Advertisements

โนแลนบอกว่าหลังจากไตรภาค The Dark Knight นักทำหนังไม่ค่อยได้เวลาพอให้สร้างสรรค์

หลังจากที่คริสโตเฟอร์ โนแลน ปิดฉากไตรภาค The Dark Knight ในปี 2012 ดีซีก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีๆ ออกมาอีก แม้ว่า Wonder Woman จะเป็นข้อยกเว้น แต่หนังในชุดนี้ก็ดูเหมือนจะได้คำวิจารณ์ด้านลบติดต่อกัน ทั้ง Batman v Superman, Suicide Squad และล่าสุด Justice League
ขณะที่โนแลนให้สัมภาษณ์แก่ BAFTA ที่ลอนดอน โนแลนถูกถามถึงแผนการสร้าง Batman Begins ในทีแรกของเขา และเขาได้ตอบโดยกล่าวถึงการสร้างหนังทั่วๆ ไปของค่ายใหญ่ในปัจจุบันซึ่งเราอาจใช้เหตุผลนั้นมามองการสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีซีของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้ครับว่า ทำไมถึงมีหนังดีออกมาน้อย คำตอบที่ว่าก็คือ คนทำหนังไม่ค่อยได้มีเวลามากพอที่จะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ครับ
หนังในแบบที่ผมโตมาด้วยก็คือ เราสร้างหนังแล้วเราทุ่มทุกอย่างสุดตัวในการสร้างมัน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่ในความคิดอันเลือนลางเกี่ยวกับภาคต่อ หรือเราจะสานต่อเรื่องราวนี้ไปจนถึงไหนก็ตามแต่ เราไม่ยั้งสิ่งเหล่านั้นไว้ เราไม่วางแผนอย่างละเอียดเกินไป แต่ในอีกทางหนึ่ง เราก็ไม่ปิดทางมันเสียหมด สำหรับ Batman Begins แล้ว เดวิด โกเยอร์ (ผู้เขียนบท) ผม และน้องชายของผม (โจนาธาน โนแลน) คุยกันกว้างๆ ว่าเราจะสานต่อไปยังไง แต่แล้วเราก็วางมันทิ้งไว้ทันทีแล้วบอกว่าไม่ เราจะทุ่มทุกอย่างใส่หนังเรื่องนี้แล้วเราก็ทำแบบนั้นในหนังแต่ละเรื่อง
Batman Begins ของโนแลนออกฉายในปี 2005 แล้วกว่าจะมี The Dark Knight ออกฉายก็ปี 2008 และตามด้วย The Dark Knight Rises ในปี 2012 โนแลนปล่อยให้เรื่องราวเติบโตไปกับเขาระหว่างหนังแต่ละภาค เพื่อให้เรื่องราวได้พัฒนาและมีเวลาในการเขียนบทและประกอบร่างออกมา
นั่นเป็นเอกสิทธิ์และความสบายใจที่นักทำหนังไม่ค่อยได้มีอีกต่อไปแล้วจริงๆ ผมคิดว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่มีใครพูดกับสตูดิโอได้ว่า ผมอาจทำอีกภาค แต่ขอเวลาสี่ปี กำหนดฉายของหนังกดดันคนทำหนังมากจนทำให้ทำแบบนั้นอีกไม่ได้ แต่ในเชิงความคิดสร้างสรรค์แล้ว มันเป็นข้อได้เปรียบใหญ่หลวง
หลังจากจบ The Dark Knight Rises วอร์เนอร์ฯ สร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีซีออกมา 5 เรื่อง ใน 5 ปี ดูเหมือนมีการใช้เวลาวางแผนน้อยจริงๆ เพื่อเร่งให้มีหนังออกมาทันกำหนดฉาย แล้วเมื่อหนังไม่ประสบความสำเร็จก็ดูเหมือนกระทบเป็นลูกโซ่ต่อหนังเรื่องต่อๆ ไปที่ประกาศจะสร้างในทีแรกครับ

Read more of this post

Advertisements

คริสโตเฟอร์ โนแลน คิดว่าทอม ฮาร์ดี เหมาะที่จะรับบท James Bond

คริสโตเฟอร์ โนแลน ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานนี้ครับว่า ถ้าเขาจะกำกับหนังชุด James Bond ก็จะต้องเป็นการยกเครื่องใหม่ “เราต้องเป็นที่ต้องการจริงๆ ถ้าคุณเข้าใจความหมายที่ผมพูดนะ มันจำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่ มันจำเป็นต้องต้องการเรา และพวกเขาก็ไปกันได้ดีอยู่แล้ว” แปลว่าถ้าโนแลนจะกำกับหนัง 007 ก็ต้องมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงจากแดเนียล เครก ด้วยเช่นกัน

แต่ถ้าโนแลนได้กำกับจริง ใครกันล่่ะที่เหมาะจะรับบทนี้ โนแลนบอกระหว่างให้สัมภาษณ์แก่ Happy Sad Confused ว่าเป็น “ทอม ฮาร์ดี” นักแสดงที่ร่วมงานกับเขามาสามเรื่องแล้วนั่นเอง “เขาจะต้องน่าทึ่งแน่ๆ เขาจะต้องแน่ๆ

โนแลนยังเปิดเผยด้วยว่าเขามีแนวคิดแล้วว่าจะกำกับหนัง James Bond ออกยังไงครับ ซึ่งเป็นแบบที่ยังไม่เคยทำมาก่อนด้วย แต่ขอปกปิดไว้ก่อน ยังไม่อยากเปิดเผย

ทอม ฮาร์ดี ก็เคยให้สัมภาษณ์เหมือนกันครับว่า เขาอยากเป็นเจมส์ บอนด์ หากโนแลนกำกับ สมเป็นผู้กำกับและนักแสดงคู่บุญกันจริงๆ

Read more of this post

โนแลนบอกเหตุผล ทำไมทอม ฮาร์ดี้ต้องปิดหน้าในหนัง Dunkirk

ไม่รู้ว่าคุณสังเกตหรือไม่ แต่ทอม ฮาร์ดี้ มักได้บทที่ต้องมีอะไรครอบใบหน้าอยู่ตลอด และมันเริ่มจากบนเบน ตัวร้ายของ The Dark Knight Rises ตามด้วยแม็กซ์ใน Mad Max: Fury Road หรือในหนัง The Revenant ที่แม้ไม่ได้ใส่อะไรปิดหน้า แต่ก็มีหนวดเครารุงแรงมาปิด และเรื่องล่าสุดก็คือ Dunkirk ผลงานของคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่เขารับบทนักบิน ก็ต้องสวมหน้ากากอ๊อกซิเจนปิดหน้าหนักกว่าเดิมอีก

โนแลนพูดเชิงล้อเล่นถึงเหตุผลที่ต้องให้ฮาร์ดี้ปิดหน้าใน Dunkirk ว่า “ผมตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาแสดงใน The Dark Knight Rises เขาใช้แค่ตาสองข้างกับขนคิ้ว และหน้าผากแค่นั้น ผมเลยคิดว่าไหนดูซิว่าเขาจะเล่นได้เป็นยังไงบ้างถ้าไม่มีหน้าผาก ไม่มีขนคิ้ว และอาจเหลือตาข้างเดียว

นั่นเป็นคำตอบแบบล้อเล่นครับ ก่อนที่โนแลนจะพูดอย่างจริงจังด้วยการชื่นชมฮาร์ดี้ “แน่นอนอยู่แล้วสำหรับทอม ด้วยตัวของทอมเอง สิ่งที่เขาแสดงด้วยตาข้างเดียวเหนือกว่าใครๆ ที่ใช้ทั้งร่างกายแสดง นั่นเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะของเขา เขาเป็นคนที่พิเศษมากๆ” โนแลนบอก

ไปชมความพิเศษของทอม ฮาร์ดี้ ในบทนักบินรบของกองทัพสหราชอาณาจักรกันได้ใน Dunkirk ที่จะออกฉายสุดสัปดาห์นี้ครับ

ที่มา: Irish Examiner

Read more of this post

คริสโตเฟอร์ โนแลน ดู La La Land ในโรงหนังสามรอบ

ในบทสัมภาษณ์บนเว็บไซต์ของนิตยสาร EW เกี่ยวกับเบื้องหลังการสร้างหนัง Dunkirk ที่จะเข้าฉายในบ้านเราสุดสัปดาห์นี้ ผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน ได้ถูกถามถึงมุมมองของผู้กำกับต่อภาพยนตร์เมื่อมีอายุมากขึ้น โนแลนพบว่ารสนิยมการดูหนังของตัวเองเปลี่ยนไปในแง่ไม่ค่อยกลับไปดูหนังในโรงซ้ำหลายรอบ แต่เขายอมรับครับว่า La La Land เป็นข้อยกเว้น

อย่างหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากตอนเด็กๆ ก็คือ มันไม่ค่อยบ่อยนักสำหรับคนที่มีอายุมากขึ้น อย่างผมที่ตอนนี้อายุเกือบ 47 ปีแล้ว จะกลับไปดูหนังในโรงซ้ำ เพราะชอบที่จะดูหนังในโรง แต่ผมกลับไปดู La La Land ซ้ำ ผมกลับไปดูซ้ำอีก 2 ครั้ง ไอ้ความสุขพื้นๆ ของการได้ดูหนังเรื่องใหม่อยู่ร่วมกับฝูงชนในคืนที่หนังเปิดฉาย ผมไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนไป มันเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมาก

แต่ทำไมโนแลนกลับไปดู La La Land ซ้ำอีกสองครั้งล่ะ “ทำไมผมกลับไปน่ะหรือ ผมคิดว่าผมน่าจะกลับไปดูเพื่อดูว่าหนังมันดีเหมือนที่ผมคิดไว้ไหม และมันก็ดีจริงๆ มันเข้าท่าไหม

ใครจะไปรู้ เราอาจเห็นโนแลนทำหนังเพลงในสักวัน

Read more of this post

คริสโตเฟอร์ โนแลน บอกเงื่อนไขที่จะทำให้เขายินดีกำกับหนัง James Bond ภาคใหม่

คริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นแฟนตัวยงของหนังชุด James Bond และก็เปรยๆ มาหลายครั้งว่าสนใจกำกับหนังชุดนี้ ทางผู้สร้างของหนังชุด James Bond ก็อยากได้โนแลนเช่นกัน แต่อะไรเป็นอุปสรรคให้โนแลนยังไม่มากำกับ James Bond เสียที โนแลนได้ตอบคำถามเรื่องนี้ระหว่างให้สัมภาษณ์แก่นิตยสารเพลย์บอยถึงเหตุผลครับ

ในระหว่างให้สัมภาษณ์เพื่อประชาสัมพันธ์หนัง Dunkirk ที่จะเข้าในสัปดาห์หน้า โนแลนถูกถามถึงหนัง James Bond ว่าเขาอยากกำกับไหม “หนัง Bond อยากแน่นอน ผมได้คุยกับผู้อำนวยการสร้างบาร์บารา บรอคโคลี กับ ไมเคิล จี. วิลสัน ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมรักตัวละครนี้อย่างสุดซึ้ง และผมตื่นเต้นที่จะได้ดูว่าพวกเขาจะทำยังไงกับตัวละครโดยตลอด บางทีวันหนึ่งอาจตกลงกันได้ เราต้องเป็นที่ต้องการจริงๆ ถ้าคุณเข้าใจความหมายที่ผมพูดนะ มันจำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่ มันจำเป็นต้องต้องการเรา และพวกเขาก็ไปกันได้ดีอยู่แล้ว

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าจะให้โนแลนกำกับ หนัง James Bond ก็ต้องมีการยกเครื่องใหม่ เปลี่ยนใหม่หมดนั่นเอง คงเหมือนกับที่โนแลนทำกับหนังชุด The Dark Knight ครับ และนั่นอาจแปลว่าคงต้องมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงนำด้วย คงต้องรอให้แดเนียล เครก เลิกเล่นหนังชุดนี้จริงๆ และมีการยกเครื่องใหม่จริงๆ เราถึงอาจได้เห็นโนแลนกำกับหนังชุดนี้ครับ

Read more of this post

Dunkirk จะเป็นหนังที่สั้นที่สุดของโนแลนรองจาก Following ที่เป็นผลงานเรื่องแรก

สำหรับผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ผลงานเกือบทั้งหมดยาวเกิน 2 ชั่วโมง เมื่อผลงานล่าสุดอย่าง Dunkirk ยาวไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็ทำให้เกิดความน่าสนใจหรือกลายเป็นข่าวขึ้นมาครับ

เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่า Dunkirk มีความยาวเพียง 107 นาที หรือ 1 ชั่วโมง 47 นาทีเท่านั้น ถือว่าเป็นหนังที่สั้นที่สุดในผลงานเกือบทั้งหมดของโนแลน ยกเว้น Following ที่เป็นผลงานเรื่องแรกในปี 1998 ที่ยาว 69 นาที

เมื่อเทียบกับงานหนังเรื่องก่อนหน้านี้อย่าง Interstellar ที่ยาว 169 นาที ก็ถือว่าสั้นกว่าร่วม 1 ชั่วโมงเต็มๆ เลยครับ

Dunkirk เป็นหนังบู๊เขย่าขวัญอิงจากเหตุการณ์อพยพดันเคิร์ก หรือยุทธการที่ดันเคิร์ก หรือยุทธการไดนาโมในสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นยุทธการสำคัญของฝ่ายอังกฤษในการช่วยชีวิตทหารฝ่ายสัมพันธมิตรกว่า 330,000 นาย จากหาดและท่าเรือดันเคิร์ก ให้พ้นจากการปิดล้อมของฝ่ายเยอรมัน

หนังนำแสดงโดยนักแสดงหน้าใหม่ เฟียน ไวท์เฮด สมทบด้วยทอม ฮาร์ดี้, เคนเนธ บราาห์, มาร์ค ไรแลนซ์, คิลเลียน เมอร์ฟี่, แจ็ค โลว์เดน, แอนนูริน บาร์นาร์ด, เจมส์ ดาร์ซี, แบรี่ คีโอแกห์น, ทอม กลินน์-คาร์นีย์ และ แฮรี่ สไตลส์ ครับ มีกำหนดฉายในสหรัฐ 21 กรกฎาคม 2017

Read more of this post

คริสโตเฟอร์ โนแลน บอกเหตุผลที่เลือกแฮรี่ สไตลส์ รับบทใน Dunkirk

Dunkirk เป็นหนังใหญ่กลางปีนี้ที่แฟนหนังรอดูด้วยหลายเหตุผล บ้างรอเพราะชอบผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน, บ้างรอเพราะชอบหนังสงครามโลก และบ้างก็รอเพราะเป็นงานแสดงครั้งแรกของแฮรี่ สไตลส์ นักร้องหนุ่มจากวง One Direction ที่มีแฟนคลับอยู่เดือบทั่วโลก ซึ่งโนแลนได้ถูกถามว่าทำไมเขาเลือกนักร้องหนุ่มวัย 23 ผู้นี้ มารับบทสมทบในหนังของเขา

ตอนที่เราระดมนักแสดงมาเล่นหนังเรื่องนี้ เราได้นักแสดงที่มีชื่อมาก่อนแล้วบางส่วน เช่น เคนเนธ บรานาห์, มาร์ค ไรแลนซ์, ทอม ฮาร์ดี้, คิลเลียน เมอร์ฟี่ แต่สำหรับบทบรรดาทหารบนชายหาด เราอยากได้นักแสดงเด็กหนุ่มหน้าใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก สไตลส์ไม่ใช่คนที่ไม่เป็นที่รู้จักขนาดนั้น แต่เขาไม่เคยผ่านงานการเป็นนักแสดงมาก่อน เขาก็เลยมาทดสอบบท ผมทดสอบบทเด็กหนุ่มกว่าพันคนเลย ซึ่งมีเด็กหนุ่มมากมายหลากหลายแบบ และเขาก็ได้บทไป

พูดง่ายๆ ก็คือ สไตลส์มาทดสอบบทเหมือนคนอื่นๆ แล้วทดสอบผ่านนั่นเอง โนแลนก็เลยยื่นบทให้เล่น

แต่แม้ Dunkirk เต็มไปด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากมาย แต่สไตลส์ก็กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากตอนที่ตัดผมยาวของเขาที่เป็นจุดเด่นประจำตัวเพื่อรับบทนี้ เมื่อนักข่าวถามว่าสไตลส์รู้สึกยังไงที่ต้องตัดผม โนแลนรีบตอบตัดบท “ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้

ตอนที่เวอร์เนอร์ฯ ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มของหนังออกมา แฟนๆ ของสไตลส์ต่างทวีตข้ออความด้วยความกังวลกันมากเมื่อเห็นฉากที่สไตลส์กำลังจะจมน้ำ ตัวละครของเขาจะรอดหรือไม่รอดก็คงต้องไปลุ้นกันครับ

Dunkirk เข้าฉายกรกฎาคมนี้

ที่มา: LA Times

Read more of this post