Advertisements

ภาพแรกของฮ็อทร็อด ออโต้บ็อทผู้พิทักษ์สาวสวย ใน Transformers: The Last Knight

Transformers: The Last Knight ได้เพิ่มหุ่นยนต์ตัวใหม่หลายตัวให้มารับบทบาทในหนัง หนึ่งในนั้นก็คือฮ็อทร็อด (Hot Rod) แห่งฝ่ายออโต้บ็อต ที่นิตยสาร Entertainment Weekly ได้ภาพแรกอย่างเป็นทางการมา

ภาพดังกล่าวมีตัวละครวิเวียน เวมบ์ลี่ ของลอรา แฮดด็อค อยู่ในภาพด้วย ซึ่งดูเหมือนเธอไม่พอใจต่อฮ็อทร็อดมากๆ ในการพบกันครั้งแรก

ในหนังเรื่องนี้ ฮ็อทร็อดเป็นออโต้บ็อตที่คอยแอบปกป้องวิเวียนอยู่ลับๆ โดยการปลอมตัวเป็นรถยนต์ซีตรองดีเอส รุ่นปี 1963 ของพ่อของเธอ เซอร์ เอ็ดมันด์ เบอร์ตัน ที่รับบทโดยแอนโธนี ฮอปกินส์ “มันเป็นรถเก่าๆ แต่เธอทิ้งมันไม่ลงเพราะเธอชอบมัน รถคันนี้ถูกนำมาให้เธอเพื่อคอยเฝ้าดูแลเธอ และรายงานข้อมูลกลับไปยังตัวละครของแอนโธนีว่าชีวิตของเธอเป็นยังไงบ้าง เธอจึงแปลกใจมากๆ แล้วแสดงออกอย่างตลกๆ และรุนแรง เมื่อรู้ว่ามันคือฮ็อทร็อด” แฮดด็อคพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครของเธอกับเจ้าหุ่นผู้พิทักษ์

ยังไม่มีข้อมูลตอนนี้ว่าใครจะให้เสียงฮ็อทร็อด และดูเหมือนทีมสร้างหนังยังกำลังหาตัวนักแสดงอยู่ครับ

เนื้อเรื่องทางการของหนังบอกว่า Transformers: The Last Knight จะสั่นสะเทือนตำนานที่เป็นแกนหลักของเนื้อเรื่องในหนังชุดนี้ และให้นิยามใหม่ของคำว่าฮีโร่ เมื่อมนุษย์กับทรานส์ฟอร์เมอร์สทำสงครามกัน และออปติมัสไพรม์ได้หายตัวไป กุญแจหลักที่จะกอบกู้อนาคตของโลกฝังอยู่ในความลับของอดีต ในประวัติศาสตร์ที่ถูกซ้อนเร้นของทรานส์ฟอร์เมอร์สบนโลก การกอบกู้โลกจึงตกเป็นหน้าที่ของพันธมิตรจำเป็น ประกอบด้วย เคด เยเกอร์ (มาร์ค วอห์ลเบิร์ก), บัมเบิลบี, ท่านลอร์ดชาวอังกฤษ (แอนโธนี ฮอปกินส์) และ ศาสตราจารย์ประจำอ๊อกซ์ฟอร์ด (ลอรา แฮดด็อก)

หนังกำกับโดยไมเคิล เบย์ นักแสดงสมทบในหนังยังประกอบด้วยจอช เดอห์เมล, อิซาเบลา โมเนอร์, จาร็อด คาร์ไมเคิล, สแตนลี ทุชชี, ไทรีส กิบสัน และ จอห์น เทอเทอโร หนังมีกำหนดฉายมิถุนายนนี้

Read more of this post

Advertisements

A Prayer Before Dawn หนังนักมวยคนคุกที่มีนักแสดงไทยร่วมรับบท ได้รับเลือกฉายคานส์ปีนี้

สำหรับงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติประจำเมืองคานส์ครั้งที่ 70 หรือในปีนี้ ยังไม่มีหนังไทยที่มีโอกาสได้ไปฉายในงานครับ แต่ก็มีหนังทุนสร้างร่วมของอังกฤษ-ฝรั่งเศส เรื่อง A Prayer Before Dawn ที่มีนักแสดงชาวไทยร่วมแสดงได้รับเลือกให้เข้าฉายในรอบ Midnight Screening ของงาน แปลว่าปีนี้ เราจะได้มีคนไทยไปร่วมเดินพรมแดงที่คานส์ในฐานะนักแสดงของภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกเข้าฉาย ซึ่งก็คือคุณปู วิทยา ปานศรีงาม ที่เคยไปร่วมงานนี้มาครั้งหนึ่งตอนที่ Only God Forgives ของนิโคลัส วินดิ้ง เรฟิน ได้รับเลือกให้ไปประกวดเมื่อ 4 ปีก่อน

A Prayer Before Dawn เป็นผลงานของผู้กำกับชาวฝรั่งเศส ฌอง-สเตฟาน ซูแวร์ ( Jean-Stéphane Sauvaire) จาก Johnny Mad Dog ที่นำบทหนังสือที่เล่าเรื่องชีวิตจริงของหนุ่มอังกฤษชื่อ บิลลี่ มอร์ ( Billy Moore) ที่ขณะรับโทษถูกกุมขังอยู่ในเรือนจำคลองเปรม ได้มีโอกาสได้ฝึกฝนศิลปมวยไทยจนได้ค้นพบตัวเองในที่สุด และใช้การชกมวยช่วยให้เขาได้พ้นโทษออกมา

ตอนที่มีการประกาศสร้างหนังเรื่องนี้ ได้วางตัวชาร์ลี ฮันนัม จาก Pacific Rim มารับบทเป็นบิลลี่ มอร์ ครับ แต่ได้มีการเปลี่ยนตัวเมื่อตุลาคมปี 2015 เป็น โจ โคล นักแสดงอังกฤษดาวรุ่งจาก Green Room และ Peaky Blinders โดยโคลได้ฝึกฝนมวยไทยกับมอร์เพื่อมารับบทนี้ และมาถ่ายทำในบ้านเราร่วมกับนักแสดงชาวไทยเมื่อเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งซูแวร์ได้พบคุกร้างที่เหมาะแก่การใช้ถ่ายทำหนังเรื่องนี้พอดี

หนังยังไม่มีกำหนดฉายทางการในบ้านเราครับ แต่เข้าใจว่ามีค่ายจัดจำหน่ายซื้อมาแล้ว และเราก็น่าจะได้ชมกันแน่นอน

Read more of this post

ถ้า Kingsman ภาคแรกคือ Captain America ภาคสองนี้คือ Avengers เอเจอร์ตัน บอก

ขณะที่เรารอคอยตัวอย่างแรกของ Kingsman: The Golden Circle ภาคต่อของหนังสายลับทำเงิน Kingsman: The Secret Service กันอยู่ รายละเอียดแรกของตัวละคร และภาพชุดแรกก็เผยโฉมที่เว็บไซต์ของ EW ครับ

หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นภาคต่อเรื่องแรกของแมทธิว วอห์น จากหนังที่เขากำกับเอง ซึ่งเขาเลี่ยงมาตลอดที่จะกำกับภาคต่อให้ทั้ง X-Men: First Class และ Kick-Ass โดยให้เหตุผลว่า “การทำหนังภาคต่อ เท่ากับทำลายความเป็นแนวคิดดั้งเดิมของมัน หนังภาคต่อเป็นโรคระบาดที่ผมไม่อยากไปติดเชื้อมา” ดังนั้นเพื่อให้ภาคสองของหนัง Kingsman ที่ถูกวางแผนเป็นหนังไตรภาคแหวกล้ำอย่างที่สุด วอห์นจึงปล่อยให้จินตนาการพุ่งเหมือนจรวดในการใส่สิ่งใหม่ๆ เข้ามาที่มีตั้งแต่สุนัขกลที่ใช้ในการจู่โจม และบ่วงบาศน์แบบคาวบอยที่ใช้ตัดผู้ร้ายเป็นสองท่อนได้

ความใหม่ยังรวมถึงการระดมนักแสดงระดับพระกาฬเข้ามาร่วมรับบทในหนัง ซึ่งสี่ในนั้นเป็นนักแสดงระดับรางวัลออสการ์ อันได้แก่เจฟฟ์ บริดเจส, เฮลลี เบอรี, จูลี่แอน มัวร์ และ คอลิน เฟิร์ธ รวมถึงนักแสดงสุดเท่อย่างแชนนิ่ง เททัม, เปโดร พาสคัล, มาร์ค สตรอง และ ศิลปินตำนาน เอลตัน จอห์น

จูลี่แอน มัวร์ จะรับบทเป็นตัวร้ายชื่อป๊อปปี้ เจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีบุคลิกคล้ายมาร์ธา สจ๊วร์ต ส่วนเอลตัน จอห์น เป็นตัวละครแบบแมทธิว วอห์น ในฉบับของเขา

ทารอน เอเจอร์ตันผู้กลับมารับบทนำเปรียบเทียบหนังภาคนี้กับภาคแรกว่า “ถ้า Kingsman ภาคแรกคือ Captain America ภาคนี้ก็คือ The Avengers แล้วแหละ” และเอเกอร์ตันก็รู้สึกไม่เกร็งในการทำงานในภาคนี้เท่าภาคแรกที่เขายังไม่มีประสบการณ์ “ในภาคนี้ เรื่องราวยังคงเล่าผ่านสายตาของผม แต่ก็ยังเป็นหนังรวมดาราอย่างแท้จริง ผมมีประสบการณ์มากขึ้น ผมไม่ต้องถามทีมงานแล้วว่าอุปกรณ์กล้องไหนทำอะไร

และสำหรับมาร์ค สตรอง ผู้กลับมารับบทเมอร์ลิน สายลับรุ่นใหญ่ เขาจะได้พบความรักกับตัวละครของเฮลลี เบอรี่ ในภาคนี้ด้วย ผู้ที่มีบทบาทด้านสร้างอาวุธไฮเทคเหมือนกับเขา “ผมคล้ายๆ กับรับบทเป็นเนิร์ดด้านเทคโนโลยีที่รับมือกับสถานการณ์ขัดแย้งได้ แต่สิ่งที่ผมชอบในภาคสองก็คือเมอร์ลินได้พบกับตัวละครของเฮลลี เบอรี ที่รับบทเป็นเจ้าหน้าที่ด้านอุปกรณ์ในองค์กรสเตตส์เมน และเธอก็มักถือคลิปบอร์ดกับสวมแว่นตาด้วย คล้ายกับเมอร์ลิน แล้วเกิดอะไรขึ้นเมื่อเนิร์ดไฮเทคสองคนมาพบกัน มันอาจมีความรักแบบกี๊กๆ เกิดขึ้น

อีกหนึ่งนักแสดงที่กลับมาก็คือ คอลิน เฟิร์ธ ที่แม้จะถูกฆ่าอย่างโหดในภาคแรก เขาก็ได้ฟื้นคืนกลับมาในภาคนี้ แต่เป็นไปได้ยังไง “ผมอ่านข่าวลือเหมือนกัน แต่ผมยืนยันไม่ได้ว่าผมได้อยู่ในหนังเรื่องนี้ไหม” เฟิร์ธให้สัมภาษณ์ตอนที่นิตยสารไปเยี่ยมก่องถ่ายเมื่อกลางปีที่แล้ว “ผมได้เล่น Kingsman เพราะความที่ตัวผมไม่น่าจะเล่นหนังบู๊ได้ นักแสดงผู้เป็นที่รู้จักจากหนังผู้หญิงกลายเป็นพระเอกนักบู๊สุดโหด เมื่อดูจากความเหลือเชื่ออันนี้แล้ว ผมคิดว่าอะไรก็เป็นไปได้

หนังจะเข้าฉายปลายกันยายนนี้ครับ ชมภาพชุดแรกของหนังจากนิตยสารได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ภาพแรกของเอมิลี่ บลันต์ จาก Mary Poppins Returns

ในปีนี้ ดิสนี่ย์มีหนังเพลงที่นำเงินอย่าง Beauty and the Beast และปีหน้าก็จะกลับมาด้วยหนังภาคต่อ Mary Poppins Returns ที่ได้เอมิลี่ บลันต์ มารับบทเป็นแมรี่ ป๊อปปินส์ พี่เลี้ยงเด็กผู้มีพลังวิเศษครับ หนังเปิดกล้องไปเมื่อต้นมีนาคมที่ผ่านมา และดิสนี่ย์ปล่อยภาพนิ่งแรกของเอมิลี่ บลันต์ จากบทนี้ในช่วงนั้น

เรื่องราวในภาคต่อจะเกิดขึ้น 20 ปี หลังจากภาคแรก ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ เจน กับ ไมเคิล แบงก์ เด็กๆ ที่แมรี่เคยดูแลได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ แถมไมเคิลก็ยังมีลูกอีกสามคน

แมรี่ได้กลับมาเยี่ยมพวกเขาอีกครั้งหลังจากครอบครัวสูญเสียบุคคลสำคัญไป และเธอก็ได้ใช้เวทย์มนตร์วิเศษ พร้อมทั้งความช่วยเหลือจากแจ็คช่วยให้ครอบครัวแบงก์ได้ค้นพบความหรรษาและมหัศจรรย์ที่หายไปจากชีวิตอีกครั้ง

นอกจากเอมิลี่ บลันต์ ที่รับบทเป็นแมรี่ ป๊อปปินส์ แล้ว หนังยังมี ลิน-มานูเอล มิแรนดา รับบทเป็นแจ็ค คนดูแลโคมไฟถนนที่เข้ามาช่วยเหลือแมรี่ ป๊อปปินส์ ในการผจญภัย, เบน วิชอว์ เป็นไมเคิล, เอมิลี่ มอร์ทิเมอร์ เป็น เจน, เมอริล สตรีปรับบทเป็นท็อปซี ทาร์ตเลต ซึ่งแต่งงานกับอาร์เธอร์ เทอร์วี ญาติของแมรี่ ป๊อปปินส์, คอลิน เฟิร์ธ เป็นวิลเลียม เวทเธอรอล วิลกินส์ ประธานธนาคาร และ จูลี่ วอลเตอร์ เป็นเอลเลน คนดูแลบ้านตระกูลแบงก์ โดยมีดิค แวน ไดค์ นักแสดงจากต้นฉบับ และ แอนเจลา แลนส์เบอรี่ มารับบทรับเชิญ

ร็อบ มาร์แชล จาก Chicago และ Into the Woods เป็นผู้รับหน้าที่กำกับจากบทหนังของเดวิด แมจี (Finding Neverland) และได้มาร์ก ไชแมน จาก และ สก็อต วิตแมน จากละครเพลง Hairspray มาแต่งเพลงใหม่ให้แก่หนัง หนังมีกำหนดฉายช่วงคริสต์มาสปี 2018 ครับ

Read more of this post

ภาพแรกอย่างเป็นทางการของอลิเซีย วิกันเดอร์ ใน Tomb Raider

หลังจากแจ้งเกิดด้วยบทหุ่นยนต์สาวในหนัง Ex Machina และคว้ารางวัลออสการ์จากหนัง The Danish Girl อลิเซีย วิกันเดอร์ ผันตัวเองเป็นนางเอกนักบู๊ในหนัง Tomb Raider ครับ ซึ่งเป็นการรับช่วงบทบาทลาร่า ครอฟต์ ต่อจากแอนเจลีนา โจลี ที่เล่นเอาไว้สองภาค แต่ฉบับของวิกันเดอร์นั้นจะมีโทนที่ดิบกว่า และบอกเล่าเรื่องราวภาคต้นว่าทำไมสาวนักโบราณคดีคนนี้ถึงกลายมาเป็นนักผจญภัยล่าขุมทรัพย์ และภาพนิ่งแรกของเธอก็เผยออกมาแล้วที่ Vanity Fair ครับ

เนื้อเรื่องทางการของหนังบอกว่า เจ็ดปีหลังจากการหายตัวไปของพ่อของเธอ ลาร่า หญิงสาววัย 21 ปี ปฏิเสธที่จะรับการสืบทอดอาณาจักรธุรกิจระดับโลกของพ่อ แต่กลับไปทำงานเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งของอยู่ในลอนดอนขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยไปด้วย สุดท้าย เธอก็ได้รับแรงบันดาลใจจากการหายตัวไปของพ่อ และเดินทางไปยังที่สุดท้ายที่รู้ว่าพ่อของเธออยู่ นั่นก็คือสุสานบนเกาะสักแห่งนอกชายฝั่งในประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่าเธอต้องพึ่งพาทั้งไหวพริบและร่างกายอย่างมากในการเอาตัวรอดในดินแดนแปลกถิ่นที่แสนหฤโหด

วิกันเดอร์พูดถึงการรับบทนี้ในบทความว่า “ตอนที่ฉันขอให้รับบทนี้ ฉันตื่นเต้นมาก เพราะลาร่า ครอฟต์ เป็นตัวละครที่เป็นที่เป็นที่บูชาจริงๆ ฉันคิดว่าผู้คนจะมีความรู้สึกร่วมกับตัวเธอในหลายๆ เหตุผล แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันเห็นเธอเป็นต้นแบบให้เด็กสาวมากมาย เธอได้สร้างพื้นที่ของตัวเองบนโลกนี้ และเชื่อมต่ออนาคตของตัวเองเข้ากับอดีต เธอยังมีส่วนผสมของบุคลิกที่น่าทึ่ง อึด ฉลาด เปราะบาง และเธอก็เตะต่อยเก่งด้วย เธอยังมีความแตกต่างอย่างพิเศษจากตัวละครอื่นๆ ที่ฉันเคยเล่นมาด้วย มันสนุกมากในการพยายามคิดว่าในหัวของลอร่าคิดอะไร และความท้าทายที่จะเข้าถึงบทที่ต้องใช้ร่างกายอย่างเยอะมากก็เป็นองค์ประกอบของหนังเรื่องนี้ที่ฉันพบว่าน่าตื่นเต้นมาก

หนังได้รอร์ อาทัก (Roar Uthaug) ผู้กำกับหนังหายนะจากนอร์เวย์เรื่อง The Wave มารับหน้าที่กำกับจากบทหนังของโรเบิร์ตสัน-ดวอเรต หนึ่งในทีมเขียนบท Transformers: The Last Knight ซึ่งจะอิงจากเนื้อเรื่องของเกมฉบับยกเครื่องใหม่ในปี 2013  โดยมีแดเนียล วู จากซีรี่ส์ Into the Badlands มารับบทเป็นคู่หูครับ และได้วอลตัน ก๊อกกินส์ จาก Django Unchained และ The Hateful Eight มาสมทบในบทตัวร้ายของหนัง มีกำหนดฉายมีนาคม 2018 ครับ ชมภาพด้านใน

Read more of this post

ทำความรู้จักกับ Coco หนังอนิเมชั่นแนวเพลงเรื่องแรกของพิกซาร์

สำหรับแฟนๆ ของพิกซาร์ที่อยากชมหนังแนวคิดสดใหม่ของค่ายที่ไม่ใช่เป็นหนังภาคต่อ Coco คือหนังที่คุณรอคอยเลยครับ เป็นเรื่องราวของเด็กชายวัย 12 ปี ที่แหกกฎเหล็กทุกอย่างของครอบครัว

เด็กชายที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องราวมีชื่อว่ามิเกล (ให้เสียงโดยนักแสดงเด็กหน้าใหม่ แอนโธนี กอนซาเลซ) สมาชิกของครอบครัวริเวียรา ที่มีอาชีพเป็นช่างทำรองเท้า เป็นครอบครัวเม็กซิกันธรรมดา เพียงแต่ว่ามีกฎเหล็กห้ามทุกคนในครอบครัวเล่นดนตรีมาหลายชั่วอายุคน ทั้งนี้เพราะอิเมลดา ย่าทวดของมิเกล ถูกปู่ทวดที่อยากเป็นนักร้องดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า ทิ้งไปเพื่อไขว่คว้าเอามาดังใจฝัน ครอบครัวนี้จึงห้ามให้มีเสียงดนตรีและเสียงเพลงในบ้านนับแต่นั้น โดยมีย่าของมิเกล (เรเน่ วิกเตอร์) เป็นผู้คุ้มครองกฎนี้อย่างแน่นหนา

แต่มิเกลนั้นรักการร้องเพลง สักวันจะเป็นอย่างฝันใฝ่ จะทำให้ได้ เหนื่อยสักเท่าไหร่ทุ่มเทกายใจ ให้ดังฝัน และมีไอดอลในดวงใจคือเออร์เนสโต เดอ ลา ครูซ (เบนจามิน แบรตต์) นักร้องผู้ล่วงลับ หลังจากรู้ความจริงว่าเดอ ลา ครูซ นั้นเดอลาโลกไปแล้ว มิเกลก็แอบไปขโมยกีตาร์ของเขาที่หลุมศพ แต่บังเอิญว่าตรงกับวันที่ประตูนรกเปิดพอดี (Day of the Dead) มิเกลจึงถูกคำสาปหอบพาเขาไปยังดินแดนของคนตายในวันนั้น ต้องเผชิญหน้ากับบรรดาญาติๆ ทั้งหลายที่ตายไปแล้วและเกลียดดนตรี

หนังเรื่องนี้จะเป็นหนังแนวเพลงเรื่องแรกของพิกซาร์ครับ และจะมีเพลงเข้ามาในเรื่องมากมาย แต่ลี อุนคริช (Toy Story 3) ผู้กำกับของหนังไม่อยากเรียก Coco ว่าเป็นหนังเพลง เพราะ “หนังไม่ได้จู่ๆ ก็มีตัวละครลุกขึ้นมาร้องเพลง” แต่ “มีฉากหลังเป็นการแสดงดนตรีมากกว่า

ในแง่การเล่าเรื่อง อุนคริชจำเป็นต้องศึกษาอย่างดีเกี่ยวกับประเพณี Day of the Dead เพราะมันเกี่ยวข้องกับทั้งวัฒนธรรมของชาวลาตินอเมริกา และรู้ว่ามันภาระหน้าที่อันใหญ่หลวง “ผมรู้ว่าเรากำลังทำสิ่งที่แตกต่างจากที่สตูดิโอของเราเคยทำมาอย่างที่สุด และเป็นครั้งแรกที่เราต้องรับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่จะเล่าเรื่องราววัฒนธรรมนี้ออกมาให้ถูกต้อง ไม่ใช่ทำตามภาพเหมารวมที่ผู้คนรู้สึกหรือเป็นอะไรที่ซ้ำซาก

เพื่อให้ได้ตามที่ต้องการ อุนคริชขอความช่วยเหลือจากหลายๆ ฝ่าย รวมถึงเอเตรียน โมลินา นักทำหนังและนักทำอนิเมชั่นของพิกซาร์ที่เข้าใจวัฒนธรรมดีให้มาช่วยกำกับ และคัดเลือกนักแสดงชาวลาตินอเมริกาทั้งหมดให้มาให้เสียงตัวละคร รวมถึงกาเอล กาเซียร์ เบอร์นัล มาให้เสียงเป็นตัวละครโครงกระดูกชื่อเฮ็คเตอร์ ที่ช่วยมิเกลเดินทางในโลกของคนตาย

ความพิเศษของ Coco จะเป็นยังไง ตัวอย่างหนังกำลังจะมาแล้วครับ และเราก็จะได้ชมกันหนังเรื่องนี้กันในพฤศจิกายนปีนี้

ที่มา: EW

Read more of this post

ภาพแรกของเบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์ ในบทโธมัส เอดิสัน จาก The Current War

หนึ่งในหนังที่ดูเหมือนไม่ควรพาดในช่วงปลายปีนี้ก็คือ The Current War จากไวน์สตีน คัมพานี ที่เอ็มพิคเจอร์สได้ลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายครับ หนังเปิดกล้องไปแล้วเมื่อมกราคมที่ผ่านมา และได้ปล่อยภาพนิ่งแรกของเบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์ ในบทโธมัส เอดิสัน ตัวเอกของเรื่องออกมาในช่วงนั้น

หนังได้นิยามว่าเป็น The Social Network ฉบับย้อนยุค ซึ่งแปลว่าเราจะได้เห็นคัมเบอร์แบตช์แสดงด้านร้ายๆ ของโธมัส เอดิสัน ออกมาในหนังเรื่องนี้ที่สร้างจากเรื่องจริงของเหตุการณ์ในปลายทศวรรษ 1880 ว่าด้วยเรื่องราวศึกระหว่างโธมัส เอดิสัน กับ จอร์จ เวสติงเฮาส์ (ไมเคิล แชนนอน) เกี่ยวกับการจ่ายกระแสไฟฟ้า เอดิสันต้องการให้การจ่ายไฟฟ้าไปตามครัวเรือนเป็นกระแสตรง (DC) ขณะที่เวสติงเฮาส์ อิเลคตริก กับหลายบริษัทในยุโรปผนึกกำลังกันคัดค้านให้ใช้กระแสสลับ (AC) แทน ที่ต่อมานำไปสู่แผลกลยุทธต่างๆ ในการเอาชนะไม่ว่าจะเหี้ยมโหดขนาดไหน

หนังยังมีนิโคลัส โฮลท์ รับบทเป็นนิโคลา เทสลา ผู้คิดค้นไฟฟ้ากระแสสลับ ที่ทำงานให้เอดิสันช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะแยกตัวไปร่วมมือกับเวสติงเฮาส์ สมทบด้วยแคทเธอรีน วอเตอร์สตัน, ทอม ฮอลแลนด์ และ แมทธิว แมคเฟเดียน

อัลฟองโซ โกเมซ-รีจอน จาก Me & Earl & the Dying Girl มารับหน้าที่กำกับ จากบทหนังของไมเคิล มิทนิค ที่เป็นบทหนังในบัญชีดำประจำปี 2011 (บทหนังที่ได้รับการออกเสียงจากผู้อำนวยการสร้างและบริษัทตัวแทนว่าดีที่สุดที่ยังไม่ได้รับการสร้างเป็นหนัง) มีกำหนดฉายในบ้านเรา 7 ธันวาคมครับ

Read more of this post