ข้ามไปยังเนื้อหา

กำเนิดใหม่ Jack Ryan: มุมมองผู้สร้างต่อการคืนชีพใหม่แจ็ค ไรอัน ให้อย่างทันสมัย และการเลือกคริส ไพน์ รับบท

?????????????????????????Jack Ryan: Shadow Recruit เป็นการนำตัวละครแจ็ค ไรอัน จากนิยายของทอม แคลนซี ที่เคยสร้างเป็นหนังมาแล้ว 4 ภาค ใน The Hunt for Red October, Patriot Games, Clear and Present Danger และ The Sum of All Fears กลับมาโลดแล่นบทจอภาพยนตร์อีกครั้ง เป้าหมายหลักก็คือการสร้างการแนะนำให้ผู้ชมรุ่นใหม่ได้รู้จักตัวละครนี้ และให้แฟนรุ่นเก่าที่ชอบตัวละครนี้ได้กลับมาติดตามอีกครั้ง

ในการคืนชีพใหม่ครั้งนี้ ผู้สร้างไม่ได้เอาเรื่องราวจากนิยายเล่มไหนเลยใน 13 เล่มของแคลนซีมาสร้าง เพียงแต่เอาเกร็ดประวัติของแจ็ค ไรอัน จากนิยายมาสร้างเรื่องราวใหม่ เพื่อเป็นการให้เรารู้ว่าก่อนที่เขาจะมาเป็นนักวิเคราะห์ผู้ก่อการร้ายของซีไอเอ เขามีที่มายังไง และเขาเริ่มต้นงานยังไง แนวคิดเดียวกับในการสร้าง Batman Begins ของคริสโตเฟอร์ โนแลนครับ

แต่ผลลัพธ์จะสนุกแค่ไหน ผมจะมาเล่าทีหลัง และเพื่อนผู้อ่านเว็บเองก็คงต้องไปพิสูจน์กันในโรงภาพยนตร์ที่หนังได้เข้าฉายแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่สำหรับท่านที่ยังอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนสักหน่อย ยูไอพีซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้ได้ส่งเบื้องหลังงานสร้าง หรือโปรดักชัน โน้ต ของหนังมาให้อ่านเตรียมตัวก่อน มีบางส่วนที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังก็คือการเกริ่นแนะนำตัวแจ็ค ไรอัน อีกครั้ง และมุมมองของผู้สร้างว่ามีแนวคิดยังไงในการปรับให้ตัวละครนี้เข้ายุคสมัยมากขึ้น รวมถึงเหตุผลในการคัดเลือกคริส ไพน์ เพื่อมารับบทครับ

เชิญอ่านได้ที่ด้านใน

แจ็ค ไรอันคือใคร?

นับแต่ที่นักเขียนนิยายผู้เป็นปรมาจารย์เรื่องสายลับ ทอม แคลนซี่ ได้แนะนำ แจ็ค ไรอัน เป็นครั้งแรกในหนังสือนิยายแนวทริลเลอร์เกี่ยวกับเรือดำน้ำเรื่อง The Hunt for Red October จากนั้น ก็ติดตามมาด้วยพลอตเรื่องที่เกี่ยวพันกับไออาร์เอ อย่าง Patriot Games แจ็ค ไรอันได้กลายมาเป็นคำที่ใช้แทนความหมายของฮีโร่ที่มองไม่เห็นตัว ถ้าลองเอ่ยชื่อ ไรอัน กับแฟนผลงานของ แคลนซี่ ชื่อนั้นจะทำให้เกิดภาพของคนฉลาดที่ออกปฏิบัติภารกิจ ผู้ทุ่มเทและเด็ดเดี่ยวในโลกที่เต็มไปด้วยแผนการร้าย เป็นภาพของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ผิดธรรมดา ในโลกของจารชน ไรอันหยัดยืนโดดเด่น แม้จะไม่ได้ถูกฝึกมาในแบบสายลับ แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดผสมรวมกับความกล้าหาญ เขาไม่เคยหวังพึ่งเครื่องมือไฮเทคหรือการใช้กำลังมากเท่ากับการใช้มันสมองและความกล้า จนทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่เป็นสมบัติล้ำค่าของสหรัฐฯ โดยเขามักนำหน้าคนที่คิดร้ายต่อชาติไปหนึ่งก้าวเสมอ

ด้วยผลงานหนังสือเบสต์เซลเลอร์จำนวน 13 เล่มของแคลนซี่ กับการมีหนัง 4 เรื่อง ในไม่ช้า ไรอันก็ฝังรากลึกสู่วัฒนธรรมร่วมสมัย ขณะที่สงครามเย็นได้แปรเปลี่ยนไปเป็นยุคแห่งงานสายลับที่มีความซับซ้อนมากขึ้น แต่ทางทีมผู้สร้างภาพยนตร์ “Jack Ryan: Shadow Recruit” รู้สึกว่าตัวละครผู้เป็นที่รักตัวนี้ไม่ควรถูกผลักไสให้ติดอยู่ในอดีตเพียงเท่านั้น เหนือสิ่งอื่นใด เหล่านักวิเคราะห์ที่มีความกระตือรือร้นอย่างไรอัน ได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของยุคสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน เป็นยุคของการจารกรรมผ่านสายเครือข่ายการเชื่อมต่อ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ทางทีมผู้สร้างได้รับแรงบันดาลใจที่ไม่ใช่แค่จะทำให้โลกของไรอันทันสมัยมากขึ้นสำหรับคนดูในยุคปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของเขา เพื่อบอกเล่าถึงเรื่องราวที่เป็นรากฐานว่าเขาได้กลายมาเป็นชายอย่างที่แคลนซี่ได้สร้างชื่อเอาไว้ได้อย่างไร

ผมคิดว่าการที่มี คริส ไพน์ มารับบท แจ็ค ไรอัน พวกเราได้ให้ความหมายใหม่กับตัวละครตัวนี้จริงๆ” ผู้อำนวยการสร้าง เมซ นูเฟลด์ ผู้มีบทบาทในตำนานของ แจ็ค ไรอัน มาตั้งแต่ปี 1990 เมื่อเขาได้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างให้กับภาพยนตร์เรื่องแรกที่นำเสนอเรื่องราวของตัวละครตัวนี้ ในภาพยนตร์เรื่อง “The Hunt For Red October” ซึ่งกลายเป็นภาพยนตร์ยอดนิยม และเป็นภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลสำคัญมาได้ด้วย บอก “คริสและ เคน บรานาห์ ได้มอบชีวิตใหม่ให้กับแจ็คแล้ว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไพน์ได้เป็นผู้มอบชีวิตใหม่ให้กับตัวละครที่เป็นสมบัติล้ำค่า เพราะเมื่อไม่นานมานี้ เขาก็เคยสร้างจินตนาการให้กับตัวละครที่ทุกคนชื่นชอบอย่าง กัปตัน เจมส์ ที เคิร์ก มาแล้วในภาพยนตร์ชุดที่ได้รับคำชมของผู้กำกับ เจเจ อับรามส์ เรื่อง “Star Trek” ซึ่งถือว่าเป็นการทำให้ภาพยนตร์ไซไฟคลาสสิกเรื่องนี้ได้แจ้งเกิดในใจของคนรุ่นใหม่ แต่กับภาพยนตร์เรื่องนี้ ไพน์ได้นำตัวละครที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีตัวนี้มาสู่ความเป็นจริงในปัจจุบัน ไม่ใช่ในโลกอนาคต

ลอเรนโซ่ ดิ โบนาเวนทูร่า ผู้อำนวยการสร้างที่ชื่อเสียงโด่งดังจากภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ชุด “Transformers” อธิบายว่า “เราตั้งใจที่จะสร้างเรื่องราวต้นฉบับที่ทันสมัยให้กับ แจ็ค ไรอัน ดังนั้นคุณจะได้เห็นเส้นทางของเขาตั้งแต่เป็นนักเรียน จนได้เข้าไปทำงานในซีไอเอ เพื่อจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สะเทือนโลกเป็นครั้งแรก คุณได้เห็นการเติบโตของตัวละครของเขา ได้เห็นว่าเขาพัฒนาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปอย่างไร และเขารับมือกับความสัมพันธ์ต่างๆ อย่างไร และเขารับมืออย่างไรกับคำถามที่ว่ามันมีความหมายเช่นไรกับการพาตัวเองไปอยู่ในเส้นทางอันตราย เขาไม่ใช่คนที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่เขาคือคนที่เมื่อเวลาเรียกร้อง เขาพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ และยังมีฉากแอ็กชั่นที่น่าตื่นเต้นมากมายอยู่ในเรื่องนี้

ทีมผู้สร้างรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็น แจ็ค ไรอัน ที่ถูกทำให้ร่วมสมัยขึ้น ลุกขึ้นมามีเลือดมีเนื้อจริงๆ โดยในครั้งแรกก็คือในบทภาพยนตร์ที่สร้างความประทับใจให้จากฝีมือของ อดัม โคแซ็ด และเดวิด โคปป์ จากนั้นก็จากการแสดงของ ไพน์ และจากงานการกำกับที่เน้นความเป็นจริงของ เคนเนธ บรานาห์ “ผลลัพธ์ก็คือการเดินทางครั้งแรกเพื่อจะค้นพบแจ็ค ชายผู้ไม่เคยคาดหวังว่าจะกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนาม เคนและคริสได้ร่วมมือกันสร้างมุมมองที่พวกเขามีต่อไรอันขึ้นมาซึ่งทั้งสนุกและร่วมสมัย” ผู้อำนวยการสร้าง เดวิด บาร์รอน ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีจากภาพยนตร์แฟรนไชส์ชุด “Harry Potter” กล่าว?????????????????????????

ผู้อำนวยการสร้าง มาร์ก วาห์ราเดียน กล่าวว่าขณะที่โปรเจ็กต์นี้พัฒนาไป รากฐานสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ “การสร้างเรื่องที่มีความสดใหม่ขณะที่ยังคงยึดมั่นอยู่กับเรื่องราวอย่างที่ ทอม แคลนซี่ ได้สร้างเอาไว้

นั่นหมายถึงการสำรวจว่าทำไม แจ็ค ไรอัน ถึงได้ยังคงมีเสน่ห์ที่โดดเด่นท่ามกลางเรื่องราวเกี่ยวกับสายลับที่มีอยู่อย่างมากมายทั้งในรูปแบบของวรรณกรรมและภาพยนตร์ “เขาได้สร้างพื้นที่ของเขาเองขึ้นมาในโลกของสายลับ” วห์ราเดียนอธิบาย “เขามีความเป็นสายลับในแบบที่เป็นคนธรรมดามากกว่า เขาไม่ใช่นักฆ่าที่ผ่านการฝึกมา เขาคือตัวแทนของคนที่ถูกสะกิดที่ไหล่และถูกถามว่า ‘คุณยินดีที่จะทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อประเทศชาติของคุณได้แค่ไหน’ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาน่าสนใจ เป็นความรู้สึกภายในที่ว่าเขาก็คือหนึ่งในพวกเรานี่แหละ

ทีมเขียนบท โคแซ็ด ซึ่งประเดิมงานเขียนบทเรื่องแรกด้วยภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งเขาร่วมงานกับ เดวิด โคปป์ ผู้มีผลงานเป็นภาพยนตร์แอ็กชั่นทริลเลอร์มากมายตั้งแต่ “Premium Rush” และ “Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull” จนถึง “Mission: Impossible” และ “Jurassic Park” ได้สรรค์สร้างบทภาพยนตร์ที่ให้ความสำคัญกับไอเดียที่ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งถูกผลักดันให้ต้องค้นหาความกล้าหาญและความทุ่มเทเสียสละในตัวเขาเองซึ่งเป็นสิ่งที่แคลนซี่สรรค์สร้างได้อย่างชำนาญ ขณะเดียวกัน พวกเขาได้สร้างเรื่องราวที่มีความตึงเครียดและไม่เหมือนใคร ที่เจาะลึกลงไปในกระแสอันตรายอย่างที่สุด นั่นก็คือการก่อการร้ายที่คืบคลานเข้าสู่อาณาจักรทางด้านการเงิน ที่มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ทั่วทั้งโลกต้องพบกับความวุ่นวายสับสนอย่างไม่เคยมีมาก่อน

มันเป็นบทภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยมที่มีความยิ่งใหญ่ และยังเข้ากันได้ดีทีเดียวกับเคน บรานาห์” ดิ โบนาเวนทูร่า กล่าว

เมื่อบรานาห์ตกลงใจที่จะร่วมงานด้วย ไม่เพียงแต่ในฐานะผู้กำกับของภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ยังรวมถึงการรับบทเป็นผู้ร้ายที่มีความซับซ้อนของเรื่องอย่าง วิคเตอร์ เชอเรวิน เขาได้จุดประกายให้กับโปรเจ็กต์นี้ บรานาห์ซึ่งเป็นทั้งนักแสดงและผู้กำกับที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากงานกำกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง “Thor” และเขาก็พร้อมแล้วที่จะดำดิ่งสู่อีกสนามหนึ่งที่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้ก้าวเข้าสู่โลกของงานจารกรรม

ประวัติการทำงานที่หลากหลายของบรานาห์ในฐานะหนึ่งในนักแสดงละครเช็คสเปียร์ระดับแถวหน้าของโลก ผสมรวมกับความชื่นชอบในงานทริลเลอร์ฉลาดๆ ดูจะเข้ากันได้ดีทีเดียวกับความน่าตื่นเต้นและธีมของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่พูดถึงอำนาจ ความรับผิดชอบ และความไว้วางใจ

หนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดในภาพยนตร์ก็คือการสร้างงานขนาดใหญ่ขณะที่จะต้องยึดมั่นต่อความเป็นมนุษย์ของเหล่าตัวละครด้วย เคนมีความสามารถเช่นนั้น และเขาไม่เคยปล่อยให้แนวคิดนี้หลุดไปเลยตลอดภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งเรื่อง” ดิ โบนาเวนทูร่ากล่าว

นูเฟลด์กล่าวเสริมว่า “เคนเดินเข้ามาโดยเขาได้อ่านหนังสือทุกเล่มของแคลนซี่หมดแล้ว และเขาก็เตรียมตัวมาพร้อมมาก เขารู้ดีว่าจะพูดคุยกับนักแสดงคนอื่นๆ อย่างไร เขาทำงานแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากแอ็กชั่นเยอะมากกว่าภาพยนตร์ไรอันเรื่องก่อนๆ มันยังคงมีความเป็นภาพยนตร์ทริลเลอร์สูง แต่เคนจินตนาการถึงฉากเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นมาก

สำหรับบรานาห์ เสน่ห์ดึงดูดใจเริ่มต้นด้วยบทภาพยนตร์ “มันออกจะเป็นภาพยนตร์ที่เขย่าประสาท” เขาเล่าถึงตอนที่เขาได้อ่านบทภาพยนตร์เรื่องนี้ครั้งแรก “มันเป็นภาพยนตร์แอ็กชั่นทริลเลอร์ แต่ที่มากไปกว่านั้น มันยังมีส่วนของอารมณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจ คุณห่วงใยในตัว แจ็ค ไรอัน และเขาก็เป็นตัวละครที่มีความโดดเด่นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ บรานาห์ได้อ่านหนังสือของแคลนซี่อยู่แล้วสองสามเรื่อง แต่ในไม่ช้า เขาก็ติดอกติดใจกับนิยายทั้ง 13 เรื่องของแคลนซี่ที่เกี่ยวพันกับไรอัน จนเขาทุ่มเทตัวเองให้กับเรื่องราวประวัติความเป็นมาและบุคลิกของไรอันอย่างเต็มตัว “ผมสนุกกับความขัดแย้งกันในตัวไรอันอย่างมาก” บรานาห์บอก “เขาเก่งที่สุด ฉลาดที่สุด เขามีมันสมองแบบนักวิเคราะห์ที่เก่งอย่างมาก แต่เขาก็รู้สึกลังเลในฐานะของซีไอเอ เขามีคุณลักษณะแบบผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีความอ่อนแอ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นตัวละครที่เรามีอารมณ์ร่วมด้วย

เขายังรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้พาไรอันก้าวเข้าไปสู่ความไฮเทคของงานสายลับ ที่กลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะปกป้องอนาคตให้ทันเวลา อเมริกาอาจกลายเป็นที่ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการโจมตีได้ในแง่ที่มันเป็นหัวใจของระบบการเงินที่มีการเชื่อมต่อทำงานแบบ 24 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 7 วัน ซึ่งสามารถถูกแทรกซึมเข้ามาได้โดยอาจไม่มีใครมองเห็นเลย บรานาห์รู้สึกสนใจว่านี่คือที่ที่ทักษะฝีมือของไรอันซุ่มซ่อนอยู่ นั่นก็คือความสามารถของเขาที่จะสืบหาแผนการที่มีความรุนแรงที่ถูกซ่อนอยู่ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จนกระทั่งพวกมันเริ่มลงมือปฏิบัติการ “ด้วยแบ็คกราวน์ที่เคยอยู่ในวอลสตรีทมาก่อน แจ็คจึงสามารถวิเคราะห์เครือข่ายการเงินระดับโลก และมีความเข้าใจดีว่าตรงไหนที่อาจกลายเป็นจุดอ่อนและก่อให้เกิดหายนะได้”บรานาห์อธิบาย

?????????????????????????ถึงแม้เขาจะมีความเฉลียวฉลาดในเรื่องของเทคโนโลยี และมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ไรอันไม่เคยเตรียมตัวเตรียมใจรับต่อภัยคุกคามส่วนตัวอย่างสุดกู่แต่อย่างใด และมากไปกว่านั้นก็คือความกังขาต่างๆ ที่เขาจะต้องเผชิญเมื่อเขาเดินหน้าปฏิบัติการอย่างเต็มตัว นี่คือสิ่งที่ทำให้บรานาห์รู้สึกทึ่งอย่างมาก

เมื่อเรื่องราวของแจ็คเปิดฉาก มันกลายเป็นเรื่องที่ว่าผู้ชายอย่างแจ็ครับมือกับความลับและคำโกหกที่ถือว่าเป็นหัวใจของการใช้ชีวิตลับๆ ได้อย่างไร” ผู้กำกับบรานาห์บอก “เขาไม่สามารถบอกคู่หมั้นที่เขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยว่าเขาทำอะไร ดังนั้นเราจึงเดินไปบนเส้นทางชีวิตส่วนตัวร่วมกับแจ็ค ขณะที่เขาคิดหาวิธีการที่เหมาะเจาะที่จะทำสิ่งที่เขารู้ว่าเขาต้องทำ

การเดินทางครั้งนี้ทำให้บรานาห์และทีมงานต้องเดินทางจากนิวยอร์กไปยังมอสโคว์ มุ่งหน้าสู่ลอนดอนและก้าวเข้าสู่ฉากแอ็กชั่นที่ได้รับการออกแบบคิวบู๊มาอย่างประณีตที่สุด เขาพอใจกับประสบการณ์ครั้งนี้มาก “การสร้างภูมิทัศน์ของภาพยนตร์ทริลเลอร์ที่เดินทางไปทั่วโลกถือเป็นเรื่องสนุกสำหรับผม” เขาสรุป “เหนือสิ่งอื่นใด เราอยากสร้างภาพยนตร์ที่จับคนดูไปวางเอาไว้ใจกลางเรื่อง ดังนั้นคุณจึงรู้สึกราวกับว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับแจ็คนั้น กำลังเกิดขึ้นในเวลานั้นจริงๆ

การคว้าตัว คริส ไพน์

ความเป็น แจ็ค ไรอัน ใน “Jack Ryan: Shadow Recruit” เป็นการยึดมั่นกับเรื่องราวของ ทอม แคลนซี่ นั่นก็คือลักษณะของผู้ชายธรรมดาที่ถูกผลักดันไปจนถึงขีดสุดของเขาด้วยสถานการณ์วิกฤตที่สุดของโลก ขณะที่นำตัวละครตัวนี้พุ่งทะยานสู่โลกซีไอเอในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อหลอมรวมคุณสมบัติของตัวละครตัวนี้ที่ทั้งคลาสสิกและมีความทันสมัย ให้กลายเป็นการแสดงบทบาทเดียว ทางทีมผู้สร้างจึงต้องมองหาตัวนักแสดงที่มีคุณสมบัติทั้งสองประการอยู่ในตัว และพวกเขาพบส่วนผสมแบบนั้นในตัว คริส ไพน์

คริสเป็นนักแสดงที่เป็นนักคิดจริงๆ เป็นคนที่มีคุณสมบัติด้านการวิเคราะห์” บรานาห์ให้ความเห็น “เขาเป็นคนที่คุณรู้สึกได้ตลอดว่าเขาตั้งคำถามว่าอะไรจริงและอะไรที่ถูกต้อง มันสำคัญกับภาพยนตร์เรื่องนี้มากที่จะต้องมีคนอย่างคริส เป็นคนที่รู้สึกสบายใจกับตัวเอง เป็นคนที่ดูสมาร์ทโดยไม่ต้องพยายาม แต่ก็มีความเซ็กซี่และมีความสามารถ ที่จะรับบทนี้ คริสยังมีด้านที่เหมือนชิงชังตัวเอง เขามีความสามารถที่จะหัวเราะตัวเอง และเขานำคุณสมบัติแบบนั้นมาใส่ตัวละครตัวนี้ และบางครั้งก็ใส่ลงไปในสถานการณ์ขำๆ ที่แจ็คต้องเผชิญ ซึ่งทำให้เขายิ่งมีเสน่ห์น่าติดตามมากขึ้น

ลอเรนโซ่ ดิ โบนาเวนทูร่า กล่าวเสริมว่า “โดยส่วนตัวแล้ว คริสเป็นพวกนักวิเคราะห์ เป็นพวกอยากรู้อยากเห็น และมักจะกระตุ้นถามว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรคือความจริง ผมคิดว่าคริสเป็นเช่นนั้นโดยธรรมชาติ และ แจ็ค ไรอัน ก็เป็นคนประเภทนั้นโดยธรรมชาติ พวกเขาจึงเข้ากันได้ดีมาก คริสยังกล้าหาญอย่างไม่น่าเชื่อในแง่ที่เขาแสดงฉากสตั๊นต์ด้วยตัวเอง และยังพาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ เขาทุ่มเทให้กับตัวละครตัวนี้ 100% เต็ม

สำหรับไพน์ แรงดึงดูดที่จุดประกายให้เกิดความทุ่มเทได้ขนาดนั้น ก็คือโอกาสที่จะได้สร้างมุมมองที่ติดดินมากขึ้นของสายลับในชีวิตจริง เขาชอบไอเดียที่ปล่อยให้คนดูได้เห็นถึงความไม่แน่ใจ ความกลัวของไรอัน แม้กระทั่งได้เห็นถึงความไม่ศรัทธาของเขาเมื่อเขาได้ก้าวเข้าสู่อันตรายอย่างสุดกู่ของงานนี้เป็นครั้งแรก

ในขอบเขตของพระเอกหนังแอ็กชั่น แจ็คถือว่าแตกต่าง” คริส ไพน์บอก “เขาเป็นคนที่คุณอาจรู้จักในชีวิตประจำวันของคุณ เป็นผู้ชายฉลาด แต่ตอนนี้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะทำเช่นใด เขาต้องไปอยู่ในที่ที่เขาต้องคิดในแบบที่เขาไม่เคยต้องคิดมาก่อน

ไพน์เดินเข้ามารับบทนี้พร้อมกับความนับถือที่มีให้กับคุณสมบัติด้านบวกทั้งหมดที่ ทอม แคลนซี่ ได้ใส่เอาไว้ในตัวละครตัวนี้ “อย่างหนึ่งในหลายๆ อย่างที่ผมคิดว่าทำให้เขากลายเป็นตัวละครที่น่าสนใจและอยู่มาได้นาน ก็คือ แจ็ค ไรอันเป็นผู้ชายที่โอบอ้อมอารี” ไพน์กล่าว “มีคุณความดีอยู่ในจิตวิญญาณของเขา ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้ชายประเภทที่คุณอยากเห็นว่าได้เรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำ

ไพน์บอกว่าในทางหนึ่ง ไรอันก็คือภาพสะท้อนของตัวละครที่มีชื่อเสียงอีกตัวที่เขาเคยแสดงเอาไว้บนจอภาพยนตร์ นั่นก็คือ กัปตันเคิร์ก “เคิร์กเป็นคนที่ออกจะห้าว และยโส และมันก็เป็นเพราะข้อบกพร่องเหล่านี้ที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการไม่เห็นแก่ตัว ในทางตรงกันข้าม แจ็คเดินเข้ามาปฏิบัติภารกิจนี้ในฐานะผู้ชายติดดิน” ไพน์ตั้งข้อสังเกต “แต่สิ่งหนึ่งที่แจ็คไม่รู้ เหมือนที่พวกเราทุกคนไม่รู้ ก็คือ เมื่อถึงเวลาต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ เขามีสิ่งที่จำเป็นต้องใช้หรือไม่?????????????????????????

เพื่อเตรียมตัวมาแสดงเป็น ไรอัน ไพน์ได้สำรวจเรื่องราวทุกอย่างที่รวมกันเป็นประวัติของไรอัน เขาใช้เวลาพูดคุยเจาะลึกกับทหารผู้มีประสบการณ์ เขาเดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ลอนดอน เขาทุ่มเทศึกษาระบบกลไกของธนาคาร การค้าขายและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเขายังได้ทำความรู้จักกับเจ้าหน้าที่สำนักดูแลกำกับกิจการที่เป็นงานซึ่งเป็นฉากบังหน้าของไรอัน

ที่สำคัญต่อการแสดงของเขาไม่แพ้กัน ก็คือการขยายเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคระหว่างแจ็คกับผู้หญิงที่เขาอยากแต่งงานด้วย แต่มิอาจบอกความจริงได้ เธอก็คือ แคธี่ คู่หมั้นของเขา “แจ็คเป็นคนโดดเดี่ยว แต่เขาก็มีความผูกพันแน่นแฟ้นกับผู้หญิงคนนี้” ไพน์ตั้งข้อสังเกต “ผมคิดว่าเขามองเห็นจิตใจที่คล้ายกันในตัวแคธี่ และตลอดเรื่องราวนี้ เธอได้พิสูจน์ว่าเธอมีความกล้าหาญและความแข็งแกร่งเหมือนที่เขามีเช่นกัน

ไพน์มีความเชื่อมั่นว่า บรานาห์จะนำองค์ประกอบทั้งหมดเหล่านี้ใส่ลงไปในเรื่องนี้ได้ “เคนเป็นผู้กำกับที่มีการเตรียมงานได้สุดยอดมาก เมื่อเขาเดินเข้ามาในกองถ่าย จะไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเขาต้องการจะทำอะไรให้สำเร็จ” ไพน์ให้ความเห็น “ผมไม่เคยแสดงภาพยนตร์เรื่องไหนที่งานเดินหน้าได้เร็วเท่าเรื่องนี้มาก่อน แต่เคนก็ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปเองเสมอ จากนั้นเขาจะกระโดดจากหลังกล้องมาอยู่หน้ากล้องได้อย่างสบายที่สุด

บรานาห์รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กันที่ได้ร่วมงานกับไพน์ “คริสเดินเข้ามาและสร้างความรู้สึกที่ว่า แจ็ค ไรอัน ก็คือคนที่อยากนั่งอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มากกว่าที่จะต้องไปวิ่งเอาชีวิตรอดอยู่ในมอสโคว์ จากนั้นเขาก็แสดงให้เห็นว่าเขาได้ค้นพบความลึกในตัวของเขา” ผู้กำกับบรานาห์สรุป

?????????????????????????

1 ความเห็น »

  1. ขนาดตั้งใจดูยังเผลอหลับไปช่วงหนี่ง แม้จะไม่ถึงกับแย่ แต่ก็เป็นหนัง Jack Ryan ที่ตื่นเต้นและได้ลุ้นน้อยที่สุดในจำนวนหนังชุดนี้ทั้งหมด ด้านนักแสดงให้แค่สอบผ่านแบบฉิวเฉียด เพราะยังดูไม่เหมาะกับบทเท่าไหร่และน่าเชื่อถือเหมือนที่ตอน Harrison Ford หรือคนอื่นเล่น การไม่เอาในนิยายเล่มไหนมาก็มีผลมาก ถ้าจะมีภาคต่อบทต้องเข้มข้นและดีมากกว่านี้ครับ

  2. ขาดความตื่นเต้นและลุ้นในส่วนของการสืบสวนไปมากเลยครับ ไม่ต้องบู๊มากก็ได้ แจ๊ค ไรอัน แต่ต้องมีการชิ่งไหวชิงพริบมากกว่านี้ให้เหมือนกับสี่ตอนแรก แผนการณ์ของคนร้ายก็ดูไม่ค่อยน่ากลัว ดูมันราบเรียบมากเลยภาคนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.