Advertisements

นักวิเคราะห์คาดว่ารายได้เปิดตัวในสหรัฐสุดสัปดาห์แรก Justice League ไม่ถึง $100 ล้าน

ดูเหมือนว่า Justice League อาจจะพบกับความผิดหวังมากกว่าคำวิจารณ์ครับ เพราะตัวเลขรายได้เปิดตัววันศุกร์จากการประเมินเบื้องต้นต่ำกว่าที่คาดมากครับ
เดิมที จากรายได้รอบค่ำของวันพฤหัสบดีที่ทำเงินราว 13 ล้านเหรียญ สูงกว่า Wonder Woman อยู่ 2 ล้านเหรียญ นักวิเคราะห์จึงประเมินว่าหนังน่าจะเปิดตัวสุดสัปดาห์แรกอยู่ที่ราว 110 ล้านเหรียญ แต่ปรากฏว่าตัวเลขวันศุกร์ที่ประเมินออกมาในช่วงครึ่งวันแรกอยู่ที่ 38.4 ล้านเหรียญ นักวิเคราะห์จึงลดการประเมินตัวเลขรายได้ลงไปจากเดิมอีก โดยเดดไลน์ประเมินว่าน่าจะอยู่ที่ราว 93.5 ล้านเหรียญ ขณะที่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ประเมินว่าน่าจะทำเงินอยู่ที่ราว 95 ล้านเหรียญครับ
แปลว่าหนังน่าจะทำเงินใกล้เคียงกับ Fast and Furious 8 ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 98 ล้านเหรียญ ซึ่งน่าจะถือว่าสูงอยู่ แต่ก็น่าเป็นห่วง เพราะ Fast and Furious 8 ทำรายได้เปิดในสหรัฐไปที่ราว 225 ล้านเหรียญ วอร์เนอร์ฯ ต้องพึ่งรายได้จากตลาดนอกบ้านอย่างหนักเพื่อให้คุ้มกับทุนสร้างที่มีรายงานว่าใช้ไปราว 300 ล้านเหรียญ (ยังไม่รวมงบด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์กับรายได้ที่ต้องแบ่งให้โรงหนังราว 50%) ทั้งยังแปลได้ด้วยว่าการรวมพลังกันครั้งแรกของเหล่าฮีโร่ของดีซีทำรายได้เปิดตัวต่ำที่สุดตั้งแต่ Man of Steel มาเลย
สำหรับตัวเลขรายได้ในต่างประเทศตอนนี้ หนังเปิดตัววันศุกร์ในจีนด้วยรายได้ราว 16 ล้านเหรียญ ยังไม่รวมกับอีกราว 38 ประเทศที่เปิดฉายก่อนแล้วตั้งแต่วันพุธกับพฤหัสบดีอีก 27.3 ล้าน คาดว่าหนังน่าจะเปิดตัวทั่วโลกในสุดสัปดาห์แรก 325 ล้านเหรียญ
นอกจาก Justice League แล้ว หนังที่เปิดฉายทั่วไปในสหรัฐสุดสัปดาห์นี้อีกเรื่องก็คือ Wonder ของจูเลีย โรเบิร์ต กับ เจค็อบ เทรมเบลย์ ตัวเลขเปิดตัววันศุกร์ผิดคาดเหมือนกัน แต่เป็นสูงผิดคาด จึงทำให้จากเดิมที่ประเมินกันว่าหนังน่าจะเปิดตัวแค่ 9 ล้านเหรียญ ได้ถูกประเมินเพิ่มเป็น 20-25 ล้านเหรียญครับ

Read more of this post

Advertisements

Flashpoint จะรื้อจักรวาลภาพยนตร์ของดีซี เอซรา มิลเลอร์ บอก

Justice League ได้ทำให้เดอะแฟลช มนุษย์สายฟ้า ตัวละครของเอซรา มิลเลอร์ เข้ามาอยู่ในใจของผู้ชมหลายคน แต่กว่าผู้ชมจะได้พบเขาอีกครั้งก็ใน Flashpoint หนังภาคเดี่ยวของเขาเองที่จะออกฉายปี 2020 ครับ
เรื่องราวของหนังจะอิงจากเนื้อเรื่องที่ตีพิมพ์ในปี 2011 ซึ่งเจฟฟ์ จอห์นส์ ผู้ที่มาคุมหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีซีในตอนนี้ให้วอร์เนอร์ฯ เป็นผู้เขียนขึ้นเอง บอกเล่าเรื่องราวของโลกที่ปั่นป่วนและเปลี่ยนไปหลังจากที่เดอะแฟลชเข้าไปยุ่งกับเส้นเวลา แบรี่ แอลเลน ตื่นขึ้นมาในโลกที่เหมือนเดิม แต่รายละเอียดแปลกไป เขาไม่ใช่มนุษย์ที่มีพลังความเร็วอีกแล้ว แม่ของเขากลับมามีชีวิต แต่เหล่าฮีโร่บนโลกไม่ใช่ฮีโร่อย่างที่เขาเคยรู้จัก
วอร์เนอร์ฯ ได้ประกาศข่าวว่าจะสร้าง Flashpoint เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา และสร้างความฮือฮาให้แก่บรรดาแฟนๆ ซึ่งจากคำสัมภาษณ์ของมิลเลอร์แล้ว หนังอาจสร้างความฮือฮาให้ยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อออกฉายครับ “สิ่งที่แฟนๆ เข้าใจเมื่อได้ยินคำว่า Flashpoint แทบจะเหมือนกับได้ยินคำว่า ‘Crisis’ เราเริ่มเข้าใจว่าจักรวาลดีซีอันมีค่าของเราจะถูกรื้อใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้ จนถึงขั้นที่ขาดสะบั้นทำให้เกิดพหุภาพมากมายไม่สิ้นสุดจนน่าปวดเศียรเวียนเกล้า เกิดโลกคู่ขนานต่างๆ ของดีซียาวเหยียดออกไปอย่างที่ผมอยากจะเรียกมัน อ้างคำพูดของผมได้เลย
จากสภาพการณ์ของหนังในจักรวาลดีซีตอนนี้ การรื้อแล้วสร้างใหม่อาจเป็นสิ่งที่แฟนๆ อยากให้ทำที่สุดก็ได้ครับ
(Crisis เป็นมหกรรมจากฉบับคอมมิค ที่เล่าเรื่องของซูเปอร์ฮีโร่ดีซีในโลกคู่ขนานต่างๆ ได้มารวมพลังกัน หรือบางครั้งก็เป็นปรปักษ์ต่อกันเอง)
ที่มา: EW

Read more of this post

Justice League ทำรายได้ดี แต่ไม่เด่น จากรอบค่ำวันพฤหัสบดีในสหรัฐ ที่ $13 ล้าน

แม้ว่าคำวิจารณ์จะไม่ดีนัก แต่หนัง Justice League ก็ทำรายได้ดีทีเดียวจากรอบค่ำวันพฤหัสบดีในอเมริกาเหนือที่เปิดฉาย 3,700 โรงครับ ตัวเลขเบื้องต้นอยู่ที่ราว 13 ล้านเหรียญ
เมื่อเทียบกับรายได้เปิดตัวรอบค่ำวันพฤหัสบดีของทั้งปี 2017 ถือว่าเป็นรายได้ที่อยู่ในอันดับที่ 5 ครับ เท่ากับ “It” ที่ทำรายได้ในระดับเดียวกันเมื่อกันยายนที่ผ่านมา และเป็นรอง Guardians of the Galaxy Vol. 2, Beauty and the Beast, Spider-Man: Homecoming และ  Thor: Ragnarok ที่ทำเงินรอบพิเศษไป 14.5 ล้านเหรียญ
เมื่อเทียบกับหนังดีซีคอมมิคด้วยกันเอง เป็นรายได้รอบค่ำวันพฤหัสบดีที่มากกว่าของ Wonder Woman อยู่ 2 ล้านเหรียญ แต่น้อยกว่า Batman v Superman (27 ล้าน) และ Suicide Squad ($20 ล้าน) ครับ
นักวิเคราะห์มองว่า Justice League น่าจะเปิดตัวสุดสัปดาห์แรกในสหรัฐที่ 110 ล้านเหรียญรับ ซึ่งถ้าเป็นตามนั้นจริงก็จะถือว่าเป็นรายได้เปิดตัวที่น้อยกว่า Avengers หนังรวมดาวซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกของมาร์เวลอยู่ถึงราว 100 ล้านเหรียญ
ที่มา: Variety

Read more of this post

ข่าวลือ: เจค จิลเลนฮานเป็นหนึ่งตัวเลือกที่มีการคุยให้รับบท The Batman แทน เบน แอฟเฟล็ค

มีข่าวลือหนาหูตั้งแต่เมื่อวานครับว่า แมต รีฟส์ กำลังพูดคุยกับนักแสดงจำนวนหนึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้มารับบทเป็นบรูซ เวย์น หรือ The Batman ในหนังไตรภาคของเขา ผมรอให้เว็บไซต์ที่ชื่อถือได้มากขึ้นรายงานข่าวนี้ก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นข่าวลือที่มีมูลจริงๆ และตอนนี้เว็บไซต์ข่าวที่น่าชื่อถืออย่าง Collider ก็ได้ขุดคุ้ยประเด็นนี้มารายงานแล้ว
ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของเบน แอฟเฟล็ค เขาบอกว่ายังอยู่ในระหว่างพิจารณาว่าจะรับบทเป็นแบทแมนต่อไปไหม หลังจาก Justice League ดังนั้นเป็นไปได้ว่าหนังไตรภาค The Batman ที่จะเป็นหนังฉายเดี่ยวของซูเปอร์ฮีโร่ผู้ร่ำรวยที่สุดในจักรวาลดีซีน่าจะยังไม่มีนักแสดงนำในตอนนี้ เพราะก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าแอฟเฟล็คจะเล่นต่อไหม ผู้กำกับแมต รีฟส์ จึงได้มีแผนสองรองไว้ด้วยการคุยกับนักแสดงหลายคน ในกรณีที่แอฟเฟล็คถอนตัว ซึ่งหนึ่งคนที่มีรายชื่อหลุดออกมาก็คือเจค จิลเลนฮาล ครับ
รายงานข่าวบอกอีกว่าการรับบทแทนแอฟเฟล็คจะเป็นในลักษณะเปลี่ยนตัวนักแสดง เหมือนที่มาร์เวลเปลี่ยนตัวเทอเรนซ์ เฮาเวิร์ด ออกจากบทวอร์มาชีน แล้วให้ดอน ชีเดิล มารับบทแทน หรือในกรณีที่สองก็คือ จะเล่าเหตุการณ์วัยหนุ่มบรูซ เวย์น ของแอฟเฟล็ค เหตุการณ์ก่อนหน้าใน Batman v Superman: Dawn of Justice ตอนที่เขายังออกปราบเหล่าร้ายในก็อทแธมอยู่ก่อนที่จะพักไป
แต่ ณ ตอนนี้ ยังไม่ได้แปลว่าจิลเลนฮาลจะได้เป็นนักแสดงที่จะรับบทแทนแล้ว เพราะเป็นการพูดคุยกันแค่หนึ่งครั้ง และก็ไม่ใช่เขาคนเดียวที่รีฟส์ไปคุยด้วย และก็ยังไม่ได้หมายความว่าแอฟเฟล็คออกจากหนังแน่นอนแล้ว เพราะก็ยังไม่ได้มีการตัดสินใจแน่นอน แค่อยู่ระหว่างรอก่อน คาดว่าน่าจะมีการพูดคุยจริงจังหรือตัดสินใจหลังจาก Justice League ออกฉายแล้ว 2 สัปดาห์

Read more of this post

ฉากท้ายเครดิตของ Justice League หมายถึงอะไร (เผยเนื้อเรื่องสำคัญ)

บทความเผยเนื้อเรื่องของ Justice League อย่าเพิ่งอ่าน ถ้ายังไม่อยากรู้ก่อนชมเอง
อย่างที่รายงานก่อนหน้านี้ครับว่า หนัง Justice League มีฉากท้ายเครดิต 2 ฉาก เรามาดูกันต่อว่าทั้ง 2 ฉากคืออะไร และอาจมีความหมายยังไงต่อจักรวาลภาพยนตร์ในอนาคต
ฉากแรก เป็นฉากที่เดอะแฟลช (เอซรา มิลเลอร์) ท้าซูเปอร์แมน (เฮนรี่ คาวิลล์) วิ่งแข่งกันว่าใครเร็วที่สุด เป็นฉากแก๊กตลกที่อาจไม่ต้องมีภูมิหลังอะไรมากก็ขำไปกับฉากนี้ได้ แต่ความจริงแล้ว ฉากดังกล่าวอิงจากเหตุการณ์ตามฉบับหนังสือคอมมิคเหมือนกันครับ
ตามข้อมูลของ iFanboy บอกว่าทั้งคู่เคยวิ่งแข่งกันหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วเดอะแฟลชชนะครับ ส่วนครั้งนี้น่าจะคล้ายกับฉากท้ายเครดิตในหนังที่เป็นการวิ่งแข่งรอบโลกก็น่าจะมาจาก Superman Vol.1 #199 ที่วางจำหน่ายปี 1967 ต่างกันที่เป็นการวิ่งที่เสนอโดยสหประชาชาติเพื่อหาทุนช่วยเหลือประเทศยากจน แต่เมื่อทั้งคู่พบว่ามีกลุ่มผู้ร้ายได้จัดการวางเดิมพันผิดกฎหมาย ไม่ว่าใครชนะ ก็จะมีผู้ร้ายได้ประโยชน์ พวกเขาทั้งคู่จึงตกลงกันว่าจะให้ผลออกมาเสมอกัน
ส่วนฉากที่สอง เราได้เห็นเล็กซ์ ลูธอร์ (เจสซี ไอเซนเบิร์ก) หนีออกจากคุกไปหลบอยู่บนเรือสำราญหรู และเดธโสตรก ตัวร้ายซึ่งรับบทโดยโจ แมงกาเนลโล ที่กำลังจะมีหนังภาคแยกของตัวเอง ได้เดินทางไปหาบนเรือ ลูธอร์เสนอแนะเดธโสตรกว่าในเมื่อพวกฮีโร่ตั้งลีกของตัวเองมา พวกเขาก็น่าจะมีลีกของตัวเองบ้าง
นี่น่าจะบอกเป็นนัยถึงภาคต่อ Justice League ว่า ตัวร้ายอาจไม่ใช่ดาร์กไซด์ตามที่แซ็ค สไนเดอร์ วางแผนการไว้ใน Batman v Superman: Dawn of Justice  แต่อาจเป็นกลุ่มตัวร้ายที่นำโดยลูธอร์แทน ซึ่งลีกที่ลูธอร์พูดถึงก็น่าจะหมายถึง Injustice League ที่เป็นแก๊งตัวร้ายที่รวมผู้ร้ายในหนังซูเปอร์ฮีโร่ต่างๆ ของดีซีคอมมิค โดยนอกจากลูธอร์แล้ว สมาชิกยังได้แก่โจ๊กเกอร์, แบล็คแมนทา, ฮาร์ลี ควินน์, และชีต้า เป็นต้น

Read more of this post

Justice League – ความเห็นนักวิจารณ์และผู้ชม

ขณะที่คะแนนเฉลี่ยของ Justice League ที่ Rotten Tomatoes ออกช้าไปหนึ่งวัน Metacritic เว็บรวมคะแนนอีกเว็บก็ได้เผยคะแนนออกมาก่อน ซึ่งเว็บนี้ต่างตรงที่จะเลือกเฉพาะคะแนนของนักวิจารณ์ชั้นนำ และให้คะแนนละเอียดกว่าครับ
คะแนนเบื้องต้นมาจาก 41 นักวิจารณ์ มีคะแนนเฉลี่ย 49/100 โดย 12 คนให้คะแนนเป็นบวก, 22 คน เป็นก้ำกึ่ง และ 7 คนเป็นลบครับ เป็นคะแนนออกมากลางๆ ดีกว่า Suicide Squad กับ Batman v Superman แต่ยังสู้ Wonder Woman ไม่ได้
ความเห็นของนักวิจารณ์ออกจะแซะแรงกว่าตัวคะแนน ด้านลบที่พูดถึงกันมากก็คือตัวร้ายที่ไม่น่ากลัวและไม่น่าเกรงขาม กับงานซีจีที่ออกมาดูค่อนข้างแย่ มีการพูดถึงส่วนผสมที่ยังไม่ลงตัวระหว่างความเป็นหนังแซ็ค สไนเดอร์ กับหนังจอส วีดอน ส่วนด้านดีของหนังอยู่ที่ทีมนักแสดง โดยเฉพาะแกล กาด็อต ในบทวันเดอร์ วูแมน, เอซรา มิลเลอร์ ในบทเดอะแฟลช และ เจสัน โมมัว ในบทอควาแมน กับส่วนที่เป็นมุกตลกดีๆ บางช่วงที่มีในหนังครับ
คะแนนสูงสุดของ Justice League ในตอนนี้มาจากริชาร์ด โรเปอร์ จาก Chicago-Sun Times ที่คะแนนเฉลี่ยออกมาราว 88/100 บอกว่า “เป็นหนังที่เล่าเรื่องการรวมทีมของซูเปอร์ฮีโร่ได้อย่างมีพลัง และสนุก” คะแนนที่สูงยังมาจากโอเว่น เกลเบอร์แมน จาก Variety ที่บอกว่า “นี่ไม่ใช่หนังเห่ยๆ มันเป็นหนังแฟรนไชส์ที่อร่อย ซึ่งสร้างระบบที่ช่วยให้หนังชุดนี้กลับเข้าที่เข้าทาง
นักวิจารณ์ที่อาจปลื้มน้อยลงมาก็คือ อีธาน แซ็คส์ จาก NY Daily News ที่มองว่าหนังมีส่วนดีอยู่พอสมควรที่ไม่ควรพลาดชม “แต่จากประวัติอันยาวนานและมากมายของตัวละครที่เป็นที่จดจำเหล่านี้บนหน้าหนังสือ หนังน่าจะทำให้เรารู้สึก…สุดยอดกว่านี้“, เช่นเดียวกับ ไท เบอร์ จาก Boston Globe ที่บอกว่า “Justice League อาจไปได้ดีกับสาวกฮาร์ดคอร์ของดีซี แต่ถ้าคุณไม่ใช่แฟน จะรู้สึกเหมือนเป็นหนังย่อยง่าย อย่างแรกคือตัวร้ายทื่อมาก
ส่วนความเห็นแรงๆ แบบสับเละก็เช่น จาก ท็อด แม็คาร์ธี นักวิจารณ์ชั้นนำของ THRมันเป็นหนังที่ฉูดฉาดจนไม่ชวนมอง และขาดจิตวิญญาณที่สร้างให้ Wonder Woman ที่ออกฉายเมื่อห้าเดือนก่อน เป็นหนังดีซีคอมมิคของวอร์เนอร์ฯ ฟอร์มใหญ่ ที่ทำให้เรามีอารมณ์ร่วมมากที่สุดจนถึงตอนนี้ การจับซูเปอร์ฮีโร่เหล่านี้มารวมยำกันไม่ได้ออกมาเป็นเนื้อเดียวกันหรือทำให้เราอยากดูหนังของพวกเขาต่อในอนาคต พูดง่ายๆ ก็คือ มันไม่สนุกเอาเลย
สำหรับความเห็นของผมแล้ว ผมมองว่ามันเป็นหนังที่ทำออกมาได้น่าพอใจ แน่นอนว่าตัวละครที่โด่งดังระดับนี้ การมารวมทีมกันทั้งที่น่าจะเปรี้ยงปร้าง แต่การเริ่มต้นจักรวาลของหนังมันไม่แข็งแรงมาตั้งแต่แรก มันเป๋ตั้งแต่แรก พื้นฐานของหนังยังไม่มั่นคงพอ ผู้สร้างเหมือนรู้ตัวแล้ว และพยายามทำให้ Justice League กลับมาทรงตัวได้ มันรู้ตัวว่าตอนนี้เป็นได้แค่ซีรี่ส์การ์ตูนเน็ตเวิร์ค ก็เป็นการ์ตูนให้ดีเท่าที่ทำได้ให้ดีที่สุด ไม่พยายามเป็นหนังออสการ์ ไม่พยายามเป็น The Dark Knight แล้วทำไม่ถึงให้ตัวเองเจ็บ มีแผลฉกรรจ์ มันอาจง่ายๆ ทื่อๆ กลวงๆ แต่มันก็ดูเพลินดีแหละ อยู่ในเกณฑ์สอบผ่าน
ดูแล้วนึกถึงพวกนักร้องไอดอลฝึกหัดที่พื้นฐานยังไม่แน่น แล้วได้เพลงที่เหมาะสมกับตัวเองแบบเพลง “ผ้าเช็ดหน้า” หรือ “พี่สาวครับ” แล้วใช้ทักษะกับเสน่ห์ส่วนตัวให้เป็นประโยชน์ที่สุดในการให้ความบันเทิงให้เราดูแล้วยิ้มตามบ้าง ขณะที่ Batman v Superman เป็นนักร้องในระดับเดียวกัน แต่พยายามไปร้องเพลงวิทนีย์ ฮุสตัน, ซิลีน ดิออน หรือ เจนนิเฟอร์ คิ้ม แล้วเต็มไปด้วยการร้องผิดคีย์
ความเห็นเพิ่มเติมของผู้ชมอยู่ด้านในครับ

Read more of this post

Justice League มีฉากท้ายเครดิต 2 ฉาก

ตามที่เจสัน โมมัว ออกมาบอกครับว่า Justice League มีฉากท้ายเครดิตด้วย ล่าสุดได้มีการยืนยันออกมาแล้วว่าฉากดังกล่าวมี 2 ฉากด้วยกัน
เพื่อให้คุณอยู่รอดูหนังจนจบและได้เห็นรายชื่อทีมงานทั้งหมด ฉากท้ายเครดิตฉากแรกจะอยู่หลังจากชื่อนักแสดงนำขึ้นจนจบ และฉากหลังคืออยู่หลังสุดจริงๆ ก่อนจอดำ
เราคงจะมาเล่าทีหลังว่าฉากท้ายเครดิตมีฉากอะไรบ้าง และมันหมายความว่ายังไง แต่บอกได้แบบไม่เป็นการเปิดเผยเนื้อหามากเกินไปก็คือ ฉากแรกจะเป็นแก๊กที่เป็น easter egg ที่อิงมาจากฉบับหนังสือการ์ตูนครับ ส่วนฉากที่สองจะมีการเปิดเผยตัวละครใหม่บางตัวที่จะโยงถึงภาคต่อของหนังในอนาคตครับ
ตอนนี้ บทวิจารณ์ของเว็บข่าวต่างๆ ได้ปล่อยออกมาแล้ว Rotten Tomatoes รอหนึ่งวันที่จะสรุปคะแนนให้ฟัง เพราะต้องการนำคะแนนไปเปิดตัวในรายการทีวีออนไลน์ของตัวเองชื่อ See It / Skip It ที่จะออนไลน์ทางเฟซบุกครับ มีข้อกังขาจากบางกลุ่มว่าเป็นเพราะวอร์เนอร์ฯ ถือหุ้นในเว็บไซต์ด้วยใช่ไหมถึงเปิดคะแนนช้า แต่ส่วนใหญ่แล้ว คะแนนวิจารณ์มักมีผลต่อรายได้สัปดาห์ถัดไปมากกว่าในสัปดาห์แรกครับ ดังนั้นการที่เว็บไซต์โชว์คะแนนช้า 1 วัน คงไม่ได้มีผลอะไรมากมายครับ
ที่มา: @DanCasey

Read more of this post