Advertisements

แครี่ ฟิชเชอร์ ตบหน้าออสการ์ ไอแซ็ค 27 ครั้ง ในการถ่ายทำ Star Wars: The Last Jedi

ใน Star Wars: The Last Jedi แครี่ ฟิชเชอร์ กับ ออสการ์ ไอแซ็ค จะมีฉากด้วยกันหลายฉากครับ และดูเหมือนว่าจะมีฉากหนึ่งเฉพาะที่โพ ดาเมรอน อาจจะต้องเจ็บตัวหน่อย

ไอแซ็ค นักแสดงหนุ่มผู้เป็นตัวร้ายในหนังชุด X-Men เป็นฮีโร่ในหนังชุด Star Wars และเป็นหนุ่มมีพรสวรรค์ในหลายๆ เรื่อง ได้ไปออกรายการ “The Late Night with Stephen Colbert” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และเล่าถึงความชื่นชมที่เขามีต่อแครี่ ฟิชเชอร์ ผู้ล่วงลับ และการได้ทำงานร่วมกันในหนัง Star Wars ภาคสุดท้ายของเธอ

ฉากส่วนใหญ่ที่ผมเล่นเป็นฉากที่อยู่กับแครี่ ซึ่งน่าทึ่งมาก” ไอแซ็คเล่า และเล่าถึงการถ่ายทำวันแรกกับเธอให้ฟังว่า “ผมจำได้ว่าเป็นฉากที่ผมเดินไปคุยกับเธอ และเธอก็โมโหผม แล้วตบหน้าผม

จากนั้น “ไรอัน จอห์นสัน ผู้กำกับก็ให้ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมคิดว่าฉากนั้นทั้งหมดถ่ายทำ 27 เทคได้ ที่แครี่โน้มเข้ามาตบผมโดนหลายๆ ส่วนของใบหน้า

ไอแซ็คยังเล่าถึงการคุมเข้มเรื่องความลับในการถ่ายทำให้ฟังด้วย เช่นตอน The Force Awakens ที่ทีมงานห้ามนำบทหนังกลับไป ต้องคืนให้ทันทีหลังถ่ายทำเสร็จ แต่เขาก็เอากลับไปแล้วโดนทวงหลายครั้ง จนกระทั่งดิสนี่ย์ขู่ว่าทนายให้ทวง เขาถึงรีบยอมเอาไปคืน

ในการสัมภาษณ์ยังให้ดูบทบาทแรกๆ ของไอแซ็คที่เล่นไว้ตอนเด็ก ดูเหมือนเป็นหนังที่ถ่ายทำกันเองในครอบครัว และไอแซ็คเล่นเป็นแวมไพร์ผู้ที่ตายเพราะความรักเหมือนดาร์ธ เวเดอร์ นี่น่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นยอดนักแสดง เพราะได้เล่นหนังที่ถ่ายทำเองตั้งแต่เด็กๆ เลย

Star Wars: The Last Jedi จะเข้าฉายกลางธันวาคมปีนี้ครับ แต่แฟนๆ ของไอแซ็คสามารถชมบทบาทของเขาได้ก่อนจาก The Promise ที่จะเข้าฉายในบ้านเราสุดสัปดาห์นี้

ชมคลิปที่ด้านในครับ

Read more of this post

Advertisements

โรเจอร์ มัวร์ ตำนานหนังเจมส์ บอนด์ เสียชีวิตด้วยวัย 89

วันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา เดบราห์, เจฟฟรี่ย์ และ คริสเตียน ลูกทั้งสามของเซอร์ โรเจอร์ มัวร์ ได้ลงข้อความประกาศข่าวเศร้าทางทวิตเตอร์ครับว่า นักแสดงชาวอังกฤษผู้เป็นตำนานของหนังชุดเจมส์ บอนด์ ท่านนี้ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 89 ปี “หลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างกล้าหาญแม้ในเวลาสั้นๆ”ครับ ระหว่างพำนึกอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ และมีแผนจะจัดงานศพส่วนตัวที่โมรอคโค

โรเจอร์ มัวร์ เป็นนักแสดงที่รับบทเจมส์ บอนด์ ถึง 7 ภาคด้วยกัน ในช่วงเวลา 12 ปี นับตั้งแต่ Live and Let Die ในปี 1973 จนถึง A View to Kill ในปี 1985 โดยมีความเป็น 007 ในแบบเฉพาะตัว มีความแปลกที่สุดในบรรดาชุดนี้ทั้งหมด เกือบๆ จะเป็นหนังล้อเลียน อย่างเช่น Moonraker และ The Man with the Golden Gun ตัวละครก็มักมีอารมณ์ขันแห้งๆ และมีเสน่ห์แบบหนุ่มสำอางที่มัวร์เองก็มักเอาลักษณะนี้ไปใส่ในตัวละครอื่นๆ ครับ แต่เมื่อต้องจริงจังก็ใส่ความจริงจังนั้นได้ดี

ก่อนเข้าวงการบันเทิง มัวร์รับใช้ชาติเป็นทหารมาก่อนจนได้ยศผู้กองในปี 1946 จากนั้นไปเรียนต่อที่ราชวิทยาลัยศิลปะการละคร (RADA) แล้วออกมารับอาชีพเป็นนักแสดงกับนายแบบ ได้ตกลงเซ็นสัญญาเล่นหนังกับเอ็มจีเอ็มในปี 1954 ตามต่อด้วยวอร์เนอร์ บราเธอร์ส แล้วก็เริ่มเป็นที่รู้จักจากซีรี่ส์ทางทีวีชุด Ivanhoe แต่บทบาทที่ทำให้เตะตาผู้สร้างหนังชุดเจมส์ บอนด์ ก็คือบทไซมอน เทมปลาร์ ในซีรี่ส์ชุด The Saint

หลังเลิกรับบทเจมส์ บอนด์ แล้ว มัวร์ก็ยังเล่นหนังต่อ เช่น The Quest, Spy World และ Boat Trip เป็นต้น แต่ภายหลังก็หันไปทำงานการกุศลเต็มตัว โดยรับหน้าที่เป็นทูตสันตวไมตรีให้แก่องค์กร UNICEF

ข้อความสุดท้ายของมัวร์บนทวิตเตอร์ลงไว้เมื่อ 10 พฤษภาคมครับ และยังคงมีอารมณ์ขันดีอยู่ โดยลงข้อความถึงข่าวที่เอชบีโอจะสร้างหนังเกี่ยวกับเฮิร์ฟ วินเญอเชตต์ นักแสดงใน The Man with the Golden Gun ว่า “ใครจะเล่นเป็นผมล่ะเนี่ย”

Read more of this post

ชมคลิปสัมภาษณ์พร้อมซับไทยของเจมส์ ฟรังโก ผู้รับบทตัวละครสำคัญ ใน Alien: Covenant

Alien: Covenant ของผู้กำกับริดลี่ สก็อต ได้เข้าฉายแล้วในบ้านเรา และหนังก็มีเจมส์ ฟรังโก นักแสดงเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก 127 Hours รับบทเป็นตัวละครสำคัญในหนังด้วย เนื่องจากมีมากเท่าที่เราได้ชมกันไป ผู้ชมที่ชมแล้วจึงอาจอยากรู้จักเพิ่มเติมว่าตัวละครนี้เป็นใคร ทำไมฟรังโกถึงยอมเล่นบทอันร้อนแรงนี้ และเขามีความเห็นต่อหนังชุด Alien แบบไหนบ้าง เรามีคลิปซับไตเติลภาษาไทยการให้สัมภาษณ์ของฟรังโกมาให้ชมครับ เป็นคลิปที่ค่ายหนังเพิ่งปล่อยออกมาไม่นาน และอาจชอบตอบคำถามหลายคนที่อยากรู้เกี่ยวกับตัวละครนี้ได้

นักแสดงนำของหนังได้แก่แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน (Fantastic Beasts and Where to Find Them), บิลลี่ ครูดับ, แดนนี่ แม็คไบรด์, เดเมียน บิเชอร์, จัสซี สมอลเลต, คาร์เมน อีโจโก, เอมี่ ไซเมตซ์, เบนจามิน ริกบี, อเล็กซานเดอร์ อิงก์แลนด์ และ แคลลี่ เฮอร์นันเดซ ครับ

ชมคลิปด้านในพร้อมกับการให้สัมภาษณ์ของนักแสดงคนอื่นๆ

Read more of this post

เคิร์ต รัสเซล หนุ่มขึ้นด้วยเทคนิคการแต่งหน้า ใน Guardians of the Galaxy Vol.2

ต้นเรื่องของ Guardians of the Galaxy Vol.2 เราได้เห็นเคิร์ต รัสเซล ผู้สวมบทอีโก้ พ่อของสตาร์-ลอร์ด (คริส แพรตต์) ในฉากย้อนวัยหนุ่มสมัยที่อยู่บนโลก แฟนหนังทุกคนก็คงคิดว่า อ๋อ คงใช้เทคนิคพิเศษด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกมาทำให้หน้าดูหนุ่มขึ้นเหมือนกับที่โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ใช้ใน Captain America: Civil War หรือที่ไมเคิล ดักลาส ใช้ใน Ant-Man แต่ความจริงแล้ว ฉากดังกล่าวใช้เทคนิคดั้งเดิมและเก่าแก่ครับ นั่นก็คือการแต่งหน้า

นักแสดงรุ่นใหญ่ สามีของโกลดี้ ฮอว์น ให้สัมภาษณ์ว่า เดิมที ทางทีมงานของมาร์เวลก็จะใช้ซีจีในฉากนั้นนั่นแหละ “แต่คนแต่งหน้าประจำตัวของผม ชื่อ เดนนิส ลิดเดียล (เคยเข้าชิงออสการ์สาขาแต่งหน้าจาก Foxcatcher) เราทำงานหนังร่วมกันมา 28 เรื่อง Tango & Cash เป็นเรื่องแรกที่เราร่วมงานกัน เขาพูดกับทีมงานก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนนั้นว่า ผมรู้จักใบหน้าของเคิร์ตดี และผมทำให้เขาดูอายุอ่อนลงได้เยอะด้วยเทคนิคของผม จะเป็นประโยชน์ต่อคุณไหม

ผู้กำกับเจมส์ กันน์ กับทีมงานยินดีให้ทำ เพื่อจะได้ไม่ต้องแต้มจุดเต็มหน้าของรัสเซลเพื่อใช้ในการทำซีจี และเพื่อให้ใช้เทคนิคพิเศษบนใบหน้าเขาให้น้อยที่สุด

พอแต่งหน้าเสร็จแล้ว มันน่าตกใจมาก และยิ่งพอทำทรงผมเสร็จแล้วยิ่งน่าตกใจ ผมถ่ายรูปแล้วส่งไปให้โกลดี้กับลูกๆ พวกเขาตะลึงเลย มันเหลือเชื่อมาก

ที่มา: Digital Spy

Read more of this post

ตัวอย่าง I Am Heath Ledger หนังที่จะทำให้คุณรู้จักนักแสดงผู้ล่วงลับผู้นี้มากขึ้น

ฮีธ เลดเจอร์ เป็นที่รู้จักและเป็นที่จดจำจากบทบาทในหนังวัยรุ่นอย่าง 10 Things I Hate About You, หนังรักเกย์ Brokeback Mountain และบทโจ๊กเกอร์ตัวร้ายในหนัง The Dark Knight ที่ทำให้เขาได้รางวัลออสการ์มาครอง แต่แฟนๆ จะได้รู้จักเขามากขึ้นในหนังสารคดี I Am Heath Ledger ของผู้กำกับเดริก เมอเรย์ และ เอเดรียน บิวเทนเฮิส

เคต เลดเจอร์ พี่สาวของฮีธซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างของหนังเรื่องนี้ด้วย พูดถึงหนังในรายการของ CBS This Morning ว่า “มันสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของฮีธออกมา ความเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ เขาเป็นมากกว่าความเป็นคนดังที่ผู้คนเห็น เขามีพรสวรรค์หลายอย่าง และมีจิตใจที่ดีงาม และฉันคิดว่าทั้งหมดนั้นออกมาในหนังเรื่องนี้ค่ะ

ในหนังยังมีฟุตเตจจากกล้องวิดีโอที่ฮีธ เลดเจอร์ ถ่ายเองด้วย ซึ่งพี่สาวเล่าด้วยว่า น้องชายของเธอถ่ายหนังตัวเองเอาไว้ตั้งแต่เด็กๆ เพื่อใช้พัฒนาทักษะด้านการแสดง ฮีธไม่เคยเข้าโรงเรียนการแสดงจริงจัง แต่ใช้การบันทึกภาพตัวเองกำลังแสดงเพื่อนำกลับมาดูแล้วพัฒนา ซึ่งท้ายที่สุดทำให้ฮีธกลายเป็นคนที่รักการถ่ายภาพ

นอกจากฟุตเตจที่ฮีธถ่ายทำเองแล้ว ในหนังยังมีการสัมภาษณ์ครอบครัวเลดเจอร์, เพื่อนของฮีธ, นาโอมิ วัตต์, เบน เมนเดลชอน และผู้กำกับอังลีด้วย มิเชล วิลเลี่ยมส์ ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของฮีธไม่ได้อยู่ในหนัง แต่ก็เห็นชอบแก่หนังเรื่องนี้

หนังได้ฉายไปแล้วในเทศกาลหนังไทรเบกาครับ และได้คำวิจารณ์ค่อนข้างดี และจะเข้าโรงฉายแบบจำกัดโรงในสหรัฐ 3 พฤษภาคม ก่อนฉายทางทีวีของ Spike ในวันที่ 17 พฤษภาคม ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ฌอน บีน เปิดเผย ฉากตายในหนังเรื่องไหนที่เขาชอบที่สุด

อย่างที่เรารู้กัน ตัวละครของฌอน บีน ตายบ่อยมากจนเขาได้ฉายาว่าเป็น “สปอยเลอร์เดินได้” เพราะได้เล่นหนังเรื่องไหน ก็ทำให้ผู้ชมเดาก่อนแล้วว่าตัวละครของเขาจะต้องตายแน่ๆ แม้ว่าจะไม่ใช่นักแสดงที่เล่นบทตายในหนังมากที่สุด แต่จากผลงาน 70 กว่าเรื่องของเขา ก็มีฉากที่ต้องตายราว 25 เรื่อง หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของงานแสดงเลย ตามที่เคยมีการทำสถิติออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ จะมีก็แต่ Jupiter Ascending กับ The Martian ที่เป็นผลงานในระยะหลังเท่านั้นที่ตัวละครของเขาไม่ต้องตาย

ฉากตายของตัวละครก็มีตั้งแต่ถูกตัดหัว (ใน Game of Thrones), โดนจานดาวเทียมยักษ์ถล่มใส่ (ใน GoldenEye), ถูกม้าฉีกร่างใน Black Death, ถูกฝังทั้งเป็นใน Don’t Say a Word, ถูกสมอเรือแทงใน Patriot Games เป็นต้น แต่มีฉากตายในหนังเรื่องไหนที่เขาชอบมากที่สุด บีนเปิดเผยว่า เป็นฉากตายของโบโรเมียร์ ในหนัง The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring ครับ

ในฉากนั้น บีนในบทโบโรเมียร์ถูกยิงด้วยลูกธนูเข้าที่อกสามดอก ขณะปกป้องเหล่าฮอบบิทจากการจู่โจมของอุรุกไฮ “เป็นฉากตายโปรดของผม และผมได้เล่นฉากตายมาบ้าง” บีนหัวเราะ “ไม่มีตายครั้งไหนเยี่ยงวีรบุรุษเท่านั้นแล้ว

เดิมที ผู้กำกับปีเตอร์ แจ็คสัน อยากจะใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกทำลูกธนูในฉากนั้น แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนไปใช้วิธีดั้งเดิม ก็คือใช้แผ่นโลหะสอดเข้าไปในเสื้อของบีน และมีลูกธนูปักเอาไว้ด้านนอก พอแจ็คสันสั่งว่า”แอ็คชั่น” บีนก็แสดงท่าทางว่าถูกธนูยิงใส่

แล้วในช่วงวาระสุดท้ายที่ได้คุยกับอารากอร์นก่อนสิ้นใจนั้น บีน, วิกเตอร์ มอร์เทนเซ่น ได้ประชุมกับปีเตอร์ แจ็คสัน และฟราน วอลช์ ผู้ร่วมเขียนบท ในหนึ่งคืนก่อนการถ่ายทำ หลังจากที่ดื่มเบียร์ไปแล้วแก้วกับไวน์อีกหนึ่งขวด ทั้งหมดก็ได้คำพูดสุดท้ายของโบโรเมียร์ว่า “My brother, my captain, my king.”

แล้วคำแนะนำด้านการแสดงฉากตายล่ะ บีนมีแนวทางให้นิดหน่อยสำหรับนักแสดงที่อยากมีฉากตายที่ดูน่าเชื่อและตายได้เก่งแบบเขา “เราจะโอ้อวดไม่ได้ จะหยิ่ง หรือจะวางมาดไม่ได้…เพราะทุกครั้งที่เราตาย มันเป็นช่วงเวลาสำคัญโคตรๆ

และนั่นคือความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญครับ

 

ที่มา: EW

Read more of this post

เบน แอฟเฟล็ค ผ่านบำบัดภาวะเสี่ยงติดสุรา แต่จะไม่ส่งผลต่อหนัง The Batman

เบน แอฟเฟล็ค ผู้ที่มีข่าวบ่อยมากในระยะหลังมานี้ นับตั้งแต่เข้าสวมบทมนุษย์ค้างคาว เตรียมกำกับหนังมนุษย์ค้างคาว จนถึงถอนตัวออกจากการกำกับหนังมนุษย์ค้างคาว และล่าสุดเช้าวันนี้ตามเวลาของบ้านเรา แอฟเฟล็คได้ลงข้อความบนเฟซบุกเปิดเผยว่าเขาเพิ่งผ่านการบำบัดอาการติดสุรามา “ผมได้ผ่านการรักษาการติดสุราเสร็จสิ้นแล้วเรียบร้อย เป็นสิ่งที่ผมต้องรับมือในอดีตและต้องเผชิญหน้าต่อไป ผมอยากที่จะใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และเป็นพ่อที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ผมอยากให้ลูกๆ ได้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยที่จะไปเข้ารับการช่วยเหลือเมื่อเราต้องการ และมันจะเป็นแหล่งพลังให้แก่ใครก็ตามที่ต้องการการเข้ารับการรักษา แต่ไม่กล้าที่จะเริ่มก้าวแรก” แอฟเฟล็คยังได้ขอบคุณทั้งเพื่อนและครอบครัวที่ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจเขา รวมถึงเจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ ผู้เป็นผู้ปกครองร่วมกันของลูกๆ ของพวกเขาในการช่วยเหลือดูแลลูกๆ ตอนที่แอฟเฟล็คต้องไปทำหน้าที่อื่นครับ ขั้นต่อไปของเขาก็คือการฟื้นฟูร่างกายครับ

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่แอฟเฟล็คออกมาเปิดเผยเรื่องการติดสุรา แต่มันจะกระทบต่อหนัง The Batman หรือไม่ แหล่งข่าวของ EW บอกว่าการเข้ารับการรักษาของเขาจะไม่ส่งผลกระทบต่อหนัง The Batman ที่เตรียมการสร้างอยู่ ซึ่งแอฟเฟล็คร่วมเขียนบทกับเจฟฟ์ จอห์นส์ หัวหน้าฝ่ายความคิดสร้างสรรค์ของดีซี และได้แมต รีฟส์ มาทำหน้าที่กำกับแทนเขาเมื่อเดือนที่แล้ว

ในระยะหลัง เวลาเห็นหน้าเบน แอฟเฟล็ค ตามสื่อ จะดูเครียดๆ ตลอดเวลาครับ เวลายิ้มก็ยิ้มแค่ปาก ตาไม่ได้ยิ้มด้วย ไม่รู้ว่าเพระาเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว หรือทั้งสองเรื่องรวมกัน แต่ดีใจที่เหมือนแอฟเฟล็คกำจัดปัญหาเรื่องส่วนตัวทิ้งไปได้อีกเรื่อง

 

Read more of this post