เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

The Twilight Saga จะมีหนังสั้นออกฉายทางเฟซบุกปีหน้า

THE TWILIGHT SAGA: BREAKING DAWN-PART 1สำหรับแฟนๆ ของนิยายและหนังชุด The Twilight Saga ที่ยังไม่อยากให้เรื่องราวจบลง นี่น่าจะเป็นข่าวดีมากสำหรับพวกคุณครับ เพราะจะมีหนังสั้นจากตัวละครในโลกจากนิยายของสตีเฟ่น เมเยอร์ ชุดนี้ ออกฉายให้ชมผ่านทางเฟซบุกในปีหน้า

โครงการหนังสั้นชุดนี้เรียกว่า The Twilight Saga” with ‘The Storytellers – New Creative Voices of The Twilight Saga ซึ่งจะเป็นการประกวดหนังสั้นที่กำกับโดยกลุ่มผู้กำกับหญิงดาวรุ่งผู้โชคดี โดยหนัง 5 เรื่องที่ได้รับการคัดเลือกจะออกฉายเฉพาะทางเฟซบุก แล้วให้แฟนๆ ตัดสินเพื่อเลือกหนึ่งเรื่องที่จะได้รับรางวัลสูงสุดเป็นเงินสด กับโอกาสทางอาชีพ ตามรายงานจากฮิทฟลิกซ์ครับ

โครงการนี้เป็นการร่วมมือกันของไลออนส์เกต บริษัทผู้สร้างหนังชุดนี้ กับเมเยอร์, เฟซบุก, ตันกัล (Tongal) ซึ่งกลุ่มสื่อออนไลน์พลังฝูงชนผู้หญิง และ วีเมน อิน ฟิล์ม ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพด้านภาพยนตร์ ซึ่งจะให้การสนับสนุนด้านการเงินล่วงหน้าสำหรับการถ่ายทำแก่นักทำหนัง เพื่อสร้างหนังสั้นจากตัวละครที่มีอยู่มากมาย โดยใช้หนังสือ The Twilight Saga: Official Illustrated Guide เป็นแนวทาง

Read more of this post

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

Breaking Dawn 2 ได้รับเกลียดจากรางวัลแรซซี่ ด้วย 7 รางวัลสูงสุด

Breaking Dawn razzieก่อนหน้าการประกาศรางวัลออสการ์หนึ่งวัน ก็มีการประกาศรางวัลราซเบอรีทองคำ หรือที่มีชื่อเล่นว่า “แรซซี่” ให้แก่หนังยอดแย่ประจำปีครับ ซึ่ง The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II ได้ถึง 7 รางวัลสูงสุด ทำให้หนังที่เข้าชิงร่วมกันพากันโล่งใจยกใหญ่ครับ

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าภาคสุดท้ายของ Twilight เป็นภาคที่ดีและสนุกที่สุด ไม่น่าจะได้รางวัลยอดแย่มากขนาดนี้ แต่ดูเหมือนผู้จัดงานอาจจะเห็นเป็นภาคสุดท้ายแล้ว เลยจัดชุดใหญ่เป็นการทิ้งทวนเหมือนที่ออสการ์รอให้ถึง The Lord of the Rings ภาคสุดท้ายถึงยอมมอบรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมให้แก่หนังเป็นการยกย่องความสำเร็จ และสองปีที่ผ่านมาก็พลาดรางวัลหนังยอดแย่ให้แก่ Jack and Jill และ The Last Airbender ตามลำดับ

The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II ยังได้รางวัลในสาขานักแสดงสมทบชายยอดแย่ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์), ผู้กำกับยอดแย่ (บิล คอนดอน), ทีมนักแสดงยอดแย่, คู่รักยอดแย่ (แม็คเกคนซี ฟอย และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) และรีเมก ลอกเลียน หรือภาคต่อยอดแย่ด้วยครับ

คริสเทน สต๊วร์ต ได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดแย่จากบทบาททั้งใน The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II และ Snow White and the Huntsman ขณะที่นักแสดงนำชายเป็นของอดัม แซนด์เลอร์ จาก That’s My Boy ซึ่งอาจทำให้โรเบิร์ต แพททิสัน ดีใจ

รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดแย่เป็นของริฮันน่า จาก Battleship และบทยอดแย่ก็เป็นของหนัง That’s My Boy ครับ คลิกดูรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

Breaking Dawn Part II ชิง 11 รายชื่อ จาก 10 สาขา รางวัลหนังยอดแย่ของแรซซี่ อวอร์ด

breaking dawn2 promo headerตามธรรมเนียมปฏิบัติของรางวัลโกลเดน ราซเบอรี หรือแรซซี่ อวอร์ด ที่มอบให้แก่หนังยอดแย่ประจำปี จะมีการประกาศล่วงหน้าออสการ์อยู่หนึ่งวัน และในการประกาศรางวัลครั้งที่ 33 นี้ด้วยก็เช่นกัน แถมยังเป็นการประกาศกันแบบหลบๆซ่อนๆ ทุนต่ำ และใช้ข้างถนนมาเป็นที่ประกาศเพื่อล้อเลียนรางวัลออสการ์แบบสุดฤทธิ์เลยครับ ซึ่งปรากฏว่าจาก 10 สาขา ที่มีการประกาศผู้เข้าชิง The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II เข้าชิงมากที่สุดถึง 11 รายชื่อ ตั้งแต่ภาพยนตร์ยอดแย่, ผู้กำกับยอดแย่, บทยอดแย่, นักแสดงนำชายยอดแย่, นักแสดงนำหญิงยอดแย่ และ…เอาเป็นว่าครบทุกสาขารางวัลเลยครับ ดูเหมือนว่าผู้จัดงานแรซซี่ยังคงทำร้ายจิตใจแฟนหนังชุดนี้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนหนังที่ได้เข้าชิงรองลงมาก็คือ That’s My Boy ของอดัม แซนด์เลอร์ ที่เข้าชิง 8 สาขา ตามด้วย Battleship ที่เข้าชิง 7 สาขาครับ

หนึ่งในสาขาที่ฮาก็คือนักแสดงนำหญิงยอดแย่ที่ไทเลอร์ แพรี่ ผู้มักแต่งหญิงแสดงหนังของเขาเองตลอดก็มีชื่อได้ชิงในสาขานี้ และยังได้ชิงในสาขานักแสดงนำชายยอดแย่ในบทที่ไม่ได้แต่งหญิงด้วย

ดูรายชื่อผู้เข้าชิงทั้งหมดได้ที่ด้านใน พร้อมคลิปการประกาศรางวัลครับ

Read more of this post

The Twilight Saga: Breaking Dawn Part II – ความเห็นหลังชม

The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II เป็นภาคที่สนุกและลงตัวที่สุดของหนังชุด Twilight ในความเห็นของผมครับ และดูเหมือนว่าความเห็นจากนักวิจารณ์ในสหรัฐก็ออกมาคล้ายกันด้วย เพราะหนังมคำวิจารณ์ด้านบวก 51% และคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.2/10 จากการประเมินของ Rotten Tomatoes ครับ ซึ่งแม้ว่าจะอยู่ในแดนเน่าหรือแดนลบ แต่ก็ได้คำวิจารณ์ด้านดีสูงกว่าทุกภาค

ผมเชื่อว่านักวิจารณ์บางกลุ่มก็ประเมินหนังต่ำเกินไป เพราะเกลียดหนังชุดนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่หนังได้แก้จุดเลี่ยนและน่าเบื่อหลายอย่างมาก อย่างแรกก็คือบทพร่ำเพ้อคร่ำครวญของคู่พระนาง เอ็ดเวิร์ดกับเบลลา น้อยลงไปเกิน 90 เปอร์เซ็นต์เลย พวกเขาได้คุยเรื่องอื่นกันเยอะมาก ส่วนใหญ่เน้นไปที่การหาทางช่วยลูกสาว ซึ่งพอหนังเปลี่ยนจากความรักสองหนุ่มสาวต่างสายพันธุ์มาเป็นการสู้เพื่อลูกเลยทำให้อินง่ายกว่า เอ็ดเวิร์ดกับเบลลาก็ดูผ่อนคลายเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ไม่ค่อยเหมือนพวกเก็บกดทางเพศที่น่าอึดอัด เพราะทั้งคู่ไม่ต้องหักห้ามใจอีกแล้ว

เจค็อบได้ถอดเสื้อผ้าหลายชิ้นขึ้น และเหล่านักแสดงสมทบเช่นลี เพซ, ไมเคิล ชีน, ดาโกตา แฟนนิ่ง และแอชลี กรีน ที่แม้บทจะน้อยก็ได้มีฉากโชว์ของตัวเองแบบที่อาจเด่นกว่าคู่พระนางทั้งเรื่องด้วย และที่สำคัญ ฉากบู๊สุดท้ายของหนังทำออกมาได้สนุกและหักมุมแบบที่ทำให้คนดูเฮลั่นและพากันตบมือแทบทั้งโรง เป็นประสบการณ์การชมที่สนุกมากๆ ซึ่งผมไม่ได้เห็นนานแล้ว เอ๊ะ! ผมบอกไปหรือยังว่าเจค็อบถอดเสื้อผ้ามากกว่าทุกภาค….ช่างเถอะ

หนังทำรายได้เปิดตัวในบ้านเราเมื่อพฤหัสบดีที่ผ่านมา 23 ล้านครับ เป็นรายได้เปิดตัวหนังวันแรกสูงสุดตลอดกาลของบ้านเราตามที่สหมงคลฟิล์มบอกมา ส่วนรายได้ในสหรัฐนั้นก็เปิดตัวแรงถึง 71.2 ล้านเหรียญสหรัฐในวันฉายวันแรก อาจไม่ทุบสถิติของภาคที่แล้ว และภาค New Moon แต่ก็ถือว่าสูงมาก

ส่วนที่ไม่ชอบเกี่ยวกับหนังที่ผมนึกออกตอนนี้ก็คงเป็นงานเทคนิคพิเศษนั่นแหละ โดยเฉพาะน้าของน้องเรเนสเม่ตอนเป็นทารกที่น่ากลัวมากกว่าน่ารักครับ คิดเห็นยังไงเกี่ยวกับหนังกันบ้าง เชิญใส่ความเห็นกันเลย

Read more of this post

ดูเบลลาออกล่าเหยื่อ ในตัวอย่างแรกของ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II

ตามที่สัญญากันไว้ว่าตัวอย่างหนังยั้วน้ำลายของ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II จะออกมาให้ทัศนากันวันนี้ และก็ออกมาแล้วยังยูทูปทางการของหนังครับ

ตัวอย่างหนังเน้นไปที่อย่างเดียวเลยก็คือการกลายร่างเป็นแวมไพร์ของเบลล่า (คริสเทน สต๊วร์ต) ครับ และก็มาดูปฏิกิริยาของสองหนุ่ม เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททิสัน) กับ เจค็อบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) ซึ่งรายแรกดูจะพอใจอย่างมาก ส่วนรายหลังยังคงเหมือนประชดประชันนิดๆ ครับ

ในภาคนี้ นอกจากเรื่องราวการกลายร่างเป็นแวมไพร์สมใจอยากของเบลล่าแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับเรเนสมี ลูกน้อยของเธอที่จะเติบโตเร็วอย่างผิดมนุษย์ แถมยังมีพลังพิเศษประหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งทุกคนต้องร่วมกันปกป้องเธอให้พ้นภัยคุกคามจากตระกูลโวลทูรีครับ

คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างของตัวอย่างหนัง The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II ออกมายั่ว

ค่ายหนังซัมมิท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จะปล่อยตัวอย่างหนังแรกของ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part II แปะติดหน้าหนัง The Hunger Games ของค่ายไลอ้อนเกตที่ซื้อค่ายซัมมิทไปแล้วครับ ใครที่จะไปชม The Hunger Games ในโรงดิจิตอลของบ้านเราก็คงจะได้ชมตัวอย่างหนังตัวนี้กันด้วยในสุดสัปดาห์นี้ และเพื่อเป็นการยั่วคุณให้มากขึ้น พวกเขาก็ได้ปล่อยตัวอย่างของตัวอย่างยั่วน้ำลายออกมาออนไลน์ให้ชมแล้ว

เป็นน้ำจิ้มสั้นๆ เพียง 14 วินาที จากตัวอย่างจริงที่เราจะได้ชมกันยาว 40 วินาทีครับ ซึ่งยั่วน้ำลายเราด้วยการเอาเจค็อบ (เทย์เลอร์ ลอเนอร์) ตัวล่ำๆ ที่ใส่เสื้อผ้ามิดชิด กับเอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททิสัน) มาขาย และมีบทสนทนาที่พูดกับเบลลา (คริสเทน สจ๊วร์ต) ซึ่งเพิ่งได้กลายเป็นแวมไพร์ โดยยังไม่ยอมเผยหน้าตาของเธอ เพราะคิดว่าคงเป็นไฮไลท์หนึ่งที่สำคัญ

สำหรับฉบับออนไลน์นั้น จะปล่อยออกมาวันจันทร์นี้ครับ เราคงได้มานำเสนอกันอีกที คลิกชมตัวอย่างของตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

JEDIYUTH’s Review: The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part I

ภาคที่ดีมักมาทีหลัง

The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part I โดยผู้กำกับบิล คอนดอน ดูจะได้รับคำวิจารณ์ในด้านลบมากกว่าทุกภาคจากนักวิจารณ์หนังในสหรัฐ และผมก็เข้าไปชมด้วยทัศนคติที่ว่ามันคงน่าเบื่อ เยิ่นเย้อ เฟ้อฝัน เหมือนสองภาคแรกที่ผมไม่ค่อยชอบ และคิดว่า The Twilight Saga: Eclipse ภาคที่สามของหนังชุดนี้ น่าจะยังคงเป็นภาคที่สนุกที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่าผมชอบภาคล่าสุดนี้กว่าภาคไหน ผมแปลกใจตัวเองด้วยซ้ำที่ชอบ มันไม่ชวนให้อยากหลับเลย แต่ตรงกันข้าม มันทั้งสนุก โรแมนติก ชวนฝัน แทรกด้วยอารมณ์ขัน และระทึกขวัญในช่วงท้าย มันเหมือนกับว่าผู้สร้างเก็บของดีเอาไว้ให้เราดูทีหลังสุดยังไงยังงั้นเลย

เนื้อเรื่องของ The Twilight Saga: Breaking Dawn ไม่มีอะไรมากเลย สรุปได้ในไม่กี่บรรทัด ซึ่งครึ่งเรื่องแรกก็วนเวียนอยู่แค่แวมไพร์เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททิสัน) กับเบลล่า (คริสเทน สจ๊วร์ต) แต่งงานกันและไปฮันนีมูนกันที่บราซิล เป็นเนื้อเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างเป็นหนังให้ยืดยาวถึง 117 นาที เพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นน้อยมาก แต่คอนดอนสามารถหาวิธีเล่าเรื่องให้น่าติดตามได้ตลอด ถือเป็นความอัจฉริยะของผู้กำกับ และการตัดสินใจที่ถูกต้องของซัมมิท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ในการเลือกผู้กำกับระดับคุณภาพเช่นนี้มาทำงานให้ เพราะเนื้อเรื่องฉบับนิยายที่มีความวิปริต เลี่ยน ยืดยาด เพ้อเจ้อ คอนดอนมีวิธีทำให้มันออกมาเป็นหนังที่เรารับได้ เป็นข้อพิสูจน์ว่าถ้าวัตถุดิบนั้นไม่มีคุณภาพเท่าไหร่ หากเราได้คนปรุงที่ดีและเก่ง เขาสามารถทำให้อาหารจานนั้นหน้าตาดูดีและมีรสชาติที่อร่อยได้

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 595 other followers