Advertisements

เบื้องหลังการแสดง Beauty and the Beast เผยความเก่งกาจของเอ็มมา วัตสัน

คลิปเบื้องหลังงานสร้าง Beauty and the Beast  ได้หลุดออกมาทางอินเตอร์เน็ตครับ ซึ่งเป็นเบื้องหลังการสร้างตัวละครเจ้าชายอสูรของแดน สตีเวนส์ ว่ามีขั้นตอนยังไงบ้าง อย่างแรกก็คือใส่ชุดโมแคปหรือชุดที่สวมเพื่อใส่คอมพิวเตอร์กราฟฟิกในภายหลัง ที่ทั้งพอง ทั้งดูตลก และไหนยังจะต้องต่อพื้นรองเท้าให้สูงขึ้นไปอีกด้วย เพื่อเข้าฉากกับเอ็มมา วัตสัน ในฉากที่ต้องแสดงร่วมกัน “แค่เฉพาะกล้ามเนื้อน่องอย่างเดียวก็ปวดมากแล้ว” สตีเวนส์บอกในคลิป

จากนั้น ตกดึก เขาก็จะต้องมาแสดงฉากนั้นใหม่อีกครั้ง โดยเอาเฉพาะแค่สีหน้าอย่างเดียว คอต้องนิ่ง ลำตัวไม่ขยับ เพื่อเอามาแปลงใส่เป็นสีหน้าของเจ้าชายอสูร เพราะตอนที่แสดงกับเอ็มมา วัตสัน คงแสดงแบบเล่นใหญ่และทำหน้าตาเป็นการ์ตูนแบบนั้นไม่ได้ สตีเวนส์ดูจริงจังในการแสดงของเขามากแม้ว่าจะดูตลกยังไงก็ตาม

แต่ที่ต้องชมมากๆ อีกคนก็คือเอ็มมา วัตสัน ที่หน้านิ่งและยังคงอยู่ในบทได้อย่างดี แม้ต้องมองแดน สตีเวนส์ ในลักษณะดังกล่าว โดยที่ไม่หลุดขำออกมา เป็นความเก่งกาจของเอ็มมาจริงๆ ครับ

ชมคลิปได้ที่ด้านใน

Read more of this post

Advertisements

Beauty and the Beast – ในความเห็นของคุณ

Beauty and the Beast ฉบับสร้างใหม่ของดิสนี่ย์เข้าฉายมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ และจากรายได้ทั่วโลกจนถึงตอนนี้ 428 ล้านเหรียญ ดิสนี่ย์อาจได้หนังพันล้านเรื่องใหม่อีกเรื่องครับ เป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่า ถ้าจะทำหนังจากเทพนิยายแล้วก็ต้องเป็นค่ายดิสนี่ย์จริงๆ ที่รู้ว่าจะทำหนังออกมายังไงให้เรียกผู้ชมได้ และรู้ว่าผู้ชมต้องการอะไรบ้างจากหนังแนวนี้

คะแนนที่ Rotten Tomatoes ตอนนี้ของหนังจาก 224 บทวิจารณ์อยู่ที่ 6.7/10 ครับ และมีนักวิจารณ์ชอบ 70% โดยความเห็นรวมๆ ชื่นชอบงานสร้างที่ละเอียด นักแสดงที่มีสีสัน การซื่อตรงต่อต้นฉบับ แต่ก็ยังมีการใส่แง่มุมที่สดใหม่ลงไป แต่แน่นอนว่าในเรื่องของการซื่อตรงต่อต้นฉบับ ก็มีบางนักวิจารณ์มองว่าซื่อตรงมากจนน่าอึดอัดโดยเฉพาะการพยายามเลียนแบบกระทั่งมุมกล้องและการเคลื่อนกล้อง ซึ่งบางอย่างไม่เหมาะสมกับงานเป็นหนังคนแสดง

สำหรับผม มองว่าหนังสนุกและเพลิดเพลินจนจบ แต่ฉบับคนแสดงยังไม่ตราตรึงเท่าฉบับอเนิเมชั่นครับ เวลาดิสนี่ย์เอางานการ์ตูนมาแปลงเป็นคนแสดง ไม่ได้แปลงแค่สื่อ แต่แปลงตัวละครให้เป็นคนจริงๆ ในเชิงความลึกด้วย นับตั้งแต่ Cinderella มาแล้ว และดิสนี่ย์ก็ทำได้อีกใน Beauty and the Beast มันจึงทำให้หนังเทพนิยายที่เรารู้เรื่องอยู่แล้ว และแทบจะก๊อปฉากกันมาเกือบทั้งเรื่องมีความสนุกน่าติดตาม

แต่อาจเพราะฉบับอนิเมชั่นมีช่วงเวลาที่เป็น”มนตร์ขลัง”อยู่ในหนังมากมาย และฉบับหนังก็พยายามจะสร้างทุกฉากให้เต็มไปด้วยมนตร์ขลังนั้น ผลปรากฏว่ามันล้น เกือบทุกฉากที่เป็นฉากร้องเพลงมีการจัดชุดใหญ่ อลังการ แข่งกันเพื่อให้เป็นฉากที่ยิ่งใหญ่ น่าจดจำ มันเลยทำให้ไม่มีฉากไหนเด่นหรือน่าจดจำเป็นพิเศษ ทำให้กราฟอารมณ์ของหนังใกล้เคียงกันเกือบตลอดเรื่อง ทำให้หนังเสียความกลมกล่อม ขณะที่ฉบับอนิเมชั่นรู้ว่าจะผ่อนตรงไหน และจะไฮไลท์ตรงไหนเป็นพิเศษครับ

ชมกันไปแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ มาใส่ความเห็นกัน

Read more of this post

Beauty and the Beast เปิดตัวในสหรัฐ $170 ล้าน ทำสถิติใหม่ ทุบสถิติ Batman v Superman

สถิติมีไว้ทำลาย และรายได้เปิดตัวของ Beauty and the Beast  ก็ทำลายไปหลายสถิติเลยครับ หนังทุนสร้าง 160 ล้านเหรียญเรื่องนี้ทำเงินเปิดตัวในสหรัฐสุดสัปดาห์แรกไปราว 170 ล้านเหรียญ และทำเงินในตลาดนอกสหรัฐไปอีก 180 ล้านเหรียญ รวมแล้วทำรายได้เปิดตัวในสัปดาห์แรกทั่วโลกร่วม 350 ล้านเหรียญเลย น่าจะเรียกได้ว่าได้ทุนคืนในสัปดาห์แรก แบบที่ยังไม่รวมงบด้านการตลาดครับ

แล้วหนังทำลายสถิติอะไรบ้าง อย่างแรกเลยก็คือทำลายสถิติเปิดตัวสูงสุดตลอดกาลเดือนมีนาคมในสหรัฐที่ Batman v Superman: Dawn of Justice ที่ครองไว้เมื่อปีที่แล้วที่รายได้ 166 ล้านเหรียญครับ และยังทำลายสถิติรายได้เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลของภาพยนตร์เรต PG ในสหรัฐที่ Finding Dory ครองไว้ที่ 135 ล้านเหรียญ กลายเป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 7 ในสหรัฐรองจาก Iron Man 3

ในแง่ความชื่นชอบของผู้ชม หนังได้คะแนน CinemaScore ระดับ A จากการสำรวจของบริษัทด้านการตลาดต่อความเห็นผู้ชมหลังจากได้ชมหนัง ผลสำรวจยังบอกด้วยว่า 72% ของผู้ชมในสหรัฐที่ไปดู Beauty and the Beast เป็นเพศหญิงครับ บอกเราว่าไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ทำมาเพื่อผู้ชายเท่านั้นที่จะทำรายได้สูงสุด ตลาดผู้ชมเพศหญิงก็มีความกว้างขวางพอเช่นกัน

ส่วนในตลาดต่างประเทศนั้น หนังทำเงินในจีนสูงถึง 44.8 ล้านเหรียญ แม้ว่าจะมีความเป็นห่วงในทีแรก หลังจากผู้กำกับบิล คอนดอน เปิดเผยว่ามีฉากตัวละครเกย์ในหนังจะทำให้รายได้ไม่สูงมาก

ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของอลัน ฮอร์น ประธานสตูดิโอของดิสนี่ย์ ซึ่งเคยร่วมงานกับเอ็มมา วัตสัน มาก่อน ในหนังชุด Harry Potter ตอนที่เขาเป็นประธานอยู่ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และเป็นความสำเร็จของฌอน เบลี่ ประธานฝ่ายงานสร้างภาพยนตร์ด้วย ผู้ที่ตั้งใจและเป็นหัวหอกสำคัญในการนำหนังอนิเมชั่นเก่าๆ ของดิสนี่ย์มาสร้างเป็นฉบับคนแสดง

Beauty and the Beast ยังถือเป็นการสร้างแบรนด์ของดิสนี่ย์ให้เข้มแข็งมากขึ้น และมีความชัดเจนมากขึ้นในแง่เป็นค่ายผลิตหนังจากเทพนิยายที่ถูกใจผู้ชม และดิสนี่ย์ก็น่าจะยังคงความแข็งแรงของแบรนด์นี้ต่อไปได้อีกนาน

ที่มา: THR

Read more of this post

เอ็มมา วัตสัน พูดถึงการพลาดบทนำหญิงของ La La Land

ก่อนที่เอ็มมา สโตน จะได้รับบทนำที่ทำให้เธอได้รางวัลออสการ์นำหญิงจาก La La Land บทนี้เคยเป็นของเอ็มมา วัตสัน มาก่อนครับ โดยวัตสันถูกวางตัวให้รับบทมีอา ส่วน ไมลส์ เทลเลอร์ ที่เคยร่วมงานกับผู้กำกับดาเมียน ชาเซลล์ ใน Whiplash ถูกวางตัวให้รับบทเซ็บ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ซึ่งข่าวลือหนึ่งบอกว่าวัตสันเรียกร้องมากเกินไป และต่อมา วัตสันเลือกเล่น Beauty and the Beast แทน ระหว่างเดินสายเปิดตัวหนังเรื่องนี้ นักแสดงสาวผู้โด่งดังจากบทเฮอร์ไมโอนี่ในหนังชุด Harry Potter ก็ได้ให้ความกระจ่างแก่ประเด็นดังกล่าว

มันเป็นการที่ชื่อของเราเข้าไปอยู่ในโครงการหนังในช่วงแรกเริ่ม เพื่อสร้างความน่าสนใจหรือความตื่นเต้น ก่อนที่จะมีการตกลงกัน หรือยืนยันมั่นเหมาะแล้ว ซึ่งเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดใจ” วัตสันบอกระหว่างให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ SirusXM (via EW)

วัตสันรู้แต่แรกอยู่แล้วว่าเธออาจไม่ได้เล่น La La Land เพราะเธอผูกมัดอยู่กับ Beauty and the Beast อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเธอต้องทุ่มเทให้มากๆ เมื่อหนังสองเรื่องต้องมีการฝึกซ้อมอย่างหนัก เธอจึงเลือกได้เพียงหนึ่ง “ฉันรู้ว่าฉันต้องฝึกขี่ม้า ฉันรู้ว่าฉันต้องฝึกเต้นรำ ฉันรู้ว่าต้องฝึกร้องเพลงล่วงหน้าสามเดือน และฉันรู้ว่าฉันต้องอยู่ที่ลอนดอนเพื่อทำทั้งหมด และนี่ไม่ใช่หนังที่ฉันจะทำแบบผ่านๆ ได้ ฉันรู้ว่าฉันต้องทำการบ้าน ฉันต้องอยู่ในที่ที่ต้องอยู่ ในแง่การจัดคิวตารางเวลาแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลย

ผู้กำกับชาเซลล์เคยพูดถึงการคัดเลือกนักแสดงเหมือนกันครับ ในการให้สัมภาษณ์แก่ Uproxxผมอยากบอกว่าการคัดเลือกนักแสดงระหว่างหกปีในการเตรียมงานสร้างหนังเรื่องนี้นั้นมีการสับเปลี่ยนเยอะมาก จริงอยู่ที่มีช่วงหนึ่งที่เอ็มมา วัตสัน กับ ไมลส์ เทลเลอร์ จะมารับบท แต่การคัดเลือกทั้งคู่มารับบททำอยู่ได้แค่ช่วงหนึ่งหรือทำไม่สำเร็จ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนังเรื่องนี้ที่ขึ้นๆ ลงๆ มันมีช่วงที่เราจะได้ทำ แล้วก็มีช่วงที่จะไม่ได้ทำ แล้วก็จะทำได้ แล้วก็จะไม่ได้ทำ

Beauty and the Beast เข้าฉายในบ้านเราสุดสัปดาห์นี้ครับ

Read more of this post

ฟังเอ็มมา วัตสัน ขับขานในคลิปแรก “Belle” จากหนัง Beauty and the Beast

beauty-and-the-beast-belle-clipเรารู้กันอยู่แล้วว่า Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงของดิสนีย์ เป็นการนำฉบับหนังการ์ตูนเข้าชิงรางวัลออสการ์เข้าดิสนี่ย์เองมาสร้างใหม่ในแบบที่แทบไม่ได้ตีความใหม่ แต่เอามาขยายหรือขยี้ของเดิมให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น มันจะแตกต่างหรือเหมือนจากของเดิมแค่ไหน คลิปแรกของหนังในเพลง “Belle” ที่เคยใช้ในต้นฉบับด้วยได้ถูกปล่อยมาให้เราลองพิจารณาดูครับ แฟนๆ ของต้นฉบับที่อยากเห็นตัวละครที่เป็นการ์ตูนมาโลดแล่นเป็นของจริงๆ คงต้องดีใจมากมายที่มันถอดแบบจากฉบับการ์ตูนออกมาได้ดี และใส่ความเป็นหนังเพลงแบบ Oliver! หนังออสการ์ปี 1968 เข้าไปได้อย่างกลมกลืน

ผมได้แนบคลิปต้นฉบับที่เป็นเพลงไทยมาให้เทียบกันดูด้วยครับ เผื่อคุณอยากเปรียบเทียบกัน

Beauty and the Beast กำกับโดยบิล คอนดอน จาก Dreamgirls จากบทหนังของ สตีเฟ่น ชโบสกี้ จาก The Perks of Being a Wallflower ซึ่งเขียนจากบทร่างของเอแวน สปิลิโอโตพอลอส หนังมีเอ็มมา วัตสัน ที่รับบทเป็นเบลล์, แดน สตีเวน เป็นเจ้าชายอสูร, เอียน แม็คเคลเลน เป็นค็อกเวิร์ธ, ลุค เอแวนส์ เป็นกัสตง, จอช แก็ด เป็นเลอฟู, เอ็มมา ธอมป์สัน เป็นคุณนายพ็อตต์, สแตนลี ทุชชี เป็นฟอร์เต, เควิน ไคลน์ เป็นมัวรีซ, กูกู เอ็มบาธา-รอว์ เป็นพลัมเม็ตต์ และ ยวน แม็คเกรเกอร์ เป็นลูเมียร์ ครับ หนังมีกำหนดฉาย 17 มีนาคม 2017 ครับ

Read more of this post

ตัวอย่างสุดท้ายของ Beauty and the Beast จากดิสนีย์ มาพร้อมบทเพลงคุ้นหู

beauty-and-the-beast-final-trailerจากตำนานครั้งเก่า เปรียบเรื่องราวทั้งสอง ก่อนไม่เคยเป็นมิตร แล้วคนหนึ่งคิดลอง หันมองกันด้วยใจ” ดิสนีย์ปล่อยตัวอย่างสุดท้ายของ Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงออกมาครับ ที่ย้ำชัดอีกครั้งว่าฉบับหนังเรื่องนี้คือการแปลงจากอนิเมชั่นที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ให้มาเป็นฉบับคนแสดงในแบบที่แทบจะลอกแบบกันมาเลย และผู้ชมจะได้สัมผัสว่าเมื่อตัวการ์ตูนกลายเป็นคนจริงๆ และร้องเพลงจริงๆ เต้นรำจริงๆ แล้วจะออกมาเป็นยังไงบ้างครับ

ยอมรับว่ายังไม่ค่อยรู้สึกว่าเอ็มมา วัตสัน มีความเป็นเบลล์แบบฉบับการ์ตูนสักเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่าเบลล์ฉบับการ์ตูนนั้นมีความอ่อนหวานกว่านี้ ขณะที่การขยับใบหน้าของเจ้าชายอสูรด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิกก็ยังรู้สึกแข็งๆๆ อยู่ครับ แต่กัสตงในฉบับของลุค เอแวน นี่ใช่เลย เป๊ะมาก และน่าหมันไส้มาก

ตัวอย่างหนังยังใส่เพลงหลักของหนังที่ได้อาเรียนา แกรนเด กับ จอห์น เลเจนด์ มาขับร้องใหม่ครับ ใส่เข้ามาด้วยครับ จากต้นฉบับเดิมที่ขับร้องโดยเซลีน ดิออน กับ พีโบ ไบรสัน อยากรู้มากๆ ว่าดิสนีย์จะให้ใครมาร้องฉบับไทยแทนคุณเทอดไทย ทองนาค กับ คุณชุติมา แก้วเนียม ที่ร้องไว้ได้ไพเราะเช่นกัน

Beauty and the Beast กำกับโดยบิล คอนดอน จาก Dreamgirls จากบทหนังของ สตีเฟ่น ชโบสกี้ จาก The Perks of Being a Wallflower ซึ่งเขียนจากบทร่างของเอแวน สปิลิโอโตพอลอส หนังมีเอ็มมา วัตสัน ที่รับบทเป็นเบลล์, แดน สตีเวน เป็นเจ้าชายอสูร, เอียน แม็คเคลเลน เป็นค็อกเวิร์ธ, ลุค เอแวนส์ เป็นกัสตง, จอช แก็ด เป็นเลอฟู, เอ็มมา ธอมป์สัน เป็นคุณนายพ็อตต์, สแตนลี ทุชชี เป็นฟอร์เต, เควิน ไคลน์ เป็นมัวรีซ, กูกู เอ็มบาธา-รอว์ เป็นพลัมเม็ตต์ และ ยวน แม็คเกรเกอร์ เป็นลูเมียร์ ครับ หนังมีกำหนดฉาย 17 มีนาคม 2017 ครับ

Read more of this post

ฟังเอ็มมา วัตสัน โชว์พลังเสียงในตัวอย่างใหม่ Beauty and the Beast

beauty-and-the-beast-tv-spot-singsระหว่างงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำปีนี้ ดิสนี่ย์ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ของ Beauty and the Beast ออกอากาศทางทีวีด้วยครับ ที่ไม่เพียงเต็มไปด้วยฉากใหม่มากมาย แต่ยังได้ให้ฟังเสียงร้องเต็มๆ ของเอ็มมา วัตสัน จากหนังเรื่องนี้ด้วย เธอจะร้องได้ดีแค่ไหน ลองไปรับฟังและรับชมครับ

หนังได้บิล คอนดอน จาก Dreamgirls มารับหน้าที่กำกับ จากบทหนังของ สตีเฟ่น ชโบสกี้ จาก The Perks of Being a Wallflower ซึ่งเขียนจากบทร่างของเอแวน สปิลิโอโตพอลอส หนังมีเอ็มมา วัตสัน ที่รับบทเป็นเบลล์, แดน สตีเวน เป็นเจ้าชายอสูร, เอียน แม็คเคลเลน เป็นค็อกเวิร์ธ, ลุค เอแวนส์ เป็นกัสตง, จอช แก็ด เป็นเลอฟู, เอ็มมา ธอมป์สัน เป็นคุณนายพ็อตต์, สแตนลี ทุชชี เป็นฟอร์เต, เควิน ไคลน์ เป็นมัวรีซ, กูกู เอ็มบาธา-รอว์ เป็นพลัมเม็ตต์ และ ยวน แม็คเกรเกอร์ เป็นลูเมียร์ ครับ หนังมีกำหนดฉาย 17 มีนาคม 2017 ครับ

Read more of this post