Advertisements

ผู้กำกับ Wonder Woman พูดถึงสาเหตุที่ถูกเปลี่ยนตัวจากหนัง Thor: The Dark World

ก่อนที่แพ็ตตี้ เจนกินส์ ผู้กำกับ Monster หนังที่ทำให้ชาร์ลีซ เธอรอน ได้รางวัลออสการ์ จะได้มากำกับ Wonder Woman เธอเคยถูกวางตัวให้กำกับ Thor: The Dark World มาก่อน เธอเกือบได้เป็นผู้กำกับหญิงคนแรกที่ได้กำกับหนังซูเปอร์ฮีโร่จากเรื่องนั้น แต่ได้มากำกับ Wonder Woman แทน หลังจากถูกเปลี่ยนตัวให้อลัน เทย์เลอร์ จาก Game of Thrones ได้เป็นผู้กำกับ ระหว่างเดินสายประชาสัมพันธ์หนังในช่วงนี้ เจนกินส์ได้เล่าถึงสาเหตุที่เธอถูกเปลี่ยนตัวครับ

ฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถทำให้ Thor 2 เป็นหนังที่ดีได้ เพราะฉันไม่ใช่ผู้กำกับที่เหมาะกับหนัง และฉันไม่คิดว่านั่นเป็นเหตุให้ฉันเป็นตัวเลือกให้มากำกับ Wonder Woman

เจนกินส์ขยายความต่อว่า “และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉันดีใจที่ฉันไม่ได้กำกับมัน เพราะฉันคิดว่าฉันสร้าง Thor ให้เป็นหนังที่ดีได้ ถ้าฉันได้ทำเนื้อเรื่องที่ฉันอยากทำ แต่ฉันไม่คิดว่าฉันเป็นคนที่เหมาะจะสร้างหนัง Thor ให้ออกมาดีได้จากเรื่องที่พวกเขาอยากให้ทำ”

โดยสรุปก็คือ เธอถูกเปลี่ยนตัวเพราะไม่เหมาะกับหนัง Thor: The Dark World ในแบบที่มาร์เวลอยากทำนั่นเอง แต่เธอถ้าได้ทำ เนื้อเรื่องจะเป็นยังไง “ฉันนำเสนอพวกเขาว่าฉันอยากทำหนังในแบบ Romeo and Juliet ฉันอยากให้เจนต้องอยู่บนโลก และธอร์ต้องอยู่ในที่ที่เขาอยู่ และธอร์ถูกห้ามกลับมาช่วยเจนเพราะโลกไม่สำคัญ แต่แล้วการที่มาช่วยเธอบนโลกก็ทำให้พวกเขาพบว่ามาเลคีธซ่อนพลังงานมืดเอาไว้ในโลก เพราะเขารู้ว่าโอดินไม่สนใจโลก เขาจึงใช้ความที่โอดินไม่สนใจโลกมาเป็นตัวหลอกล่อ ฉันอยากทำหนังที่มีเรื่องราวยิ่งใหญ่อิงจาก Romeo and Juliet สงครามระหว่างเทพเจ้ากับมนุษย์โลก และธอร์มาขัดขวางไว้ได้และทำให้โลกพ้นภัยไปด้วย

และแม้เธอบอกว่าเธอดีใจที่ไม่ได้ทำมัน เพราะถ้าทำแล้วคงออกมาแย่แน่ๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอไม่เสียใจ “ฉันหัวใจสลาย ฉันรู้สึกว่าแย่จังเลย แต่เมื่อย้อนคิดดูแล้ว ทุกอย่างก็สมเหตุผลดี

 

ตอนนี้ เราก็จะได้ดู Wonder Woman ในฉบับของเธอที่เธออยากเล่าจริงๆ ซึ่งจะออกฉายสุดสัปดาห์หน้าครับ

ที่มา: Buzzfeed

Read more of this post

Advertisements

แซ็ค สไนเดอร์ ส่งต่องาน Justice League ให้จอส วีดอน ทำแทน หลังจากลูกสาวเสียชีวิต

ซูเปอร์ฮีโร่มักต้องเลือกทำสิ่งที่คิดว่าเหมาะที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และตอนนี้ ผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ จาก Batman v Superman: Dawn of Justice และ Justice League ก็กำลังอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆ กันนั้นครับ

สไนเดอร์ได้บอกเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ว่าเขาขอยุติงานหนัง Justice League ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ และจะต้องถ่ายซ่อมแซมเพื่อรับมือกับเหตุสะเทือนใจของครอบครัว พร้อมกับเดบราห์ สไนเดอร์ ภรรยาของเขาผู้เป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมกันด้วย แล้วส่งต่องานให้จอส วีดอน ผู้กำกับ The Avengers และกำลังจะกำกับ Batgirl ให้วอร์เนอร์ บราเธอร์ส มาสานต่อให้เสร็จก่อนที่หนังจะฉายพฤศจิกายนปีนี้ครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ออทัม สไนเดอร์ ลูกสาววัย 20 ปี ของสไนเดอร์ได้ฆ่าตัวตายเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปกปิดข่าวเรื่องนี้ให้รู้กันแต่เฉพาะวงในจริงๆ และมีการพักงานสร้างของหนังทันทีสองสัปดาห์เพื่อให้สไนเดอร์ได้ใช้เวลาทำใจกับเหตุสะเทือนใจและให้เขากับภรรยาช่วยกันเยียวยาครอบครัวระหว่างนั้น

ในความคิดของผมแล้ว ผมคิดว่ามันจะเป็นบรรเทาความรู้สึกที่จะได้กลับไปทำงาน ฝังตัวเองไปกับงาน และดูว่ามันจะช่วยในการทำใจได้ไหม ความต้องการของงานนี้ต่อตัวเราเป็นอะไรที่บ้าคลั่งมาก มันดูดกินเราไปจนหมด และในช่วงสองเดือนมานี้ ผมได้ตระหนักว่า…ผมตัดสินใจที่ต้องถอยออกมาจากหนังเรื่องนี้เพื่ออยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกๆ ซึ่งต้องการผมมากๆ พวกเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบาก ผมอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบาก” สไนเดอร์ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจ

ค่ายหนังได้ลองเสนอความคิดว่าให้เลื่อนวันฉายหนังออกไปก่อน แต่สไนเดอร์คัดค้านความคิดนั้น วอร์เนอร์ฯ ยังได้ต่อสัญญาการสร้างหนังกับสไนเดอร์ด้วยเพื่อให้เขามีเวลาทำงานมากขึ้นกับโครงการหนังเรื่องอื่นเมื่อเขากลับมา

หลังจากรอบทดลองฉายแล้ว สไนเดอร์ได้ให้จอส วีดอน มาร่วมงาน เพื่อเขียนบทส่วนที่ต้องถ่ายทำใหม่เพิ่มเติมหรือถ่ายซ่อม แต่เมื่อสไนเดอร์เตรียมที่จะถ่ายทำฉากเหล่านั้นเองในโรงถ่ายที่สหราชอาณาจักร เขาก็ได้พบว่าจำเป็นต้องอยู่ที่บ้าน วีดอนจึงเข้ามาเป็นหัวหอกในขั้นตอนหลังการถ่ายทำเอง สไนเดอร์ได้วางแผนการถ่ายทำฉากเหล่านั้นเอาไว้แล้ว วีดอนจึงเพียงแค่ทำตามแนวทางที่วางเอาไว้

โครงการหนังยังคงเป็นชื่ีอของสไนเดอร์เป็นหลัก และสไนเดอร์เองก็มีคำพูดที่อาจมีนักเลงคีย์บอร์ดจะพูดอะไรถึงเขาเอาไว้แล้วด้วย

ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นแค่เรื่องในครอบครัว เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความเศร้าส่วนตัวที่เราต้องรับมือกับมัน เมื่อเห็นฉันว่าผมจำเป็นต้องพักงาน ผมรู้ว่าจะต้องมีการสร้างเรื่องกันในอินเตอร์เน็ต พวกเขาจะทำอะไรก็ทำไป ความจริงแล้ว…ผมเลิกสนใจอะไรแบบนั้นแล้ว ผมอยากให้หนังออกมายอดเยี่ยม และผมก็เป็นแฟน แต่ทั้งหมดนั้นจางหายไปเร็วมากเมื่อเทียบกันดูแล้ว ผมรู้ว่าแฟนๆ จะต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับหนัง แต่ก็ยังมีเด็กอีกเจ็ดคนที่ต้องการผม ท้ายที่สุดแล้ว มันก็แค่หนังเรื่องหนึ่ง มันเป็นหนังที่ยอด แต่ก็เป็นแค่หนังเรื่องหนึ่ง

โครงการหนังยังเดินหน้าต่อไปเพื่อให้ทันกำหนดฉายครับพฤศจิกายนปีนี้ครับ และเราก็ขอแสดงความเสียใจต่อสไนเดอร์กับครอบครัวมา ณ ที่นี่ด้วย

ที่มา: THR

Read more of this post

ผู้กำกับออสการ์ โจนาธาน เดมเม จาก Silence of the Lambs เสียชีวิตด้วยวัย 73

ได้ข่าวเมื่อราวปีที่แล้วว่าผู้กำกับโจนาธาน เดมเม ป่วยด้วยโรคมะเร็งหลอดอาหารจนต้องให้ผู้กำกับท่านอื่นมารับหน้าที่กำกับหนังเรื่องใหม่แทน และก็มีข่าวเศร้าออกมาวันนี้ครับว่า ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ท่านนี้จาก Silence of the Lambs ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 73

ในรายงานบอกว่า เดมเมพบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งหลอดอาหารในปี 2010 และเข้ารับการรักษามาตั้งแต่นั้น แต่โรคกลับมาปะทุอีกในอีก 2015 และทรุดหนักในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้จนนำไปสู่การเสียชีวิต พร้อมด้วยมีอาการแทรกซ้อนจากโรคหัวใจครับ

เดมเมเป็นผู้กำกับที่ค่อนข้างเก็บตัว เริ่มต้นอาชีพด้านงานกำกับในยุค 70 และสิบปีต่อมาก็ประสบความสำเร็จด้วยหนังดังสองเรื่องติอกันคือ Silence of the Lambs และ Philadelphia ครับ

ส่วนผลงานล่าสุดของเดมเมก็คือ Ricki and the Flash ที่นำแสดงโดยเมอริล สตรีป ในปี 2015 และหนังคอนเสิร์ต Justin Timberlake + The Tennessee Kids ในปี 2016 ครับ

ผลงานเด่นอื่นๆ ของเดมมา ก็ได้แก่ The Manchurian Candidate ฉบับรีเมกในปี 2004 และ Rachel Getting Married ที่นำแสดงโดยแอน แฮทธาเวย์ ในปี 2008

ที่มา: Indie Wire

Read more of this post

Avatar 2 ยังไม่ได้ฉายปี 2018 เจมส์ คาเมรอน บอก

ขณะที่ค่ายหนังอื่นเร่งสร้างภาคต่อหนังที่ประสบความสำเร็จกันแบบว่าให้ออกฉายทุกๆ 2 ปี แต่ Avatar ของเจมส์ คาเมรอน เป็นประเภทที่บทและการเตรียมงานทุกอย่างต้องถูกใจเจมส์ คาเมรอน ก่อนถึงจะลงมือสร้างครับ มีรายงานว่าหนังจะเปิดกล้องในเดือนสิงหาคมปีนี้ แต่ก็ดูเหมือนว่าธันวาคม 2018 อาจยังไม่ใช่กำหนดฉายของหนังตามที่วางแผนไว้

ระหว่างพูดคุยกับ The Star เพื่อประชาสัมพันธ์สารคดีชุด Atlantis Rising ที่จะออกฉายทางช่อง Discovery ผู้กำกับรางวัลออสการ์จากหนัง Titanic เปิดเผยว่า 2018 อาจจะยังไม่ใช่เป็นปีที่ Avatar 2 จะได้ฉาย

2018 คงไม่ใช่แน่ๆ เรายังไม่ได้ประกาศวันฉายแบบแน่นอนเลย ผู้คนต้องเข้าใจว่ามันเป็นกำหนดฉายคร่าวๆ เราไม่ได้แค่จะสร้าง Avatar 2 เราสร้าง Avatar 2, 3, 4 และ 5 ไปพร้อมกันด้วย มันเป็นปฏิบัติการที่ใหญ่โต มันไม่ใช่การสร้างเขื่อนสามผา ดังนั้น ผมจึงรู้ว่าผมจะอยู่ที่ไหนในอีกแปดปีของชีวิตข้างหน้า มันไม่ใช่กรอบเวลาที่ไม่สมเหตุผลถ้าเราคิดถึงมันดีๆ เราใช้เวลาสี่ปีครึ่งในการสร้างภาคแรก และตอนนี้เรากำลังจะสร้างอีกสี่ภาค เรากำลังเดินเครื่องเต็มที่อยู่ในตอนนี้ นี่เป็นงานประจำของผม และไม่ช้าก็คงต้องใช้เวลาทำงานวันละ 24 ชั่วโมงตลอดสัปดาห์ เราได้ออกแบบสิ่งมีชีวิตกับฉากต่างๆ ไว้ดีแล้ว มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก ผมเองก็อยากให้โลกได้เห็น แต่เราจำเป็นต้องเก็บงานฝีมือบางส่วนไว้ และเราจะรูดม่านขึ้นมาเมื่อเวลาเหมาะสม

ที่มา: The Star

Read more of this post

ผู้กำกับริชาร์ด เคอร์ติส และทีมนักแสดง Love Actually ทำภาคต่อออกฉายทางรายการพิเศษ

love-actuallyถ้าคุณสงสัยว่าชีวิตของตัวละครใน Love Actually จะเป็นยังไง ใน 14 ปีให้หลัง ผู้กำกับริชาร์ด เคอร์ติส เตรียมพานักแสดงในหนังเรื่องนี้กลับมาพบกันอีกครั้งในภาคต่อความยาว 10 นาที ที่จะฉายทางทีวีช่อง BBC1 ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ครับ ในรายการพิเศษวัน Red Nose Day ที่จัดโดยองค์กรการกุศลเพื่อหาทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้ในอังกฤษ

ในแถลงของผู้กำกับเคอร์ติสบอกว่า นักแสดงที่จะกลับมาร่วมงานเป็นกรณีพิเศษในครั้งนี้ประกอบด้วยฮิวจ์ แกรนต์, มาร์ติน แมคคัตชอน, เคียร่า ไนท์ลี่, แอนดรูว์ ลินคอล์น, คอลิน เฟิร์ธ, ลูเซีย โมนิซ, เลียม นีสัน, โธมัส โบรดี้-แซงสเตอร์, โอลิเวีย ออลสัน, บิล ไนอี้, มาร์คัส บริกสต็อก และ โรแวน แอตคินสัน ครับ ซึ่งจากรายชื่อดูแล้วไม่ครบทุกคู่ แต่ก็ล้วนเป็นคู่ที่เด่นๆ ของหนังครับ

ผมไม่เคยฝันที่จะเขียนบทภาคต่อ Love Actually แต่ผมคิดว่าคงสนุกดีที่จะทำตอนพิเศษยาว 10 นาที เพื่อดูว่าแต่ละคนเป็นยังไงกันบ้างแล้ว ใครแก่ที่สุดบ้าง ผมคิดว่านั่นเป็นคำถามสำคัญ…หรือเห็นชัดว่าเป็นเลียม เรารู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจที่นักแสดงหลายคนยังอยู่ และกลับมารับบทได้ และคงเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้นึกถึงความหลังที่ได้กลับมาเจอกัน และสร้างตัวละครของพวกเขาขึ้นมาใหม่หลังจาก 14 ปี” เคอร์ติสบอก

ที่มา: The Guardian

Read more of this post

ริดลี่ย์ สก็อต บอกว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ไม่ใช่แนว และหนังในปัจจุบันส่วนใหญ่แย่มาก

alien-covenant-new-set-picริดลี่ย์ สก็อต สร้างหนังทุนสูงและใช้เทคนิคพิเศษอลังการมาหลายเรื่อง แต่”หนังซูเปอร์ฮีโร่“ที่เป็นหนังทุนสูงและใช้เทคนิคพิเศษอลังการเหมือนกัน จะไม่ใช่หนังที่ผู้กำกับรางวัลออสการ์จาก Gladiator ท่านนี้ จะโดดไปทำครับ เพราะหวังที่จะทำ”หนังฉลาดๆ” ต่อไป

หนังซูเปอร์ฮีโร่ไม่ใช่หนังแนวของผม ผมจึงไม่เคยทำเลยสักเรื่อง ผมเคยถูกขอให้ทำหลายครั้งมาก แต่ผมไม่เคยเชื่อในสถานการณ์ที่คับขันอันบางเบาที่ไม่มีความเป็นจริงของซูเปอร์ฮีโร่ ผมเคยทำหนังแบบนั้นมาก่อน Blade Runner ถือเป็นหนังจากหนังสือคอมมิกได้เหมือนกันเมื่อคิดดูแล้ว มันเป็นเรื่องราวที่มีความมืดมนในโลกที่ไม่มีจริง คุณอาจใส่แบทแมนหรือซูเปอร์แมนเข้าไปในโลกนั้น ในบรรยากาศนั้นได้เลย เพียงแต่ของผมมีเรื่องราวที่ดีมาก ไม่ใช่ไม่มีเรื่องราวอะไรเลย

แต่ไม่ใช่แค่หนังซูเปอร์ฮีโร่ในปัจจุบันเท่านั้นที่ดูเหมือนไม่โดนใจท่านเซอร์สก็อต แต่ยังหมายถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยุคใหม่โดยรวมด้วยที่ส่วนใหญ่แล้ว”มีความแย่มากๆ” และเป็นห่วงอนาคตของอุตสาหกรรมด้วย “ผมอยากที่จะทำหนังต่อไป และผมหวังว่ามันจะไม่กระทบพวกเราที่ยังอยากทำหนังฉลาดต่อไป และหวังว่ามันจะไม่กระทบผม

Alien: Covenant ผลงานใหม่ของริดลี่ย์ สก็อต มีกำหนดฉายพฤษภาคม 2017 นี้ครับ

ที่มา: Digital Sky

Read more of this post

แซ็ค สไนเดอร์ กำกับ The Last Photograph หลังจากเสร็จงาน Justice League

zack-bvs-endingในเมื่อไม่ต้องรีบทำ Justice League 2 แล้ว แซ็ค สไนเดอร์ ก็ว่างทันที และรีบโจนหาโครงการหนังในฝันที่อยากำกับมานานแล้วครับ

วาไรตี้รายงานว่าสไนเดอร์เตรียมเปิดกล้อง The Last Photograph ในปีหน้า หลังจากเสร็จงานงานเบื้องหลัง Justice League ครับ เป็นโครงการหนังที่สไนเดอร์เตรียมกำกับมาตั้งแต่ปี 2007 หลังจากโด่งดังจาก 300 มาหมาดๆ และก็เตรียมเปิดกล้องในปี 2011 โดยมีการวางตัว ฌอน เพนน์ กับ คริสเตียน เบล ให้มารับบทนำในตอนนั้น แต่เพราะโครงการหนังล่าช้ามาถึงปี 2017 เพราะสไนเดอร์ต้องเข้าสู่โลกภาพยนตร์ของดีซีคอมมิกด้วยการกำกับ Man of Steel และตามมาด้วย Batman v Superman กับ Justice League ครับ ก็เลยทำให้ไม่มีนักแสดงอยู่ในตอนนี้ครับ

เรื่องราวของหนังมาจากแนวคิดของสไนเดอร์เองที่ส่งให้เคิร์ต จอห์นสแตด ไปเขียนบท เป็นเรื่องราวของภาพถ่ายภาพหนึ่งที่ทำให้ชายสองคนตัดสินใจร่วมทีมกันบุกดงสงครามของอัฟกานิสถาน ชายคนแรกเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์ที่เป็นคนอเมริกันคนเดียวที่รอดจากกองทหารที่โจมตีชาวอเมริกัน ส่วนอีกคนเป็นทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ออกตามหาคนในครอบครัวที่สูญหายระหว่างสงคราม คนหนึ่งอยากได้ข่าว อีกคนอยากเจอคน

สไนเดอร์จะกำกับ และอำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ร่วมกับเดบราห์ สไนเดอร์ ภรรยาของเขา ในนามของ Cruel and Unusual Films เข้าใจว่าน่าจะเป็นการทำหีบห่อใหม่ให้ The Last Photograph เพื่อเสนอให้แก่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิจารณาก่อน เพราะสไนเดอร์มีสัญญาแบบ first-look deal อยู่กับวอร์เนอร์ฯ (เป็นสัญญาที่ให้วอร์เนอร์ฯ พิจารณาก่อนว่าจะอนุมัติไหม ถ้าไม่ สไนเดอร์สามารถนำหนังไปเสนอให้ค่ายอื่นได้)

เราดูงานซูเปอร์ฮีโร่ของสไนเดอร์กันมาติดๆ ถึงคราวดูงานแบบอื่นๆ กันบ้าง ก็ถือว่าน่าสนใจดี ว่าไหมครับ

Read more of this post