About these ads

ทีน่า เฟย์ จะนำแสดงและสร้างหนังแม่มดให้ดิสนี่ย์

Tina Feyทีน่า เฟย์ หนึ่งในสาวเก่งของฮอลลีวู้ด ที่ทั้งมีอารมณ์ขัน เขียนบทตลกได้ฉลาด และมีลูกเล่นพราวพราวด้านการแสดงบทตลก จะนำแสดงและสร้างหนังแฟนตาซีว่าด้วยแม่มดให้แก่ดิสนี่ย์ครับ ตามรายงานของเดอะ แรป

โครงการหนังเรื่องนี้ยังไม่มีชื่อ เฟย์จะสร้างหนังผ่านบริษัทลิตเติล สแตรงเจอร์ ของเธอ ร่วมกับแอลลิสัน เชียร์เมอร์ ผู้อำนวยการสร้างหนัง The Hunger Games

มีข่าวลือมาก่อนหน้านี้ว่าโครงการหนังเรื่องนี้ที่ว่าน่าจะเป็นภาคต่อ Hocus Pocus หนังเก่าปี 1993 ของดิสนี่ย์ที่มีแฟนๆ เรียกร้องให้นำกลับมาสร้างใหม่ หรือสร้างภาคต่อให้อยู่พอสมควรครับ แต่ในรายงานล่าสุดยืนยันว่า “ไม่ใช่” Hocus Pocus เรื่องราวของแม่ที่ร่วมมือกับนักล่าแม่มดที่หาทางช่วยชีวิตลูกชายของเธอจากการถูกแม่มดสามพี่น้องที่จะมาดูดชีวิตก่อนวันฮาโลวีน

นอกจากหนังเรื่องนี้แล้ว เฟย์ ยังมีแผนจะสร้าง The Nest ให้ยูนิเวอร์แซล ซึ่งเธอจะนำแสดงร่วมกับเอมี่ โพห์เลอร์ เพื่อนและพิธีกรร่วมในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำของเธอด้วย ในบทพี่น้องกับตัวละครของโพห์เลอร์ ว่าด้วยเรื่องราวของพี่น้องที่จัดงานเลี้ยงสุดป่วนในบ้านหลังที่พ่อแม่ของเธอกำลังจะขาย

Read more of this post

About these ads

ดิสนี่ย์นำ Dumbo ช้างน้อยมหัศจรรย์ มาสร้างใหม่ ให้ผู้เขียนบท Transformers ดัดแปลงบท

dumbo disneyการนำหนังอนิเมชั่นเก่ากลับมาสร้างใหม่ในรูปแบบของหนังคนแสดง ดูเหมือนจะเป็นงานที่ดิสนี่ย์ให้ความสนใจอย่างมากในระยะหลังมานี้ครับ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าหนังจะทำออกมาได้ในระดับไหน ผู้ชมยังอยากชมกันอยู่ และก็สร้างรายได้ให้ดิสนี่ย์อย่างงามด้วย อีก 10 ปีข้างหน้า เราอาจได้มีโอกาสชม Frozen ฉบับคนแสดงก็ได้ครับ แต่ล่าสุด ดิสนี่ย์ได้ประกาศนำ Dumbo กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง

รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า ดิสนี่ย์จะรีเมก Dumbo หนังปี 1941 ซึ่งเป็นหนังอนิเมชั่นเรื่องที่ 4 ของดิสนี่ย์ (3 เรื่องก่อนหน้านี้ก็คือ Snow White and the Seven Dwarfs, Fantasia และ Pinoccho) โดยมอบหมายให้เอห์เรน ครูเกอร์ จากหนังชุด Transformers มารับหน้าที่เขียนบทให้ โดยมีจัสติน สปริงเกอร์ ที่ร่วมงานกับครูเกอร์ใน Oblivion และ Tron: Legacy มารับหน้าที่อำนวยการสร้างครับ

Dumbo เป็นหนังอนิเมชั่นที่สั้นที่สุดของดิสนี่ย์ ยาวเพียง 64 นาที เป็นหนังการืตูนทุนต่ำที่สร้างขึ้นในตอนที่ดิสนี่ย์ประสบปัญหาขาดทุน และได้ความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ช่วยไว้ให้พ้นภาวะล้มละลาย

หนังดัดแปลงจากหนังสือนิทานเด็กของเฮเลน อเบอร์สัน เป็นเรื่องราวของช้างน้อยในคณะละครสัตว์ที่เกิดมามีหูโตผิดธรรมชาติ แล้วก็ถูกพรากไปจากแม่ช้าง ถูกช้างตัวอื่นๆ รังเกียจ แต่ได้กำลังใจจากหนูที่ให้ความคิดว่าหูของดับโบโต เพราะเอาไว้บิน สุดท้ายแล้วดัมโบก็บินได้จริงๆ แล้วกลายเป็นดาวเด่นของคณะละครสัตว์

หนังมีเพลงฮิตมากมาย เช่น Baby Mine ที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์, When I See an Elephant Fly และ Pink Elephants on Parade เป็นต้น และได้รางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยมมาครอง

การกัดแปลงครั้งใหม่นี้จะใส่เรื่องราวของครอบครัวมนุษย์ที่ไม่เหมือนใครครอบครัวหนึ่งเพิ่มเข้าไปจากต้นฉบับ คู่ขนานไปกับเรื่องราวของดัมโบ้ และจะใช้ความพิวเตอร์กราฟฟิกในการสร้างตัวละครสิงสาราสัตว์ในหนัง

นอกจาก Transformers แล้ว ครูเกอร์ยังเป็นผู้เขียนบท Arlington Road, Skeleton Key และ The Ring ฉบับรีเมกด้วย

Read more of this post

ใบปิดและตัวอย่างแรกของ Cinderella หนังเทพนิยายเรื่องใหม่จากดิสนี่ย์

Cinderella teaserขณะที่ Maleficent ซึ่งนำแสดงโดยแอนเจลี นาโจลี ดัดแปลงจากการ์ตูนเทพนิยาย Sleeping Beauty จะเข้าฉาย ดิสนี่ย์ก็เผยโฉมใบปิดแรกและตัวอย่างแรกของหนังเทพนิยายปีหน้า Cinderella ออกมายั่วน้ำลายครับ

ทั้งใบปิดและตัวอย่างแรกทำหน้าที่ในการยั่วน้ำลายอย่างเดียวเลย โดยเน้นที่รองเท้าแก้วอันเป็นองค์ประกอบโดดเด่นที่สุดของเทพนิยาย

หนังกำกับโดยเคเนธ บรานาห์ จาก Thor มีลิลลี่ เจมส์ จาก Downton Abbey รับบทเป็นซินเดอเรลลา และได้เคต แบลนเช็ตต์ รับบทเป็นเลดี้ ทรีเมน หรือแม่เลี้ยงใจร้าย, เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ ในบทนางฟ้าแม่ทูนหัว, ริชาร์ด แมดเดน เป็นเจ้าชายชาร์มมิ่ง สมทบด้วยโซฟี แม็คเชรา, ฮอลิเดย์ เกรนเกอร์, เดเร็ก จาโคบี และสเตลแลน สคาร์สการ์ด

หนังมีกำหนดฉายมีนาคม ปี 2015 ครับ คลิกชมด้านใน

Read more of this post

ดิสนี่ย์คว้าลิขสิทธิ์สร้างหนังภาคต่อ Indiana Jones ในอนาคต จากพาราเมาท์

indiana jones disneysดิสนี่ย์ได้มาร์เวลและสตาร์วอรืสไปแล้วยังไม่พอครับ ตอนนี้ได้ Indiana Jones ไปเพิ่มเป็นสมบัติที่จะใช้ทำเงินต่อเพิ่มอีกหนึ่ง รายงานจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าวอลท์ ดิสนี่ย์ พิคเจอร์ส ได้ตกลงสัญญากับพาราเมาท์ พิคเจอร์ส ในการเป็นผู้รับช่วงต่อในการสร้างหนังชุด Indiana Jones ในอนาคตครับ รวมถึงลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายด้วย

ในรายงานบอกด้วยว่าลิขสิทธิ์ 4 ภาคแรกของหนังชุดนี้อันได้แก่ Raiders of the Lost Ark, Indiana Jones and the Temple of Doom, Indiana Jones and the Last Crusade และ Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull ซึ่งทั้งหมดกำกับโดยสตีเวน สปีลเบิร์ก และจัดจำหน่ายโดยพาราเมาท์ จะยังคงเป็นของพาราเมาท์ตามเดิม เพียงแต่การสร้างภาคต่อ หรือภาคแยก หรือภาคอะไรก็ตามที่จะตามมาในอนาคต ดิสนี่ย์จะได้ลิขสิทธิ์นั้น ขณะที่พาราเมาท์จะได้ส่วนแบ่งทางการเงิน ซึ่งในรายงานไม่มีการเปิดเผยว่าเท่าไหร่ครับ

ตัวละครอินเดียนนา โจนส์ สร้างสรรค์ขึ้นโดยจอร์จ ลูคัส ในปี 1981 ด้วยภาคแรก Raiders of the Lost Ark และทำเงินกับสร้างชื่อให้ตัวละครเป็นที่รู้จักในระดับโลกจนภาคต่อไปมีการใช้ชื่อ Indiana Jones เป็นชื่อหนัง ดิสน่ย์เพิ่งซื้อลูคัสฟิล์มมาจากลูคัสเมื่อไม่นานนี้ ด้วยเงิน 4.06 พันล้านเหรียญสหรัฐ และกลายเป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์ Star Wars ที่ได้มีการประกาศสร้างตามมาให้เจ.เจ. เอบรามส์ กำกับ ออกฉายธันวาคม 2015 ครับ

หลังจากภาค 4 ออกฉาย มีการเปรยๆ ว่าจะมีการสร้างภาค 5 ต่อ การใช้ไชอา ลาเบิร์ฟ มาร่วมรับบทสมทบก็เหมือนจะเป็นการปูทางให้หากจะมีการใช้ตัวละครใหม่มารับช่วงต่อจากแฮริสัน ฟอร์ด แม้ว่าฟอร์ดเองก็บอกว่าเขายังฟิตที่จะกลับมาเล่นต่ออีก อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานทางการครับว่าดิสนี่ย์จะมีแผนยังไงต่อไปในอนาคต แต่ที่แน่ๆ ก็คือดิสนี่ย์มีลิขสิทธิ์ที่จะเอาไปทำอะไรต่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดิสนี่ย์ได้ทำข้อตกลงลักษณะเดียวกันนี้กับพาราเมาท์มาก่อนด้วยการซื้อลิขสิทธิ์งานของมาร์เวลและสร้างหนัง The Avengers และ Iron Man 3 ขณะเดียวกัน Thor: The Dark World ก็เป็นหนังมาร์เวลเรื่องแรกที่จัดจำหน่ายภายใต้ชื่อของดิสนี่ย์ครับ

Read more of this post

ฟัง: “Let It Go” จาก Frozen ของดิสนี่ย์ ฉบับขับร้องโดยนักแสดง ไอดีนา เมนเซล

frozen elsaดิสนี่ย์กลับมาทำหนังการ์ตูนร้องเพลงแนวเจ้าหญิงอีกครั้งในรูปแบบอนิเมชันจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเรื่อง Frozen และดูเหมือนจะได้รับการต้อนรับอย่างดีจากนักวิจารณ์ครับ คำวิจารณ์เบื้องต้นของบางสำนักยกย่องให้เป็นหนังการ์ตูนดิสนี่ย์ที่ดีที่สุดนับจาก Beauty and the Beast  และได้รับการคาดการณ์เป็นตัวเก็งรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์อนิเมชันที่จะมีการประกาศกันต้นปีหน้าครับ

ในหนังเรื่องนี้มีไอดีนา เมนเซล นักแสดงบรอดเวย์จาก Wicked เจ้าของเพลง “Defying Gravity” มาให้เสียงเอลซา เจ้าหญิงหิมะในเรื่องราวนี้ และก็ได้ร้องเพลงเอกในหนังชื่อ “Let It Go” ด้วย เป็นการร้องตามฉบับละครเพลงที่เหมือนกึ่งพูด และใส่อารมณ์ต่างๆ เข้าไป แบบที่เราจะได้ดูกันในหนัง และเพลงนี้ก็ออนไลน์ให้ฟังกันเต็มๆ แล้วครับ

นอกจากเพลงเอกนี้แล้ว ดิสนี่ย์ยังปล่อยคลิปฉากของโอลาฟ มนุษย์หิมะที่ออกมาร้องเพลงก่อนหน้านี้ และตัวอย่างสุดท้ายฉบับซับไตเติ้ลภาษาไทยครับ ผมนำมาให้ชมและฟังทั้งหมดในทีเดียว

Frozen ดัดแปลงจากงานเขียนของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน เรื่อง The Snow Queen เรื่องราวของแอนนา (คริสเทน เบลล์) เจ้าหญิงผู้น้อง ที่ออกตามหา เอลซ่า พี่สาวคนโต (ไอดีนา เมนเซล) หลังจากเอลซาบังเอิญไปปลุกคำสาปร้าย ทำให้อาณาจักรกลายเป็นฤดูหนาวตลอดกาล แล้วหนีออกจากอาณาจักร

ในการออกตามหาพี่สาว แอนนาได้รับความช่วยเหลือจากคริสตอฟ (โจนาธาน กรอฟฟ์) ชาวภูเขาผู้หยาบคาย ที่มีเพื่อนเป็นกวางเรนเดียร์ชื่อสเวน แล้วก็พบกับมนุษย์หิมะชื่อโอลาฟ (จอช แกด) ระหว่างทาง ที่ร่วมกันออกเดินทางในครั้งนี้ และที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับหนังการ์ตูนเจ้าหญิงก็คือเจ้าชายที่จะมาสร้างบทโรแมนติก ซานติโน ฟอนทานา นักแสดงที่รับบทเป็นเจ้าชายชาร์มมิ่งจากละครบรอดเวย์ Cinderella จะมาให้เสียงเป็นเจ้าชายฮานส์ในหนังเรื่องนี้ครับ

หนังกำกับโดยคริส บัค และยังได้เพลงประกอบจากฝีมือของสุดยอดนักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่แห่งบรอดเวย์ โรเบิร์ต โลเปซ และคริสเทน แอนเดอร์สัน-โลเปซ ด้วย

หนังจะเข้าบ้านเรา 5 ธันวาคมครับ คลิกชมทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

ผจญภัยในโลกฤดูหนาวกับตัวอย่างฉบับเต็มของ Frozen จากดิสนี่ย์

frozen full trailer

ดิสนี่ย์ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มของ Frozen หรือในชื่อไทย “โฟรเซ่น – ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ” ออกมาแล้วครับ และมีทุกอย่างที่แฟนหนังการ์ตูนของดิสนี่ย์ต้องการ เจ้าหญิง เจ้าชาย เวทย์มนตร์มหัศจรรย์ การผจญภัย ตัวละครน่ารักๆ ที่ไม่ใช่คนแต่พูดได้ สัตว์แสนรู้ และการผจญภัย

Frozen ดัดแปลงจากงานเขียนของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน เรื่อง The Snow Queen ให้เป็นอนิเมชั่น 3D แต่มีการเปลี่ยนเรื่องไปพอสมควรครับ เป็นเรื่องราวของแอนนา (คริสเทน เบลล์) เจ้าหญิงผู้น้อง ที่ออกตามหา เอลซ่า พี่สาวคนโต (ไอดีนา เมนเซล) หลังจากเอลซาบังเอิญไปปลุกคำสาปร้าย ทำให้อาณาจักรกลายเป็นฤดูหนาวตลอดกาล แล้วหนีออกจากอาณาจักร

 ในการออกตามหาพี่สาว แอนนาได้รับความช่วยเหลือจากคริสตอฟ (โจนาธาน กรอฟฟ์) ชาวภูเขาผู้หยาบคาย ที่มีเพื่อนเป็นกวางเรนเดียร์ชื่อสเวน แล้วก็พบกับมนุษย์หิมะชื่อโอลาฟ (จอช แกด) ระหว่างทาง ที่ร่วมกันออกเดินทางในครั้งนี้ และที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับหนังการ์ตูนเจ้าหญิงก็คือเจ้าชายที่จะมาสร้างบทโรแมนติก ซานติโน ฟอนทานา นักแสดงที่รับบทเป็นเจ้าชายชาร์มมิ่งจากละครบรอดเวย์ Cinderella จะมาให้เสียงเป็นเจ้าชายฮานส์ในหนังเรื่องนี้ครับ

หนังกำกับโดยคริส บัค และยังได้เพลงประกอบจากฝีมือของสุดยอดนักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่แห่งบรอดเวย์ โรเบิร์ต โลเปซ และคริสเทน แอนเดอร์สัน-โลเปซ ด้วย

หนังจะเข้าฉายในสหรัฐ 27 พฤศจิกายนนี้ และเข้าฉายในบ้านเรา 5 ธันวาคมครับ

Read more of this post

คลิปแรกจากอนิเมชั่น Frozen ของดิสนี่ย์ และฟังตัวอย่างเพลงประกอบหนัง

first frozen clipคลิปแรกจากอนิเมชั่นเจ้าหญิงหิมะ Frozen จากดิสนี่ย์ ได้ออนไลน์มาให้ชมกันเพื่อยั่วน้ำลายแฟนหนังครับ เป็นฉากที่แอนนา (คริสเทน เบลล์), คริสตอฟ (โจนาธาน กรอฟ) และมนุษย์หิมะโอลาฟ (จอช แกด) วิ่งหนีปีศาจหิมะตัวใหญ่ยักษ์ แต่ที่ออกมาขโมยซีนก็คือการปรากฏตัวของเอลซา (อดีนา เมนเซล) ที่เสกพายุหิมะขึ้นมา

นอกจากให้เสียงตัวละครแล้ว อดีนา เมนเซล นักแสดงรางวัลโทนี่จากละครบรอดเวย์เรื่อง Wicked ยังได้ร้องเพลงประกอบหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้ด้วย ชื่อว่าเพลง “Let It Go” และเธอได้ร้องสดให้ฟังกันในงาน D23 ของดิสนี่ย์ที่จัดขึ้นในแคลิฟอร์เนียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ

Frozen ดัดแปลงหลวมๆ จากหนังสือ The Snow Queen ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน กำกับโดยคริส บัค และเจนนิเฟอร์ ลี จะออกฉายในสหรัฐพฤศจิกายนนี้

คลิกชมคลิปทั้งสองได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ดูทอม แฮงค์ เป็นวอลท์ ดิสนี่ย์ ในตัวอย่างหนังเบื้องหลังมายา Saving Mr. Banks

saving mr banks trailerนอกจากรับบทเป็นคนที่มีชีวิตอยู่จริงที่อาจทำให้เข้าชิงออสการ์อีกครั้งใน Captain Phillips ของพอล กรีนแกรส แล้ว ทอม แฮงก์ยังรับบทเป็นวอลท์ ดิสนี่ย์ ใน Saving Mr. Banks หนังฟอร์มรางวัลของดิสนี่ย์ด้วยครับ และตัวอย่างก็เผยออกมาแล้ว

Saving Mr. Banks เป็นผลงานกำกับของจอห์น ลี แฮนด์ค็อค จาก The Blind Side บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Mary Poppins ในปี 1964 คล้ายกับ My Week with Marilyn ที่เป็นเบื้องหลังงานสร้าง The Prince and the Showgirl ครับ แฮงก์รับบทเป็นดิสนี่ย์ที่สัญญาไว้กับลูกสาวว่าจะสร้างหนังจากนิยายของพี.แอล. เทรเวอร์ส เรื่องนี้ ผู้ที่ไม่อยากขายลิขสิทธิ์ให้ ดิสนี่ย์จึงเชิญเธอมาจากออสเตรเลียเพื่อพาเที่ยวดิสนี่ย์แลนด์ในแคลิฟอร์เนียและหาทางโน้มน้าวให้เธอใจอ่อน

บทของเทรเวอร์สรับบทโดยเอ็มมา ธอมป์สัน ครับ ซึ่งระหว่างที่อยู่แคลิฟอร์เนีย เธอก็หวนนึกถึงชีวิตวัยเยาว์อันลำบาก และตัวละครมร.แบงก์ในนิยาย Mary Poppins ก็ได้แรงบันดาลใจจากพ่อของเธอนั่นเอง

หนังยังมีคอลิน ฟาเรลล์, พอล จิอาแมตตี และเจสัน ชวาร์ทซ์แมน ร่วมแสดงครับ จะออกฉายในสหรัฐธันวาคมนี้ คลิกดูตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างแรกของ Frozen อนิเมชั่นตำนานเจ้าหญิงหิมะจากดิสนี่ย์

disney frozen firstlook 05Frozen ดัดแปลงจากงานเขียนของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน เรื่อง The Snow Queen ให้เป็นอนิเมชั่น 3D แต่มีการเปลี่ยนเรื่องไปพอสมควรครับ เป็นเรื่องราวของแอนนา (คริสเทน เบลล์) เจ้าหญิงผู้น้อง ที่ออกตามหา เอลซ่า พี่สาวคนโต (ไอดีนา เมนเซล) หลังจากเอลซาบังเอิญไปปลุกคำสาปร้าย ทำให้อาณาจักรกลายเป็นฤดูหนาวตลอดกาล แล้วหนีออกจากอาณาจักร ถือเป็นการกลับมาลองงานหนังอนิเมชั่นแนวเจ้าหญิงแบบ 3D อีกครั้ง หลังจากไม่ค่อยได้กำไรนักจาก Tangled และหนังได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้ว

ตัวอย่างแรกทำออกมาคล้ายหนังสั้น เล่าเรื่องราวชุลมุนชวนขำระหว่างตุ๊กตาหิมะที่เป็นโรคภูมิแพ้กับกวางเรนเดียร์ครับ ยังไม่มีภาพของตัวละครมนุษย์ให้เราเห็น

ก่อนหน้านี้ หนังได้เผยภาพนิ่งชุดแรกออกมาก่อนที่ USA Today ด้วย และเบลล์เล่าในบทความถึงตัวละครแอนนาของเธอว่า “แอนนาเป็นน้องที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ และต้องชินกับการช่วยตัวเองมาตลอด แต่เธอถูกบังคับให้อยู่ในสถานการณ์ที่พี่สาวต้องการเธอ และเธอต้องลุกขึ้นสู้”

เบลล์เอาความคิดของเธอไปบอกแก่ผู้กำกับคริส บัค (Surf’s Up) และผู้เขียนบทเจนนิเฟอร์ ลี (Wreck-It Ralph) ว่าเธอจะเล่นบทนี้ยังไง “เธอไม่ใช่นักสู้ที่เก่ง รูปร่างไม่ดี ไม่สวยสง่า และมักพูดอะไรที่ต้องทำให้ตัวเองเสียใจ แต่เธอเป็นคนดี และมุ่งมั่นมาก” เบลล์บอก

ในการออกตามหาพี่สาว แอนนาได้รับความช่วยเหลือจากคริสตอฟ (โจนาธาน กรอฟฟ์) ชาวภูเขาผู้หยาบคาย ที่มีเพื่อนเป็นกวางเรนเดียร์ชื่อสเวน แล้วก็พบกับมนุษย์หิมะชื่อโอลาฟ (จอช แกด) ระหว่างทาง ที่ร่วมกันออกเดินทางในครั้งนี้

และที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับหนังการ์ตูนเจ้าหญิงก็คือเจ้าชายที่จะมาสร้างบทโรแมนติก ซานติโน ฟอนทานา นักแสดงที่รับบทเป็นเจ้าชายชาร์มมิ่งจากละครบรอดเวย์ Cinderella จะมาให้เสียงเป็นเจ้าชายฮานส์ในหนังเรื่องนี้ครับ

ในบทความบอกด้วยว่า ทีมสร้างอนิเมชั่นเรื่องนี้ต้องเดินทางไปนอร์เวย์ เพื่อศึกษาภูมิประเทศในการสร้างภาพโลกฤดูหนาวให้สมจริง และหนังยังได้โรเบิร์ต โรเปซ จากละครเพลง The Book of Mormon มาแต่งเพลงปละคำร้องที่ใช้ประกอบในหนังด้วย

หนังจะเข้าฉายในสหรัฐ 27 พฤศจิกายนนี้ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

เจค จิลเลนฮอล และ คริส ไพน์ อาจสมทบจอห์นนี่ เดปป์ กับเมอริล สตรีป ในหนังเพลง Into the Woods

chris jake into the woodsใครก็ตามที่อยากเห็นเจค จิลเลนฮอล กับคริส ไพน์ ร้องเพลงในหนัง คงต้องลุ้นให้พวกเขาทำสำเร็จครับ ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าทั้งคู่สนใจที่จะรับบทสมทบในหนังเพลงดัดแปลงจากละครเพลงบรอดเวย์ของสตีเฟน ซอนด์เฮม Into the Woods ที่ร็อบ มาร์แชล จะมากำกับ

ในรายงานบอกว่าจิลเลนฮอลและไพน์ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนของการเจรจา หรือมีการทาบทาม แต่ได้พูดคุยกับผู้กำกับร็อบ มาร์แชล เพราะสนใจหนังเรื่องนี้ที่ดิสนี่ย์จะเป็นผู้สร้าง และได้จอห์นนี่ เดปป์ กับเมอริล สตรีป มาร่วมแสดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่เพียงแต่พูดคุยเท่านั้น ทั้งจิลเลนฮอลกับไพน์ได้ลองร้องเพลงให้มาร์แชลได้ดูด้วยว่าพวกเขาเหมาะสมกับบทไหม

Into the Woods เป็นละครเพลงตลกร้ายที่นำตัวละครจากเทพนิยายมาจับยำรวมกัน เป็นเรื่องราวของคนอบขนมปังที่อยากมีลูก แต่ครอบครัวถูกแม่มดสาปให้มีลูกไม่ได้ จึงต้องเดินทางเข้าป่าไปขอให้แม่มดถอนคำสาปให้ แล้วก็เจอสารพัดตัวละครของเทพนิยายทั้งจากราพันเซล, ซินเดอเรลลา, แจ็คกับต้นถั่ววิเศษ และหนูน้อยหมวกแดง

สตรีปจะรับบทเป็นแม่มดใจร้าย ที่มีบทสำคัญในเรื่อง ส่วนเดปป์จะรับบทหมาป่าในเทพนิยายที่แสนเซ็กซี่และหิวโซ ต่างจากรายงานก่อนหน้านี้ว่าเดปป์จะรับบทเป็นคนอบขนมปัง

ส่วนบทของสองหนุ่มที่ทั้งคู่อยากแสดงก็คือบทเจ้าชายสองพี่น้อง ที่หลงตัวเองและขี้คุย คนหนึ่งหลงรักซินเดอเรลลา ส่วนอีกคนหลงรักราพันเซล

หนังมีแผนจะเปิดกล้องปลายปีนี้ และคาดว่าจะมีนักแสดงชื่อสำคัญมารับบทอื่นในหนังด้วย

ผมใส่คลิปฉากของสองเจ้าชายใน Into the Woods ให้ดูกันอีกครั้งด้านในครับ

Read more of this post

ชม Croissant de Triomphe การ์ตูนสั้นมิคกี้เม้าส์ 2D เรื่องใหม่จากดิสนี่ย์

new 2d mickey mouseความสำเร็จของอนิเมชั่นจากคอมพิวเตอร์กราฟิกทำให้งานอนิเมชั่นจากการวาดด้วยมือแบบดั้งเดิมแทบตกงานกัน แต่แม้ว่างานอนิเมชั่น 2D จากการวาดด้วยมือจะหายากแล้ว แต่ก็ไม่ได้ถูกละทิ้งเสียทีเดียวครับ ผู้บริหารของดิสนี่ย์บอกเมื่อไม่นานนี้ว่าพวกเขาไม่มีแผนจะสร้างหนังใหญ่ด้วยเทคนิคดั้งเดิม แต่ก็ยังคงใช้ในงานการ์ตูนทางทีวีอยู่ครับ และดิสนี่ย์ก็เผยงานอนิเมชั่นชุดใหม่ความยาว 19 ตอน และยังให้มิคกี้เมาส์ ตัวละครอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของค่ายและตัวการ์ตูนอันอมตะ  ได้กลับมาเป็นพระเอกอีกครั้งด้วย

เทคนิคของอนิเมชั่นชุดนี้เป็นแบบเดียวกับ Paperman การ์ตูนสั้นรางวัลออสการ์ประจำปีนี้ ที่ใช้เทคนิคการวาดด้วยมือผสมกับคอมพิวเตอร์กราฟฟิกครับ โดยเรื่องราวก็จะเป็นการผจญภัยของมิคกี้เม้าส์ในเมืองสำคัญต่างๆ ของโลก เช่นซานตาโมนิกา, นิวยอร์ก, ปักกิ่ง, โตเกียว, เวนิส และเอลป์เป็นต้น โดยตอนแรกที่ปล่อยออกมาก่อนชื่อว่า Croissant de Triomphe ที่เป็นการผจญภัยในฝรั่งเศส มิคกี้เม้าส์ต้องหาทางเอาครัวซองไปส่งให้มินนี่ให้ทันเวลาก่อนที่หายนะจะเกิดขึ้นกับเธอ

การ์ตูนพูดเป็นภาษาฝรั่งเศส แต่ไม่ต้องมีซับไตเติ้ลก็ดูรู้เรื่อง เพราะเรื่องราวนั้นง่ายๆ ลายเส้นก็สวยแบบมีศิลปะมากๆ ชวนให้นึกถึงตัวการ์ตูนมิคกี้เม้าส์ยุคเริ่มแรก แต่เอามาใส่สีสันใหม่ให้เหมาะกับผู้ชมยุคนี้

การ์ตูนเหล่านี้จะมีให้ชมทางช่อง Disney Chanel ครับ และทาง disney.com ด้วย เป็นงานอำนวยการผลิตของพอล ลูดิช ผู้สร้าง The Powerpuff Girls ที่ตอนนี้มารับหน้าที่เป็นเอ็กซิคิวทีฟ โปรดิวเซอร์ และผู้อำนวยการคนใหม่ของฝ่ายโครงการอนิเมชั่นทางโทรทัศน์ของวอลท์ ดิสนี่ย์ ครับ

คลิกชมการ์ตูนตอนแรกนี้ได้ที่ลิงก์นี้ หรือด้านใน

Read more of this post

เอ็มมา วัตสัน ไม่เป็น Cinderella ให้ดิสนี่ย์

Emma Watsonดูเหมือนว่าเกือกแก้วจะใส่ไม่พอดีเท้าของเอ็มมา วัตสัน เสียแล้วครับ เธอตัดสินใจขอถอนตัวจากโครงการหนังเทพนิยาย Cinderella ของดิสนี่ย์ ตามรายงานจากวาไรตี้

รายละเอียดว่าทำไมวัตสันถอนตัวจากโครงการหนัง ยังไม่ได้เป็นที่เปิดเผยออกมาครับ แต่วัตสันไม่ใช่คนแรกที่เคยมีชื่ออยู่ในโครงการหนังเรื่องนี้ เพราะก่อนหน้านี้ เซเชอร์ โรแนน เป็นคนแรกที่มีชื่อจะมารับบทเป็นนางซิน ก่อนที่ผู้กำกับมาร์ค โรมาเน็ก จะขอถอนตัวออกไป และมีเคนเนธ บรานาห์ มากำกับแทน แต่หนังยังคงมีชื่อของเคต แบลนเช็ตต์ อยู่ในบทของแม่เลี้ยงใจร้าย

แต่แฟนๆ ที่อยากดูวัตสันเล่นหนังเทพนิยาย ยังมีโอกาสที่จะได้เห็นเธอใน Beauty and the Beast ฉบับจินตนาการใหม่ของผู้กำกับเกียลเลอโม เดล ทอโร ที่จะสร้างให้แก่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ครับ เพียงแต่ว่าอาจต้องรอนานอีกพักเพราะหนังยังไม่มีกำหนดเปิดกล้องหรือวันฉายเลย

ดิสนี่ย์เองก็เพิ่งประกาศหนังคนแสดงที่จะสร้างจากเทพนิยาย Beauty and the Beast เช่นกันครับ คงต้องกลายเป็นโครงการหนังคู่แข่งกัน เหมือน Mirror Mirror และ Snow White and the Huntsman เมื่อปีที่แล้ว

ดิสนี่ย์สร้าง Beauty and the Beast เป็นหนังคนแสดงฉบับ 3D

Beauty And The Beast movie imageหลังจาก Oz: The Great and Powerful เปิดตัวอย่างสวยงาม และน่าจะเป็นหนังแฟนตาซีที่ทำรายได้ให้ดิสนี่ย์อีกเรื่องนับจาก Alice in Wonderland ดิสนี่ย์ก็เล็งหนังแฟนตาซีเรื่องใหม่เพื่อเอามาตีความใหม่เป็นหนังสามมิติเพื่อเรียกเงินจากคนดูอีกแล้วครับ

ตามรายงานของเดดไลน์บอกว่า ดิสนี่ย์กำลังทาบทามโจ เอเฮิร์น ผู้เขียนบทหนังเขย่าขวัญ Trance ของแดนนี่ บอยล์ ให้มาตีความใหม่แก่เทพนิยายชุด “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” โดยจะใช้ชื่อสั้นๆว่า The Beast ครับ

ในรายงานบอกว่าดิสนี่ย์อยากให้เป็นหนังคนแสดงที่มีโทนด้านมืด แต่เราก็คงเดากันได้ว่าคงมืดเท่าที่หนังดิสนี่ย์จะเป็นได้ และยังไม่มีการทาบทามนักแสดงคนไหนให้มารับบทนำในตอนนี้

Oz: The Great and Powerful เปิดตัวในสหรัฐสัปดาห์แรก 79.1 ล้านเหรียญสหรัฐ และทำรายได้ในตลาดต่างประเทศไปอีก 69.9 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมรายได้ทั่วโลกทั้งหมดสัปดาห์แรก 150 ล้านเหรียญครับ แม้ว่าจะน้อยกว่า Alice in Wonderland เกือบครึ่ง แต่ก็มากพอที่จะทำให้ดิสนี่ย์อยากสร้างหนังแฟนตาซีเรื่องใหม่ๆ มา

ดิสนี่ย์เตรียมงานสร้างภาคต่อ Oz: The Great and Powerful แล้ว

oz great and powerful pic04แม้ว่าจะได้รับคำวิจารณ์แบบก้ำกึ่ง มีนักวิจารณ์ชอบเพียง 56% จาก 116 บทวิจารณ์ที่ Rotten Tomatoes รวมมาในตอนนี้ แต่ก็เป็นที่คาดการณ์กันในหมู่นักวิเคราะห์ครับว่า Oz: The Great and Powerful จะเปิดตัวในสหรัฐสุดสัปดาห์นี้สุงถึง 80-90 ล้านเหรียญสหรัฐ และน่าจะทำเงินให้ดิสนี่ย์ได้ในระดับเดียวกันกับ Alice in Wonderland ซึ่งเพียงเท่านี้ทำให้ดิสนี่ย์มั่นใจที่จะเดินหน้าสร้างภาคต่อให้แก่หนังครับ ตามรายงานของวาไรตี้

ในรายงานบอกว่าได้จ้างมิเชล แคปเนอร์ (The Whole Nine Yards) ให้มาเขียนบทภาคต่อซึ่งจะบอกเล่าการผจญภัยครั้งใหม่ของออสการ์ ดิ๊กก์ หรือ “ออซ” ตัวละครของเจมส์ ฟรังโก้

แคปเนอร์เป็นคนออกแนวคิด วางรูปแบบ และเขียนบทร่างแรกของ Oz: The Great and Powerful เกี่ยวกับต้นกำเนิดตัวละครพ่อมดออซขึ้นมา โดยดึงจากนิยายอันคลาสสิคของแอล. แฟรงก์ บาม จากนั้นเดวิด ลินด์เซย์-อาแบร์ ก็มาเรียบเรียงบทหนังใหม่

ตอนจบของหนัง  Oz: The Great and Powerful ได้เปิดช่องให้เขียนเรื่องราวขึ้นมาใหม่ได้มากมาย ก่อนที่จะไปจบในตอนต้นของ The Wonderful Wizard of Oz ที่บ้านของโดโรธีลอยไปทับแม่มดร้ายแห่งตะวันออก ผู้เขียนบทเอาองค์ประกอบจากนิยายมาใช้ได้หมด เว้นแต่ส่วนที่เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ในหนัง The Wizard of Oz ปี 1939 ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ความคิดอยู่ครับ

คาดการณ์กันด้วยว่าโจ ร็อธ ก็จะกลับมาอำนวยการสร้าง แต่แซม ไรมี่ เซ็นสัญญาไว้แค่ภาคเดียว ไรมี่เปรยๆ ว่าอยากได้กลับมากำกับอีก แต่เราก็คงต้องดูกันต่อไปว่าจะลงเอยยังไงครับ

ดิสนี่ย์ยังไม่มีแผนสร้างการ์ตูน 2D ในตอนนี้

disney animation studios logoดิสนี่ย์ ผู้สร้างหนังการ์ตูนคลาสสิค 2D และการ์ตูนจากเทคนิคการวาดด้วยมืออย่าง Bambi, Fantasia และ Snow White and the Seven Dwarfs ยังไม่มีแผนที่จะสร้างการ์ตูนแนวนี้อีกในตอนนี้ครับ

บ็อบ ไอเกอร์ หัวหน้าผู้บริหารของดิสนี่ย์ ได้กล่าวในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีเมื่อพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ที่รัฐอริโซนาว่า ตอนนี้บริษัทในเครือทั้งหมดยังไม่มีแผน หรือมีงานสร้างหนังการ์ตูนสองมิติ หรือการ์ตูนจากการวาดด้วยมือครับ และแม้ว่าไอเกอร์เปิดเผยว่าอาจจะกลับมาสร้างหนังการ์ตูนด้วยเทคนิคนี้อีกในอนาคต แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเว้นช่วงเวลาไปอีกนานมากกว่าที่แฟนๆ ที่ชอบงานเทคนิคนี้จะได้เห็นหนังการ์ตูนดิสนี่ย์ 2D เกิดขึ้นมาใหม่

เท่าที่ผมรู้ เรายังไม่มีโครงการสร้างหนังอนิเมชั่นเรื่องยาวแบบ 2D หรือจากการวาดด้วยมือในตอนนี้ครับ เรายังมีงานอนิเมชั่นจากการวาดด้วยมืออยู่จำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นงานสำหรับโทรทัศน์ เรายังไม่ฟันธงเสียทีเดียวว่าจะไม่มีสร้างหนังยาวอีก แต่เรายังไม่มีโครงการหนังในตอนนี้” ไอเกอร์กล่าว

The Princess and the Frog ที่ดัดแปลงจากเทพนิยายกริมม์เรื่องเจ้าชายกบ ที่ออกฉายในปี 2009 กับ Winnie the Pooh ในปี 2011 เป็นสองเรื่องหลังสุดของดิสนี่ย์ที่สร้างในแบบ 2D แต่หนังไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้แม้ว่าจะได้คำวิจารณ์ค่อนข้างดี แต่ทำเงินทั่วโลกไปเพียง 267 ล้านเหรียญ กับ 33 ล้านเหรียญตามลำดับ ต่างจากผลงาน 3D ในระยะหลัง เช่น Wreck-It Ralph และ Tangled

ดิสนี่ย์ยังมีอนิเมชั่น 3D ออกฉายในปีนี้อีกเรื่อง ชื่อ Frozen ที่ดัดแปลงจากเรื่องราวของเจ้าหญิงหิมะครับ มีแผนจะออกฉายในสหรัฐช่วงพฤศจิกายน

ที่มา: The Guardian

เอ็มมา วัตสัน อาจเป็น Cinderella ประชันเคต แบลนเชตต์ ที่รับบทแม่เลี้ยงใจร้าย

Emma Watsonหลังจากได้เคนเนธ บรานาห์ มารับหน้าที่กำกับ Cinderella แทนมาร์ค โรมาเน็ก ที่ถอนตัวออกไปอันเนื่องจากความเห็นแตกต่างกันด้านความคิดสร้างสรรค์ ดิสนี่ย์ก็เดินหน้าต่อในการคัดเลือกนักแสดงหญิงที่จะมาสวมรองเท้าแก้วในหนังเรื่องนี้ครับ และรายงานล่าสุดจากวาไรตี้บอกว่าเอ็มมา วัตสัน กำลังอยู่ในระหว่างเจรจาเพื่อการณ์นี้

ในรายงานบอกว่านักแสดงสาวที่โด่งดังจากบทเฮอร์ไมโอนี แกรนเจอร์ จากหนังชุด Harry Potter ยังไม่ได้บทมาครองแบบเต็มตัว แต่ก็ยังในขั้นตอนเจรจาเบื้องต้นซึ่งแปลว่ามีโอกาสราว 90% แล้วครับ ที่เธอจะมารับบทเป็นนางซินในฉบับตีความใหม่ ที่จะเผชิญแม่เลี้ยงใจร้ายที่รับบทโดยเคต แบลนเชตต์ และได้ร่วมงานกับบรานาห์ในฐานะนักแสดงกับผู้กำกับเป็นครั้งแรก หลังจากเคยร่วมงานกันในฐานะนักแสดงจาก Harry Potter and the Chamber of Secrets และ My Week with Marilyn

หนังเทพนิยายเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในโครงการหนังที่ดิสนี่ย์สร้างหลังจากประสบความสำเร็จด้านรายได้จาก Alice in Wonderland ทำให้มีการสร้างเรื่องอื่นตามมาอีกเช่น Oz: The Great and Powerful ของผู้กำกับแซม ไรมี่ ที่กำลังจะเข้าฉาย และ Maleficent ที่แอนเจลีนา โจลี มารับบทนางร้ายจากเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วัตสันเกี่ยวข้องกับโครงการหนังว่าด้วยซินเดอเรลลาครับ เมื่อปี 2009 เธอถูกทาบทามให้รับบทนี้ในฉบับหนังเพลงที่มาริลิน แมนสัน จะกำกับและเขียนบท แต่ดูเหมือนว่าโครงการหนังเงียบหายไป

สำหรับผลงานเรื่องอื่นๆ ของวัตสันที่กำลังจะตามมาก็ได้แก่ Noah ของแดเรน แอรอนอฟสกี้, หนังตลกโลกแตก This is the End ของเซ็ธ โรเกน, The Bling Ring ของโซเฟีย คอปโปล่า และหนังชีวิต Your Voice in My Head ที่เดิมที ผู้กำกับเดวิด เยตส์ จะกำกับ แต่ทิ้งโครงการหนังไปเมื่อปีที่แล้วครับ

แบรด พิตต์ ถอนตัวจาก 20,000 Leagues Under the Sea ของเดวิด ฟินเชอร์, แชนนิ่ง เททั่ม อาจเล่นแทน

20,000 Leagues Under The Seaดูเหมือนว่าโครงการหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับเดวิด ฟินเชอร์ ที่วางแผนไว้ว่าจะกำกับ ดูจะสะดุดหลายเรื่องในตอนนี้ครับ ล่าสุดตามรายงานของ The Playlist บอกว่า แบรด พิตต์ ได้ขอถอนตัวออกจากหนังแฟนตาซีผจญภัยรีเมกเรื่อง 20,000 Leagues Under the Sea ทำให้โครงการหนังอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคงพอสมควร

ในรายงานบอกว่าการถอนตัวของพิตต์เกิดขึ้นหลังจากตกลงรับปากจะเล่นแล้ว และไม่มีรายงานถึงสาเหตุของการขอถอนตัวครับ ทำให้ฟินเชอร์ต้องหานักแสดงใหม่มารับบทนำของเรื่องแทนโดยรีบด่วน เพราะตั้งใจจะเปิดกล้องในปีนี้ที่มีการเตรียมการเอาไว้แล้วว่าจะไปถ่ายทำกันที่ออสเตรเลีย นักแสดงที่ฟินเชอร์ต้องการตัวทั้งหมดไม่มีใครมีคิวว่างเลยจนกว่าจะถึงปีหน้า และก็มีรายงานว่าบทอาจตกไปอยู่กับแชนนิ่ง เททั่ม แทน ซึ่งเดาว่าอาจจะมาจากคำแนะนำของผู้กำกับสตีเวน โซเดอร์เบิร์ก ที่เป็นเพื่อนสนิทของฟินเชอร์ และเททั่มก็กำลังเป็นคนโปรดของโซเดอร์เบิร์กอย่างมาก

แต่ถ้าฟินเชอร์อยากได้นักแสดงคนที่เขาต้องการตัวจริงๆ แบบที่เปลี่ยนตัวไม่ได้เลย โครงการหนังก็อาจต้องเลื่อนไปเปิดกล้องปีหน้าแทน และฟินเชอร์อาจต้องหันไปหาอีกสองโครงการหนังที่อยู่ในมือตอนนี้ เรื่องแรกก็คือหนังเขย่าขวัญสืบสวน Gone Girl ของรีส วิเทอร์สปูน ซึ่งยังอยู่ในขั้นเขียนบทอยู่ ส่วนอีกเรื่องก็คือภาคต่อ The Girl with the Dragon Tattoo ที่สตีเฟ่น เซลเลียน อาจต้องแก้ไขบทอย่างหนักก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำได้ และฟินเชอร์ก็ยังไม่ได้ตกลงเซ็นสัญญาว่าจะกำกับ

ใต้ทะเล 20,000 โยชน์” ดัดแปลงจากนิยายคลาสสิคของจูลส์ เวิร์น เคยถูกสร้างเป็นหนังมาแล้วในปี 1954 ซึ่งว่ากันว่าบทหนังฉบับล่าสุดที่ฟินเชอร์จะกำกับนี้จะเน้นภูมิหลังของกัปตันนีโมมากขึ้น เช่นเดียวกับเชลยบนเรือนอติลุสของเขา บทหนังผ่านมือนักเขียนบทเก่งๆ มาหลายคนตั้งแต่สก็อต ซี. เบิร์นส์, ไมเคิล ชาบอน, จัสติน มาร์คส์, บิล มาร์ซิลิอิ และแรนดอล วอลเลซ

ดิสนี่ย์อยากถ่ายทำ 20,000 Leagues Under the Sea ด้วยระบบ 3D แต่ฟินเชอร์ยังลังเลอยู่

เคนเน็ธ บรานาห์ จะกำกับหนังฉบับคนแสดง Cinderella ให้ดิสนี่ย์

Kenneth Branaghมาร์ค โรมาเน็ก (Never Let Me Go) เป็นผู้กำกับคนแรกที่ดิสนี่ย์วางตัวให้มากำกับหนัง Cinderella ฉบับคนแสดงฉบับใหม่ครับ แต่โรมาเน็กถอนตัวออกไปเมื่อไม่นานนี้ อันเนื่องจากความเห็นไม่ลงรอยกันด้านความคิดสร้างสรรค์ ข่าวลือบอกว่าแนวทางที่โรมาเน็กวางไว้นั้นมีด้านมืดและแหวกแนวเกินไปสำหรับหนังของดิสนี่ย์ ทำให้มีการต้องหาตัวผู้กำกับคนใหม่ และล่าสุดตามรายงานของวัลเชอร์ ดิสนี่ย์ได้ทาบทามให้เคนเน็ธ บรานาห์ ผู้กำกับจาก Thor และ Hamlet ทำหน้าที่แทนครับ

ในรายงานบอกด้วยว่าหนังจะถ่ายทำกันที่ลอนดอน ดังนั้นคงยิ่งง่ายเพราะบรานาห์เป็นคนอังกฤษพอดี หนังได้เคต แบลนเชตต์ เป็นนักแสดงคนแรกที่ตกลงรับบทสมทบในหนังในบทของแม่เลี้ยงใจร้าย รายงานล่าสุดบอกว่าเธอยังคงไม่ทิ้งโครงการหนังไป ขณะที่นักแสดงหญิงที่จะมารับบทนำเป็นซิลเดอเรลลาในหนังนั้นยังหาตัวผู้มารับบทไม่ได้

ถ้าทุกอย่างฉลุย บรานาห์จะกำกับหนังเรื่องนี้จากบทของเอลีน บรอช แม็คเคนนา จาก The Devil Wears Prada และคริส ไวท์ซ จาก About a Boy

บรานาห์มีผลงานกำกับล่าสุดคือหนังบู๊เขย่าขวัญเรื่อง Jack Ryan ที่จะออกฉายปลายปีนี้ครับ

Cinderella มีแผนจะออกฉายปี 2014 ซึ่งจะเป็นปีที่ครบ 100 ปี ของหนังฉบับหนังเงียบที่แมรี่ พิคฟอร์ด นำแสดง ในหนังของพาราเมาท์ ซึ่งถือกันว่าเป็นเรื่องแรกที่ฮอลลีวู้ดดัดแปลงจากเทพนิยายเรื่องนี้

ดิสนี่ย์ยืนยันสร้างภาคแยก Star Wars อีกฉบับ ข่าวลือบอกว่าเกี่ยวกับฮัน โซโล วัยหนุ่ม และโบบา เฟ็ตต์

boba fett starwarsหวังจากมีกระแสข่าวว่าดิสนี่ย์มีแผนจะสร้างภาคแยกให้ตัวละครจาก Star Wars มานับตั้งแต่ตอนที่ดิสนี่ย์เพิ่งซื้อลูคัสฟิล์มส์ มาจากจอร์จ ลูคัส ล่าสุดดิสนี่ย์ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วครับว่า กำลังพัฒนาโครงการหนังภาคแยกเดี่ยวๆ ให้แก่ตัวละครของหนังชุดนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ Star Wars: Episode VII ที่เจ.เจ. อับรามส์ จะมากำกับ

บ็อบ ไอเกอร์ หัวหน้าของดิสนี่ย์ได้ประกาศข่าวน่าตื่นเต้นนี้ระหว่างให้สัมภาษณ์รายการข่าวของ CNBC เมื่อวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ ซึ่งไอเกอร์ยืนยันว่า “เรากำลังเตรียมงานสร้างหนังภาคแยกเดี่ยวๆ อยู่ 2-3 เรื่อง ลอว์เรนซ์ แคสดาน (Star Wars: Episode V – Empire Strikes Back) กับไซมอน คินเบิร์ก (X Men: First Class) กำลังทำบทหนังที่สร้างจากสุดยอดตัวละครของสตาร์วอร์สอยู่

ไอเกอร์ยังบอกด้วยว่าหนังสตาร์วอร์สภาคแยกนี้จะสร้างคู่กันไปกับ Star Wars Episode VII, VIII และ IX ซึ่งภาค VII นั้นมีแผนจะส่งออกฉายในปี 2015 (แม้ว่าผู้กำกับเจ.เจ. อับรามส์ จะยังไม่ยืนยันว่าจะออกฉายปีนี้ได้) และมีภาคต่อออกทุกปีเว้นปี ส่วนภาคแยกนั้นจะฉายในปีระหว่างที่ไตรภาคใหม่ไม่ได้ฉายครับ

“เรามีแผนจะสร้าง Star Wars 7, 8 และ 9 ออกฉายในช่วงเวลาหกปีอย่างคร่าวๆ โดยเริ่มจากปี 2015 ก่อน แต่ก็จะมีหนังภาคอื่นออกฉายในช่วงเวลาระหว่างนั้นด้วย” ซึ่งในปี 2015 ดิสนี่ย์ก็ยังมี The Avengers 2 และ Ant-Man ของมาร์เวลออกมาฉายด้วย

แล้วจะเอาตัวละครไหนมาสร้างเป็นภาคแยก ไอเกอร์ยังไม่ยอมเปิดเผยออกมาครับ แต่ก็มีข่าวที่ยังไม่ยืนยันจาก AICN ว่า หนังภาคแยกที่ว่านี้จะมีโยดาเป็นตัวละครเอก แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าจะเป็นโยดาวัยหนุ่มหรือแก่ แล้วจะเป็นโยดาหุ่นชักหรือโยดาซีจีครับ ขณะที่ Entertainment Weekly ทราบจากแหล่งข่าววงในว่าดิสนี่ย์มีแผนจะสร้างหนังเรื่องราวของฮัน โซโล(แฮริสัน ฟอร์ด) วัยหนุ่ม กับโบบา เฟ็ตต์

ถ้าเป็นจริง เรื่องราวของฮัน โซโล จะดำเนินก่อนเหตุการณ์ในภาค A New Hope บอกเล่าที่มาของตัวละครนี้ก่อนที่จะเป็นนักลักลอบขนสินค้าแห่งกาแลคซี ส่วนหนังเรื่องราวของโบบา เฟ็ตต์ ก็จะเป็นเหตุการณ์ที่นักล่าหัวเงินรางวัลตัวฉกาจนี้ออกล่าเหยื่อแข่งกับคนอื่นๆ ซึ่งเหตุการณ์คงอยู่ระหว่างภาค A New Hope และ Return of the Jedi ซึ่งหนังทั้งสองเรื่องก็อาจมีดาร์ธ เวเดอร์ กับ จับบา เดอะ ฮัตต์ มารับบทรับเชิญได้

คุณอยากเห็นภาคแยก Star Wars ไหมครับ อยากให้เป็นตัวละครไหนนอกจากโยดา, โบบา เฟ็ตต์ และฮัน โซโล ไหม ใส่ความเห็นกันได้สนุกๆครับ

Read more of this post

ดิสนี่ย์ปล่อยการ์ตูนสั้นชิงรางวัลออสการ์ Paperman ให้คุณชมเต็มเรื่อง

paperman shortถ้าคุณยังไม่มีโอกาสได้ดูการ์ตูน Wreck-It Ralph เหมือนผม คุณก็คงพลาดชมการ์ตูนสั้นอันน่ารักและโรแมนติกเรื่อง Paperman เช่นกัน แต่ไม่เป็นไร ดิสนี่ย์ได้เอามาลงให้ชมผ่านช่องในยูทูบแบบเต็มเรื่องแล้วครับ

Paperman เป็นหนึ่งในการ์ตูนสั้นที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ปีนี้ด้วย เดาว่านี่น่าจะเป็นแผนหนึ่งเพื่อสร้างกระแสให้หนังมีโอกาสได้รางวัล หรือเพื่อให้ผู้ลงคะแนนได้มีโอกาสชมกันที่บ้าน หนังเป็นเรื่องราวอันโรแมนติกราวกับเทพนิยายของชายหนุ่มที่ปิ๊งรักกับสาวงาม แต่ทั้งสองก็ไม่ทันได้มีโอกาสสานสัมพันธ์กัน ชะตายังใจดีที่ชายหนุ่มมองเห็นหญิงสาวมาสมัครงานที่ตึกฝั่งตรงข้าม เขาจึงไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไป จึงพับกระดาษเป็นจรวดส่งไปหาหญิงสาวเพื่อเรียกให้หันมา ถ้าจรวดไปถึงง่ายๆก็คงไม่สนุกอะไร ชายหนุ่มต้องพิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างยากลำบากครับ

Paperman เป็นการ์ตูนเกือบขาวดำทั้งหมด ใช้เทคนิคอันคลาสสิคของดิสนี่ย์ที่เราไม่ได้เห็นนานแล้ว นั่นก็คือการวาดลายเส้นแบบ 2D มาผสมกับงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิก 3 D ได้อย่างน่าทึ่งและน่าสนใจ ดูล้ำ และได้อารมณ์ชวนให้นึกถึงงานเก่าแก่ดั้งเดิมของค่ายมิคกี้เมาส์ไปพร้อมกัน แต่จุดเด่นของงานอนิเมชั่นน่าจะอยู่ที่เรื่องราวน่ารักๆ ของความรักที่อาจทำให้คุณอยากแชร์คลิปนี้ในช่วงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่จะมาถึงครับ

หนังเป็นการกำกับชิ้นแรกของจอห์น คาร์ส เด็กปั้นคนใหม่ที่ดิสนี่ย์คงจะมีงานหนังยาวให้ในอนาคตครับ คลิกชมหนังเต็มๆ เกือบ 7 นาทีได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ดิสนี่ย์วางแผนสร้างภาคต่อ Alice in Wonderland และให้ลินดา วูลเวอร์ตัน กลับมาเขียนบท

alice_in_wonderlandจากความสำเร็จทางร้ายได้ของ Alice in Wonderland ที่กำกับโดยทิม เบอร์ตัน และออกฉายในปี 2010 ซึ่งทำรายได้ทั่วโลกไปกว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ ไม่แปลกที่ดิสนี่ย์อยากจะสร้างภาคต่อให้ครับ แต่ดูเหมือนว่าดิสนี่ย์รอนานกว่าที่จะดำเนินการอย่างทางการ อย่างไรก็ตาม ตามรายงานของวาไรตี้ ดิสนี่ย์ได้ตกลงให้ลินดา วูลเวอร์ตัน ซึ่งเขียนบทให้ภาคแรกมาสานต่อเรื่องราวภาคต่อใหม่อีกครั้งครับ

ยังไม่รู้ว่าเรื่องราวของภาคต่อ Alice in Wonderland จะดำเนินยังไงครับ ภาคแรกนั้นแม้ใช้ชื่อว่า Alice in Wonderland แต่โครงเรื่องหลักกลับมาเอาจากภาคต่อของฉบับนิยายของลูอิส แครอล เรื่อง Through the Looking-Glass ครับ และก็ยังไม่มีรายงานว่านักแสดงคนไหนจะกลับมาบ้าง รวมถึงทิม เบอร์ตัน เองก็ไม่ได้มีการยืนยันว่าจะกลับมากำกับภาคต่อครับ

วูลเวอร์ตันเป็นมือเขียนบทที่ดิสนี่ย์ให้ทำงานในหนังแนวแฟนตาซีหลายเรื่องในพักหลังนี้ นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ยังมี Maleficent ที่แอนเจลีนา โจลี่ นำแสดงครับ เธอโด่งดังจากการเขียนบทหนัง Beauty and the Beast และ The Lion King ให้ดิสนี่ย์

ตัวอย่างฉบับเต็มของหนังแฟนตาซีแสนวิจิตร Oz: The Great And Powerful จากแซม ไรมี่

หลังจากยั่วน้ำลายด้วยใบปิดและภาพนิ่งใหม่ หนัง Oz: The Great and Powerful ก็ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มออกมาในที่สุดที่ Apple ครับ พาเรากลับสู่ดินแดนมหัศจรรย์ที่สุดสายปลายรุ้งอีกครั้ง บอกเล่าที่มาของพ่อมดแห่งออซก่อนที่โดโรธีจะไปพบเขาที่เมืองมรกต

ตัวอย่างเปิดฉากแบบขาวดำและการถ่ายภาพแบบหนังยุคเก่าเพื่อเป็นการระลึกถึง Wizard of Oz หนังปี 1939 แต่หลังจากทอร์นาโดหอบเอาบอลลูนของออสการ์ ดิ๊กก์ พาไปตกยังดินแดนมหัศจรรย์แห่งออซ สีสันอันวิจิตรก็บังเกิด และน่าจะดูงดงามมากๆ เมื่อดูในระบบ 3D ครับ จากนั้นก็พาเราแนะนำให้รู้จักกับแม่มดทั้งสม อันได้แก่ธีโอดอรา (มีลา คูนิส) แม่มดดีแห่งทิศใต้, อีวานอร่า (เรเชล ไวสซ์) แม่มดร้ายแห่งตะวันออก, กลินดา (มิเชล วิลเลียมส์) แม่มดดีแห่งทิศเหนือ

เมื่อออสการ์ไปถึงดินแดนแห่งออซ การเป็นผู้มาใหม่เลยทำให้เขาโด่งดัง และถูกเชื่อว่าเขาคือพ่อมดร้ายในตำนานที่จะมาปราบแม่มดร้าย แต่แม่มดทั้งสามรู้ดีว่าออสการ์เป็นเพียงแค่นักมายากล และออสการ์ก็ต้องพยายามพิสูจน์ว่าแม่มดคนไหนแน่ที่เขาจะเชื่อใจได้

ตัวอย่างหนังยังเผยโฉมแรกของเหล่าพลพรรคมนุษย์ร่างแคระ มันช์กิน และให้เราได้ยินเสียงของแซ็ค บราฟฟ์ ในบทของฟินลี่ย์ เจ้าจ๋อคู่หูของออสการ์ แต่ที่ให้เราเห็นเพียงแว้บๆ ก็คือแม่มดร้ายแห่งตะวันตก ผู้มีร่างสีเขียวครับ ซึ่งเราอาจต้องรอเพื่อให้ได้เห็นจากหนังจริงๆ เมื่อออกฉายมีนาคมปีหน้า คลิกดูตัวอย่างหนังทั้งฉบับซับไบเติ้ลภาษาไทย และฉบับภาษาอังกฤษปกติ รวมถึงภาพใหม่จากหนังได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ภาพและใบปิดใหม่จากหนังแฟนตาซี Oz: The Great And Powerful

หนังแฟนตาซีเรื่องล่าสุดของดิสนี่ย์ Oz: The Great and the Powerful ที่กำกับโดยแซม ไรมี่ จะปล่อยตัวอย่างหนังฉบับเต็มในคืนวันพุธนี้ตามเวลาของบ้านเราครับ และหนังได้ปล่อยใบปิดใหม่กับภาพนิ่งชุดใหม่ออกมายั่วน้ำลายก่อน

สำหรับภาพนิ่งใหม่ของหนังมีภาพของเจมส์ ฟรังโก้ ที่รับบทเป็นออสการ์ นักมายากลผู้ได้กลายเป็นคนสำคัญแห่งเมืองมรกต ดินแดนที่อยู่สุดสายปลายรุ้ง “ทุกคนคิดว่าเขาเป็นพ่อมด เขาจึงต้องพยายามตบตาเช่นนั้นเพื่อเอาตัวรอด” ฟรังโก้บอกใน USA Today ซึ่งได้ลงภาพนิ่งชุดนี้

แต่การหลอกคนอื่นเช่นนั้นก็ทำให้เขางานเข้า เพราะมันมาพร้อมกับภาระหน้าที่ในการที่ต้องเอาชนะแม่มดผู้ชั่วร้าย ซึ่งภาพนิ่งของหนังก็เผยภาพของแม่มดสามศรีพี่น้องที่จะมีบทบาทสำคัญในหนัง ประกอบด้วยกลินดา (มิเชล วิลเลียมส์), ธีโอดอรา (มีลา คูนิส) และอีวานอรา (เรเชล ไวสซ์) ส่วนอีกภาพก็คือเจ้าจ๋อมีปีกที่ก็จะมีบทบาทสำคัญเช่นกัน

หนังเป็นภาคต้นของ The Wizard of Oz หนังปี 1939 เรื่องราวก่อนหน้าที่โดโรธีจากแคนซัสจะถูกทอร์นาโดหอบไปยังเมืองแห่งนี้ครับ

หนังยังได้เผยใบปิดมาก่อนหน้านี้สองแบบที่ Yahoo Movies ที่แบบแรกเป็นแม่มดผู้ชั่วร้ายแห่งตะวันตกผู้มีร่างสีเขียว ส่วนอีกใบปิดนั้นก็เน้นไปที่เหล่าสิ่งมีชีวิตแปลกๆ ในหนังครับ

คลิกชมทั้งหมดได้ที่ด้านใน

Read more of this post

จอร์จ ลูคัส จะมอบเงินเกือบทั้งหมดจากการขายลูคัสฟิล์มแก่ดิสนี่ย์ ให้มูลนิธิทางการศึกษา

ภายในสิ้นปีนี้ เงิน 4.05 พันล้าน ที่จอร์จ ลูคัส ได้จากการขายลูคัสฟิล์มให้แก่วอลท์ ดิสนี่ย์ พิคเจอร์ส ก็จะตกถึงเขาแต่ผู้เดียว และเพราะเขาไม่มีหนี้สินด้วย เขาก็จะได้เงินไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ และด้วยวัยเกือบ 70 ปีแล้ว ลูคัสจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นไปทำอะไร โฆษกของลูคัสฟิล์มได้บอกแก่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ครับว่า เงินเกือบทั้งหมดจะเข้ามูลนิธิเพื่อการศึกษา

จอร์จ ลูคัส ได้แสดงเจตจำนงค์ว่า เมื่อข้อตกลงบรรลุแล้ว เขาจะบริจาคเงินส่วนใหญ่จากการดำเนินการครั้งนี้เพื่อใช้ในการพยายามทำงานด้านการกุศลของเขา” โฆษกบอก

แต่ยังไม่มีรายงานว่ามูลนิธิไหนบ้างที่จะได้รับเงินจากการบริจาคครั้งนี้ ลูคัสเองก็เป็นประธานของมูลนิธิชื่อเอ็ดดูโทเปีย (Edutopia) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิเพื่อการศึกษาของจอร์จ ลูคัส (George Lucas Educational Foundation) ซึ่งเขาอาจใช้เงินในโครงการนี้หรือตั้งมูลนิธิอื่นขึ้นมาใหม่ก็ได้

มูลนิธิดังกล่าว ลูคัสได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 ด้วยเงิน 175 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังบริจาคเงินให้มูลนิธิอื่นๆ ด้วย เช่นมูลนิธิภาพยนตร์, สแตนด์ อัพ ทู แคนเซอร์, และ เมค-เอ-วิช ฟาวเดชั่น

ลูคัสยังได้บอกในแถลงการล่าสุดเกี่ยวกับการบริจาคเงินด้วยครับว่า “กว่า 41 ปี เวลาและเงินส่วนใหญ่ของผมใช้ไปกับบริษัท เมื่อผมได้เริ่มบทหน้าใหม่ของชีวิต ผมจึงรู้สึกปลาบปลื้มที่จะใช้โอกาสนี้ในการทุ่มเทเวลาและขุมพลังให้มากขึ้นเพื่องานด้านการกุศล

โฆษกของลูคัสฟิล์มบอกด้วยว่าการประกาศครั้งนี้ของลูคัสเป็นการกระทำตามสัญญาที่เขาให้ไว้เมื่อปี 2010 แก่องค์กร The Giving Pledge ว่า “ผมกำลังจะอุทิศทรัพย์สมบัติเกือบทั้งหมดของผมให้แก่การศึกษา เพราะมันคือหัวใจสำคัญต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เราต้องมีแผนต่ออนาคตทั้งมวลของเรา และก้าวแรกก็เริ่มต้นจากเครื่องมือทางสังคม ทางอารมณ์ และวิชาการ ที่เราจะมอบให้แก่เด็กๆ

ในฐานะมนุษย์ เครื่องมือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเอาตัวรอด ก็คือความสามารถในการคิด และการปรับตัว ในฐานะนักการศึกษา นักเล่าเรื่อง และนักการสื่อสาร เรามีหน้าที่รับผิดชอบที่จะทำเช่นนั้นต่อไป…

ขอพลังจงอยู่แก่จอร์จ ลูคัส ครับ

Read more of this post

ข่าวลือและข่าวจริง Star Wars: Episode VII จะเป็นอย่างไร

เพียงมีแถลงการว่าดิสนี่ย์ซื้อลูคัสฟิล์มได้ไม่ทันข้ามวัน และมีการเตรียมงานสร้าง Star Wars: Episode VII แล้ว ข่าวลือก็มาเลยทันทีครับว่าเนื้อเรื่องของหนังจะออกไปในทางไหน และดูเหมือนมีแนวโน้มไปในทางนั้นเสียด้วยครับ

หลังจากได้ดูวิดีโอแถลงการของจอร์จ ลูคัส ที่มีแคธลีน เคนเนดี้ ผู้ที่จะมารับหน้าที่บริหารงานลูคัสฟิล์มต่อจากเขาที่เอาลงในบทความเมื่อเช้าแล้ว ทำให้แกะข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกนิดหน่อยครับว่า จอร์จ ลูคัส ได้เขียนบทร่างให้ Episode VII, VIII และ IX เอาไว้แล้ว รวมถึง “หนังเรื่องอื่นๆอีก” ซึ่งยืนยันว่าถ้าทุกอย่างไปได้สวย เราก็จะได้ดูหนังสตาร์วอร์สชุดใหม่กันอีกหนึ่งไตรภาค และฉายปีเว้นปีต่อเนื่องกันไป รวมถึงว่ามีการพูดคุยจะทำหนังจอเล็ก หรือหนังชุด ฉายทางช่องของดิสนี่ย์ด้วย เราคงได้มีโอกาสเห็นสตาร์วอร์สฉบับซีรี่ส์ทางทีวีกันจริงๆ เสียที

เคนเนดี้บอกในวิดีโอด้วยครับว่า พวกเขาได้กำลังพูดคุยเจรจากับนักเขียนที่จะมาเขียนบทจากบทร่างที่ลูคัสเตรียมไว้ให้ด้วย และนี่อาจเป็นการดีก็ครับ ตามที่ The Hollywood Reporter วิเคราะห์ว่า Episode VII อาจมีความเป็น Empire Strikes Back มากกว่า Star Wars ฉบับภาคต้นก็ได้ครับ เพราะอย่างที่เรารู้กันว่าหนังภาค Empire Strikes Back ซึ่งกำกับเออร์วิน เคิร์ชเนอร์ โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นสตาร์วอร์สภาคที่ดีที่สุด หนังอยู่อันดับที่ 11 ที่ได้รับการโหวตจากผู้ใช่เว็บ imdb ว่าเป็นหนังที่ดีที่สุดด้วย ขณะที่ไตรภาคใหม่ที่ทั้งเขียนบทและกำกับโดยจอร์จ ลูคัส ไม่ได้เป็นหนังที่ถูกใจสาวกของหนังชุดนี้กับนักวิจารณ์เสียเท่าไหร่ครับ

แล้วเรื่องราวของ Episode VII จะเป็นอย่างไร มีรายงานข่าวจาก E! News ที่ได้พูดคุยกับแหล่งข่าววงในเกี่ยวกับเรื่องนี้มาครับ และเมื่อดูจากความน่าเชื่อถือและแนวโน้มว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ผมจึงคิดว่าควรรายงานให้ทราบกัน

แหล่งข่าวบอกในรายงานครับว่า Star Wars: Episode VIIจะเป็นเรื่องราวที่เขียนขึ้นมาใหม่” หรือพูดอีกอย่างก็คือเป็นบทดั้งเดิมที่ไม่ได้มีการอิงกับงานเขียนที่มีมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด ทั้งนิยายและนิยายภาพครับ

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 545 other followers