Advertisements

ทีมนักแสดง Justice League คิดยังไง หากตัวละครดีซีกับมาร์เวลจะข้ามมาเจอกัน

อาจมีแฟนๆ บางกลุ่มของซูเปอร์ฮีโร่ฝั่งดีซีและฝั่งมาร์เวลตีกันดุเดือดบ้าง แต่สำหรับนักแสดงในหนังเหล่านี้แล้ว พวกเขาก็ดูเหมือนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันครับ เมื่อถูกถามว่าคิดยังไงหากซูเปอร์ฮีโร่ทั้งสองฝั่งจะข้ามมาเจอกันในหนังเรื่องเดียวกัน นักแสดง Justice League ทุกคนบอกว่า จะต้องเป็นอะไรที่ยอดแน่ๆ เลย
ระหว่างให้สัมภาษณ์แก่ Chanel NewsAsia ทั้งเบน แอฟเฟล็ค (แบทแมน), กัล กาด็อต (วันเดอร์วูแมน), เฮนรี่ คาวิลล์ (ซูเปอร์แมน), เจสัน โมมัว (อควาแมน) และ เรย์ ฟิชเชอร์ (ไซบอร์ก) ต่างถูกถามว่า คุณคิดว่ามาร์เวลกับดีซีจะมาปะทะกันได้ไหม
ผมไม่ได้เป็นเจ้าของมาร์เวลหรือดีซี…แต่ผมคิดว่าคงจะยอดเยี่ยมมากๆ ผมคิดว่าจะต้องประสบความสำหรับสำหรับทุกฝ่ายแน่ๆ และผู้คนก็คงชอบ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ มันดูเหมือนเป็นความที่ดีมาก” เบน แอฟเฟล็คตอบ
ฟิชเชอร์ก็รู้สึกสนใจ โดยมีข้อแม้ “ผมโตมากับหนังสือการ์ตูนดีซี แต่ผมก็มีแฟนๆ ที่ชอบมาร์เวลมากๆ…ผมอยากเห็นตัวละครเหล่านี้มาสู้กัน แต่ต้องให้แน่ใจว่าจะต้องคงสไตล์ของตัวเองไว้
ฉันมีเพื่อนที่เล่นหนังมาร์เวลอยู่ ฉันคิดว่ามันมีที่ว่างให้เราทุกคน คงน่าสนุกถ้าโลกทั้งสองมาปะทะกัน มันจะต้องสุดยอดแน่ๆ เพราะพวกเขามีตัวละครที่เจ๋งๆ เช่นกัน” กัล กาด็อต ผู้สวมบท Wonder Woman ตอบ
เฮนรี่ คาวิลล์ พูดถึงการที่แฟนๆ เป็นปรปักษ์ต่อกันว่า “ผมคิดว่าแฟนๆ ของทั้งสองค่ายมีความเป็นคู่ปรับกันมากกว่าที่เราเป็น สำหรับเราทุกคนที่สร้างหนังเหล่านี้แล้ว…อาจมีความเป็นปรปักษ์ต่อกันบ้างในอดีต แต่ตอนนี้ เราต่างทำหนังเพื่อเฉลิมฉลองตัวละครเหล่านี้ ผู้สร้างหนังเหล่านี้ต่างต้องการกันและกันเพื่อให้อยู่รอด ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่รอดก็แปลว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ไม่เป็นที่นิยมแล้ว” และเขาเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ด้วยที่ทั้งสองค่ายจะสร้างหนังร่วมกัน “เมื่อหมดเนื้อเรื่องจะมาสร้างหนังแล้ว ผมคิดว่าเป็นไปได้ในอนาคต
เจสัน โมมัว ก็ชอบแนวคิดที่ตัวละครทั้งสองค่ายจะมาปะทะกัน “ผมคงยินดีหากมีการข้ามมาเจอกัน เป็นต้นว่าเฮมส์เวิร์ธ ผมชอบเขามาก มันเหมือนได้ยืนข้างธอร์ หรือยืนข้างฮัลค์ มันเหมือน ฉันจะลากนายลงน้ำให้จมน้ำตายไปเลย
ผมว่าแฟนๆ ส่วนใหญ่ ก็คงอยากเห็นเหมือนกันครับ ชมคลิปสัมภาษณ์ด้านใน

Read more of this post

Advertisements

เน็ตฟลิกซ์เลิกสร้าง House of Cards ถ้าเควิน สเปซีย์ ยังคงเกี่ยวข้องกับซีรี่ส์ชุดนี้

ฮอลลีวู้ดแสดงออกชัดเจนว่าจะไม่ร่วมงานกับผู้ที่มีพฤติกรรมคุกคามหรือละเมิดทางเพศ หลังจากกรณีของฮาร์วี่ ไวน์สตีน ที่มีนักแสดงหญิงมากมายออกมาเปิดเผยว่าผู้บริหารค่ายหนังอินดี้ค่ายใหญ่ผู้นี้ได้คุกคามและละเมิดทางเพศพวกเธอ ก็ทำให้มีผู้ที่เคยถูกผู้มีอำนาจคนอื่นๆ ในฮอลลีวู้ดกระทำแบบเดียวกันได้ออกมาเปิดโปงกันบ้าง เควิน สเปซีย์ นักแสดงสองรางวัลออสการ์ และนักแสดงนำในซีรี่ส์ดัง House of Cards ก็เป็นคนดังอีกคนที่มีนักแสดงหนุ่มรุ่นน้อง แอนโธนี แรปป์ ออกมาแฉว่าสเปซีย์พยายามล่อลวงและคุกคามทางเพศเขาตอนที่เขาอายุ 14
ไม่เพียงแค่แรปป์ ยังมีศิลปินหนุ่มวัย 48 ปี ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ให้สัมภาษณ์แก่ Vulture ว่าสเปซีย์พยายามข่มขืนเขาตอนที่เขาอายุ 15 และบอกว่าสเปซีย์เป็น “โรคใคร่เด็ก” จากนั้นก็มีคนที่คนออกมาเปิดเผยมากขึ้นๆ
เน็ตฟลิกซ์ซึ่งสร้าง House of Cards จึงได้ตัดสินใจตัดขาดการร่วมงานกับสเปซีย์ ผู้ที่เป็นทั้งนักแสดงนำและผู้อำนวยการสร้างซีรี่ส์ชุดนี้ โฆษกของเน็ตฟลิกซ์ออกแถลงว่าเน็ตฟลิกซ์จะไม่สร้าง House of Cards ต่อ หากสเปซีย์ยังมีความเกี่ยวข้องด้วย ในแถลงยังรวมถึงยกเลิกฉายหนัง Gore ชีวประวัติกอร์ ไวดาล ที่สเปซีย์ รับบทนำและอำนวยการสร้างด้วย แต่จะยังร่วมกับ MRC บริษัทซึ่งผลิตซีรี่ส์ชุดนี้ในการประเมินว่าจะเอายังไงต่อไปในช่วงที่หยุดซีรี่ส์นี้ไป
ยังมีความคลุมเครืออยู่ในตอนนี้ว่าพวกเขาจะสร้าง House of Cards ต่อไปยังไงครับ มีข่าวลือว่าในบรรดาทางเลือกนั้นก็คือสร้างต่อโดยตัดตัวละครของสเปซีย์ออกไป หรือสร้างภาคแยกที่ใช้ตัวละครอื่นเป็นตัวนำแทน
ที่มา: Deadline

Read more of this post

โฉมใหม่ของอเล็กซานเดอร์ สกาส์การ์ด ในบทชายหัวล้าน

อเล็กซานเดอร์ สกาส์การ์ด ที่แฟนหนังอาจจดจำได้จากบทนำใน The Legend of Tarzan ที่ผมยาวปะบ่าสลวยสวยงาม หรือผมสั้นเท่ๆ ในซีรี่ส์ True Blood ได้แปลงโฉมเป็นชายหัวล้านเพื่อรับบทในหนังสักเรื่องที่กำลังถ่ายทำอยู่ในตอนนี้ครับ
สกาส์การ์ดได้เผยโฉมที่เปลี่ยนไปจนคาดไม่ถึงนี้ระหว่างไปร่วมงานของหลุยส์วิตตองในนิวยอร์กเมื่อ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ยังไม่มีการยืนยันว่าสกาส์การ์ดต้องโกนผมบริเวณกลางกะหม่อมเกือบทั้งหมด ยกเว้นบริเวณตีผม เพื่อรับบทในเรื่องอะไร แต่จากรายงานบอกว่าตอนนี้เขากำลังถ่ายทำหนังเรื่อง The Hummingbird Project ของผู้กำกับคิม เหงียน อยู่ จึงเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นโฉมสำหรับหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นหนังเกี่ยวกับการต่อสู้เชิงธุรกิจในวงการหุ้น โดยสกาส์การ์ดครับบทเป็นพี่ชายตัวละครของเจสซี ไอเซนเบิร์ก ครับ
ผมชอบที่นักแสดงกล้าทุ่มเทเพื่อบทแบบนี้ เล่นจริง โกนจริง
ชมภาพได้ที่ด้านใน

Read more of this post

คริสเตียน เบล และเอมี่ อดัมส์ แปลงโฉมเป็นดิกและลินน์ ชีนีย์ ในหนังใหม่ของอดัม แม็คเคย์

คริสเตียน เบล นักแสดงผู้เดี๋ยวบึก เดี๋ยวผอม เดี๋ยวอ้วน ผ่านหนังหลายๆ เรื่องเพื่อสวมบทตัวละครนั้นๆ ได้แปลงโฉมจนแทบจำไม่ได้ในหนังชีวประวัติ ดิก ชีนีย์ ที่ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการของผู้กำกับอดัม แม็คเคย์ จาก The Big Short ครับ ซึ่งจากโฉมที่เห็นผ่านการถ่ายภาพของปาปารัซซี่นี้ รวมกับเป็นการร่วมงานกับแม็คเคย์อีกครั้งก็การันตีได้เลยว่าจะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์แน่ๆ
นอกจากเบลแล้ว เอมี่ อดัมส์ ก็แปลงโฉมจนแทบจำไม่ได้เพื่อรับบทเป็นลินน์ ชีนีย์ ผู้เป็นภรรยาในหนังเรื่องนี้ครับ แบบที่น่าจะทำให้เธอได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อีกเช่นกัน
ดิก เชนีย์ เป็นรองประธานาธิบดีในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้มีบทบาทด้านการเมืองอย่างมากในช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11 แม็คเคย์ทำการค้นคว้าอย่างหนักเพื่อหาข้อมูลมาเขียนบท โดยเขาจะเล่าเรื่องการขึ้นสู่อำนาจของเชนีย์ จากเคยทำงานให้รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้พ่อ ในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม แล้วออกจากตำแหน่งไปเป็นประธานของบริษัทน้ำมันฮอลลิเบอร์ตันในช่วงสมัยประธานาธิบดีคลินตัน และกลับมาอีกครั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยบุชผู้ลูก
นอกจากเบลกับอดัมส์แล้ว หนังยังมีสตีฟ แคเรลล์ สมทบในบทโดนัลด์ รัมส์เฟลด์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, แทรี่ เพอรี่ เป็นโคลิน พาวเวลล์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ และ แซม ร็อคเวลล์ รับบทเป็นประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ครับ หนังน่าจะฉายช่วงปลายปีหน้า ชมภาพด้านใน

Read more of this post

จาเรด เลโต ยังไม่ได้ดู Suicide Squad

ผู้ชมมากมายได้ดู Suicide Squad กันแล้ว และก็มีความเห็นกันต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับการรับบทเป็นโจ๊กเกอร์ของจาเรด เลโต แต่ตัวของเลโตเองยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ครับ
เลโตได้เปิดเผยเหตุผลระหว่างเดินสายประชาสัมพันธ์หนัง Blade Runner 2049 ว่าทำไมเขายังไม่ได้ดู Suicide Squad และดูเหมือนเป็นเหตุผลที่ดีด้วย “ทันทีที่เราดูมัน มันจะกลายเป็นนึกถึงตัวเองเป็นที่ตั้ง
เช่นเดียวกับที่เขาก็ยังไม่ได้ดู Dallas Buyers Club หนังที่ทำให้เขาได้รางวัลออสการ์ครับ “ผมไม่เคยดูเหมือนกัน ผมคิดว่าการดูหนังที่ตัวเองเล่น มันจะอดไม่ได้ที่จะพะวงถึงตัวเองมากเกินไปในขั้นตอนนั้นๆ มันอาจทำให้เราชอบสิ่งที่ทำแล้วมีแนวโน้มที่จะทำซ้ำ หรือเราอาจที่จะไม่ชอบสิ่งที่เราทำ มันจะคอยพะวงถึงแต่ตัวเอง ผมไม่แน่ใจว่ามันจะมีประโยชน์ต่อผมแค่ไหน แต่ผมอ่านบทหนัง ผมจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น…แต่ทันทีที่เราดูมัน มันจะกลายเป็นนึกถึงแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง
เลโตยืนยันว่าเขายังไม่ได้ดู Blade Runner 2049 เหมือนกัน แต่อาจจะดูในอนาคต แต่มีเรื่องหนึ่งที่เขาดูก็คือ Requiem of a Dream ครับ
ส่วนตัวเข้าใจเลโตเหมือนกันครับ เพราะเวลาผมดูหนังที่ตัวเองทำงานให้ก็จะเหมือนไปนั่งตรวจงานตัวเองมากกว่าจะไปดูหนังจริงๆ
ที่มา: Syfy

Read more of this post

เลียม นีสัน ยังไม่เลิกเล่นหนังบู๊

เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อนที่ผ่านมา เลียม นีสัน ได้บอกว่าเขาจะเลิกเล่นหนังบู๊ระหว่างนำหนัง Mark Felt: The Man Who Brought Down the White House ไปร่วมฉายในเทศกาลหนังโตรอนโต ดูเหมือนว่ารายงานดังกล่าวอาจจะเกินจริงไปหน่อยครับ
สัปดาห์นี้ ระหว่างนำหนังเรื่องเดียวกันไปฉายที่ไรเตอร์ กิลด์ เธียร์เตอร์ ในลอส แอนเจลีส นีสันถูกถามอีกครั้งว่าเขาจะเลิกเล่นหนังบู๊จริงไหม เพื่อให้ยืนยันคำพูดดังกล่าว นีสันหัวเราะพร้อมปฏิเสธว่า “ไม่จริงเลย ดูผมสิ คุณพูดถึงสิ่งที่เป็นอดีตไปแล้ว ผมจะเล่นหนังแอ็คชั่นจนกว่าพวกเขาจะฝังผมลงหลุม ผมเลิกเกษียณแล้ว
นีสันบอกในคราวก่อนว่าเขาแก่เกินจะเล่นหนังบู๊แล้ว “ผมบอกพวกเขาว่า ผมอายุ 65 แล้วนะโว้ย ท้ายที่สุด ผู้ชมจะหันมาบอกว่า ไม่เอาน่า” อาจทำให้นักข่าวตีความว่าเขาจะเลิกเล่นหนังบู๊ก็เป็นได้ เพียงแต่เขายังไม่ได้จะเลิกเล่นจริงๆ
นีสันยังมีหนังบู๊ The Commuter ที่จะออกฉายต้นปีหน้า และ Hard Powder ที่เตรียมการถ่ายทำอยู่ครับ
ที่มา: Variety

Read more of this post

เลียม นีสัน เตรียมเลิกเล่นหนังบู๊

หลังจากรับบทอาจารย์หรือครูฝึกของพระเอกมาติดต่อกันมาหลายเรื่อง ทั้ง Star Wars: Episode I – The Phantom Menace, Batman Begins และ The Chronicle of Narnia เป็นต้น
จากนั้น อาชีพของเลียม นีสัน ได้ผกผันสู่การเป็นพระเอกนักบู๊รุ่นใหญ่ด้วย Taken และทำให้เขาได้เล่นหนังบู๊ติดต่อกันมาอีกหลายเรื่องร่วมสิบปี แต่ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดระหว่างไปเปิดตัวหนัง Mark Felt: The Man Who Brought Down the White House ในเทศกาลหนังโตรอนโต นักแสดงผู้เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ผู้นี้ประกาศว่าเขาจะเลิกเล่นหนังบู๊แล้ว เพราะแก่เกินไปที่จะเล่น และหันไปเล่นหนังชีวิตแทน
นีสันยอมรับในการให้สัมภาษณ์ว่าเขาได้กลายมาเป็นพระเอกนักบู๊ด้วยความบังเอิญ “หนังเขย่าขวัญพวกนั้นเป็นความบังเอิญล้วนๆ พวกเขายังคงทุ่มเงินก้อนโตให้ผมไปเล่นอยู่ ผมบอกพวกเขาว่า ผมอายุ 65 แล้วนะโว้ย ท้ายที่สุด ผู้ชมจะหันมาบอกว่า ไม่เอาน่า
แต่ก่อนที่นีสันจะเลิกเล่นหนังบู๊จริงๆ ผู้ชมจะยังได้ชมเขาใน The Commuter ที่เพิ่งปล่อยตัวอย่างออกมาและมีกำหนดฉายต้นปีหน้า กับ Hard Powder หนังรีเมกที่เตรียมงานสร้างอยู่ครับ
ที่มา: The Standard

Read more of this post