Argo, Zero Dark Thirty และ Searching for Sugar Man คว้ารางวัลสมาคมนักเขียนบทแห่งสหรัฐ

zero dark thirty awardsสมาคมผู้เขียนบทแห่งสหรัฐอเมริกาเพิ่งประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลผู้เขียนบทยอดเยี่ยมประจำปี 2013 ออกมาเช้านี้ครับ ตามเวลาของบ้านเรา โดยมีการประกาศแต่ละสาขาแยกกันระหว่างที่ลอส แอนเจลีส และนิวยอร์ก ซิตี้ ผลปรากฏว่าคริส เทอริโอ จาก Argo ได้รางวัลสาขาบทดัดแปลงยอดเยี่ยมไปครอง เอาชนะตัวเก็งอย่างโทนี่ คุชเนอร์ จาก Lincoln ไปได้ เป็นผลรางวัลที่พลิกโผพอสมควร ส่วนหนังที่เข้าชิงในสาขานี้เรื่องอื่นๆ ก็ได้แก่ Silver Linings Playbook, Life of Pi และ The Perks of Being a Wallflower

ส่วนในสาขาบทดั้งเดิมนั้นก็ค่อนข้างเป็นตามคาดครับ มาร์ค โบล จาก Zero Dark Thirty ได้รางวัลนี้ไป เอาชนะหนังที่ได้เข้าชิงอย่าง Looper, Flight, The Master และ Moonrise Kingdom

และในสาขาภาพยนตร์สารคดีก็ยังคงเป็นการกวาดรางวัลอย่างต่อเนื่องของ Searching for Sugar Man ครับ

นอกจากรางวัลของสมาคมนักเขียนบทแห่งสหรัฐแล้ว เมื่อวานนี้ก็มีการประกาศรางวัลของสมาคมตัดต่อครับ Argo ก็ยังคงเป็นขวัญใจของสมาคมทางวิชาชีพเช่นเคย ได้รางวัลตัดต่อภาพยอดเยี่ยมในสาขาภาพยนตร์ชีวิต ขณะที่ Silver Linings Playbook ได้รางวัลในสาขาภาพยนตร์ตลกหรือเพลง

รางวัลสมาคมตัดต่อในสาขาภาพยนตร์อนิเมชั่นก็เป็นของ Brave และในสาขาภาพยนตร์สารคดีเป็นของ Searching for Sugar Man

อีกรางวัลที่มีการประกาศไปเมื่อวานก็คือรางวัลของสมาคมบันทึกเสียงภาพยนตร์ ได้มอบรางวัลงานผสมเสียงยอดเยี่ยมแห่งปีให้แก่ทีมงานจากหนัง Les Miserables ครับ ในสาขาภาพยนตร์ ส่วนในสาขาภาพยนตร์อนิเมชั่นเป็นของทีมงานจากหนังเรื่อง Brave

ผลของสมาคมวิชาชีพจะตรงกับผลรางวัลออสการ์รางวัลไหนบ้าง เช้าวันที่ 25 นี้ เราคงได้รู้กันครับ

About these ads

แอฟเฟล็ค, บิเกโลว์, ฮูเปอร์, ลี และสปีลเบิร์ก เข้าชิงรางวัลสมาคมผู้กำกับแห่งสหรัฐ

tom hooper dgaถ้าจะมีรางวัลไหนในประวัติศาสตร์ที่ใช้ทำนายผลรางวัลใหญ่ของออสการ์ได้ดีที่สุด รางวัลของสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ของสหรัฐหรือ DGA Award น่าจะเป็นรางวัลในอันดับต้นๆ ที่สุดที่จะทำนายผลได้ครับ เพราะประวัติที่ผ่านมา ผู้ได้รับรางวัล DGA มีเพียง 6 ครั้งเท่านั้น ที่ไม่ได้รางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับ และหนังที่ผู้กำกับได้รางวัล DGA ก็ได้รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาทั้งหมดถึง 13 ครั้งด้วยกัน ผู้ที่จะได้รางวัลนี้จึงสำคัญอยู่พอสมควรครับ และ DGA ก็ได้ประกาศออกมาแล้วเมื่อคืนนี้ตามเวลาของบ้านเราว่าผู้เข้าชิงความสำเร็จโดดเด่นด้านการกำกับภาพยนตร์ประจำปี 2013 มีใครบ้าง

4 จาก 5 ผู้เข้าชิง เคยได้รับรางวัลนี้มาแล้วหมดทุกคนครับ ได้แก่แคธริน บิเกโลว์ จาก Zero Dark Thirty, สตีเวน สปีลเบิร์ก จาก Lincoln, ทอม ฮูเปอร์ จาก Les Miserables และ อังลี จาก Life of Pi จะมีก็แต่รายที่ 5 นั่นก็คือเบน แอฟเฟล็ค จาก Argo ที่ยังไม่เคยได้รางวัลและไม่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงด้วย

เป็นที่คาดการกันว่า 4 จาก 5 ชื่อด้านบนอันได้แก่แอฟเฟล็ค, บิเกโลว์, ลี และ สปีบเลิร์ก นั้นนอนมาแน่ๆ เหลือเพียงรายชื่อสุดท้ายที่เป็นการตัดเชือกกันระหว่างฮูเปอร์ จาก Les Miserables, เควนติน ตารันติโน จาก Django Unchained, เดวิด โอ. รัสเซล จาก Silver Linings Playbook, ไมเคิล ฮานาเก้ จาก Armour และพอล โธมัส แอนเดอร์สัน จาก The Master และคณะกรรมการกว่า 13,500 คน ของ DGA เลือกผู้กำกับจากหนังสตูดิโอเช่นฮูเปอร์แทน ทำให้ปีนี้ไม่มีผู้กำกับจากค่ายอิสระได้เข้าชิงเลย

การได้เข้าชิงของฮูเปอร์ได้รับกระแสด้านลบจากนักวิจารณ์พอสมควร เพราะ Les Miserables ที่แม้จะเป็นหนังขวัญใจผู้ชมและได้ CinemaScore ซึ่งเป็นคะแนนจากการสำรวจของบริษัทด้านการตลาดต่อความเห็นของผู้ที่ชมหนังแล้วได้ให้เกรดหนังในระดับ A แต่กลับไม่ค่อยเป็นที่ปลื้มจากนักวิจารณ์เท่าที่ควร หนังมีนักวิจารณ์ชอบ 70% และมีคะแนนเฉลี่ย 7/10 จากการประเมินของ Rotten Tomatoes ซึ่งแม้จะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ก็ต่ำกว่าหนังที่เป็นตัวเก็งเรื่องอื่นๆ หนึ่งในเหตุผลที่ฮูเปอร์ไม่ค่อยเป็นที่ปลื้มนักเพราะเทคนิคที่เขาเลือกใช้ในการกำกับ โดยเน้นการโคลสอัพที่ใบหน้านักแสดงแล้วให้ถ่ายทอดอารมณ์และร้องเพลงออกมา หรือบางครั้งให้นักแสดงมองกล้อง แต่ฮูเปอร์ก็ให้ความเห็นแย้งว่า เพราะต้องการส่งอารมณ์เข้าหาคนดูให้สัมผัสได้โดยตรง และสร้างความสะเทือนใจได้แบบเต็มๆ ซึ่งก็ทำได้เช่นนั้นจริงๆ เมื่อดูได้จากคลิปปฏิกิริยาของผู้ชมหลังจากได้ชมละครที่ร้องไห้ไม่หยุด รวมถึงวิธีการให้นักแสดงร้องสดขณะถ่ายทำก็ถูกนักวิจารณ์ส่วนหนึ่งติงว่าทำให้เพลงที่ออกมาไม่ไพเราะ มีการผิดโน้ตบ้าง แต่อีกฝ่ายที่เห็นตรงกันข้ามก็มองว่าเป็นความต้องการของฮูเปอร์ที่จะให้มีความดิบ และความเป็นจริงอยู่ในน้ำเสียงมากกว่าเน้นให้ไพเราะ และเป็นความพยายามที่จะไม่ให้ดูเป็นละครเวทีมากเกินไป ซึ่งคงอยู่ที่การมองของทั้งสองฝ่าย

นักวิเคราะห์มองว่าการเข้าชิงของฮูเปอร์ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะมีโอกาสได้เข้าชิงออสการ์มากขึ้นกว่าผู้กำกับตัวเก็งอื่นๆที่พลาดการเข้าชิง DGA เพราะก็มีบางครั้งที่ผู้เข้าชิง DGA จะตรงกับออสการ์เพียง 4 ใน 5 และใน 12 ปีมานี้ก็มีไม่ตรงถึง 2 ครั้งในปี 2005 และ 2009 และการที่ DGA ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงหลังการปิดการรับการเสนอชื่อผู้เข้าชิงของออสการ์ในปีนี้ เพราะออสการ์เลื่อนวันเร็วขึ้น ก็ยิ่งทำให้ผลผู้เข้าชิงของ DGA อาจไม่มีผลต่อการเข้าชิงออสการ์มากขึ้น ทำให้โอกาสที่จะผันผวนมีสูงขึ้น คงต้องมาติดตามกันดูว่าการประกาศชื่อผู้เข้าชิงออสการ์ในวันที่ 10 มกราคมนี้ จะมีอะไรเซอร์ไพรส์แค่ไหน

ส่วน Django Unchained ที่พลาดในการได้เข้าชิง DGA ในครั้งนี้ ตามการวิเคราะห์ของ THR บอกว่าเพราะหนังเปิดตัวช้า ทำให้ส่งดีวีดีไปให้กรรมการชมล่าช้า ส่วน Silver Linings Playbook ถูกมองว่าเป็นหนังที่ใช้ตัวละครขับเคลื่อนเป็นหลัก ซึ่งไม่ค่อยได้แสดงงานกำกับมากเท่าการแสดงของนักแสดงครับ

Read more of this post

Skyfall ติดหนึ่งในผู้เข้าชิงของสมาคมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์

skyfall05เป็นปีสำคัญของหนังเจมส์ บอนด์ จริงๆครับ นอกจากครบรอบ 50 ปีของหนังชุดนี้ในปีนี้ และหนังทำเงินทั่วโลกมโหฬารเกิน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐไปแล้ว ทั้งที่ไม่ได้ฉายในระบบ 3D ด้วย ล่าสุดหนังยังติดหนึ่งใน 10 ผู้เข้าชิงของสมาคมผู้อำนวยการสร้าง หรือ PGA Awards ของปีนี้ด้วย

แล้วจะทำให้ Skyfall มีโอกาสลุ้นได้เข้าชิงออสการ์ด้วยรึเปล่า นักวิเคราะห์มองว่ามีสิทธิ์ครับ ทั้งนี้เพราะออสการ์ได้ประกาศเลื่อนวันรับรายชื่อผู้เข้าชิงของปี 2013 ไปเป็นเวลา 5 โมงเย็นของวันศุกร์ ตามเวลาในสหรัฐ และสมาคมผู้อำนวยการสร้างก็จู่ๆตัดสินใจเลื่อนประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงมาเร็วขึ้นเป็นวันนี้ (เย็นวันพุธในสหรัฐ) ทำให้คณะกรรมการออสการ์บางคนอาจต้องกลับมาทบทวนรายชื่อผู้เข้าชิงของตนใหม่ ก่อนที่จะส่งผลออกมา ทำให้รายชื่อผู้เข้าชิงของสมาคมผู้อำนวยการสร้างอาจมีผลต่อรายชื่อผู้เข้าชิงออสการ์ด้วย อาจไม่เพียงแค่ Skyfall แต่ยังรวมหนังเรื่องอื่นที่ติดอยู่ในโผด้วย

สำหรับรายชื่อผู้เข้าชิงอื่นๆ มีชื่อที่คาดเดากันไว้แล้วอยู่จำนวนหนึ่ง ได้แก่ Argo, Les Miserables, Life of Pi, Lincoln, Silver Linings Playbook และ Zero Dark Thirty และก็มีอีกสองเรื่องจากฝั่งหนังอิสระที่กระแสแรงเหมือนกัน ได้แก่ Beasts of the Southern Wild และ Moonrise Kingdom ซึ่งเรื่องหลังนี้อาจกระแสตกไปบ้างเพราะหนังฉายตั้งแต่กลางปี กลายได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงครั้งนี้อาจทำให้มีกระแสแซงหนังอิสระอื่นๆ ที่ฉายทีหลัง เช่น The Master ที่หลุดโผไป นอกจากนี้ก็ยังมี Unchained Django ที่เข้าฉายทีหลังเพื่อน และมีรายงานว่ากรรมการของสมาคมผู้อำนวยการสร้างต้องไปหาหนังดูกันเอาเอง เพราะจัดรอบฉายให้ไม่ทัน

ที่ผ่านมา แม้รายชื่อผู้เข้าชิงของสมาคมผู้อำนวยการสร้างอาจไม่ตรงกับผู้เข้าชิงของออสการ์บ้างนิดหน่อย โดยเฉพาะในปีล่าสุดที่ออสการ์ใช้เกณฑ์การคัดผู้เข้าชิงออสการ์ใหม่ หนังที่ได้เข้าชิงรางวัล PGA อย่าง The Girl with the Dragon Tattoo, Bridesmaids, และ The Ides of March หลุดได้เข้าชิงออสการ์ แต่ออสการ์เลือก The Tree of Life และ Extremely Loud and Incredibly Close แต่หนังที่ได้รางวัล PGA ก็มักได้รางวัลออสการ์ไปด้วยครับ

คลิกดูรายชื่อผู้เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ทั้งหมด รวมถึงสาขาอนิเมชั่นและสารคดีได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

สรุปรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 70: Lincoln มาแรง ชิงมากที่สุด 7 รางวัล

golden globes logoสมาคมนักข่าวต่างประเทศประจำฮอลลีวู้ด ผู้จัดงานการประกาศรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 70 โดยได้เชิญเมแกน ฟ็อกซ์, เอ็ด เฮล์มส์ และ เจสซิกา อัลบา มาทำหน้าที่ประกาศ และมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง CNN ครับ ซึ่งในสาขาด้านภาพยนตร์ทั้งหมดก็มีการประกาศออกมาแล้ว

โดยสรุป หนังที่ได้เข้าชิงมากที่สุดก็คือ Lincoln ของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ได้ชิง 7 สาขา และเรียกได้ว่าชิงในทุกสาขาที่มีสิทธิ์ได้เข้าชิงเลยก็ว่าได้ จะขาดไปก็แต่สาขานักแสดงนำหญิง และเพลง ที่หนังเรื่องนี้ไม่มีผู้ที่จเข้าชิงได้

ส่วนที่เข้าชิงรองลงมาอยู่ห่างไม่ไกลก็คือ Argo ของเบน แอฟเฟล็ค ที่ได้เข้าชิง 5 สาขาครับ และ Django Unchained ก็ดูจะกลายเป็นหนังม้าตีนปลายมากๆ ได้เข้าชิง 5 รางวัล จาก 4 สาขา โดยทั้งคริสตอฟ วอลท์ซ กับ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เข้าชิงในสาขานักแสดงสมทบชายทั้งคู่

Zero Dark Thirty, Silver Linings Playbook และ Les Miserables ก็มาแรงเท่ากันที่ 4 สาขา

ที่น่าผิดหวังหน่อยก็คือไม่มีนักแสดงจาก Armour เช่นเอ็มมานูเอล ริวา ได้เข้าชิงเลย ทั้งที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นตัวเก็งสำคัญที่จะได้เข้าชิงออสการ์ นอกจากนี้ หนังอินดี้อย่าง Beasts of the Southern Wild ก็ไม่ได้เข้าชิงเลยสักรางวัล ทั้งที่เป็นหนึ่งในหนังที่ได้รับการกล่าวขวัญว่ายอดเยี่ยมลำดับต้นๆ ของปีนี้ แต่ก็อาจมีบางคนคาดการณ์ไว้แล้ว เพราะลูกโลกทองคำค่อนข้างสนใจเฉพาะหนังที่มีนักแสดงที่เป็นที่รู้จักในระดับอินเตอร์มากกว่า

รางวัลจะทำการประกาศผลวันที่ 13 มกราคม 2556 นี้ครับ โดยมีทีน่า เฟย์ และ เอมี่ โพห์เลอร์ มารับหน้าที่พิธีกร อ่านผลทั้งหมดได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

Zero Dark Thirty ได้ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมวงการนักวิจารณ์นิวยอร์ก และคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ฯ

zero dark thirty awardsในสัปดาห์ที่ผ่านมา สองสถาบันใหญ่ด้านรางวัลในสหรัฐได้ประกาศผลรางวัลด้านภาพยนตร์ประจำปีครับ และ Zero Dark Thirty ผลงานล่าสุดของแคธริน บิเกโลว์ ว่าด้วยเรื่องราวการตามล่าบิน ลาเดน ก็คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของทั้งสองสถาบันนี้ด้วยกันทั้งคู่เลย และแม้ที่ผ่านมารผลรางวัลของสองสถาบันนี้จะไม่ตรงกับออสการ์เสมอไป แต่ก็มีอิทธิพลในแง่การช่วยดันให้หนังได้เข้าชิงครับ

มาที่ผลงานรางวัลวงการนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์กหรือ New York Film Critics Circle ก่อนครับ มีการประกาศไปเมื่อ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา สมาชิกในสมาคมนี้เป็นนักวิจารณ์สื่อสิ่งพิมพ์ของนิวยอร์กครับ ซึ่งนอกจากให้ Zero Dark Thirty เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแล้ว ยังให้แคธริน บิเกโลว์ ได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม, เจสซิกา แชสเทน นักแสดงนำของเรื่อง ได้นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และเกรก เฟรเซอร์ ได้รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยมด้วย ส่วนหนังที่ได้รางวัลรองลงมาก็คือ Lincoln ของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ได้รางวัลไปในสาขานักแสดงนำชาย(แดเนียล เดย์-ลูอิส), นักแสดงสมทบหญิง (แซลลี่ ฟิลด์) และบทภาพยนตร์ครับ

ส่วนคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐ หรือ National Board of Review ซึ่งสมาชิกเป็นนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษาด้านภาพยนตร์ และคนทำหนังรุ่นใหม่ ก็ได้ประกาศตามหลังมาในวันที่ 6 ธันวาคม ให้ Zero Dark Thirty ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ในขณะที่ให้รางวัลนักแสดงนำชายแก่แบรดลี่ คูเปอร์ จาก Silver Linings Playbook และหนังเรื่องนี้ยังคว้ารางวัลบทดัดแปลงยอดเยี่ยมมาด้วยครับ และยังให้รางวัลสาขาบทดั้งเดิมแก่ Looper และรางวัลดาวรุ่งชายแก่ทอม ฮอลแลนด์ จาก The Impossible ด้วย

ปีที่แล้ว NYFCC ให้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแก่ The Artist ส่วน NBR ให้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแก่ Hugo ครับ อ่านรายชื่อผู้ได้ราบรับรางวัลแบบเต็มๆ ได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ดูแจสซิกา แชสเทน ตามล่าบิน ลาดิน ในตัวอย่างฉบับเต็มของ Zero Dark Thirty จากแคธริน บิเกโลว์

ตัวอย่างฉบับเต็มของ Zero Dark Thirty หนึ่งในหนังตัวเก็งออสการ์ของผู้กำกับแคธริน บิเกโลว์ จาก The Hurt Locker เผยโฉมออกมาแล้วครับ

หนังสร้างจากบทของมาร์ค โบล ผู้ซึ่งร่วมงานกับเบเกโลว์ใน The Hurt Locker ด้วย นำเสนอและเจาะลึกเบื้องหลังปฏิบัติการตามล่าตัวอุซามะฮ์ บิน ลาดิน โดยมีตัวละครของแจสซิกา แชสเทน เป็นหัวหอกสำคัญในการแกะรอยครั้งนี้จนพบที่หลบซ่อน เธอดูจะเป็นศูนย์กลางและมันสมองสำคัญของเรื่องราวเรื่องนี้ครับ ขณะที่ตัวละครชายต่างๆ ทำหน้าที่ลงแรงและบุกลุย ตัวอย่างหนังยังเผยโฉมแรกของตัวละครของเอ็ดการ์ รามิเรซ, โจล เอ็ดเกอร์ตัน, มาร์ค สตรอง และ ไคลย์ แชนด์เลอร์ ที่ร่วมเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้ รวมถึงเจมส์ แกนโดลฟีนี ผู้มารับบทเป็นลีออน พาเน็ตตา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบันของสหรัฐ

นอกจากเผยโฉมหน้าของตัวละครแล้ว ตัวอย่างไม่ค่อยได้เผยรายละเอียดมากครับว่าเบื้องหลังจริงๆ ของปฏิบัติการเป็นยังไงบ้าง นอกจากบอกโทนที่ดูเขย่าขวัญของหนัง

บิเกโลว์อธิบายถึงชื่อหนังว่า เอามาจากศัพท์ทหาร แปลว่า “เที่ยงคืนสามสิบนาที” และ “ยังหมายถึงความดำมืดและลับลวงที่พรางภารกิจนี้มาตลอดสิบปี” จะออกฉายในบ้านเรา 29 ธันวาคมนี้ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างแรกของ Zero Dark Thirty หนังปฏิบัติการณ์ล่าบิน ลาดิน จากผู้กำกับ The Hurt Locker

หลังจากคว้ารางวัลออสการ์จาก The Hurt Locker ในปี 2009 ผู้กำกับหญิงแคธริน บิเกโลว์ ตามต่อเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามในปากีสถานด้วย Zero Dark Thirty ว่าด้วยภารกิจล่าสังหารอุซามะห์ บิน ลาดิน และตัวอย่างหนังแรกก็ออนไลน์แล้วครับ

ตัวอย่างหนังเน้นไปที่ฉากการสอบสวนเพื่อเค้นข้อมูลเอาที่หลบซ่อนของบิน ลาดิน ตัดสลับกับภาพของภารกิจ ห้องควบคุมภารกิจ และแผนที่ ซึ่งไม่ได้เผยอะไรมากมาย แม้แต่ใบหน้านักแสดงนำอย่างมาร์ค สตรองก์ และโจล เอ็ดเกอร์ตัน ก็ดูจะไม่ชัดเจนในตัวอย่างหนัง แต่ที่เห็นชัดสุดก็คงเป็นเจสซิกา แชสเทน กับเจนนิเฟอร์ เอห์เลส ครับ

บิเกโลว์อธิบายใน EW ให้ฟังว่า ชื่อเรื่องของหนังเอามาจากศัพท์ทหาร แปลว่า “เที่ยงคืนสามสิบนาที” และ “ยังหมายถึงความดำมืดและลับลวงที่พรางภารกิจนี้มาตลอดสิบปี” นั่นอาจอธิบายได้ด้วยชื่อหนังบนใบปิดและในตัวอย่างหนังครับที่มีการขีดฆ่าทับให้อ่านไม่ออก

บิเกโลว์นั้นร่วมงานกับผู้กำกับ Point Break ในการสร้างหนังภารกิจล่าบิน ลาเดน มานาน แต่หลังจากข่าวการจับกุมและสังหารบิน ลาเดน ได้ในเดือนพฤษภาคม 2011 พวกเขาได้รื้อโครงการหนังใหม่หมด โดยให้มาร์ค โบล มาเขียนบทนับจากศูนย์ใหม่เลย

หนังยังมีเรื่องอื้อฉาวที่ถูกมองว่าได้เป็นการช่วยหาเสียงให้ประธานาธิบดีโอบามาที่กำลังจะมีการเลือกตั้งสมัยที่สองในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ทำให้มีการเลื่อนฉายหนังจากกำหนดเดิมในเดือนกันยายนออกไปเป็นธันวาคม นอกจากนี้ยังถูกโจมตีจากนักการเมืองว่าบิเกโลว์ได้ข้อมูลลับของภารกิจจากรัฐบาลในการมาช่วยเขียนบทด้วย ซึ่งเธอเองและโบลยังคงไม่พูดอะไรเกี่ยวกับการถูกโจมตีครั้งนี้ และไม่บอกด้วยว่าหนังเป็นโฆษณาชวนเชื่อรึเปล่า หรือเป็นแค่หนังที่ให้ความบันเทิงเฉยๆ โบลบอกแต่เพียงว่า “ไม่มีนัยทางการเมืองในหนังเรื่องนี้ จบข่าว

Zero Dark Thirty จัดจำหน่ายในบ้านเราโดยเอ็มพิคเจอร์สครับ มีแผนออกฉายในเดือนธันวาคมเช่นกัน คลิกดูตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

หนังล่าบินลาเดนของแคธริน บิเกโลว์ ได้ชื่อใหม่ และถูกประท้วงการถ่ายทำในอินเดีย

หนังว่าด้วยปฏิบัติการล่าตัวโอซามา บิน ลาเดน ของหน่วยซีลทีมซิกซ์ ผลงานใหม่ที่แคธริน บิเกโลว์ จาก The Hurt Locker กำลังกำกับอยู่ ได้ชื่อใหม่สำหรับการถ่ายทำครับว่า Zero Dark Thirty ตามรายงานของรอยเตอร์ ชื่อหนังนี้เป็นศัพท์ทหารเพื่อบอกเวลา 00.30 น. ของการเริ่มปฏิบัติภารกิจ

รอยเตอร์ยังได้รายงานด้วยว่าหนัง Zero Dark Thirty เรื่องนี้กำลังถูกประท้วงอย่างหนักในอินเดียอยู่ตอนนี้ แคธริน บิเกโลว์เลือกอินเดียเป็นสถานที่ถ่ายทำแทนบางฉากในปากีสถานเพราะไม่สามารถเข้าไปถ่ายทำที่นั่นได้ เธอและทีมงานจึงมาขออนุญาตสร้างฉากเพื่อถ่ายทำกันที่อินเดีย แต่ก็มีประชาชนบางกลุ่มไม่พอใจจนมีการประท้วงใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา สาเหตุเพราะกลุ่มขวาจัดไม่พอใจที่มาใช้อินเดียเป็นสถานที่ถ่ายทำแทนปากีสถาน

“เราไม่ต้องการธงปากีสถานมาติดอยู่ในอินเดีย และเราไม่ยอมให้ตลาดในอินเดียถูกแต่งให้เหมือนปากีสถาน” นั่นเป้นความเห็นจากหัวหน้าของผู้ประท้วงครับ

แหล่งข่าวภายในของฝ่ายงานสร้างบอกนักข่าวว่าความจริงแล้วไม่มีการสร้างที่นี่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ฉากเมืองอับบอททาบัดจริงๆ จะใช้จอร์แดนเป็นสถานที่ถ่ายทำ และได้อธิบายให้ผู้ประท้วงที่มาบุกฟังว่า “เราอธิบายให้ฟังว่าไม่มีอะไรที่ลบหลู่ศาสนาฮินดู หรือชาวปากีสถาน นี่แค่เป็นหนังเรื่องหนึ่ง

Zero Dark Thirty มีแผนออกฉายปลายปีนี้โดยโซนี่ พิคเจอร์สครับ นำแสดงโดยโจล เอ็ดเกอร์ตัน, เจสซิกา แชสเทน, มาร์ค สตรอง, เอ็ดการ์ รามิเรซ, คริส แพลท, ไอดริส เอลบา, ไตย์ล แชนด์เลอร์, กาย เพียร์ซ และ เจสัน คลาร์ก

โจล เอ็ดเกอร์ตัน ออกล่าบิน ลาเดน ในหนังใหม่ของแคธริน บิเกโลว์

หลังจากมีข่าวการทาบทามมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว รอยเตอร์ได้ยืนยันในที่สุดครับว่าโจล เอ็ดเกอร์ตัน ได้ตกลงรับบทนำในหนังภารกิจของหน่วย Seal Team 6 ที่ออกล่าตัวและสังหารอุซามะห์ บิน ลาดิน ในหนังใหม่ที่ยังไม่มีชื่อของแคธริน บิเกโลว์ ผู้กำกับออสการ์จาก The Hurt Locker

นอกจากเอ็ดเกอร์ตันแล้ว นักแสดงที่กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาเพิ่มเติมเพื่อให้มาสมทบก็ได้แก่เจสซิกา แชสเทน, มาร์ค สตรอง และ เอ็ดการ์ รามิเรซ ซึ่งทั้งหมดจะไปสมทบนักแสดงที่ยืนยันไปก่อนหน้านี้แล้วอันได้แก่ทอม ฮาร์ดี, ไอดริส เอลบา, คริส แพรท และ กาย เพียร์ซ หนังจะเปิดกล้องต้นปีนี้เพื่อให้ทันออกฉายธันวาคมที่จะถึง คาดว่าจะมีการประกาศรายชื่อนักแสดงในหนังรวมดาวเรื่องนี้เพิ่มเติมมาอีกในสัปดาห์กันใกล้นี้ครับ

Read more of this post

หนังภารกิจสังหารบิน ลาดิน ของแคธริน บิเกโลว์ ออกฉาย 2012

โซนี่ พิคเจอร์ส ได้ลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายในสหรัฐของหนังดราม่าของผู้กำกับออสการ์แคธริน บิเกโลว์ ว่าด้วยเรื่องราวหน่วยซีล Team 6 ของกองทัพเรือสหรัฐในการล่าสังหารอุซามะห์ บิน ลาดิน โดยมีแผนส่งออกฉายในสหรัฐปลายปี 2012 ครับ ตามรายงานของเด๊ดไลน์

เดิมทีหนังใช้ชื่อว่า Killing Bin Laden แต่อาจเปลี่ยนชื่อใหม่เพราะมีการแก้ไขบทหนังใหม่หลังจากเหตุการณ์สังหารบิน ลาดิน ที่เป็นข่าวครับ เพราะเดิมทีบทหนังที่มาร์ค โบล (The Hurt Locker) เขียนไว้นั้น เป็นเรื่องราวของหน่วยทหารที่พยายามลอบสังการผู้นำอัล ไกด้า เมื่อสิบปีก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

หนังจะเปิดกล้องในฟดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยมีบริษัทแอนนาเพอร์นา พิคเจอร์ส ออกทุนสร้างให้ โซนี่ได้ลิขสิทธิ์หนังเพราะจะออกทุน 25 ล้านเหรียยสหรัฐในการประชาสัมพันธ์และทำการตลาดหนังเรื่องนี้ แต่จะได้รายได้จากการจำจำหน่าย 15% เป็นการตอบแทน ซึ่งอาจช่วยให้ได้กำไรเพิ่มอีกเพราะหนังมีแววที่จะเป็นตัวเก็งเข้าชิงออสการ์ครับ

การสังหารบินลาดิน กระทบต่อหนัง Kill Bin Laden ของผู้กำกับแคธริน บิเกโลว์

แคธริน บิเกโลว์ ผู้กำกับออสการ์จาก The Hurt Locker ได้วางแผนสร้างหนัง Kill Bin Laden เมื่อปีที่แล้ว และตั้งใจจะเปิดกล้องในปีนี้ แต่จากเหตุการณ์ที่รัฐบาลสหรัฐส่งหน่วยซีลบุกเข้าสังหารอุซามะห์ บินลาดิน จนเสียชีวิตเมื่อไม่กี่วันมานี้ทำให้ส่งผลกระทบต่อโครงการหนัง และอาจต้องแก้ไขบทหนังใหม่หรือหาชื่อใหม่ให้แก่หนังครับ

เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่าบิเกโลว์ และผู้เขียนบท มาร์ค โบล ได้นัดพบนักแสดงที่จะให้มารับบทในหนังว่าด้วยการลอบสังหารบินลาดินเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับภารกิจมืดอันล้มเหลวของกองทัพสหรัฐว่าด้วยการจับกุมตัวผู้นำของอัลไกดา แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ไม่กระทบโครงการหนังอย่างจังเมื่อมีข่าวออกมาว่าบินลาดินได้ถูกกองทัพสหรัฐฆ่าในบ้านพักที่ปากีสถาน

ขณะที่ชาวสหรัฐส่วนใหญ่เฉลิมฉลองกันต่อข่าวนี้ ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการหนังกลับต้องมาถกกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปดี หนังจะยังคงบอกเล่าเรื่องราวเดิม แต่มีการแก้ไขบทใหม่โดยใส่ข่าวนี้ลงไปประกอบในตอนท้าย หรือจะทิ้งแผนเดิมทั้งหมดแล้วเขียนบทใหม่ ด้วยเนื้อเรื่องใหม่ที่เป็นข่าวใหญ่นี้แทนเข้าไปดี

แต่ขณะที่โครงการหนังเรื่องนี้ได้รับผลกระทบ โครงการหนังเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับบินลาดินซึ่งแทบจะตายไปแล้วก็ได้รับการต่อลมหายใจขึ้นมาทันที และถูกปลุกขึ้นมาให้เร่งดำเนินการสร้างครับ หนึ่งในนั้นก็คือ Jawbreaker ที่พาราเมาท์ซึ่งลิขสิทธิ์หนังสือของแกรี่ เบิร์นสเตน มาสร้างเป็นหนัง ซึ่งว่าด้วยการล่าตัวบินลาดินในอัฟกานิสถาน ปี 2001

เมื่อมีรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจการสังหารครั้งนี้เผยออกมามากขึ้น เชื่อว่าจะมีโครงการหนังที่เกี่ยวข้องกับบินลาดินถูกประกาศสร้างอีกหลายโครงการในเร็ววันนี้ครับ

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,695 other followers