผู้ที่ยังไม่ได้ชมหนังแล้วยังไม่เห็นอยากเห็นฉากนี้ก่อนในโรง ก็อย่าเพิ่งคลิกดูครับ)

ไมค์ โนบล็อค ประธานฝ่ายสิ่งตีพิมพ์และเพลงประกอบภาพยนตร์ของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส พูดถึงแนวทางการทำเพลงประกอบสำหรับ Furious 7 ในบทความของฮัฟฟิงตันโพสต์ว่า “มันมีความรู้สึกของการเป็นครอบครัวแท้ๆ และจริง อยู่ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้าในภาพยนตร์ มันเป็นขั้นตอนที่สะเทือนอารมณ์ มันไม่ควรปฏิบัติเหมือนเป็นของเพื่อการค้า เราจึงไม่เคยปฏิบัติต่อมันเหมือนเป็นการค้า เราจัดการมันอย่างเป็นของที่อ่อนไหวมากๆ”

โนบล็อคยังพูดถึงแนวทางอารมณ์ของเพลงว่า หลังจากหนังที่ตื่นเต้นมาเกือบสองชั่วโมง ก็ต้องมีฉากที่สร้างสมดุลทางอารมณ์ “มันต้องซาบซึ้งและเร้าอารมณ์อย่างเหมาะสม แต่เราก็ยังอยากให้ผู้ชมลุกออกจากที่นั่นในโรงหนังด้วยความรู้สึกดี เราไม่อยากได้อารมณ์ที่ทำให้อารมณ์ทั้งหมดของการชมภาพยนตร์หายไป และเราก็ไม่อยากให้ผู้ชมออกจากโรงด้วยอารมณ์ที่เศร้า หรือรู้สึกเหมือนไปงานศพของใครมา การสร้างเพลงให้เหมาะสมกับฉากนั้นจึงเป็นหัวใจสำคัญ ต้องเป็นเพลงที่ซื่อสัตย์และจริงใจที่เน้นย้ำการเฉลิมฉลองชีวิตของพอล เพื่อเป็นเพลงที่สดุดีให้แก่สิ่งนั้น เราทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ออกมา

ผู้กำกับเจมส์ วาน เล่าถึงฉากจบที่เพลงนี้มาประกอบด้วยว่า “เรารู้ว่าการไปส่งเพื่ออำลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เรารู้ว่าเราต้องเดินหน้าต่อ ไม่ใช่เพื่อทำหนังให้จบ แต่เพื่อพอล ทุกอย่างที่เราทำ ทุกความคิด ทุกการตัดต่อ ทุกแนวคิด ก็เพื่อการสร้างฉากจบที่เหมาะสมและเป็นการอำลาอย่างสมเกียรติต่อตัวละครของพอล และสิ่งที่เขาทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง

ชมคลิปด้านในครับ

Read more of this post

ผู้กำกับเจมส์ วาน พูดถึงตอนจบดั้งเดิมของ Furious 7

james wan furious 7จำได้ว่าหลังจากพอล วอล์คเกอร์ เสียชีวิต ผู้สร้างหนังตัดสินใจไม่ตัดตัวละครไบรอัน โอ คอนเนอร์ ออกไป หรือหานักแสดงคนใหม่มาแสดงแทน แต่พยายามหาวิธีที่จะให้พอลอยู่ในหนัง Furious 7 ต่อไป เพื่อเป็นการให้เกียรติเขา ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว พวกเขาก็ได้สร้างตอนจบของหนังก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ที่ดีในการทั้งยกย่องพอล ให้เกียรติต่อความรู้สึกของแฟนๆ ที่มีต่อพอล และเพื่อให้เป็นการส่งพอลไปด้วยฉากที่ทำให้เราได้จดจำเขาในฐานะไบรอัน โอ คอนเนอร์ ไปตลอดกาล แต่เราก็รู้กันดีว่าตอนจบนี้เป็นตอนจบที่คิดขึ้นมาใหม่หลังจากพอลเสียชีวิต เดิมทีแล้วผู้สร้างตั้งใจให้ Furious 7 เป็นภาคที่จะพาเข้าสู่ไตรภาคใหม่ ตามที่ผู้กำกับเจมส์ วาน บอกระหว่างให้สัมภาษณ์แก่ Collider ครับ

ตอนจบดั้งเดิมนั้นมีเพื่อรับใช้เป้าหมายที่แตกต่างกัน” นั่นก็คือพาเข้าสู่ Furious 8 ใช่ไหม “ถูกต้องเลย ตอนจบดั้งเดิมของ Furious 7 เป็นการตั้งโลกที่ใหญ่ขึ้นไปอีก ที่หนังชุด Fast and Furious จะก้าวเข้าไปสู่ และเป็นความฉลาดอย่างมากของผู้สร้างที่จะคิดเช่นนั้น แต่เมื่อเกิดเรื่องเศร้าขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนั้นไม่อยู่ในประเด็นอีกแล้ว ทั้งหมดนั่นไม่สำคัญอีกแล้ว ต้องให้ความชอบแก่ทางสตูดิโอด้วยที่ไม่ผลักดันให้ไปในทางนั้น พวกเขาตระหนักว่ามันสำคัญแค่ไหนที่จะให้หนังจบลงไป และเพื่อเป็นการยกย่องพอลอย่างสมบูรณ์ที่สุด ต้องให้ความชอบแก่พวกเขาอย่างมากที่ใจกว้าง และเอาด้วยกับตอนจบที่เหมาะสมที่จะเป็นตอนจบ

ผู้กำกับเชื้อสายมาเลเซียที่ไปเติบโตในออสเตรเลียผู้นี้ยังหวังด้วยว่าผู้ชมจะชอบตอนจบดังกล่าว “เพราะตอนที่ผมทราบข่าว ผมตกใจเหมือนทุกคน และผมใช้เวลาหลายวันกว่าจะยอมรับมันได้ แล้วหลังจากนั้นอาการหัวใจสลายก็เริ่มเข้ามา และเราก็ได้ตระหนักว่าพอลจะไม่ได้อยู่กับเราต่อไปในการก้าวต่อไปข้างหน้า และเป็นความรู้สึกที่ยากมากๆ การถ่ายทำหนังให้จบเป็นอย่างสุดท้ายที่ผมอยากทำในตอนนั้น สิ่งที่อยากทำมากกว่าก็คือการพยายามลุกขึ้นมาใหม่ กลับไปที่กองถ่าย เรียกทีมงาน นักแสดง และฝ่ายเบื้องหลังให้มารวมกัน และในฐานะผู้กำกับก็ต้องตีหน้ากล้าหาญไว้ และทำคล้ายเป็นผู้นำในการให้กำลังใจทุกคนให้สู้ต่อ เป็นอะไรที่น่ากลัวสำหรับผมมาก แต่มันกลายเป็นสิ่งที่เราทุกคนเห็นพ้องกันชัดเจนว่าเราต้องสร้างหนังเรื่องนี้ให้จบเพื่อให้เกียรติผลงานของพอล และโดยหลักก็คือเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เขา และการก้าวต่อไปกลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของเรา อย่างอื่นไม่สำคัญแล้ว มันคือการสร้างหนังเรื่องนี้ เพื่อพอล

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 792 other followers