ข้ามไปยังเนื้อหา

พบชีวิตที่ยังติดในถ้ำ หลังทีมหมูป่าออกมาในตัวอย่างหนัง “ติดถ้ำ”

13 ชีวิตทีมหมูป่า ได้ออกจากถ้ำหลวงไปแล้วจากปฏิบัติการกู้ภัยเมื่อ 2 ปีก่อน แต่มีบางชีวิตที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ

13 ชีวิตทีมหมูป่า ได้ออกจากถ้ำหลวงไปแล้วจากปฏิบัติการกู้ภัยเมื่อ 2 ปีก่อน แต่มีบางชีวิตที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รับการช่วยเหลือในตัวอย่างหนังสารคดีชุด “ติดถ้ำ” ของ ThaiPBS ซึ่งได้ Documentary Club มารับหน้าที่จัดจำหน่ายให้ มีกำหนดฉายในเดือนธันวาคมนี้ครับ

สารคดีชุดนี้ประกอบไปด้วยสารคดีสั้น 4 เรื่อง ประกอบไปด้วย “นักฟุตบอลหมายเลข 0” ของ พัฒนะ จิรวงศ์ เล่าเรื่องราวของ “ตาล” เด็กหนุ่มไร้สัญชาติ อีกหนึ่งในสมาชิกทีมฟุตบอล ตั้งใจว่าจะได้ไปฉลองกับเพื่อน ๆ เหล่านั้นและได้กลับมาเล่นบอลด้วยกันในไม่ช้า แต่แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นเพียงความฝันเมื่อความเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นในทีม เพื่อน ๆ ที่ออกจากถ้ำได้พบหนทางใหม่ในชีวิต ขณะที่ตาลยังต้องก้มหน้าฝึกซ้อมอย่างหนักแลกกับการเป็นตัวสำรองต่อไป …เพียงเพราะเขา “ไร้สัญชาติ”

“น้ำวน” โดย อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ เล่าเรื่องราวของชาวนาครอบครัวหนึ่งเช่าที่นาผืนหนึ่งที่สละตัวเองเป็นพื้นที่รับน้ำในภารกิจกู้ภัย ที่นาผืนนี้เป็นทั้งที่ทำมาหากิน อยู่อาศัย และแหล่งอาหาร พวกเขาพยายามสร้างระบบการจัดการน้ำที่เรียกว่าระบบน้ำวน แต่ขณะเดียวกัน สารเคมีการเกษตรก็ยังคงถูกใช้อย่างเป็นปกติ นั่นหมายถึงมีโอกาสสูงมากที่สารพิษจะวนเวียนอยู่ในระบบชีวิตนี้เช่นกัน

“ปางหนองหล่ม” โดย โสภาวรรณ บุญนิมิต และ พีรชัย เกิดสินธุ์ เล่าเรื่องราวชีวิตของ “หนึ่ง” และครอบครัวของเขาก็ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาชีพเลี้ยงควายที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ตำนานเล่าขานว่า กว่าพันปีที่แล้ว เมืองโยนกนครอันรุ่งเรืองถล่มลงทั้งเมืองจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เกิดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำในปัจจุบัน

หนึ่งและครอบครัวเลี้ยงควายอื่น ๆ ในปางควายแห่งนี้พึ่งพาและผูกพันอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน แต่เมื่อกาลเวลาผันผ่าน ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ได้เหยียบย่างเข้ามา ผืนแผ่นดินไม่ชุ่มชื้นทั้งปีเหมือนเคย ทั้งความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและการเข้ามาบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ พื้นที่โดยรอบที่มีโฉนดถูกตัดแบ่งขายให้นายทุนชาวจีน เหล่าลูกชายวัยคะนองไม่สนใจจะสานต่ออาชีพเก่าแก่ของคนรุ่นพ่อ การเลี้ยงควายกลายเป็นอาชีพที่ไม่ยั่งยืน ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นได้ทั้งความหวังและความสิ้นหวังเมื่อสายลมของความเปลี่ยนแปลงพัดผ่าน ชีวิตของ “คนเลี้ยงควาย” ต้องเปลี่ยนไปอย่างไร

“ใกล้แต่ไกล” โดย ญาณิน พงศ์สุวรรณ เล่าเรื่องราวของ “เมย์” เป็นเด็กหญิงชาวอาข่าผู้กำลังเรียนรู้ว่า อะไรคือทางเลือกของเธอในอนาคตหมู่บ้านของเมย์อยู่บนดอยตุง ใกล้ถ้ำหลวง ครั้งหนึ่งเธอมีโอกาสเข้าไปสำรวจภายในถ้ำกับโรงเรียน แล้วนำประสบการณ์ออกมาเล่าให้รุ่นน้องฟังหลังจากเหตุการณ์ “หมูป่าติดถ้ำ” แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่บอกเล่านั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้อะไรมากขึ้น นอกจากความเป็นไปในอดีตและตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ขณะเดียวกัน วิถีชีวิตชนเผ่าอาข่าที่เปลี่ยนแปลงให้เท่าทันยุคสมัย และการเข้าสู่ระบบการศึกษาทางการของรัฐไทย ก็ยิ่งทำให้ “เมย์” ไกลห่างจากชีวิตแบบดั้งเดิมมากขึ้นระบบการศึกษาที่ “เป็นของทุกคน” มีจริงหรือไม่ การจัดการเรียนรู้ของรัฐส่วนกลางเปิดพื้นที่ให้เด็กชาติพันธุ์ได้เรียนรู้ภูมินิเวศน์และวัฒนธรรมของพวกเขาอย่างไร …และถึงที่สุดแล้ว การส่งเด็กเข้าสู่ระบบโรงเรียน ทำให้เขาได้เรียนรู้รากเหง้าความเป็นตัวเอง หรือเรียนเพื่อให้เขากลายเป็นอื่นจากสังคมยิ่งกว่าเดิม

หนังจะมีรอบพิเศษ พร้อมการสนทนาในวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคมนี้ ที่ House Samyan บัตรราคา 160 บาท จองได้แล้ววันนี้ที่ 089-918-5008 ครับ

ชมตัวอย่างได้ที่ด้านล่างนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.