Advertisements

ฮอลลีวู้ดกลัวกันว่ารายได้หนังซัมเมอร์ปีนี้ จะตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี

Guardians of the Galaxy Vol.2 เป็นหนังเปิดซัมเมอร์ปีนี้ของฮอลลีวู้ด และทำเงินในบ้านไปแล้วจนถึงตอนนี้ 246.1 ล้านเหรียญ ขณะที่รายได้ในตลาดนอกบ้านอยู่ที่ 384.4 ล้านเหรียญ เป็นตัวเลขรายได้ที่ดูดีเลย เพราะถ้ารวมรายได้ในตอนนี้ก็ 630.5 ล้านเหรียญจากการฉาย 10 วัน น่าจะแซงรายได้รวมทั่วโลกของภาคแรกที่ทำไว้ 773.3 ล้านเหรียญ จากการฉาย 25 สัปดาห์ได้ในไม่ช้า แต่ก็ดูเหมือนว่าหนังซัมเมอร์เรื่องอื่นๆ อาจได้แค่มองตาปริบๆ ครับ วงในของฮอลลีวู้ดในตอนนี้เกรงกันว่ารายได้รวมทั้งหมดของหนังทุกเรื่องที่ออกฉายในปีนี้น่าจะตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี

มีการคาดการณ์กันว่ายอดขายตั๋วของปี 2017 ในสัปดาห์แรกของพฤษภาคมจนถึงเทศกาลวันหยุดวันแรงงานในสหรัฐ (สัปดาห์แรกของกันยายน) จะลดต่ำลงราว 5-10 % จากปีที่แล้ว ที่หนังทำเงินรวมในทวีปอเมริกาเหนือ 4.45 พันล้านเหรียญ แปลว่ารายได้น่าจะต่ำว่า 4 พันล้านเหรียญ และแย่ที่สุดในรอบสิบปี อย่างไรก็ดี ตลาดนอกสหรัฐอาจมาช่วยเรื่องนี้ไว้เพราะคาดว่าน่าจะยังดีอยู่ และก็มีโอกาสเสมอที่จะมีหนังที่กลายเป็นหนังทำเงินอย่างคาดไม่ถึงซึ่งมีเกิดขึ้นทุกปีในสหรัฐมาช่วยไม่ให้ตกต่ำเกินไป

ผู้บริหารของฮอลลีวู้ดบางคนมองว่า อุตสาหกรรมหนังในฮอลลีวู้ดปีนี้จะตกต่ำเพราะพึ่งหนังภาคต่อมากเกินไป ซึ่งบางเรื่องก็สร้างต่อกันมาหลายภาคจนล้ามากแล้ว ผู้ชมอาจยังตื่นเต้นและกลับมาชมภาคต่อของ Guardians of the Galaxy แต่จะมีอีกกี่คนที่อยากชมภาคต่อของ Pirates of the Caribbean และ Transformers

หนังใหญ่บางเรื่องไม่แข็งแรงเท่าไหร่ในปีนี้” คริส แอรอนสัน หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายในประเทศของทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ให้ความเห็น ซึ่งฟ็อกซ์เองก็มีหนังภาคต่อชุด Alien กับ Planet of the Apes ออกฉายในปีนี้

อีกสาเหตุที่ทำให้ผู้ชมในอเมริกาเหนือออกมาดูหนังในโรงกันน้อยลงเพราะมีคู่แข่งจากทีมีและหนังออนไลน์ ซึ่งตอนนี้ ดูเหมือนมีพื้นที่ของกระแสปากต่อปากบนสื่อออนไลน์มากกว่าหนังอีก

แม้ว่าค่ายหนังมักพึ่งหนังภาคต่อหรือหนังรีเมกมาลดความเสี่ยงของการสร้างหนังฟอร์มใหญ่ด้วยการให้สิ่งที่ผู้ชมต้องการ แต่กลยุทธนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลแล้วเพราะผู้ชมพึ่งสื่อออนไลน์มากขึ้นในการช่วยเลือกชมหนัง ตัวอย่างเช่นปีที่แล้วก็มีหนังภาคต่อและรีเมกที่ทำเงินย่ำแย่กว่าภาคก่อนหน้ามากมายหลายเรื่อง เป็นต้นว่าภาคต่อของ “Star Trek,” “X-Men,” “Independence Day,” “Teenage Mutant Ninja Turtles” และ “Alice in Wonderland

แต่แม้กลยุทธนี้จะไม่ค่อยได้ผลแล้วในตลาดอเมริกาเหนือ แต่ค่ายหนังใหญ่ๆ ก็ยังยึดกลยุทธนี้อยู่ในการสร้างหนังเพื่อทำกำไร เพราะยังถือว่าเป็นกลยุทธที่ปลอดภัยอยู่เมื่อดูจากรายได้ของตลาดนอกอเมริกาเหนือที่ทำให้หนังมีกำไรมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว เมื่อประกาศสร้างหนังใหญ่ทุนสูงแล้ว มันไม่อาจยกเลิกหรือยุบโครงการหนังได้กลางครันก่อนที่หนังจะเข้าฉาย พูดง่ายๆ ก็คือจำเป็นต้องเลยตามเลย

ให้ตายสิ มันน่าหดหู่มากๆ มันมีแต่หนังภาคต่อกับหนังแฟรนไชส์ มันควรต้องเปลี่ยนแปลงกันบ้าง” ผู้อำนวยการสร้างหนังชั้นนำคนหนึ่งให้ความเห็น ซึ่งก็จริงๆ เพราะปีนี้มีแต่อะไรเดิมๆ นอกจากภาคต่อที่เห็นๆ กันอยู่แล้ว ก็ยังมีประเภทเหล้าใหม่ในขวดเก่า อย่างหนัง Spider-Man: Homecoming ที่โซนี่ พิคเจอร์ส ยกเครื่องใหม่เป็นครั้งที่สองในรอบห้าปี และก็ยังมี The Mummy ที่ทอม ครูส มารับบทนำ หลังจากฉบับเบรนแดน แฟรเซอร์ ไม่ได้สร้างต่อและมีภาคสุดท้ายไปเมื่อสิบปีก่อน

โซนี่ฯ อาจรู้ว่าการยกเครื่องใหม่ให้ Spider-Man ต้องมีลูกไม้เด็ดมาช่วยให้หนังชุดนี้อยู่ยืนยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ การร่วมมือกับคู่แข่งอย่างมาร์เวล สตูดิโอ จึงถือเป็นกลยุทธใหม่ และการให้โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ นักแสดงที่เป็นที่นิยมที่สุดของมาร์เวลมาช่วยเป็นตัวขายก็น่าจะเป็นลูกไม้เด็ดที่สำคัญ

Transformers: The Last Knight ของพาราเมาท์ก็ใช้กลยุทธเรื่องบทหนังมาช่วยครับ จากการที่จ้างนักเขียนบทมามากมายเพื่อช่วยระดมมันสมองคิดเนื้อเรื่องของหนังออกมา โดยโยงเข้าเรื่องเข้ากับตำนานกษัตริย์อาร์เธอร์แห่งอัศวินโต๊ะกลมเพื่อขยายจักรวาลของหนังออกมา และก็ยังใช้กล้อง IMAX 3D รุ่นใหม่ล่าสุดมาถ่ายทำหนังเพื่อเพิ่มลูกเล่น “เกมมันเปลี่ยนไปแล้ว และทุกคนรู้สึกกดดันจนต้องพยายามมากขึ้นไปมากกว่าเดิม ไม่มีใครนั่งเฉยอยู่แล้วพูดว่า เรามาลองใช้วิธีการอย่างครั้งที่แล้วเถอะ” เมแกน คอลลิแกน ประธานของฝ่ายจัดจำหน่ายและการตลาดในตลาดสากลของพาราเมาท์ พิคเจอร์ส บอก

ส่วนดิสนี่ย์นั้น ใช้การเลื่อนฉาย Pirates of the Caribbean 5 ถึงสองครั้งเพื่อถ่ายทำเพิ่มเติมให้ได้หนังที่น่าจะขายได้จริงๆ รวมถึงใช้การตลาดแบบไวรัสมาช่วยสร้างกระแสให้หนัง เป็นต้นว่าให้จอห์นนี่ เดปป์ เดินสายประชาสัมพันธ์ แม้แต่การให้แต่งชุดเป็นกัปตันแจ็ค สแปโรว์ ไปพบแฟนๆ ในสวนสนุกก็ตาม

สำหรับหนังที่น่าจะเป็นหนังทำเงินแน่นอนของซัมเมอร์นี้ นักวิเคราะห์มองว่าเป็น Despicable Me 3 ของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส กับ Cars 3 ของพิกซาร์ครับ ส่วนที่มีหวังว่าน่าจะเป็นหนังทำเงิน ก็คือ Dunkirk ของคริสโตเฟอร์ โนแลน แต่ก็นักวิเคราะห์บางรายก็บอกว่า อาจไม่ได้ทำเงินอย่างที่วอร์เนอร์ฯ หวังก็ได้

หนังที่ค่ายวอร์เนอร์ฯ หวังได้อีกเรื่องก็คือ Wonder Woman ที่การเปิดตัวของตัวละครนี้ใน Batman v Superman: Dawn of Justice มีความโดดเด่นอย่างมาก และอาจช่วยให้หนังทำเงินได้เมื่อออกฉาย

พาราเมาท์ยังมีหวังกับ Baywatch อีกเรื่อง ที่คิดว่าเสน่ห์ของดเวย์น จอห์นสัน จะช่วยให้หนังทำเงิน แต่ก็ดูเหมือนว่ายังมีความไม่แน่นอนอยู่

ขณะที่หนังใหญ่ออกมาสู้กันมากมาย นักวิเคราะห์ก็มองกันว่าอาจเป็นปีฮิตเงียบของหนังเล็กหลายเรื่อง เช่น Baby Driver ของเอ็ดการ์ ไรท์, It Comes at Night หนังสยองขวัญของเอ24, หนังตลก The Big Sick ที่อำนวยการสร้างโดยจัดด์ แอพะทาว และ Atomic Blonde หนังสายลับที่มีฉากบู๊เท่ๆ ของชาร์ลีซ เธอรอน ที่จัดจำหน่ายโดยโฟกัสฟีเจอร์

สำหรับหนังทุนยักษ์เนื้อหาใหม่ที่อยู่ในแดนเสี่ยงว่าจะแป้กในปีนี้ก็ได้แก่ King Arthur: Legend of the Sword หนังทุน 175 ล้านเหรียญของวอร์เนอร์ฯ ที่เปิดตัวในบ้านไปแค่ 14.7 ล้านเหรียญ และแป้กในตลาดโลกด้วยเพราะทำเงินไป 29.1 ล้านเหรียญ นอกจากนี้ยังมี Valerian and the City of a Thousand Planets หนังทุนสร้าง 180 ล้านเหรียญของลุค เบสซง และ The Dark Tower ที่ดัดแปลงจากนิยายของสตีเว่น คิงก์ สร้างโดยโซนี่ พิคเจอร์ส

แม้รายได้หนังทุนสูงซัมเมอร์ปีนี้ส่วนใหญ่จะส่อแววแป้ก แต่ค่ายหนังอาจได้ชดเชยจากหนังที่ฉายนอกซัมเมอร์เป็นต้นว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือหนังที่ทำกำไรมหาศาลอย่างหนังสยองขวัญ Get Out และ Fast and Furious 8 ที่แม้จะทำเงินในสหรัฐน้อยกว่าภาคที่แล้ว แต่ก็ได้รายได้จากตลาดโลกมาช่วยให้หนังทำเงินทะลุพันล้านเหรียญไปแล้ว รวมถึง Beauty and the Beast ของดิสนี่ย์อีกเรื่องที่ก็ทำเงินทั่วโลกทะลุพันล้านเหรียญ รายได้รวมของหนังทั้งหมดเพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

อ่านบทความนี้แล้วทำให้นึกถึงสิ่งที่สตีเวน สปีลเบิร์ก กับ จอร์จ ลูคัส เคยทำนายไว้ครับ ว่า การแข่งกันสร้างหนังฟอร์มใหญ่ของฮอลลีวู้ดจะทำให้อุตสาหกรรมหนังพบจุดจบ

คิดว่าจะมีหนังซัมเมอร์ปีนี้เรื่องไหนที่แป้กและเปรี้ยงกันบ้างครับ

ที่มา: LA Times

Advertisements

ไลท์นิ่ง แม็คควีน ไม่ยอมถูกปลดระวางในตัวอย่างเต็ม Cars 3

เพราะแก่แล้ว ไม่ทันสมัย ไม่มีเครื่องยนต์ที่แรงเหมือนรถรุ่นใหม่ ใครๆ จึงบอกว่าถึงคราวที่ไลท์นิ่ง แม็คควีน ควรอำลาสนามแข่งได้แล้ว บวกกลับอุบัติเหตุรุนแรงที่ทำให้ต้องพักฟื้นไปนานอีก แต่ไลท์นิ่งบอกว่า “ฉันจะเลิกแข่งเมื่อฉันต้องการ” เมื่อมีโอกาสได้ลงสนามอีกครั้ง ไลท์นิ่งจึงต้องฝึกลูกเล่นใหม่ๆ เพื่อให้ทันรถรุ่นใหม่ และใช้ความเก๋าเอาชนะความแรงที่เหนือกว่าครับ นั่นคือสิ่งที่ตัวอย่างฉบับเต็มของ Cars 3 จากดิสนี่ย์และพิกซาร์บอกเรา และเหมือนกับบอกด้วยว่าเนื้อเรื่องของหนังมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าเก่า

หนังกำกับโดยไบรอัน ฟี ผู้กำกับใหม่ที่รับหน้าที่เป็นนักวาดสตอรี่บอร์ดให้หนังเด่นๆ ของพิกซาร์มาก่อน เช่น  Cars, Ratatouille, WALL-E, Monsters University, และ Cars 2 หนังมีโอเว่น วิลสัน, อาร์มี่ แฮมเมอร์, บอนนี่ ฮันต์, แลรี่ เดอะ เคเบิล กาย และ คริสเตลา อลอนโซ ร่วมให้เสียง มีกำหนดฉายสิงหาคมนี้ในบ้านเรา ชมตัวอย่างด้านในครับ

Read more of this post

ไลท์นิ่งโดนรถรุ่นใหม่แซงโค้งในตัวอย่างใหม่ของ Cars 3

cars-3-extended-trailerCars 3 น่าจะเป็นภาคที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าสองภาคที่ผ่านมา วัดจากตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาในตอนนี้ทั้งหมด รวมถึงฉบับล่าสุดครับ

ตัวอย่างใหม่เน้นแนะนำตัวละครใหม่ที่เป็นตัวร้ายของเรื่อง รถรุ่นใหม่ที่ดีกว่า เร็วกว่า แรงกว่า แกร่งกว่า และไฮเทคกว่าไลท์นิ่ง แม็คควีน (โอเว่น วิลสัน) ที่พยายามจะยังเป็นที่หนึ่งของการแข่ง แต่ก็เกิดอุบัติเหตุให้เขาต้องเจ็บตัว อย่างไรก็ดี รถแข่งเก๋าคันนี้ก็ยังไม่พร้อมที่จะยอมแพ้ครับ และเตรียมกลับมาลงสนามอีกครั้ง

หนังกำกับโดยไบรอัน ฟี ผู้กำกับใหม่ที่รับหน้าที่เป็นนักวาดสตอรี่บอร์ดให้หนังเด่นๆ ของพิกซาร์มาก่อน เช่น  Cars, Ratatouille, WALL-E, Monsters University, และ Cars 2 หนังมีอาร์มี่ แฮมเมอร์, บอนนี่ ฮันต์, แลรี่ เดอะ เคเบิล กาย และ คริสเตลา อลอนโซ ร่วมให้เสียง มีกำหนดฉายมิถุนายนนี้ ชมตัวอย่างด้านในครับ

Read more of this post

ตัวอย่างที่สองของ Cars 3 ซิ่งมาในโหมดจริงจัง

cars-3-trailerตัวอย่างแรกของ Cars 3 ให้อารมณ์มืดหม่นและน่ากลัวแตกต่างจากสองภาคแรกมากๆ ขณะที่ตัวอย่างที่สองก็ยังให้อารมณ์แตกต่างอยู่ครับ มีความสดใสขึ้นมาหน่อย แต่หนังก็ยังไม่ทิ้งอารมณ์จริงจัง นี่อาจเป็น Cars ในฉบับที่คุณคาดไม่ถึงก็เป็นได้

ใน Cars 3 บอกเล่าเรื่องราวของไลท์นิ่ง แม็คควีน (โอเว่น วิลสัน) ที่พบกับวิกฤติวัยกลางคน เขาเป็นสิงห์สนามรุ่นใหญ่ที่แข่งขันมาอย่างโชกโชน แต่หลังจากอุบัติเหตุรุนแรงในสนามแข่ง และถูกดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างแจ็คสัน สตอร์ม แซงหน้า ทำให้เขาต้องกลับมาทบทวนว่าควรเลิกแข่งได้หรือยัง แต่ระหว่างที่พักฟื้นอยู่นั้นก็พบกับสาวรถซิ่งตัวละครใหม่ ครูซ รามิเนซ ที่มาสอนลูกเล่นใหม่ของการแข่งให้เขาเพื่อกลับไปทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้ง

ครูซ รามิเรซ นักพูดดาวตลกสาวมาให้เสียงเป็นรามิเรซ รถซิ่งสีเหลือง ส่วนแจ็คสัน สตอร์ม รถดาวรุ่งสุดไฮเทคสีดับขลับได้อาร์มี่ แฮมเมอร์ มาให้เสียงพากย์ครับ

หนังยังมีบอนนี่ ฮันต์ กลับมาให้เสียงแซลลี่ คาเรรา สาวคนรักของแม็คควีน, แลรี่ เดอะ เคเบิล กาย กลับมาให้เสียงเมเตอร์ รถลากจูงเพื่อนยาก และชีช มาริน กลับมาให้เสียงราโมน เจ้าของอู่ซ่อมรถ

ไบรอัน ฟี ซึ่งทำงานด้านสตอรี่บอร์ดให้สองภาคแรกมารับหน้าที่กำกับภาคนี้ และถือเป็นงานกำกับเรื่องแรกของเขาครับ หนังมีกำหนดฉายมิถุนายน 2017

Read more of this post

นับแต่นี้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ใบปิดแรกของ Cars 3

cars-3-teaser-poster-headerตัวอย่างแรกของ Cars 3 บอกใบ้ว่าโทนของหนังจะขึงขังและหม่นมากขึ้นกว่าสองฉบับก่อนหน้านี้ครับ และใบปิดแรกของหนังที่เผยออกมาที่ Yahoo Movies ก็ดูเหมือนจะใช้ภาพที่ดูจริงจังในตัวอย่างหนังมาใช้เป็นภาพใบปิด พร้อมด้วยคำโปรย “นับแต่นี้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป” ซึ่งน่าจะแปลว่าชีวิตของไลท์นิ่ง แม็คควีน จะเปลี่ยนไปหลังจากอุบัติเหตุยับเยินครั้งนี้ และอาจหมายถึงหนังจะเปลี่ยนไปจากเดิมด้วย

นอกจากนี้ ยังมีใบปิดเพิ่มเติมอีกฉบับที่ใช้ในตลาดต่างประเทศ จะออกแนวสดใสกว่าครับ

ใน Cars 3 บอกเล่าเรื่องราวของไลท์นิ่ง แม็คควีน (โอเว่น วิลสัน) ที่ไม่ใช่มือใหม่หัดซิ่งอีกแล้ว แต่เป็นสิงห์สนามรุ่นใหญ่ที่แข่งขันมาอย่างโชกโชน แต่หลังจากอุบัติเหตุรุนแรงในสนามแข่ง ทำให้เขาต้องกลับมาทบทวนว่าควรเลิกแข่งได้หรือยัง แต่ระหว่างที่พักฟื้นอยู่นั้นก็พบกับสาวรถซิ่งตัวละครใหม่ ครูซ รามิเนซ ที่มาสอนลูกเล่นใหม่ของการแข่งให้เขา

พิกซาร์ยังไม่ได้ประกาศว่าใครจะมาให้เสียงครูซ รามิเนซ สาวรถแข่งคันสีเหลือง รวมถึงแจ็คสัน สตอร์ม คู่ปรับของแม็คควีน ผู้ที่เป็นรถแข่งดาวรุ่งมาแรง

หนังยังมีบอนนี่ ฮันต์ กลับมาให้เสียงแซลลี่ คาเรรา สาวคนรักของแม็คควีน, แลรี่ เดอะ เคเบิล กาย กลับมาให้เสียงเมเตอร์ รถลากจูงเพื่อนยาก และชีช มาริน กลับมาให้เสียงราโมน เจ้าของอู่ซ่อมรถ

ไบรอัน ฟี ซึ่งทำงานด้านสตอรี่บอร์ดให้สองภาคแรกมารับหน้าที่กำกับภาคนี้ และถือเป็นงานกำกับเรื่องแรกของเขาครับ หนังมีกำหนดฉายมิถุนายน 2017

Read more of this post

ฉากรถซิ่งดูขึงขังกว่าเก่าในตัวอย่างแรกของ Cars 3 จากพิกซาร์

cars-3-teaserดูเหมือนว่างานภาพของ Cars 3 และความจริงจังของฉากแข่งรถดูพัฒนาขึ้นจากเดิมมาก ตามที่ตัวอย่างแรกเผยออกมาครับ ให้อารมณ์เหมือนดูแข่งรถจริงๆ ที่ตัวละครอาจเจ็บตายจริงๆ มากกว่าภาคเก่าที่เป็นการ์ตูนเด็กๆ

ใน Cars 3 บอกเล่าเรื่องราวของไลท์นิ่ง แม็คควีน (โอเว่น วิลสัน) ที่ไม่ใช่มือใหม่หัดซิ่งอีกแล้ว แต่เป็นสิงห์สนามรุ่นใหญ่ที่แข่งขันมาอย่างโชกโชน แต่หลังจากอุบัติเหตุรุนแรงในสนามแข่ง ทำให้เขาต้องกลับมาทบทวนว่าควรเลิกแข่งได้หรือยัง แต่ระหว่างที่พักฟื้นอยู่นั้นก็พบกับสาวรถซิ่งตัวละครใหม่ ครูซ รามิเนซ ที่มาสอนลูกเล่นใหม่ของการแข่งให้เขา

พิกซาร์ยังไม่ได้ประกาศว่าใครจะมาให้เสียงครูซ รามิเนซ สาวรถแข่งคันสีเหลือง รวมถึงแจ็คสัน สตอร์ม คู่ปรับของแม็คควีน ผู้ที่เป็นรถแข่งดาวรุ่งมาแรง

หนังยังมีบอนนี่ ฮันต์ กลับมาให้เสียงแซลลี่ คาเรรา สาวคนรักของแม็คควีน, แลรี่ เดอะ เคเบิล กาย กลับมาให้เสียงเมเตอร์ รถลากจูงเพื่อนยาก และชีช มาริน กลับมาให้เสียงราโมน เจ้าของอู่ซ่อมรถ

ไบรอัน ฟี ซึ่งทำงานด้านสตอรี่บอร์ดให้สองภาคแรกมารับหน้าที่กำกับภาคนี้ และถือเป็นงานกำกับเรื่องแรกของเขาครับ หนังมีกำหนดฉายมิถุนายน 2017 ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ดิสนี่ย์ประกาศวันฉาย Incredibles 2, Cars 3, Toy Story 4 และหนังใหม่ร่วม 19 เรื่อง

pixar dateดูเหมือนว่าเป็นวันข่าวประกาศวันฉายหนังใหม่ของดิสนี่ย์จริงๆ เริ่มจากให้มาร์เวลประกาศภาคต่อ Ant-Man and Wasp ก่อน รวมถึงหนังใหม่ของมาร์เวลอีก 3 เรื่อง จากนั้นดิสนี่ย์ก็ประกาศวันฉายใหม่ให้หนังของพิกซาร์ และหนังของตัวเองอีกหลายเรื่องรวมถึงหนังเทพนิยาย และการ์ตูนที่กำลังสร้างอยู่

สำหรับวันฉายของหนังมาร์เวลก็ตามที่รายงานไปก่อนหน้านี้ ส่วนหนังของพิกซาร์นั้นก็มีการประกาศวันฉายทางการให้กับหนังที่สร้างอยู่ รวมถึงเปลี่ยนแปลงวันฉายใหม่ของบางเรื่อง นั่นก็คือ Cars 3 จะฉาย 16 มิถุนายน 2017, Coco หนังเทศกาลแห่งความตายของพิกซาร์ จะฉาย 22 พฤศจิกายน 2017, The Incredibles 2 ฉาย 21 มิถุนายน 2019, Toy Story 4 เลื่อนออกไปอีก 1 ปี เป็น 15 มิถุนายน 2018 ให้ Cars 3 มาแทนที่กำหนดฉายเดิม

สำหรับหนังอนิเมชั่นของดิสนี่ย์ก็ได้แก่หนังแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ Gigantic ฉาย 9 มีนาคม 2018 ที่เหลือเป็นหนังเทพนิยายคนแสดงที่ยังไม่ได้ประกาศว่าเป็นเรื่องอะไรครับ อ่านรายกานเต็มๆ ด้านใน

Read more of this post