เราจะได้รู้จัก”เธอในรูปถ่าย”มากขึ้นในภาคต่อ Fantastic Beasts and Where to Find Them

zoe-kravitzเนื้อหาเผยเนื้อเรื่องสำคัญ อย่าเพิ่งอ่านถ้ายังไม่อยากรู้ก่อนไปดูหนัง

ใน Fantastic Beasts and Where to Find Them เราได้รู้จักตัวละครใหม่ๆ เช่น นิวต์ สคามันเดอร์, เจค็อบ, ทีน่า, ควีนนี่, เครเดนซ์, กรินเดลวัลด์ และ MACUSA แต่ก็มีการปูถึงบางตัวละครที่เราอาจจะได้เห็นในภาคต่อครับ

หนึ่งในนักแสดงที่ได้รับการยืนยันว่าจะมาร่วมงานใน Fantastic Beasts and Where to Find Them ก็คือโซอี้ คราวิตซ์ นักแสดงสาวจากหนังชุด Divergent และ X-Men: Fist Class แต่ในหนัง เธอปรากฏโฉมเพียงเป็นรูปถ่ายของหญิงสาวในกระเป๋าเดินทางของนิวต์ สคามันเดอร์ (เอ็ดดี้ เรดเมย์น) ซึ่งต่อมาเผยว่าเธอคือเลตา เลสแตรงก์ อดีตคนรักของนิวต์ ผู้ที่ควีนนี่พูดถึงว่า “เธอเป็นแต่ผู้รับ” ในความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา

ในตอนจบ นิวต์ขึ้นเรือกลับไปลอนดอน และอาจเป็นการบอกใบ้ว่าพวกเขาอาจจะได้กลับมาเจอกันอีก เดวิด เฮย์แมน ได้ยืนยันเรื่องนี้ครับ

ใช่ครับ เลตาจะมีบทในภาคสอง เธอเป็นตัวละครที่ซับซ้อน มีบาดแผลในใจ และสับสน และนิวต์ก็ยังรักเธออยู่แน่ๆ เธอจึงมีอำนาจเหนือเขาอยู่ และเธอก็ออกจะเป็นตัวละครโศกนาฏกรรม เราจะได้รู้จักเธอมากขึ้นอีกหน่อยในภาคสอง

แฟนๆ ของ Harry Potter คงคุ้นกับนามสกุลของเธอดี เพราะเป็นนามสกุลของเบลลาทริกซ์ เลสแตรง ตัวละครของเฮลานา บอนแฮม คาร์เตอร์ ผู้เสพความตายที่ภักดีต่อโวลเดอมอร์ เบลลาทริกซ์เป็นสะใภ้ของตระกูลนี้ และบรรพบุรุษของตระกูลเลสแตรงก็เป็นเพื่อนกับทอม ริดเดิล มาตั้งแต่สมัยเรียนที่ฮ็อกวอร์ต เดาว่าเราคงได้เห็นความเชื่อมโยงอันนี้กับ Harry Potter ในภาคต่อไปด้วยครับ

ที่มา: Cinema Blend

Read more of this post

ฉากที่ถูกตัดไปของ Fantastic Beasts เผยชะตากรรมของตัวละครสำคัญ

fantastic-beasts-credenceเนื้อหาเผยเนื้อเรื่องสำคัญ อย่าเพิ่งอ่านถ้ายังไม่อยากรู้ก่อนไปดูหนัง

ขณะที่นิวต์ สคามันเดอร์ (เอ็ดดี้ เรดเมย์น) ไล่ตามจับสัตว์วิเศษที่หลุดออกไปจากกระเป๋า เนื้อเรื่องอีกส่วนของหนัง Fantastic Beasts and Where to Find Them ก็เกี่ยวข้องกับอสุรกายอีกตัวที่อาละวาดฆ่ามนุษย์ในนิวยอร์ก ที่ทำให้นิวต์ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นต้นเหตุ อสุรกายตนนั้นคือ “ออบสคูรัส” (Obscurus) ซึ่งเป็นร่างปรสิตของพ่อมดแม่มดเด็กที่เกิดจากการพยายามข่มพลังเวทย์มนตร์ของตนไว้ เพื่อไม่ให้คนภายนอกรู้ แล้วปะทุออกมาอาละวาดตอนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

ในฉากไคลแม็กซ์ของหนังได้เผิดเผยว่า เจ้าของร่างออบสคูรัสตนนั้นก็คือเครเดนซ์ แบร์โบน (เอซรา มิลเลอร์) ที่กลายร่างเป็นออบสคูรัสอาละวาดเพราะการถูกกระทำทารุณจากแม่บุญธรรม แต่แล้วเขาก็ถูกเหล่ามือปราบมารรวมพลังกันทำลายตอนที่กลายร่างเป็นออบสคูรัส โดยที่มีการบอกใบ้ว่าร่างของเขาอาจถูกทำลายไปไม่หมดดี

เดวิด เฮย์แมน ผู้อำนวยการสร้างของหนังได้เล่าว่ามีฉากสำคัญหนึ่งที่ถูกตัดออกไปจากที่เผยให้เห็นว่าเครเดนซ์ยังไม่ตาย และกำลังจะเดินทางไปที่แห่งหนึ่ง แต่ตัดฉากนั้นออกไปเพื่อไม่ให้ผู้ชมเดาได้ว่าภาคต่อของหนังจะไปดำเนินเรื่องที่ไหน

เราตัดฉากฉากหนึ่งที่เราตัดออกไป เป็นฉากที่เครเดนซ์ขึ้นเรือโดยสารไป เพื่อโดยสารไปที่แห่งอื่น แต่เราตัดออกไปเพื่อไม่ให้ผู้ชมเห็นชัดเจนว่า อ้า เอาแล้วไงๆ ฉากที่เขาขึ้นเรือไปนั้น อาจขึ้นเรือไปกับนิวต์ หรืออาจไม่ หรืออาจออกไปจากนิวยอร์ก

เฮย์แมนบอกต่ออีกว่า เครแดนซ์ (มิลเลอร์), กรินเดลวัลด์ (จอห์นนี่ เดปป์) และดัมเบิลดอร์ ที่เรายังไม่รู้ว่าใครจะมารับบท จะมีความสำคัญต่อหนังชุดนี้ในอนาคตมากกว่านิวต์ ตัวเอกของภาคแรกที่รับบทโดยเอ็ดดี้ เรดเมย์น

ผมไม่คิดว่านิวต์จะเป็นหัวใจของเรื่องในทุกภาค ผมคิดว่าเขาจะเป็นแค่มีบทบาทส่วนหนึ่ง เช่นเดียวกับทีน่า, ควีนนี่ และ เจค็อบ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของภาคต่อไป ผมคิดว่าดัมเบิลดอร์, เครเดนซ์ และกรินเดลวัลด์จะเป็นตัวละครหลัก

Fantastic Beasts ภาคต่อที่ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ มีกำหนดฉายปี 2018 ครับ เดวิด เยตส์กลับมากำกับเช่นเคย

ที่มา: Cinema Blend

Read more of this post

หนังภาคต้น Willy Wonka เตรียมขึ้นจอใหญ่โดยผู้สร้าง Harry Potter

willy-wonkaวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งได้ลิขสิทธิ์นิยายชุด Charlie and the Chocolate Factory จากสำนักงานดูแลทรัพย์สินโรอาลด์ ดาห์ล มีแผนที่จะสร้างหนังภาคต้นเกี่ยวกับตัวละครเศรษฐีผู้นิสัยแปลกประหลาด Willy Wonka ตัวเอกของนิยายครับ ซึ่งมอบหมายให้เดวิด เฮย์แมน ผู้อำนวยการสร้างจากหนังชุด Harry Potter ให้มารับหน้าที่คุมงานสร้างหนัง

เรื่องราวในหนังจะไม่ใช่เรื่องราวต้นกำเนิดของวิลลี่ วองกา ว่าเขามีที่มาที่ไปยังไง แต่จะเป็นการเล่าการผจญภัยในวัยหนุ่มของเขาแทนแบบที่จะเป็นการยืมบางองค์ประกอบเช่นตัวละครจากฉบับนิยายทั้งสองเล่มมาใช้เท่านั้น แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าจะนำตัวละครไหน หรือเหตุการณ์ไหนที่มีการกล่าวถึงมาใช้

หนังยังได้วางตัวไซมอน ริช จาก The Secret Life of Pets มารับหน้าที่เขียนบทให้ครับ โดยเฮย์แมนจะร่วมอำนวยการสร้างร่วมกับไมเคิล ซีเกิล

Charlie and the Chocolate Factory ถูกสร้างเป็นหนังมาแล้ว 2 ครั้ง ออกฉายในปี 1971 มีจีน ไวลเดอร์ รับบทเป็นวิลลี่ วองก้า และในปี 2005 มีจอห์นนี่ เดปป์ เป็นผู้รับบท อย่างไรก็ดี นิยายภาคต่อ Charlie and the Great Glass Elevator ยังไม่เคยถูกสร้างเป็นหนัง

ที่มา: Variety

Read more of this post

ผู้สร้าง Harry Potter สร้างหนังแฟนตาซีจาก Fables ของดีซี ได้ผู้กำกับจาก A Royal Affair

fablesหนังจากเทพนิยายคือหนึ่งในแนวหนังที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากใน 2-3 ปีนี้ ระดับน้องๆ ของหนังจากซูเปอร์ฮีโร่เลย และทีมผู้สร้างหนังชุด Harry Potter ก็ได้ลองเข้ามาชิมลางหนังแนวนี้บ้าง แต่แทนที่จะทำเหมือนค่ายหนังอื่นๆ ที่เป็นการเอาเทพนิยายมาสร้างโดยการตีความใหม่ พวกเขาไปหางานที่มีการตีความใหม่เรียบร้อยอยู่แล้ว และได้รับกล่าวขวัญในแง่ชื่นชมด้วยครับ

เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่าเดวิด เฮย์แมน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงจาก Harry Potter ได้มีแผนดัดแปลงหนังสือการ์ตูนชุด Fables ของดีซีและเวอร์ติโกมาสร้างเป็นหนังครับ โดยวางตัวนิโคลาจ อาร์เซล ผู้กำกับจากหนังเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาต่างประเทศปีนี้เรื่อง A Royal Affair มารับหน้าที่กำกับให้ จากบทหนังของเจเรมี สเลเตอร์

Fables ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2002 สร้างสรรค์โดยบิล วิลลิงแกห์ม บอกเล่าเรื่องราวตัวละครจากโลกเทพนิยายเช่นซินเดอเรลลา, สโนไวท์, หมาป่าใจร้าย, เจ้าชายชาร์มมิ่ง, บลูบอย, หนูน้อยหมวกแดง, ซินแบด และอีกมากมาย ที่ถูกขับไล่ออกจากโลกของเทพนิยายให้มาอยู่รวมกันในโลกมนุษย์ และรวมกันอยู่อย่างลับๆ ในเมืองชื่อเฟเบิลทาวน์ของนิวยอร์กซิตี้ หนังสือการ์ตูนชุดนี้ได้รับรางวัลไอส์เนอร์มาแล้วถึง 14 รางวัลจากสาขาด้านเนื้อเรื่องและงานศิลป์ครับ

วอร์เนอร์ฯ เคยจะเอา Fables มาสร้างเป็นหนังในปี 2004 แต่โครงการหนังไปไม่ถึงขั้นเขียนบท ปลายปี 2008 สถานีเอบีซีก็มีแผนจะดัดแปลงเป็นซีรี่ส์ แต่พับโครงการไปแล้วไปสร้าง Once Upon a Time ที่เนื้อหาคล้ายกันแทน

สเลเตอร์ผู้ดัดแปลงบทหนังเรื่องนี้ ยังเขียนบทร่าง Fantastic Four ฉบับยกเครื่องใหม่ให้ฟ็อกซ์ด้วย ส่วนผู้กำกับอาร์เซลก็เคยร่วมเขียนบท The Girl with the Dragon Tattoo ฉบับสวีเดนด้วย

ผู้อำนวยการสร้าง Harry Potter จะนำ Paddington Bear ขึ้นสู่จอใหญ่

เจ้าหมีขนปุยจากเปรู Paddington Bear อันโด่งดัง กำลังจะได้มีหนังของตัวเองเป็นฉบับคนแสดงผสมคอมพิวเตอร์กราฟฟิกแล้วครับ โดยการอำนวยการสร้างของเดวิด เฮย์แมน จากหนังชุด Harry Potter ตามที่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงาน

เฮย์แมนจะร่วมมือกับสตูดิโอ คานัล บริษัทจัดจำหน่ายหนังของอังกฤษ และผู้กำกับพอล คิงก์ จาก Bunny and the Bull ในการสร้างหนังจากหนังสือเด็กขายดีของไมเคิล บอนด์ ครั้งนี้

เรื่องราวของหนังจะใส่ความทันสมัยของยุคใหม่เข้าไปสู่เรื่องราวเดิมของเจ้าหมีขนหยุกหยุยจากเปรู ผู้คลั่งไคล้มาร์มาเลดอย่างมาก ซึ่งได้เดินทางมาถึงสถานีรถไฟแพดดิงตันของลอนดอน แล้วมาอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวอังกฤษ

เฮย์แมนพูดถึงแผนในการดัดแปลงเป็นหนังว่า “หมีแพดดิงตันเป็นตัวละครที่เป็นที่รักทั่วโลก ทั้งนี้เพราะการที่มันมองโลกแง่ดี รักความยุติธรรม มีมารยาทงดงาม และแน่นอนว่ามีความเปิ่นเด๋อด๋าจนเกิดให้เกิดความโกลาหลโดยไม่ตั้งใจ หนังสือของไมเคิล บอนด์ นั้น เต็มไปด้วยปัญญาและความน่าทึ่ง และผมรู้สึกดีใจอย่างมากที่จะได้นำแพดดิงตันขึ้นสู่จอใหญ่

หลังจากหนังสือเรื่อง A Bear Called Paddington ถูกตีพิมพ์ในปี 1958 เจ้าหมีแพดดิงตันก็กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก หนังสือขายดีกว่า 35 ล้านเล่ม และมีการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 40 ภาษา รวมถึงมีการผลิตตุ๊กตาจากตัวละครนี้ออกมาจำหน่ายมากมาย

Paddington Bear ยังมีรายการทีวีเป็นของตัวเองในยุค 70-80 ด้วยครับ ลองชมคลิปจากรายการทีวีในปี 1975 ของมันได้ที่ด้านใน

Read more of this post