ผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ ตัดต่อตัวอย่าง Batman v Superman ออกมาใหม่เป็นฉบับ Star Wars

snyders-star-warsแม้ว่าแซ็ค สไนเดอร์ จะอยู่ในจักรวาลภาพยนตร์ของดีซีคอมมิก แต่เขาก็มีความรักอย่างมากต่อจักรวาลอันไกลโพ้นของ Star Wars ซึ่งระหว่างที่ถ่ายทำ Batman v Superman: Dawn of Justice ก็ปล่อยภาพเพื่อแสดงความรักมาตลอด เช่นจับเฮนรี่ ฮาวิลล์ ในชุดซูเปอร์แมน มาแต่งเป็นพวกดาร์ธบ้าง และเมื่อ Rogue One: A Star Wars Story กำลังจะเข้าฉาย สไนเดอร์ไม่ได้แค่ทำภาพออกมา แต่เอาตัวอย่างหนังมาตัดต่อและใส่เทคนิคพิเศษใหม่ให้ดูกันเลยว่าถ้าซูเปอร์แมนกับแบทแมนเป็นเจไดมาสู้กันจะออกมาเป็นยังไงครับ และตั้งชื่อว่า Dark Side Knight V Superjedi: Dawn of The Alliance

สไนเดอร์ปล่อยคลิปตัวอย่างลงในสื่อออนไลน์ใหม่ชื่อ Vero ที่เขาพยายามช่วยประชาสัมพันธ์อยู่ครับ แต่ก็มีแฟนหนังดูดคลิปมาลงยูทูบ ชมตัวอย่างที่ว่านี้ได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ชมหนังสั้นวันคริสต์มาส Come Together จากผู้กำกับเวส แอนเดอร์สัน

h-and-m-short-filmอีกเกือบๆ เดือนก็จะถึงเทศกาลคริสต์มาส และดูเหมือนผู้กำกับเวส แอนเดอร์สัน จาก The Grand Budapest Hotel อยากให้คุณได้ซึมซับบรรยากาศแต่เนิ่นๆ ด้วยหนังสั้นน่ารักๆ และน่าติดตามความยาว 4 นาที ที่แอนเดอร์สันร่วมมือกับ H&M บริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าของสวีเดนในการสร้างหนังสั้นชุดนี้ครับ

เหตุการณ์ในเรื่องราวเกิดขึ้นบนรถไฟ มีเอเดรียน โบรดี้ นักแสดงเจ้าประจำของแอนเดอร์สันรับบทนำเป็นนายตรวจรถไฟที่ต้องประกาศข่าวร้ายแก่ผู้โดยสารว่าจะไปถึงที่หมายช้ากว่ากำหนดเพราะหิมะตกหนัก แต่ก็ได้ช่วยให้เหล่าผู้โดยสารได้มีโอกาสฉลองคริสต์มาสกันบนรถไฟครับ

หนังสั้นอัดแน่นด้วยเสน่ห์เฉพาะของแอนเดอร์สัน ตั้งแต่ฉากที่มีสีสันสดใส เสื้อผ้านักแสดงที่กลมกลืนกับฉาก การจัดองค์ประกอบภาพที่เหมือนภาพในสมุดระบายสีที่ได้สมมาตร และการเคลื่อนกล้องเป็นเส้นตรงไปตามวัตถุ เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้กำกับที่คุณจะดูออกทุกครั้งที่เห็นหนังครับ

ชมหนังได้ที่ด้านใน

Read more of this post

เมล กิ๊บสัน บอกว่าหนังมาร์เวลรุนแรงกว่าหนังของเขา

mel-gibson-talks-violenceเดอะ วอชิงตัน โพสต์ ได้สัมภาษณ์เมล กิ๊บสัน เกี่ยวกับหนังใหม่ Hacksaw Ridge ของเขา ซึ่งประเด็นที่มีการคุยกันเฉพาะก็คือเรื่องความรุนแรงในหนัง เพราะไม่เพียงแต่ Hacksaw Ridge เท่านั้น ผลงานก่อนหน้านี้อย่าง Passion และ Apocalypto ก็มีฉากรุนแรงและโหดๆ น่ากลัวเช่นกัน

ฉากแอ็คชั่นในหนังค่อนข้างจำเป็นต้อง…ผมไมตั้งใจจะพูดให้ดูเหมือนใจดำนะ แต่มันต้องเป็นเหมือนมหกรรมกีฬา เราต้องรู้ว่าใครเป็นใคร ใครเป็นพระเอกของเรา ใครทำอะไร ความต่อเนื่องบนจอจะเป็นยังไง และท่ามกลางทั้งหมดนั้น เราต้องให้มันดูเหมือนสับสนอลหม่าน เป็นความอลหม่านที่มีการจัดระเบียบไว้” ซึ่งกิ๊บสันยกให้ผู้กำกับจอร์จ มิลเลอร์ แห่งหนังชุด Mad Max ที่เหมือนเป็นครูของเขาคือ “นักวิทยาศาสตร์” ในด้านนี้โดยเฉพาะ

ผู้กำกับรางวัลออสการ์จาก Braveheart ยังได้พูดอย่างเศร้าใจต่อสิ่งที่เขาเห็นในหนังยุคปัจจุบันด้วยว่า “เป็นความรุนแรงโดยขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี” โดยยกตัวอย่างหนังของมาร์เวล “เมื่อพูดถึงความรุนแรงแล้ว ดูหนังมาร์เวลเรื่องไหนก็ได้ พวกเขามีความรุนแรงมากกว่าหนังเรื่องไหนที่ผมเคยทำอีก แต่ในหนังของผม คุณให้ความห่วงใยแก่ตัวละคร ซึ่งมันสำคัญยิ่งกว่า ผมขอพูดแค่นี้แหละ

ขณะที่หนัง Hacksaw Ridge ได้คำวิจารณ์ในแง่ดี และอาจลุ้นได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ แต่หนังก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักในแง่ที่ว่าเป็นหนังที่พูดถึงการรักสัติ แต่กลับใส่เลือดและฉากรุนแรงเข้าไปมากมาย กิ๊บสันเถียงว่าหนังเรื่องนี้ของเขาไม่ได้ตั้งใจสร้างมาเพื่อเป็นประสบการณ์ด้านปัญญา

ผมพยายามเข้าถึงความเป็นสัตว์ของคุณ แค่นั้น นั่นแหละคือสงคราม ผมพยายามสร้างการเข้าถึงประสบการณ์แบบเต็มที่ เต็มอารมณ์ เหมือนมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์…การมีลูกเล่นที่แหวกแนวเป็นเรื่องดี เหตุนั้นไม่ใช่หรือที่เราสร้างหนังกัน เหตุนั้นไม่ใช่หรือที่เราทำงานศิลปะกัน แต่หนังเรื่องนี้สำหรับผู้ชมทั่วไป ผมไม่ได้สร้างมันมาเพื่ออภิชน

ผมลืมไปแล้วว่าใครเคยพูดไว้ แต่ผมรักการบัญญัตินี้มาก เป้าหมายของการสร้างหนังคือสาม E อีอย่างแรกก็คือเราต้องให้ความบันเทิง (entertain), อย่างที่สองคือให้การศึกษา (educate) และอย่างที่สามก็คือ ถ้าเราโชคดี เราให้การยกระดับจิตใจ (elevate) ผมเล่าเรื่องนี้ในที่นี้ก็คือการถามคำถามว่า เราเป็นได้ถึงขนาดไหนในฐานะสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตหนึ่ง เมื่ออยู่ท่ามกลางประสบการณ์ที่ลดจากความมนุษย์ลงไปเป็นสัตว์

Hacksaw Ridge ดัดแปลงจากเรื่องจริงของเดสมอนด์ ดอสส์ (รับบทโดย แอนดรูว์ กราฟิลด์) ชายหนุ่มผู้ไม่ศรัทธาการฆ่าฟันและการใช้อาวุธ แต่ตัดสินใจไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะต้องการทำหน้าที่ของลูกผู้ชายในการรับใช้ชาติ แต่ก็ยืนกรานที่จะไม่พบอาวุธหรือใช้อาวุธต่อสู้กับข้าศึก

ดอสส์ถูกส่งไปรบที่โอะกินะวะ และทำหน้าที่เสนารักษ์ ซึ่งได้แสดงวีรกรรมกล้าหาญด้วยการช่วยเพื่อนทหารให้รอดชีวิตได้ถึง 75 คน ทั้งฝ่าดงกระสุนไปทำแผล, ช่วยพาทหารที่บาดเจ็บจากแนวหน้าให้หนีพ้นการถูกข้าศึกฆ่า รวมถึงการปัดระเบิดมือที่ขว้างใส่เข้ามา โดยเขาเองไม่เคยถืออาวุธหรือยิงปืนเลยสักนัด ทำให้เขาได้รับเหรียญกล้าหาญตามมาในภายหลัง

หนังได้โรเบิร์ต ชเวงแกน, แอนดรูว์ ไนท์ และ ผู้เขียนบท Braveheart แรนดอล วอลเลซ มาเขียนบทให้ และมีแซม เวิร์ทธิงตัน, วินซ์ วอห์น, ลุค เบรซซี, เทราซา พัลเมอร์, เรเชล กริฟฟิธ และ ฮิวโก วีฟวิ่ง ร่วมแสดงด้วยครับ

Read more of this post

อูเว่ โบลล์ บอกว่า จะเลิกสร้างหนังแล้ว

uwe-bollผู้กำกับชาวเยอรมัน อูเว่ โบลล์ จัดเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนศตววรษ แต่ดังในแง่ลบ ในแง่ที่เป็นผู้กำกับหนังแย่ เป็นต้นว่า Alone in the Dark, Bloodrayne, House of the Dead เป็นต้น จากนั้นก็ทำหนังลงแผ่นเป็นหลัก และยังคงทำอยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงผลงานเรื่องล่าสุด Rampage: President Down ซึ่งดูเหมือนว่าอาจเป็นงานกำกับเรื่องสุดท้ายของเขาแล้วครับ โบลล์ออกมาบอกว่าจะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของเขา และคงอำลาอาชีพผู้กำกับหนังแต่เพียงเท่านี้

เหตุผลที่โบลล์จะเลิกสร้างหนังไม่ใช่ว่าเพราะหมดไฟแล้ว แต่เป็นเหตุผลด้านการตลาดเป็นหลักครับ “ตลาดตายแล้ว เราไม่สามารถหาเงินได้จากการสร้างหนังอีกแล้ว เพราะตลาดดีวีดีกับบลูเรย์ทั่วโลกตกลง 80% ในช่วงสามปีมานี้ นั่นแหละคือเหตุผลจริงๆ ผมไม่อาจลงทุนสร้างหนังได้อีกต่อไป ผมกลับไปเรียนทำหนังไม่ได้ เพราะผมได้สร้างหนังมาหลายเรื่องแล้ว และผมก็ไม่อาจทำหนังที่ถูกลงๆ ได้อีก ด้วยอายุขนาดนี้ของผม ผมน่าละอาย ผมยินดีที่จะได้สร้างหนัง แต่มันไม่ให้กำไรด้านรายได้อีกแล้ว

โบลล์บอกด้วยว่าเขาเป็นคนออกทุนสร้างหนังของเขาเองในหลายปีมานี้ และไม่อาจทำเช่นนั้นได้อีกต่อไป “ผมไม่เคยมีใครให้เงินผม ผมใช้เงินตัวเองมาตั้งแต่ปี 2005

ที่มา: Metro

Read more of this post

อินาร์ริตู และ ลูบิซกี้ ร่วมกันสร้างหนังสั้นระบบเสมือนจริง (VR)

alejandro-inarritu-and-emmanuel-lubezki-vrเรามีเทคโนโลยีในการชมภาพยนตร์เกิดขึ้นมาหลายรูปแบบในช่วงหลายปีมานี้ จาก IMAX, 3D, 4DX และสิ่งใหม่ที่อาจจะเข้ามาตีตลาดและกลายเป็นการชมภาพยนตร์ในรูปแบบใหม่อย่างกว้างขวางก็คือเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือ หรือ Virtual Reality (VR) ครับ และผู้กำกับดังคนแรกๆ ที่โดดเข้ามาทดลองการเล่าเรื่องด้วยระบบนี้ก็คืออเลฮันโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตู จาก The Revenant แถมยังพ่วงผู้กำกับภาพคู่บุญอย่างเอ็มมานูเอล ลูบิซกี้ มาช่วยเหลือในงานนี้ด้วย

ทั้งคู่จะทดลองสร้างเป็นหนังสั้นก่อน ที่จะนำเสนอเรื่องราวของกลุ่มผู้อพยพและผู้ลี้ภัยกลุ่มเล็กๆ ข้ามจากชายแดนเม็กซิกันมายังสหรัฐอเมริกาครับ

หนังเรื่องนี้จะได้ลีเจนดารี พิกเจอร์ส มาร่วมอำนวยการสร้างกับ ฟอนดาซิโอน ปราดา สถาบันศิลปะที่อินาร์ริตูพัฒนามาสี่ปี และได้ ILMxLAB แผนกใหม่ของลูคัสฟิล์มที่ดูแลงานด้านนี้มารับหน้าที่สร้างโลกและตัวละครเสมือนจริงครับ

ที่มา: Variety

Read more of this post

คริสโตเฟอร์ โนแลน ได้ค่าตัว 20 ล้านเหรียญ จากงานกำกับ Dunkirk

Christopher Nolan interstellarผู้กำกับที่งานดีต่อเนื่องมาหลายเรื่อง ทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ของหนังย่อมกลายเป็นผู้กำกับที่มีอำนาจต่อรองสูง และค่ายหนังก็ยินยอมตามข้อเรียกร้อง คริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นหนึ่งในนั้นที่มีอยู่ไม่กี่คน เขาสามารถขอต่อวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ที่จะกำกับหนังให้ออกมาตามวิสัยทัศน์และรูปแบบของงานสร้างที่เขาต้องการได้ เช่นการถ่ายทำโดยใช้ซีจีน้อยที่สุด หรือการเลือกถ่ายทำด้วยฟิล์ม 65 ม.ม. และ IMAX เป็นต้น แต่ในกรณีของ Dunkirk ผลงานเรื่องล่าสุดที่กำลังถ่ายทำอยู่นั้น โนแลนได้มากกว่านั้นครับ

รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าโนแลนได้ค่าจ้างถึง 20 ล้านเหรียญ จากการกำกับ Dunkirk และการเป็นการจ่ายให้ล่วงหน้าก่อนถ่ายทำหนังเลย ไม่เพียงแค่นั้น โนแลนยังจะได้เพิ่มอีก 20% จากรายได้ของหนังด้วย เป็นรายได้ที่นานๆ ครั้งจะมีผู้กำกับสักคนจะได้ ซึ่งรายล่าสุดก็คือปีเตอร์ แจ็คสัน ตอนที่กำกับ King Kong ฉบับสร้างใหม่เมื่อปี 2005

ในรายงานบอกด้วยว่าค่าตัวผู้กำกับหนังฮอลลีวู้ดส่วนใหญ่อยู่ที่ 750,000 เหรียญ ถึง 1.5 ล้านเหรียญครับ เป็นต้นว่าแอนเจลีนา โจลี ที่ได้ 1 ล้านเหรียญจากการกำกับ Unbroken

Read more of this post

ผู้กำกับเดวิด ลินช์ บอกว่า เคเบิลทีวีคือโรงหนังอาร์ตแห่งใหม่

david-lynchในระยะหลังมานี้ ผู้กำกับใหญ่ๆ หลายคนโดดมาทำซีรี่ส์ทางทีวีกันมากขึ้น นับตั้งแต่สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก, มาร์ติน สกอร์เซซี, บาซ เลอห์มานน์, วู้ดดี้ อัลเลน และผู้กำกับเดวิด ลินช์ จาก Mulholland Drive ก็เช่นกัน ที่จะนำ Twin Peaks กลับมาคืนจอฉายทางช่องโชว์ไทม์ในปี 2017 และผู้กำกับที่มีงานหนังเรื่องล่าสุดคือ Inland Empire เมื่อปี 2006 ผู้นี้ ก็ได้ให้ความเห็นว่าทำไมคนทำหนังถึงโดดมาทำซีรี่ส์ทางทีวีกันมากขึ้นครับ

ภาพยนตร์และรูปแบบของภาพยนตร์ไม่เป็นที่โปรดปรานสำหรับผู้คนในยุคนี้ เรื่องราที่ต่อเนื่องกันดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ผู้คนยุคนี้ให้ความสนใจ สถานีเคบิลทีวีคือโรงหนังอาร์ตแห่งใหม่

ลินช์ตอบคำถามของผู้สัมภาษณ์จาก Time Out ที่ถามสภาพการทางวัฒนธรรมปัจจุบันดูเหมือนจะไม่เหมาะแก่วิสัยทัศน์ส่วนตัวของคนทำหนัง เขามองว่าอนาคตของหนังจะสดใสขึ้นไหม

ปัจจุบัน นอกจากคนทำหนังใหญ่ๆ จะโดดมาทำงานซีรี่ส์ทางทีวีแล้ว การถ่ายทำแบบหนังก็ถูกนำมาสู่ทีวีด้วย รวมถึงมีการใช้ทุนในด้านการทำงานสร้างที่ใหญ่โตขึ้น ฮอลลีวู้ดเองก็ดูเหมือนจะลดการสร้างหนังทุนปานกลาง 30-80 ล้าน และทุ่มเทให้หนังทุนสร้างเลย 150 ล้านมากขึ้นที่มีงานสร้างใหญ่โตกว่าปกติ หรือไม่ก็หนังสยองขวัญทุนต่ำ ความแตกต่างจากหนังกับซีรี่ส์ทางทีวีในระยะหลังนี้จึงอาจเหลือแค่รูปแบบการนำเสนอหรือจอเท่านั้น

Read more of this post