News

ผู้เขียนบท คริสโตเฟอร์ แม็คควอรี พูดถึงตอนจบอีกแบบของ Edge of Tomorrow

edge of tomorrow image 01แม้ว่า Edge of Tomorrow จะมีการเปลี่ยนตอนจบให้ต่างจากฉบับนิยายเป็นจบแบบฮอลลีวู้ด แต่ผู้ที่เคยอ่านนิยายส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนว่าจะรับได้ และเห็นว่าเหมาะสมที่หนังจะจบอย่างที่เป็นอยู่ อย่างไรก็ดี คริสโตเฟอร์ แม็คควอรี หนึ่งในทีมผู้เขียนบทของหนังเรื่องนี้ก็เล่าว่าในบทดั้งเดิมของหนังก็ไม่ได้จบอย่างที่จบในโรงหรอกครับ มีตอนจบที่มืดหม่นกว่ามาก แต่ตอนจบมีการเปลี่ยนใหม่ในภายหลังเพื่อให้เข้ากับ”โทนตลกร้าย“ของหนังที่ดำเนินมาตลอด

แม็คควอรีเล่าให้แก่ Film School Rejects ฟังว่า ทอม ครูส ผู้รับบทผู้พันบิล เคจ และนักแสดงนำของเรื่อง มีบทบาทสำคัญในการให้เขาต้องเปลี่ยนตอนจบ ทั้งนี้เพราะครูสเน้นย้ำให้หนังออกมาในโทนตลกร้าย แม้ว่าตอนที่แม็คควอรีไม่เข้าใจว่ามันตลกยังไงก็ตาม และเมื่อหนัง Edge of Tomorrow มีความเป็นตลกหนักขึ้นๆ ตอนจบแบบมีความสุขจึงถูกสร้างขึ้นมา ความตลกของหนังกำหนดให้เรื่องราวย้อนกลับไปเป็นอย่างที่เคยเป็นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

ผมเคยเถียงตลอดว่าหนังควรจบที่ฉากบนเฮลิคอปเตอร์ เราต้องย้อนกลับไปให้สงสัยว่า หนังเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นจริงๆ ไหม เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริงๆ ไหม เพื่อให้เป็นแบบนั้น เรามีนับล้านวิธีในการเขียนบทและสร้างภาพเพื่อรักษาตอนจบแบบนั้น นี่เป็นการให้เห็นว่ามีความท้าทายและมีการโต้เถียงกันอย่างมากในหมู่พวกเรา เราดิ้นรนเพื่อให้หนังออกมาสะเทือนอารมณ์อย่างที่จำเป็น

ผมรู้ว่าตอนจบของหนังเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ซึ่งมีบางคนไม่ชอบมัน ผมคิดว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้คนเหล่านี้มีความสุขก็คือให้หนังจบแบบไม่มีความสุข เราไม่สนใจที่จะทำแบบนั้น มันจำเป็นต้องจบอย่างไม่ทำร้ายความรู้สึก

แม็คควอรีเปิดเผยอีกครับว่าในบทร่างแรกๆ องค์สามมีรายละเอียดและเรื่องราวมากกว่าที่เราได้เห็นกันในหนังด้วย แต่ถูกตัดออกไปเพราะจะทำให้หนังหนักและเหนื่อยเกินไป

ตอนที่ทอมเสียพลังย้อนเวลาไป แล้วพวกเขาก็ไปปารีสกัน ทอมเตรียมทีมขณะที่ไปปารีส และบอกกฎของหนังแก่พวกเขา เขาบอกพวกพ้องถึงสิ่งที่คนดูรู้อยู่แล้ว พูดง่ายๆ ก็คือบอกว่า ฆ่ามิมิคให้มากที่สุดเท่าที่ต้องการ แต่อย่าฆ่าอัลฟ่า ถ้าฆ่าอัลฟ่า เราจะกลับมาที่บทสนทนานี้อีกครั้ง และเราจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ข้าศึกจะรู้ว่าเรามา และมันจะฆ่าเราทั้งหมด

เมื่อพวกเขาไปถึงปารีส ก็จะมีฉากคลาสสิคแบบหนังสยองขวัญที่ลูกทีมคนหนึ่งหลุดออกไปจากกลุ่ม ถูกอัลฟ่าโจมตีและฆ่าอัลฟ่าตาย จากนั้น ผู้ชมก็จะเห็นโอเมก้าย้อนเวลาไปใหม่ เราจะได้เห็นเหตุการณ์จากสายตาของตัวร้าย เราตัดไปที่ฉากบนเครื่องบินและฟังคำพูดเดิมอีก แล้วพูดถึงตอนที่ทอมพูดว่า รับรองได้เลย พวกมันจะวางแผนฆ่าเราทั้งหมด ยานก็ถูกโจมตี ผู้ชมจะรู้ว่าข้าศึกรู้ว่าพวกเขามา ปัญหาก็คือผู้ชมจะรู้สึกเหนื่อยเกินไปในตอนนั้น

แม็คควอรีจะร่วมงานกับทอม ครูสอีกครั้งใน Mission: Impossible 5 ครับ ซึ่งเขาจะรับหน้าที่กำกับด้วย

โฆษณา

4 replies »

  1. ชอบที่แม็คควอรีเล่าว่า “ผมรู้ว่าตอนจบของหนังเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ซึ่งมีบางคนไม่ชอบมัน ผมคิดว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้คนเหล่านี้มีความสุขก็คือให้หนังจบแบบไม่มีความสุข เราไม่สนใจที่จะทำแบบนั้น มันจำเป็นต้องจบอย่างไม่ทำร้ายความรู้สึก” แล้วก็ “ผู้ชมจะรู้ว่าข้าศึกรู้ว่าพวกเขามา ปัญหาก็คือผู้ชมจะรู้สึกเหนื่อยเกินไปในตอนนั้น”

    คำพูดเหล่านี้ เหมือนจะเป็นสิ่งที่คนทำหนังบ้านเราควรจะมีครับ

  2. ถ้าหนังเรื่องนี้ฉากจบแค่ตอนอยู่บนเฮลิคอปเตอร์จริง..
    มันจะเหมือนผมหยิบเอา The Next ของ นิโคลัส เคจ มาดูอีกรอบเลยล่ะครับ
    (ซึ่งไม่คิดจะหยิบขึ้นมาดูเลยสิพับผ่า)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.