Advertisements

Avatar ภาคต่อ จะใช้ทุนสร้างรวมกันกว่า 1 พันล้าน$ และภาพแรกของนักแสดงรุ่นใหม่

Photo Credit: Sheryl Nields.

Avatar ภาคต่อของผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน ได้เริ่มเปิดกล้องไปแล้วที่แมนฮัตตัน บีช ในแอลเอครับ และตามรายงานจากเดดไลน์บอกว่าหนังแต่ละภาคจะใช้ทุนสร้างสูงกว่าภาคแรก
Avatar ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2009 ใช้ทุนสร้าง 237 ล้านเหรียญครับ ไม่ได้เป็นหนังที่ใช้ทุนสร้างสูงสุด เพราะยังน้อยกว่า Spider-Man 3 กับ Pirates of the Caribbean: At the World’s End ที่ออกฉายไปก่อนในปี 2007 แต่สำหรับสี่ภาคที่จะสร้างต่อเนื่องกันน่าจะใช้ทุนสร้างรวมกันเกิน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐครับ
มันอาจดูมากเมื่อบอกว่าพันล้านเหรียญ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่านี่เป็นหนังสี่ภาค ก็แปลว่าแต่ละภาคน่าจะใช้ทุนสร้างกว่า 250 ล้านเหรียญโดยเฉลี่ย ใกล้เคียงกับหนังอย่าง Tangled, Captain America: Civil War, Batman v Superman: Dawn of Justice และ The Fate of the Furious ครับ
นอกจากนี้ ฟ็อกซ์ยังได้เผยภาพนิ่งของทีมนักแสดงที่จะรับบทเป็นตัวละครรุ่นใหม่ในหนังทั้ง 4 ภาคด้วย โดย 6 ใน 7 คน จะรับบทผ่านโมชั่นแคปเชอร์เพื่อแสดงเป็นชาวเนวีที่เป็นลูกๆ ของตัวละครของแซม เวิร์ทธิงตัน กับ โซอี ซัลดานา กับชนเผ่าชื่อเมตคายีนา (Metkayina) ซึ่งเป็นชาวเนวีีจากอีกมหาสมุทร มีเพียงหนึ่งคนที่รับบทเป็นตัวละครมนุษย์ นั่นก็คือแจ็ค แชมเปียน (ยืน ลำดับ 2 จากขวา) ที่จะรับบทเป็นฮาเวียร์ โซคอร์โร หรือ “สไปเดอร์” เด็กวัยรุ่นที่เติบโตในฐานทัพทหาร
นักแสดงคนอื่นๆ จากซ้ายไปขวาประกอบด้วย บริเทน ดาลตัน (Lo’ak จากตระกูลซัลลี่), ฟิลิป เจละโฮ (Aonung แห่งเผ่าเมตคายีนา), เจมี่ แฟลตเตอร์ส (Neteyam ตระกูลซัลลี่), เบลีย์ แบส (Tsireya เผ่าเมตคายีนา), ทรินิตี บลิสส์ (Tuktirey ตระกูลซัลลี่), และ ดูแอน เอแวนส์ จูเนียร์ (Rotxo เผ่าเมตคายีนา)
ผู้อำนวยการสร้างจอน แลนเดา พูดถึงนักแสดงวัยรุ่นทั้ง 7 ว่า “เราไม่เคยมีนักแสดงรุ่นเยาว์ขนาดนี้ในหนังมาก่อน และได้นำพลังที่แตกต่างเข้ามาสู่หนังชุดนี้ พวกเขาจะเป็นตัวแทนของชนรุ่นใหม่บนแพนดอราและมีบทบาทสำคัญ ไม่เพียงแต่ในหนังเรื่องนี้ แต่ตลอดไปจนทุกภาค
แคเมรอนจะถ่ายทำทีละสองภาคแล้วพักเพื่อทำงานตัดต่อ เทคนิคพิเศษ ใส่ดนตรี และงานหลังการถ่ายทำอื่นๆ จากนั้นก็จะถ่ายอีกสองภาคแล้วทำแบบเดียวกันครับ โดยเราจะได้ภาคสองก่อนในวันที่ 18 ธันวาคม 2020

Read more of this post

Advertisements

Terminator 6 ได้กำหนดฉายกรกฎาคม 2019, หนังจะไม่นับรวมภาค 3-5

พาราเมาท์ พิคเจอร์ส กับ สกายแดนซ์ มีเดีย ได้ประกาศวันฉายหนัง Terminator เรื่อง 6 ออกมาแล้ว และดูเหมือนว่าแฟนๆ อาจไม่ต้องรอนานเท่าไหร่ครับ เพราะ 26 กรกฎาคม 2019 คือวันฉายของหนังเรื่องนี้ในสหรัฐ
หนังมีนักแสดงแล้วในตอนนี้ 2 คน คืออาร์โนลด์ ชวาเซเน็กเกอร์ กับ ลินดา แฮมิลตัน โดยได้ทิม มิลเลอร์ จาก Deadpool มารับหน้าที่กำกับซึ่งบทหนังได้นักเขียนบทหลายคนมาช่วยกันระดมความคิดสร้างเนื้อเรื่องขึ้นมาเพื่อวางผังเรื่องราวสำหรับสร้างเป็นไตรภาคใหม่ โดยนักเขียนบทเหล่านั้นได้แก่เดวิด โกเยอร์ จาก Blade และ Batman Begins, ชาร์ลส์ เอกลี จาก Dark Angel, จอช ฟรีดแมน จาก The Sarah Connor Chronicles และ จัสติน โรดส์ จาก Green Lantern Corps
ในการให้สัมภาษณ์แก่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ คาเมรอนบอกถึงเนื้อเรื่อง Terminator ภาคใหม่นี้ด้วยว่า จะเป็นภาคต่อโดยตรงของ Terminator 2: Judgement Day และจะลืมสิ่งที่ตั้งแต่ภาค 3-5 เคยทำไว้ครับ
หนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวต่อเนื่องจาก Terminator 1 และ Terminator 2 และเราจะทำเป็นว่าหนังภาคอื่นหลังจากนั้นเป็นฝันร้าย หรือเป็นเหตุการณ์ในเส้นเวลาทางเลือก ซึ่งเป็นไปได้ในพหุภพ (multiverse) ของเรา ส่วนภาคนี้จะขับเคลื่อนโดยทิม มิลเลอร์ มากกว่าใครๆ ทั้งหมด เพราะผมจะไม่ใช่พระเจ้าผู้มากำหนดว่าเรื่องราวจะไปในทางไหน สิ่งเดียวที่ผมยืนกรานให้หนังชุดนี้ต้องมีก็คือ เราต้องสร้างสรรค์ใหม่ และ คิดค้นใหม่ เพื่อให้เหมาะแก่ศตวรรษที่ 21
สรุปจากที่คาเมรอนบอกก็คือ ภาค 3-5 จะถือเป็นโลกคู่ขนานไปครับ และภาคนี้คือภาคต่อของฉบับที่เขากำกับโดยตรง โดยเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่ ขอเพียงให้สร้างขึ้นมาเข้ากับศตวรรษที่ 21 เป็นพอ
ที่มา: THR

Read more of this post

ลินดา แฮมิลตัน กลับมารับบทแซร่าห์ คอนเนอร์ใน Terminator ฉบับใหม่ของคาเมรอน

หลังจากอำลาบทแซร่าห์ คอนเนอร์ ไปเมื่อ 25 ปีก่อน ลินดา แฮมิลตัน เตรียมกลับมารับบทสาวแกร่งคนนี้อีกครั้งในหนัง Terminator ฉบับยกเครื่องใหม่อีกรอบ ที่จะเป็นการร่วมกันสร้างระหว่างสกายแดนซ์ และ พาราเมาท์ พิคเจอร์ส ครับ โดยฟ็อกซ์รับหน้าที่จัดจำหน่ายในต่างประเทศ
สิ่งที่แตกต่างจากการสร้างภาคใหม่ของหนังชุดคนเหล็กทุกภาคที่ผ่านมาก็คือคราวนี้ได้เจมส์ คาเมรอน ผู้ให้กำเนิดหนังชุดนี้กลับมาร่วมงานด้วยในฐานะผู้อำนวยการสร้างหนัง และในฐานะผู้วางแนวคิดเนื้อเรื่องของหนังครับ ที่วางให้หนังเป็นภาคต่อโดยตรงของ Terminator 2: Judgement Day (แปลว่าจะไม่นับรวมตั้งแต่ภาค 3 เป็นต้นมา)
คาเมรอนเป็นคนประกาศการกลับมาของแฮมิลตันเองระหว่างงานที่จัดขึ้นเป็นการส่วนตัวเพือฉลองให้หนังชุดนี้ และพูดถึงความสำคัญในการกลับมาของเธอทั้งในฐานะเพศและการเป็นดารานักบู๊ “มีผู้ชายวัย 50-60 ปี ที่ออกไปฆ่าผู้ร้ายอยู่ในตอนนี้ แต่ยังไม่มีตัวอย่างสำหรับผู้หญิงในวัยนั้น” คาเมรอนอ้างถึงการที่ยุคนี้มีพระเอกนักบู๊วัย 50-60 ปีอยู่เยอะ แต่ยังไม่มีนางเอกนักบู๊ในวัยเดียวกัน
หนังยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ แต่มีทิม มิลเลอร์ ที่แจ้งเกิดจาก Deadpool มารับหน้าที่กำกับหนัง ซึ่งบทหนังได้นักเขียนบทหลายคนมาช่วยกันระดมความคิดสร้างเนื้อเรื่องขึ้นมาจากแนวคิดของคาเมรอนเพื่อวางผังเรื่องราวสำหรับสร้างเป็นไตรภาคใหม่ โดยนักเขียนบทเหล่านั้นได้แก่เดวิด โกเยอร์ จาก Blade และ Batman Begins, ชาร์ลส์ เอกลี จาก Dark Angel, จอช ฟรีดแมน จาก The Sarah Connor Chronicles และ จัสติน โรดส์ จาก Green Lantern Corps
หนังยังมีอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กลับมาร่วมแสดงอีกครั้ง แต่คราวนี้มาเป็น 2 ตัวละครครับ ทั้งตัวดีและตัวร้าย และอาจมีการอธิบายด้วยว่าทำไมคนเหล็กถึงหน้าตาเหมือนเขา
สำหรับนักแสดงที่จะมาเสริมอีกคน จะไม่ใช่จอห์น คอนเนอร์ แต่จะเป็นหญิงสาววัย 18 แทน ตามที่คาเมรอนบอก “เรากำลังหานักแสดงหญิงวัย 18 ปีอยู่ ที่จะมาเป็นศูนย์กลางคนใหม่ของเรื่องราว เราจะยังคงพับเวลา เราจะมีตัวละครทั้งจากอนาคตและปัจจุบัน ตัวละครส่วนใหญ่จะเป็นตัวละครใหม่ แต่ตัวละครของอาร์โนลด์กับลินดาจะเป็นตัวที่ยึดทั้งหมดไว้ด้วยกัน
ที่มา: THR

Read more of this post

70 หนังทรงอิทธิพลด้านเทคนิคพิเศษตลอดกาลของสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคพิเศษ

สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคพิเศษ หรือ Visual Effect Society ได้ครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งสมาคมในปีนี้ครับ และได้ใช้โอกาสนี้ให้สมาชิกของสมาคมที่ทำงานเบื้องหลังเทคนิคพิเศษของฮอลลีวู้ดมาช่วยกันโหวตเลือกหนัง 70 เรื่องที่ทรงอิทธิพลที่สุด ที่นอกจากเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการแล้ว ยังสร้างผลกระทบหรือเป็นแบบอย่างให้เจริญรอยตามหรือใช้อ้างอิงด้วย
เทคนิคพิเศษในที่นี้มีทั้งที่เป็น practical effect หรือเทคนิคพิเศษที่ใช้วัสดุจริง เช่นระเบิด, หุ่นยนต์, ชุดยาง, การใช้มายาของกล้อง, การใช้เมคอัพ, การใช้สลิง เป็นต้น และก็เทคนิคพิเศษจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิกครับ
หนังที่ติดเข้ามาอยู่ในรายชื่อมีตั้งแต่เก่าแก่ที่สุดอย่าง A Trip to the Moon ที่ออกฉายปี 1902 และใหม่สุดก็คือ Mad Max: Fury Road กับ Ex Machina ที่ออกฉายปี 2015 ส่วนหนังของผู้กำกับที่ติดเข้ามาอยู่ในโผมากที่สุดก็คือหนังของสตีเวน สปีลเบิร์ก กับ เจมส์ คาเมรอน ครับ ผู้ที่ถือว่าเป็นนักสร้างสรรค์คนสำคัญของวงการหนังฮอลลีวู้ด
หนังชุด Star Wars ในไตรภาคคลาสสิคเข้ามาอยู่ในโผด้วยทั้ง 3 เรื่อง แต่ชุดใหม่ทั้งของจอร์จ ลูคัส และภาคล่าสุดไม่อยู่ในโผ เช่นเดียวกับไตรภาค The Lord of the Rings ก็เข้ามาอยู่ในโผทั้ง 3 เรื่อง แต่ไม่มี The Hobbit
หนังฉบับเก่าและใหม่ที่เข้ามาอยู่ในโผด้วยก้คือ King Kong ทั้งฉบับปี 1933 และ 2005 เช่นเดียวกับ Planet of the Apes ฉบับปี 1968 กับ Rise of the Planet of the Apes ที่ออกฉายปี 2011
หนังซูเปอร์ฮีโร่เข้ามาอยู่ในโผเรื่องเดียวกับ Superman ปี 1978 ส่วนหนังจากเอเชียก็มี Godzilla ฉบับปี 1954
ดูรายชื่อทั้ง 70 เรื่องที่ด้านในครับ ซึ่งเรียงตามตัวอักษร

Read more of this post

คาเมรอนบอกว่า Wonder Woman เป็นการถอยหลัง, เจนกินส์ โต้ ผู้หญิงเป็นได้ทุกอย่าง

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีดราม่าบนโลกออนไลน์จากความเห็นของผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน ที่มีต่อหนัง Wonder Woman ครับ และทำให้เกิดมีการโต้กลับจากทั้งแฟนหนังและจากผู้กำกับแพ็ตตี้ เจนกินส์ เอง

ความเห็นของคาเมรอนที่จุดชนวนดราม่ามาจากการให้สัมภาษณ์แก่เว็บไซต์ The Guardians ผู้ซึ่งสร้างตัวละครหญิงแกร่งขึ้นมามากมายบนโลกภาพยนตร์ เป็นต้นว่าดร.ลินด์ซีย์ บริกแมน (แมรี เอลิซาเบธ มาสตรานโตนิโอ) ใน The Abyss, โรส (เคต วินสเลต) ใน Titanic และ แซร่าห์ คอนเนอร์ ใน Terminator เป็นต้น แล้วเขารู้สึกยังไงถึงการนำเสนอ Wonder Woman ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในปีนี้

การที่ยินดีให้ตัวเองและตบหลังให้กำลังใจทั้งหลายที่ฮอลลีวู้ดมีต่อ Wonder Woman เป็นสิ่งที่ชวนให้ไขว้เขว เธอกลายสัญลักษณ์ที่ถูกทำให้กลายเป็นวัตถุ มันไม่ต่างจากที่ผู้ชายในฮอลลีวู้ดทำเลย ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่ชอบหนัง แต่สำหรับผมแล้ว มันเป็นการถอยหลัง

คาเมรอนขยายความโดยยกตัวเองงานของเขาว่า “แซร่าห์ คอนเนอร์ ไม่ใช่สัญลักษณ์ทางความงาม เธอแกร่ง เธอมีปัญหา เธอเป็นแม่ที่แย่ แต่เธอก็ได้รับการยกย่องจากผู้ชมผ่านความทรหดของเธอ และสำหรับผมแล้ว ผลิตผลจากตัวละครอย่างแซร่าห์เห็นได้ชัดเจน เพราะครึ่งหนึ่งของผู้ชมเป็นผู้หญิง

เจนกินส์ไม่รอนาน ก็ได้แสดงความเห็นผ่านทางทวิตเตอร์โต้กลับคาเมรอน ผู้กำกับที่แต่งงานมาห้าครั้งกับผู้หญิงแกร่งของฮอลลีวู้ดว่า Wonder Woman ไม่ใช่การถอยกลับ เพราะผู้หญิงเป็นได้ทุกอย่าง สวยและแกร่งไปพร้อมกันก็ได้

“การที่เจมส์ คาเมรอน ไม่อาจเข้าใจได้ว่า Wonder Woman คืออะไร หรือเป็นตัวแทนของอะไร ไม่ใช่สิ่งที่น่าประหลาดใจสำหรับผู้หญิงทั่วทั้งโลก แม้ว่าเขาจะเป็นยอดผู้กำกับก็ตาม แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้หญิง

ผู้หญิงเข้มแข็งนั้นดียิ่ง การที่เขายกย่อง Monster หนังของฉัน และการที่เขายกย่องผู้หญิงแกร่งแม้บอบช้ำก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่หากผู้หญิงจำเป็นต้องแข็ง ห้าว และมีปัญหาเสมอเพื่อที่จะเป็นคนแข็งแกร่ง และเราเอาแต่นำเสนอแต่มิติเดิมๆ หรือเอาแต่สรรเสริญสัญลักษณ์ของผู้หญิงทั่วทุกแห่งเพราะเธอนั้นสวยมีเสน่ห์และเห็นอกเห็นใจ เช่นนั้นแล้วเราก็ไม่ได้ก้าวไปไหนไกลสักเท่าไหร่ ว่าไหม

ฉันเชื่อว่าผู้หญิงสามารถเป็นและควรเป็น “ทุกอย่าง” ได้เหมือนที่ตัวละครนำชายควรเป็น มันไม่มีผู้หญิงทรงพลังแบบที่ถูกและแบบที่ผิด และผู้ชมที่เป็นผู้หญิงจำนวนมากที่ทำให้หนังเรื่องนี้ฮิตอย่างที่เห็น ย่อมสามารถเลือกและตัดสินใจสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าของตัวเองได้”

เห็นด้วยกับใครกันบ้างครับ

Read more of this post

Aliens ฉบับ 3D อาจเกิดขึ้น ถ้า T2 ฉบับ 3D ประสบความสำเร็จ

ผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน ได้ตอบคำถามผ่านเฟซบุกเพื่อประชาสัมพันธ์หนัง Terminator 2: Judgement Day ฉบับ 3D และก็ใช้โอกาสนี้บอกความคืบหน้าของบางโครงการหนังในอนาคตครับ

อย่างแรกก็คือ คาเมรอนบอกว่าการกลับมาฉายใหม่ของ T2 ในรูปแบบ 3D ก็เพื่อเป็นการทดสอบตลาดครับ ถ้าผลตอบรับออกมาดี คาเมรอนก็อยากฉาย Aliens 3D เป็นเรื่องต่อไป

เรายังไม่ได้ผลลัพธ์จากการทดสอบทางธุรกิจเลย ค่อยถามผมอีกทีในอีก 2-3 อาทิตย์ก็แล้วกันถ้าหลังจาก Terminator 2: Judgement Day ออกฉายแล้วผลตอบรับออกมาดี ผมคิดว่าเรื่องต่อไปในรายชื่อของผม ถ้าแฟนๆ ตื่นเต้นอยากดูกัน ก็คงต้องเป็น Aliens

คาเมรอนพูดต่อว่า “Aliens ดูเหมือนยังอยู่ในใจของผู้คน และน่าจะเป็นเรื่องต่อไปของผม แต่เราต้องทดสอบด้านธุรกิจของเรื่องนี้ก่อน ดังนั้น ผู้ชมต้องมาดูกัน ขอให้มาดูกันแล้วกัน

คาเมรอนถูกถามถึง Alien: Covenant ด้วยว่าดูแล้วหรือยังและมีความเห็นยังไงต่อหนัง ซึ่งคาเมรอนก็ตอบว่า “เป็นหนังที่สนุกดี” แต่ก็บอกว่าคงไม่ใช่หนังในแบบที่เขาอยากจะสร้าง นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่ากำลังทำบลูเรย์ของ True Lies กับ The Abyss ออกจำหน่ายด้วยครับ ที่แฟนๆ จะได้ชมในแบบความคมชัด 4K

ที่มา: Facebook/Terminator2

Read more of this post

เจมส์ คาเมรอนโกรธที่จอช โบรลิน ไม่รับเล่นหนังภาคต่อ Avatar

เมื่อเอ่ยชื่อผู้กำกับใหญ่อย่างเจมส์ คาเมรอน ที่มีผลงานที่เป็นการปฏิวัติวงการภาพยนตร์ นักแสดงหลายคนย่อมอยากมีส่วนร่วมในหนังของเขา แต่ไม่ใช่ทุกคน และคนคนนั้นก็คือจอช โบรลิน

ระหว่างให้สัมภาษณ์แก่นิตยสาร Esquire โบรลินได้เปิดเผยว่าคาเมรอนได้ยื่นบทในหนังภาคต่ออีก 4 ภาคของ Avatar มาให้เขา ที่กำลังจะเปิดกล้องพร้อมนักแสดงเร็วๆ นี้ แต่โบรลินปฏิเสธ

โบรลินไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมไม่รับเล่น แต่ทุกอย่างก็น่าจะจบแค่นั้น เพียงแต่ว่าดูเหมือนคาเมรอนไม่พอใจมากๆ ตามที่โบรลินให้สัมภาษณ์ครับ

ถ้าผมไม่อยากเล่น Avatar ผมก็จะไม่เล่น Avatar แต่เจมส์ คาเมรอน มาด่าผมด้วยคำนี้และคำนั้น จะอะไรก็ตาม ถ้าคาเมรอนมาหาผมแล้วพูดว่า ทำไมพูดแบบนั้น ผมก็จะตอบว่า เพราะมันเกิดขึ้นจริงๆ

คาเมรอนมีชื่อเสียงในฮอลลีวู้ดดีว่าเป็นผู้กำกับจอมโหด และทุกอย่างต้องได้ดั่งใจ แต่ก็ทำงานออกมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีตลอด ส่วนโบรลินนั้นก็ถือว่าเป็นนักแสดงที่คิวทองมากในปีนี้ครับ เพราะต้องถ่ายทำ Deadpool 2 กับ Avengers: Infinity War และ Avengers 4 ควบคู่กันไป

Read more of this post