ดั๊ก ไลแมน ถอนตัวจาก Gambit ของฟ็อกซ์ มากำกับ Justice League Dark ให้วอร์เนอร์ฯ

doug liman justice league darkดูเหมือนว่าความล่าช้าของ Gambit ภาคแยก X-Men ของทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ ทำให้ผู้กำกับดั๊ก ไลแมน ถอนตัวจากโครงการหนังในที่สุด และมาหา Dark Universe หรือ Justice League Dark ของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส และดีซีฟิล์มแทนครับ ตามรายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์

ความล่าช้าของ Gambit ซึ่งแชนนิ่ง เททัม ยังรับหน้าที่อำนวยการสร้างและแสดงนำอยู่ มาจากการแก้ไขบทที่ยังไม่ได้บทที่ใช่เสียที ทำให้โครงการหนังเลื่อนจากเปิดกล้องในปีนี้ไปเป็นต้นปี 2017 แทน ไลแมนจึงขอถอนตัวซึ่งในรายงานบอกว่าเป็นการจากกันด้วยดี ไลแมนถือเป็นผู้กำกับคนที่สองที่ถอนตัว หลังจากรูเพิร์ต ไวแอ็ตต์ ถอนตัวไปเมื่อปี 2015 ครับ

แต่นั่นไม่ได้แปลว่าไลแมนจะไม่ได้กำกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ครับ เขาเตรียมมากำกับ Dark Universe หรือชื่อเดิม Justice League Dark ว่าด้วยทีมซูเปอร์ฮีโร่สายเวทย์มนตร์ของดีซี คอมมิก ที่สมาชิกประกอบไปด้วยนักสืบปราบวิญญาณ จอห์น คอนสแตนติน, อสุรกายจากหนองน้ำ สแวมป์ ติงก์, แม่หมอ มาดาม ซานาดู, นักมายากลสาวผู้มีมนต์วิเศษ ซาแทนนา, มนุษย์ผี เดดแมน และปีศาจนรก เอทริแกน/เจสัน บลัด

เดิมที Justice League Dark เป็นโครงการหนังของกีเยร์โม เดล ทอโร แต่วอร์เนอร์ฯ พับโครงการหนังไปเพราะเดล ทอโร มีโครงการหนังอื่นอยู่เยอะ ต่อมา สก็อต รูดิน ได้เข้าคืนชีพให้โครงการหนังโดยรับหน้าที่อำนวยการสร้าง และมอบหมายให้ไมเคิล กิลิโอ เขียนบท

ในรายงานบอกด้วยว่าเรื่องราวของหนังจะอยู่ในจักรวาลภาพยนตร์ของดีซี แปลว่าเราอาจได้เห็นตัวละครอื่นใน Justice League หรือ Suicide Squad มารับเชิญในหนังเรื่องนี้ด้วย ลักษณะของหนังยังเป็นหนังรวมดาวซึ่งคล้ายกับ Go หนังฮิตเรื่องแรกๆ ของไลแมน

ไลแมนกำลังอยู่ระหว่างคุมตัดต่อหนังเขย่าขวัญ American Made ในตอนนี้ ซึ่งเป็นการร่วมงานกับทอม ครูส อีกครั้ง หลังจาก Edge of Tomorrow

Read more of this post

3 สิ่งที่ดิสนี่ย์ห้ามผู้กำกับใส่มาในหนังของพวกเขา

pinocchio smokingระหว่างที่ผู้กำกับเดวิด โลเวอรี จาก Pete’s Dragon ให้สัมภาษณ์ AICN ถึงหนังดิสนี่ย์เรื่องต่อไปที่เขาอยากนำมาสร้างใหม่ หนังเรื่อง Pinocchio ถูกเอ่ยถึง โลเวอรีบอกว่าเขาไม่อาจรีเมกหนังเรื่องนี้ได้ เพราะเป็นหนังที่เขารักมาก และที่สำคัญก็คือฉากที่พินอคคิโอสูบซิการ์ไม่อาจใส่เข้ามาในหนังได้ เพราะดิสนี่ย์ให้ผู้กำกับทุกคนที่ทำหนังให้เซ็นสัญญาห้ามใส่เข้ามา และเปิดเผยด้วยว่าดิสนี่ย์ให้ผู้กำกับทุกคนเซ็นสัญญาว่า ห้ามมี 3 สิ่งต่อไปนี้ในหนังครับ

และเราใส่ฉากสูบบุหรี่ไม่ได้อีกแล้ว ฉากที่มีผลกระทบต่อผมอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือฉากที่พินอคคิโอสูบซิการ์แล้วหน้าแดง เมื่อเราเซ็นสัญญากับดิสนี่ย์ มันกำหนดไว้ว่าหนังของเราจะต้องห้ามมีฉากตัดหัว (beheadings), ฉากแทงทะลุ (impalement) และฉากสูบบุหรี่ (smoking) เป็นสามสิ่งที่ห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้มีในหนังดิสนี่ย์

ถ้าจำไม่ผิด ดิสนี่ย์เริ่มแบนฉากสูบบุหรี่ให้หนังของพวกเขามาสัก 1-2 ปีแล้วครับ มีประกาศว่าห้ามไม่ให้หนังดิสนี่ย์, พิกซาร์ และมาร์เวลใส่ฉากสูบบุหรี่เข้ามา แต่เรื่องฉากตัดหัวกับฉากแทงทะลุนี้เพิ่งรู้ ถือว่าเรื่องราวนี้เป็นเกร็ดน่าสนใจเกี่ยวกับหนังของดิสนี่ย์ครับ

Pete’s Dragon จะเข้าฉายในบ้านเราสุดสัปดาห์หน้า

Read more of this post

โอลิเวอร์ สโตน เตือนความน่ากลัวของ Pokemon Go

pokemon go oliver stoneไม่ใช่ทุกคนจะมองว่ากระแสเกม Pokemon Go เป็นเรื่องสนุก ผู้กำกับโอลิเวอร์ สโตน ซึ่งกำลังจะมีหนัง Snowden ออกมา ที่ว่าด้วยแผนสมคบคิดการสอดแนมความเป็นส่วนตัวของประชาชน กลับพบว่าเกมดังกล่าวเป็นสิ่งน่ากลัว

ระหว่างไปร่วมงานคอมมิกคอนเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อฉายรอบพิเศษหนัง Snowden สโตนถูกถามเรื่องแอพของเกมดังกล่าว และเขาให้ความเห็นว่า “มันเป็นการรุกรานขั้นใหม่” และอาจจะนำไปสู่ “ระบบรวบอำนาจเบล็ดเสร็จ” (totalitarianism ความหมายตามวิกิพีเดียคือ เป็นระบบการเมืองที่รัฐถืออำนาจเบ็ดเสร็จเหนือสังคมและมุ่งควบคุมทุกแง่มุมของชีวิตสาธารณะและชีวิตส่วนตัวตามที่เห็นจำเป็น)

พวกเขากำลังขุดเหมืองข้อมูลของทุกคนในห้องนี้ มันเป็นสิ่งที่เรียกว่าทุนนิยมด้านการสอดแนม (surveillance capitalism)” สโตนบอก และเสริมด้วยว่าแอพดังกล่าวจะช่วยให้นำไปสู่ “สังคมแบบหุ่นยนต์

สโตนไม่ใช่คนแรกที่เป็นห่วงเกี่ยวกับเกม Pokemon Go และการเก็บข้อมูล หลังจากแอพของเกมเกิดเป็นกระแสคลั่งไคล้ขึ้นมา หลายส่วนชี้ให้เห็นว่า Pokemon Go จะขอเข้าสู่ข้อมูลเต็มขั้นของบัญชี Google บน iOS ที่รวมถึงข้อมูลการบอกตำแหน่ง, อีเมล และประวัติการท่องเว็บ แต่ผู้พัฒนาเกมก็แย้งว่า พวกเขาขอเข้าถึงข้อมูลแค่ส่วนพื้นฐานที่เป็นโปรไฟล์ผู้ใช้ Google เท่านั้น ไม่ได้เข้าไปในข้อมูลส่วนอื่น หรือเก็บรวบรวมข้อมูล

ขณะเดียวกัน แซ็คคารี ควินโต ที่ร่วมรับบทใน Snowden มองเกมอีกอย่าง “ผู้คนจำเป็นต้องซื้อสิ่งที่จะทำให้พวกเขามีความสุข ส่วนสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขก็คือ การได้เงยหน้ามองผู้คนและวางหน้าจอลงบ้างในแต่ละวัน

ที่มา: Variety

Read more of this post

ผู้กำกับแกร์รี่ มาร์แชล จาก Pretty Woman และ The Princess Diaries เสียชีวิตด้วยวัย 81

garry marshallนักดูหนังที่เติบโตมาในยุค 80-90 คงรู้จักแกร์รี่ มาร์แชล ดี ผู้ที่สร้างหนังรักตลกเรื่องดังหลายเรื่องอย่าง Pretty Woman และ The Princess Diaries และนักสร้างหนังท่านนี้ได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 81 ปี ครับ

แกร์รี่ มาร์แชล เป็นชาวบร็องซ์โดยกำเนิด เริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิงด้วยการเป็นนักเขียนแก๊กตลกในยุค 60 ก่อนที่จะโดดสู่งานทีวีด้วยการร่วมสร้างซีรี่ส์ตลกและซิตคอมดังๆ ของยุคอย่าง The Odd Couple และ Happy Days เป็นต้น รวมถึง Mork and Mindy ในยุค 70 ที่แจ้งเกิดให้นักแสดงตลกอย่างโรบิน วิลเลียมส์

ในยุค 80 มาร์แชลโดดสู่งานภาพยนตร์เป็นครั้งแรกด้วยการกำกับและเขียนบท Young Doctor in Loves และทำ The Flamingo Kid เป็นเรื่องที่สองซึ่งกลายเป็นหนังฮิต ต่อมาได้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกันจาก Beaches และ Pretty Woman ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ผลงานเด่นๆ ของมาร์แชลด้านการเขียนบทและกำกับหนังยังรวมถึง Frankie and Johnny, The Other Sister, Runaway BrideThe Princess Diaries โดยงานในช่วงหลังคืองานรักปนตลกที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญต่างๆ อันได้แก่ Valentine’s Day, New Year’s Eve และล่าสุดคือ Mother’s Day ที่เพิ่งเข้าฉายในบ้านเราไปในปีนี้ครับ

มาร์แชลยังเป็นผู้กำกับในไม่กี่คนที่ได้รับบทสมทบเป็นตัวละครตลกนิสัยแปลกๆ และสามารถขโมยซีนจากนักแสดงหลักมากได้ ผลงานเด่นๆ ก็เช่น Soapdish, The League of Their Own, Hocus Pocus และ Never Been Kissed เป็นต้น เขายังเป็นนักแสดงสมทบเจ้าประจำของซิทคอม Murphy Brown ด้วย

ในหมู่ผู้ที่เคยร่วมงานกับมาร์แชล นอกจากความที่เป็นคนอารมณ์ดี มีจิตใจดีงาม ชอบทำให้ผู้อื่นหัวเราะแล้ว มาร์แชลยังเปรียบเสมือนพ่อของนักแสดงหลายๆ คน จูเลีย โรเบิร์ต ที่ร่วมงานกันมาหลายเรื่อง เคยพูดถึงแกร์รี่ มาร์แชล ไว้ว่า”เขาเหมือนเป็นสุดยอดคุณภาพให้แก่ทุกคนในทุกสถานการณ์ เวลาฉันคิดถึงแกรี่ มันเหมือนเขาเลี้ยงดูฉันมาให้เติบโต ฉันเติบโตมากับการดูรายการทีวีของเขา ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันกลับจากโรงเรียนก็จะมาเปิดดู Happy Days นั่นคือสิ่งที่ฉันกลับพี่น้องเติบโตมาด้วยกัน เป็นความคิดของครอบครัวและเพื่อนและอะไรที่ทำให้เราหัวเราะ และทำให้เราอยากเป็นคันนิงแฮมคนหนึ่งด้วย

ผมแนบข้อความแสดงความอาลับของคนในวงการฮอลลีวู้ดไว้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

โรแลนด์ เอ็มเมอริก เชื่อว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ดีซีและมาร์เวล เลียนแบบหนังของเขา

Photo Credit: Claudette Barius

Photo Credit: Claudette Barius

การที่หนัง Independence Day กลายเป็นที่จดจำจนถึงทุกวันนี้ ก็น่าจะมาจากฉากการทำลายล้างตึกรามบ้านช่องและทำเนียบขาวในแบบที่ไม่เคยมีหนังเรื่องไหนทำมาก่อนหน้า มันเป็นหนังที่บุกเบิกฉากการทำลายล้างโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งหลังจากหนังเรื่องนี้ก็มีหนังเรื่องอื่นสร้างฉากหายนะคล้ายกันตามมา ทั้ง Deep Impact, Armageddon, หนังหายนะของเอ็มเมอริกเองอย่าง 2012 และ Day After Tomorrow รวมถึงฉากทำลายล้างในหนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Man of Steel หรือ Avengers ด้วย โดยในความเห็นของเอ็มเมอริกแล้ว เขาก็รู้สึกว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ได้ลอกเลียนแบบหนังของเขา ทั้งยังบอกด้วยว่าสตีเวน สปีลเบิร์ก ก็เคยทำนายเอาไว้ว่า หนังของเขาจะถูกเลียนแบบมากที่สุดครับ

ผมรู้สึกเวลาที่ดูหนังมาร์เวล หรือหนังดีซีจากวอร์เนอร์ ผมรู้สึกว่า พระเจ้า ฉากนั้นดูคุ้นๆ นะ ทำไมซูเปอร์แมนทำลายตึกมากมายเหลือเกิน ที่จริง สตีเวน สปีลเบิร์ก เคยเตือนผมเอาไว้แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น เขาบอกว่า Independence Day จะเป็นหนังที่ถูกลอกเลียนแบบไปอีก 20 ปี และเขาพูดถูกด้วย เก่งมากๆ เลย

แล้วถ้ามีค่ายหนังมาทาบทามให้เขากำกับหนังซูเปอร์ฮีโร่บ้างล่ะ เอ็มเมอริกจะสนใจไหม “ตอนช่วงเริ่มต้นอาชีพของผม ผมเคยได้รับข้อเสนอให้กำกับอยู่ 1-2 เรื่อง แต่นั่นไม่ใช่หนังอย่างที่ผมชอบ ผมเติบโตมาในเยอรมัน และเราก็ไม่ได้คลั่งไคล้ซูเปอร์ฮีโร่ด้วย มันไม่ค่อยประสบความสำเร็จดีเท่ากับส่วนอื่นของโลก เพียงแต่ตอนนี้เท่านั้นที่ไปได้ดีมาก ผมรู้สึกด้วยว่าผมอยากทำหนังอย่างที่ผมชอบ ผมภูมิใจที่ตัวเองได้สร้างหนังต้นฉบับ แม้แต่ Independence Day: Resurgence ก็ค่อนข้างมีความเป็นต้นฉบับในแง่ภาคต่อเหมือนกัน เพราะมันเป็นเรื่องราวต่อเนื่องมากกว่า

โดยส่วนตัวของผมแล้ว ไม่ได้รู้สึกว้าวกับฉากทำลายล้างใน Independence Day: Resurgence เลย อาจเพราะหลังจาก Independence Day เราได้เห็นหนังที่มีฉากหายนะคล้ายๆ กันตามมาจนชินชาแล้วก็ได้ครับ

ที่มา: Loaded

Read more of this post

เจมส์ คาเมรอน บอกว่า The Force Awakens มีความคิดสร้างสรรค์ด้านภาพสู้ภาคเก่าๆ ไม่ได้

james cameron avatarดิสนี่ย์ และเจ.เจ. เอบรามส์ อยากสร้าง Star Wars: The Force Awakens เป็นหนังเรโทร ให้ความรู้สึกเหมือนกลับสู่ภาคดั้งเดิมที่แฟนๆ ชอบกัน ผู้ชมบางส่วนรู้สึกว่าหนังเป็นการนำ A New Hope มาสร้างใหม่ ซึ่งบางคนก็ชอบที่หนังเป็นแบบนี้ แต่ก็มีบางคนที่เห็นว่าเป็นข้อเสียของหนัง และดูเหมือนว่าเจมส์ คาเมรอน จะอยู่ในฝ่ายหลังนี้ด้วยระหว่างถูกขอให้ออกความเห็นเรื่อง Star Wars: The Force Awakens จากการสัมภาษณ์โดยนักข่าวฮันนาห์ ลิทช์เฟลด์ ที่มีคลิปออกมาทางยูทูบครับ (via indiewire )

จอร์จ ลูคัส เป็นเพื่อนของผม และจอร์จกับผมก็เคยคุยเรื่องนี้กัน ผมไม่อยากพูดถึงหนังมากนักเพราะผมมีความนับถือเจ.เจ. เอบรามส์ อย่างมาก” คาเมรอนเกริ่นก่อนที่จะเข้าเรื่องว่าเขาไม่ชอบหนังยังไง

ผมอยากดูว่าพวกเขาจะพามันไปต่อยังไง ดูว่าพวกเขาจะทำยังไงกับมัน แต่ผมต้องขอบอกว่า ผมคิดว่าหนังทั้งหกภาคของจอร์จมีจินตนาการด้านภาพที่แปลกใหม่มากกว่า และหนังเรื่องนี้เหมือนเป็นการระดมสิ่งที่เราเคยเห็นมาก่อน ตัวละครที่เราเคยเห็นมาก่อน มาประกอบกันมากกว่า มันมีพัฒนาการของตัวละครใหม่น้อยมาก แต่สำหรับผมแล้ว มันยังตัดสินอะไรไม่ได้ ผมอยากดูต่อว่าพวกเขาจะไปต่อยังไง

โดยส่วนตัวแล้ว ผมก็รู้สึกเช่นเดียวกับคาเมรอนว่า Star Wars: The Force Awakens ไม่ได้มีความรู้สึกสดใหม่แบบที่จอร์จ ลูคัส ทำ แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกความคิดสร้างสรรค์ที่ลูคัสใส่เข้ามาจะดีไปหมด เป็นต้นว่าจาร์จาร์บิง แต่เขาก็สร้างดาร์ธโมล หรือการสร้างงานภาพใหม่ๆ เช่นฉากดวลไลท์เซเบอร์มันส์ๆ ให้แก่หนัง เป็น”การเสี่ยง”ทำอะไรใหม่ๆ ที่อาจผิดบ้างถูกบ้าง แต่ก็ต้องให้ความนับถือในความกล้าแม้ผลลัพธ์จะไม่ได้ดีทั้งหมด แต่นี่ก็ไม่ได้แปลว่า Star Wars: The Force Awakens จะเป็นหนังที่บกพร่องมากมาย มันยังเป็นหนังที่ดูสนุก เพียงแต่ยังขาดความสดใหม่อยู่

Read more of this post

สตีเวน สปีลเบิร์ก บอกว่า Guardians of the Galaxy เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องโปรดที่สุด

gotgสตีเวน สปีลเบิร์ก เคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่ช้าหนังซูเปอร์ฮีโร่ก็ต้องหายไปเหมือนหนังคาวบอย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าสปีลเบิร์กจะไม่มีหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เขาชอบมากๆ นะครับ

ระหว่างไปร่วมงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้ เพื่อฉายรอบปฐมทัศน์โลกของผลงานล่าสุด The BFG สปีลเบิร์ได้คุยกับนักข่าวในหลายๆ เรื่องรวมถึงเรื่องหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สปีลเบิร์กได้เปิดเผยว่า Guardians of the Galaxy เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องโปรดที่สุดของเขาครับ

ผมรักซูเปอร์แมนของริชาร์ด ดอนเนอร์, The Dark Knight ของคริสโตเฟอร์ โนแลน และ Iron Man ภาคแรก แต่หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ประทับใจผมที่สุดก็คือหนังที่ไม่ได้จริงจังในตัวเองเกินไป นั่นก็คือ Guardians of the Galaxy

สปีลเบิร์กให้เหตุผลว่า “เมื่อการฉายหนังของเขาจบลง ผมออกมาด้วยความรู้สึกว่าได้พบสิ่งที่แปลกใหม่ในภาพยนตร์ โดยไม่ต้องแสดงความเย้ยหยันมนุษย์ หรือกลัวว่าจะมืดหม่นเกินไปเมื่อจำเป็นต้องทำ มันมีความแตกต่างระหว่างการเป็นฮีโร่และซูเปอร์ฮีโร่ ฮีโร่คือคนธรรมดาที่เผชิญหน้ากับความจริงที่ร้ายแรงและกระทำการเพื่อเปลี่ยนแปลงมัน ฮีโร่คือคนที่เดินไปบนถนนเห็นรถมีไฟไหม้ และวิ่งเข้าไปช่วยคนที่ติดอยู่ในที่นั่งคนขับ แกะเข็มขัดนิรภัยออกมา ซูเปอร์ฮีโร่คือคนที่เจอเหตุการณ์เดียวกัน จะเหาะไปที่รถ ยกรถขึ้นมาเขย่าด้วยพลังเหนือมนุษย์ จนกว่าคนขับจะหลุดออกมา ผมรู้สึกเข้าถึงตัวอย่างแรกมากกว่า เป็นภาพยนตร์ของฮีโร่ที่เห็นได้ในทุกวัน

หลังจากผู้กำกับเจมส์ กัน ได้ข่าวนี้ ก็เขียนลงเฟซบุกว่า “น่าจะเป็นคำชมที่ดีที่สุดในชีวิตผม ผมได้เรียนรู้ว่าผู้กำกับคือใคร เพราะตอนเด็กๆ ผมรัก Raiders of the Lost Ark มาก จนอยากรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดของหนังเรื่องนี้ และผมได้มาทำหนังทุกวันนี้ก็เพราะมัน

Guardians of the Galaxy Vol. 2 นำแสดงโดย คริส แพรตต์, ซูอี้ ซัลดานา, แบรดลี คูเปอร์, วิน ดีเซล, เดฟ บาติสตา, ไมเคิล รู้กเกอร์, ทอมมี แฟลนาแกน, พอม คลีเมนเทียฟ, ฌอน กันน์, แคเรน กิลเลียน, เกลน โคลส และ เคิร์ต รัสเซล จะออกฉาย 5 พฤษภาคม 2017 นี้ครับ

ที่มา: Variety

 

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 796 other followers