ทอม ครูส ขับเครื่องบินรบไฮเทคสู้กับเอเลี่ยนในหนังไซไฟ Yukikaze

Tom Cruise Yukikazeเราเห็นทอม ครูสขับเครื่องบินรบมาแล้วใน Top Gun และก็กำลังจะเห็นเขาสู้กับเอเลี่ยนในหนังจากนิยายไซไฟของญี่ปุ่นเรื่อง All You Need is Kill ล่าสุดหลังจากนั้น เราจะได้เห็นเขาขับเครื่องบินรบสู้กับเอเลี่ยนในหนังจากนิยายไซไฟของญี่ปุ่นเรื่อง Yukikaze ครับ

เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่าทอม ครูส จะรับบทนำในหนังไซไฟเรื่องใหม่ของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ที่เพิ่งซื้อลิขสิทธิ์นิยายมาจากโคเฮล คามายาชิ ครับ

นิยายฉบับนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจนมีการนำไปดัดแปลงเป็นหนังอนิเมชั่นที่ทำออกมาในรูปแบบของวิดีโอ และสร้างต่อเนื่องกันถึง 5 ภาค โดย 2 ในนั้น ก็เคยได้รับรางวัลด้านอนิเมชั่นด้วย

เรื่องราวของหนังจะเกิดขึ้นในอนาคตที่เอเลี่ยนได้สร้างรูหนอนเพื่อเดินทางมารุกรานโลก เหนือท้องฟ้าของแอนตาร์กติกา มนุษย์ต้องสร้างเครื่องบินลาดตระเวนรบสุดไฮเทคออกต่อกร ซึ่งเครื่องบินรุ่นนี้มีชื่อเดียวกับชื่อหนังนั่นเอง ครูสจะรับบทเป็นนักบินที่ขับเครื่องบินไฮเทคนี้

Yukikaze ถือเป็นงานหนังบู๊ไซไฟอีกเรื่องของครูสที่แสดงต่อต่อกันในช่วงนี้ครับ มี Oblivion ที่เพิ่งออกฉายไป และ All You Need is Kill ที่จะออกฉายมิถุนายนปีหน้าด้วย

ผมแนบตัวอย่างฉบับอนิเมมาให้ชมด้วยที่ด้านในครับ

Read more of this post

About these ads

วอร์เนอร์ฯ เตรียมรีเมก Gremlins ปีศาจซน

gremlinsอาจยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเสียทีเดียว แต่ bloody-disgusting เว็บไซต์ข่าวหนังที่เชื่อถือได้เว็บหนึ่งบอกว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้ตกลงจะนำ Gremlins ปีศาจซนกลับมาสร้างใหม่ครับ

เคยมีข่าวมาสักระยะครับว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส วางแผนที่จะสร้างภาคต่อให้หนังสยองขวัญตลกร้ายเรื่องนี้ ซึ่งห่างจากภาคสองของหนังมา 23 ปีแล้ว แต่ในรายงานล่าสุดนี้เปลี่ยนแผนใหม่จากการสร้างภาคต่อเป็นการนำกลับมาสร้างใหม่แทนครับ

หนังต้นฉบับมีสตีเวน สปีลเบิร์ก อำนวยการสร้าง และกำกับโดยโจ ดันเต้ ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่ม (แซ็ค กิลลิแกน) ที่ได้ตัวมอกไกว สัตว์แสนประหลาดมาเลี้ยงไว้ แต่เขากลับดันทำผิดกฎการเลี้ยง ทำให้เกิดฝูงอสุรกายออกมาอาละวาดทั่วเมือง

วอร์เนอร์ฯ ได้มอบหมายให้เซ็ธ แกรห์ม-สมิธ มารับหน้าที่อำนวยการสร้างครับ ร่วมกับเดวิด แคทเซนเบิร์ก ผลงานของแกรห์ม-สมิธก่อนหน้านี้ก็คือการเขียนบท Dark Shadows และ Abraham Lincoln: Vampire Hunter แต่ในรายงานไม่ได้บอกว่าเขาจะมาเขียนบทหนังให้ Gremlins ด้วยไหม หรือแค่อำนวยการสร้างอย่างเดียวครับ (ซึ่งหลายคนคงอยากให้เกี่ยวข้องกับโครงการหนังแค่นี้แน่ๆ)

เสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังก็คือเทคนิคการสร้างตัวเกรมลินในหนัง เทคนิคการใช้หุ่นยนต์และหุ่นเชิดที่แม้จะเชยไปแล้วช่วยให้ปีศาจแสนซนเหล่านี้ดูมีชีวิตชีวาอย่างมากๆ ผมว่ามากกว่าการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกด้วยซ้ำครับ

คลิกชมตัวอย่างหนังต้นฉบับได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

คริสโตเฟอร์ แม็คควอรี จะเขียนบทและกำกับหนังสายลับเขย่าขวัญ Ice Station Zebra

christopher mcquarrie ice station zebraทอม ครูส เพิ่งตกลงเซ็นสัญญากับมารับบทอีธาน ฮันต์ อีกครั้งใน Mission: Impossible 5 เมื่อเร็วๆ นี้ครับ และมีข่าวบอกว่าเตรียมให้คริสโตเฟอร์ แม็คควอรี ที่เพิ่งร่วมงานกันใน Jack Reacher มารับหน้าที่กำกับ แต่ดูเหมือนอาจผิดหวังเสียแล้ว (เว้นแต่จะยอมรอ) เพราะแม็คควอรีเพิ่งตกลงเซ็นสัญญาที่จะเขียนบทและกำกับ Ice Station Zebra ให้แก่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ครับ ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์

Ice Station Zebra เคยถูกสร้างเป็นหนังออกฉายมาก่อนในปี 1968 โดยค่ายเอ็มจีเอ็ม มีร็อค ฮัดสัน กับเอิร์นเนสต์ บอร์กไนน์ แสดงนำ ดัดแปลงจากนิยายของอลิสแตร์ แม็คลีน มีฉากเป็นยุคสงครามเย็น ซึ่งเป็นเรื่องราวการแข่งขันระหว่างเรือดำน้ำของสหรัฐกับรัสเซียเพื่อไปยังอาร์กติก และหาทางแย่งชิงสิ่งของคล้ายภาพถ่ายที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคง หนังมีทั้งฉากยิงตอร์ปิโดถล่มกัน ฉากวินาศกรรม, สายลับสองหน้า และการทรยศหักหลัง พลิกไปพลิกมาครบสูตรเรื่องราวสายลับ

ฟังดูแล้วเป็นเรื่องราวที่เหมาะกับแม็คควอรีดี ซึ่งสร้างชื่อให้ตัวเองจากบทหนัง The Usual Suspect ครับ

ยังไม่มีรายงานว่าหนังจะเปิดกล้องหรือวางกำหนดฉายเมื่อไหร่ จึงไม่รู้ว่าจะกระทบหนัง Mission: Impossible 5 แค่ไหนครับ

สำหรับงานเมื่อเร็วๆนี้ของแม็คควอรีก็คือ Jack The Giant Slayer ที่เขาเขียนบทร่วมกับแดน สตัดนี่ย์ และแดเรน แลมเก้ นอกจากนี้ยังมี The Wolverine ที่เขียนบทร่วมกับมาร์ค บอมแบ็ค และสก็อต แฟรงก์

ภาพซากสัตว์ประหลาดกลางเมืองในโลกของหนัง Pacific Rim

pacific rim viral 01ดูเหมือนว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์สพยายามให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับหนัง Pacific Rim ด้วยการตลาดแบบไวรัสคล้ายกับ Cloverfield ด้วยการยั่วความสนใจในลักษณะที่ทำเหมือนเป็นภาพจากข่าว ที่เกี่ยวข้องกับหนัง แต่ไม่ได้เป็นภาพจริงในหนัง และปล่อยออกมาหลายภาพแล้วผ่านทางทวิตเตอร์ครับ

ภาพที่ปล่อยออกมามีตั้งแต่ภาพรอยเท้าของสัตว์ประหลาด ภาพเลือดสีฟ้าจากการต่อสู้ ภาพการทำความสะอาดคราบเลือดสัตว์ประหลาด ภาพกองอุจจาระ และก็มีภาพซากของสัตว์ประหลาดที่ตายแล้วอยู่กลางเมือง ซึ่งดูเหมือนชาวเมืองจำเป็นต้องสร้างเมืองขึ้นมารอบๆ และอยู่ร่วมกับซากพวกนี้ครับ

การตลาดแบบนี้คล้ายกับว่านี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นในโลกจริงๆ ที่มีสัตว์ประหลาดยักษ์จากต่างดาวมาบุก และมนุษย์ได้สร้างหุ่นยนต์ไปต่อสู้ แต่ผมคิดว่า Cloverfield เหนือกว่าตรงที่ความลับของหนังชวนให้ผู้ชมอยากสนใจมากขึ้น ด้วยการไม่เผยภาพสัตว์ประหลาดออกมาเต็มๆ จนคนต้องไปดูกันเองในโรง แต่ขณะเดียวกันก็ทำคลิปข่าวออกมาได้น่าตื่นเต้น ชวนให้ค้นหามากๆ ครับ

Pacific Rim กำกับโดยเกียลเลอโม เดล ทอโร เป็นเรื่องราวในอนาคตอันใกล้ที่โลกมนุษย์ถูกสัตว์ประหลาดจากต่างดาวบุก พวกมันมีชื่อว่า “ไคจู” (Kaijus) แอบอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิคและชอบขึ้นมาโจมตีประเทศแถบนั้น ทำให้ประเทศต่างๆต้องรวมมือกันต่อสู้ด้วยการสร้างหุ่นยักษ์ที่เรียกว่า “แจเกอร์” (Jaegers) ขึ้นมา ซึ่งหุ่นยักษ์ตัวเอกของเรื่องได้ริงโกะ คิคูชิ และชาร์ลี ฮันแนม รับบทเป็นสองนักขับหุ่นยนต์ ที่ต้องรวมใจเป็นหนึ่งในการช่วยกันบังคับหุ่นยักษ์ต่อกรกับสัตว์ประหลาดร้ายเหล่านั้น หนังยังมีรอน เพิร์ลแมน, ไอดริส เอลบา และชาร์ลี เดย์ ร่วมแสดงด้วย จะออกฉายกรกฎาคมนี้

Read more of this post

อดัม แซนด์เลอร์ และ ดรูว์ แบรี่มอร์ พบกันอีกครั้งในหนังรักตลกของผู้กำกับ Wedding Singer

adam sandler drew barrymoreนักดูหนังที่ชอบการแสดงอันเข้าขากันของอดัม แซนด์เลอร์ และดรูว์ แบรี่มอร์ นี่เป็นข่าวดีของคุณครับ เพราะทั้งคู่จะกลับมาพบกันอีกครั้งในหนังรักปนตลกของค่ายวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ตามรายงานของวาไรตี้

หนังยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการครับ แต่สร้างจากบทหนังของไอแวน เมนเชลล์ และแคลร์ เซรา บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มกับหญิงสาวที่มานัดบอดดูตัวกัน ซึ่งพังพินาศไปตั้งแต่การพบกันครั้งแรกจนไม่อยากจะมองหน้ากัน แต่ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในรีสอร์ตพักร้อนร่วมกัน พร้อมกับลูกติดของแต่ละคนจากการแต่งงานครั้งก่อน แล้วระหว่างนั้นก็เริ่มสานสัมพันธ์กันใหม่ครับ

แฟรงก์ โคราซี ที่เคยยกำกับทั้งคู่ใน The Wedding Singer จะมารับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ด้วย ยิ่งเป็นการการันตีว่าน่าจะเป็นหนังรักปนตลกแบบห่ามๆ ที่นักดูหนังน่าจะชอบกัน

ทั้งแซนด์เลอร์กับแบรี่มอร์ไม่ค่อยมีผลงานทำเงินนักในระยะหลัง โดยเฉพาแซนด์เลอร์ที่นอกจาหนังแป้กแล้วยังได้รับคำวิจารณ์ไม่ดีเยอะมากจนเข้าชิงแรซซี่อยู่บ่อยๆ หนังเรื่องนี้อาจเป็นอะไรที่ช่วยให้สถานะการเป็นดาราทำเงินของเขากลับคืนมา เพราะทั้ง The Wedding Singer และ 50 First Dates ที่เป็นการร่วมงานของทั้งคู่เป็นหนังที่ได้รับคำชมในด้านดีค่อนข้างมาก และก็ทำเงินด้วยไปพร้อมๆกันครับ

แต่ถ้าคุณยังคิดถึงหนังตลกห่ามๆ สไตล์ของแซนด์เลอร์ ในเดือนสิงหาคมนี้ก็จะมี Growing Ups 2 ออกฉายครับ ซึ่งใบปิดแรกของหนังได้เผยโฉมแล้วด้านใน

Read more of this post

ดันแคน โจนส์ จาก Source Code ได้กำกับหนังจากวิดีโอเกม World Of Warcraft

world_of_warcraftสำหรับแฟนๆ ของเกม World of Warcraft ที่ฝันอยากเห็นฉบับภาพยนตร์ของเกมนี้ ข่าวดีของคุณมาถึงแล้ว วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้ตกลงเลือกดันแคน โจนส์ ผู้กำกับดังจากหนังไซไฟ Moon และ Source Code ให้มาเป็นผู้กำกับฉบับหนังเรื่องนี้ครับ ตามรายงานของฮีทวิชั่น

World of Warcraft เป็นหนึ่งในเกมออนไลน์สุดฮิตที่มีผู้เล่นทั่วโลกเป็นสิบล้านคน มีเรื่องราวผสมผสานทั้งไซไฟและแฟนตาซี และมีตัวละครในโลกแห่งนี้สารพัดชนิดตั้งแต่ออร์ค, มังกร, มนุษย์หมาป่า, ซอมบี้ จนไปถึงยานอวกาศ ให้ต้องต่อสู้ โครงการหนังถูกประกาศสร้างมานานแล้วแต่ชะงักงันหลังจากแซม ไรมี่ ที่ถูกวางตัวให้มากำกับถอนตัวออกไปจากโครงการหนังเรื่องนี้ครับ

โจนส์ให้ความเห็นผ่านทวิตเตอร์หลังจากมีข่าวออกไปว่า “มีคำท้าทายมานานแล้วว่าเราจะสร้างหนังจากวิดีโอเกมให้ออกมาดีสักเรื่องได้ไหม ผมพูดเสมอว่ามีทางเป็นไปได้ ต้องทำตอนนี้แล้ว

หนังจะใช้ทุนสร้างราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่ามหาศาลเมื่อเทียบกับงานก่อนหน้านี้ของโจนส์ทั้งหมด คาดว่าน่าจะเริ่มงานได้เร็วด้วยเพราะบทหนังฉบับล่าสุดโดยชาร์ลส์ ลีฟฟิทท์ จาก Blood Diamond ก็เสร็จแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาว่าเนื้อเรื่องจะเป็นยังไงครับ

การคัดเลือกนักแสดงในตอนนี้ยังไม่ได้เริ่ม แต่ก็มีกระแสว่าวอร์เนอร์ฯ อยากทาบทามให้จอห์นนี่ เดปป์ มารับบทนำในหนัง

World of Warcarft มีแผนจะออกฉายในปี 2015 ครับ แต่ยังไม่ระบุวันที่ชัดเจนออกมา

หนังหุ่นยักษ์แปลงร่าง Robotech (มาครอส) ได้ผู้กำกับจากวงการโฆษณา

robotechเพราะความสำเร็จของ Transformers หนังหุ่นยักษ์กลายเป็นกระแสใหม่ของฮอลลีวู้ดในตอนนี้ครับ เราจะเริ่มจาก Pacific Rim ของเกียลเลอโม เดล ทอโร ในปีนี้ก่อน ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็จะมีภาคต่อตามมา และก็ยังจะมี Transformers 4 ที่ไมเคิล เบย์จะปลุกชีพไตรภาคใหม่ และก็หนังหุ่นยักษ์ล้างโลก Robopocalypse ที่สตีเวน สปีลเบิร์ก เตรียมสร้าง และก็มีหุ่นยักษ์ Gaiking ที่ประกาศไปเมื่อไม่นานนี้ ล่าสุดที่กำลังจะมาในอนาคตอันใกล้ก็คือ Robotech ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กำลังเจรจาให้นิค แมทธิว ผู้กำกับหนังจากวงการโฆษณา มารับหน้าที่กำกับครับ ตามที่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงาน

Robotech ที่การ์ตูนชุดที่โทบี้ แม็คไกวร์ ได้ลิขสิทธิ์มาสร้างตั้งแต่ปี 2007 แต่โครงการหนังติดขัดมาตลอดเพราะยังติดเรื่องบทหนังอยู่ และนี่เป็นครั้งแรกที่โครงการหนังเรื่องนี้กำลังเจรจาตัวผู้กำกับอยู่ครับ

Robotech เป็นอนิเมชั่นดังเรื่องหนึ่งของยุค 80 ว่าด้วยเรื่องราวของรักสามเส้า เสียงเพลง และหุ่นแปลงร่าง มีฉากเป็นโลกอนาคตที่มียานต่างดาวมาตกลงบนโลกมนุษย์ มนุษย์ได้ใช้เทคโนโลยีจากยานที่ตกลงมาสร้างเป็นหุ่นยนต์แปลงร่าง เมื่อมนุษย์ต่างดาวได้มายังโลกเพื่อรุกราน โลกจึงต้องพึ่งสองนักขับหุ่นรบแปลงร่างเพื่อปกป้องให้พ้นหายนะ เดิมทีแล้วการ์ตูนชุดนี้ชื่อ Macross ตอนที่ออกฉายในญี่ปุ่นและที่บ้านเรา แต่อเมริกาซื้อไปแล้วตัดต่อใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ เพื่อให้มีตอนที่จะฉายพอทุกวัน

ถ้าการเจรจาลุล่วง Robotech จะเป็นงานกำกับเรื่องแรกของแมทธิวครับ วอร์เนอร์ฯ โดนใจผู้กำกับคนนี้จากการนำเสนอเพื่อเสนอตัวกำกับหนังไซไฟเรื่อง The Wind ในปี 2012 ที่เขียนบทโดยเดวิด คีออฟ แต่ดูเหมือนว่าวอร์เนอร์ฯ เห็นควรให้เขากำกับ Robotech ก่อน คุณลองชมผลงานหนังโฆษณาของเขาได้ที่ anonymouscontent ครับ

ข่าวลือ: วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เตรียมยกเครื่องใหม่ให้ Gremlins

gremlinsมีข่าวลือว่าหนังชุด Gremlins จะถูกนำกลับมาสร้างใหม่นานแล้วครับ แต่ครั้งล่าสุดที่ออกมาสดๆร้อนๆ มาจากเว็บไซต์ข่าวซุบซิบวงการหนังอย่าง Vultures ที่แม้จะรายงานผิดเมื่อเร็วๆนี้ว่าแซ็ค สไนเดอร์ จะกำกับภาคแยก Star Wars ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “เจ็ดเซียนซามูไร” แต่ข่าวลือที่เว็บนี้เอามาลงเกิน 90 % ก็ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริงครับ

ในรายงานที่ยังไม่ยืนยันนี้บอกว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์สอยากคืนชีพให้หนังฮิตปี 1984 เรื่อง Gremlins และกำลังเจรจาต่อรองขอซื้อลิขสิทธิ์จากแอมบลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ของสตีเวน สปีลเบิร์ก อยู่ในตอนนี้

วงในบอกว่าการเจรจาทำมานานแล้ว เพราะการทำข้อตกลงกับสปีลเบิร์กนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย “และมักทำให้เกิดความท้อแท้ต่อความมุ่งหวังด้านการเงินอยู่เสมอ” ในรายงานว่ายังงั้นครับ นอกจากนี้วอร์เนอร์ฯ ยังต้องจ้างทีมสร้างสรรค์ของสปีลเบิร์กเข้าไปช่วยดูแลงานด้วยหากจะสร้างจริงๆ อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าการเจรจามีแนวโน้มที่จะบรรลุผลครับ

ในหนังต้นฉบับนั้น สปีลเบิร์กทำหน้าที่อำนวยการสร้างหนัง ให้โจ อันเต้กำกับ และมีคริส โคลัมบัส จาก Harry Potter มาเขียนบท เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ได้ดูแลสัตว์ประหลาดน่ารักที่เรียกว่าตัวแมกไกว แต่มีข้อห้ามว่าห้ามเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้โดนน้ำหรือให้อาหารหลังเที่ยงคืน เพราะมันจะมีสัตว์ประหลาดร้ายๆ แยกออกมาจากตัวของมัน เด็กหนุ่มเผลอทำผิดข้อห้าม เหล่าเกรมลินตัวร้ายจึงถือกำเนิด และเกิดความวุ่นวายทั่วเมืองครับ

หนังใช้ทุนสร้าง 11 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ทำเงินทั่วดลกไปราว 153 ล้านเหรียญ ทั้งยังได้สร้างอสุรกายที่เป็นที่จดจำไปทั่วโลก

ถ้าหนังเรื่องนี้ได้สร้าง สปีลเบิร์กคงทำหน้าที่เป็นเพียงผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารครับ และเมื่อเว็บไซต์ข่าวติดต่อไปยังสปีลเบิร์กเพื่อขอความเห็นต่อข่าว ตัวแทนของสปีลเบิร์กบอกว่า “ไม่ว่างที่จะให้ความเห็น” ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าข่าวไม่มีมูลก็จะถูกปฏิเสธออกมาเลยทันที

วอร์เนอร์ฯ นำหนังสั้นไซไฟ True Skin ที่มีฉากกรุงเทพฯในอนาคตขึ้นสู่จอใหญ่

นักสร้างหนังรุ่นใหม่หลายคนขายงานและได้เกิดโดยการสร้างหนังสั้นแล้วอัพโหลดลงยูทูบหรือเว็บวิดีโอต่างๆ และก็มีหลายครั้งที่หนังสั้นเหล่านี้มีแนวคิดโดนใจค่ายหนังใหญ่ๆจนซื้อลิขสิทธิ์ ซึ่งหลังจากหนังสั้น True Skin ของผู้กำกับ Stephan Zloteschu ถูกอัพโหลดให้ชมผ่านทางยูทูบเพียงไม่ถึงสัปดาห์ดีนัก ก็เตะตาผู้สร้างหนังของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส อย่างจัง ทำให้ซื้อลิขสิทธ์หนังสั้นเรื่องนี้ มาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องยาวครับ ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์

ผู้กำกับ Zloteschu จะรับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้เอง ภายใต้การอำนวยการสร้างของเดวิด เฮย์แมน จากหนังชุด Harry Potter ซึ่งเรื่องราวนำเสนอเกี่ยวกับโลกอนาคตอันไม่ไกลนัก มีฉากคล้ายหนัง Blade Runner ที่มนุษย์ชอบซื้อหาอะไหล่ของหุ่นยนต์มาเปลี่ยนกับอวัยวะของตัวเอง แต่ในสหรัฐนั้นค่าใช้จ่ายในการซื้ออะไหล่หุ่นยนต์แพงมาก ตัวเอกของเรื่องจึงเดินทางมาซื้อในตลาดมืดของกรุงเทพ และกรุงเทพในอนาคตที่เห็นส่วนใหญ่ในหนังเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นย่านพัฒน์พงศ์ที่ต่างชาติชอบมาเที่ยวหาความบันเทิงกันอยู่

ในหนังสั้นไม่ได้เน้นไปที่เนื้อเรื่องสักเท่าไหร่ แต่เป็นการขายแนวความคิดครับว่ามันจะออกมาในลักษณะไหน เกี่ยวกับอะไหล่หุ่นยนต์ หรือฉากต่างๆ แต่เมื่อสร้างเป็นหนังแล้ว จะให้ตัวเอกเดินทางมากรุงเทพฯ แล้วได้ครอบครองชิปลึกลับที่ทำให้เขากลายเป็นหุ่นยนต์ได้ ซึ่งมีองค์กรร้ายหมายที่จะครอบครองมัน และตัวเอกก็ต้องหนีการไล่ล่าและแข่งกับเวลาเพื่อรักษาส่วนที่ยังเป็นคนของเขาไว้

แผนการสร้างหนังจะให้เป็นหนังทุนต่ำแบบ Chronicle ของฟ็อกซ์ครับ ซึ่งจากภูมิหลังของผู้กำกับที่เป็นนักสร้างเทคนิคพิเศษ และผู้อยู่เบื้องหลังมิวสิควิดีโอให้ศิลปินดังอย่างเลดี้ กาก้า, นิกกี้ มินาจ และ คานเย เวสต์ น่าจะเป็นประโยชน์อย่างดีต่อแผนการนี้ด้วยครับ คลิกชมหนังสั้นนี้ได้ที่ด้านใน

Read more of this post

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส วางแผนเปิดกล้อง Justice League ปีหน้า เพื่อออกฉาย 2015

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กับ ดีซี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คงได้แต่ทำตาปริบๆ ที่หนังซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวล และดิสนี่ย์ ถูกสร้างขึ้นจอใหญ่ และโกยเงินเอาๆ แต่ของพวกเขานั้นมีเพียงไตรภาค The Dark Knight ของคริสโตเฟอร์ โนแลน เท่านั้นที่ทำแบบนั้นได้ ขณะที่ Superman Returns ไม่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จจนต้องมีการยกเครื่องใหม่เป็น Man of Steel ในปีหน้า และ Green Lantern ก็ดับสนิท แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาพร้อมจะทะยานอย่างเต็มกำลังแล้วเมื่อคดีพิพาทระหว่างพวกเขากับทายาทของโจ ชัสเตอร์ ผู้สร้างตัวละครซูเปอร์แมน ได้สิ้นสุดไปเมื่อวาน และศาลให้ดีซีคอมมิคชนะครับ

ในรายงานของ LA Times บอกว่า วอร์เนอร์ฯจะเดินหน้าเปิดกล้อง Justice League ในปีหน้า เพื่อออกฉายปี 2015 ในปีเดียวกันกับ The Avengers 2 ของดิสนี่ย์พอดิบพอดีเลย แผนการเดินหน้าครั้งนี้เป็นผลมาจากการเอาชนะคดีลิขสิทธิ์ตัวละครซูเปอร์แมนที่ห้ามพวกเขาใช้องค์ประกอบสำคัญตามท้องเรื่องของซูเปอร์แมนเอามาสร้างเป็นหนัง ซีรี่ส์ทางทีวี หรือนิยายภาพต่างๆหลังจากปี 2013 ไปแล้ว จนกว่าจะเจรจาข้อตกลงใหม่กับทายาทของชัสเตอร์และเจอรี่ ซีเกิล ที่ร่วมให้กำเนิดซูเปอร์แมนเสียก่อน

วอร์เนอร์ฯ ได้เตรียมบทหนังเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เหลือแต่เพียงหาตัวผู้กำกับและนักแสดงที่จะมารับบทครับ และเราคงต้องรอดูว่าพวกเขาจะเลือกใครมารับบทเป็นมนุษย์ค้างคาว, วันเดอร์วูแมน และซูเปอร์แมน (เว้นแต่จะยังคงใช้เฮนรี คาวิลล์ ที่รับบทนี้ใน Man of Steel ที่จะฉายปีหน้า) ในรายงานยังบอกอีกว่าพวกเขากำลังทาบทามให้คริสโตเฟอร์ โนแลน มารับหน้าที่อำนวยการสร้าง เหมือน Man of Steel ด้วย

ตอนนี้ เท่าที่สังเกตจากแผนการของวอร์เนอร์ฯ พวกเขาดูจะใช้แผนการสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่ในแบบตรงกันข้ามกับดิสนี่ย์และมาร์เวลครับ ขณะที่ค่ายหนังสร้างหนังภาคเดี่ยวให้ตัวละครต่างๆก่อน แล้วค่อยมารวมทีม ฝ่ายแรกนั้นจะสร้างหนังรวมทีมก่อนแล้วค่อยแยกไปมีหนังเดี่ยวของตัวเอง

ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน กับ โรเบิร์ต เดอ นีโร ตกลงดวลกำปั้นกันใน Grudge Match

มีข่าวมาตั้งแต่พฤษภาคมที่ผ่านมาครับว่าซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ผู้เคยสวมบทเป็นนักมวยใน Rocky หนังออสการ์ปี 1976 กับ โรเบิร์ต เดอ นีโร ผู้คว้ารางวัลออสการ์จากหนังนักมวย Raging Bull ของมาร์ติน สกอร์เซซี จะร่วมงานกันอีกครั้งหลังจาก Cop Land ในปี 1997 ในหนังตลกเกี่ยวกับนักมวยเรื่อง Grudge Match ล่าสุด วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ได้อนุมัติโครงการหนังเป็นที่เรียบร้อย

หนังจะเป็นเรื่องราวของนักมวยคู่ปรับวัยดึกสองคนที่กลับขึ้นสังเวียนมาดวลกำปั้นกันอีกครั้งเพื่อชำระแค้นกันเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีปีเตอร์ ซีกัล จากหนังตลก Get Smart มารับหน้าที่กำกับครับ

จุดขายสำคัยของหนังนอกเหนือจากการที่เอานักแสดงรุ่นเดอะระดับพระกาฬมาเจอกันแล้วก็ยังอยู่ที่ว่าทั้งคู่เคยรับบทเป็นนักมวยที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการภาพยนตร์ด้วยกันทั้งคู่ ผู้ชมคงได้อารมณ์เหมือนได้ดูร็อคกี้กับลามอตตามาดวลหมัดกัน

ตามรายงานของเดดไลน์บอกอีกว่าหนังจะเปิดกล้องราวต้นปีหน้าครับ ซึ่งคงต้องมารอดูว่าทั้งคู่จะหาคิวกันได้ไหม

บียอนเซ่ถอนตัวจาก A Star is Born ของคลินท์ อีสต์วู้ด เนื่องจากคิวไม่ว่าง

หลังจากโครงการหนัง A Star is Born เลื่อนมารอบหนึ่งหลังจากที่บียอนเซ่ โนว์ลส์ ที่จะมารับบทนำตั้งครรภ์ ตอนนี้โครงการหนังเลื่อนไปอีกรอบเมื่อเธอถอนตัวครับ ตามรายงานของวาไรตี้

การถอนตัวครั้งนี้เนื่องมาจากเธอไม่มีคิวว่างในช่วงที่ผู้กำกับคลินท์ อีสต์วู้ด จะเปิดกล้องในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าพอดี ทำให้ต้องมีการหานักแสดงนำใหม่ ซึ่งแหล่งข่าวบอกว่าอีสต์วู้ดสนใจเอสเปอรันซ่า สปาลดิง นักร้องแจ๊ซ เจ้าของรางวัลแกรมมี่สาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 2011 มารับบทนี้ครับ แต่อีสต์วู้ดจะยังไม่เสนอบทนี้หรือทาบทามเป็นกิจลักษณะจนกว่าจะได้นักแสดงนำชายของหนังครับ

A Star is Born เป็นหนังที่ถูกนำกลับมาสร้างใหม่ ซึ่งฉบับล่าสุดแสดงโดยบาร์บรา สไตรแซนด์ ออกฉายปี 1979 เป็นหนังรักโรแมนติกเรื่องราวของนักร้องดาวรุ่งสาวกับศิลปินตกอับที่ปั้นเธอจนโด่งดัง

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ผู้สร้างหนังกำลังหานักแสดงนำชายก่อนในตอนนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีชื่อของลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, ทอม ครูส, วิล สมิธ, คริสเตียน เบล, จอห์นนี่ เดปป์ และล่าสุดก็แบรดลี่ย์ คูเปอร์ อยู่ในโผด้วยครับ

Godzilla กลับมาอาละวาดบนจอ พฤษภาคม 2014

Godzilla ฉบับสร้างใหม่ของฮอลลีวู้ด โดยวอร์เนอร์ บราเธอร์ส และ ลีเจนดารี ได้กำหนดฉายอย่างเป็นทางการแล้ว และวันที่เจ้าอสุรกายยักษ์ผู้เป็นตำนานตัวนี้จะกลับมาขึ้นจอใหญ่อีกครั้งก็คือ 16 พฤษภาคม 2014 อันเป็นกำหนดฉายอย่างเป็นทางการในสหรัฐ ซึ่งบ้านเราก็คงไล่เลี่ยกัน อาจก่อนหน้าหนึ่งวันเพราะหนังบ้านเราเข้าวันพฤหัสบดี

โครงการยกเครื่องใหม่ให้ Godzilla นี้ ได้พัฒนามาหลายปี และล่าสุดได้สร้างความฮือฮาในงานคอมมิค-คอน เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ผู้กำกับกาเร็ธ เอ็ดเวิร์ด จาก Monsters ที่เป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ ได้นำตัวอย่างหนังแรกไปฉายให้ชมในงานได้ชมกัน รวมถึงเผยใบปิดแรกของหนังฉบับคอมมิคคอนออกมายั่วน้ำลายด้วย

สำหรับรายละเอียดของตัวอย่างหนังนั้น รายงานบอกว่าตัวอย่างเปิดฉากออกมาด้วยภาพของเมืองที่ถูกทำลายย่อยยับ มีซากของรถไฟและรถยนต์ระเกะระกะ จากนั้นมีเสียงของเจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ บิดาของระเบิดปรมณูที่เคยพูดผ่านทางโทรทัศน์ โดยอ้างอิงจาก “ภควทคีตา” ว่า “บัดนี้ เราได้เป็นมุจจุราชผู้ทำลายเมือง

ในซากเมืองนั้น มีอสุรกายยักษ์คล้ายตะขาบอยู่ แล้วจากนั้น ภาพก็กลายเป็นจอมืด ผู้ชมได้ยินเสียงคำรามของก็อดซิลล่า ภาพตัดกลับมาอีกทีเป็นควันพวยพุ่งซึ่งเผยให้เห็นส่วนอุ้งมือ ครีบหลัง และหัวของก็อดซิลล่าครับ

ผู้ชมไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายคลิปตัวอย่างหนัง แต่ได้ถ่ายตอนที่เอ็ดเวิร์ดตอบคำถามผู้ชม ซึ่งเอ็ดเวิร์ดเล่าว่าแนวทางในการสร้างหนังเรื่องนี้ของเขาก็คือ “เราจะให้มุมมองที่จริงจังแก่มัน ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงๆ ในแง่ความเป็นจริงแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เอ็ดเวิร์ดได้เสริมอีกว่า “เราได้นำตัวละครนี้กลับไปยังรากเหง้าเดิมอันยิ่งใหญ่ของการเป็นหนังแอ็คชั่นที่ดิบและสมจริง

วอร์เนอร์ฯ บอกด้วยว่าหนังจะเป็น 3D ด้วย แต่ไม่ให้รายละเอียดว่าถ่ายทำในระบบสามมิติหรือจะเป็นการแปลงฟิล์มครับ

Godzilla ได้เดวิด คอลลาแฮม จาก The Expendables, เดวิด เอ. โกเยอร์ จากไตรภาค The Dark Knight และ แม็กซ์ บอเรนสไน์ จาก The Seventh Son มาช่วยกันเขียนบท คาดว่าจะมีการปรกาศชื่อนักแสดงนำเร็วๆ นี้

ชมใบปิด และคลิปจากงานคอมมิค-คอน ช่วงตอบคำถามได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ทอม ฮาร์ดี้, ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และโทบี้ แม็คไกวร์ ร่วมกันสร้างหนังต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์

บางโครงการหนังทำให้นึกถึงโครงการคนหล่อขอทำดี และโครงการหนังเรื่องนี้ก็ทำให้รู้สึกแบบนั้นครับ ทอม ฮาร์ดี้, ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และโทบี้ แม็คไกวร์ ได้จับมือกันสร้างหนังต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ ซึ่งจะจัดจำหน่ายโดยวอร์เนอร์ บราเธอร์สครับ

ตามรายงานของ THR บอกว่าแนวคิดการสร้างหนังเรื่องนี้มาจากทอม ฮาร์ดี้ และเขาได้ไปขอให้ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ซึ่งเคยร่วมงานกันใน Inception และมีด้านช่วยเหลือสัตว์ป่าอยู่แล้ว ให้มาช่วยสนับสนุน และก็ยังได้โทบี้ แม็คไกวร์ ที่ร่วมแสดงกับดิคาปริโอใน The Great Gatsby และเป็นเพื่อนสนิทในชีวิตจริงของลีโอ มาช่วยอีกแรงด้วย

ฮาร์ดี้ได้แนวคิดการสร้างหนังมาจากอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษซึ่งได้กลายเป็นนักต่อสู้การค้าสัตว์ผิดกฎหมายในแอฟริกาและหลายประเทศ โดยมีแผนจะนำเรื่องราวมาสร้างเป็นหนังคล้าย Traffic ของสตีเวน โซเดอร์เบิร์ก ที่นำเสนอให้เห็นหลายมุมจากผลกระทบของการขนยาเสพติด แต่ในที่นี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการลักลอบค้าสัตว์ ที่จะเจาะตั้งแต่การต่อสู้จับกุมในแอฟริกา และเรื่อยไปจนถึงว่าสัตว์เหล่านี้ได้กลายเป็นวัตถุดิบทางแฟชั่นในปารีสได้ยังไง

รายงานเบื้องต้นยังไม่แน่ใจว่าสามนักแสดงหนุ่มจะมารับหน้าที่หน้ากล้องด้วยไหม หรือจะอยู่หลังกล้องเฉยๆ แต่ตอนนี้ทั้งหมดได้เตรียมหาคนเขียนบทหนังแล้ว

ฮาร์ดี้ได้กลายเป็นนักแสดงคนโปรดคนใหม่ของวอร์เนอร์ฯ ในระยะหลัง หลังจากได้ร่วมงานกันใน The Dark Knight Rises และ Inception ครับ และเขายังมีแผนจะสร้างหนังบู๊เกี่ยวกับนักบิดที่วอร์เนอร์ฯ ด้วยซึ่งจะรับหน้าที่นำแสดงควบอำนวยการสร้าง

Man of Steel เผยโฉมใบปิดแรก และตัวอย่างหนังจะฉายแปะหน้า The Dark Knight Rises

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ทำให้ผู้ร่วมงานคอมมิค-คอนได้ฮือฮากันอย่างมากในวันนี้ด้วยการนำเสนอหนังที่ดำเนินงานสร้างอยู่ตอนนี้หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือ Man of Steel หนังซูเปอร์แมนฉบับยกเครื่องใหม่ของผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ ครับ ที่มีการเผยโฉมใบปิดแรกของหนังให้ได้ยลกันในงานรวมถึงเผยตัวอย่างแรกของหนังออกมาให้ดูก่อนใครด้วย

สไนเดอร์ซึ่งไปร่วมงานยืนยันว่าตัวอย่างแรกของ Man of Steel จะฉายแปะหน้าหนัง The Dark Knight Rises ครับ เพียงแต่ฉบับที่ฉายในงานคอมมิค-คอน จะมีความยาวมากกว่านิดหน่อย ตัวอย่างหนังเรียกศรัทธาให้หนังจากซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นเพชรเอกของดีซีเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ในรายงานบอกว่าโทนของหนังมีความเป็นด้านมืด เข้มข้น และบอกเล่าที่มาใหม่ของซูเปอร์แมนในแบบที่ไม่เคยสร้างมาก่อน ดูเหมือนได้รับอิทธิพลจาก Batman Begins อย่างมาก บางความเห็นบอกว่าโทนมีลักษณะคล้ายกับหนังของคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่รับหน้าที่อำนวยการสร้างของหนังมากกว่าหนังของสไนเดอร์เองด้วยซ้ำ บางช็อตในหนังก็ดูจะได้รับอิทธิพลจาก The Tree of Life ของเทอเรนซ์ มาลิคด้วยครับ

เฮนรี คาวิลล์ ซึ่งรับบทเป็นคลาร์ก เคนท์ และซูเปอร์แมน ก็ดูดีในภาพเคลื่อนไหวมากกว่าภาพนิ่ง แต่บางเสียงก็บอกว่าคงยังต้องรอดูอีกที แต่จากที่เห็นก็คือดูมีความหวังว่าจะเป็นหนังที่ดีครับ

แซ็ค สไนเดอร์ ยังตอบคำถามเรื่อง Justice League มีวอร์เนอร์ฯ จะสร้างต่อด้วย ซึ่งเขาให้ความเห็นว่า “หนังเรื่องนี้เป็นการสร้างบ้านของซูเปอร์แมนอยู่อย่างเรียบร้อย หลังจากนั้นค่อยมาดูกันอีกที

Man of Steel ยังมีเอมี่ อดัมส์, ไมเคิล แชนนอนล รัสเซล โครว์, ไดแอน เลน และ เควิน คอสเนอร์ ร่วมแสดง หนังมีกำหนดฉายมิถุนายนปี 2013 ครับ คลิกชมใบปิดได้ที่ด้านใน

Read more of this post

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส อาจส่ง Justice League ออกฉายปี 2015

หลังจาก The Dark Knight Rises ออกฉายแล้ว วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และดีซี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คงเหลือเพียง Man of Steel เท่านั้นในตอนนี้ที่กำลังจะออกฉายต่อในอนาคต ทำให้พวกเขาวางแผนที่จะหาตัวละครอื่นมาสร้างเป็นหนังทดแทนในตอนนี้ ซึ่งเจฟฟ์ รอบินอฟ ประธานของวอร์เนอร์สฯ ได้บอกแก่แอลเอไทม์ว่า พวกเขาเตรียมประกาศอย่างเป็นทางการอยู่ในตอนนี้ครับว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องที่ว่านั้นจะเป็นเรื่องใด

ความคาดหวังของผมก็คือในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า เราคงจะพร้อมประกาศแผนงานสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่ของดีซีเรื่องใหม่” แต่รอบินอฟยังไม่ยอมเปิดเผยครับว่าเรื่องที่ว่านั้นจะเป็นมนุษย์สายฟ้า, สาวน้อยมหัศจรรย์ หรือว่าเป็นจ้าวสมุทร

แต่ก่อนจะไปถึงโครงการหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องหน้า ตอนนี้วอร์เนอร์ฯได้กำลังทำงานกับ Man of Steel และ Justice League อยู่ในตอนนี้ครับ โดยเรื่องแรกมีแผนออกฉาย 14 มิถุนายน 2013 ส่วนเรื่องหลังยังไม่มีกำหนดฉาย แต่คาดการณ์กันว่าอาจจะต้องรอกันถึงปี 2015

รอบินอฟคาดหวังว่าผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน จะมาทำ Justice League ให้ แม้ว่าโนแลนเพิ่งออกมาพูดเร็วๆ นี้ว่าเขาไม่อยากทำหนังรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้ “เรามีการพูดคุยกัน เห็นได้ชัดว่าโครงการหนังเรื่องไหนที่คริสเข้าไปมีส่วนด้วยย่อมออกมายอดเยี่ยมเสมอ

โนแลนให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าเขาคงไม่มีทางกำกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ชุดนี้แน่ๆ “ไม่มีโอกาสอย่างแน่นอน เราเสร็จสิ้นทุกอย่างที่เราทำสำหรับแบทแมนแล้ว นี่เป็นการปิดฉากเรื่องราวของตัวละครนี้สำหรับเรา เราไม่มีแผนที่จะทำอะไรต่อเนื่อง และที่แน่ๆก็คือไม่ขอเกี่ยวข้องกับโครงการหนัง Justice League

วอร์เนอร์ฯ มีแผนจะสร้าง Justice League มานานหลายปีแล้ว ครั้งล่าสุดได้เตรียมการให้จอร์จ มิลเลอร์ มากำกับ โดยวางตัวอดัม โบรดี้ เป็นมนุษย์สายฟ้า, เมแกน เกล เป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ และอาร์มี่ เฮมเมอร์ เป็นมนุษย์ค้างคาว แต่แผนล้มเลิกไปเพราะการประท้วงหยุดงานของสมาคมผู้เขียนบทครับ

วอร์เนอร์ฯคืนชีพให้ Justice League และให้มือเขียนบท Gangster Squad มาเขียนบท

หลังจากปล่อยให้มาร์เวลสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่แซงหน้าและทำเงินเอาๆ โดยเฉพาะ The Avengers หนังรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำเงินทั่วโลกร่วมพันล้านเหรียญสหรัฐ  ดีซี คอมมิคส์ และวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้แต่ทำตาปริบๆ เพราะหนังซูเปอร์ฮีโร่ของตัวเองมีแต่มนุษย์ค้างคาวของคริสโตเฟอร์ โนแลน เท่านั้นที่ทำเงิน และตอนนี้พวกเขาก็ไม่เหลือหนังชุด Harry Potter เอามาสร้างกำไรต่อแล้ว ดังนั้น โครงการหนังชุด Justice League จึงดูเป็นแนวทางที่ฉลาดหากมองในแง่การสร้างหนังเพื่อจะหารายได้ในอนาคตครับ ล่าสุดตามรายงานของวาไรตี้บอกว่า วอร์เนอร์ฯ ได้ว่าจ้างให้วิล บีออล์ จาก Gangster Squad มาเขียนบทหนังให้หนังรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่เครือดีซีเรื่องนี้

รายละเอียดของงานสร้างยังไม่มีอะไรเผยออกมาครับ และไม่รู้ว่าพวกเขาจะใช้กลยุทธเดียวกับมาร์เวลในการสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้หรือไม่ บอกแต่เพียงว่าได้จ้างให้บีออลเขียนบทหนังตั้งแต่ปีที่แล้วตอนที่มาร์เวลเริ่มดำเนินงานสร้าง The Avengers

Read more of this post

โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ สร้างและอาจแสดงนำใน “ร้านน้อยค่อยๆโหด” The Little Shop of Horrors

หนังรีเมกบางเรื่องฟังดูน่าสนใจเมื่อเราพบว่าได้ทีมงานที่น่าสนใจมาดำเนินการสร้าง และ The Little Shop of Horrors ที่กำลังจะนำกลับมาสร้างใหม่ก็เป็นโครงการหนังที่น่าสนใจครับ

เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่าโจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์ มีแผนจะดำเนินงานสร้างหนังและอาจแสดงนำใน The Little Shop of Horrors ให้แก่ค่ายวอร์เนอร์ บราเธอร์ส โดยร่วมมือกับมาร์ค แพลทท์ ผู้อำนวยการสร้างที่อยู่เบื้องหลังละครเพลงบรอดเวย์ฮิตอย่าง Wanted กับ Legally Blond โดยมอบหมายให้โรเบอร์โต อกีเร-ซาคาซา จากละครบรอดเวย์ Spider-Man: Turn of the Dark และซีรี่ส์ Glee มารับหน้าที่เขียนบทครับ ส่วนผู้กำกับนั้นยังอยู่ในระหว่างหาตัว

The Little Shop of Horrors ฉบับดั้งเดิมนั้นเป็นหนังสยองขวัญขาวดำของผู้กำกับโรเจอร์ คอร์แมน ที่ออกฉายในปี 1960 จากนั้นก็ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครเพลงฮาสยองอันเป็นต้นกำเนิดของฉบับหนังเพลงปี 1986 ของผู้กำกับแฟรงค์ ออซ ครับ โดยมีริค มอรานิส, เอลเลน กรีน, สตีฟ มาร์ติน, เจมส์ เบลูชี และ  บิล เมอเรย์ แสดงนำ บ้านเราเองก็มีการนำมาดัดแปลงเป็นละครเวทีชื่อ “ร้านน้อยค่อยๆโหด” ด้วย

หนังเป็นเรื่องราวของหนุ่มเนิร์ดชื่อซีมัวร์ เจ้าของร้านดอกไม้ ที่มีดอกไม้ประหลาดกินคนและพูดได้มาอาศัยอยู่ด้วย ทำให้กลายเป็นคนโด่งดัง เมื่อต้นไม้ประกลาดนี้โตขึ้น พระเอกของเราจึงต้องหาอย่างอื่นมาให้กินแทนเลือดของเขา กอร์ดอน-เลวิทท์มีแผนจะรับบทเป็นหนุ่มเนิร์ดคนนี้ครับ และเราก็รู้ดีว่าเขามีความสามารถด้านร้องเพลงด้วย บทนี้จึงอาจทำให้เราได้เห็นกอร์ดอน-เลวิทท์ได้แสดงหนังเพลงแบบเต็มตัวอีกครั้งหลังจาก 500 Days of Summer แต่ก่อนที่จะได้ชม เราจะเห็นเขาเล่นหนังน่าสนใจถึงสามเรื่องในปีนี้ อันได้แก่ The Dark Knight Rises, Premium Rush และ Looper รวมถึงงานกำกับหนังครั้งแรกที่ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการของเขาซึ่งจะเปิดกล้องในฤดูร้อนนี้ด้วยครับ

ใครที่ลืมแล้วว่าหนัง The Little Shop of Horrors เป็นยังไง ผมลงตัวอย่างหนังเอาไว้ด้านในครับ

Read more of this post

ภาพแรกจากจันทราลิขิต Beautiful Creatures

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิคเจอร์ส ได้เผยโฉมภาพนิ่งแรกของ Beautiful Creatures หนังดัดแปลงจากนิยายแฟนตาซีวัยรุ่นของผู้กำกับริชาร์ด ลากราเวนีส (P.S. I Love You) ในเว็บไซต์ของนิตยสารเอ็นเตอร์เทนเมนท์ วีคลี่ย์ ครับ ซึ่งเผยภาพของสองตัวเอกของเรื่อง อีธาน เวต และ เลนา ดัชชาเนส ที่กำลังโอบกวดกันอย่างโรแมนติก ทั้งสองตัวละครรับบทโดยอัลเดน แอห์เรนไรค์ และ อลิซ อิงค์เลิร์ต ตามลำดับ

หนังดัดแปลงจากนิยายเล่มแรกจากห้าเล่มของแคมี การ์เซีย กับ มาร์กาเรต สโตห์ล บอกเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มมัธยมชื่ออีธานที่ฝันซ้ำๆถึงหญิงสาวคนหนึ่ง และเขาก็หลงรักเธอตั้งแต่ยังไม่ได้พบหน้าจริงจัง ซึ่งหญิงสาวคนนี้ก็คือเลนา สาววัย 16 ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ในเมืองเล็กๆ ของเขา ซึ่งเธอเองก็ถูกหลอกหลอนด้วยคำสาปที่ตามติดครอบครัวมาหลายชั่วรุ่น

หนังเรื่องนี้กลายเป็นที่จับตามอง เพราะวงในฮอลลีวู้ดเชื่อกันว่าจะดังแบบ Twilight ครับ ตั้งแต่เริ่มโครงการหนังเมื่อปี 2009 หนังยังมีวิโอลา เดวิส, เอ็มมา ธอมป์สัน, เอ็มมา รอสซั่ม, เจเรมี ไอร์ออนส์ และ ไคย์ล กอลล์เนอร์ ร่วมแสดง

หนังมีแผนออกฉายในสหรัฐ กุมภาพันธ์ 2013 ซึ่งระหว่างนี้คุณอาจอยากหา “จันทราลิขิต” ซึ่งเป็นหนังสือแปลภาษาไทยมาอ่านไปพลางๆ ก่อนก็ได้ครับ คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post

The Dark Knight Rises ชวนปลดล็อคตัวอย่างหนังใหม่ด้วยการตลาดไวรัสล่าสุด

อย่างที่เรารู้กันครับว่าตัวอย่างใหม่ของ The Dark Knight Rises จะฉายแปะหน้าหนัง The Avengers และก็น่าจะออนไลน์ในเวลาใกล้เคียงกัน วอร์เนอร์ บราเธอร์สจึงได้เริ่มการตลาดไวรัสใหม่ในการให้นักท่องเน็ตทั้งหลายได้มีส่วนร่วมด้วยกันหาวิธีช่วยปลดล็อคตัวอย่างหนังครับ

วิธีการนั้นไม่ยาก พวกเขาใช้เว็บทางการของหนัง TheDarkKnightRises.com เป็นแหล่งสั่งปฏิบัติการครั้งนี้ โดยส่งภาพประกาศจับแบทแมนออกมา แล้วบอกทำนองว่ามีสัญญาณบางอย่างบอกว่าแบทแมนจะกลับมาผงาด แต่พวกเขาต้องการหลักฐาน จึงขอให้แฟนหนังทั่วโลกไปยังพิกัดที่บอกไว้ในเว็บไซต์เพื่อถ่ายรูปสัญลักษณ์ค้างคาวที่ถูกทำเอาไว้แล้วให้อีเมลหรือส่งต่อทางทวิตเตอร์ด้วยแท็ค #tdkr07202012 แล้วก็มีคนออกไปเก็บภาพหลักฐานมาเพื่อปลดล็อคตัวอย่างหนังครับ ซึ่งตอนนี้ได้เผยออกมาเป็นภาพนิ่งของตัวอย่างหนังหลายภาพมาก และรอว่าครบเมื่อไหร่ก็คงจะส่งตัวอย่างหนังออกมา

เราคงไม่ต้องร่วมกิจกรรมนี้ เพราะประเทศเราไม่ได้อยู่ในพิกัดที่ถูกกำหนดไว้ครับ เราจึงได้แต่รอให้ชาวโลกจัดการ และหวังว่าเราจะได้เห็นตัวอย่างกันพรุ่งนี้เช้า คลิกชมภาพจากตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

โลโก้ Man of Steel หนังซูเปอร์แมนของแซ็ค สไนเดอร์ เผยโฉม

หนังชื่อ Man of Steel ซึ่งแปลว่า “บุรุษเหล็ก” และโลโก้ของหนังที่คุณคลิกชมภาพขนาดใหญ่ได้ที่มุมซ้ายของบทความก็ออกมาดูเหล็กสมชื่อ แต่เป็นเหล็กตอนที่กำลังถูกทุบด้วยความร้อนอย่างแดนฉานครับ ไม่ได้เป็นโลโก้ที่ทำให้เราตื่นเต้นแบบของหนัง The Dark Knight Rises แต่ก็ไม่ได้ดูแย่อะไรในความเห็นของผมครับ แค่ดูกลางๆ เท่านั้น

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เผยโลโก้ใหม่นี้ออกมาที่ Facebook ทางการของหนัง หลังจากปล่อยภาพนิ่งแรกออกมาเมื่อปลายปีแล้วเงียบหายไปเนื่องจากหนังถูกเลื่อนออกไปฉายกลางปี 2013 แทนครับ ด้วยการเผยโฉมของโลโก้เช่นนี้ สันนิษฐานว่าวอร์เนอร์ฯ จะเริ่มมีการโปรโมทให้หนังเรื่องนี้แล้ว เราอาจได้เห็นใบปิดแรก และตัวอย่างแรกอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ครับ

Man of Steel มีเฮนรี คาวิลล์ มารับบทเป็นคลาร์ก เคนท์, สมทบด้วยเอมี่ อดัมส์ ในบทลูอิส, ไมเคิล แชนนอน เป็นนายพลซ็อด ตัวร้ายของเรื่อง จะออกฉายกลางมิถุนายน 2013 ครับ

ภาพใหม่ของเดปป์, ไฟเฟอร์ และ เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ จาก Dark Shadows ของ ทิม เบอร์ตัน

เรายังไม่ได้มีโอกาสชมฟุตเตจจาก Dark Shadows ผลงานใหม่ของทิม เบอร์ตัน ที่กำกับให้วอร์เนอร์ บราเธอร์สเลย ทั้งที่หนังจะออกฉายในเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว ขณะที่ Frankenweenie ผลงานของเบอร์ตันที่กำกับให้ดิสนี่ย์ชิงส่งตัวอย่างหนังออกมาก่อนแล้วทั้งที่กว่าจะฉายก็เดือนตุลาคม แต่แฟนๆ ของเบอร์ตันไม่ต้องห่วงอีกต่อไป ตัวอย่างหนังของ Dark Shadows น่าจะออนไลน์ไม่ปลายสัปดาห์นี้ก็ต้นสัปดาห์หน้านี้แหละครับ และวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ก็ได้ส่งภาพบางส่วนออกมายั่วน้ำลายก่อน

Dark Shadows ดัดแปลงจากละครทีวีแนวชิงรักหักสวาท ดราม่าน้ำเน่า ผสมเรื่องราวเหนือธรรมชาติ มีจอห์นนี่ เดปป์ รับบทเป็นบาร์นาดาส คอลลินส์ เจ้าของคฤหาสน์คอลลินส์อันมั่งคั่ง ถูกสาปให้กลายเป็นแวมไพร์โดยแม่มด(เอวา กรีน) เพราะไปหักอกเธอเข้า แล้วถูกฝังทั้งเป็นนาน 200 ร้อยปีจนมาตื่นขึ้นในยุค 70 แล้วพบว่าคฤหาสน์ที่รักของเขานั้นทรุดโทรม ทายาทที่ดูแลก็ก่อหนี้สิ้นจนกำลังจะต้องขายมันทิ้ง บาร์นาดาสต้องเข้ามายึดครองและฟื้นฟูมันใหม่โดยได้รับความช่วยเหลือจากอลิซเบธ (มิเชล ไฟเฟอร์) นายหญิงคนปัจจุบันที่ดิ้นรนหาทางกอบกู้ฐานะของตระกูลคอลลินส์ หนังยังมีเฮลานา บอนแฮม คาร์เตอร์ รับบทเป็นจิตแพทย์ผู้สงบเสงี่ยมประจำตระกูล และก็แอบเพี้ยนอยู่ลึกๆ ด้วย

เบอร์ตันพูดถึงแนวทางการกำกับตัวละครของเดปป์ที่มารับบทแวมไพร์ในหนังเรื่องนี้ว่า “เราให้แสดงโดยให้อิงกับการแสดงของโจนาธาน ฟริด (ที่เคยรับบทนี้สมัยเป็นละครทีวี) เพราะธรรมชาติของตัวละครนี้ที่มีความอ่อนไหว ผมยังชอบแนวคิดที่ให้เล็บของเขายาวและจับต้องได้ด้วย

Read more of this post

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ปลดปล่อยสวัสดิกะ นำ Bleach ขึ้นสู่จอใหญ่เป็นหนังคนแสดง

หลังจากต้องพับโครงการหนังดัดแปลงจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง Akira วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ตัดสินใจไปดัดแปลงการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องอื่นเป็นหนังฉบับคนแสดงแทน และตามที่วาไรตี้รายงานมา เรื่องที่ว่านั้นก็คือ Bleach เทพมรณะ ที่วอร์เนอร์ฯ ซื้อลิขสิทธิ์มาสองปีแล้วให้ปีเตอร์ ซีกัล ผู้กำกับจาก Get Smart อำนวยการสร้างครับ

ในการติดเครื่องให้โครงการหนังเรื่องนี้ วอร์เนอร์ฯ ยังได้เลื่อนขั้นให้ซีกัลเป็นตัวเก็งที่จะมารับหน้าที่กำกับด้วย และตกลงว่าจ้างให้แดน มาโซ (Wrath of the Titans) มารับหน้าที่ดัดแปลงการ์ตูนของคุโบะ ไทเทะ เรื่องนี้

Bleach เป็นทั้งหนังสือการ์ตูนและเป็นการ์ตูนทางทีวีจากญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในบ้านเราเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มมัธยมอายุ 15 ชื่อคุโรซากิ อิจิโกะ ผู้มีความสามารถมองเห็นวิญญาณ อิจิโกะได้พบกับยมทูตหญิงชื่อคุจิกิ ลูเคีย ในขณะที่เธอกำลังตามล่าฮอลโลว์หรือวิญญาณอสุรกายตนหนึ่ง ลูเคียเสียท่าให้กับฮอลโลว์ตนนั้นจึงจำเป็นต้องถ่ายทอดพลังของยมทูตให้กับอิจิโกะ นับจากนั้นอิจิโกะจึงต้องทำหน้าที่ยมทูตแทนลูเคียจนกว่าพลังของเธอจะกลับมา

ถ้าการดัดแปลง Akira คือการย้ายสถานที่ของเรื่องราวจากนิวโตเกียวมาเป็นนิวแมนฮัตตัน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ Bleach จะย้ายเหตุการณ์ตามท้องเรื่องเดิมให้มาเกิดขึ้นในอเมริกาแทน ขณะที่ภาพการไล่ล่าฮอลโลว์ในเมืองใหญ่ของสหรัฐดูน่าตื่นเต้น ได้แต่หวังว่าผู้สร้างจะยังคงเสน่ห์ของชุดเครื่องแบบยมทูตที่มีความขลังแบบญี่ปุ่นเอาไว้ และไม่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นแบบ Dragon Ball

เอ็มมา วัตสัน รับบทนำใน Beauty and the Beast ของเกียลเลอโม เดล ทอโร

เอ็มมา วัตสัน สาวน้อยเฮอไมโอนี จากหนังชุด Harry Potter จะกลับสู่หนังแฟนตาซีเป็นครั้งแรกหลังจากออกจากโลกเวทมนตร์มา ใน Beauty and the Beast ฉบับคนแสดงของผู้กำกับเกียลเลอโม เดล ทอโร ที่สร้างให้วอร์เนอร์ บราเธอร์สครับ

รายงานของฮีทวิชั่นบอกว่าวัตสันกำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาครับ หนังจะสร้างจากบทของแอนดรูว์ เดวีส แห่ง Bridget Jones’ Diary ที่เป็นการดัดแปลงจากนิยาย Beauty: A Retelling of the Story of Beauty and the Beast ของ โรบิน แม็คคินลี่ย์ และเราคาดหวังได้ว่าโลกในเทพนิยายจากจินตนการของเดล ทอโร เรื่องนี้ คงพิศดารปนมืดหมุ่นเหมือนกับผลงานอย่าง Hellboy กับ Pan of Labyrinth แต่อาจไม่สยองนองเลือดจนเกินไป เพราะตั้งใจให้เป็นหนังเรต PG-13 ครับ

คงอีกสักพักกว่าที่หนังจะเปิดกล้อง เพราะเดล ทอโร ยังยุ่งอยู่กับหนังอสุรกายยักษ์ปะทะหุ่นยนต์ เรื่อง Pacific Rim ที่มีแผนออกฉายปีหน้า ระหว่างนี้ แฟนหนังของวัตสันก็รอชมผลงานของเธอได้ก่อนใน The Perks of Being a Wallflower และ Your Voice in My Head ครับ

วอร์เนอร์ฯ วางแผนสร้างภาคต่อ I Am Legend

อกีวา โกลด์สแมน, โอเวอร์บรู้ก เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิคเจอร์ส ได้ตกลงสัญญากันสิ้นสุดในที่สุดเพื่อสร้างภาคต่อให้หนังไซไฟสยองขวัญสุดฮิตปี 2007 เรื่อง I Am Legend ครับ ตามรายงานของเดดไลน์

ผู้สร้างวางแผนที่จะทำภาคต่อให้หนังที่ทำเงินทั่วดลก 584 ล้านเหรียญสหรัฐเรื่องนี้ ตั้งแต่ความสำเร็จยังคุกรุ่นอยู่ และติดเครื่องได้ก็เอาตอนที่กระแสของหนังซบเซาไปแล้ว

หนังได้แอแรช เอเมล มือเขียนบทหน้าใหม่ มารับหน้าที่เขียนบทให้ โดยที่วิล สมิธ ก็มีแผนกลับมารับบทโรเบิร์ต เนวิลล์ นักวิทยาศาสตร์และมนุษย์คนสุดท้ายบนโลกที่ต่อสู้กับเหล่าผีดิบที่เกิดจากไวรัสล้างโลก

หนังจะไม่ใช่เป็นการสร้างภาคต้นตามที่เคยมีข่าวลือมาก่อนหน้านี้ และสมิธจะไม่ตกลงเซ็นสัญญาจนกว่าบทหนังจะพร้อมแล้ว ซึ่งบทหนังภาคต่อจะต้องหาทางแก้ปมชะตากรรมตัวละครของสมิธในตอนท้ายของภาคแรกด้วย

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,202 other followers