Reviews

บทวิจารณ์: SOS skate ซึม ซ่าส์ ตอนที่ 1

Credit: GDH

พรุ่งนี้ต้องดีกว่า

“ขอบคุณ” นั่นคือคำพูดแรกที่อยากบอกแก่ทีมผู้สร้างของ SOS skate ซึม ซ่าส์ หลังจากชมตอนแรกจบ ขอบคุณที่นำเรื่องราวของโรคซึมเศร้ามานำเสนอให้ผู้ชมได้รู้จักมากขึ้น เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิตเปิดเผยว่าคนไทยตั้งแต่อายุ 15 ปี ขึ้นไปป่วยเป็นโรคนี้ประมาณ 1.5 ล้านคน และมีถึง 1.3 ล้านคน ที่เป็นชนิดรุนแรง แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่เข้าใจผู้ป่วยโรคนี้ ล้อเลียนว่า “พวกติสต์ชอบเป็น” บ้าง หรือมองว่าเป็นเรื่องของจิตใจหดหู่ธรรมดาทั่วไป แค่ทำใจให้เข้มแข็งก็คงหายเศร้าเอง แต่ความจริงแล้วนี่เป็นโรคที่ทำลายชีวิตผู้คนได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมจากแพทย์ ซีรี่ส์นี้จะช่วยสร้างความเข้าใจในหมู่ผู้คนทั่วไปเพื่อให้พวกเขาหาทางช่วยเหลือผู้ใกล้ชิดที่เป็นได้ดียิ่งขึ้น หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคนี้ การได้ชมซีรี่ส์นี้อาจช่วยให้พวกเขาหาทางรักษาได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังอยากขอบคุณด้วยที่ด้วยความตั้งใจดีและเจตนาดีในการสร้างซีรี่ส์เรื่องนี้ ก็ไม่ได้นำเสนออย่างซ้ำซาก หรือคลีเช่ มีการใช้เทคนิคการนำเสนอที่สร้างสรรค์และมีรสนิยมทั้งการถ่ายภาพและกำกับศิลป์ที่แตกต่างและดูดีกว่างานทีวีทั่วไป ทั้งยังพาเราเข้าสู่โลกของตัวละครได้อย่างไม่รู้ตัว และอยากขอบคุณที่เขียนบทให้นักแสดงได้มีโอกาสฉีกบทบาทจากภาพเดิมซ้ำๆ ให้ท้าทายตัวเอง ให้ได้แสดงศักยภาพที่เราไม่คาดคิดว่าพวกเขามีอยู่ และเซอร์ไพรส์เรา ทั้งยังช่วยสร้างมาตรฐานให้วงการโทรทัศน์ให้สูงขึ้นไปอีก

SOS skate ซึม ซ่าส์ เป็นซีรี่ส์เรื่องที่ 3 ในชุด Project S the Series ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับกีฬาซึ่งเวลาเราเห็นใครทำละครหรือซีรี่ส์เกี่ยวกับกีฬา เนื้อหาส่วนใหญ่มักพูดถึงเรื่องการสู้เพื่อชัยชนะ เพื่อความฝัน หรือว่าด้วยความสามัคคี แต่ซีรี่ส์ชุดนี้ได้หลุดออกจากกรอบความซ้ำซากจำเจเหล่านั้นโดยวางทิศทางไปที่คุณประโยชน์ของกีฬาที่ไม่ค่อยมีใครนำเสนออย่างจริงจัง และเรื่องนี้ก็พูดถึงกีฬาสเก็ตบอร์ดกับโรคซึมเศร้า

เรื่องราวของซีรี่ส์เปิดด้วยการแนะนำให้เรารู้จัก “บู” ชื่อเรียกสั้นๆ ของบูรณะ ตัวเอกของเรื่องที่รับบทโดยเจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ และรู้จักอาการต่างๆ ของโรคซึมเศร้าที่บูเป็น ทั้งนอนไม่หลับ ตื่นมาไม่อยากลุกจากเตียง กินอาหารได้น้อย รู้สึกโหวงๆ ในช่วงเวลาเย็น ขาดความมั่นใจ รู้สึกว่าตัวเองขาดเสน่ห์ ชอบปลีกตัวเองไปอยู่คนเดียว และอื่นๆ ซึ่งบูก็เหมือนรู้ตัวเองดีว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้า จึงพยายามที่จะสู้กับมัน ทั้งการพยายามหาที่ปรึกษา แต่ก็เหมือนไม่มีใครเข้าใจ บูมีอาการที่แสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าเขากำลังแย่ เหมือนเรือที่รั่วและกำลังจมลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เรือทุกลำที่แล่นผ่านกลับไม่มีใครสังเกตเห็นอาการที่เหมือนการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือนั้น หนำซ้ำยังสร้างความกดดันให้แก่บูมากขึ้นไปอีก แม้แต่พ่อ (พลวัฒน์ มนูประเสริฐ) ที่นอกจากมองไม่ออก แต่ยังกดดันบูในเรื่องการเรียนมากขึ้นเมื่อเห็นว่าบูทำคะแนนสอบได้น้อยลง ทำให้บูมีอาการแย่หนักลงไปอีก มองว่าตัวเองห่วย ตัวเองไม่มีค่า อยากทำร้ายตัวเอง

แต่แล้วจู่ๆ ท่ามกลางความเคว้งคว้างตัวคนเดียวและเจ็บปวดอยู่นั้น ก็มีเสียงของล้อสเก็ตบอร์ดที่ครูดไปตามถนนมาดึงความสนใจจากการที่กำลังหมกมุ่นในความทุกข์ระทม บูมองเห็นสาวสวย เท่ ผมสีแดงเพลิง (แพรว นฤภรกมล ฉายแสง) แล่นสเก็ตบอร์ดผ่านมาที่สร้างความสนใจได้ในทันที แล้วมันเหมือนกับว่าเธอกับสเก็ตบอร์ดนี้คือแสงไฟที่จะส่องนำทางให้เรือที่รั่วของบูแล่นเข้าสู่ฝั่งได้ (หากบูสามารถอุดเรือที่รั่วนี้ได้เสียก่อน) เมื่อบูได้เห็นกลุ่มของไซม่อน (โทนี่ รากแก่น) แอบมาเล่นสเก็ตบอร์ดในโรงเรียนเพื่อถ่ายทำคลิปวิดีโอ ความสนใจในครั้งแรกนำไปสู่ความอยากรู้ แล้วเมื่อไซม่อนได้ให้ลองเล่น ก็ดูเหมือนว่าบูได้รู้สึกถึงความสุขที่เขาไม่เคยได้รู้สึกมาแสนนาน อาจเป็นตอนนั้นเองที่บูเริ่มตั้งคำถามว่า “สเก็ตบอร์ดช่วยรักษาโรคซึมเศร้าได้ไหม” และทำให้บูหวงมันมากเมื่อได้ครอบครอง

เจมส์ ธีรดนย์ ทิ้งภาพหนุ่มเพลย์บอย เฮฮา มีความมั่นใจ และน่าหมันไส้แบบที่เราเห็นใน “ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น” กับ “ฉลาดเกมส์โกง” มาเป็นบูที่อมทุกข์ แหย และน่าสงสารได้อย่างน่าเชื่อและเป็นธรรมชาติ สร้างให้บูเหมือนมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ เป็นใครสักคนที่เราอาจพบเห็นในชีวิตประจำวันจนเราอยากเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นอุปสรรคชีวิตไปได้ หรือพูดง่ายๆ ว่า “เป็น” บูจริงๆ ไม่ใช่ “แสดงเป็น” บู ซึ่งทำให้เซอร์ไพรส์มากว่านักแสดงหนุ่มคนนี้มีศักยภาพหรือมีพัฒนาการถึงขนาดนี้เลยหรือ แบบที่ไม่พบได้บ่อยๆ ในวงการทีวีของบ้านเรา แล้วทำให้เราอยากติดตามเป็นแฟนผลงานโดยทันทีทั้งที่รู้สึกเฉยๆ กับการแสดงในเรื่องอื่นมาตลอด

โทนี่ รากแก่น เป็นอีกคนที่พลิกบทบาทจากบทหนุ่มนุ่มนวล สุภาพ นิ่งๆ ที่เราเห็นอย่างจ่ำเจ และก็กลาย “เป็น” ไซม่อนที่แสบซ่าและปากร้ายได้เป็นธรรมชาติจนอดคิดไม่ได้ในบางทีว่านี่เป็นบุคลิกจริงๆ ของโทนี่รึเปล่า น่ายินดีที่ผู้สร้างให้เราได้เห็นว่าโทนี่เล่นบทแนวนี้ก็ได้ และทำได้อย่างดีเลิศ เป็นความเซอร์ไพรส์ด้านการแสดงอีกอย่างที่ซีรี่ส์เรื่องนี้ให้เราได้เห็น ความแปลกใหม่และดีงามของทั้งสองนักแสดงนี้เองที่เป็นส่วนที่น่าสนใจอย่างมากของซีรี่ส์นี้

เสน่ห์อีกอย่างที่เห็นได้จากตอนแรกของซีรี่ส์ก็คือ งานกำกับภาพและกำกับศิลป์ที่ผู้กำกับพัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ เลือกใช้ในการช่วยให้เราเข้าใจจิตใจของบูให้มากขึ้น ทั้งการใช้แสงและสีมาสร้างอารมณ์ในยามที่บูกำลังหดหู่หรือสับสน การทำให้ภาพบูดเบี้ยว รวมถึงแผ่นบนผนังที่มีเส้นวงกลมซ้อนๆ กันด้านหลังบูเพื่อบอกถึงความสับสนของตัวละคร

อย่างไรก็ดี การนำศาสตร์และศิลป์มาผสมกันเพื่อสร้างซีรี่ส์ทางทีวีให้ลงตัวทุกอย่างและรู้สึกอยากติดตามต่อไป ไม่ใช่สิ่งที่ “เราทำได้ มันง่ายนิดเดียว” เส้นอารมณ์ในตอนแรกของ “SOS skate ซึม ซ่าส์” ไม่ต่างจากลีลาการไถลสเก็ตบอร์ดของบูในฉากที่เขาได้ลองเล่นครั้งแรก เรื่องราวทั้งตอนค่อนข้างเหมือนเพิ่งหัดทรงตัวบนสเก็ตบอร์ดและไถลไปนิดเดียว ขาดความตื่นเต้นหรือชวนให้อยากดูตอนต่อไปแบบที่ตอนนำร่องของทุกซีรี่ส์ควรเป็น ทั้งที่ตอนจบมีเหตุการณ์ที่เหมือนกำลังไถลสเก็ตลงราวบันได แต่อารมณ์กลับยังค่อนข้างหน่วงๆ เสมอต้นเสมอปลาย

ตอนนำร่องหรือตอนแรกของซีรี่ส์เป็นตอนที่สำคัญมากอันดับต้นๆ ของทุกตอน ขณะที่ต้องแนะนำให้รู้จักตัวละครและปูโลกของพวกเขาแล้ว จำเป็นต้องมีเนื้อเรื่องของมันเองที่มีความเร้าและทิ้งประเด็นให้อยากติดตามต่อ ตอนแรกของซีรี่ส์นี้ทำได้ดีในอย่างแรก แต่ยังมีความขาดในอย่างที่สองอยู่พอสมควร และบางฉากที่มีความสำคัญมาก เช่นความสุขครั้งแรกของบูที่ควรต้องขยี้และให้เวลากับฉากนี้อีกหน่อยเพื่อให้ผู้ชมได้รู้สึกมีความสุขไปกับตัวละครด้วย แต่กลับค่อนข้างรวบรัดจนทำให้เรายังไม่อินไปกับการกระทำหลังจากได้สเก็ตบอร์ดมาแล้ว หรือในฉากที่ท้าดวลกันแล้วยามมาไล่ ก็ยังรู้สึกว่ามีความอ้อยอิ่งของฉากมากกว่าจะทำให้รู้สึกลุ้น

แม้การเล่าเรื่องตอนแรกยังไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยการปูเรื่องราวตัวละครที่แน่น การมีความตั้งใจดีของผู้สร้างที่มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ที่ฉีกแนววงการ และการที่มีนักแสดงที่ไม่เพียงคลิกบทบาทอย่างคาดไม่ถึง แต่ยังทำได้ถึงจนเราทึ่ง เราเชื่อว่ามันจะส่งผลให้ตอนต่อๆ ไปของ SOS skate ซึม ซ่าส์ ไถลไปได้อย่างเต็มแรงและมีพลัง เหมือนคำขวัญของบูที่บอกว่า “พรุ่งนี้ต้องดีกว่า” ลองติดตามกันต่อไปครับ

7/10

 

SOS skate ซึม ซ่าส์ ตอนที่ 1
ออกอากาศ 9 กันยายน 2560 ความยาว 46 นาที (โดยประมาณ)
ผู้ผลิต: จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด, หับโห้หิ้น จำกัด, นาดาว บางกอก จำกัด และ จอกว้าง ฟิล์ม จำกัด
ผู้อำนวยการสร้าง: จีนา โอสถศิลป์, อาฬาวี ชูประวัติ, ทรงยศ สุขมากอนันต์ และ เกรียงไกร วชิรธรรมพร
ผู้กำกับ: พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์
บท: พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์, ทศพร เหรียญทอง, เอกพงษ์ สราญเศรษฐ์, ธีรภัทร เจริญภักดี
กำกับภาพ: บุญยนุช ไกรทอง
นักแสดง: ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, โทนี่ รากแก่น, พลวัฒน์ มนูประเสริฐ, นฤภรกมล ฉายแสง, เจนชัย มนตรีเลิศรัศมี, สิริณัฏฐ์ อภิจันทรเดช, เจสเปอร์ เกละวัฒนะ, พาริส อินทรโกมาลย์สุต

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.