Advertisements

“โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง” ขายให้ผู้จัดจำหน่ายต่างชาติได้แล้ว 8 ประเทศ

ก่อนหน้าที่ “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง” จะเข้าฉายในบ้านเราสุดสัปดาห์นี้ ทีโมเมนต์ บริษัทผู้สร้างหนังไทยเรื่องนี้ได้นำหนังไปขายในงานฮ่องกง ฟิล์มมาร์ท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ หนังใช้ชื่อภาษาอังกฤษในการขายว่า Oversize Cops และจากที่ทางทีโมเมนต์เปิดเผย มีผู้จัดจำหน่ายต่างประเทศซื้อไปแล้ว 8 ประเทศครับ ประกอบด้วยอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว เวียดนาม กัมพูชา และพม่า

โชคชัย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการฝ่ายขายของบริษัทค่อนข้างคาดไม่ถึงที่มีผู้สนใจซื้อหนังไปฉายเยอะ เพราะความที่หนังมีนักแสดงที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่ดูเหมือนความสนใจของพวกเขาอยู่ที่เนื้อหาเป็นหลักครับ “เค้าบอกมันแปลกและน่าสนใจมาก ทั้งหนังตัวอย่างและโปสเตอร์คีย์อาร์ต ก็ดึงดูดเค้าได้เป็นอย่างดี ทำให้มีผู้ตัดสินใจซื้อทันทีในตอนนี้ 8 ประเทศแล้วครับ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจมาก ที่หนังไทยเราเปิดกว้างได้มากขึ้น และชาวอาเชี่ยนด้วยกันเอง เค้าก็มั่นใจในศักยภาพของหนังไทยมากๆเลยครับ

ในข่าวที่เกี่ยวข้องกัน ค่ายหนังยังได้ปล่อยคลิปเบื้องหลังออกมาให้เห็นว่ามีความสนุกในการทำงานกันแค่ไหน และหนังเรื่องนี้น่าจะสร้างเสียงหัวเราะได้แค่ไหนครับ ชมได้ที่ด้านใน

หนังมี ปราโมทย์ ปาทาน (ซีรี่ส์ทางทีวี Love Songs Love Series ตอนฤดูร้อน), สมยศ มาตุเรศ (แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว), และสองนักแสดงใหม่ ศรัณย์ ชินสุวพลา กับ ศุภชัย ทรัพย์ประเสริฐ รับบทเป็นสี่นายตำรวจร่างหมี สมทบด้วยณัฐจารี หรเวชกุล (ละคร บัลลังก์เมฆ) และ ศุภวิชญ์ มีเปรมวัฒนา (สาวคาราโอเกะ) กำกับโดยชานนท์ ยิ่งยง และ ภูวนิตย์ ผลดี

Read more of this post

Advertisements

“ศพไม่เงียบ 2” กำลังมา

เป็นข่าวดีสำหรับแฟนหนังอย่างผม เพราะชอบค่อนข้างชอบ “ศพไม่เงียบ” (Mindfulness and Murder) ภาคแรกครับ รู้สึกว่าเป็นหนังไทยแนวสืบสวนที่สนุกพอๆ กับ CSI: Las Vegas ตอนเด่นๆ ตอนหนึ่งเลย และชอบที่หนังเอาเรื่องความเชื่อทางศาสนาพุทธมาตั้งคำถามในเรื่องราวสืบสวนปนฆาตกรรม และให้พระทำหน้าที่เป็นตัวเอกเพื่อสืบหาคนร้าย ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาทางสังคมของเมืองไทยไปด้วย เฟซบุกทางของหนังได้บอกข่าวว่า ภาคต่อของหนังกำลังมาเร็วๆ นี้ครับ

ภาคต่อจะดัดแปลงจากนิยายเล่ม 4 ชื่อว่า The Curious Corpse ในชุด Father Ananda Mystery Series ของนักเขียนนิค วิลกัส ที่จะนำพาผู้ชมไปพบกับเรื่องราวฆาตกรรมในวัดคดีใหม่ที่หลวงพ่ออนันดา อดีตนายตำรวจที่ทิ้งชีวิตทางโลกอันวุ่นวายแล้วหันมาใช้ชีวิตทางธรรม ต้องเข้าไปสืบสวน

เรื่องราวในภาคนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีสตรีชาวตะวันตกถูกฆ่าตายในวัดในคืนที่พายุได้โหมกระหน่ำกรุงเทพฯ ตำรวจสันนิษฐานว่าเธออาจเป็นโสเภณีรัสเซีย แต่เมื่อหลวงพ่ออนันดาครุ่นคิดถึงความน่าสงสัยบางประการ ก็ถูกชายชาวรัสเซียสองคนทำร้ายและข่มขู่ถามหากล้องถ่ายรูป หลวงพ่ออนันดาจึงมั่นใจว่าน่าจะมีหลักฐานบางอย่างที่เกี่ยวกับการฆาตกรรมอยู่ที่ไหนสักแห่ง และหากรู้ตัวว่าเหยื่อเป็นใครก็จะยิ่งทำให้รู้ว่าใครคือฆาตกรที่ยังลอยนวลอยู่

คาดว่าทอม วอลเลอร์ ที่กำกับภาคแรกจะกลับมากำกับภาคนี้อีกครั้ง เช่นเดียวกับวิทยา ปานศรีงาม ที่น่าจะกลับมารับบทหลวงพ่ออนันดาครับ

Read more of this post

เรื่องย่อทางการของ “เปรต อาบัติ” บอกใบ้ถึงการดำเนินเรื่องที่เปลี่ยนไป

ใน”อาบัติ“ฉบับที่ฉายในครั้งแรก ดูเหมือนว่าหนังจะเล่าจากมุมมองของ ซัน (ชาร์ลี ปอทเจส) ครับ แต่ในฉบับ “เปรต อาบัติ” หรือฉบับ Director’s Cut นี้ ดูเหมือนว่าเนื้อเรื่องจะมีการเล่าอีกแบบตามที่เรื่องย่อทางการเผยออกมาครับ จะเป็นการเล่าในมุมมองของ พิณ (พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์) แทน นี่อาจเป็นจุดที่บอกเราได้ว่าหนังทั้งสองฉบับจะแตกต่างกันยังไง ลองอ่านเรื่องย่อดูครับ

บาปขั้นสุด ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด

เรื่องราวของ “พิณ”(พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์) หญิงสาวที่มีความรักอย่างลับๆ กับพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งมานาน ด้วยความสัมพันธ์ที่ผิดจารีตนี้ทำให้เธอต้องทุกข์ทรมานอยู่กับความผิดบาปในใจ จนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในกุฏิที่เป็นรังรักของเธอกับพระสงฆ์รูปนั้น

จนกระทั่งการมาถึงของ “ซัน” (ชาลี ปอทเจส) เด็กหนุ่มวัยคะนองที่มาบวชในวัดป่าแห่งนี้เพื่อหนีความผิดบางอย่าง กุฏิร้างที่ถูกปิดตายมานานหลังนั้นจึงถูกเปิดขึ้นอีกครั้งจากการขอจำวัดแยกกับพระรูปอื่น

การบวชอย่างไม่เต็มใจนี้ทำให้ซันยังคงใช้ชีวิตปกติเสมือนวัยรุ่นทั่วไปถึงแม้ตนเองจะห่มผ้าเหลืองแล้วก็ตาม รวมไปถึงการแอบคบหากับ “ฝ้าย” (พลอย ศรนรินทร์) สาววัยรุ่นผู้โหยหาความรัก และดูเหมือนว่าความรักครั้งนี้จะเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวให้ทั้งคู่เชื่อมั่นว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด

ทุกการกระทำที่ท้าทายของซัน ทำให้เขาต้องเข้ามาพัวพันกับความลับที่น่าสะพรึงกลัว อดีตอันดำมืดที่กำลังย้อนกลับมาเอาคืน กฎแห่งกรรมที่ยังไม่หลุดพ้นของคนในวัด และการถูกเฝ้ามองจากสิ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “เปรต”

 

หนังกำกับและเขียนบทโดยขนิษฐา ขวัญอยู่ และยังมีพลอย ศรนรินทร์, ดนัย จารุจินดา, อรรถพร ธีมากร, และ สรพงษ์ ชาตรี ร่วมแสดง เข้าฉาย 16 มีนาคมนี้

Read more of this post

จา พนม ช่วยกู่เทียนเล่อตามหาลูกสาวในหนังบู๊เข้มข้น Paradox จากผู้กำกับ Ip Man

หนึ่งในหนังฮ่องกงที่เข้ามาถ่ายทำในบ้านเราเมื่อปีที่แล้ว และมี จา พนม ยีรัมย์ ร่วมรับบทก็คือ Paradox ของผู้กำกับวิลสัน ยิป จากหนังชุด Ip Man และ SPL: Sha Po Lang ครับ และตัวอย่างแรกของหนังก็ออกมาแล้ว

กู่เทียนเล่อเป็นผู้รับบทนำในหนังเรื่องนี้ รับบทเป็นตำรวจฮ่องกงที่เดินทางมาไทย หลังจากลูกสาววัย 16 ปีของเขาหายตัวไปขณะมาเที่ยวพัทยา และก็ได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจไทย (จา พนม) และนักสืบชาวจีน (อู่เยี่ย) ซึ่งพบว่าเงื่อนงำการหายตัวไปของลูกสาวอาจเกี่ยวข้องกับแก๊งมาเฟียค้าอวัยวะมนุษย์ ซึ่งมีมาเฟียจากสหรัฐเป็นหัวหน้าครับ

หนังยังมีหงจินเป่ารับหน้าที่ออกแบบคิวบู๊ให้แก่หนังเรื่องนี้ด้วยครับ คิวบู๊มวยไทยของจา พนม ในการกำกับของหงจินเป่าจะเป็นยังไงก็ถือว่าน่าสนใจดีครับ ชมตัวอย่างได้ที่ด้านใน

Read more of this post

โครงการประกวดภาพยนตร์ Film Soul Challenge เปิดรับสมัครภาพยนตร์ประกวด

เมื่อต้นกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่บริษัทกันตนาฯ หมู่บ้านประชาอุทิศได้มีการเปิดตัวชมรมชื่อ”ฟิล์มโซล” (Film Soul) ครับ โดยมีนนทรีย์ นิมิบุตร เป็นประธานชมรม และได้มีการประกาศโครงการประกวดภาพยนตร์ของชมรมขึ้นมา โดยผู้ชนะรางวัลจะได้ทุนสนับสนุน 1 ล้านบาทจากชมรม นักทำหนังท่านใดที่มีบทหนังสามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่ 9 มีนาคม – 17 เมษายน 2560 นี้ครับ หรือสอบถามโดยตรงที่ได้เฟซบุกทางการของชมรม https://www.facebook.com/filmsoulofficial/ หรือที่  filmsoulofficial@gmail.com
และ เบอร์โทร 094-114-5845 / 096-151-6390 (คุณพลอย) ครับ

นนทรีย์ นิมิบุตร ในฐานะประธานชมรมฯ กล่าวว่า ชมรมฟิล์มโซล (Film Soul) นี้เราตั้งใจให้เป็นสื่อกลางการสร้างภาพยนตร์ของคนรุ่นใหม่ที่จะได้มารวมตัว จะได้มีอีกหนึ่งพื้นที่ในการสร้างสรรค์งานและเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้มีประสบการณ์ด้านภาพยนตร์ โดยมีสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย และ สมาคมผู้บริหารการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ เป็นองค์กรพี่เลี้ยง และได้รับเกียรติจาก อาจารย์ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ในฐานะเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และ สถาบันกันตนา ร่วมให้การสนับสนุนการดำเนินกิจการของชมรม 

Read more of this post

หลอนไปกับตัวอย่างแรกของ “สยามสแควร์”

siam-sqaure-teaserสยามสแควร์” ศูนย์รวมของวัยรุ่นอันคึกคักและมีสีสันได้เปลี่ยนไปจากเดิมในตัวอย่างแรกของจากกำกับของไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับ “รักจัดหนัก ตอนไปเสม็ด” และผู้กำกับภาพของ Mary is happy, Mary is happy ครับ

ภาพและงานสร้างในตัวอย่างหนังดูดีเลยทีเดียว นักแสดงก็น่าสนใจ แต่เสียดายที่การเล่าเรื่องของตัวอย่างหนังชวนสับสนอยู่ว่าหนังจะไปทางไหน เลยทำให้ไม่ตรึงใจพอ สะท้อนสิ่งที่เคยได้ยินว่าทางฝ่ายการตลาดยังไม่รู้จะขายให้กลุ่มผู้ชมยังไงดี

ผมว่าประเด็นที่ว่าสยามสแควร์ที่ไม่เหมือนเดิม หรือผีในสยามสแควร์ของผู้กำกับเป็นประเด็นที่แข็งแรงพอและน่าสนใจมากพอที่จะใช้เป็นจุดขายได้ดี ตัวอย่างหนังยังไม่พยายามเน้นจุดขายนี้ เอาประเด็นรักวัยรุ่นมาแข่งในตัวอย่าง ตัวอย่างแรกน่าจะเน้นแค่ประเด็นเดียวก็พอครับ

เรื่องย่อทางการของหนังบอกว่า “เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ระหว่างที่เมย์ กับจุ๊บเล็ก สองเพื่อนสนิทกำลังนั่งคุยถึงปัญหาเปิดอกที่ค้างคาใจมานานในห้องเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาซีเครทคีย์ ซึ่งตั้งอยู่ในสยามสแควร์ ไฟทั้งตึกก็ดับสนิท… มันไม่ใช่แค่ดับเฉพาะในตึกเรียนพิเศษ แต่ไฟดับมืดไปทั้งสยามสแควร์

ทันทีที่ไฟติด…เรื่องเล่าเกี่ยวกับ “วิญญาณเด็กสาวในสยามสแควร์” ก็ถูกขุดขึ้นมาเล่าอีกครั้ง เพราะเมื่อไฟดับ …ใครสักคนจะต้องตาย…เรื่องเล่าค่อยๆแพร่กระจายไปในอากาศ

เมย์กับจุ๊บเล็ก และกลุ่มเพื่อนที่คุ้นเคยกันจากโรงเรียนกวดวิชา ก็ได้พบเจอ “ความไม่ปกติ”กันคนละอย่างสองอย่างที่ดูจะดำเนินไปตามอาถรรพ์ในเรื่องเล่าทุกประการ เด็กๆเหลือทางเลือกไม่มากนักระหว่างไม่สนใจกับเรื่องไร้สาระนั่นแล้วตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรืออีกทางคือหันมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันน่าสะพรึงกลัวแล้วแก้ไขมัน ถึงแม้ผลลัพธ์นั้นอาจจะทำให้ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปกระทั่งมิตรภาพที่พวกเขาคิดว่าจะแน่นแฟ้นยาวนาน

หนังมี อุ้ม อิษยา ฮอสุวรรณ รับบทเป็นเมย์ และ มรกต หลิว เป็นจุ๊บเล็ก สมทบด้วยภีม ธนบดี ใจเย็น เป็นเติร์ก, ปลื้ม ปุริม รัตนเรืองวัฒนา เป็นหมูหวาน, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ เป็นม่อน, เอิร์ธ อติคุณ อดุลโภคาธร เป็นนิวตัน, เหม่เหม ธัญญวีร์ ชุณหสวัสติกุล เป็นเฟิร์น, บอน์น มนภัทร เตชะกำพุ เป็นปอนด์, คิ้ว อนงค์นาถ ยูสานนท์ เป็นมีน และ พลอย ศรนรินทร์ เป็นนิด

หนังเข้าฉาย 30 มีนาคมนี้ครับ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

10 ใบปิดเคลื่อนไหวของ 10 ตัวละครจาก “สยามสแควร์”

siam-square-character-postersตัวละครเด่นของหนัง “สยามสแควร์” มีใครบ้าง สหมงคลฟิล์มส์ได้ปล่อยโฉมหน้าของทั้ง 10 ตัวละครวัยรุ่นของหนังเรื่องนี้ออกมาแล้วบนใบปิดตัวละครครับ ซึ่งหนังจะพาคุณไปรู้จักกับแหล่งศูนย์รวมวัยรุ่นแห่งนี้ในแบบที่คุณยังไม่เคยพบมาก่อน ใบปิดได้บอกใบ้คุณว่าแบบที่ว่านั้นจะออกมาในทางไหนครับ

เรื่องย่อทางการของหนังบอกว่า “เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ระหว่างที่เมย์ กับจุ๊บเล็ก สองเพื่อนสนิทกำลังนั่งคุยถึงปัญหาเปิดอกที่ค้างคาใจมานานในห้องเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาซีเครทคีย์ ซึ่งตั้งอยู่ในสยามสแควร์ ไฟทั้งตึกก็ดับสนิท… มันไม่ใช่แค่ดับเฉพาะในตึกเรียนพิเศษ แต่ไฟดับมืดไปทั้งสยามสแควร์

ทันทีที่ไฟติด…เรื่องเล่าเกี่ยวกับ “วิญญาณเด็กสาวในสยามสแควร์” ก็ถูกขุดขึ้นมาเล่าอีกครั้ง เพราะเมื่อไฟดับ …ใครสักคนจะต้องตาย…เรื่องเล่าค่อยๆแพร่กระจายไปในอากาศ

เมย์กับจุ๊บเล็ก และกลุ่มเพื่อนที่คุ้นเคยกันจากโรงเรียนกวดวิชา ก็ได้พบเจอ “ความไม่ปกติ”กันคนละอย่างสองอย่างที่ดูจะดำเนินไปตามอาถรรพ์ในเรื่องเล่าทุกประการ เด็กๆเหลือทางเลือกไม่มากนักระหว่างไม่สนใจกับเรื่องไร้สาระนั่นแล้วตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรืออีกทางคือหันมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันน่าสะพรึงกลัวแล้วแก้ไขมัน ถึงแม้ผลลัพธ์นั้นอาจจะทำให้ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปกระทั่งมิตรภาพที่พวกเขาคิดว่าจะแน่นแฟ้นยาวนาน

หนังมี อุ้ม อิษยา ฮอสุวรรณ รับบทเป็นเมย์ และ มรกต หลิว เป็นจุ๊บเล็ก สมทบด้วยภีม ธนบดี ใจเย็น เป็นเติร์ก, ปลื้ม ปุริม รัตนเรืองวัฒนา เป็นหมูหวาน, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ เป็นม่อน, เอิร์ธ อติคุณ อดุลโภคาธร เป็นนิวตัน, เหม่เหม ธัญญวีร์ ชุณหสวัสติกุล เป็นเฟิร์น, บอน์น มนภัทร เตชะกำพุ เป็นปอนด์, คิ้ว อนงค์นาถ ยูสานนท์ เป็นมีน และ พลอย ศรนรินทร์ เป็นนิด

หนังเป็นผลงานกำกับของไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับ “รักจัดหนัก ตอนไปเสม็ด” และยังเป็นผู้กำกับภาพให้ Mary is happy, Mary is happy ด้วยครับ เข้าฉาย 30 มีนาคมนี้ ชมทั้ง 10 ใบปิดด้านใน

Read more of this post