World War Z ภาคต่อ ได้กำหนดฉาย 9 มิถุนายน 2017 ชนกับ Fantastic Four 2

world war z sequelWorld War Z น่าจะเป็นหนังซอมบี้ในปีหลังๆ นี้ที่ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องรายได้และคำวิจารณ์ น่าจะเป็นหนังจากการแสดงนำของแบรด พิตต์ ที่ทำเงินสูงที่สุดด้วย (ก็น่าจะยังงั้น เพราะพิตต์ไม่ค่อยเล่นหนังแนวเฉพาะที่มีตลาดกว้างสักเท่าไหร่) และทั้งยังสร้างฐานแฟนคลับได้มากในระดับหนึ่งด้วย พาราเมาท์ได้ประกาศสร้างภาคต่อของหนังออกมาเมื่อปี 2013 โดยวางตัวฮวน แอนโตนิโอ บาโยนา จาก The Impossible มารับหน้าที่กำกับ และตอนนี้หนังก็มีกำหนดฉายแล้วครับ

น่าจะเป็นการสร้างภาคต่อที่ทำให้แฟนๆ รอกันนานพอสมควร เพราะปกติแล้วฮอลลีวู้ดมักเข็นภาคต่อออกมาทุก 2-3 ปี แต่สำหรับภาคต่อของ World War Z มีกำหนดฉายในสหรัฐเป็น 9 มิถุนายน 2017 (บ้านเราคงฉายในสัปดาห์เดียวกันหรือใกล้เคียง) ห่างจากภาคแรก 4 ปีเลย และกำหนดฉายนี้ก็ชนกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่อของฟ็อกซ์ Fantastic Four 2 อย่างจัง ซึ่งคงต้องมารอดูกันว่าภาคแรกที่จะออกฉายปีนี้จะสร้างพลังมากพอแค่ไหนให้ภาคต่อหากจะปะทะกับ World War Z ที่มีแฟนหนังพอสมควรอยู่แล้ว

เนื้อเรื่องของ World War Z 2 ยังไม่เป็นที่เปิดเผยออกมาครับ และยังไม่แน่ใจว่าจะอิงจากเนื้อเรื่องส่วนไหนที่ดึงมาจากนิยายของแม็กซ์ บรู้กส์ หรือไม่ แต่หนังก็ได้สตีฟ ไนท์ จาก Eastern Promises มารับหน้าที่เขียนบทให้ โดยแบรด พิตต์ กลับมารับหน้าที่อำนวยการสร้างด้วย

ขณะเดียวกันฉายภาคต่อ My Big Fat Greek Wedding หนังโรแมนติกคอมมิดี้ปี 2002 ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ก็ได้กำหนดฉายเช่นกัน เป้นวันที่ 25 มีนาคม 2016 ครับ ชนกับ Batman v Superman: Dawn of Justice ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นอีกทางเลือกของผู้ชมในสหรัฐเลย เพราะดูเหมือนว่ากลุ่มผู้ชมน่าจะค่อนข้างแตกต่างกัน

นีอา วาร์ดาโลส ซึ่งได้รางวัลออสการ์สาขาเขียนบทจาก My Big Fat Greek Wedding ได้กลับมาเขียนบทพร้อมนำแสดงด้วย ร่วมกับทีมนักแสดงชุดเดิมทั้งหมด โดยมีเคิร์ก โจนส์ จาก Nanny McPhee มารับหน้าที่กำกับภาคต่อ มีทอม แฮงก์, ริตา วิลสัน และ แกรี่ โกทซ์แมน มาอำนวยการสร้างครับ

ที่มา: THR

Read more of this post

ฮวน แอนโตนิโอ บาโยนา กำกับ World War Z ภาคต่อ

world war z 2ภาคต่อของ World War Z มีความคืบหน้าเร็วกว่าที่คาดครับ ฮีทวิชันรายงานว่าฮวน แอนโตนิโอ บาโยนา จาก The Impossible และหนังสยองขวัญ The Orphanage ได้ตกลงเซ็นสัญญากำกับภาคต่อ World War Z ให้แก่พาราเมาท์ พิคเจอร์ส และสกายแดนซ์ โปรดักชัน นอกจากนี้ยังจะรับหน้าที่อำนวยการสร้างด้วยครับ

ภาคแรกที่เพิ่งออกฉายในกลางปีที่ผ่านมา มีปัญหาด้านการถ่ายทำและความเห็นที่ไม่ลงรอยกันระหว่างผู้กำกับมาร์ค ฟอสเตอร์ และแบรด พิตต์ ทำให้ต้องมีการเขียนบทและรื้อองค์สามของหนังถ่ายทำใหม่ เป็นผลให้งานสร้างล่าช้าและต้องเพิ่มทุนสร้างอีก ซึ่งปกติแล้วถ้ามีปัญหาเช่นนี้ หนังมักจะออกมาไม่ค่อยดีและอาจขาดทุน แต่ดูเหมือนว่าองค์สามที่รื้อถ่ายใหม่ไม่ได้ก่อปัญหากับเนื้อเรื่องของหนังโดยรวม และยังสร้างฉากที่ระทึกขวัญที่โดนใจผู้ชม ทำให้หนังทำเงินทั่วโลกไปราว 540 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่ขาดทุนและยังทำให้มีภาคต่อได้ด้วย

แบรด พิตต์ จะกลับมารับบทนำและอำนวยการสร้างเช่นเคย ตอนจบของภาคแรกดูเหมือนจะค่อนข้างสมบูรณ์ในตัว จึงไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องของภาคต่อจะไปยังไง และตัวหนังเองก็ต่างจากต้นฉบับนิยายของแม็กซ์ บรู้กส์ มากมาย ภาคต่อจะกลับไปหาเนื้อเรื่องในนิยายไหม คงต้องมาติดตามดูต่อไป

หนังยังไม่มีกำหนดฉายหรือวางตัวผู้เขียนบทในตอนนี้ครับ

Read more of this post

มาร์ก ฟอสเตอร์ ไม่กลับมากำกับภาคต่อ World War Z และฉากจบดั้งเดิม

wwz russia art02World War Z ภาคต่อ จำเป็นจะต้องหาผู้กำกับใหม่เสียแล้วครับ แบรด พิตต์ ให้สัมภาษณ์แก่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ว่า มาร์ก ฟอสเตอร์ ซึ่งกำกับภาคแรก จะไม่กลับมากำกับภาคต่ออีก

โครงการหนังภาคต่อสงครามโลกซอมบี้ในตอนนี้ “อยู่ในระยะตั้งไข่” ตามที่พิตต์ซึ่งรับหน้าที่ร่วมอำนวยการสร้างด้วยบอก “เรายังคุยกันอยู่ เราจะสืบหาบทหนัง เรามีแนวคิดเยอะมากที่จะดึงมาใช้ ยังไม่มีใครเขียนอะไร แต่เรากำลังระดมความคิดอยู่

เดิมที World War Z มีกำหนดฉายในปี 2012 แต่เลื่อนมาฉายซัมเมอร์ปีนี้ เพื่อถ่ายซ่อมฉากจบใหม่ที่สมเหตุผลกว่า ซึ่งทำให้เกิดข่าวลือว่าพิตต์กับผู้กำกับฟอสเตอร์ทะเลาะจนไม่มองหน้ากัน แต่เดมอน ลินเดลอฟ ซึ่งถูกเรียกตัวให้มาเขียนบทฉากจบใหม่ยืนยันว่าไม่เคยเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว “เรื่องที่ว่าพวกเขาไม่คุยกันนั้น ผมไม่เห็นกับตา และที่สำคัญกว่านั้น เวลาที่แบรดคุยถึงมาร์ก และมาร์กคุยถึงแบรด ต่างให้เกียรติกันดี ราวกับว่าเป็นหุ้นส่วนทางความคิดสร้างสรรค์ที่พยายามจะแก้ปัญหาด้วยกัน

สำหรับฉากที่ถูกถ่ายทำใหม่ของ World War Z รายงานจาก Movies.Com บอกว่า เริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่เครื่องบินออกจากเยรูซาเล็มครับ เหตุการณ์ระทึกขวัญบนเครื่องบินจนถึงตอนที่ไปสถาบันทางการแพทย์ที่เวลช์จนจบ เป็นฉากที่ถ่ายทำใหม่ทั้งสิ้น ของเดิมก็คือเครื่องบินปลอดภัยแล้วไปลงจอดที่มอสโก ใครที่ติดเชื้อถูกประหารหมด ที่เหลือรวมถึงเจอรี่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารรบกับซอมบี้ เจอรี่ถูกยึดโทรศัพท์

หลายเดือนต่อมา เจอรี่ได้กลายเป็นกำลังสำคัญของกองทัพกวาดล้างซอมบี้ของรัสเซีย และมีส่วนช่วยให้ทหารรัสเซียเอาชนะซอมบี้ได้ในสงครามครั้งใหญ่ที่จตุรัสแดง ซึ่งมีฉากใหญ่กว่าที่เยรูซาเล็ม เพราะพบว่าอากาศหนาวจัดทำให้ซอมบี้ขยับตัวไม่ได้ เจอรี่ยังได้ช่วยพลทหารหญิงที่มาด้วยกันจากเยรูซาเล็มจากทหารรัสเซียที่ข่มขืนเธอ และได้โทรกลับไปหาภรรยาในที่สุด

เมื่อโทรกลับไป เจอรี่พบว่าภรรยาอยู่ที่ค่ายลี้ภัย ซึ่งทุกคนที่จะอยู่รอดได้ต้องมีบางอย่างแลกเปลี่ยน ภรรยาของเจอรี่จึงใช้ตัวเอง เธอยอมมีอะไรกับทหารที่เคยช่วยพวกเขาจากหลังคาตึก (แมทธิว ฟ็อกซ์) เพื่อแลกกับความอยู่รอด เจอรี่จึงเสาะหาเรือและเดินทางพร้อมกับเพื่อน กลับไปหาภรรยา

**หมายเหตุ** ขอแก้ข้อความย่อหน้าสุดท้ายจากความว่า “ทาสรัก” เป็นใช้ตัวเองเพื่อแลกเปลี่ยนกับความอยู่รอดครับ คำเดิมอาจห้วนและให้ภาพอีกแบบเกินไป

Read more of this post

World War Z: ความเห็นหลังชม

world war z image 03หนังเรื่อง World War Z อาจไม่ใช่หนังซอมบี้ที่ดีที่สุด ถ้าวัดจากองค์ประกอบว่าหนังซอมบี้มักต้องมีฉากน่ากลัว และต้องฉากที่เสียดสีหรือวิพากษ์สังคมหรือความเป็นมนุษย์แรงๆ เพราะทั้งสององค์ประกอบนี้เบามากด้วยความที่เป็นหนังเรต PG-13 และแทบจะปล่อยผ่านประเด็นจริงจังไปเลย แต่มันทำหน้าที่ได้ดีในแง่ของการเป็นหนังซัมเมอร์ที่ให้ความบันเทิง หนังพาเราร่วมลุ้นระทึก ตื่นเต้น และนั่งเกร็งตั้งแต่ห้านาทีแรกของหนังไปจนจบ ซึ่งแม้จะน่าเสียดายที่หนังเลือกทิ้งประเด็นดราม่าที่เปิดเอาไว้ แต่คิดว่าผู้สร้างคงกลัวว่าถ้าจะเน้นประเด็นเหล่านั้นด้วย หนังอาจยาวถึงสองชั่วโมงครึ่ง และอาจไม่แน่ใจว่าจะทำมันออกมาให้ถึง จึงเน้นเรื่องสร้างความบันเทิงแบบลุ้นระทึกอย่างเดียว

หนังบอกเล่าเรื่องราวของสงครามโลกกับซอมบี้ แต่สเกลของหนังตีวงแคบเข้ามาโดยเน้นการสืบสวนของเจอรี่ (แบรด พิตต์) เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติในการหาต้นตอของเชื้อโรคที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้และหาวิธีรักษาซึ่งพาให้เขาต้องเดินทางไปทั่วโลก ความที่เคยทำงานในสงครามมาก่อนก็ทำให้เขาเชี่ยวชาญในการเอาตัวรอดระดับหนึ่ง และความที่เป็นคนช่างสังเกตก็ทำให้เขาได้พบวิธีช่วยเหลือมนุษย์ในที่สุด

ผู้ชมติดตามการสืบสวนของเจอรี่ไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกและได้ร่วมลุ้นให้เจอรี่รอดท่ามกลางฝูงซอมบี้ที่วิ่งเร็วและบ้าประหนึ่งฝูงสัตว์ร้ายอันบ้าคลั่ง ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการฝ่าด่านเกมต่างๆ เพื่อเก็บเบาะแสเพื่อเอาไปใช้ในด่านสุดท้าย ตั้งแต่การพยายามหนีออกจากเมือง การเจอซอมบี้ในความมืด ฝูงซอมบี้ที่ทะลักกำแพงเมืองเข้ามา ซอมบี้บนเครื่องบิน และซอมบี้ในห้องทดลองที่บางฉากชวนให้นึกถึงความสยองขวัญของเกม Resident Evil และน่าจะเป็นการสร้างฉากที่คล้ายเกมได้ดีกว่าหนังที่สร้างจากเกมเองด้วยซ้ำ

แบรด พิตต์ทำหน้าที่ได้ดีอย่างมากในการพาหนังทั้งเรื่องให้ไปรอดได้ตลอดฝั่ง ได้มีฉากโชว์ความเท่และฉากใช้ความสามารถไปพร้อมกัน

8/10

Read more of this post

World War Z: จากหน้ากระดาษสู่จอภาพยนตร์

WORLD WAR Zแบรด พิตต์ ห่างหายไปนานจากหนังพานิชย์ หรือหนังซัมเมอร์  และได้กลับมาอีกครั้งในหนังเขย่าขวัญซอมบี้ฟอร์มยักษ์ World War Z จากผู้กำกับมาร์ค ฟอร์สเตอร์ จาก The Kite Runner และ Quantum of Solace หนังดัดแปลงจากนิยายของแม็กซ์ บรู้ก ชื่อ World War Z: An Oral History of the Zombie War ซึ่งความยากในการดัดแปลงก็ทำให้ใช้เวลายาวนานพอสมควรกว่าจะสร้างเป็นหนังได้ หนังได้ฉายรอบพิเศษและฉายรอบปฐมทัศน์ไปแล้วในลอนดอนซึ่งคำวิจารณ์เบื้องต้นออกมาดีมาก แม้ว่าผู้ที่เคยอ่านฉบับนิยายจะบอกว่าหนังแตกต่างจากนิยายเยอะมากก็ตาม ซึ่งเราคงนำมาเล่าอีกทีในภายหลังครับ

และสำหรับในแง่การดัดแปลงจากนิยายเป็นหนังนั้น เราก็ได้รายละเอียดมาจากทางยูไอพีฯ ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้ในบ้านเรา ได้มอบข้อมูลส่วนนี้จากโปรดักชั่นโน้ตของหนังมาให้ บอกเล่าให้เรารู้ว่าฉบับนิยายนั้นสร้างความประทับใจอะไรให้ผู้สร้างจนถึงอยากเอามาเล่าเป็นภาพยนตร์ และพวกเขาต้องทำอย่างไรบ้างในการพยายามดัดแปลงจากนิยายให้ออกมาเป็นหนังแล้วน่าติดตามในแบบของหนัง รวมถึงความยากลำบากในการดัดแปลง และความหมายของซอมบี้หากเทียบเคียงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในโลกปัจจุบันครับ ผมคิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลในการเตรียมตัวก่อนชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

Read more of this post

ดูฟุตเตจใหม่ในคลิปเบื้องหลัง World War Z

world war z image 02ยูไอพีได้ส่งคลิปเบื้องหลังหนังซอมบี้ล้างโลก World War Z พร้อมมีซับไตเติ้ลภาษาไทย ออกมาแนะนำให้เรารู้จักหนังกันมากขึ้นครับ

เบื้องหลังตัวแรกนี้ชื่อว่า “โฉมแรก” พาเราไปทำความรู้จักกับเนื้อเรื่องของ World War Z ผ่านคำพูดของผู้กำกับมาร์ค ฟอสเตอร์ และ มีเรย์ อีนอส นักแสดงนำหญิงของเรื่องครับ ทั้งคู่ยังพูดถึงจุดเด่นของหนังด้วย

ฟอสเตอร์บอกว่าหนังเรื่องนี้มีความสมบูรณ์แบบเพราะมีทุกองค์ประกอบ ทั้งความระทึกขวัญ การระบาดทั่วโลก และมีแบรด พิตต์ด้วย

ในคลิปยังมีฟุตเตจใหม่เพิ่มมาให้ดูอีกนิดหน่อยด้วย และน่าจะยั่วความอยากดูได้เป็นอย่างดีสำหรับผู้ที่รอคอยหนังเรื่องนี้ครับ

หนังจะออกฉายในระบบ 3D วันที่ 20 มิถุนายนนี้ คลิกชมคลิปด้านใน

Read more of this post

ฝูงซอมบี้ตะกายขึ้นฟ้า บน 2 ใบปิดใหม่ของ World War Z

World War Z poster header 2พาราเมาท์ได้เผยโฉมใบปิดใหม่ของหนังซอมบี้ล้างโลก World War Z ครับ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการออกแบบโดยเอามาจากฉากหนึ่งในหนังที่ซอมบี้ไต่รถขึ้นไปเล่นงานเฮลิคอปเตอร์ของทหาร นอกจากใบปิดแล้ว พาราเมาท์ยังเผยเนื้อเรื่องทางการออกมาด้วยว่า “หนังเป็นเรื่องราวของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ แกรี่ เลน (แบรด พิตต์) ซึ่งต้องเดินทางไปทั่วโลกแข่งกับเวลา เพื่อหาทางยับยั้งการระบาดที่กำลังโค่นล้มกองทัพและรัฐบาลหลายประเทศ และยังอาจทำให้มนุษย์สิ้นเผ่าพันธุ์ด้วย

ด้วยเหมือนว่าเรื่องย่อจะไม่ใช้คำว่า “ซอมบี้” ในนั้น แต่ใช้คำว่าการระบาดของโรคร้ายแทน ซึ่งอาจเป็นการพยายามเผยทิศทางการตลาดบางอย่างของหนังก็เป็นได้ครับ

พาราเมาท์ยังจะปล่อยตัวอย่างใหม่ของหนังออกมาออนไลน์ในวันนี้ด้วย แต่ตัวอย่างก็หลุดออกมาก่อนครับ รอดูต่อไปว่าตัวอย่างใหม่จะมีฟุตเตจเพิ่มจากฉบับที่หลุดออกมาไหม

นอกจากแบรด พิตต์แล้ว หนังยังมีไมเรลลี อีนอส, แม็ทธิว ฟ็อกซ์, เจมส์ แบดจ์ เดล และเดวิด มอร์ส ร่วมแสดงครับ กำกับโดยมาร์ค ฟอสเตอร์ จะออกฉายมิถุนายนนี้ คลิกชมใบปิดด้านใน

UPDATE: ใบปิดอีกแบบเผยโฉมที่ IGN ครับ ใช้ภาพเดียวกันจากหนัง แต่เทคนิคในการนำเสนอต่างกัน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 719 other followers