Advertisements

Apple กับ Amazon ลงสนามประมูลลิขสิทธ์จัดจำหน่าย James Bond 25

ดูเหมือนว่ามีผู้เล่นใหม่มาลงสนามประมูลลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายหนัง James Bond ภาค 25 ต่อจากโซนีพิคเจอร์สอีกสองครับ และเป็นผู้เล่นที่คาดไม่ถึงด้วย
มีรายงานว่า Apple ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่กำลังผลิตเนื้อหาออกฉายในบริการดูหนังออนไลน์ของตัวเอง กับ Amazon ค่ายบริการดูหนังซีรี่ส์และหนังออนไลน์ที่กำลังมาแรงอีกค่าย และมีหนังเข้าชิงออสการ์ในปีที่แล้วเรื่อง Manchester by the Sea ได้ร่วมเข้าการประมูลลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายหนัง 007 ภาคใหม่กับเขาด้วยครับ
โซนี่หมดสัญญาจัดจำหน่ายหนัง James Bond แล้วหลังจากภาค Spectre ในปี 2015 และเอ็มจีเอ็มกับอีออนก็เริ่มหาหุ้นส่วนใหม่ มีหลายค่ายจัดจำหน่ายให้ความสนใจและตื้อหนักเพื่อให้ได้มา ทั้งโซนี่ค่ายเดิม, ฟ็อกซ์ และยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส แต่ในรายงานล่าสุดบอกว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ที่ได้ร่วมงานกับเอ็มจีเอ็มในหนังชุด The Hobbit เป็นเต็งจ๋าที่จะได้ลิขสิทธิ์ไป
ทั้ง Apple และ Amazon มุ่งมั่งที่จะทุ่มเงินจำนวนมากในการประมูลซื้อสิทธิ์ไม่ต่างจากที่วอร์เนอร์ฯ จะยอมจ่าย แต่ในกรณีของ Apple นั้นสร้างความฉลงพอสมควร เพราะไม่ได้หมายถึงแค่จะซื้อลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายหนัง แต่หมายถึงการเป็นเจ้าของทั้งแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าถึง 2-5 พันล้านเหรียญ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่ามีบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนอีกเจ้าที่สนใจจะซื้อลิขสิทธิ์ด้วย ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะหนังเช่นกัน แต่เป็นลิขสิทธิ์สินค้าทั้งหมดที่อาจสร้างปรากฏการณ์สำคัญด้านมูลค่าข้อตกลงทางการค้าเลย
ถ้า Apple ได้ลิขสิทธิ์ไป ไม่เพียงจะหมายถึงการสร้างหนัง แต่ยังรวมถึงการขยายจักรวาลของเจมส์ บอนด์ ออกไปอีกให้ใหญ่ขึ้น จะมีโอกาสทั้งการสร้างภาคแยก การดัดแปลงงานของเอียน เฟลมมิ่ง แบบตรงกับยุคสมัยในนิยายดั้งเดิมมากขึ้น รวมถึงการสร้างซีรี่ส์ที่เกี่ยวกับบอนด์ออกฉายตามมาด้วย
คาดว่าการเจรจาทั้งหมดน่าจะเสร็จสิ้นก่อนการเปิดกล้องหนัง James Bond ภาค 25 ที่แดเนียล เครก จะรับบทเป็นครั้งที่ 5 และครั้งสุดท้าย ที่จะออกฉายพฤศจิกายน 2019 ครับ
ที่มา: THR

Read more of this post

Advertisements

คริสโตเฟอร์ โนแลน คิดว่าทอม ฮาร์ดี เหมาะที่จะรับบท James Bond

คริสโตเฟอร์ โนแลน ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานนี้ครับว่า ถ้าเขาจะกำกับหนังชุด James Bond ก็จะต้องเป็นการยกเครื่องใหม่ “เราต้องเป็นที่ต้องการจริงๆ ถ้าคุณเข้าใจความหมายที่ผมพูดนะ มันจำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่ มันจำเป็นต้องต้องการเรา และพวกเขาก็ไปกันได้ดีอยู่แล้ว” แปลว่าถ้าโนแลนจะกำกับหนัง 007 ก็ต้องมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงจากแดเนียล เครก ด้วยเช่นกัน

แต่ถ้าโนแลนได้กำกับจริง ใครกันล่่ะที่เหมาะจะรับบทนี้ โนแลนบอกระหว่างให้สัมภาษณ์แก่ Happy Sad Confused ว่าเป็น “ทอม ฮาร์ดี” นักแสดงที่ร่วมงานกับเขามาสามเรื่องแล้วนั่นเอง “เขาจะต้องน่าทึ่งแน่ๆ เขาจะต้องแน่ๆ

โนแลนยังเปิดเผยด้วยว่าเขามีแนวคิดแล้วว่าจะกำกับหนัง James Bond ออกยังไงครับ ซึ่งเป็นแบบที่ยังไม่เคยทำมาก่อนด้วย แต่ขอปกปิดไว้ก่อน ยังไม่อยากเปิดเผย

ทอม ฮาร์ดี ก็เคยให้สัมภาษณ์เหมือนกันครับว่า เขาอยากเป็นเจมส์ บอนด์ หากโนแลนกำกับ สมเป็นผู้กำกับและนักแสดงคู่บุญกันจริงๆ

Read more of this post

คริสโตเฟอร์ โนแลน บอกเงื่อนไขที่จะทำให้เขายินดีกำกับหนัง James Bond ภาคใหม่

คริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นแฟนตัวยงของหนังชุด James Bond และก็เปรยๆ มาหลายครั้งว่าสนใจกำกับหนังชุดนี้ ทางผู้สร้างของหนังชุด James Bond ก็อยากได้โนแลนเช่นกัน แต่อะไรเป็นอุปสรรคให้โนแลนยังไม่มากำกับ James Bond เสียที โนแลนได้ตอบคำถามเรื่องนี้ระหว่างให้สัมภาษณ์แก่นิตยสารเพลย์บอยถึงเหตุผลครับ

ในระหว่างให้สัมภาษณ์เพื่อประชาสัมพันธ์หนัง Dunkirk ที่จะเข้าในสัปดาห์หน้า โนแลนถูกถามถึงหนัง James Bond ว่าเขาอยากกำกับไหม “หนัง Bond อยากแน่นอน ผมได้คุยกับผู้อำนวยการสร้างบาร์บารา บรอคโคลี กับ ไมเคิล จี. วิลสัน ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมรักตัวละครนี้อย่างสุดซึ้ง และผมตื่นเต้นที่จะได้ดูว่าพวกเขาจะทำยังไงกับตัวละครโดยตลอด บางทีวันหนึ่งอาจตกลงกันได้ เราต้องเป็นที่ต้องการจริงๆ ถ้าคุณเข้าใจความหมายที่ผมพูดนะ มันจำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่ มันจำเป็นต้องต้องการเรา และพวกเขาก็ไปกันได้ดีอยู่แล้ว

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าจะให้โนแลนกำกับ หนัง James Bond ก็ต้องมีการยกเครื่องใหม่ เปลี่ยนใหม่หมดนั่นเอง คงเหมือนกับที่โนแลนทำกับหนังชุด The Dark Knight ครับ และนั่นอาจแปลว่าคงต้องมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงนำด้วย คงต้องรอให้แดเนียล เครก เลิกเล่นหนังชุดนี้จริงๆ และมีการยกเครื่องใหม่จริงๆ เราถึงอาจได้เห็นโนแลนกำกับหนังชุดนี้ครับ

Read more of this post

ผู้อำนวยการสร้าง James Bond สนใจทำภาคแยก

ผู้อำนวยการสร้างหนังชุด James Bond เคยเปรยๆ มาช่วงหนึ่งว่าอยากสร้างหนังภาคแยก Jinx ตัวละครของฮัลลี เบอรี่ จาก Die Another Day แต่ก็พับโครงการหนังไปเปลี่ยนเป็นยกเครื่องหนังใหม่ใน Casino Royale ที่ได้แดเนียล เครก มารับบทเป็นเจมส์ บอนด์ คนใหม่แทนเพียร์ซ บรอสแนน ดูเหมือนว่าแนวคิดภาคแยกนั้นจะกลับมาได้รับพิจารณาใหม่เมื่อการสร้างจักรวาลภาพยนตร์กำลังเป็นที่นิยมในฮอลลีวู้ดตอนนี้ครับ

รายงานจากเจฟฟ์ สไนเดอร์ นักข่าวฮอลลีวู้ดของ The Tracking Board บอกว่า เขาได้ยินมาว่าผู้อำนวยการสร้างไมเคิล จี. วิลสัน กับ บาร์บารา บรอคโคลี กำลังสนใจเรื่องภาคแยกอยู่ครับ “ผมได้ยินว่าพวกบรอคโคลีติดไข้กระแสจักรวาลภาพยนตร์ และอยากที่จะนำเสนอมุมอื่นของหนังชุดบอนด์…ไปพร้อมๆ กัน”

หากผู้อำนวยการสร้าง 007 อยากเปิดจักรวาลให้หนังเจมส์ บอนด์ จริงๆ ก็มีหลายทางเลือกอยู่ เช่นตัวละครที่มีอยู่ในหนังชุดนี้อยู่แล้วอย่างคิวหรือมันนี่เพนนี หรือสร้างตัวละครใหม่ เช่น 005, 008, 001 เป็นต้น

แต่หนังก็ยังมีปัญหาอื่นให้ต้องพิจารณาอยู่ในตอนนี้ครับ นั่นก็คือจะสร้างภาคต่อ James Bond โดยมีแดเนียล เครก ไหม หรือจะยกเครื่องใหม่อีกรอบ

Read more of this post

โรเจอร์ มัวร์ ตำนานหนังเจมส์ บอนด์ เสียชีวิตด้วยวัย 89

วันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา เดบราห์, เจฟฟรี่ย์ และ คริสเตียน ลูกทั้งสามของเซอร์ โรเจอร์ มัวร์ ได้ลงข้อความประกาศข่าวเศร้าทางทวิตเตอร์ครับว่า นักแสดงชาวอังกฤษผู้เป็นตำนานของหนังชุดเจมส์ บอนด์ ท่านนี้ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 89 ปี “หลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างกล้าหาญแม้ในเวลาสั้นๆ”ครับ ระหว่างพำนึกอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ และมีแผนจะจัดงานศพส่วนตัวที่โมรอคโค

โรเจอร์ มัวร์ เป็นนักแสดงที่รับบทเจมส์ บอนด์ ถึง 7 ภาคด้วยกัน ในช่วงเวลา 12 ปี นับตั้งแต่ Live and Let Die ในปี 1973 จนถึง A View to Kill ในปี 1985 โดยมีความเป็น 007 ในแบบเฉพาะตัว มีความแปลกที่สุดในบรรดาชุดนี้ทั้งหมด เกือบๆ จะเป็นหนังล้อเลียน อย่างเช่น Moonraker และ The Man with the Golden Gun ตัวละครก็มักมีอารมณ์ขันแห้งๆ และมีเสน่ห์แบบหนุ่มสำอางที่มัวร์เองก็มักเอาลักษณะนี้ไปใส่ในตัวละครอื่นๆ ครับ แต่เมื่อต้องจริงจังก็ใส่ความจริงจังนั้นได้ดี

ก่อนเข้าวงการบันเทิง มัวร์รับใช้ชาติเป็นทหารมาก่อนจนได้ยศผู้กองในปี 1946 จากนั้นไปเรียนต่อที่ราชวิทยาลัยศิลปะการละคร (RADA) แล้วออกมารับอาชีพเป็นนักแสดงกับนายแบบ ได้ตกลงเซ็นสัญญาเล่นหนังกับเอ็มจีเอ็มในปี 1954 ตามต่อด้วยวอร์เนอร์ บราเธอร์ส แล้วก็เริ่มเป็นที่รู้จักจากซีรี่ส์ทางทีวีชุด Ivanhoe แต่บทบาทที่ทำให้เตะตาผู้สร้างหนังชุดเจมส์ บอนด์ ก็คือบทไซมอน เทมปลาร์ ในซีรี่ส์ชุด The Saint

หลังเลิกรับบทเจมส์ บอนด์ แล้ว มัวร์ก็ยังเล่นหนังต่อ เช่น The Quest, Spy World และ Boat Trip เป็นต้น แต่ภายหลังก็หันไปทำงานการกุศลเต็มตัว โดยรับหน้าที่เป็นทูตสันตวไมตรีให้แก่องค์กร UNICEF

ข้อความสุดท้ายของมัวร์บนทวิตเตอร์ลงไว้เมื่อ 10 พฤษภาคมครับ และยังคงมีอารมณ์ขันดีอยู่ โดยลงข้อความถึงข่าวที่เอชบีโอจะสร้างหนังเกี่ยวกับเฮิร์ฟ วินเญอเชตต์ นักแสดงใน The Man with the Golden Gun ว่า “ใครจะเล่นเป็นผมล่ะเนี่ย”

Read more of this post

ผู้สร้างสนใจพอล แมคกุยแกน กำกับ James Bond ภาค 25

ตัวเลือกแรกที่อาจได้กำกับหนัง James Bond ภาค 25 มาแล้วครับ มีรายงานบอกว่า พอล แมคกุยแกน คือคนที่บาร์บารา บรอคโคลี ผู้อำนวยการสร้างของหนังชุด James Bond ให้ความสนใจอยู่ในตอนนี้

ความสนใจในตัวของแมคกุยแกนมาจากการที่บรอคโคลีได้อำนวยการสร้างหนังนอกกระแสเรื่องล่าสุดของเขา Film Stars Don’t Die In Liverpool ที่นำแสดงโดยแอนเน็ต เบนนิ่ง ครับ และบรอคโคลีก็ประทับใจในผลงานของแมคกุยแกนมากจนกำลังพิจารณาให้เขามากำกับหนัง 007 ภาคต่อไป

ผลงานหนังของแมคคุยแกนค่อนข้างดีบ้าง แย่บ้าง ปานกลางบ้าง สลับกันไป ซึ่งเรื่องล่าสุดก็คือ Victor Frankenstein ที่นำแสดงโดยเจมส์ แม็คเอวอย กับ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ส่วนผลงานเรื่องอื่นๆ ที่อาจเป็นที่รู้จักก็เช่น Push, Wicker Park และ Lucky Number Slevin ครับ

อย่างไรก็ดี ผลงานของแมคกุยแกนที่เป็นที่รู้จักมากกว่ามาจากงานทีวีครับ เขากำกับตอนนำร่องให้ซีรี่ส์ Luke Cage ทางเน็ตฟลิกซ์ และกำกับซีรี่ส์ Sherlock ให้บีบีซี 4 ตอนของหกตอนแรก

อย่างไรก็ดี ทุกอย่างยังต้องขึ้นอยู่กับบทหนังของนีล เพอร์วิส กับ โรเบิร์ต เวด ว่าจะวางทิศทางของหนังไปในทางไหน ซึ่งทั้งคู่ยังคงหาแนวความคิดเจ๋งๆ ให้แก่หนังอยู่ ร่วมกับบรอคโคลีกับผู้อำนวยการสร้างไมเคิล วิลสัน นอกจากนี้แล้วก็ยังขึ้นอยู่กับค่ายจัดจำหน่ายหนังที่จะมารับหน้าที่จัดจำหน่ายภาคใหม่นี้ที่ยังอยู่ระหว่างการเลือกเฟ้นอยู่ครับ

ที่มา: indiewire

Read more of this post

5 ค่ายหนัง แย่งชิงลิขสิทธิ์จัดจำหน่าย James Bond ภาคใหม่

อย่างที่เคยรายงานให้ทราบครับว่าลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายหนังชุด James Bond ของโซนี่ พิคเจอร์ส ยุติหลังจาก Spectre ออกฉาย หลังจากที่ได้จัดจำหน่ายและร่วมสร้างมาตั้งแต่ Casino Royale เมื่อปี 2006 ซึ่งแม้จะมีปัญหาบ้าง แต่หนังก็ทำเงินทั่วโลกรวมกันไปราว 3.5 พันล้านเหรียญ (หลังจากปรับตามค่าเงินเฟ้อแล้ว) และสร้างให้แดเนียล เครก เป็นเจมส์ บอนด์ ของยุคใหม่

เมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์ (เอ็มจีเอ็ม) กับ อีออน โปรดักชั่น ผู้ถือลิขสิทธิ์นิยายและผู้ควบคุมงานสร้างหนังชุดนี้มาตลอดได้เริ่มคุยกับค่ายหนังใหญ่ของฮอลลีวู้ดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ด้านการตลาดและจัดจำหน่ายหนังภาคใหม่แล้ว ซึ่งตามรายงานบอกว่ามีค่ายหนังอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ค่ายที่สนใจและแข่งขันกันอยู่ในตอนนี้

ทั้งห้าประกอบด้วยโซนี่ที่เป็นค่ายจัดจำหน่ายเดิม ตามด้วยวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ที่ร่วมงานกับเอ็มจีเอ็มในหนังชุด The Hobbit, ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส, ทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ และค่ายจัดจำหน่ายหนังน้องใหม่ แอนนาเปอร์นา พิคเจอร์ส ที่เพิ่งร่วมงานกับเอ็มจีเอ็มใน Detroit

สิ่งที่น่าสนใจในข้อตกลงก็คือ ไม่ใช่เป็นสัญญาจัดจำหน่าย 4 ภาคแบบคราวของโซนี่ที่ผ่านมา แต่เป็นการจัดจำหน่ายเพียงภาคเดียว เพราะยังไม่อยากผูกมัดตัวเองกับค่ายไหนมากเกินไป หากค่ายไหนเสนอมาเกินหนึ่งภาคก็จะไม่รับ

ส่วนประเด็นเรื่องนักแสดงนำของหนัง แดเนียล เครก ไม่มีการกล่าวถึงในที่ประชุมแม้ผู้อำนวยการสร้างของหนังหวังว่าเครกจะกลับมารับบทอย่างน้อยอีกหนึ่งภาค

แล้วผู้จัดจำหน่ายจะได้อะไรจากหนัง ดูเหมือนว่าจะไม่ต่างจากที่โซนี่เคยได้รับในตอนทำ Spectre ครับ นั่นคือโซนี่ต่ายค่าทุนสร้างและงบการตลาดส่วนใหญ่ของหนัง และได้ 25% จากส่วนแบ่งกำไรหลังจากหักทุนสร้างและงบประมาณทั้งหมดแล้ว โซนี่ยังให้เอ็มจีเอ็มได้กำไรจากส่วนอื่นที่ไม่ใช่หนังเจมส์ บอนด์ ด้วย

และหาก แอนนาเปอร์นา พิคเจอร์ส ของเมแกน เอลลิสัน ได้ลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายไป ก็จะทำให้บริษัทของเธอกลายเป็นผู้เล่นรายใหม่ที่สำคัญของฮอลลีวู้ดขึ้นมาเลย แต่ก็ยังมีความลังเลอยู่ว่าบริษัทที่ผลิตหนังเล็ก แต่มีงานที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงบนเวทีรางวัลมาหลายปีบริษัทนี้ จะมีประสบการณ์พอในการจัดจำหน่ายหนังใหญ่ๆ ในระดับโลกหรือไม่

ที่มา: The New York Times

Read more of this post