Features

ผู้บริหารดิสนีย์ไม่คิดว่าแฟนๆ จะมีวันเบื่อหนังมาร์เวล

ขณะที่อลัน ฮอร์น ประธานร่วมฝ่ายสตูดิโอของดิสนีย์คิดว่า วันหนึ่งดิสนีย์จะหมดหนังให้นำเอามาสร้างใหม่ หรือหนังเทพนิยายของดิสนีย์อาจถึงวันที่ไปต่อไม่ได้แล้ว ในการตอบคำถามของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ในการสัมภาษณ์โต๊ะกลมร่วมกับอีก 6 ผู้บริหารของค่ายยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวู้ด เขากลับไม่คิดเช่นนั้นกับหนังมาร์เวลครับ เขาเชื่อว่าวันของหนังมาร์เวลนั้นไม่มีวันสิ้นสุด

ผู้สัมภาษณ์ถามเขาว่า ตอนที่ American Idol เป็นรายการที่มีเรตติ้งสูงสุดอันดับ 1 และมีผู้ชมกว่า 30 ล้านคนต่อคืนติดต่อกันหลายปี เจฟฟ์ ซัคเกอร์ ประธานของสถานีเอ็นบีซีในช่วงนั้นเคยพูดว่า สักวันหนึ่ง การดู American Idol คงไม่ใช่ของเท่อีกแล้ว คิดว่าวันนั้นจะเกิดขึ้นกับหนังมาร์เวลไหม

คำตอบคือไม่ ถ้าหนังมีเนื้อเรื่องที่น่าดึงดูด ถ้าหนังมีหัวใจและมีอารมณ์ขัน สองสิ่งนี้ที่ผมยืนกรานให้มีอยู่ และมีการบริหารจัดการออกมาอย่างยอดเยี่ยม ผมคิดว่าจะยังมีผู้ชมอยู่เสมอ แต่ใครจะไปรู้” ฮอร์นตอบ

หนังมาร์เวลนั้นสร้างติดต่อกันมา 23 เรื่อง และก็ยังฮิตไม่เลิก “มันยาวนาน แต่เควิน ไฟกี กำลังทำงานอย่างไม่ลดละ เขาจะสร้างหนังอีกปีละ 3 หรือ 4 เรื่อง และแต่ละเรื่องก็จะแตกต่างกันด้วย คงต้องรอดูกันไป

แปลว่าไม่เพียงผู้ชมจะไม่เลิกดู หนังมาร์เวลจะออกฉายมากขึ้นถึงปีละ 3-4 เรื่องด้วยครับ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับฮอร์น

เราเริ่มเห็นแล้วด้วยหนัง Avengers ว่ามันกำลังล้า” จิม เกียโนพูลอส ประธานของพาราเมาท์ที่ร่วมให้สัมภาษณ์ด้วยพูดขึ้นมา และทำให้ที่เหลือหัวเราะ “โดยเฉพาะภาคสอง” โทบี เอ็มเมอริค ประธานของวอร์เนอร์ฯ เสริม แต่สก็อต สตูเบอร์ ประธานฝ่ายภาพยนตร์ของเน็ตฟลิกซ์ เชื่อเช่นเดียวกับฮอร์น “สิ่งที่ผู้คนมองข้ามก็คือมีเรากลุ่มใหญ่ที่มองว่ามันคือวรรณกรรม หนังสือการ์ตูนเป็นเหมือน To Kill a Mockingbird

ทอม ร็อธแมน จากโซนีพิคเจอร์สไม่ออกความเห็นเรื่องว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่จะเลิกเป็นที่นิยมไหม แต่อย่างหนึ่งที่เขาไม่เห็นด้วยกับสตูเบอร์ก็คือ “หนังสือการ์ตูนไม่ใช่ To Kill a Mockingbird ผมขอโทษด้วยนะ ในฐานะอดีตครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ…ผมรับปากว่าจะไม่พูดอะไร แต่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้

ผมรู้จักเควินมานาน และเขาก็จริงจังกับมันมาก และเข้าใจฐานแฟนคลับกับตัวละครเหล่านั้นเป็นอย่างดี” สตูเบอร์จากเน็ตฟลิกซ์ขยายความเห็นของเขา

ในการสัมภาษณ์เดียวกัน ผู้สัมภาษณ์ยังของให้โทบี เอ็มเมอริค แห่งวอร์เนอร์ฯ ช่วยขยายความคำพูดที่เขาเคยพูดในรอบปฐมทัศน์ Joker ที่โตรอนโตด้วยว่า “เราอยากทำสิ่งที่เรารู้ว่ามาร์เวลกับดิสนีย์ไม่มีวันทำได้” นั่นคือสิ่งที่เขาจะใช้เป็นแนวทางนำเสนอเนื้อหาจากดีซีคอมมิครึเปล่า

แรงผลักดันสำคัญเบื้องหลังการสร้าง Joker มาจากท็อดด์ ฟิลลิปส์ แต่ข้อดีสำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นวอร์เนอร์ บราเธอร์ส และการมีดีซีก็คือ เราไม่คิดว่าหนังทุกเรื่องต้อง…ไม่ใช่จะบอกว่าหนังดิสนีย์เป็นนะ แต่เราไม่คิดว่าหนังของเราต้องมีโทนแบบเดียวกัน หรืออยู่ในจักรวาลที่เชื่อมโยงกัน เราคิดว่าการสร้างหนังเรต R ว่าด้วยต้นกำเนิดสุดยอดตัวร้ายเป็นแนวคิดที่เจ๋ง เราไม่คาดฝันว่าจะเห็นความสำเร็จระดับนี้ตอนที่ไฟเขียวให้สร้างหนัง

ที่มา: THR

5 replies »

  1. เนิร์ด, คนผิวสี, ชาว​เอเซีย, เฟมินิสท์, เพศทางเลือก​ เอาใจวนๆไปดิครับ
    แถม​พอ​ Avatar 1 ฉายอีกรอบก่อนภาค​ 2 ฉายจริง​ รายได้กลับมาแซง​ endgame ก็ไปกระตุ้นต่อมสู้ตายธานอส อีก
    จะเสื่อมความนิยมได้ยังไง​ ดูไม่ออก

    • +1 ตั้งแต่หลัง Ant-Man and The Wasp เข้าฉาย ผมก็เริ่มล้าแล้วครับ แต่สุดท้ายถามว่ายังจะดูไหม ก็ยังต้องดูอยู่ดี 55+ แต่มันไม่ได้ดูเพราะอารมณ์อยากดู แต่ดูเพื่อให้มันครบๆ ไปอย่างนั้น และไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะไปดูในโรง หลังๆ ไม่ตื่นเต้นขนาดนั้น ส่วนมากจะรอดูตอนเป็น Blu-ray แล้วมากกว่า

ส่งความเห็นที่ ตุ้ง ยกเลิกการตอบ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.