Advertisements

Justice League น่าจะขาดทุนราว 50-100 ล้านเหรียญ

จากการที่รายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกในอเมริกาเหนือของ Justice League ทำได้เพียงราว 94 ล้านเหรียญ ต่ำกว่าคาดและต่ำที่สุดในบรรดาหนังในจักรวาลภาพยนตร์ของดีซี นักวิเคราะห์ของนิตยสารฟอร์บส์จึงวิเคราะห์ว่า รายได้ประมาณนี้ หนังน่าจะปิดตัวที่ราว 635 ล้านเหรียญครับ
เมื่อเทียบกับรายงานงบที่ใช้ไปราว 300 ล้านเหรียญ บวกกับงบด้านการตลาดและส่วนแบ่งที่ต้องแบ่งให้โรงหนัง รายได้ระดับ 700-750 ล้านเหรียญถึงจะเป็นจุดคุ้มทุนของ Justice League จึงประเมินได้คร่าวๆ ว่าหนังน่าจะขาดทุนราว 50-100 ล้านเหรียญเลย
หนังอาจได้รายได้จากโฮมวิดีโอกับค่าลิขสิทธิ์สตรีมมิ่งและค่าฉายทางทีวีมาช่วยลดหย่อนการขาดทุน ซึ่งยังประเมินไม่ได้ในตอนนี้ แต่ที่แน่ๆ ก็คืออาจส่งผลให้จักรวาลภาพยนตร์ดีซีไม่ได้ “มีความหวัง” อย่างที่หวังนักครับ
วอร์เนอร์ฯ ไม่เพียงขาดทุนจากหนังเรื่องนี้เท่านั้น Blade Runner 2049 ก็อาจขาดทุนราว 80 ล้าน, Geostorm ก็อาจขาดทุนราว 100 ล้าน และ King Arthur ก็อาจขาดทุนราว 150 ล้านครับ

Advertisements

เกี่ยวกับ JEDIYUTH
Movie subtitler who has an alter ego as movie blogger. Bangkok, Thailand

19 Responses to Justice League น่าจะขาดทุนราว 50-100 ล้านเหรียญ

  1. ฉกไปกินในน้ำ says:

    ขาดทุนหลายเรื่องเลย

  2. Ryouhei says:

    Blade Runner ขาดทุน แม่เจ้า คนไปดูอะไรกันอยู่… บันเทิงมากๆก็ไม่เอา เนื้อหามากๆก็ไม่เอา…

    Blade Runner สำหรับผมเป็นหนังที่ดูแล้วโคตรคุ้มเลยในปีนี้ ดีไปทุกอย่างจริงๆ หนังสองชั่วโมงกว่าดูแล้วไม่เบื่อเลย เพลินมากๆ

    ส่วน DCCU ผู้บริหารเลิกยุ่งมากได้แล้วครับ ให้ทาง DC เค้าจัดสรรกันเองเถิด มีวัตถุดิบที่แข็งแกร่งแต่เอามาใช้งานจนอ่อนอย่างกับพลาสติก เร่ง Flashpoint ให้ฉายไวขึ้นแล้วรีบู๊ทจักรวาลเลยดีกว่า ส่วนนักแสดงดีอยู่แล้วทุกคน รวมเฮียเบนด้วยสำหรับผม แต่น่าสงสารแกเหมือนโดนบีบจนน้อยใจ

  3. medcoco says:

    โอยยย น่าเห็นใจจริงๆ คนทำหนังก็ดูทุ่มเท ตั้งใจกันเต็มที่แล้วครับ Blade Runner นี่น่าเซอร์ไพรส์จริงๆ WB ปีนี่ก็เจ็บตัวหน่อย ผู้บริหารก็ต้องรับผิดชอบไปครับ แต่จักรวาล DC ตอนนี้อยู่ในจุดทางแยกแล้วครับ จะเอายังไงต่อ เอาต่อจะไปแบบไหน แต่ผมคิดว่าคงไม่ทิ้งหรอกครับเพราะ DC คืออนาคตของ WB แต่เห็นได้ชัดว่า Model ทำหนังแบบจักรวาลของ Marvel เลียนแบบยาก อีกค่ายเค้าแป้กตั้งแต่เรื่องแรกกลับตัวทัน

  4. boontiam says:

    ลองไป อ่านประวัติ คร่าวๆ ของ CEO WB ไอ้หมอนี่ ที่บ้านขายไข่ แถวซานฟราน แล้วทำงานกะ WB ในด้านพวก โฮม VDO เป็นหลัก จากนั้น ยอดขายน่าจะดีมากๆ ดูจาก DC animation ที่ทำออกมาทุกปีๆละหลายเรื่อง เลยได้เลื่อน เป็น CEO อะนะ แกอาจจะ ชอบวิธี ให้ movie มีเนื้อหนังน้อย ดูแล้ว ไม่ โอ กะ ให้มาอุดหนุน พวกบลูเรย์ อีกรอบ จนติดเป็นนิสัย อย่างไรก็ตาม แกได้เป็น ชาวเอเซียคนแรกที่ได้ขึ้นเป็น CEO ของบริษัท ใหญ่ยักษ์ ในเมกา แต่………..ในอนาคต แกก็ อาจเป็น CEO คนแรกชาวเอเซีย ที่โดนมีน โห่ไล่ให้ลงจากตำแหน่ง ก็ได้ ใครจะรู้ เฮ้อ บ่นมาเยอะ เสียดาย JL 2 เป็นบ้าเลย อยากเห็น JL อัด กับ ดาร์คไซค์ มากๆ

    • alcalshel says:

      ไม่สงสัยบ้างเหรอทำไม CEO คนนี้ไม่เห็นพูดอะไรกับหนังเรื่องอื่นในปีนี้เลย คิงอาเธอร์ขาดทุนเป็นร้อยล้านยังเงียบ แต่เวลาเป็นหนังจาก DC ทีไรนี่ชอบออกมาให้ข่าวอยู่เรื่อย

  5. Toymaker says:

    Blade Runner ก็ขาดทุนตั้งแต่ภาคแรก หนังได้รางวัล เริ่มมีแฟนคลับชื่นชอบ เป็นแรงบันดาลใจให้หนังหลายเรื่อง จนเวลาผ่านมา 20กว่าปี ผู้สร้างคิดว่ามีกระแสนิยมจากแฟนคลับมาก..กลับมาสร้างภาคต่อก็ขาดทุนอีก

  6. mr robot says:

    Blade Runner มันไม่ใช่หนังที่ทำมาเพื่อเอาใจคนดู หนัง บล็อคบัสเตอร์กระแสหลัก อยู่แล้วครับ จะขาดทุนก็ไม่น่าแปลก

  7. ไม่มีคำใดจะเหมาะสมไปกว่าคำว่า “อ่วมอรทัย” ครับ วอร์เนอร์ปีนี้

  8. sam says:

    มันเจ้งเพราะ นโยบายผู้บริหารล้วนๆ

  9. sati says:

    ฟังดูเหมือนชีวิตมันบัดซบ ต่ำตมใต้ตีนจังเลยนะครับ

  10. Noah-23 says:

    ขาดทุนไม่หนัก แต่เรื่องอื่นๆในค่ายก็มีได้กำไร คิดว่า JL ยังอยู่ แต่คงตัดออกในบางอย่าง น่าจะแยก DC ออกมาเดี่ยวๆแบบทำเอง แล้ว WB ดูแล โปรโมท จำหน่ายพอ น่าจะดีขึ้น อย่างหนัง LEGO ทำไมทำออกมาดีตั้งหลายภาค ไหนจะ Anime อีก นั่นก็ดีๆหลายเรื่อง

  11. machifi says:

    ดาร์คจริงคราวนี้ รายได้ดาร์คกว่าหนัง

  12. ไปเพิ่มมาละ 80 บาท ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

    แต่เชื่อว่าคนอื่นทำได้ดีกว่าแค่นั้นเอง

  13. tata says:

    300+150 ล้าน 450 ล้าน หนังต้องทำเงินระดับ 850-900 ล้านครับ รายได้จากจีน ได้เเค่ 25% จากราคาตั๋วไม่เหมือนที่อื่นในโลกที่ส่วนเเบ่งค่ายหนังจะได้ 45-55 % จากตั๋ว บอกตรงมันเป็นหนังที่องค์ประกอบต่างพร้อมหมดเเต่ตัดต่อลำดับเรื่องไม่ดี เเซค เคยพูดว่า วอร์เนอร์ต้องการให้หนังสั่นคือ 140 นาทีเต็มที่ เเต่ bvs ตัวที่ตัดลง bluray ยาวเกือบ 180 นาทีดูดีกว่าเยอะ เเละ ส่วนตัวผมคิดว่า คนที่เล่นเป็น เล็ค ลูเธอ นี่ผมโคตรจะไม่ชอบเลย เเละ Justice League นี่ก็ดูสนุกนะ เเต่เนื่อเรื่องมั่วไปหมดเลยจริงๆ นี่ถือว่าภาค 2

  14. ACDC says:

    ผมว่ามันควรจะยิ่งใหญ่กว่านี้ ลุ้นกว่านี้ครับ โดยเฉพาะช่วงท้ายเหมือนทั้งเมืองมีคนอยู่ครอบครัวเดียว เมื่อเทียบกับการรวมตัวของฝั่งมาเวลแล้วเหมือนไม่ลงทุนครับ เทียบโลเคชั่นแถวรัสเซียเหมือนกันกับAvengers: Age of Ultron เรื่องนี้สู้ไม่ได้เลยครับ ไม่สมศักดิ์ศรีและเสียของมาก อย่างน้อยๆมันควรทำให้เท่ากับ Man of Steel เสียดายสุดๆ

  15. boontiam says:

    อยากให้ ทาง WB ออก มาแถลงว่า JL ที่ ฉายในโรงคือฉบับ ” Japanese Cut ” ส่วนใน BL จะเป็น ฉบับ Zack Cut

  16. K.Ace says:

    ในบอร์ดน่าจะร่วมกันปลด CEO คนนั้นสักทีนะ ยุ่งไม่เข้าเรื่องแล้วยังทำเจ๊งอีก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: