ข้ามไปยังเนื้อหา

โซนีและมาร์เวลเตรียมดัน “Spider-Man: No Way Home” ชิงออสการ์

ในบทความของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า ด้วยความที่ “Spider-Man: No Way Home” ได้กลายเป็นเหมือนหนังที่มากอบกู้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ของปีนี้ ทำเงินมากสุดของปี (ทั่วโลกทะลุ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐแล้ว) ได้รับความพึงพอใจจากบรรดานักวิจารณ์ที่เว็บไซต์ Rotten Tomatoes รวบรวมมาถึง 94% มากกว่าหนังตัวเก็งออสการ์หลายเรื่อง เช่น “Belfast” (86%), “King Richard” (91%), “Licorice Pizza” (92%) หรือ “West Side Story” (94%) ด้วยสถิติเหล่านี้ หนังซูเปอร์ฮีโร่แห่งปีนี้เรื่องนี้ก็อาจถือได้ว่าเป็นตัวเก็งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์ได้ แล้วเมื่อพิจารณาที่ในช่วงหลังมานี้ เรตติ้งผู้ชมการประกาศผลรางวัลออสการ์ลดต่ำลงมาก ความสำคัญของหนัง “Spider-Man: No Way Home” ต่อเวทีออสการ์ก็อาจมีเพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่ไม่ว่าหนังจะมีโอกาสได้ชิงออสการ์แค่ไหน ทั้งโซนีและมาร์เวลเตรียมดันหนังเรื่องนี้เข้าชิงออสการ์อย่างเต็มที่ครับ ทั้งการเดินสายประชาสัมพันธ์ การลงโฆษณาเพื่อดันหนัง การเดินสายให้สัมภาษณ์และออกทีวี และการให้สมาชิกของออสการ์พร้อมกับแขกที่ไปด้วยได้ชมหนังเรื่องนี้ฟรี

สี่ผู้เล่นสำคัญของหนังอย่างทอม ฮอลแลนด์, เอมี ปาสคาล, เควิน ไฟกี และ ทอม ร็อธแมน ยังบอกในบทความถึงเหตุผลที่หนังคู่ควรจะได้ชิงออสการ์ไม่แพ้หนังศิลปะหรือหนังนอกกระแสเล็กๆ ด้วยครับ

“คุณถาม [มาร์ติน] สกอร์เซซี ได้เลยว่า คุณอยากทำหนังมาร์เวลสักเรื่องไหม แต่เขาคงไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง เพราะเขาไม่เคยสร้างสักเรื่อง ผมเคยทั้งเล่นหนังมาร์เวลและยังได้เล่นหนังที่อยู่ในบทสนทนาในโลกของรางวัลออสการ์ และสิ่งเดียวที่มันต่างกันจริงๆ ก็แค่ หนังแบบหนึ่งแพงกว่าอีกแบบมาก แต่การที่ผมตีความตัวละคร การที่ผู้กำกับวางโครงสร้างของเรื่องและตัวละคร มันเหมือนกัน ต่างกันแค่ทำบนขนาดของหนังที่แตกต่างกันเท่านั้น ผมจึงคิดว่ามันเป็นศิลปะของแท้เหมือนกัน” ทอม ฮอลแลนด์ ผู้รับบทนำเป็นไอ้แมงมุม ซึ่งแจ้งเกิดจากหนังชิงออสการ์ “The Impossible” บอก

นักแสดงหนุ่มวัย 25 เสริมอีกว่า “เมื่อคุณทำหนังพวกนี้ คุณรู้ว่าไม่ว่าดีหรือเลว คนนับล้านจะดูมัน ขณะที่หากคุณทำหนังอินดี้เล็กๆ ถ้ามันไม่ดีมาก จะไม่มีใครดูมัน มันจึงเผชิญระดับของความกดดันที่แตกต่างกัน คุณลองไปถามเบเนดิคต์ คัมเบอร์แบตช์ หรือโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ หรือสการ์เลต โจแฮนสัน ดูก็ได้ คนที่ทำหนังแบบที่คู่ควรกับออสการ์ และยังทำหนังซูเปอร์ฮีโร่ด้วย พวกเขาจะบอกคุณว่ามันเป็นหนังแบบเดียวกัน แค่แตกต่างกันที่ขนาดของหนัง และมันไม่ค่อยมีชุดสเปนเด็กซ์ในหนังออสการ์แค่นั้น”

“แค่เพราะมันเป็นหนังบางประเภท ไม่ได้แปลว่ามันเป็นหนังไม่มีคุณภาพ เราเข้ามาอยู่ในธุรกิจนี้เพื่อสร้างหนังที่ผู้คนอยากดู และให้ผู้คนได้รู้สึกอะไร และฉันคิดว่าหนังเรื่องนี้ได้ทำเช่นนั้นจริงๆ” เอมี ปาสคาล ผู้ควบคุมงานสร้างหนังที่อยู่กับหนังชุดนี้มากว่า 20 ปี และอยู่เบื้องหลังหนังชิงออสการ์อย่าง “The Post” และ “Little Women” บอก

ทิม ร็อธแมน อดีตผู้บริหารของฟ็อกซ์สมัยที่ “Titanic” ได้รางวัลออสการ์ และ “Avatar” ได้ชิงออสการ์ และบัดนี้ได้มาเป็นบอสใหญ่ของโซนี เห็นด้วยกับปาสคาล “หนังตลาดมีคุณภาพเป็นหนังที่สร้างได้ยากจริงๆ No Way Home เป็นหนังที่สร้างได้สุดยอด และนี่เป็นสิ่งที่ออสการ์จำเป็นต้องยึดโยงเข้าไว้” ร็อธแมนเสริมอีกว่า “ผมคือมิสเตอร์ ฟ็อกซ์ เสิร์ชไลต์ ใช่ไหม” เขาอ้างถึงความจริงที่ว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้งแผนกนี้ที่ฟ็อกซ์เมื่อปี 1994 และรับหน้าที่ประธานมาอีก 18 ปี ซึ่งเป็นค่ายที่สร้างหนังศิลปะที่ได้รางวัลออสการ์มาหลายรางวัล “ผมรักหนังศิลปะ ผมว่ามันเลิศมากที่หนังศิลปะเป็นที่ยอมรับในตอนนี้จนถึงระดับที่มันเป็น แต่ไม่ควรกันหนังพานิชย์ที่มีคุณภาพออกไป เราต้องเอาชนะอคติแปลกๆ ต่อความจริงที่ว่ามันเป็นหนังฮิต”

เควิน ไฟกี ของมาร์เวล สตูดิโอ เห็นว่าทั้งหนังสองประเภทควรได้รับการยอมรับ และหวังว่าสมาชิกออสการ์ “จะคิดถึงศิลปะที่ใช้ในการเล่าเรื่องซึ่งเชื่อมต่อกับผู้คนหมู่มากในระดับที่สร้างความสะเทือนอารมณ์มากได้ มันเป็นสิ่งดีเมื่อผู้คนในโรงหนังยืนขึ้นโห่ร้อง มันเป็นสิ่งดีที่ผู้คนเช็ดน้ำตาเพราะพวกเขาคิดถึง 20 ปี ของการมาดูหนังของพวกเขา และมันมีความสำคัญกับพวกเขาขนาดไหน สำหรับผมแล้ว มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

นอกจากนี้แล้ว ทั้งไฟกีและร็อธแมนยังเทียบ “No Way Home” กับหนังชุด “The Lord of the Rings” ที่เป็นขวัญใจทั้งจากนักวิจารณ์และผู้ชมเหมือนกันด้วย “เหมือนกับ The Return of the King ที่คล้ายกับเป็นการเฉลิมฉลองและเป็นจุดรวมศูนย์ของงานที่น่าทึ่งทั้งหมดของไตรภาคนั้น” ไฟกีบอก

ร็อธแมนเสริมว่า “เหมือนกับ Lord of the Rings ภาคสาม นี่เป็นบทสรุปของหนังมหากาพย์ภาคต่อ และภาพยนตร์พานิชย์ที่มีคุณภาพ Black Panther ก็เป็นภาพยนตร์พานิชย์ที่มีคุณภาพ มันจำเป็นอย่างยิ่งที่ออสการ์จะไม่หลุดจากการยึดโยงถึงภาพยนตร์พานิชย์ที่มีคุณภาพ”

อีกเหตุผลที่ทางผู้สร้างยกมากล่าวเพื่อบอกถึงคุณสมบัติของ “No Way Home” ก็คือ มันเป็นหนังที่เฉลิมฉลองประสบการณ์การดูหนังในโรงภาพยนตร์ ในยุคที่การดูหนังในโรงภาพยนตร์กำลังเผชิญการเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เพราะการฉายวันเดียวกับลงสตรีมมิ่งและโรคระบาดใหญ่ ไฟกีมองว่าหนังเรื่องนี้เป็น “การเฉลิมฉลองของการไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ Spider-Man ไม่ได้ออกฉายทางสตรีมมิ่ง หรือการมีให้ชมที่บ้าน ผู้คนต้องนั่งรถไปดูในโรงหนัง และดูหนังเรื่องนี้ร่วมกับคนอื่น สำหรับผมแล้ว มันคือมนตร์ขลังของภาพยนตร์ เรื่องนี้จึงมีความสำคัญอย่างมหาศาลกับอุตสาหกรรมของเรา”

นอกจากนี้แล้ว ทั้งหมดยังเห็นว่าหนังเรื่องนี้ก็เข้ากับโลกวันนี้ และมีสารสำคัญที่จะพูดถึงโลกวันนี้ “หนังเรื่องนี้พูดถึงการเสียสละส่วนตัวเพื่อสิ่งที่สำคัญกว่า การเสียสละแบบนั้นคือสิ่งที่ไอ้แมงมุมเป็นมาโดยตลอด แต่ฉันคิดว่าหนังเรื่องนี้ตีประเด็นนี้ได้เข้าเป้าเป็นพิเศษ” ปาสคาลบอก

ทั้งหมดยังมองโลกในแง่ดีด้วยว่าออสการ์ในยุคนี้เปิดกว้างมากขึ้นในการยอมรับหนังป๊อปคอร์นมีคุณภาพมากกว่าเมื่อก่อน “เหตุนี้ ถึงได้มีการขยายผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเป็น 10 เรื่อง เพื่อสถานการณ์เช่นนี้โดยเฉพาะ” ร็อธแมนบอก

ที่มา: THR

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.