Advertisements

จอส วีดอน ได้ขึ้นชื่อร่วมกับแซ็ค สไนเดอร์ ในฐานะผู้กำกับ Justice League

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนผู้กำกับใหม่ในขั้นตอนถ่ายซ่อมแซมฉากเพิ่มและคุมขั้นตอนหลังการถ่ายทำ เช่นตัดต่อ, ทำดนตรี และทำเทคนิคพิเศษ บางครั้งก็ยังเป็นชื่อผู้กำกับคนแรกอยู่ว่าเป็นผลงานของใคร เป็นต้นว่า Rogue One: A Star War Story ที่องก์สามของหนังมีการถ่ายทำใหม่และคุมการตัดต่อทั้งเรื่องโดยโทนี่ กิลรอย ผู้กำกับจาก The Bourne Legacy แต่ชื่อผู้กำกับของหนังยังเป็นของกาเร็ธ เอ็ดเวิร์ด ขณะที่กิลรอยได้ค่าจ้างไปร่วม 2 ล้านเหรียญสหรัฐแทนจากการทำหน้าที่

แล้วสำหรับ Justice League ที่มีการเปลี่ยนผู้กำกับในช่วงถ่ายซ่อมแซม มีการเขียนฉากใหม่เพิ่มเข้ามา และคุมตัดต่อโดยจอส วีดอน ชื่อผู้กำกับของหนังจะยังเป็นแค่แซ็ค สไนเดอร์ อยู่ไหม กรณีนี้อาจไม่ใช่แบบนั้นครับ

ช่องยูทูบของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ที่เพิ่งลงตัวอย่างหนัง Justice League ที่เราชมกันไปเมื่อเช้า ใส่ชื่อของสไนเดอร์แล้วตามด้วยวีดอนในฐานะผู้กำกับครับว่า “A film by Zack Snyder and Joss Whedon starring Ben Affleck, Gal Gadot, Henry Cavill, Jason Momoa, Ezra Miller and Ray Fisher. ” แปลว่าหนังอาจมีส่วนที่วีดอนใส่เพิ่มเข้ามามากพอที่จะทำให้ได้ขึ้นชื่อเป็นผู้กำกับร่วมครับ

Justice League มีกำหนดฉายพฤศจิกายนนี้

Read more of this post

Advertisements

คริสโตเฟอร์ โนแลน คิดว่าทอม ฮาร์ดี เหมาะที่จะรับบท James Bond

คริสโตเฟอร์ โนแลน ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานนี้ครับว่า ถ้าเขาจะกำกับหนังชุด James Bond ก็จะต้องเป็นการยกเครื่องใหม่ “เราต้องเป็นที่ต้องการจริงๆ ถ้าคุณเข้าใจความหมายที่ผมพูดนะ มันจำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่ มันจำเป็นต้องต้องการเรา และพวกเขาก็ไปกันได้ดีอยู่แล้ว” แปลว่าถ้าโนแลนจะกำกับหนัง 007 ก็ต้องมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงจากแดเนียล เครก ด้วยเช่นกัน

แต่ถ้าโนแลนได้กำกับจริง ใครกันล่่ะที่เหมาะจะรับบทนี้ โนแลนบอกระหว่างให้สัมภาษณ์แก่ Happy Sad Confused ว่าเป็น “ทอม ฮาร์ดี” นักแสดงที่ร่วมงานกับเขามาสามเรื่องแล้วนั่นเอง “เขาจะต้องน่าทึ่งแน่ๆ เขาจะต้องแน่ๆ

โนแลนยังเปิดเผยด้วยว่าเขามีแนวคิดแล้วว่าจะกำกับหนัง James Bond ออกยังไงครับ ซึ่งเป็นแบบที่ยังไม่เคยทำมาก่อนด้วย แต่ขอปกปิดไว้ก่อน ยังไม่อยากเปิดเผย

ทอม ฮาร์ดี ก็เคยให้สัมภาษณ์เหมือนกันครับว่า เขาอยากเป็นเจมส์ บอนด์ หากโนแลนกำกับ สมเป็นผู้กำกับและนักแสดงคู่บุญกันจริงๆ

Read more of this post

คริสโตเฟอร์ โนแลน ดู La La Land ในโรงหนังสามรอบ

ในบทสัมภาษณ์บนเว็บไซต์ของนิตยสาร EW เกี่ยวกับเบื้องหลังการสร้างหนัง Dunkirk ที่จะเข้าฉายในบ้านเราสุดสัปดาห์นี้ ผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน ได้ถูกถามถึงมุมมองของผู้กำกับต่อภาพยนตร์เมื่อมีอายุมากขึ้น โนแลนพบว่ารสนิยมการดูหนังของตัวเองเปลี่ยนไปในแง่ไม่ค่อยกลับไปดูหนังในโรงซ้ำหลายรอบ แต่เขายอมรับครับว่า La La Land เป็นข้อยกเว้น

อย่างหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากตอนเด็กๆ ก็คือ มันไม่ค่อยบ่อยนักสำหรับคนที่มีอายุมากขึ้น อย่างผมที่ตอนนี้อายุเกือบ 47 ปีแล้ว จะกลับไปดูหนังในโรงซ้ำ เพราะชอบที่จะดูหนังในโรง แต่ผมกลับไปดู La La Land ซ้ำ ผมกลับไปดูซ้ำอีก 2 ครั้ง ไอ้ความสุขพื้นๆ ของการได้ดูหนังเรื่องใหม่อยู่ร่วมกับฝูงชนในคืนที่หนังเปิดฉาย ผมไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนไป มันเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมาก

แต่ทำไมโนแลนกลับไปดู La La Land ซ้ำอีกสองครั้งล่ะ “ทำไมผมกลับไปน่ะหรือ ผมคิดว่าผมน่าจะกลับไปดูเพื่อดูว่าหนังมันดีเหมือนที่ผมคิดไว้ไหม และมันก็ดีจริงๆ มันเข้าท่าไหม

ใครจะไปรู้ เราอาจเห็นโนแลนทำหนังเพลงในสักวัน

Read more of this post

จอร์จ เอ. โรเมโร บิดาของหนังซอมบี้ เสียชีวิตด้วยวัย 77

เพิ่งเห็นข่าวจอร์จ เอ. โรเมโร พูดถึงหนังซอมบี้ยุคใหม่อย่าง World War Z กับซีรี่ส์ The Walking Dead เมื่อสัปดาห์ก่อน จึงนึกว่าผู้กำกับบิดาหนังซอมบี้ผู้นี้ยังแข็งแรงดีครับ เพิ่งทราบวันนี้เองว่าแกป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด และได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 77 ปี

คริส โร ผู้จัดการของโรเมโรได้ลงข้อความยืนยันการเสียชีวิตบนเฟซบุกวันนี้ครับว่าโรเมโรเสียชีวิตขณะฟังดนตรีประกอบหนัง The Quiet Man หนึ่งในหนังโปรดตลอดกาล โดยมีภรรยาและลูกสาวอยู่ข้างๆ “เขาตายอย่างสงบขณะนอนหลับ หลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งปอดอย่างแข็งกร้าวในช่วงเวลาสั้นๆ

โรเมโรได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานหนังสยองขวัญคนหนึ่งจากผลงาน Night of the Living Dead ที่ออกฉายในปี 1968 ที่สร้างความคลั่งไคล้ให้แก่ผู้ชมทั่วโลกจำนวนมากจนทำให้เกิดภาคต่อตามมาอีกหลายภาค แต่ภาคต่อที่ได้รับการยกย่องที่สุดก็คือ Dawn of the Living Dead ในปี 1978 จุดเด่นสำคัญในหนังซอมบี้ของโรเมโรนอกจากความสยองขวัญก็คือการใส่เนื้อเรื่องเสียดสีสังคมหรือวิพากษ์การเมืองเข้าไป โดยหลักๆ เน้นไปที่การเสียดสีวัตถุนิยมและลัทธิทหาร

โรเมโรเกิดที่บร็อกซ์ในปี 1940 และคลั่งไคล้ภาพยนตร์มาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง The Tales of Hoffmann (1951) จนถึงขั้นเช่าเครื่องฉายกับฟิล์มของหนังเรื่องนี้มาฉายดู จากนั้นก็เข้าศึกษาวิชาศิลปะและการออกแบบที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี้ เมลลอน จนเรียนจบในปี 1960 แล้วตั้งบริษัทผลิตโฆษณา

นอกจากหนังตระกูล Dead แล้ว โรเมโรก็ยังมีผลงานกำกับเรื่องอื่นด้วย เช่น Knightriders (1981), Creepshow (1982), Monkey Shines (1988), The Dark Half (1993), และ Bruiser (2000) นอกจากนี้ยังเคยรับเชิญในบทเจ้าหน้าที่เอฟบีไอในหนัง The Silence of the Lambs (1991) ด้วย

โรเมโรถ่ายหนังส่วนใหญ่ของเขาในเมืองพิตส์เบิร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของคาร์เนกี้ เมลลอน ที่ที่เขาเรียนระดับอุดมศึกษา จึงทำให้พิตส์เบิร์กได้ถูกเรียกอีกชื่อว่าเป็นเหมือนหลวงซอมบี้ของโลก ที่จะมีการจัดเทศกาลซอมบี้ทุกปี

ที่มา: THR

Read more of this post

จอส วีดอน ได้มีบทบาทสำคัญในจักรวาลภาพยนตร์ดีซีคอมมิค

นอกจาก จอส วีดอน ได้เขียนบทและกำกับ Batgirl ให้วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กับได้คุมการถ่ายซ่อมหนัง Justice League แทนแซ็ค สไนเดอร์ อยู่ในตอนนี้แล้ว ดูเหมือนว่าผู้กำกับของหนังทำเงินสูงสุดให้เครือมาร์เวลผู้นี้ จะได้เป็นผู้มีบทบาทสำคัญกว่านั้นมากขึ้นไปอีกในจักรวาลภาพยนตร์ดีซีคอมมิคครับ ตามที่ จอน เบิร์ก ผู้บริหารของวอร์เนอร์ฯ เล่าในบทสัมภาษณ์ของวาไรตี้

เขามีบทบาทสำคัญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรารักเขา เขาเป็นหุ้นส่วนและเพื่อนร่วมงานที่ยอด เราอยากให้เขาอยู่อย่างสบายใจ เราจะเชิญผู้คนมาคุยทั่วๆ ไป และคุยเรื่องหนังสือการ์ตูนกับหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องโปรด ตอนที่คุยกับจอส เขามองเห็นแผงวงจรควบคุมใหญ่ เขาเห็นหนัง Batgirl และถามว่า พวกคุณอยากทำหนัง Batgirl จริงๆ ไหม และเราตอบว่า แน่นอนที่สุด เขาบอกว่านั่นแหละตัวละครโปรดของผม

วีดอนมีประสบการณ์ที่ไม่ดีตอนที่ทำ Avengers: Age of Ultron และเคยให้สัมภาษณ์เมื่อประมาณปีที่แล้วว่ารู้สึกล้มเหลวอย่างอนาถต่อหนัง “ผมรู้สึกเหมือนถูกตีน่วมจากกระบวนการทำงาน บางส่วนมาจากความขัดแย้งกับมาร์เวลซึ่งเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ หลายส่วนมาจากงานของผมเอง ผมล้ามากๆ ด้วย ผมคิดว่าเรื่องนี้ได้ก่อความเสียหายให้แก่ตัวหนัง ต่อสตูดิโอ และต่อตัวของผมเอง มันไม่ใช่หนทางที่เหมาะสมเพราะผมภูมิใจในงานนี้มาก สิ่งที่ผิดพลาดในงานหนังเรื่องนี้ทำให้ผมหงุดหงิดใจอย่างมหาศาล และผมน่าจะมีเรื่องพวกนี้มากกว่าในหนังเรื่องอื่นที่ผมเคยทำ แต่ผมยังได้มีโอกาสเป็นครั้งที่สองที่ผมได้ทำหนังส่วนตัวที่พูดถึงความรู้สึกของผมที่มีต่อมนุษยชาติ การที่มาร์เวลได้ให้โอกาสนี้แก่ผมเป็นอะไรที่บ้ามาก และก็ดีงามมาก และการที่ผมทำแล้วรู้สึกล้มเหลวอย่างอนาถออกมาก็เป็นอะไรที่บ้ามากเช่นกัน แต่ไม่ใช่ในทางดี

ผมเดาว่า Batgirl กับการที่ได้มีบทบาทใหญ่ในจักรวาลภาพยนตร์ของดีซีต่อไป น่าจะเป็นโอกาสใหม่ของวีดอนที่เขาอยากใช้กอบกู้ความรู้สึกของตัวเอง

ที่มา: Variety

Read more of this post

นีล บลูมแคมป์ยอมรับ โครงการหนัง Alien 5 ของเขา ล่มไปแล้ว

นีล บลูมแคมป์ ผู้กำกับ District 9, Elysium และ Chappie เพิ่งเปิดบริษัทใหม่ชื่อ Oats Studio ที่เขากำลังผลิตหนังสั้นทดลองออกมา และให้โอกาสเว็บข่าว The Verge ได้เข้าไปเยี่ยมและพูดคุยครับ คำถามหนึ่งนอกเหนือจากโครงการที่เขาทำอยู่ก็คือ Alien 5 ที่เขามีแผนจะกำกับ ดูเหมือนว่าสถานการณ์ล่าสุดตอนนี้ของหนังคือล่มไปแล้ว

ผมคิดว่ามันล่มสนิทไปแล้ว นั่นจะเป็นการสรุปที่ถูกต้องในตอนนี้ที่สุด” ผู้กำกับชาวแอฟริกาใต้บอก

มันน่าเศร้า ผมใช้เวลาเตรียมงานมานานมาก และผมคิดว่ามันสุดยอด แต่ในแง่ทางการเมืองแล้ว จากสภาพที่ดำเนินไปตอนนี้ และจากสภาพทุกอย่างตอนนี้ มันคงไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว

จากสภาพการณ์ตอนนี้ที่ว่าก็คือริดลี่ สก็อต ได้กลับสู่โครงการหนังภาคต้น Alien อย่างเต็มตัวโดยในฉบับของเขาจะไม่คำนึงถึง Alien ภาคที่เขาไม่ได้สร้างเลย อย่างน้อยต้นกำเนิดของซีโนมอร์ฟใน Alien: Covenant ก็แตกต่างจากฉบับของเจมส์ คาเมรอน แล้ว และสก็อตก็อยากสร้างภาคต่อออกไปอีกอย่างน้อย 2 ภาค สิ่งที่บลูมแคมป์เตรียมงานมาคงไม่มีทางสอดคล้องไปกับแผนงานสร้างของสก็อตได้

บลูมแคมป์ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ดี และก็มีทั้งความรู้สึกทั้งยินดีและเสียใจปนกันไป “ริดลี่ย์เป็นไอดอลคนหนึ่งของผมตั้งแต่สมัยเด็ก เขามีความสามารถมากและก็สร้างหนังเรื่องนี้ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมสู่ทิศทางนี้ ผมอยากให้เกียรติเขาและไม่อยากเข้าไปก่อกวนในโลกที่เขาสร้างขึ้นมา ผมคิดว่าถ้าสถานการณ์ต่างออกไป และผมไม่ได้รู้สึกใกล้ชิดกับสิ่งที่เขาผูกพันกับมันเป็นส่วนตัวมากๆ อะไรคงแตกต่างไปจากนี้ แต่ผมอยากให้เกียรติเขาให้มากที่สุด

บลูมแคมป์ยังไม่ได้ Alien: Covenant ครับ แต่ก็บอกว่าจะไม่พลาด

ที่มา: The Verge

Read more of this post

เอเลี่ยนกิ้งก่าเผยโฉมในตัวอย่างแรก Oats Studios Volume 1 จากผู้กำกับ District 9

แม้ว่าหนัง Alien 5 ที่นีล บลูมแคลมป์ อยากจะสร้างอาจต้องพับโครงการไปแล้วเพราะทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ให้ความสนใจแก่โครงการหนัง Alien ภาคต้นของผู้กำกับริดลี่ย์ สก็อต มากกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าผู้กำกับที่โด่งดังจากหนังชิงออสการ์ District 9 จะอยู่เฉยครับ เขาได้เตรียมสร้างหนังเอเลี่ยนเรื่องใหม่ในฉบับของเขาเองออกมาชื่อ Oats Studios Volume 1 ครับ

Oats Studios Volume 1 เป็นหนังสั้นชุดที่บลูมแคมป์จะสร้างผ่านบริษัทใหม่ของเขาชื่อ Wild Oat โดยมีเป้าหมายที่จะหาผู้สร้างหนังที่อยากมาลงทุนให้แนวคิดหนังไซไฟเรื่องนี้ของเขาเพื่อสร้างเป็นหนังเรื่องยาวออกมา เป็นกลยุทธแบบเดียวกับที่ทำให้เขาได้สร้าง District 9 เป็นหนังใหญ่ครับ เพราะก็มาจากการปล่อยหนังสั้น Alive in Joburg ลงในเน็ตเหมือนกัน

รายละเอียดของเนื้อเรื่องยังไม่เป็นที่เปิดเผย แต่โทนของหนังมีความคล้ายหนังสงครามเวียดนามในโลกอนาคตอันบิดเบี้ยว และมีเอเลี่ยนที่คล้ายกับกิ้งก่ามาเป็นตัวละครด้วย ต้องยอมรับว่าบลูมแคมป์สร้างตัวละครและโลกของตัวละครได้น่าสนใจ นับตั้งแต่เอเลี่ยนกุ้ง พาหนะ และอาวุธต่างๆ ที่เราเห็นในงานก่อนๆ ของเขา ซึ่ง Oats Studios Volume 1 ก็ยังทำเช่นนั้นได้ และดูสดใหม่จากตลาดในตอนนี้มากๆ

ในตัวอย่างยังมีเสียงบรรยายพูดว่า “ครั้งหนึ่ง เราเคยเป็นมนุษย์ เราเคยเป็นมนุษย์ชาติ พวกมันมาที่นี่เพื่อกวาดล้างเรา โลกใหม่ทำให้ทุกคนต้องปรับเปลี่ยน ถ้าไม่ปรับตัวก็ตาย ง่ายๆ แบบนั้นเอง

หนังสั้นจะออนไลน์เร็วๆ นี้ครับ ชมตัวอย่างด้านในครับ

Read more of this post