จัสติน ลิน ถอนตัวจากการกำกับ Fast and Furious 7 และใบปิดสุดท้ายของภาค 6

Fast And Furious 6ข่าวร้ายสำหรับแฟนหนังชุด Fast and Furious ที่ชอบการกำกับของจัสติน ลิน ครับ เพราะตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าจัสติน ลิน ได้ขอถอนตัวจากการกำกับ Fast and Furious 7 และทางยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ก็ได้กำลังล่าตัวผู้ที่จะมารับหน้าที่กำกับแทนอยู่ในตอนนี้

ในรายงานบอกว่าลินได้แจ้งขอถอนตัวออกจากการกำกับ Fats and Furious 7 เมื่อวันพุธที่ผ่านมาครับ หลังจากที่กำกับหนังชุดนี้มาตั้งแต่ภาค 3 หรือ The Fast and the Furious: Tokyo Drift เรื่อยมาจนถึงภาคล่าสุด Fast & Furious 6 ซึ่งสามารถนั้นไม่ได้มาจากการผิดใจกับทีมผู้บริหารของยูนิเวอร์แซล หรือวิน ดีเซล นักแสดงนำของเรื่อง แต่มาจากการที่ค่ายหนังอยากเร่งการเปิดกล้องภาค 7 ในปีนี้เพื่อที่จะออกฉายปี 2014 และลินพบว่าเขายังทำงานขั้นตอนหลังการถ่ายทำของภาค 6 ยังไม่เสร็จเลย ก็ต้องเตรียมงานสร้างภาค 7 แล้ว ทำให้เขาไม่มีเวลาพอที่คิดว่าจะทำให้หนังออกมาดีได้

วงในบอกด้วยว่าอีกสาเหตุที่ลินขอถอนตัวก็คือเหนื่อยกับโครงการหนังชุดนี้มาอย่างต่อเนื่อง หลังจากแจ้งเกิดจาก Better Luck Tomorrow ในปี 2002 อยากที่จะพักไปทำหนังเรื่องอื่นบ้าง

รายงานเพิ่มเติมจาก Latino-Review บอกว่าผู้กำกับที่ยูนิเวอร์แซลกำลังพิจารณาให้มากำกับแทนลินอยู่ตอนนี้ก็ได้แก่เจฟ แวดโลว์ จาก Kick-Ass 2, แบรด เฟอร์แมน จาก The Lincoln Lawyer และฮารัลด์ ซวาร์ด จาก The Karate Kid ครับ

สำหรับหนัง Fast & Furious 6 ที่กำลังจะออกฉาย ก็ได้มีการปล่อยใบปิดสุดท้ายออกมาครับ เอาทั้งแก๊งมารวมอยู่ด้วยกันบนใบปิดเดียวกัน ยืนเก๊กกับรถซิ่ง โดยมีฉากหลังเป็นภาพวิวของยุโรปครับ

คลิกชมได้ที่ด้านใน

Read more of this post

About these ads

Jurassic Park IV ได้ผู้กำกับจากหนังอินดี้ Safety Not Guaranteed

jurassic park 4 Colin Trevorrowหลังจากประกาศโครงการหนังสามมิติ Jurassic Park IV เมื่อมกราคมที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ายูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส และผู้อำนวยการสร้างสตีเวน สปีลเบิร์ก ได้ตัวผู้กำกับในที่สุดครับ และเป็นตัวลือกที่ค่อนข้างนึกไม่ถึงด้วยเพราะมาจากวงการหนังนอกกระแส

ผู้กำกับที่ได้รับเลือกให้มากำกับก็คือคอลิน เทรเวอโรว จากหนังนอกกระแสขวัญใจนักวิจารณ์เรื่อง Safety Not Guaranteed ครับ ซึ่งแฟรงค์ มาร์แชล ที่จะร่วมอำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้กับสปีลเบิร์กให้ความเห็นถึงทางทวิตเตอร์ว่า “ตื่นเต้นที่ได้ผู้กำกับ JP4 แล้ว คอลิน เทรเวอโรว์ ผู้กำกับรุ่นใหม่ที่น่าตื่นเต้น ผู้ซึ่งเข้าใจและเคารพโลกของ Jurassic Park

มีรายงานเพิ่มเติมจากเดดไลน์ถึงเบื้องหลังการเลือกเทรเวอโรวด้วยว่า หลังจากที่เขาได้พบผู้สร้างหนังและผู้บริหารของสตูดิโอ พวกเขารู้สึกว่าเทรเวอโรวเหมาะสมกับวัตถุดิบ เพราะเป็นแฟนไตรภาคชุดนี้มาตั้งแต่เด็ก และเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่ที่คลั่งไคล้ไดโนเสาร์มาก

ยูนิเวอร์แซลได้วางกำหนดฉายของหนังไว้วันที่ 13 มิถุนายน 2014 ครับ และได้ให้ริค แจฟฟา กับอแมนดา ซิลเวอร์ จาก Rise of the Planet of the Apes มาเป็นผู้เขียนบท ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีรายงานออกมาว่าเนื้อเรื่องจะเป็นยังไง จะยังคงเป็นเรื่องราวตามบทหนังก่อนหน้านี้(ที่ไดโนเสาร์มีวิวัฒนาการ)ที่ถูกทิ้งไปไหม แต่ดูเหมือนผู้สร้างยังคงให้เป็นโลกเดิมของ Jurassic Park มากกว่า เดาได้จากความเห็นในการตกลงเลือกผู้กำกับครับ

ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือบอกว่าเทรเวอโรวถูกทาบทามให้มากำกับ Star Wars: Episode VII ครับ เทรเวอโรวแย้มว่า “ที่จริงแล้วเป็นหนังเรื่องอื่นที่เราทุกคนรัก” และ “ผมพยายามที่จะไม่ทำมันพัง” และเรารู้แล้วตอนนี้ว่าเป็นหนังเรื่องอะไรครับ

อาจเป็นที่กังขาอยู่ว่าผู้กำกับหนังอินดี้ฟอร์มเล็กจะมารับงานสร้างในสเกลใหญ่ได้ดีไหม ผมคิดว่าคงต้องให้โอกาสและรอดูกันต่อไปครับ

ตอนนี้ คำถามที่ตามมาก็คือ นักแสดงเก่าคนไหนจะกลับมาบ้าง

Read more of this post

How the Grinch Stole Christmas คืนจอในรูปแบบอนิเมชั่น 3D โดยผู้สร้าง The Lorax

grinchยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ดูจะไปได้สวยในการดัดแปลงงานของดร.ซูสให้เป็นหนังอนิเมชั่นครับ และล่าสุดก็จะเอา How the Grinch Stole Chrismas กลับมาสร้างใหม่ในรูปแบบของอนิเมชั่น 3D

เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่ายูนิเวอร์แซลได้ให้อิลลูมิเนชั่น บริษัทงานด้านอนิเมชั่นของตัวเอง นำ How the Grinch Stole Chrismas กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง และให้ปีเตอร์ แคนเดิลแลนด์ ผู้กำกับที่กำลังมาแรงจากงานด้านหนังโฆษณาและมิวสิควิดีโอ มารับหน้าที่กำกับครับ โดยมีคริส เมเลแดนดรี ซึ่งเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอนิเมชั่นที่ดัดแปลงจากงานของดร.ซูส เรื่อง Horton Hears a Who! และ The Lorax มารับหน้าที่อำนวยการสร้าง

ดร.ซูส เขียน Grinch ในปี 1957 และถูกดัดแปลงเป็นอนิเมชั่นยาวครึ่งชั่วโมงออกฉายในปี 1966 มาแล้วครั้งหนึ่ง กลายเป็นอนิเมชั่นที่โด่งดังและอมตะ เพราะยังคงถูกนำกลับมาฉายช่วงคริสต์มาสทุกปีหลังจากนั้น ยูนิเวอร์แซลยังเคยดัดแปลงเป็นภาพยนตร์คนแสดงด้วยในปี 2000 มีจิม แครี่ รับบทนำ ทำรายได้ในสหรัฐไปราว 260 ล้านเหรียญ

หนังยังไม่มีการวางตัวผู้เขียนบทครับ แปลว่าคงอีกพักใหญ่มากๆ กว่าที่หนังจะลงโรงจริงๆ

อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กลับมาสวมบทโคแนน ยอดคนแดนเถื่อน ใน The Legend Of Conan

แฟนๆ ของโคแนน ยอดคนแดนเถื่อน จากนิยายของโรเบิร์ต อี. เฮาเวิร์ด จะดีใจต่อข่าวนี้หรือไม่ อาจอยู่ที่ว่าคุณรู้สึกยังไงกับ Conan 3D ที่เพิ่งฉายไปเมื่อปีที่แล้ว ยูนิเวอร์แซลได้ประกาศครับว่าพวกเขามีแผนสร้าง The Legend of Conan และได้พาอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กลับมารับบทเดิมในหนังอีกครั้งครับ ตามรายงานของเดดไลน์

ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์สเคยเป็นผู้จัดจำหน่าย Conan the Barbarian ของผู้กำกับจอห์น ไมเลียส ในปี 1982 มาก่อน ซึ่งเป็นภาคแรกของหนังชุดนี้และช่วยแจ้งเกิดให้อาร์โนลด์ให้เป็นที่รู้จัก และแผนการสร้างของ The Legend of Conan จะเป็นการสร้างภาคต่อให้แก่หนังภาคแรกเรื่องนี้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับ Conan the Destroyer ของผู้กำกับริชาร์ด เฟลสเชอร์ ที่ฉายปี 1984 และ Conan 3D ฉบับยกเครื่องใหม่ที่เจสัน โมโมอา นำแสดง ที่ออกฉายปีที่แล้ว

ภาคแรกจบลงตรงที่อาร์โนลด์ได้ขึ้นครองบัลลังก์ในฐานะนักรบผู้โชกโชน และนี่คือแง่มุมที่หนังเรื่องนี้ที่เราจะสร้าง” เฟรดิค มัล์มเบิร์ก ผู้อำนวยการสร้างของหนังบอก “เป็นเรื่องราวของบุรุษนักรบไวกิ้งผู้นั้นที่ได้ผ่านบทบาทของกษัตริย์ นักรบ ทหาร และทหารรับจ้าง และได้หลับนอนกับผู้หญิงมามากกว่าใคร ได้เข้าใกล้วัฎจักรสุดท้ายของชีวิต เขารู้ว่าเขากำลังจะไปยังวัลฮาลลา และอยากไปจากโลกนี้ด้วยการรบที่สุดยอด

คริส มอร์แกน ซึ่งเขียนบทให้หนัง Wanted และ Fast Five จะรับหน้าที่เขียนบทหนังเรื่องนี้ครับ และมีฉายาให้หนังโคแนนฉบับนี้แล้วว่าเป็นฉบับ Unforgivenตอนจบของภาคนั้น โคแนนได้กลายเป็นตัวละครที่มีลักษณะหนึ่ง และหนังเรื่องนี้จะเอาตรงนั้นมาเล่าต่อ ขณะที่เขาต้องพบความท้าทายมากมายรวมถึงการรับมือกับอายุด้วย มันเป็นช่วงเดียวกับอาร์โนลด์ในวัยนี้ และเราจะได้ความจริงเรื่องอายุของเขามาใส่ในหนังเรื่องนี้ได้

ยูนิเวอร์แซลมีแผนที่จะเดินเครื่องเร็วในการสร้างหนังเรื่องนี้ให้ออกฉายราวปี 2014 ครับ และมอร์แกนคงต้องจัดคิวให้ดีเพราะเขาต้องเขียนบทให้ Fast and Furious ภาค 7 ด้วย

จะว่าไปก็ตลกดี ค่ายหนังต่างๆที่ได้ลิขสิทธิ์ตัวละครโคแนนไปสร้างเป็นหนัง พวกเขามักบอกว่าโคแนนไม่จำเป็นต้องเป็นอาร์โนลด์ และใช้คนหนุ่มก็ได้ แต่ท้ายที่สุดบทนี้ก็กลับมาหาอาร์โนลด์ใหม่ มันอาจเป็นบทที่เป็นตำนานจนติดตาผู้ชมไปแล้วจริงๆจนยากที่ใครจะมาเล่นแทนครับ อาร์โนลด์มีความเห็นที่ได้กลับมาสวมบทนี้ด้วยว่า “ผมชอบตัวละครโคแนนมาตลอด และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ถูกขอให้กลับมารับบทนี้อีกครั้ง ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ร่วมงานกับยูนิเวอร์แซลและทีมอันยอดเยี่ยมของเฟดริค มัล์มเบิร์ก และ คริส มอร์แกน ในการพัฒนาสู่ก้าวต่อไปของเรื่องราวอันมหากาพย์นี้

ยูนิเวอร์แซลเล็งสร้างภาคต่อ Ted และ Bourne

สำหรับการกำกับหนังเป็นของแรกของเซ็ธ แม็คฟาร์เลน ด้วยหนังเรื่อง Ted ถือว่าเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จสูงมากครับ หนังเรื่องนี้ทำรายได้ในบ้านเราไปแล้วราว 40 ล้านบาท และทำรายได้ทั่วโลกไปตอนนี้ราว 395 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งผมจำสถิติไม่ค่อยได้ แต่นี่น่าจะเป็นหนังตลกเรต R ที่ทำรายได้สูงสุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์เลย จึงไม่น่าแปลกใจที่ค่ายหนังยูนิเวอร์แซลที่ไม่ค่อยมีหนังภาคต่อแข็งๆ เท่าค่ายอื่น จึงอยากจะสร้างภาคต่อให้หนังเรื่องนี้ครับ

เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ รายงานว่าสตีฟ เบิร์ก ประธานของเอ็นบีซียูนิเวอร์แซล ได้พูดในที่ประชุมที่แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอริลล์ ลินช์ จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ครับว่าบริษัทอยากที่จะสร้างภาคต่อให้ Ted ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ Ted ไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่พวกเขาอยากจะให้มีภาคต่อครับ เบิร์กบอกด้วยว่าพวกเขาคาดหวังที่จะสานมรดกต่อให้หนังชุด Bourne ด้วย

แม็คฟาร์เลนให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานนี้ครับว่าเขาเองก็อยากให้ Ted มีภาคต่อ แต่เขายังไม่มีเรื่องอยู่ในหัวเลย ดังนั้นผู้ชมอาจต้องรอหน่อยครับ เพราะแม็คฟาร์เลนเองก็งานชุกพอสมควร เขายังต้องควบคุมการผลิตและให้เสียงตัวละครในการ์ตูนทางทีวีถึงสามเรื่อง และมาร์ค วอห์ลเบิร์กเองก็มีงานหนังต่อเนื่องเช่นกัน

ส่วน Bourne ภาคล่าสุดนั้น ไม่ถึงกับประสบความสำเร็จตามที่ค่ายหนังหวังนัก หนังทำเงินไปตอนนี้ 182 ล้านเหรียญจากทั่วโลก แต่ยูนิเวอร์แซลก็คิดว่าน่าจะเป็นรายได้พอที่จะให้มีภาคต่อได้ และถ้าสามารถนำแมต เดมอน กลับมาเจอกับเจเรมี เรนเนอร์ ได้ ก็คงเป็นอะไรที่แฟนหนังชุดนี้รอดู

ยูนิเวอร์แซลมีแผนสร้างภาคต่อ Snow White and the Huntsman

รอน เมเยอร์ ประธานของเอ็นบีซี ยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ได้ให้สัมภาษณ์แก่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ เมื่อไม่นานนี้เกี่ยวกับแผนการสร้างหนังในอนาคตของค่ายครับ ซึ่งส่วนหนึ่งในสัมภาษณ์นั้น เมเยอร์ได้บอกด้วยว่าหนังอย่าง Snow White and the Huntsman ซึ่งไม่น่าจะมีภาคต่อได้ โดยมีแผนที่จะเน้นไปที่ตัวละครนายพราน (คริส เฮมส์เวิร์ธ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับ “ความสำเร็จ” ของหนังที่กำลังจะเข้าฉายในกลางปีนี้

เมเยอร์บอกเพิ่มเติมด้วยว่ายูนิเวอร์แซลนั้นขาดแบรนด์ หรือยี่ห้อ ของตัวละครที่จะเอามาสร้างเป็นหนังภาคต่อและมีสินค้ากับของเล่นตามมาด้วยแบบที่วอร์เนอร์ บราเธอร์สมีดีซีคอมมิคส์ หรือดิสนี่ย์มีมาร์เวล พวกเขาจึงจำเป็นต้องสร้างหนังแบบนี้ขึ้นมาเอง และ “แฮสโบรคือสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่เรามี” ซึ่งหนังจากของเล่นเครือแฮสโบรในปีนี้ของยูนิเวอร์แซลก็คือ Battleship ที่กำลังจะเข้าฉายในสหรัฐ 18 พฤษภาคมนี้

เมเยอร์เสริมด้วยว่ายังมีแผนที่จะสร้างหนังการ์ตูนจากงานของ Dr.Seuss ต่อด้วย หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลจาก The Lorax และ The Cat in the Hat ซึ่งเคยถูกสร้างเป็นหนังคนแสดงมาก่อน คือผลงานเรื่องต่อไปที่ค่ายจะเอามาสร้างเป็นหนังอนิเมชั่น 3D ครับ

The Mummy ยกเครื่องใหม่ จากบทหนังของมือเขียนบท The Darkest Hour

ถ้าสร้างภาคต่อไปไม่ไหว ก็ยกเครื่องใหม่ สร้างภาคแรกกันใหม่เลย ดูเหมือนฮอลลีวู้ดจะใช้สูตรนี้ตามๆ กัน หลังจาก Batman Begins ทำได้สำเร็จอย่างสูง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าหนังทุกเรื่องจะเป็นได้อย่าง Batman Begins เพราะความสำเร็จนั้นมาได้ด้วยการมีผู้กำกับและทีมงานที่มีวิสัยทัศน์ และล่าสุดค่ายหนังยูนิเวอร์แซลก็ยืมสูตรนี้มาใช้ในการสร้างหนัง The Mummy เรื่องใหม่ครับ ซึ่งจะดูแล้วน่าสนใจหรือไม่อาจอยู่ที่มุมมองของคุณที่มีต่อทีมงานเบื้องหลัง

วาไรตี้รายงานว่าจอห์น สเปห์ทส์ มือเขียนบทของ The Darkest Hour และบทร่างแรกของ Prometheus ได้รับว่าจ้างจากยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ให้มาเขียนบท The Mummy ฉบับใหม่ครับ โดยมีฌอน แดเนียล ที่เคยเป็นผู้อำนวยการสร้างฉบับก่อนๆ หน้ามารับหน้าที่ดูแลงานสร้างให้ฉบับใหม่นี้อีกครั้ง โดยตั้งใจให้เป็นฉบับที่ต่างไปจากเดิม “ผมเห็นเป็นโอกาสเช่นเดียวกับ Prometheus นั่นก็คือกลับไปยังรากเง้าอันดำมืดดั้งเดิมของหนังภาคต่อ กลับไปยังแหล่งวัตถุดิบอันน่ากลัว แล้วเปิดเผยเป็นเรื่องราวแบบมหากาพย์ที่เรายังไม่เคยได้เห็นมาก่อน” สแปห์ทส์ มือเขียนบทของหนังบอก

ยูนิเวอร์แซลนั้นได้นำหนังฉบับปี 1932 กลับมาสร้างใหม่ในปี 1999 มีเดบรนแดน เฟรเซอร์ กับ เรเชล ไวส์ซ แสดงนำ และได้สตีเฟ่น ซอมเมอร์ส มากำกับ หนังมีภาคต่ออีกใน The Mummy Returns และหลังสุดก็คือ The Mummy: Tomb of Dragon Emperor ที่ทั้งซอมเมอร์สกับไวส์ซไม่ได้กลับมาร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีภาคแยกที่ออกมาในชื่อ The Scorpion King ซึ่งภาคแยกนี้ก็ยังมีการสร้างเป็นหนังดีวีดีทุนต่ำออกมาอีกสองภาคครับ

ฉบับใหม่ที่บอกว่าแตกต่างและจะกลับไปที่ต้นเรื่องจะออกมายังไง คงต้องรอดูกันต่อไปถ้าคุณยังสนใจอยู่ครับ แต่โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าถ้าจะให้แตกต่างจริงๆ คงต้องเปลี่ยนจากหนังแนวผจญภัยผสมคาถาอาคมให้กลายเป็นหนังสยองขวัญไปเลย

ตัวอย่างฉบับเต็ม และคลิปพรีวิว Snow White and the Huntsman ออกมาให้ทัศนา

ขณะที่ Mirror Mirror หนังสโนไวท์แนวแฟนตาซีฮาๆ รั่วๆ เข้าฉายในบ้านเราช่วงนี้ ตัวอย่างฉบับเต็มของ Snow White and the Huntsman หนังสโนไวท์ในแนวบู๊แฟนตาซี ก็เผยโฉมออกมาครับ และมีคริส เฮมส์เวิร์ธ มาแนะนำตัวอย่างหนังที่ต้นคลิปด้วย

ตัวอย่างหนังของ Snow White and the Huntsman ยังคงเน้นให้ผู้ชมเข้าใจมากขึ้นถึงโทนของหนังว่าจะออกมามีด้านมืดกว่าฉบับทั่วไป ชาร์ลีซ เธอรอน ในบทราชินีใจร้ายยังคงเด่นกว่าใครในตัวอย่างหนัง เธอให้สัมภาษณ์ว่าเธอศึกษาวิธีการรับบทนี้จากการดูหนังเรื่อง The Shinning ครับ ตัวละครอื่นที่โผล่มาให้เราได้เห็นโฉมมากขึ้นก็คือคนแคระทั้งเจ็ดแห่งป่าอาถรรพ์ ซึ่งรับบทโดยเรย์วินสโตน, เอียน แม็คเชน, โทบี โจนส์, เอ็ดดี้ มาร์สแซน, นิค ฟรอสต์, บ็อบ ฮอสกินส์, ไบรอัน กลีสัน และจอห์นนี่ แฮริส

หนังยังได้โชว์ฉากเทคนิคพิเศษและอสุรกายต่างๆ แห่งป่าอาถรรพ์ ที่ซึ่งสโนไวท์ (คริสเทน สต๊วร์ต) ไปหลบซ่อน จนราชินีใจร้ายส่งให้นายพราน (เฮมส์เวิร์ธ) ออกไปล่าตัว ซึ่งดูแล้วเป็นหนังที่ใช้ทุนสร้างสูงมากกว่า Mirror Mirror มาก

นอกจากตัวอย่างหนังฉบับเต็ม ยูนิเวอร์แซลยังเผยโฉมคลิปพรีวิวหนังยาวเกือบ 5 นาที ที่เล่าเรื่องช่วงต้นของหนังให้เราชมกันด้วยครับ คลิกชมทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

มาร์ก ฟอสเตอร์ กำกับหนังนักฆ่า Cowboy Ninja Viking

ผู้กำกับมาร์ก ฟอสเตอร์ ได้งานกำกับงานหนังจากหนังสือการ์ตูนเป็นครั้งแรกใน Cowboy Ninja Viking ของค่ายยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ครับ ตามรายงานของเดดไลน์

หนังได้พอล เวอร์นิค กับ เรทท์ รีส คู่หูมือเขียนบทจาก Zombieland มาดัดแปลงบทหนังให้ จากนิยายภาพขายดีของเอ.เจ. ลายเบอร์แมน และ ไรลี่ รอสโม ว่าด้วยเรื่องราวของผู้ป่วยโรคจิตที่ถูกโครงการลับของรัฐบาลฝึกให้เป็นนักฆ่า โดยการใช้ทักษะของคาวบอย นินจา และนักรบไวกิ้ง ฝังเข้าไปในหัวสมอง พระเอกของเรื่องหนีออกมาหลังจากถูกส่งไปทำงานในอิรัก และใช้ทักษะทั้งหมดตามล่ามหาเศรษฐีผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้

ฟอสเตอร์เพิ่งเสร้จสิ้นการกำกับหนังสงครามดลกซอมบี้ World War Z ไปครับ และดูเหมือนว่าเขาจะได้งานหนังพานิชย์ที่เนื้อหาเข้มข้นต่อเนื่องกันไม่หยุดเลย

ตัวอย่างฉบับเต็มของ Battleship หนังเรือรบปะทะยานต่างดาว แล่นออกมาแล้ว

แม้ว่าจะอดดูตัวอย่างหนัง The Dark Knight Rises แต่ยังดีที่ไม่เสียเที่ยวนอนดึกเพราะมีตัวอย่างหนัง Battleship ออนไลน์ที่ Apple ครับ

หนังบอกเราว่าสร้างโดยบริษัทที่นำ Transformers มาให้คุณ และแน่นอนว่าตัวอย่างหนังมีกลิ่นของ Transformers เจืออยู่นิดๆ ครับ และผสม Pearl Harbor กับ ID4 เข้าไปอีกหน่อย

นี่เป็นหนังที่ดัดแปลงจากเกมกระดาน Battleship ซึ่งเป็นของบริษัทของเล่นเดียวกับที่ให้กำเนิด Transformers ซึ่งเกมที่ว่านี้จะมีผู้เล่นแข่งกันโดยขานตำแหน่งบนกระดานของฝ่ายต่อสู้ซึ่งต้องเดาให้ถูกว่าตำแหน่งไหนเป็นที่ตั้งของเรือรบ เป็นเกมฝึกความจำอย่างหนึ่งเลยครับ และดูเหมือนว่าในตัวอย่างหนังก็จะมีอารมณ์คล้ายๆ กันตรงที่ฝ่ายพระเอกต้องพยายามหาจุดอ่อนของยานเอเลี่ยน ขณะที่ยานเอเลี่ยนก็ยิงอาวุธลับออกไปทำลายโลกจากในพื้นทีที่มีการสร้างม่านป้องกันไว้

ตัวอย่างหนังดูจะยังไม่เปิดเผยฉากเด็ดอะไรมาก และหวังว่าคงจะมีมากกว่านี้เพราะเท่าที่เห็น ยังไม่โดนใจพอ และรู้สึกเศร้าที่ตัวอย่างหนังเผยชะตากรรมของตัวละครเอกตัวหนึ่งอย่างที่ไม่ควรทำเลย

Battleship นำแสดงโดยเทย์เลอร์ คิทช์, เลียม นีสัน, อเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด, บรู้กลิน เด็คเตอร์ และ ริฮันนา กำกับโดยปีเตอร์ เบิร์ก จาก Hancock มีแผนออกฉายพฤษภาคมปีหน้าครับ คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

วู้ดดี้ เจ้านักหัวขวาน Woody Woodpecker จะมีหนังเป็นของตัวเอง

Woody Woodpecker หรือวู้ดดี้ เจ้านกหัวขวาน นกเจ้าเล่ห์ที่มีเสียงหัวเราะเฉพาะตัว (ตอนเด็กๆ ผมชอบทำเสียงหัวเราะตาม ไม่รู้ว่าคนที่เกิดรุ่นเดียวกันเคยทำแบบผมไหม) อาจไม่โด่งดังเท่ามิคกี้เมาส์หรือบั๊กบันนี่ ยังไม่มีหนังใหญ่เป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนไปแล้วครับ วาไรตี้รายงานว่าค่ายหนังยูนิเวอร์แซลกำลังจะสร้างหนังให้มันแสดง โดยให้บริษัทอิลลูมิเนชั่น รับหน้าที่ดูแลการผลิต

ตอนนี้ ยูนิเวอร์แซลกำลังทาบทามจอห์น อัลท์สคูเลอร์ และ เดฟ ครินสกี้ จาก Blades of Glory มารับหน้าที่เขียนบทให้ ซึ่งทั้งคู่คงมีวัตถุดิบให้เลือกเยอะมากหลังจากยูนิเวอร์แซลได้ซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนนี้มาเมื่อปี 1985

วู้ดดี้ เจ้านกหัวหวานถือกำเนิดในปี 1940 มีเมล บลังค์ นักพากย์ผู้เป็นตำนานเป็นผู้ให้เสียง และตัวละครนี้ก็พัฒนาเรื่อยมา มันเคยมีโอกาสเข้าชิงออสการ์หนึ่งครั้งในปี 1947 ในสาขาเพลงตีมสำหรับการ์ตูนสั้นในยุคแรกๆ แต่การได้เป็นการ์ตูนสั้นทางทีวีตั้งแต่ยุค 50 ทำให้มันกลายเป็นตัวละครที่โด่งดังครับ บ้านเราเคยซื้อมาฉายเป็นการ์ตูนหลังข่าวเมื่อ 30 ปีกว่าก่อน (ตายจริง รู้อายุกันพอดี)

อิลลูมิเนชั่นที่จะดูแลการผลิตหนังการ์ตูนเรื่องนี้คือผู้อยู่เบื้องหลัง Despicable Me ของยูนิเวอร์แซลครับ และก็กำลังทำภาคต่อออกมาในปี 2013 ส่วนผลงานเรื่องหน้าของค่ายนี้ที่เราจะได้ดูก็คือ The Lorex ออกฉายในสหรัฐกรกฎาคม ปี 2012

แบนเนอร์งามๆ จากหนัง Snow White and the Huntsman

หนัง Snow White and the Huntsman ของค่ายยูนิเวอร์แซลมีแผนจะปล่อยตัวอย่างหนังแรกออกมาพรุ่งนี้ครับ และได้ส่งแบนเนอร์ออกมาเปิดทางก่อน ซึ่งอย่างที่เรารู้ครับว่ารูเพิร์ต แซนเดอร์ส ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ อยากให้เป็นเทพนิยายในสไตล์ของ The Lord of the Rings แบนเนอร์ของหนังก็ดูจะออกมาในโทนนั้นด้วย ดูได้จากตรงกลางที่คริสเทน สจ๊วร์ต ผู้รับบทเป็นสโนว์ไวท์ยืนอยู่ รอบตัวเธอคล้ายกับฉากในหนังเรื่อง Alice in Wonderland แต่ด้านข้างซ้ายขวาที่เป็นนายพราน (คริส เฮมส์เวิร์ธ) กับราชินีแม่มด (ชาร์ลีซ เธอรอน) ใช้โทนสีที่คล้ายกับอภินิหารแหวนครองพิภพ

อย่าสับสนกับ Mirror Mirror ของผู้กำกับทาร์เซ็ม ซิงห์ นะครับ เพราะทั้งสองเรื่องสร้างจากเทพนิยายสโนว์ไวท์เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ทิศทางของหนังนี่แหละ

คลิกชมภาพใบปิดใบเต็มด้านในครับ

Read more of this post

ยูนิเวอร์แซลเดินเครื่อง Wanted 2 ด้วยทีมเขียนบทชุดเดิม

หลังจากรอคอยมานาน ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์สได้เดินเครื่องการสร้งภาคต่อให้หนังแอ็คชั่น Wanted แล้วครับ โดยได้ว่าจ้างทีมเขียนบทชุดเดิม ไมเคิล แบรนด์ท และ เดเร็ก ฮาส มาเขียนบทภาคต่อให้

ฮาสยืนยันข่าวผ่านทวิตเตอร์ของเขาก่อนที่จะบอก The Wrap อย่างเป็นทางการว่า “เราชอบโลกใน Wanted มาตลอด และชอบที่ได้ร่วมงานกับยูนิเวอร์แซล และ (ผู้กำกับ) ทิเมอร์ในภาคแรก เราจึงตื่นเต้นมากๆ

อย่างไรก็ดี พวกเขาทั้งคู่ไม่รู้ว่าใครจะมากำกับภาคต่อ Wanted ครับ และดูเหมือนจะไม่ค่อยมั่นใจด้วยครับว่าจะกลับมาเพราะบอกว่าทิเมอร์ เบ็กแมมบีตอฟนั้นมีงานชุกมากๆ (แต่มันจะเป็นภาคต่อที่สมบูรณ์ได้ไงในเมื่อขาดผู้กำกับคนนี้ เพราะเขาเป็นคนที่สร้างโลกใน Wanted ขึ้นมาให้มีความพิเศษเฉพาะของตัวเอง มันคงเหมือนภาคต่อ The Matrix ที่ใช้คนอื่นกำกับแทนพี่น้องวาชาวสกี้)

ในภาคแรก หนังดัดแปลงจากนิยายภาพของมาร์ค มิลเลอร์ มาแบบหลวมๆ มีเจมส์ แม็คเอวอยรับบทเป็นเวสลี่ หนุ่มออฟฟิศที่พบว่าพ่อของเขาเป็นนักฆ่า และเขาก็มีสัญชาตญาณนักฆ่าเช่นเดียวกับพ่อ ส่วนเนื้อเรื่องของภาคต่อนั้นจะดำเนินเรื่องต่อจากที่ภาคที่แล้วทิ้งเอาไว้เลย และจะเป็นเหตุการณ์หลังจากนั้นอีก 2-3 ปี

อย่างไรก็ดี แอนเจลีนา โจลี่ ซึ่งรับบทในภาคแรกด้วยอาจจะไม่กลับมาครับ ตามที่เธอเคยให้สัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้วว่า “การที่ต้องตายนั้นเป็นเรื่องยาก พวกเขาพยายามจะให้ฉันกลับมา แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าฉันตายในหนังแล้ว ฉันก็ควรตายไปจริงๆ ฉันก็คงทำเหมือนกันในหนังเรื่องอื่น ฉันจึงไม่ได้สนใจ

วิน ดีเซล เผยภาพงานออกแบบใหม่และบอกความคืบหน้า Riddick 3

วิน ดีเซลใช้ช่วงสุดสุปดาห์วันแรงงานแห่งชาติของสหรัฐที่ผ่านมาในการบอกความคืบหน้าของการเตรียมงานสร้างหนัง The Chronicles of Riddick ภาคสามครับ ซึ่งจะเป็นการกลับไปรับบทริดดิคที่สร้างชื่อให้เขาจาก Pitch Back อีกครั้ง และพร้อมๆ กันนี้ก็เผยภาพงานออกแบบสตอรีบอร์ดใหม่ของหนัง

การที่ได้เห็นขั้นตอนแรกของงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิกทำให้ผมทึ่งได้เสมอ มันองค์ประกอบที่กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างก็ใช้เวลานานหลังจากการถ่ายทำภาพยนตร์ เราจึงมักตั้งตารอคอยว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นยังไง ป้ายแรกของงานสร้าง Riddick ก็คือแคนาดา ซึ่งเราจะใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำส่วนใหญ่ของหนัง

ดีเซลยืนยันด้วยว่าหนังจะเป็นเรต R เต็มขั้นแน่ “ผมปลาบปลื้มใจที่ยูนิเวอร์แซลให้การสนับสนุนให้การเดินทางของตัวละครอันซับซ้อนนี้ได้เรต R ซึ่งไม่ได้มีหลายสตูดิโอที่จะกล้าทำแบบนี้ เจ๋งมากๆ เลย

ในภาคใหม่นี้ ริดดิคถูกทิ้งให้รอคอยความตายอยู่บนดาวอันหฤโหด และต้องต่อสู้เอาตัวรอดจากฝูงอสุรกายต่างดาว ต่อมาก็มีนักล่าหัวเงินรางวัลจากกาแลคซีอื่นได้มาลงจอดบนดาวดวงนี้ ริดดิคจึงใช้พวกเขาเป็นหมากสำคัญในแผนการล้างแค้น

โฉมแรกของ Snow White and the Huntsman และหนังจะยิ่งใหญ่เท่า LOTR

แม้ว่า Snow White and the Huntsman ของผู้กำกับรูเพิร์ต แซนเดอร์ส และยูนิเวอร์ฉซลจะเพิ่งถ่ายทำได้เพียง 3 วัน แต่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า Snow White ของผู้กำกับทาร์เซ็ม ซิงห์ กับรีเลติวิตี้ครับ ด้วยการส่งภาพตัวละครในหนังออกมาเกทับแบบ 4 ต่อ 1 ที่งานคอมมิค-คอนเลยครับ ด้วยภาพของคริสเทน สต๊วร์ต ในบทสโนว์ไวท์, คริส เฮมส์เวิร์ธ ในบทนายพราน, แซม คลาฟิน ในบทเจ้าชาย และชาร์ลีซ เธอรอน ในบทราชินีใจร้าย ซึ่งจากภาพที่เห็น ดูแล้วโทนจะออกไปในทางด้านมืดกว่าฉบับของซิงห์ที่ดูเหมือนเป็นหนังครอบครัวมากกว่า

ผู้กำกับแซนเดอร์สซึ่งเพิ่งมากำกับหนังใหญ่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก หลังจากผ่านงานหนังโฆษณามาก่อน อธิบายว่าเขามาเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ได้ยังไงว่า “ที่จริงแล้ว ผมอยากทำหนังสงคราม แต่สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นก็คือการสร้างโลกขนาดใหญ่ หนังของเราเต็มไปด้วยฉากรบที่มีทั้งระเบิดและอัศวินดำ

แซนเดอร์สซึ่งนำโครงการหนังไปเสนอให้ยูนิเวอร์แซลพูดเสริมถึงโครงการหนังอีกว่า “ผมเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะสร้างงานที่มีฉากอันยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยอารมณ์ เราล้วนมีเรื่องราวแบบนี้อยู่ในจิตใจ ผมคิดว่าคงจะดีที่จะได้ผู้ชมได้สะเทือนอารมณ์พอๆ กับเห็นภาพอันน่าตื่นตาด้วย ภาพงานเทคนิคทั้งหมดของผมมาจากการพยายามขับเคลื่อนอารมณ์ออกมา การได้ทำงานกับเรื่องราวอันคลาสสิคเป็นการวางรากฐานที่ดีและได้มีโอกาสสร้างผลงานภาพยนตร์ครั้งแรกให้โครงการนี้

Read more of this post

ภาพงานออกแบบงามๆ ใหม่ของ Riddick 3

วิน ดีเซล ขอบคุณแฟนๆ ที่มาอวยพรวันเกิดให้ในเฟซบุคของเขา (via Firstshowing) ด้วยการเผยภาพงานออกแบบงามๆ จากหนัง Riddick 3 ภาคต่อของ Chronicles of Riddick ที่ยังไม่ได้มีชื่ออย่างเป็นทางการครับ

นี่เป็นภาพงานออกแบบล่าสุดที่ผู้กำกับเดวิด ทาวอี้ ส่งมาให้ดีเซลดู เป็นภาพของริดดิคบนดาวอันตราย และเดินคู่ไปกับอสุรกายคู่กายที่คล้ายกับสุนัข เรายังไม่ได้รู้เรื่องย่อของหนังครับ รู้แต่ว่าโทนของหนังจะออกไปในทางไซไฟเขย่าขวัญทุนสร้างปานหลางแบบ Pitch Black ที่เป็นภาคแรก มากกว่าหนังบู๊แฟนตาซีแบบภาคสอง

ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ยังไม่ได้อนุมัติให้สร้างหนังเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ แต่ดีเซลกับผู้กำกับทาวอี้ก็กำลังปลุกปั้นโครงการหนังอยู่ และด้วยความสำเร็จของ Fast Five หนังเรื่องนี้คงได้ออกตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

ชมภาพที่ใหญ่กว่านี้ด้านใน

Read more of this post

Fast & Furious 6 ออกฉายพฤษภาคม 2013

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ายูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส เตรียมนำหนังภาคต่อ Fast & Furious 6 ออกฉายในปี 2013 และได้เตรียมบทหนังเอาไว้แล้ว แต่วันฉายแน่นอนเพิ่งถูกประกาศออกมาวันนี้ครับ วาไรตี้รายงานว่าวันฉายของหนังในสหรัฐคือ 24 พฤษภาคม 2013 ซึ่งตรงกับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์วันสดุดีวีรชนพอดี

วิน ดีเซล, พอล วอล์คเกอร์ และ ดเวย์น จอห์นสัน กลับมาร่วมแสดงกันอีกครั้ง โดยดีเซลจะพ่วงตำแหน่งอำนวยการสร้างด้วย และหนังยังมีจัสติน ลิน รับหน้าที่กำกับอีกครั้ง

หลังจากวันฉายถูกประกาศออกมา วิน ดีเซล เขียนข้อความลงในเฟซบุคแสดงความดีใจว่า “นี่จะช่วยให้เรามีเวลาเตรียมการก่อนเปิดกล้องได้มากขึ้นกว่าตอน Fast Five… ผมดีใจและตื่นเต้นอย่างยิ่ง เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไป

โรแลนด์ เอ็มเมอริช ถูกทาบกำกับหนังหายนะจากเกม Asteroids

เมื่อพูดถึงหายนะ คนส่วนใหญ่นึกถึงผู้กำกับโรแลนด์ เอ็มเมอริช ที่ทำลายโลกบนแผ่นฟิล์มด้วยเทคนิคภาพอันตื่นตามาสารพัดแบบ จากหนังโลกร้อน The Day After Tomorrow จนถึงน้ำท่วมโลก 2012 แต่เอ็มเมอริชยังไม่ได้ลองทำลายโลกอยู่อีกวิธี นั่นก็คือดาวหางครับ และนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้ยื่นข้อเสนอให้เอ็มเมอริชมากำกับหนัง Asteroids ซึ่งดัดแปลงจากเกมตู้ฮิตยุค 70 ของอาตาริ

เกมนี้เกี่ยวข้องกับยานอวกาศที่ยิงกลุ่มดาวหางที่ตกลงมาใส่โลก ในเกมไม่มีเนื้อเรื่องหรือตัวละครอะไรเลย ผู้เล่นสวมบทเป็นยานอวกาศและคอยยิงดาวหางอย่างเดียว

แต่สำหรับฉบับภาพยนตร์ มันจะมีเนื้อเรื่องครับ ซึ่งดูจะซับซ้อนกว่ามาเพราะจะเป็นเหตุการณ์หลังโลกถูกทำลาย เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เหลืออยู่ต้องไปอาศัยอยู่บนอาณานิคมบนวงแหวนอุกกาบาตกับเผ่าพันธุ์ต่างดาว แล้วต่อมาก็ได้รู้ความจริงว่ามนุษย์ต่างดาวที่ดูใจดีเหล่านี้แท้จริงคือผู้อยู่เบื้องหลังการทำลายโลก และก็จะทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ในไม่ช้า

ถ้าเอ็มเมอริชตกลงกำกับแล้วหันกลับมาทำหนังแนวหายนะอีก เขาจะกำกับจากบทหนังของแม็ต โลเปซ (Race to Witch Mountain) ครับ

ที่มา: Vulture

ทอม ครูส รับบทนำในหนังไซไฟ Oblivion ของผู้กำกับ Tron Legacy

ทอม ครูส ตกลงเซ็นสัญญารับบทนำในหนังไซไฟอนาคต Oblivion ของผู้กำกับโจเซฟ โคซินสกี้ จาก Tron Legacy เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ตามรายงานของเด๊ดไลน์

หนังเป็นบทดัดแปลงจากนิยายภาพของโคซินสกี้เองที่นำโครงการหนังไปเสนอแก่ดิสนี่ย์ ช่วงที่กำกับ Tron Legacy อยู่ แต่ภายหลังดิสนี่ย์เปลี่ยนใจไม่สร้าง แต่อนุญาตให้เขานำโครงการไปเสนอยังค่ายหนังอื่นได้

เรื่องราวของหนังจะเป็นโลกในอนาคตหลังการล่มสลาย ซึ่งไม่อาจใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ ชาวโลกส่วนใหญ่ต้องไปอาศัยอยู่บนนครลอยฟ้า แต่ก็จะมีมนุษย์ผู้โชคร้ายบางคนถูกส่งลงมายังพื้นโลกเพื่อซ่อมแซมหุ่นยนต์ที่ใช้ควบคุมมนุษย์ต่างดาวตัวร้าย ครูสจะรับบทเป็นทหารที่มารับหน้าที่นั้นแล้วเจอสาวงามคนหนึ่งอยู่ในยานอวกาศที่ตกลงมา แล้วการผจญภัยของทั้งคู่ก็นำไปสู่การค้นพบบางอย่างเกี่ยวกับสภาพใหม่ของโลกมนุษย์

หนังจะใช้ทุนสร้าง 100 ล้าน และจะเปิดกล้องในเดือนตุลาคมนี้ หลังจากครูสถ่ายทำหนังเพลง Rock of Ages เสร็จครับ

ในรายงานบอกด้วยว่าครูสกำลังเจรจาเพื่อรับบทสมทบในหนังอสุรกายยักษ์บุกโลกเรื่อง Pacific Rim ของผู้กำกับเกียลเลอโม เดล ทอโร ซึ่งทั้งคู่ชวดที่จะได้ร่วมงานกันใน At the Mountain of Madness

คริส เฮมส์เวิร์ธ ถูกทาบเป็นนายพราน ใน Snow White and the Huntsman

ด้วยรายได้เปิดตัว 65 ล้านเหรียญในสหรัฐ ของหนัง Thor ทำให้ยูนิเวอร์แซลสนใจนักแสดงนำคริส เฮมสเวิร์ธ และยื่นข้อเสนอให้มารับบทนายพรานให้ในหนัง Snow White and the Huntsman ประกบคริสเทน สจ๊วร์ต ครับ ตามรายงานของวาไรตี้

ยูนิเวอร์แซลฯ ดูจะหาตัวนักแสดงมารับบทนี้ลำบากครับ เพราะเจรจาผ่านมาหลายคนไม่ว่าจะกับวีโก มอร์เทนเซ่น, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, ฮิวจ์ แจ็คแมน และ โจล เอ็ดเกอร์ตัน ดูเหมือนว่าไม่อาจตกลงกันได้ หรือมีอันต้องแคล้วคลาดกันไปทุกที และตอนนี้ก็ถึงคิวของเฮมสเวิร์ธที่ทางสตูดิโอเห็นว่าน่าจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนดูได้จากความร้อนแรงใน Thor

Snow White and the Huntsman ยังมีชาร์ลีซ เธอรอน รับบทเป็นราชินีใจร้าย และแซม คลาฟลิน จาก Pirates of the Caribbean 4 รับบทเจ้าชาย

หนังมีรูเพิร์ต แซนเดอร์ส รับหน้าที่กำกับ ที่จินตนการใหม่ให้เทพนิยายเรื่องนี้เป็นหนังแนวบู๊มากขึ้น มีนายพรานที่ใจอ่อนไม่ฆ่าสโนว์ไวท์แล้วเปลี่ยนใจมาฝึกการต่อสู้ให้เธอเพื่อชิงอาณาจักรคืนจากแม่เลี้ยง

Fast Five ภาคที่เป็นจุดเปลี่ยนจากหนังแข่งรถสู่หนังแอ็คชั่นแนวโจรกรรม

Fast Five ซึ่งเปิดตัวด้วยรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ของหนังภาคต่อชุดนี้ที่ 86 ล้าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำรายได้ในสหรัฐตอนนี้ไปแล้วเกือบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ยังไม่รวมรายได้จากตลาดโลก แถมยังเป็นภาคที่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีมากที่สุดกว่าทุกภาคด้วยครับ

เหตุผลสำคัญที่หนังประสบความสำเร็จขนาดนี้มาจากการที่วางทิศทางใหม่ให้แก่หนังซึ่งจากเดิมเป็นหนังแนวแข่งรถ แต่ปรับโหมดใหม่ให้เป็นหนังแนวโจรกรรมโดยมีฉากซิ่งรถอันน่าหวาดเสียวและตื่นตา รวมถึงกลยุทธอย่างการใช้ฉากสตั๊นท์จริงๆ แทนการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิก และการนำนักแสดงใหม่มาเสริมทีมครับ เพื่อขยายกลุ่มผู้ชมออกไปจากเดิมทีที่เน้นกลุ่มคนคลั่งรถ ตามที่อดัม ฟอเกลสัน ประธานของยูนิเวอร์แซล ให้สัมภาษณ์แก่เด๊ดไลน์

ถ้าหนังชุดนี้จะยังคงเกี่ยวกับการแข่งรถบนท้องถนนต่อไป เพดานของผู้ชมที่จะซื้อตั๋วมาเข้าดูก็คงไม่สูงมาก เราอยากดูว่าจะเพิ่มกลุ่มผู้ชมได้ไหมถ้าเราตัดเรื่องแข่งรถออกไปแล้วเอาเรื่องความสามารถในการขับรถมาเป็นส่วนหนึ่งของหนังแทน เหมือนหนังที่มีฉากขับรถไล่ล่าชั้นยอดอย่าง The French Connection, The Bourne Identity, The Italian Job…กลยุทธของเราซึ่งถือเป็นการเสี่ยงครั้งสำคัญก็คือวงการนี้มีหนังที่ใช้ฉากแอ็คชั่นจาก CG ออกมาทุกสุดสัปดาห์จนเฟ้อแล้ว เราเชื่อว่าการสร้างหนังที่ใช้ฉากแอ็คชั่นจริงๆ และใช้รถจริงๆ จะทำให้คนดูทึ่งและตื่นเต้นมากกว่าที่ได้เห็นของจริง

อีกกลยุทธที่ช่วยให้หนังน่าสนใจมากขึ้นก็คือการเติมนักแสดงใหม่ที่มีสีสันทัดเทียมกับชุดเก่าเข้ามา ในที่นี้ก็คือดเวย์น จอห์นสัน (หรือเดอะร็อค) ให้มารับบทเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ตามล่าพอล วอล์คเกอร์ และลูกทีมคนอื่นๆ ที่ช่วยกันพาวิน ดีเซล รอดพ้นการถูกคุมตัวของตำรวจ และเมื่อเหล่าทีม Fast ทั้งหลายพากันหนีตำรวจ และจะก่ออาชญากรรม ก็จะมีเดอะร็อคตามไล่ล่าไปติดๆ หนังภาคนี้จึงยังเป็นการนำนักแสดงชุดเดิมกลับมาชุมนุมกันอีกครั้ง รวมถึงนักแสดงจากภาคอื่นด้วย

ฟอเกลสันบอกว่าจอห์นสันมายังยูนิเวอร์แซลเพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งของภาคต่อชุดนี้เองเลย และไม่เพียงมีบทสำคัญใน Fast Five ที่ให้เขามาปะทะกับวิน ดีเซล แต่เขาจะได้มีบทสำคัญใน Fast Six ด้วย

Read more of this post

Fast Five ทำรายได้เปิดตัวสัปดาห์แรกทุบสถิติและได้รับคำวิจารณ์ค่อนข้างดี

ค่ายหนังยูนิเซอร์แซล พิคเจอร์ส คงยิ้มไม่หุบเมื่อรู้ว่าหนังภาคต่อ Fast Five ไม่เพียงทำรายได้เปิดตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก หนังยังได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีค่อนข้างมากเช่นเดียวกันครับ

ตามรายงานของ Boxoffice Mojo บอกว่า Fast Five ทำรายได้ไปราว 83.6 ล้านเหรียญสหรัฐในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นสัปดาห์แรกของการเปิดฉายหนัง เป็นรายได้เปิดตัวที่เหนือกว่าหนังทุกเรื่องของปีนี้ในตอนนี้ และทุบสถิติรายได้เปิดตัวหนังตลอดกาลในเดือนเมษายนของอเมริกาเหนือ และยังทุบสถิติรายได้เปิดตัวของหนังภาคต่อชุดนี้ ยังไม่รวมของหนังค่ายยูนิเวอร์แซลทั้งหมดในสหรัฐตั้งแต่สร้างหนังมาด้วยครับ

รายได้ในตลาดโลกของหนังก็ค่อนข้างดีเช่นกัน แม้ออกฉายไปแล้วในไม่กี่ประเทศ Fast Five ก็ทำรายได้นอกบ้านไปอีกราว 81.4 ล้านเหรียญ ตอนนี้คงต้องมารอดูกันว่ารายได้ของหนังจะหยุดอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ด้วยคำวิจารณ์ที่ค่อนข้างดีของหนังน่าจะได้มากกว่าภาคที่แล้วที่ทำรายได้ในสหรัฐไป 155 ล้านเหรียญ เมื่อหนังออกจากโรงครับ

เมื่อพูดถึงคำวิจารณ์ จากการรวบรวมของเว็บ Rotten Tomatoes วิจารณ์ด้านบวกของหนังตอนนี้อยู่ที่ 79% จาก 140 บทวิจารณ์ในตอนนี้ และได้คะแนนรวมอยู่ที่ 6.3/10 ครับ

คำวิจารณ์โดยรวมบอกว่าเป็นหนังที่บู๊สะบั้นหั่นแหลก ระเบิดตูมตาม และมันส์อย่างชาญฉลาด แม้กระทั่งโรเจอร์ อีเบิร์ต ยังแจกดาวให้หนังถึง ¾ ดาวครับ ดูเหมือนว่าภาค 6 ของหนังจะได้ความแรงของภาค 5 มาช่วยดันอย่างหนีไม่พ้น

Fast Five ยาว 130 นาทีครับ และมีฉากท้ายเครดิตที่จะบอกใบ้ถึงภาคต่อด้วย จะเข้าฉายบ้านเราปลายสัปดาห์หน้า

เจเรมี เรนเนอร์ ถูกทาบรับบทนำใน The Bourne Legacy

Latino Reviewรายงานไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนยังไม่ค่อยมีใครเชื่อ เพราะมันอยู่ในช่วงวันโกหก แต่ตอนนี้ได้รับการยืนยันจากวาไรตี้ครับว่าเจเรมี เรนเนอร์ ถูกทาบให้มารับบทนำในภาคแยกของหนังเจสัน บอร์น เรื่อง The Bourne Legacy ของผู้กำกับโทนี่ กิลรอย

รายละเอียดของเนื้อเรื่องยังเป็นความลับอยู่ บอกแต่เพียงว่าตัวเอกของเรื่องจะไม่ใช่เจสัน บอร์น แต่เป็นสุดยอดนักฆ่าอีกคนที่ผ่านโครงการฝึกสุดยอดนักฆ่าเดียวกับตัวละครของแมต เดมอน ซึ่งนี่จะเป็นการเปิดโอกาสได้เดมอนกลับมารับบทอีกครั้งหากเขาต้องการ

กิลรอยพบนักแสดงก่อนตัดสินใจ ซึ่งนอกจากเรนเนอร์แล้วก็มีโจล เอ็ดเกอร์ตัน, การ์เร็ต เฮ็ดลันด์, เทย์เลอร์ คิทช์ และ ลุค เอแวนส์ แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่ากิลรอยเลือกใคร

เรนเนอร์กลายเป็นดาราร้อนแรงหลังจากเข้าชิงออสการ์จาก The Hurt Locker และตามด้วย The Town ทำให้มีโอกาสรับบทในหนังที่มีโอกาสเป็นภาคต่อหลายเรื่องตามมา ตั้งแต่ Mission: Impossible – Ghost Protocol ตามด้วยบทฮอว์คอายรับเชิญใน Thor ก่อนที่ไปถ่ายทำ The Avengers

ผลงานที่เรนเนอร์กำลังถ่ายทำอยู่ตอนนี้ก็คือ Hansel and Gretel: Witch Hunters ประกบกับเก็มมา อาร์เทอร์ตัน

ฮาร์เวียร์ บาร์เดม เป็นสิงห์ปืนไวในหนังแฟนตาซี The Dark Tower ของรอน เฮาเวิร์ด

หลังจากเล่นหนังกล่องและหนังนอกกระแสมามากมาย ฮาร์เวีย บาร์เดม นักแสดงออสการ์จาก No Country for Old Men กำลังจะตกลงเซ็นสัญญาเพื่อรับบทเป็นโรแลนด์ เดสเชน สิงห์ปืนไวปราบปีศาจ ในหนังแฟนตาซีฟอร์มยักษ์เรื่อง The Dark Tower ของผู้กำกับรอน เฮาเวิร์ด ที่สร้างให้ค่ายยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์สครับ ตามรายงานของเด๊ดไลน์

บาร์เดมกลายเป็นตัวเก็งที่จะรับบทนี้เมื่อมกราคมที่ผ่านมา หลังจากคู่แข่งอีกคนคือวีโก มอร์เทนเซน ถอนตัวไปเพราะติดคิวให้หนัง Snow White and the Huntsman แต่หลังจากมอร์เทนเซนทิ้งโครงการเรื่องนั้นไป ก็ไม่ได้กลับมาที่โครงการหนังเรื่องนี้ครับ

ในรายงานบอกว่าตัวแทนของบาร์เดมกำลังตบแต่งสัญญาขั้นสุดท้ายก่อนให้เขาเซ็น และตอนนี้เฮาเวิร์ดก็กำลังคัดนักแสดงคนอื่นมาสมทบเขา

ข้อตกลงของโครงการนี้ต้องเจรจายาวนานเพราะบาร์เดมอาจต้องเล่นต่อถึงสามภาค รวมถึงจะมีการสร้างเป็นซีรี่ส์ทางทีวีอีกสองฤดูกาลด้วยครับ

The Dark Tower ดัดแปลงจากงานเขียนของสตีเฟ่น คิงก์ มีเรื่องราวเกิดขึ้นในโลกในจินตนาการที่คล้ายกับตะวันตกยุคคาวบอย แต่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และเรื่องเหนือธรรมชาติต่างๆ และเน้นไปที่ตัวละครที่เป็นสิงห์ปืนไวคนสุดท้ายและการเสาะหาของเขาผ่านหอคอยที่เป็นพลังให้แก่จักรวาลมากมาย

โครงการหนังเรื่องนี้ดูแลโดยทีมสร้างเดียวกับหนัง The Da Vinci Code และ Angles and Demons มีรอน เฮาเวิร์ดกำกับ อกีวา โกลด์แมนเขียนบท และไบรอัน แกรเซอร์ อำนวยการสร้าง โดยภาคแรกของหนังจะเปิดกล้องกันยายนนี้

ทีมนักแสดง American Pie กลับมาพบกันใหม่ใน American Reunion

เจสัน บิกก์, ฌอน วิลเลียม สก็อต และ ยูจีน เลวี ตกลงกลับมาพบกันอีกครั้ง ใน American Reunion ภาค 4 อย่างเป็นทางการของหนังชุด American Pie ที่สร้างโดยยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์สครับ ตามรายงานของ The Hollywood Reporter

ส่วนนักแสดงชุดเดิมคนอื่นๆ เช่นโธมัส เอียน นิโคลัส, ทารา รี้ด, คริส ไคลน์, มีนา ซูวารี และ เจนนิเฟอร์ คูลิดจ์ กำลังอยู่ในระหว่างเจรจาเพื่อกลับมารับบทครับ แปลว่ามีโอกาสสูงที่ตัวละครหลักจะกลับกันมายกชุด

สามภาคแรกของหนังทำเงิน 754 ล้านเหรียญ จากทั่วโลก ขณะที่ภาคที่ทำขึ้นมาเป็นหนังดีวีดีก็ขายได้ดีจนต้องทำออกมาถึง 3 ภาค

American Reunion ได้จอน เฮอร์วิทซ์ และ เฮย์เดน สคลูสเบิร์ก จาก Harold & Kumar: Ecapse From Guantanamo Bay มารับหน้าที่เขียนบทและกำกับ โดยที่พอล และ คริส ไวทซ์ จากภาคแรก รับหน้าที่อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร
ข่าวนี้ออกมาในวันเดียวกับที่ฌอน วิลเลียม สก็อต เข้าบำบัดรักษา “ปัญหาสุขภาพและปัญหาส่วนตัว” ตามที่ตัวแทนของเขาประกาศออกมาครับ

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,177 other followers