Advertisements

โทบี้ แม็คไกวร์ ซัดกังฟูใส่ผู้ร้ายในคลิปทดสอบหน้ากล้อง Spider-Man ฉบับแรก

ก่อนชม Spider-Man: Homecoming คุณอาจอยากย้อนไปดูฉบับแรกที่โทบี้ แม็คไกวร์ รับบท ที่สร้างความประทับใจแรกแก่ตัวละครนี้แก่เรา และดูว่าแม็คไกวร์ได้บทนี้มาได้ยังไง จากคลิปทดสอบหน้ากล้องของหนังครับ

ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะเลือกใครมาเป็นนักแสดงสวมบทไอ้แมงมุม ผู้กำกับและผู้สร้างหนังจะให้นักแสดงที่ทดสอบบทผ่านจนมาถึงรอบสุดท้ายได้ลองเล่นฉากที่ผู้กำกับให้แสดงต่อหน้ากล้องเพื่อเก็บมาดูว่าใครเหมาะสมกว่ากัน และในการทดสอบหน้ากล้องที่ผู้กำกับแซม ไรมี่ ให้แม็คไกวร์ทำ ก็คือฉากที่เขาต้องสู้กับผู้ร้ายสามคนเพื่อปกป้องหญิงสาวที่กำลังจะถูกทำร้ายในซอยเปลี่ยว ฉากนี้มีความน่ากลัวและดุดันเหมือนมาจากหนังบรูซ ลี หรือพวกหนังแนวศิลปะป้องกันตัวในยุค 80 เลยครับ ผู้ร้ายก็ใช้คำพูดหยาบคายกว่าฉบับเรต PG-13 ของหนังฉบับจริงด้วย

แม็คไกวร์ในคลิปนี้ยังกำยำและเก็นกล้ามชัดกว่ารูปร่างของเขาที่เราเห็นในหนังด้วย น่าจะมีการสั่งให้ลดการออกกำลังกายลงและเพิ่มกล้ามเนื้อก่อนถ่ายทำจริง

ชมคลิปนี้พร้อมกับคลิปฟิตติ้งที่ด้านในครับ

Read more of this post

Advertisements

ทำความรู้จักสิงห์ปืนไวผู้เป็นตำนานในคลิปเบื้องหลัง The Dark Tower

โรแลนด์ เดสเชน ตัวละครของไอดริส เอลบา คือสิงห์ปืนไวคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในการทำหน้าที่ปกป้องรักษาหอคอมทมิฬไม่ให้ถูกพญามาร (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) ทำลายล้าง และโซนี่ พิคเจอร์ส ได้ปล่อยคลิปเบื้องหลังพร้อมซับไทยมาให้เราชมกันเพื่อให้รู้จักกับตัวละครโรแลนด์มากขึ้นครับ

นักแสดงนำของหนังรวมถึงสตีเว่น คิงก์ มาช่วยกันบอกผู้ชมในคลิปดังกล่าวถึงความสำคัญของโรแลนด์ต่อเรื่องราวใน The Dark Tower พร้อมกับมีฟุตเตจใหม่ของหนังให้เราชมเพิ่มเติม

หนังเป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อยวัย 11 ปี ชื่อเจค แชมเบอร์ส (ทอม เทย์เลอร์) ผู้ค้นพบเบาะแสสู่โลกอีกมิติชื่อว่ามิด-เวิร์ล แล้วเดินไปที่นั่น ได้พบกับโรแลนด์ เดสเชน (เอลบา) สิงห์ปืนไวผู้โดดเดี่ยวที่กำลังตามหา”หอคอยทมิฬ” ที่เป็นแหล่งขุมพลังที่เชื่อมต่อทุกโลกมิติเข้าด้วยกัน

เจคมีความสามารถพิเศษที่จะพาโรแลนด์ข้ามโลกมิติต่างๆ ได้ ทั้งคู่จึงออกเดินทางเพื่อค้นหาหอคอยแห่งนั้นที่อยู่ท่ามกลางทะเลกุหลาบที่ร้องเพลงได้ แต่ก็ต้องพบกับการเผชิญหน้ากับบุรุษชุดดำ (แมคคอนนาเฮย์) ตัวร้ายที่มีเทคโนโลยีอันน่ากลัว ผู้หมายทำลายหอคอยทมิฬ

โคลาจ อาร์เซล ผู้กำกับจากหนังเข้าชิงรางวัลออสการ์เรื่อง A Royal Affair รับหน้าที่กำกับเรื่องนี้ โดยมี อกีวา โกลด์แมน กับ เจฟ พิงเกอร์ มารับหน้าที่ดัดแปลงบทหนัง และ รอน เฮาเวิร์ด กับ ไบรอัน เกรเซอร์ รับหน้าที่อำนวยการสร้างครับ มีกำหนดฉายสิงหาคมนี้

Read more of this post

ฟุตเตจใหม่ชวนขนลุกจากเบื้องหลังของ Blade Runner 2049

ถ้าตัวอย่างก่อนหน้านี้ของ Blade Runner 2049 ยังให้คุณชมฟุตเตจได้ไม่หนำใจ เบื้องหลังงานสร้างมีมาให้ชมอีกครับ ที่นอกเหนือจากให้เราได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับหนังเพิ่มเติมแล้ว ยังให้เห็นงานกำกับภาพของโรเจอร์ ดีกินส์ ที่งามจนน่าขนลุก ผมมั่นใจได้เลยว่าดีกินส์จะต้องได้เข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่องนี้อีกแน่ๆ

งานกำกับศิลป์และออกแบบงานสร้างของหนังเองก็โดดเด่นด้วย ในการสร้างฉากที่ไม่เพียงดูยิ่งใหญ่ สวยงาม แต่ยังสร้างความรู้สึกของความไม่น่าไว้ใจ และความล่มสลายทางคุณธรรมท่ามกลางความไฮเทคแบบที่เราไม่เคยเห็นจากหนังเรื่องอื่น

ใน Blade Runner 2049 ไรอัน กอสลิ่ง รับบทเป็นเค เจ้าหน้าของกรมตำรวจแอลเอผู้ค้นพบความลับบางอย่างที่ถูกฝังมาเป็นนานปีและอาจทำให้สังคมที่เสื่อมทรามอยู่แล้วถึงกาลโกลาหนได้ ซึ่งการค้นพบของเคทำให้เขาได้พบกับริค เดดคาร์ด (แฮริสัน ฟอร์ด) อดีตเบลดรันเนอร์ของกรมตำรวจแอลเอที่หายตัวลึกลับมา 30 ปี

แฮริสัน ฟอร์ด พูดถึงการกลับมารับบทเดิมว่า “ผมว่ามันสนุกดีที่ได้กลับมาเล่นตัวละครเดิมเมื่อ 30 ปีก่อน ผมเคยลองเสื้อผ้าตัวเก่า ดีใจจริงๆ ที่มันยังใส่พอดีตัวอยู่”

หนังกำกับโดยเดอนีส์ วิลเนิฟ จาก Arrival ยังมีโรบิน ไรท์, จาเรด เลโต, แมคเคนซี เดวีส, อานา เดอ อาร์มัส, ซิลเวีย โฮคส์, เดฟ บาติสตา, คาร์ลา จูรี, เลนนี เจมส์, เดวิด แดสต์มัลเชน, บาร์คฮัด อับดี และ เอ็ดเวิร์ด เจมส์ ออลมอส ร่วมแสดง ฉายตุลาคมนี้ครับ

Read more of this post

ทึ่งไปกับคลิปเบื้องหลัง War for the Planet of the Apes ของการสร้างวานรให้สมจริง

วีตา ซึ่งพัฒนาเทคนิคพิเศษด้านโมชั่นแคปเชอร์มาตั้งแต่ตัวกอลลั่มในหนังชุด The Lord of the Rings ได้พัฒนาจากเดิมไปอีกหลายขั้นมากจากที่เห็นในผลงานล่าสุดของการสร้างเหล่าวานรใน War for the Planet of the Apes ครับ คลิปเบื้องหลังของหนังเผยให้เห็นว่า ไม่เพียงแค่สมจริงทางกายภาพ แต่การแสดงออกทั้งแววตาและสีหน้าก็สมจริงจนขนลุก เป็นการผสมผสานทั้งเทคโนโลยีและการแสดงของนักแสดงให้ออกมาเป็นตัวละครได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถ้าคุณเป็นนักดูหนังแล้วชอบดูเบื้องหลังการสร้างด้วย ขอแนะนำคลิปนี้เลยครับ

จะนำเสนอเรื่องราวหลังสองปีให้หลังจากเหตุการณ์ตอนจบใน Dawn of the Planet of the Apes ที่ออกฉายปี 2014 เหล่าวานรได้ถอนตัวเข้าไปอยู่ในป่าเมอร์วู้ดใกล้ซานฟรานซิสโก และพยายามตั้งมั่นรับข้าศึกที่นั่น ฝ่ายมนุษย์มีผู้บาดเจ็บล้มตายเช่นกัน แต่ฝ่ายวานรต้องตายเป็นจำนวนมากด้วยฝีมือของผู้การผู้ไร้เมตตากับกองทหารของเขา โดยมุ่งหวังให้โลกกลับไปเป็นสมัยก่อนที่มีมนุษย์วานรโดยไม่สนว่าต้องแลกด้วยวิธีไหน

หนังนำแสดงโดยแอนดี้ เซอร์กีส, วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน, สตีฟ ซาห์น, จูดี้ เกรียร์, คาริน คาโนวัล, อาเมียห์ มิลเลอร์ และ เทอรี่ โนทารี ร่วมแสดง หนังกำกับและเขียนบทโดยแมต รีฟส์ ที่เป็นการตามรอยความสำเร็จจากภาคที่แล้ว Dawn of the Planet of the Apes มีกำหนดฉายกรกฎาคม 2017 ครับ

Read more of this post

หรือว่า The Mummy ไม่เปรี้ยง เพราะทอม ครูส เข้ามาบงการโครงการหนังมากเกินไป

การที่หนัง The Mummy ไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์ หลายคนพุ่งเป้าไปที่อเล็กซ์ เคิร์ต์ซ์แมน ผู้กำกับของหนังเรื่องนี้เป็นคนแรกในแง่สาเหตุ เพราะความที่ยังขาดประสบการณ์ในการกำกับหนังฟอร์มใหญ่ แม้จะเคยทำหน้าที่อำนวยการสร้างกับเขียนบทมาก่อนก็ตามมา เคิร์ตซ์แมนอาจเป็นสาเหตุหนึ่งจริงๆ แต่ในรายงานของวาไรตี้บอกครับว่า อีกสาเหตุอาจเป็นการเข้าควบคุมโครงการหนังของทอม ครูส ด้วยก็ได้

ในรายงานเกี่ยวกับเบื้องลึกหลังฉากของงานสร้าง The Mummy ที่ได้ข้อมูลมาจากหลายแหล่งข่าวบอกว่า ทอม ครูส ผู้ที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างต้องเป๊ะดั่งใจ “มีอำนาจควบคุมโครงการหนังเรื่องนี้มากเกินไป” และ “ครูสใช้อำนาจในการควบคุมดูแลงานสร้างสรรค์ต่างๆ ของ The Mummy ในแทบทุกภาคส่วน เขาทำหน้าที่ในทุกอย่าง และสั่งการแม้แต่การตัดสินใจในเรื่องที่เล็กที่สุดของกองถ่าย

แหล่งข่าวบอกอีกว่า ยูนิเวอร์แซลตกลงในสัญญาให้ครูสมีอำนาจเข้าควบคุมในทุกองค์ประกอบของโครงการหนัง ตั้งแต่อนุมัติเรื่องบทจนไปถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นตอนหลังการถ่ายทำ เขายังเข้าไปออกความเห็นอย่างมากในด้านการตลาดและกลยุทธเกี่ยวกับวันฉายของหนัง ต่อสู้ให้หนังได้ออกฉายในเดือนมิถุนายนที่เป็นช่วงสำคัญของการฉายหนังซัมเมอร์

นอกจากนี้ ความที่เคิร์ตซ์แมนยังไม่ชินกับงานสร้างขนาดใหญ่ระดับนี้ ก็ทำให้ครูสกลายเป็นผู้กำกับตัวจริงอยู่หลังฉาก ทำหน้าที่แทนในหลายๆ การตัดสินใจ ตั้งแต่การสั่งการเรื่องฉากแอ็คชั่นใหญ่ๆ เข้าจัดการเรื่องเล็กเรื่องน้อยในงานสร้าง

ครูสได้สั่งการให้ผู้เขียนบทหนัง ซึ่งมีคริสโตเฟอร์ แม็คควอรี ที่ร่วมงานกับครูสใน Mission: Impossible สองภาคล่าสุด รวมอยู่ด้วย เขียนบทขึ้นมาใหม่จากเดิมที่เป็นหนังสยองขวัญน่ากลัวสำหรับฉายซัมเมอร์ให้เป็นหนังแบบทอม ครูส ทั่วๆ ไป มีการให้เขียนบทนิค มอร์ตัน ให้มีความเป็นทอม ครูส ในแบบที่ทอม ครูส เป็น

การแก้บทยังรวมถึงการให้เพิ่มบทของเขาให้มากขึ้นจากเดิมที่มอร์ตันกับนางมัมมี่ (รับบทโดยโซเฟีย โบเทลลา) ได้ออกจอเกือบจะนานพอๆ กัน ทำให้มัมมี่มีบทน้อยกว่าเขาลงไป ทั้งยังให้ใส่ฉากถูกเข้าสิงลงไปเพื่อให้เขาได้เล่นฉากดราม่ามากขึ้น แม้ว่าผู้บริหารไม่ตื่นเต้นกับเนื้อเรื่องของหนังนัก แต่ก็เออออตามวิสัยทัศน์ของทอม ครูส

เมื่อหนังถ่ายทำเสร็จแล้ว ครูสได้พาแอนดรูว์ มอนด์ไชน์ มือตัดต่อที่ร่วมงานกับเขามายาวนานมาช่วยตัดต่อหนังฉบับสุดท้ายก่อนออกฉาย ครูสใช้เวลาควบคุมงานอยู่ในห้องตัดต่อซึ่งพอเสร็จแล้ว ทุกคนเห็นพ้องกันว่าไม่เวิร์ค

อย่างไรก็ดี ก็มีการถกเถียงกันในเบื้องหลังกองถ่ายครับว่า ที่จริงแล้วทิศทางที่ครูสใช้ในการทำหนังเรื่องนี้อาจช่วยพัฒนาโครงการหนังที่แต่เดิมมีปัญหาอยู่แล้วให้ดีขึ้นก็ได้ บางส่วนเชื่อว่าครูสไม่มีทางเลือก เขาจำเป็นต้องเข้ามาจัดแจงเองเพราะการขาดประสบการณ์ของเคิร์ตซ์แมนในการกำกับงานใหญ่ ครูสมีประสบการณ์ในการถ่ายทำหนังแอ็คชั่นฉากใหญ่ๆ มาทั้งชีวิต จำเป็นต้องเข้ามาเป็นแม่ทัพเอง ดีกว่าเสี่ยงให้การถ่ายทำหนังต้องล่าช้าไปกว่ากำหนด

ยูนิเวอร์แซลรู้ว่าถ้าจะให้ The Mummy แข่งกับหนังใหญ่อย่าง Wonder Woman กับ Guardians of the Galaxy Vol. 2 ที่ฉายในเวลาไล่เลี่ยกันได้ ต้องใช้พลังดาราของครูสอย่างทุกกระบิ แต่เมื่อกระแสของหนังต่ำกว่าที่คาดไว้ จึงได้ปล่อยภาพของครูสร่วมกับนักแสดงคนอื่นใน Dark Universe ออกมาในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มาถ่ายพร้อมหน้ากันจริงๆ แต่ใช้การโฟโต้ชอปให้มารวมอยู่ด้วยกัน แต่กระแสบนอินเตอร์เน็ตตอบรับออกมาก็แค่ปานกลาง ดาราชื่อดังที่เคยครองฮอลลีวู้ดไม่ได้ช่วยสร้างความฮือฮาได้แบบเดิมแล้ว

แม้เบื้องหลังจะดูเหมือนครูสเป็นหัวเรือหลัก แต่เขาก็ชื่นชมทุกคนในรอบปฐมทัศน์หนัง ให้เห็นว่าหนังสำเร็จได้เพราะการทำงานร่วมกันเป็นทีม “เจค! เจค!” เขาตระโกนใส่เจค จอห์นสัน นักแสดงร่วมของเขา “มันยอดเยี่ยมมากที่ได้ร่วมงานกับคุณ เจค

 

ที่มา: Variety

Read more of this post

สองเบเนดิคต์ประกบเพื่อนรักนักวิทย์ในภาพเบื้องหลังกองถ่าย Avengers: Infinity War

เควิน ไฟกี เคยบอกว่าเราจะได้เห็นการจับคู่ที่อาจไม่มีใครคิดใน Avengers: Infinity War และภาพเบื้องหลังที่โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ลงในทวิตเตอร์ ก็ดูเหมือนยั่วเราถึงบางคู่ที่จะได้เห็นในหนังครับ

ดาวนี่ย์ลงภาพระหว่างพักเที่ยงของการถ่ายทำ Avengers: Infinity War ที่มีสี่นักแสดงของหนังมานั่งจอยกินสลัดกับเครื่องดื่มด้วยกัน มีผู้สวมบทพี่น้องสายวิทย์ ดาวนี่ย์กับมาร์ค รัฟฟาโล อยู่กลางภาพ ขนาบข้างด้วยเพื่อนพ้องสายไสย เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์ กับ เบนิดิคต์ หว่อง และดูเหมือนว่าทั้งโทนี่ สตาร์ก กับ หมอสเตรนจ์ จะมีเครื่องแบบใหม่ใส่ในหนังเรื่องนี้ด้วย

Avengers: Infinity War ยังคงถ่ายทำอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อออกฉายพฤษภาคมปีหน้าครับ

Read more of this post

พบกันในอวกาศในคลิปเบื้องหลังอลังการ Valerian and the City of a Thousand Planets

กว่าเราจะได้ชมหนัง Valerian and the City of a Thousand Planets กันในเดือนหน้านี้ ที่มาของหนังเรื่องนี้ย้อนไปตั้งแต่วัยเยาว์ของผู้กำกับลุค เบสซง เลยครับ ตั้งแต่เขาได้อ่านหนังสือการ์ตูน Valerian and Laureline ในยุค 70 “ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผมทึ่งก็คือการเล่าเรื่องของมัน มันเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นคู่รักที่เป็นคนรุ่นใหม่ พวกเขาทำตัวเหมือนคนทั่วไปในยุคนี้ เพียงแต่พวกเขาอยู่ในศตวรรษที่ 28 และทุกอย่างก็แปลกประหลาดไปหมด

เบสซงเล่าอีกว่าตอนที่เขาทำหนัง The Fifth Element ฌอง-คล้อด เมซิแยร์ ผู้วาดภาพและออกแบบหลักในหนังสือการ์ตูนถามเบสซงว่า “ทำไมไม่ทำ Valerian ทำไมมาทำ ไอ้ The Fifth Element อะไรนี่” ซึ่งเบสซงให้เหตุผลว่าเพราะตอนนั้น เทคโนโลยียังไม่พร้อม

แต่ต่อมา เมื่อมีหนัง Avatar เข้าฉาย Avatar ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ มันทำให้ไม่มีขีดจำกัดแล้ว” และนั่นคือเหตุผลที่เบสซงได้ตัดสินใจสร้างในตอนนี้ครับ โดยมีการเตรียมงาน 3 ปี ก่อนเริ่มต้นถ่ายทำ

เบื้องหลังยังเผยให้เราได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำและฟุตเตจใหม่ของหนังที่อลังการมากๆ ครับ ที่พาเราไปเห็นส่วนต่างๆ ของสถานีต่างดาวในหนังที่ชื่อว่าอัลฟ่า ซึ่งมีสายพันธุ์ต่างดาวนับพันรวมอยู่ที่นั่น และยังเป็นสถานที่ที่เป็นทั้งวอลสตรีต, เมืองวิทยาศาสตร์, สหประชาชาติ และ บรอดเวย์

Valerian and the City of a Thousand Planets บอกเล่าเรื่องราวของวาเลอเรียน (เดน เดอฮาน) กับ ลอเรลีน (คาร่า เดอลาวีน) สองเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษจากโลกที่ทำหน้าที่รักษาความสงบในจักรวาล ผู้ที่เป็นทั้งคู่หูและคู่กัด ซึ่งถูกส่งไปประจำอยู่ยังมหานครกลางกาแลคซีชื่ออัลฟ่า ที่มีมนุษย์ดาวต่างๆ กว่าหมื่นสายพันธุ์อาศัยอยู่ที่นั่น และระหว่างนั้นเอง ทั้งสองก็ต้องเผชิญหน้ากับภัยมืดที่ซ่อนเร้นอยู่ในมหานครที่หมายทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์

หนังกำกับโดลุยลุค เบสซง และยังมีไคลฟ์ โอเว่น, ริฮันนา, จอห์น กู๊ดแมน, เฮอร์บี้ แฮนค็อก, คริส วู และ รัตเกอร์ ฮาวเออร์ ร่วมแสดงด้วย มีกำหนดฉายกรกฎาคมปี 2017 ครับ

Read more of this post