ข้ามไปยังเนื้อหา

ใครที่ลุกขึ้นมาแต่งตัวเป็นค้างคาว หมอนั่นน่าจะมีปัญหา

ใน Batman Begings บรูซ เวย์น ที่รับบทโดยคริสเตียน เบล พูดตอนหนึ่งว่า “Any guy who goes around dressed as a bat has to have some issues.

ใครก็ตามที่ลุกขึ้นมาแต่งตัวเป็นค้างคาว หมอนั่นน่าจะมีปัญหาสักอย่าง

ทำให้นึกถึงตอนเรียนที่เป็นช่วง Batman Returns เข้าฉาย และมีการถกกันเชิงจิตวิทยาของตัวละครในเรื่อง แบทแมนเป็นคนที่อยากเห็นสังคมสมบูรณ์แบบ ไม่มีอาชญากรรม ทั้งนี้เพราะบาดแผลทางจิตใจที่เห็นพ่อแม่ถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตา นางแมวป่าก็มีบาดแผลทางใจเพราะถูกผู้ช่วยล่วงเกินทางเพศและถูกผู้ชายหลอกใช้ จึงลุกขึ้นมากำราบผู้ชายเลวๆ แต่เธอก็กลายเป็นคนรุนแรง อาจเหมือนแบทแมนตอนเริ่มเป็นแบทแมนใหม่ๆ ขณะที่เพนกวินนั้นถูกพ่อแม่ทอดทิ้งก็เลยเจ็บแค้น คิดจะแก้แค้นพ่อแม่ทุกคนด้วยการฆ่าลูกคนหัวปี ทั้งสามล้วนมีบาดแผลทางใจแต่วัยเด็ก แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกทางไหนเป็นการแสดงออก

กลับมาที่ Batman Begins พระเอกของเราที่ลุกขึ้นมาแต่งเป็นชุดค้างคาวและออกปราบอธรรม เป็นไปได้ไหมที่คนปกติทั่วไปจะทำกัน ไม่น่าใช่ ไม่งั้นคนคงลุกขึ้นมาปราบเหล่าร้ายแทนตำรวจกันทั่วบ้านทั่วเมือง เขาต้องมีปัญหาบางอย่างแน่ๆ

แล้วอะไรคือปัญหา
แบทแมนฝังใจกับการที่พ่อแม่ของตัวเองถูกฆ่า ก็เลยไม่อยากให้คนอื่นเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน จะว่าไปแล้ว เขามีบาดแผลทางใจอย่างสาหัสเหมือนตัวละครคลาสสิคหลายตัว ที่ตอนวัยเด็กพบเห็นการตายแล้วโทษตัวเองที่ตอนนั้น ไม่สามารถยับยั้งได้ และโตขึ้นก็อยากจะแก้แค้น หรือ อยากจะชดใช้ความผิดด้วยการหาทางยกเลิกเหตุการณ์ร้ายเหล่านั้น เป็นต้นว่าเจ้าหน้าที่เอฟบีไอแคริซ ใน Silence of the Lambs
เธอช่วยแกะไม่ให้ถูกฆ่าไม่ได้ และพอโตก็ยังได้ยินเสียงแกะหลอกหลอนเธอ ก็เลยมาเป็นเอฟบีไอเพื่อจะช่วยเหลือคน เพื่อให้เสียงแกะเงียบไป

อะไรคือปัญหาในตัวแบทแมนอีก
เขาต้องการควบคุมสังคมให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ สังคมในอุดมคติที่ไม่ใช่อาชญากร อยากให้สังคมสมบูรณ์แบบตามหลักค่านิยมและศีละรรมของตัวเอง เขาจึงทุ่มเทชีวิตในการปราบเหล่าร้าย บุคลิกแบบนี้จะว่าไปแล้ว คล้ายกับคนที่มีบุคลิกแบบย้ำคิดย้ำทำ หรือ obsessive compulsive personality disorder

ตัวละครที่มีลักษณะคล้ายแบทแมนในเรื่องนี้ก็น่าจะเป็น เฮาเวิร์ด ฮิวจ์ ใน The Aviator เพียงแต่แบทแมนอยู่ในขั้นที่ควบคุมได้ แต่ฮิวจ์อยู่ในขั้นที่เรียกว่าเป็นโรคเลย ฮิวจ์เป็นคนบ้างาน ซึ่งเหมือนกับแบทแมนที่บ้างานปราบผู้ร้าย ออกไปทำทุกคืน และทั้งคู่ก็ต้องการความสมบูรณ์แบบเหมือนกัน

อย่างสุดท้ายที่ผมเห็นในบุคลิกของแบทแมนก็คือ เป็นคนมีสองบุคลิก มีด้านที่ดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไปในยามที่เป็นบรูซ เวย์น และมีด้านที่ดุร้ายเหมือนสัตว์ป่ายามที่ใส่หน้ากากแบทแมน แต่แตกต่างจากนางแมวป่าหรือเพนกวิน ตรงที่เขาใช้ความดุร้ายของเขากับคนชั่ว ขณะที่สองคนแรกใช้กับคนทั่วไป

แต่แม้ว่าแบทแมนจะมีปัญหาอะไรก็ตาม อย่างหนึ่งที่พอสรุปได้ก็คือ ปัญหานั้นเป็นปัญหาฝังใจตั้งแต่เด็ก เราได้เห็นพระเอกและผู้ร้ายในหนังหลายเรื่อง หลายครั้งมีการพูดถึงที่มาที่ไปของเขาเหล่านั้น และทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กเสมอ

 

หมายเหตุ: เป็นบทความเก่าที่เรียบเรียงไว้ในปี 2548 ครับ ผมหาที่มาดั้งเดิมที่เป็นต้นฉบับภาษาอังกฤษไม่พบแล้ว

1 ความเห็น »

  1. ถ้ามองในความเป็นจริงแล้ว
    ผมว่าแบทแมนนี้เป็นคนบ้าพอๆกับโจ๊กเกอร์เลย

    ยังนี้ต้องไปอยู่รูมเมทเดียวกัน

  2. ถ้าทุกคนได้อ่านช่วงก่อน Batman Rip และ Batman INC รวมถึง New 52 Batman แล้ว จะพบว่าบรูซ เวย์นโตขึ้นแล้วนะครับ ตอนนี้คอมมิคไม่ได้เล่นเรื่องปมการตายของพ่อกับแม่ของบรูซ เวย์นเป้นหลักแล้ว

    ในช่วง Batman Rip ได้แสดงให้เห็นว่า จิตใจของบรูซ เวย์นสุดยอดมาก ชนิดที่เรียกว่า ดาร์กไซด์พยายามโคลนนิ่งบรูซ เวย์น โดยการให้ตัวร้ายตัวหนึ่งแทรกซึมเข้าไปในจิตใจของแบทแมน ทว่าพอเจออดีตของแบทแมนเข้า โคลนทุกตัวถึงกับฆ่าตัวตายเพราะทนความเจ็บปวดไม่ได้! ตัวร้ายถึงกับซูฮกบรูซ เวย์นแล้วพูดว่า คนนี้ๆจิตใจแข็งแกร่งมาก อ่อนโอ่นต่ออุดมการณ์ เปลี่ยนความเจ็บปวดทั้งมวล (พ่อตาย แม่ตาย คู่หูตาย ฯลฯ) กลายเป้นเครื่องมือที่ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

    บรูซ เวย์นคือเจ้าแห่งแทคติก คิดการเอาตัวรอดมาทุกรูปแบบ แม้แต่กระทั่งเปลี่ยนความทรงจำของตัวเองให้กลายเป็นอาวุธ! บ้าไปแล้ว!

    และตอน Return of the Bruce Wayne ก็เป็นตอนที่พิสูจน์ว่า ความเป็นแบทแมนนั้น อยู่ในตัวบรูซ เวย์นจริงๆ บรูซ เวย์นต้องเดินทางข้ามกาลเวลาเพื่อกลับมาสุดจุดเดิม โดยมีแผนร้ายของดาร์กไซด์ติดตัวมาด้วย บรูซพลิกสถานการณ์ทุกอย่างให้กลายเป็นประโยชน์ แม้กระทั่งต้องถูกเพื่อนๆกลุ่ม Justice League ยำตีนเล่น!

    แล้วตอน Batman & Robin บรูซกลับมาพบว่า ดิค เกรย์สัน (โรบินคนแรก) สวมชุดแบทแมนแทนเขา แล้วทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้เขาด้วย แถมดาเมียน ลูกชายสุดเกรียนของบรูซยังกลายมาเป็นโรบินที่ดีขึ้น ทำให้บรูซคิดขึ้นได้ ว่าต่อไปเขาจะต้องต่อสู้กับศัตรูที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก เขาจึงจัดตั้ง Batman Incoperated ขึ้นมา (กองทัพแบทแมน) โดยมีเขาเป็นแบทแมนที่เดินทางทั่วโลก และดิคเป็นแบทแมนประจำสาขาก็อทแธม

    ตอนนี้บรูซ เวย์นก้ามข้ามผ่านความทุกข์จากการตายของพ่อแม่ แล้วผันตัวเองมาเป็น “หัวหน้าครอบครัว” เขากลายเป็นพ่อของเขา โทมัส เวย์น ใช้ความรวยของตัวเองสร้างเมืองก็อทแธมให้ดีขึ้น ขณะที่ออกปฏิบัติการฐานะแบทแมนไปด้วย

    แบทแมนไม่ใช่แค่อีกบุคลิกของบรูซอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือ “สัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจ” ที่กระตุ้นความยุติธรรมที่หลับไหลให้ตื่นขึ้นในเมืองก็อทแธม หรือแม้แต่คนทั่วโลกก็ตาม

    ตอนนี้ผมว่า แบทแมนเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากนะ

    • เห็นด้วยครับ ผมขอชมแกรนท์ มอริสัน จิงๆที่ทำให้บรูซพัฒนาจากการที่เป็นแค่มือปราบเหล่าร้าย มาเป็นหัวหน้าครอบครัวได้ เพราะสิ่งที่เขาทำไม่เพียงแค่เปลี่ยนความรู้สึกที่เรามีต่อซีรีย์แบทแมนไปเท่านั้น แต่มันเหมือนยกระดับให้ตัวละครดูมีคุณค่า ดูยิ่งใหญ่ขึ้นอีกด้วย ชอบความเห็นนี้มากๆครับ… ^_______^

      • เห้นด้วยครับ แบ็ทแมนนี่เก่งหลายอย่างเลยครับ เกือบเท่าเล็กซ์ ลูเธอร์เลย(เผลอๆ อาจจะมากว่าด้วยซ้ำ)

      • ใน JLA : Tower of Babel ทำให้รู้ว่า ถ้าแบทแมนเป็นศัตรูกับกลุ่มฮีโร่ขึ้นมาล่ะก็ จะไม่ได้เล่นงานแค่ระดับทางกาย แต่ลงไปถึงระดับในจิตใจเลยล่ะครับ (ซุปเจ็บปวดมาก กับเรื่องนี้)

    • ผมไม่ใช่แฟนแบทแมนฉบับคอมิค แต่เคยได้ยินเพื่อนเล่าตอนนี้มาคร่าวๆเหมือนกันครับ ผมว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้บรูซก้าวข้ามผ่านการเป็น “คนบ้า” มาสู่ “วีรบุรุษ” ได้ มันมาจากการที่เค้าเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความกลัว โดยไม่ได้ “ทำลายความกลัว” แต่ “รวมเป็นหนึ่งเดียวกับความกลัว” นั้นเอง อย่างคนที่มีปมในอดีต หรือเคยมีเหตุการณ์อะไรฝังใจ สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้เขาหลุดพ้นจากความทรมานนั้นไม่น่าจะใช่การล้างความจำตอนนั้นออกไป หรือสยบความทรงจำนั้นด้วยความทรงจำอื่น แต่เป็นการเลือกที่จะยอมรับมัน แล้วใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่ลืม (หรือพูดง่ายๆก็คือ ปล่อยวางได้นั่นแหละ)

      เพลงเขาถึงว่าไว้ อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน Live & Learn นี่มันใช่เลยครับ

      ในหนัง มองง่ายๆก็คือการใช้ค้างคาว บรูซเลิกกลัวค้างคาวเพราะเขายอมเปิดรับมันเข้ามา ยืนให้ค้างคางนับพันๆตัวบินผ่าน และใช้มันเป็นสัญลักษณ์แทนตัวเองในที่สุด จริงๆผมว่าโจ๊คเกอร์ก็อาจจะเข้าข่ายนะ คืออาจะเป็นคนที่สิ้นหวังแล้วกับสังคมมนุษย์ เลยเลือกที่จะมองมันให้เป็นเรื่องตลก และพาตัวเองเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับความบ้าคลั่งอย่างไร้ขีดจำกัดของสังคมนั้นด้วย คือจะว่าไปมุมหนึ่งมันก็ไม่ผิด ทุกคนล้วนมีความบ้า มีความเลวร้ายในแบบที่โจ๊คเกอร์มองออก (และอยากให้ทุกคนแสดงออกมาเยอะๆ) แต่เราควบคุมมันได้ เพราะเราเป็นสัตว์สังคม ไม่ใช่สัตว์ร้ายแบบที่โจ๊คเกอร์คาด แบทแมนกับโจ๊คเกอร์เลยเป็นหนึ่งในคู่อาฆาตตลอดของโลกแห่งซูเปอร์ฮีโร่นี้ เพราะทั้งสองล้วนเดินทางมาในหลักการเดียวกัน แต่คนละมุม โชคร้ายหน่อยที่โจ๊คเกอร์เข้าไปอยู่ในมุมที่มันบ้าคลั่งสุดๆ (คล้ายๆคู่ในหนังอื่นๆอีกหลายเรื่อง อย่างศจ.เซเวียร์กับแม็กนีโต้ หรือสไปดี้กับเวน่อม ที่จะต้องมีอะไรคล้ายๆกัน แต่ขั้วตรงข้ามกัน)

      แบทแมนนี่ก็เกือบๆจะเป็นโรคจิต แต่เขาคุมมันได้ (แม้บ่อยครั้งที่หวิดจะหลุดๆออกมาเหมือนกัน) เขารู้ลิมิตของตัวเอง รู้ว่าจุดไหนที่ล้ำเส้น จุดไหนที่อ่อนด้้อยไป พูดง่ายๆก็คือแกมีสตินั่นล่ะครับ นั่นก็เหมือนที่คุณ Panda2air กล่าวมา คือแกเก่งจริงๆ ทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย และสมอง (บวกโบนัสจากเม็ดเงินอีก) อย่างชุดค้างคาวนี่มันก็มีพื้นฐานมาจากความต้องการทางฟังก์ชั่นมาก่อนแฟชั่น เอาชุดทหารมาดัดแปลงเพื่อปกป้องร่างกาย จากนั้นจึงค่อยคิดตกแต่งเป็นค้างคาว ไม่ใช่ว่าเฮ้ยฉันอยากเป็นค้างคาว ฉันต้องบินได้ เรื่องฟังก์ชั่นว่ากันทีหลัง ฯลฯ

      คนที่จะควบคุมอะไรใหญ่ๆหรือมากมายขนาดนี้ได้ ต้องแน่วแน่ มีหลักการที่แน่นปึ้ก อย่างแบทแมนนี่แม้จะโหดร้ายกับศัตรูแค่ไหน ก็ถือคติว่าจะไม่ฆ่า ถ้าหลุดไปนี่ก็จะกลายเป็นแบบแบทแมนปลอมๆในภาค TDK นั่นล่ะครับ คือเป็นได้แค่เปลือกนอก แต่แก่นข้างในคือคนบ้าดีๆนี่เอง

      และเรื่องประเด็นนี้ก็ได้ขยายเป็นกุญแจสำคัญในภาคสองเลย คือการที่แบทแมนได้สร้าง “สัญลักษณ์” ขึ้นมา ไม่ใช่สร้างตัวตนของเขา สัญลักษณ์แห่งความดีงาม ซึ่งมันยั่งยืนกว่า ฝังลึกในใจทุกคนยิ่งกว่า ยอมกระทั่งให้ตัวเองเป็นวายร้าย(ก็ได้ฟะ) เพื่อคงไว้ซึ่งหลักการและคุณธรรมที่ประชาชนเชื่อมั่นในตัวฮาร์วี่ย์ เดนท์

      ภาคสามก็คงเล่นต่อจากจุดนี้ล่ะครับ ว่าเมื่อประชาชนศรัทธาในสัญลักษณ์แล้ว หากตัวสัญลักษณ์นั้นสั่นคลอนล่ะ เขาจะไปศรัทธาในสิ่งใด? ใครจะคอยรับเขาไว้เมื่อเขาตกลงมา?

      • เดาล้วนๆนะครับ

        ถ้าดูจากตัวอย่างแล้ว คิดว่า อาจออกมาคล้ายๆกับ The Dark Knight Returns ที่เขียนโดยแฟลงค์ มิลเลอร์ บรูซ เวย์นอาจต้องสู้กับความพ่ายแพ้และความหวาดกลัวภายในตัวเองอีกครั้ง (ดูจากในตัวอย่างที่บรูซวิดพื้น แล้วก็ปีนกำแพงขึ้นมา ไม่รู้ว่าในหนังจะเป็นอย่างที่เข้าใจหรือเปล่า) เพื่อจะกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ยกระดับสัญลักษณ์ของแบทแมนให้เป็นเหมือนแรงบันดาลใจในระดับสังคม อาจจะออกมาอารมณ์แบบ อเมริกันสปิริต อะไรทำนองนั้น (งานนี้ เบนโจมตีไปถึงรากของสังคม สร้างความแตกแยกระหว่างชนชั้น โค่นล้ม… กลุ่มที่แถวๆบ้านเราเรียกว่าอำมาตย์น่ะครับ แหะๆๆ จะโดนมั้ยเนี่ย… แต่คงคล้ายๆกับนิยาย Charles Dicken ซึ่งโนแลนก็ออกมายอมรับว่าเอาโครงของ A Tale of Two Cities)

        เท่าที่เดาๆ ตัวละครจอห์น เบลคของโจเซฟ กอร์ดอน เลวิทท์ คงมาเพื่อรองรับอะไรสักอย่างแถวๆนี้ บางคนเดากันไปแล้วว่า ตอนจบของภาคสามจะเป็นยังไง

  3. เราเกลียดแบทเเมนมากเลยอะ
    เป็นคนบ้าแต่
    JOKERแค่วิปริตอะนะ
    ปล. คนชอบjokerหนักใจนะคนหาว่าประหลาดไม่มีใครเข้าใจหัวอดคนชอบโจ๊กเกอร์เพราะเขาก็คงชอบแบทเเมนอะนะยกเว้นคนที่ชอบโจ๊กเกอร์เหมือนกัน

    #จากคนหลงโจ๊กเกอร์จนโงหัวไม่ขึ้นจะไปกระทืบแบทแมนอยู่แล้วถ้าทำได้นะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.