Advertisements

ทรานส์ฟอร์เมชั่นเผยโฉมอีก 4 หนังไทยปีนี้: เปรมิกาป่าราบ,ร็อคแอนด์ลำ,ผีมือใหม่, แสงกระสือ

transformation-line-upในงานแถลงข่าวการทำรายได้เข้าสู่ 100 ล้านบาทของ “มิสเตอร์เฮิร์ท…มือวางอันดับเจ็บ” เมื่อวานนี้ ค่ายหนังทรานส์ฟอร์เมชั่นฟิล์มส์ บริษัทสร้างหนังในเครือของเมเจอร์กรุ๊ป ยังได้เปิดเผยหนังไทยเรื่องใหม่ที่จะเข้าฉายในปีนี้อีก 4 เรื่องครับ พร้อมทั้งปล่อยใบปิดแรกของหนังกับเรื่องย่อของหนังออกมาด้วยครับ ทั้ง 4 เรื่องเป็นงานของผู้กำกับหน้าใหม่เกือบทั้งหมดครับ

เรื่องแรกเป็นหนังตลกสยองขวัญชื่อ “เปรมิกา ป่าราบ” จากผู้กำกับตือ ศิวกร จารุพงศา ผู้กำกับจากแวดวงหนังโฆษณาซึ่งคร่ำวอดมากว่า 22 ปี และได้ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้กำกับหนังครั้งแรกในเรื่องนี้ งานที่อาจคุ้นหน้าผู้ชมในบ้านเราก็คือโฆษณาดัทช์มิลค์ ที่มีเรนแสดงนำ หนังได้เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และ ณัฐชา เดอซูซ่า (จีน่า MBO) รับบทนำ

ส่วนเรื่องที่สองยังอยู่ในแนวตลกครับ แต่เป็นหนังเพลงปนตลก ชื่อ “ร็อคแอนด์ลำ แคนเนฟเว่อร์ดาย” จะได้ผู้กำกับมาร่วมงานกำกับกัน 3 คนในเรื่องนี้ คืออี๊ด รัฐพล จันทรรวงทอง (ผู้ช่วยผู้กำกับ “แฟนฉัน”, “อินทรีแดง”), ดัมมี่ ธนาบดินทร์ ยงสืบชาติ (นักแสดงสมทบ “เพื่อนสนิท”), และ เพชร วรายุ รักษ์กุล (ผู้ช่วยผู้กำกับ “เพื่อนสนิท”, “สายลับจับบ้านเล็ก”)

ยังคงตลกกันต่อกับหนังเรื่องที่สาม แต่เปลี่ยนแนวเป็นรักปนตลกครับ เป็นหนังชื่อ “ผีมือใหม่” โดยมีจักร จตุพร บุตรโคตร และ เบล ไพรัช ทะโทน ร่วมกันกำกับ ทั้งคู่เป็นผู้กำกับที่มาจากแวดวงทีวีครับ ส่วนเรื่องสุดท้าย น่าจะแหวกแนวที่สุด เป็นหนังแนวสยองขวัญโรแมนติกครับ เรื่อง “แสงกระสือ” ซึ่งได้โดม สิทธิศิริ มงคลศิริ (Last Summer ฤดูร้อนนั้น…ฉันตาย) มารับหน้าที่กำกับ จากบทของมะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ครับ

ค่ายหนังยังไม่ได้ประกาศวันฉาย แต่ได้ปล่อยใบปิดกับเรื่องย่อออกมาแล้ว ชมและอ่านทั้งหมดได้ที่ด้านในครับ แล้วลองดูว่าเรื่องไหนที่คุณสนใจมากที่สุด

Read more of this post

Advertisements

“ขุนพันธ์ 2” ได้กำหนดฉายเบื้องต้นสิงหาคมปีนี้ แต่อาจเลื่อนออกไป

khun-pun-2ผู้ชมที่ได้ชม “ขุนพันธ์” ที่ออกฉายกรกฎาคมปีที่แล้ว และอยู่รอจนถึงฉากท้ายเครดิต คงจำได้ว่าได้มีการบอกใบ้ถึงภาคต่อเอาไว้ เป็นฉากที่ขุนพันธ์ซึ่งรับบทโดยอนันดา เอเวอริงแฮม ได้เผชิญหน้ากับคู่ปรับคนใหม่ที่จะมาบทบาทในภาคต่อก็คือ”เสือใบ”รับบทโดยอารักษ์ อมรศุภศิริ และอาจสงสัยว่าจะได้ชมภาคต่อเมื่อไหร่ สหมงคลฟิล์มส์ได้กำหนดวันฉายออกมาแล้วครับ

10 สิงหาคม คือกำหนดฉายแรกของ “ขุนพันธ์ 2” ที่ก้องเกียรติ โขมศิริ จะกลับมากำกับอีกครั้ง ในเรื่องราวที่นำบุคคลจริงที่มีอยู่ในประวัติมาแต่งเป็นตัวละครแนวบู๊ผจญภัยคล้ายกับเจมส์ บอนด์ หรือซูเปอร์ฮีโร่ที่มีฉากย้อนยุค สู้กันด้วยอาวุธปืนและอาคมครับ

อย่างไรก็ดี เท่าที่ทราบมาก็คือ หนังยังอยู่ในขั้นตอนการเขียนบท และยังไม่ได้เปิดกล้อง ภาคต่ออาจจะไม่เสร็จทันกำหนดฉายในเดือนสิงหาคมนี้ เหมือนกับภาคแรกที่เดิมทีก็วางกำหนดฉายไว้ในปี 2558 แต่ก็เลื่อนฉายมาปี 2559 อันเนื่องจากความซับซ้อนในการทำงานครับ แต่ 10 สิงหาคมยังคงเป็นกำหนดฉายแรกที่วางไว้ก่อนในตอนนี้

Read more of this post

3 ใบปิดของ “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง” ออกมาพุ่งเบียด

oversize-poster-headerถ้ามองหาหนังไทยที่เป็นหนังตลกอารมณ์ดี แต่เนื้อหาแหวกตลาด “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง” น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ หนังเรียกตัวเองว่าเป็น “โปลิศคอมเมดี้” ที่บอกเล่าเรื่องราวของนายตำรวจระดับบิ๊กไซซ์ 4 นาย ที่มีภารกิจต้องทลายพุงที่เป็นอุปสรรคในการไล่ตามจับคนร้ายครับ

ทีมนักแสดงของหนังประกอบด้วยศุภวิชญ์ มีเปรมวัฒนา (สาวคาราโอเกะ), ปราโมทย์ ปาทาน (ซีรี่ส์ทางทีวี Love Songs Love Series ตอนฤดูร้อน), สมยศ มาตุเรศ (แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว), ณัฐจารี หรเวชกุล (ละคร บัลลังก์เมฆ) และสองนักแสดงใหม่ ศรัณย์ ชินสุวพลา กับ ศุภชัย ทรัพย์ประเสริฐ

หนังกำกับโดยชานนท์ ยิ่งยง และ ภูวนิตย์ ผลดี ครับ มีกำหนดฉาย 23 มีนาคมนี้

Read more of this post

สามเมืองใหญ่กับหนึ่งความรัก เรื่องย่อทางการของ The Moment “รักของเรา”

the-moment-synopsisกุมภาพันธ์จนถึงมีนาคมของปีนี้น่าจะเป็นปีที่มีหนังไทยน่าสนใจเข้าฉายกันเนืองแน่น รวมถึง The Moment รักของเรา หนังเรื่องราวความรักสามคู่ในสามเมืองอันโรแมนติกของโลกที่จะเข้าฉายช่วงวาเลนไทน์ปีนี้ครับ หนังเป็นผลงานของค่ายทาเลนท์วัน มูวี่ สตูดิโอ ผู้สร้าง Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย และได้ลัดดาวัลย์ รัตนดิลกชัย กับ ปัญจพงศ์ คงคาน้อย (ชัมบาลา) มาร่วมกันกำกับครับ มีสามนักแสดงชั้นนำคือ เต้ย จรินทร์พร จันเกียรติ, โทนี่ รากแก่น, พีช พชรจิราธิวัฒน์ , เก้า สุภัสสรา ธนชาต, กันต์ กันตถาวร และ แทโอ ยู มารับบทเป็นสามคู่ของสามเรื่องราวความรัก ท่านที่อยากชมหนัง แต่อยากรู้เรื่องราวของเนื้อเรื่องขึ้นอีกหน่อย ค่ายหนังได้เปิดเผยออกมาตามด้านล่างนี้ครับ

ภาพยนตร์รักอบอุ่น เรื่องราวของหนุ่มสาวที่เดินทางไปยังเมืองใหญ่ในฝันเพื่อทำสิ่งที่มุ่งหวังเช่นเดียวกับคนรุ่นใหม่ทั่วโลก แต่กลับได้พบใครบางคน ซึ่งเปลี่ยนแปลงเป้าหมายของพวกเขา

แพรว (จรินทร์พร จุนเกียรติ) เดินทางไปเรียนต่อลอนดอน และได้เจอ จิม (โทนี่ รากแก่น) ซึ่งเรียนอยู่ที่นี่ แพรวทำงานพิเศษกับจิมในร้านแผ่นเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งเธอและจิมชอบด้วยกันทั้งคู่ แพรวพยายามหลีกเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับจิมเพราะทั้งสองเคยมีอดีตบางอย่างด้วยกัน  อีกฟากหนึ่งของโลก ที่เอเยนซี่แห่งหนึ่งในโซล กานต์ (กันต์ กันตถาวร) แฟนของแพรว พยายามทำงานหนักเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากทีมชาวเกาหลี จนแทบไม่มีเวลาติดต่อกับแพรว ในที่สุดกานต์ก็ได้ย้ายไปอยู่กับหัวหน้าครีเอทีฟคนใหม่คือ คิม (แทโอ ยู) ซึ่งสอนงานกานต์และทำให้กานต์รู้สึกสนุกกับงานอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเขาเองก็สร้างความประทับใจให้กับคิมเช่นกัน

เวลาเดียวกันนั้นเอง ต้น (พชร จิราธิวัฒน์) น้องชายของแพรว เดินทางมาเซอร์ไพรซ์ นา แฟนที่มาเรียนต่อนิวยอร์ค แต่กลับพบ เจี๊ยบ (สุภัสสรา ธนชาต) อยู่ในอพาร์ตเมนต์ของนา เจี๊ยบบอกต้นว่าเธอมาดักรอเจี๊ยบที่นี่ เพราะรู้มาว่า สิงห์ แฟนของเธอเป็นกิ๊กกับนา เมื่อทั้งสิงห์(แฟนเจี๊ยบ) กับ นา (แฟนต้น) หายตัวไปพร้อมกัน ต้นกับเจี๊ยบจึงออกตามหาแฟนของตนด้วยกัน ติดตามชมความรักในสามเมือง ซึ่งร้อยเรียงหลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อการเดินทางนำแพรว จิม กานต์ คิม ต้น และเจี๊ยบไปพบกับคนที่ใช่…อีกคน เขาและเธอจะทำอย่างไร เข้าฉายวาเลนไทน์ 2560

นอกจากเรื่องย่อแล้ว หนังยังมีตัวอย่างที่ทำแยกเป็นเฉพาะเมืองออกมาก่อนหน้านี้ด้วยครับ ได้แก่นิวยอร์ก. ลอนดอน และโซล ให้คุณได้เห็นเรื่องราวที่แตกต่างกันของทั้งสามคู่มากขึ้น ชมได้ที่ด้านใน

Read more of this post

6 สิ่งที่น่ารู้เกี่ยวกับหนัง “มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case”

the-lost-case-interviewก่อนหน้าหนัง “มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case” เข้าฉายราวหนึ่งสัปดาห์ ได้มีโอกาสไปคุยกับกัลป์ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการสร้างของหนัง และ ชยัญ อิทธิจตุพร ผู้รับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ครับ เป็นการคุยกันสั้นๆ เพื่อหาข้อมูลมาให้ผู้ชมที่อยากดูหนังเรื่องนี้ หรือที่ดูมาแล้ว ได้รู้ที่มาที่ไปเกี่ยวกับหนังเพิ่มเติม ผมเพิ่งว่างแกะคลิปนำมาลงในเว็บไซต์ครับ

เดิมที คลิปยาวกว่า 5 นาที แต่ผมดันกดปุ่มอัดผิดตอนที่มีโทรศัพท์เข้ามาระหว่างคุยกัน จึงไม่ได้เสียงคลิปในช่วงหลัง แต่ยังดีว่าจดบันทึกข้อมูลบางส่วนเอาไว้ด้วย ประเด็นสำคัญในการคุยกันจึงอยู่ครับ และสรุปได้ตามนี้ครับ

  1. แนวคิดเริ่มต้นของหนังมาจากการที่กัลป์ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการสร้างของหนัง อยากที่จะทำหนังไทยแนวสยองขวัญแนวใหม่ที่ยังไม่มีในตลาดของบ้านเรา และคิดว่าหนังแนว found footage ยังไม่เคยมีในเมืองไทยมาก่อน ก็ไปชวนผู้กำกับชยัญ อิทธิจตุพร ให้มาทำหนังเรื่องนี้ โดยตั้งเป้าหมายว่า “จะทำยังไงให้เป็นหนัง found footage ที่รู้สึกเสมือนจริง
  2. หลังจากได้แนวคิดว่าจะทำหนังสยองขวัญแนว found footage แล้ว ทั้งคู่เลือกที่จะทำเกี่ยวกับรายการ “มือปราบสัมภเวสี” เพราะเป็นรายการของกันตนาอยู่แล้ว และมีความรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นในรายการ มันดูจริง ก็เลยอยากพาคนดูไปเห็นสิ่งเหล่านี้
  3. เคสที่นำมาใช้นำเสนอในหนังมีอยู่แล้วในรายการ แต่ภาพยนตร์ไม่ได้เล่าเรื่องเคส ภาพยนตร์เล่าเรื่องทีมงาน เพื่อเล่ามุมมองการทำงานของคนเบื้องหลังในรายการ แต่ทั้งหมดก็คือภาพยนตร์ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา
  4. ผู้กำกับชยัญบอกว่าดูหนัง found footage หลายเรื่องมากเพื่อใช้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน แต่โดยหลักๆ คือ The Blair Witch Project, Paranormal Activity และ The Taking of Deborah Logan
  5. เคสที่ถูกเลือกมานำเสนอในหนัง ถูกเลือกมาจากบรรดาหลายๆ เคส แต่ผู้กำกับมองว่าเคสนี้น่าสนใจเพราะมี”สาระ”บางอย่างแฝงอยู่ด้วย เกี่ยวกับการไม่ยอมหรือละเลยที่จะสื่อสารกันในครอบครัวที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันตามมา และนำไปสู่เรื่องราวนี้
  6. มือปราบสัมภเวสี: The Lost Case” ถือเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องที่ 3 ของกันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ซึ่งกัลป์อยากสร้างให้บริษัทมีภาพลักษณ์เป็นค่ายผลิตหนังแนวสยองขวัญ เหมือนที่จีทีเอชมีภาพของค่ายหนังฟีลกู๊ด ให้ผู้ชมนึกถึงกันตนาเมื่อถึงนึกหนังสยองขวัญ ทั้งยังเป็นแนวหนังที่กัลป์ชอบเป็นการส่วนตัวด้วย

หนังเข้าฉายแล้วตั้งแต่พฤหัสบดีที่ผ่านมาครับ ถ้าฟังคลิปและอ่านดูแล้วน่าสนใจก็ลองไปชมกัน ฟังคลิปเสียงสัมภาษณ์ได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ภาพชุดแรกจาก “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง” หนังเรื่องแรกของ T Moment

oversized-image-04หลังจากการแตกตัวของ GTH เป็นสองค่ายใหม่ GDH และ T Moment ค่ายแรกได้มีหนังออกมาแล้ว 2 เรื่อง และกำลังจะมีอีก 3 เรื่องในปีนี้ ส่วนค่ายหลังซึ่งมีหัวเรือใหญ่คือวิสูตร พูลวรลักษณ์ ก็เพิ่งได้เริ่มประชาสัมพันธ์ผลงานแรกครับ โดยหนังเรื่องแรกของค่ายเป็นหนังตำรวจแนวตลก ชื่อว่า “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง

เรายังไม่มีเรื่องย่อทางการ แต่จากที่ได้ข้อมูลคร่าวๆ ก็คือเป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนตำรวจสี่นายที่ต้องทำภารกิจลดพุงให้ได้ตามกำหนด (อาจเพราะการมีพุงทำให้เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติภารกิจก็ได้) ดูแล้วยังคงเป็นหนังตลกอารมณ์ดีที่ถูกคอผู้ชมหนังไทยของบ้านเรา เพียงแต่แนวเรื่องราวแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดครับ

หนังเปิดกล้องไปเมื่อต้นตุลาคมปีที่แล้วครับ ซึ่งคุณวิสูตรให้เหตุผลที่เลือกโครงการหนังเรื่องนี้เป็นโครงการประเดิมของค่ายว่า “เพราะมันแสดงถึง “ตัวตน” ของเราได้อย่างชัดเจนที่สุด ในแง่ที่จะสร้าง “ภาพจำ” ภาพแรกให้กับผู้ชมภาพยนตร์ ในฐานะที่เป็นบริษัทหนังที่จะสร้างความสุขและความสนุกให้กับผู้ชมในทุกระดับ โดยเรามีความคิดเสมอว่า การทำหนังที่ดี จะต้องมีความบันเทิงและคุณภาพควบคู่กันไปด้วย เราจึงเลือกหนังเรื่องนี้เป็นหนังเปิดตัวเรื่องแรกครับ

ทีมนักแสดงของหนังประกอบด้วยศุภวิชญ์ มีเปรมวัฒนา (สาวคาราโอเกะ), ปราโมทย์ ปาทาน (ซีรี่ส์ทางทีวี Love Songs Love Series ตอนฤดูร้อน), สมยศ มาตุเรศ (แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว), ณัฐจารี หรเวชกุล (ละคร บัลลังก์เมฆ) และสองนักแสดงใหม่ ศรัณย์ ชินสุวพลา กับ ศุภชัย ทรัพย์ประเสริฐ

หนังกำกับโดยชานนท์ ยิ่งยง และ ภูวนิตย์ ผลดี ครับ มีกำหนดฉาย 23 มีนาคมนี้

Read more of this post

RiFF Animation Studio แจ้งว่า สตูดิโอจิบลิไม่ได้ติดต่อซื้อ”เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ”ไปรีเมก

may-nhaiแก้ไข: RiFF Animation Studio ประกาศผ่านเฟซบุกแจ้งว่า สตูดิโอจิบลิยังไม่ได้มีการแสดงเจตจำนงค์ติดต่อมาเพื่อซื้อลิขสิทธิ์  “เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” ตามที่มีรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้ครับ และขออภัยในความคลาดเคลื่อน

“จากที่มีกระแสข่าวที่ออกไปว่า Mr. Goro miyazaki และ studio ghibli สนใจจะรีเมค แอนิเมชั่น เรื่อง เมย์ ไหน ไฟแรงเฟร่อ นั้น เป็นข่าวที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ก่อนหน้านี้ ทาง Riff Studio ได้มีโอกาสพูดคุยทำความรู้จักกับทาง Studio Ghibli และทาง Mr. Goro miyazaki ก็มีโอกาสได้ชมผลงาน Animation ในภาพยนต์ เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ ซึ่ง Mr.Goro เองก็ได้กล่าวชื่นชมผลงานเรื่องนี้ด้วย ในขณะเดียวกันก็มีบริษัทอื่นในญี่ปุ่นและในประเทศอื่นๆให้ความสนใจใน Animation เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ ค่อนข้างมาก ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเหตุให้มีความคลาดเคลื่อนในเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่ออกไปในครั้งนี้

ทาง Riff Studio ต้องกราบขออภัยMr. Goro miyazaki , studio ghibli , คุณหมู ชยนพ บุญประกอบ พี่ๆ GDH มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างมาก และขอแจ้งอีกครั้งว่า ทางด้าน studio ghibli ยังไม่ได้มีการแสดงเจตจำนงในการติดต่อขอลิขสิทธิ์เรื่อง เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ มาเพื่อรีเมคแต่ประการใด

และทาง Riff Studio ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนๆทุกคนจะยังคงให้การสนับสนุนและติดตามผลงานของ Riff Studio ต่อไป และหากมีข่าวสาร หรือความคืบหน้าใดๆ แอดมินจะรีบแจ้งทุกคนให้ได้รับทราบครับ”

(ด้านล่างนี้คือเนื้อหาข่าวเก่า)

………………………………..

เรามีหนังไทยที่เคยดัดแปลงจากหนังญี่ปุ่นมาก่อน และเร็วๆ นี้เราอาจได้เห็นหนังญี่ปุ่นดัดแปลงจากหนังไทยครับ

ไทยบันเทิง ThaiPBS ได้รายงานจากการสัมภาษณ์ ชยนพ บุญประกอบ จาก “เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” และหนึ่งในทีมผู้กำกับ “พรจากฟ้า” ทำให้เราได้รู้ว่าสตูดิโอจิบลิกำลังสนใจที่จะนำ “เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” ไปสร้างใหม่เป็นฉบับญี่ปุ่นครับ โดยโกโระ มิยาซากิ ผู้กำกับ From Up on Poppy Hill และเป็นลูกชายของฮายาโอะ มิยาซากิ เป็นผู้เข้ามาพูดคุยกับทาง RiFF Animation Studio ผู้ที่ดูแลงานอนิเมชั่นในหนัง”เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ“เพื่อติดต่อนำไปสร้างใหม่เป็นหนังอนิเมชั่นของจิบลิครับ

แนวทางของการนำไปสร้างใหม่ ดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนบริบทของหนังเป็นญี่ปุ่นไปเลย แต่ยังคงเป็นบริบทเรื่องราวแบบไทยๆ ไว้ เพียงแต่ปรับให้เป็นงานอนิเมชั่นแทนครับ ตามที่ชยนพให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว “เขาอยากให้บริบทเป็นของไทย แต่ว่าพูดเป็นญี่ปุ่น เขาชอบแบบความเป็นไทยๆ แบบนี้ มันพิเศษตรงที่มันดูเป็นแอนิเมชั่นที่มันไม่ได้ดูเป็นญี่ปุ่นจ๋า ไม่ได้ดูเป็นฮอลลีวูดจ๋า แต่มันดูเป็น มันมีความเป็นไทยๆ แบบเรา ก็ภูมิใจแทนทีม

เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” เป็นเรื่องราวของป๋อง (ธิติ มหาโยธารักษ์) เด็กหนุ่มนักเรียนชั้นม.5 แบ่งนักเรียนในโรงเรียนในระดับฐานันดรต่างๆ คือ คนทั่วไป, อันธพาล, เด็กเนิร์ด, นักกีฬา, คนหน้าตาดี, และนักกิจกรรมตัวท็อป โดยจัดตัวเองเป็นอยู่ในกลุ่มไร้ตัวตน ไม่มีคนสนใจ แต่ป๋องก็มีความในใจคือแอบชอบมิ้ง (นรีกุล เกตุประภากร) นักกิจกรรมตัวท็อป เธอยังเป็นว่าที่ประธานสีคนต่อไป ทั้งที่เธอไม่เคยเหลียวป๋องเลย

จนวันนึงป๋องได้รู้จักกับเมย์ไหน (สุทัตตา อุดมศิลป์) ผู้หญิงเก็บตัว ไม่เข้าสังคม และเป็นกลุ่มคนประเภทไร้ตัวตนเฉกเช่นเดียวกับตัวป๋องเอง ป๋องเองรู้ความลับของเมย์ไหนว่าเธอแอบชอบพี่เฟม (ธนภพ ลีรัตนขจร) เป็นนักกีฬาประจำโรงเรียน ประธานสี ป๋องยังทราบว่าเมย์ไหนเลือกที่จะไร้ตัวตนเพราะเธออยู่กับใครไม่ค่อยได้ ร่างกายของเธอจะปล่อยกระแสไฟฟ้าเมื่อเธอ ตื่นเต้น หรือตกใจ ทังสองจึงตกลงเป็นเพื่อนและเก็บความลับของกันและกัน ค่อยๆ สนิทกัน และช่วยกันจีบมิ้ง

หนังเข้าฉายในบ้านเราตุลาคม 2558 ครับ ทำรายได้ไป 74.12 ล้านบาท  จากนั้นได้ไปฉายในญี่ปุ่นช่วงเมษายนปีที่แล้ว

อ่านรายละเอียดของข่าวเพิ่มเติมได้จากลิงก์ที่ ไทยบันเทิง ThaiPBS

Read more of this post