Advertisements

กัล กาด็อต เตรียมสมทบเอซรา มิลเลอร์ ใน Flashpoint และ แบรดลี่ คูเปอร์ ใน Deeper

ดูเหมือนว่า Wonder Woman จะมีบทในหนัง Flashpoint หนังภาคเดี่ยวของ The Flash ที่รับบทโดยเอซรา มิลเลอร์ จริงๆ ตามที่มีข่าวลือมาก่อนหน้านี้ครับ เดดไลน์ได้ยืนยันว่ากัล กาด็อต จะกลับมารับบทเป็นไดอานา พรินซ์ อีกครั้งในหนังเรื่องนี้ด้วย หลังจาก Justice League และ Wonder Woman II ครับ
ตามท้องเรื่องของฉบับคอมมิคแล้ว หนังเล่าถึงการที่แบรี่ แอลเลน หรือ The Flash เข้าไปยุ่งกับเส้นเวลาทำให้โลกในจักรวาลดีซีที่เรารู้จักเปลี่ยนไปจนทำให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และเป็นจุดชนวนให้เกิดสงครามระหว่างซูเปอร์ฮีโร่ขึ้น ทำให้แฟลชต้องกลับไปแก้ไขเส้นเวลาให้เป็นปกติครับ หนังมีกำหนดฉายคร่าวๆ ปี 2020 แต่ยังไม่มีผู้กำกับหนังในตอนนี้
รายงานเรื่องกาด็อตจะสมทบ Flashpoint รวมอยู่ในรายงานข่าวที่พาดหัวเรื่องเธอจะรับบทสมทบในหนังเขย่าขวัญเหนือธรรมชาติเรื่อง Deeper ที่แบรดลี่ คูเปอร์ จะรับบทนำ หนังสร้างจากบทของแม็กซ์ แลนดิส ผู้เขียน Chronicle ว่าด้วยนักบินอวกาศที่เสื่อมเสียและได้มีโอกาสกู้ชื่อจากภารกิจร่องลึกใต้มหาสมุทรที่เพิ่งค้นใหม่และคาดว่าอยู่ส่วนลึกที่สุดของโลก เมื่อลงไป เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับพลังเหนือธรรมชาติอันลึกลับ
Deeper จะกำกับโดยกอร์เนล มุนดรุคโซ ผู้กำกับที่โด่งดังจากหนังฮังการีเรื่อง White God ครับ
ที่มา: Deadline

Read more of this post

Advertisements

Justice League ต้องใช้ซีจีลบหนวดของเฮนรี่ คาวิลล์, งบถ่ายซ่อมเพิ่มเป็น $25 ล้าน

หนวดของเฮนรี่ คาวิลล์ ที่ไว้เพื่อใช้แสดงในหนัง Mission: Impossible 6 น่าจะเป็นหนวดเงินล้านแล้วในตอนนี้ แต่ในความหมายว่าทำให้ทุนสร้างของหนัง Justice League สูงขึ้นครับ

รายงานจากวาไรตี้ที่พูดถึงเบื้องหลังการถ่ายซ่อมและถ่ายเพิ่มเติมของ Justice League ที่ควบคุมโดยจอส วีดอน ได้สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้ผู้เกี่ยวข้องบางคนพอสมควร ทั้งนี้เพราะนักแสดงบางคนต้องสับหลีกระหว่างคิวการถ่ายซ่อมเรื่องนี้ที่ใช้เวลาสองเดือนถ่ายทำทั้งในโรงถ่ายที่แอลเอกับลอนดอนกับคิวการถ่ายทำหนังเรื่องนี้อื่นที่ชนกันในช่วงนี้ครับ

เบน แอฟเฟล็คกับกัล กาด็อต เป็นนักแสดงของ Justice League ที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องคิว เพราะทั้งคู่ไม่มีงานอื่นในช่วงนี้พอดี ต่างจากเอซรา มิลเลอร์ ที่ต้องโดดไปมาระหว่างหนังเรื่องนี้กับภาคต่อ Fantastic Beasts ครับ โชคดีที่ทั้งสองเรื่องเป็นงานของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส เหมือนกัน ทำให้สลับคิวกันไม่ยาก แต่กลายเป็นยากในแง่ที่เขาอาจได้คิวไม่ตรงกับนักแสดงสมทบคนอื่นๆ และยิ่งบทใน Fantastic Beasts ของเขามีเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก ทำให้ยิ่งยากมากขึ้นอีก

แต่ที่ยากกว่ามิลเลอร์ก็คือ คาวิลล์ที่ไม่เพียงจะต้องสับรางให้คิวหนังทั้งสองเรื่องไม่ชนกันแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องหนวดที่เขาไว้เพื่อรับบทใน Mission: Impossible 6 อีก เพราะพาราเมาท์ ผู้จัดจำหน่ายของหนัง ไม่ยอมให้เขาโกนหนวดขณะที่หนังยังถ่ายทำอยู่ ดังนั้น เมื่อคาวิลล์ต้องโดดมาสวมชุดซูเปอร์แมนใน Justice League เขาต้องสวมชุดนี้ทั้งที่ยังมีหนวดอยู่ วอร์เนอร์ฯ จึงต้องพึ่งคอมพิวเตอร์กราฟฟิกมาช่วยในการลบหนวดของเขาออกในขั้นตอนทำเทคนิคพิเศษ (ทำไมไม่ให้ซูเปอร์แมนมีหนวดไปเลยก็ไม่รู้ เซ็กซี่จะตาย)

ในรายงานบอกด้วยว่าค่าใช้จ่ายในการถ่ายซ่อมและเพิ่มเติมนี้ราวๆ 25 ล้านเหรียญสหรัฐครับ เป็นงบพอๆ กับที่ใช้ในการสร้างหนังทุนปานกลางได้เรื่องหนึ่งเลย ใกล้เคียงกับงบที่ใช้สร้างหนังอย่าง The Shawshank Redemption, Rings หรือ The Grey แต่ด้วยความที่เป็นหนังใหญ่และมีโอกาสทำเงินมากมาย ค่ายหนังมักยอมทุ่มทุนกันอยู่แล้วเพื่อให้ออกมาดี หนังที่ใช้ทุนถ่ายซ่อมมากๆ ก็อย่างเช่น Rogue One: A Star War Story และ World War Z ก็ซ่อมกันจนหนังประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์ครับ แต่ก็ใช่ว่าทุกเรื่องจะดีด้านคำวิจารณ์ เป็นต้นว่า Suicide Squad เป็นต้น และเราก็หวังว่า Justice League จะไม่เป็นอย่างเรื่องหลัง

ที่มา: Variety

Read more of this post

เอซรา มิลเลอร์ เปิดเผยว่าเรื่องราว Harry Potter ช่วยให้เขาฟันฝ่าการถูกกลั่นแกล้งสมัยวัยรุ่น

fantastic-beasts-credenceเชื่อว่าบทของเครเดนซ์ แบร์โบนส์ ใน Fantastic Beasts and Where to Find Them อาจมีความพิเศษสำหรับเอซรา มิลเลอร์ นักแสดงหนุ่มวัย 24 แน่ๆ เพราะดูเหมือนว่าเขาเองก็ผูกพันกับโลกเวทย์มนตร์ใน Harry Potter ที่เจ.เค. โรว์ลิ่ง สร้างขึ้นมาตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่นครับ และมันได้ช่วยให้เขาฟันฝ่าการถูกกลั่นแกล้งจากคนอื่นๆ

ในการให้สัมภษณ์กับ WENN (via Metro) มิลเลอร์เปิดเผยว่าบทใน Fantastic Beasts and Where to Find Them ช่วยให้เขาได้ขอบคุณเจ.เค. โรว์ลิ่ง ที่เขียนหนังสือชุด Harry Potter ขึ้นมา ที่ช่วยให้เขานำพาชีวิตในช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เขาบอกว่าการฟังนิยายเสียงชุดนี้ช่วยให้เขาจัดการกับการถูกล้อและกลั่นแกล้ง”อันเจ็บปวด“ไปได้

ผมถูกล้อว่าเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีความสนใจแปลกๆ เพราะการที่พูดติดอ่าง ผมจึงกลายเป็นเหยื่อได้ง่าย นอกจากนี้ ตอนที่ผมเริ่มเป็นวัยรุ่น ผมยังมีความรู้สึกสับสนเรื่องการอยากจูบคน ซึ่งไม่ได้เป็นเด็กผู้หญิงกันทุกคน มีบางครั้งในชีวิตที่ผมรู้สึกเหมือนถูกเนรเทศออกจากผู้คน หรือเพื่อนๆ

มิลเลอร์เล่าต่อว่า “ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่เจ็บปวด แต่ก็ยังทำให้เราได้รู้แจ้งมากๆ เพราะมันทำให้เราออกมายืนภายนอกสังคมแล้วมองโลกด้วยสายตาที่สดใหม่ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดว่าหลายคนที่มีปัญญาปราดเปรื่องเคยเป็นคนนอกหรือถูกริดรอนมาก่อน ในช่วงเวลานั้นที่ถูกกลั่นแกล้ง ผมจะกลับบ้านมาฟัง Harry Potter อยู่หลายๆ ชั่วโมงในทุกวันขณะที่กินบะหมี่สำเร็จรูป

แม้มิลเลอร์จะยอมรับว่ามีช่วงเวลาที่น่าเศร้าอยู่ แต่ตัวละครและเรื่องราวของโรว์ลิ่งก็ช่วยให้เขามองเห็นว่า “โลกยังมีสิ่งดีๆ อยู่” และเป็นแรงบันดาลใจให้การทำงานของเขา

มันเป็นช่วงเวลาที่น่าเศร้านิดๆ ในชีวิตของผม แต่เราจำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ฟันฝ่าช่วงเวลาที่ลำบากไปให้ได้ และการที่ได้มีขุมพลังอย่างเรื่องราวของ Harry Potter ที่เตือนเราว่ามันยังมีสิ่งดีๆ อยู่ในโลก ในตัวของเรา มันช่วยผมในหลายๆ ทางอย่างที่ผมไม่เข้าใจนัก

Read more of this post

ฉากที่ถูกตัดไปของ Fantastic Beasts เผยชะตากรรมของตัวละครสำคัญ

fantastic-beasts-credenceเนื้อหาเผยเนื้อเรื่องสำคัญ อย่าเพิ่งอ่านถ้ายังไม่อยากรู้ก่อนไปดูหนัง

ขณะที่นิวต์ สคามันเดอร์ (เอ็ดดี้ เรดเมย์น) ไล่ตามจับสัตว์วิเศษที่หลุดออกไปจากกระเป๋า เนื้อเรื่องอีกส่วนของหนัง Fantastic Beasts and Where to Find Them ก็เกี่ยวข้องกับอสุรกายอีกตัวที่อาละวาดฆ่ามนุษย์ในนิวยอร์ก ที่ทำให้นิวต์ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นต้นเหตุ อสุรกายตนนั้นคือ “ออบสคูรัส” (Obscurus) ซึ่งเป็นร่างปรสิตของพ่อมดแม่มดเด็กที่เกิดจากการพยายามข่มพลังเวทย์มนตร์ของตนไว้ เพื่อไม่ให้คนภายนอกรู้ แล้วปะทุออกมาอาละวาดตอนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

ในฉากไคลแม็กซ์ของหนังได้เผิดเผยว่า เจ้าของร่างออบสคูรัสตนนั้นก็คือเครเดนซ์ แบร์โบน (เอซรา มิลเลอร์) ที่กลายร่างเป็นออบสคูรัสอาละวาดเพราะการถูกกระทำทารุณจากแม่บุญธรรม แต่แล้วเขาก็ถูกเหล่ามือปราบมารรวมพลังกันทำลายตอนที่กลายร่างเป็นออบสคูรัส โดยที่มีการบอกใบ้ว่าร่างของเขาอาจถูกทำลายไปไม่หมดดี

เดวิด เฮย์แมน ผู้อำนวยการสร้างของหนังได้เล่าว่ามีฉากสำคัญหนึ่งที่ถูกตัดออกไปจากที่เผยให้เห็นว่าเครเดนซ์ยังไม่ตาย และกำลังจะเดินทางไปที่แห่งหนึ่ง แต่ตัดฉากนั้นออกไปเพื่อไม่ให้ผู้ชมเดาได้ว่าภาคต่อของหนังจะไปดำเนินเรื่องที่ไหน

เราตัดฉากฉากหนึ่งที่เราตัดออกไป เป็นฉากที่เครเดนซ์ขึ้นเรือโดยสารไป เพื่อโดยสารไปที่แห่งอื่น แต่เราตัดออกไปเพื่อไม่ให้ผู้ชมเห็นชัดเจนว่า อ้า เอาแล้วไงๆ ฉากที่เขาขึ้นเรือไปนั้น อาจขึ้นเรือไปกับนิวต์ หรืออาจไม่ หรืออาจออกไปจากนิวยอร์ก

เฮย์แมนบอกต่ออีกว่า เครแดนซ์ (มิลเลอร์), กรินเดลวัลด์ (จอห์นนี่ เดปป์) และดัมเบิลดอร์ ที่เรายังไม่รู้ว่าใครจะมารับบท จะมีความสำคัญต่อหนังชุดนี้ในอนาคตมากกว่านิวต์ ตัวเอกของภาคแรกที่รับบทโดยเอ็ดดี้ เรดเมย์น

ผมไม่คิดว่านิวต์จะเป็นหัวใจของเรื่องในทุกภาค ผมคิดว่าเขาจะเป็นแค่มีบทบาทส่วนหนึ่ง เช่นเดียวกับทีน่า, ควีนนี่ และ เจค็อบ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของภาคต่อไป ผมคิดว่าดัมเบิลดอร์, เครเดนซ์ และกรินเดลวัลด์จะเป็นตัวละครหลัก

Fantastic Beasts ภาคต่อที่ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ มีกำหนดฉายปี 2018 ครับ เดวิด เยตส์กลับมากำกับเช่นเคย

ที่มา: Cinema Blend

Read more of this post

เอซรา มิลเลอร์ ปฏิเสธ ที่จะแจกลายเซ็นให้แฟนหนังที่เอาหนังสือการ์ตูนมาร์เวลมาให้เซ็น

the-flash-jtlบางครั้งแฟนหนังก็ต้องทำการบ้านเหมือนกันเวลาที่จะนำของอะไรไปให้นักแสดงเซ็น เพราะไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะเซ็นได้ทุกอย่าง บางคนมีสังกัด และมีสัญญาไม่ให้ร่วมโปรโมทงานของคู่แข่ง เช่นกรณีนี้เป็นต้นครับ

ระหว่างเดินสายประชาสัมพันธ์หนัง Fantastic Beast and Where to Find Them เอซรา มิลเลอร์ ผู้ที่ยังรับบทเป็น The Flash ซูเปอร์ฮีโร่ที่ไวปานสายฟ้า ในหนัง Justice League และ Batman v Superman: Dawn of Justice ได้แจกลายเซ็นแฟนๆ ที่มารอต้อนรับ แต่มีแฟนคนหนึ่งโดยเฉพาะที่มิลเลอร์ต้องปฏิเสธที่จะเซ็นให้

แฟนคนดังกล่าวนำหนังสือคอมมิกที่คล้ายกับ Agents of SHIELD มาให้เซ็น และมิลเลอร์ตอบว่า “คุณเข้าใจใช่ไหมว่าทำไมผมเซ็นให้ไม่ได้ หาอย่างอื่นมาให้ผม แล้วผมจะเซ็นให้ รู้ๆ กันอยู่ว่าผมเซ็นหนังสือคอมมิกของมาร์เวลไม่ได้จริงๆ ผมขอโทษด้วย” แฟนคนดังกล่าวก็ออกจะสับสนนิดหน่อย “Justice League ไม่ใช่ของมาร์เวลเหรอ” มิลเลอร์ตอบว่า”ไม่ เป็นของดีซี พวกเขาเป็นบริษัทคอมมิกคู่แข่งกัน ผมเซ็นไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นผมตายแน่

ถ้าใครสับสนว่าหนังสือการ์นูตเล่มไหนเป็นของค่ายไหนแล้วจะนำไปให้มิลเลอร์เซ็นในช่วงนี้ ให้เขาเซ็นหนังสือ Harry Potter ปลอดภัยที่สุดครับ

ชมคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวด้านใน

Read more of this post

ผู้กำกับ ริก ฟามูยิวา ถอนตัวจากหนังซูเปอร์ฮีโร่ The Flash หนังอาจต้องเลื่อนกำหนดฉาย

the-flash-jtlดูเหมือนว่าโครงการหนัง The Flash ซูเปอร์ฮีโร่ที่เร็วประหนึ่งสายฟ้าของฝั่งดีซี และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดูเหมือนจะไม่ค่อยโชคดีเท่าซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นๆ ในเครือเดียวกันครับ เพราะผู้กำกับได้ถอนตัวออกไปอีกคนแล้ว

เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่า ริก ฟามูยิวา จากหนังซันแดนซ์คำวิจารณ์ดีเรื่อง Dope ได้ถอนตัวจากโครงการหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่นำแสดงโดยเอซรา มิลเลอร์ เรื่องนี้ และอาจทำให้หนังต้องเลื่อนฉายจากกำหนดเดิม มีนาคม 2018 เพราะการเตรียมงานที่ฟามูยิวาเตรียมไว้ตั้งแต่กรกฎาคมที่ผ่านมาก็ต้องทิ้งไปด้วย ทำให้หนังอาจเตรียมงานสร้างไม่ทันกำหนดเปิดกล้องมีนาคม 2017 นี้

แหล่งข่าววงในบอกว่าฟามูยิวาถอนตัวไปเพราะมีความเห็นไม่ตรงกับผู้บริหารของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ครับ วิสัยทัศน์ที่แวกแนวในการสร้างเรื่องนี้ไม่ตรงกับที่ทางค่ายหนังต้องการ

อย่างไรก็ดี การถอนตัวไปน่าจะเป็นการจากกันด้วยดี ตามที่ฟามูยิวาบอกในแถลงว่า “ตอนที่ได้รับการทาบทามจากวอร์เนอร์ และ ดีซี ให้มากำกับ The Flash ผมตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้มีโอกาสเข้าสู่โลกอันน่าทึ่งของตัวละครที่ผมรักตั้งแต่เด็ก และจนกระทั่งวันนี้ ทั้งยังตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับเอซรา มิลเลอร์ นักแสดงหนุ่มผู้เป็นปรากฏการณ์ ผมได้นำเสอนหนังของผมให้สอดกล้องกับน้ำเสียง อารมณ์ขัน และหัวใจของผม ขณะที่รู้สึกผิดหวังที่ความเห็นด้านความคิดสร้างสรรค์ของเราไม่ลงรอยกัน ผมก็ยังรู้สึกซาบซึ้งในโอกาส ผมยังคงอยากที่จะมีโอกาสเล่าเรื่องราวที่มีมุมมองของอนุชนรุ่นใหม่ มีความเป็นท้องถิ่น และหลากหลายวัฒนธรรม ผมขอให้วอร์เนอร์ บราเธอร์ส, ดีซี, จอน เบิร์ก, เจฟฟ์ จอห์น และเอซรา มิลเลอร์ โชคดี และดำเนินเส้นทางต่อไปด้วยความเร็วปานสายฟ้า

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ The Flash เสียผู้กำกับไปครับ หนังเคยวางตัวเซ็ธ แกรห์ม-สมิธ ให้มากำกับก่อนหน้านี้ และก็ถอนตัวไปด้วยเหตุผลเดียวกัน

Read more of this post

เอซรา มิลเลอร์ บอกว่า The Flash ในฉบับของเขา จะมีหลายมิติ

ezra talks the flashแฟนๆ ของ The Flash ฉบับซีรี่ส์หลายคนอยากให้แกรนท์ กัสติน มารับบทเป็น The Flash ในฉบับหนังด้วย น่าเสียดายที่โลกภาพยนตร์ของดีซีเป็นคนละโลกกับซีรี่ส์ และวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ก็ไม่ต้องการให้สับสนกัน อย่างหนึ่งที่จะแตกต่างออกไปจากซีรี่ส์ก็คือบุคลิกนิสัยของตัวละครซึ่งเอซรา มิลเลอร์ ที่จะมารับบทนั้นบอกว่า แบรี่ แอลเลน ในฉบับของเขาจะเป็นตัวละครที่มีข้อบกพร่องกว่าฉบับซีรี่ส์ที่เป็นตัวละครที่มีความแสนดีมากกว่า

ข้อแตกต่างอย่างแรกเลยก็คือมันจะเป็นหนัง ผมอยากให้มันได้สำรวจความเป็นมนุษย์ มนุษย์ที่มีหลายมิติ จะว่ายังงั้นก็ได้ ผมเล่นคำโดยไม่ได้ตั้งใจ ผมอยากให้ตัวละครมีหลายมิติ

มิลเลอร์อธิบายต่อว่า “แต่พูดจริงๆ ก็คือผมอยากให้เขามีมิติปกติทั่วไปที่เรารู้จักและรัก และมิติที่พิเศษที่เป็นส่วนหนึ่งของซูเปอร์ฮีโร่คนนี้ที่น่าทึ่ง ผมหวังที่จะมองว่าเขาเป็นมนุษย์ทั่วไป และผมคิดว่าสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในเรื่องราวซูเปอร์ฮีโร่นี้ก็คือ การได้รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ธรรมดาในคนที่เป็นวีรบุรุษ หรือความเป็นวีรบุรุษในคนที่มีข้อบกพร่อง มีความเป็นมนุษย์อย่างที่สุด

ความหมายโดยสรุปก็คือแบรี่ แอลเลน ในฉบับของเขาจะมีความเป็นมนุษย์ทั่วไปมากกว่าฉบับซีรี่ส์นั่นเอง

The Flash ก่อนใน Batman v Superman: Dawn of Justice แล้วตามด้วยใน Justice League: Part One ก่อนที่จะมีหนังภาคเดี่ยวของตัวเองครับ ซึ่งกำกับโดยเซ็ธ แกรห์ม-สมิธ

ที่มา: EW

Read more of this post