เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

JEDIYUTH’s Review: The Artist

เก่าไปใหม่มา

ในยุค 2000 นี้ ที่เทคโนโลยีของโลกภาพยนตร์ได้ก้าวล้ำ และหนังสามมิติค่อยๆ เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ให้คอหนังได้เสพ เป็นช่วงที่นักทำหนังยังใหม่อยู่ต่อการใช้สามมิติเป็นสื่อในการสร้างภาพยนตร์ จึงมีหนังเพียงไม่กี่เรื่องที่ใช้เทคนิคสามมิติได้เต็มศักยภาพของมัน (ในจำนวนนั้นก็คือ Avatar ของเจมส์ คาเมรอน กับ Hugo ของมาร์ติน สกอร์เซเซี) และนักแสดงหนังเองก็ยังรู้ไม่แน่ชัดว่าหนังสามมิติจะเป็นอนาคตใหม่ของการชมภาพยนตร์หรือไม่ ท่ามกลางความตื่นเต้นเกี่ยวกับหนังสามมิตินี้ก็มีหนังใหม่เรื่องหนึ่งที่แหวกกระแสออกมาด้วยการสร้างเป็นหนังเงียบ มีความน่าสนใจและสนุกจนได้รับการชื่นชมจากทั้งนักวิจารณ์กับคนดู เป็นหนังที่พาเราย้อนไปสู่ยุคช่วงเปลี่ยนต่อจากหนังเงียบสู่ยุคหนังพูด ยุคที่ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากมาย แต่ใช้การทุ่มเทและความพยายามอย่างมากเพื่อสื่อให้คนดูเข้าใจโดยไม่มีเสียงพูด ยุคที่เป็นเริ่มแรกของภาพยนตร์เพื่อความบันเทิง ภาพยนตร์เรื่องที่ว่านี้ก็คือหนังตัวเก็งออสการ์ เรื่อง The Artist

Read more of this post

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

ดูเจ้าหมาน้อยอักกี้จาก The Artist เป็นโฆษกสุนัขให้ Nintendo

มีนักวิจารณ์คนหนึ่งกล่าวว่า “ตัวขโมยซีนในหนังออสการ์ปีที่ผ่านมานี้คือหมากับม้า” และผมก็คิดว่าเป็นจริงด้วย โดยเฉพาะในหนัง The Artist ที่เจ้าหมาชื่ออักกี้รับบทเป็นสุนัขคู่ใจของพระเอก และความน่ารักกับความแสนรู้ของมันทำให้หนังเรื่องสนุกขึ้นมากๆ ส่งผลให้เจ้าอักกี้กลายเป็นดาราดังในตอนนี้ และนินเทนโด บริษัทผลิตเกมและเครื่องเล่นเกมก็ถึงกลับลงทุนจ้างมาเป็น “โฆษกสุนัข” เลยครับ

ในคลิปการตลาดล่าสุดของนินเทนโด เราจะได้เห็นอักกี้มาทำงานในบริษัทของนินเทนโดด้วยตำแหน่ง “โฆษกสุนัข” สุดโก้ ใช้เวลาระหว่างว่างในการเล่นเกม Nintendogs + Cats แล้วขณะที่เล่นอยู่และทำงานไปนั้น เจ้านายของนินเทนโดก็มาทักทาย คุณต้องไปดูเอาเองครับว่าเจ้านายของอักกี้เป็นใคร

หลังจากงานออสการ์ อักกี้จะลาวงการหนังแล้วครับ ตามคำให้สัมภาษณ์ใน The Hollywood Reporter ของโอมาร์ วอน มูลเลอร์ และ แซร่าห์ คลิฟฟอร์ด ผู้เป็นครูฝึก ซึ่งเห็นว่ามันควรพักได้แล้ว

เราจะไม่บังคับให้สุนัขทำอะไร และต้องเป็นอะไรที่สนุกสำหรับมัน อักกี้ยังคงสนุกกับมัน แต่มันชักเริ่มล้าและช้าลงแล้ว มันถึงจุดที่อยากพูดแล้วว่า ฉันอยากนอนอาบแดดอยู่ริมสระน้ำเฉยๆ” คลิฟฟอร์ดกล่าว

คลิกชมคลิปด้านในครับ

Read more of this post

Hugo vs The Artist: ความเห็นหลังชม

ปี 2011 ที่ผ่านมา น่าจะถือว่าเป็นปีที่ฮอลลีวู้ดอุทิศให้ความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์ หนังเด่นหลายเรื่องพูดถึงการทำหนังหรือแรงบันดาลใจในการทำหนัง เป็นต้นว่า Super 8 หนังบางเรื่องที่แม้ไม่ได้เกี่ยวกับการทำหนังโดยตรงก็มีการสร้างฉากให้หวนนึกถึงงานอันยิ่งใหญ่เก่าๆ ของฮอลลีวู้ด เป็นต้นว่า War Horse ที่มีการสร้างฉากให้ชวนนึกถึงงานเก่าของเดวิด ลีน, จอห์น ฟอร์ด หรือหนัง Gone with the Wind แม้กระทั่งงานหนังอนิเมชั่นรางวัลออสการ์อย่าง Rango ก็มีการชวนเราหวนนึกถึงงานหนังคาวบอยเก่าๆ ขึ้นหิ้งของเซอร์จิโอ ลีโอเน่ แต่ที่โดดเด่นแห่งปีจริงๆ ก็คงเป็น The Artist และ Hugo ที่คว้ารางวัลออสการ์มา 5 รางวัลเท่ากัน โดยเรื่องแรกคว้ารางวัลใหญ่ไปทั้งในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม (มิเชล ฮาซานาวิซุส) ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้อุทิศให้แก่หนังในยุคหนังเงียบ ช่วงต้นปี 1900 จนถึง 1932

ในแง่ของความยอดเยี่ยม ทั้ง The Artist และ Hugo มีความโดดเด่นด้านการเล่าเรื่องอย่างไม่ยิ่งหย่อนกัน Hugo โดยผู้กำกับมาร์ติน สกอร์เซซี มีลูกเล่นที่แพรวพราวในการสร้างฉากที่ทำให้เรารู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของภาพยนตร์อีกครั้งด้วยการเอาเทคโนโลยีการถ่ายภาพสามมิติผสมกับงานเทคนิคพิเศษจากคอมพิวเตอร์มาช่วยให้เราได้รู้สึกเช่นเดียวกับผู้ชมในยุคโน้นตอนที่ได้ชมภาพยนตร์เป็นครั้งแรกแล้วตื่นตาตื่นใจ ขณะที่ The Artist มีความโดดเด่นในแง่การใช้ลูกเล่นของหนังเงียบและภาษาหนังมาทำให้เรารู้สึกว่ากำลังดูหนังเงียบที่ข้ามกาลเวลามายังยุคนี้จริงๆ แถมยังเอาลูกเล่นของหนังเงียบมาพลิกแพลงใช้อีกหนึ่งตลบในการช่วยเล่าเรื่องให้ดูเก๋เป็นพิเศษ ผลรางวัลที่ออกมาโดยให้ Hugo คว้ารางวัลด้านเทคนิคเป็นส่วนใหญ่ และให้ The Artist คว้ารางวัลใหญ่ก็ถือว่า “รับได้” และ “เป็นไปตามคาด”

Read more of this post

รายงานสดการประกาศรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 84

งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 84 โดยมีบิลลี่ คริสตัล กลับมาเป็นพิธีกรอีกครั้ง บรรยากาศโดยรวมสนุกกว่าปีที่แล้ว บิลลี่ คริสตัลยังคงใช้ความเก๋าทำให้งานครื้นเครงได้ดี แม้ว่าจะไม่สนุกเท่าเมื่อหลายปีก่อนที่เขาเคยมาเป็นพิธีกร คุณเห็นได้จากมุขตลกที่ให้กล้องจับภาพคนดังที่มาร่วมงานแล้วบิลลี่ก็แซวว่าพวกเขากำลังคิดอะไรกันอยู่ เป็นมุขเดิมๆที่ยังใช้กี่ครั้งก็สนุก เพียงแต่ว่ามันไม่สนุกเท่าครั้งเก่าหรือสดใหม่อีกแล้ว

สำหรับรางวัลแล้ว The Artist และ Hugo คว้าไปเรื่องละ 5 รางวัล เท่ากัน โดยที่ The Artist คว้ารางวัลใหญ่สุดของงานไป ซึ่งเกือบทุกรางวัลเป็นไปตามความคาดหมาย จึงไม่ค่อยรู้สึกลุ้นมาก รางวัลที่ฮือฮาที่สุดคงเป็นนักแสดงนำหญิงที่เมอริล สตรีป จาก The Iron Lady ได้ไป เอาชนะตัวเก็งอย่าง วิโอลา เดวิส ที่คว้ารางวัลลูกโลกทองคำกับรางวัลของสมาคมนักแสดงมาก่อน

ผู้ที่อยากทบทวนว่าผลรางวัลเป็นอย่างไรบ้าง คลิกชมได้ที่ด้านในครับ ผลรางวัลคือส่วนที่ทำไฮไลท์เอาไว้ครับ

Read more of this post

ตัวอย่างใหม่ของ Ice Age 4 ในสไตล์หนังเงียบแบบ The Artist

ด้วยความร้อนแรงและมีโอกาสอย่างสูงที่จะได้รางวัลออสการ์ไปครองของหนัง The Artist ทำให้หนัง Ice Age: Continental Drift หนังอนิเมชั่นภาคต่อที่จะออกฉายฤดูร้อนปีนี้ของเกาะกระแสด้วยหน่อยด้วยการส่งตัวอย่างใหม่ของหนังออกมาในสไตล์หนังเงียบแบบเดียวกัน และดูน่ารักน่าชังมากๆ ครับ

ในภาคนี้ ตัวละครเจ้าประจำอย่างเจ้าสแครทยังคงไล่เก็บลูกวอลนัทเอามาตุนเป็นเสบียงเหมือนเช่นเคย ขณะที่ตัวละครอื่นๆ อย่างแมนนี่(เรย์ โรมาโน), ดิอาโก(เดนนิส เลียรี) และ ซิด(จอห์น เลกิวซาโม) ก็ต้องออกผจญภัยครั้งใหม่หลังจากเกิดเหตุทวีปแยกออกจากกันแล้วพวกมันต้องติดอยู่บนแผ่นน้ำแข็งลอยเคว้งกลางมหาสมุทร ไม่เพียงแค่นั้น พวกมันยังต้องเจอกับเหล่าโจรสลัดสุดโหดด้วย

หนังมีกำหนดฉายในสหรัฐเดือนกรกฎาคมนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

The Help กวาดรางวัลของสมาคมนักแสดง

เมื่อเช้าวานนี้ตามเวลาของบ้านเรา เป็นวันประกาศผลรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมของสมาคมนักแสดงแห่งสหรัฐ หรือ SAG Awards ครับ ปรากฏว่าหนังเรื่องราวความสัมพันธ์ของคุณนายผิวขาวกับสาวใช้ผิวสีท่ามกลางยุคที่มีการเหยียดผิวรุนแรงเรื่อง The Help คว้ารางวัลสำคัญของงานไปเกือบหมด ตั้งแต่คณะนักแสดงยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (วิโอลา เดวิส) และ นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (ออคตาเวีย สเปนเซอร์) ครับ ส่วนสาขานักแสดงสมทบชายนั้นตกเป็นของคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ จาก Beginners และสาขานักแสดงนำชายตกเป็นของฌอง ดูจาร์แด็ง จาก The Artist

หลังจากที่ผลรางวัลออกมาเป็นแบบนี้นั้นทำให้การเดาว่าใครจะได้รางวัลออสการ์ไปนั้นดูสนุกยิ่งขึ้น วิโอลา เดวิสกลายมาเป็นตัวเก็งทัดเทียมเมอริล สตรีป จาก The Iron Lady และ มิเชียล วิลเลียมส์ จาก My Week with Marilyn ทำให้ทายยากขึ้นและได้ลุ้นกันมากขึ้นว่าใครจะได้ออสการ์ไป ส่วนสาขานักแสดงนำชายนั้นก็จะลุ้นสนุกขึ้นเมื่อฌอง ดูจาร์แด็ง ก็กลายเป็นตัวเต็งทัดเทียมจอร์จ คลูนี่ย์ จาก The Descendants และน่าจะมีแต้มต่อเหนือแบรด พิตต์ จาก Moneyball ในตอนนี้ครับ

ออสการ์ในระยะหลังมานี้ มักให้หนังที่ได้รางวัลออสการ์ได้รางวัลนักแสดงนำชายด้วย ดูจาร์แด็งอาจมีภาษีเหนือกว่าคลูนี่ย์อีกนิดหน่อยในปัจจัยนี้ เพราะ The Artist นั้นดูจะเป็นเต็งจ๋าที่จะได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมมากกว่า ส่วน The Help นั้นคงลุ้นยากที่จะได้รางวัลหนังยอดเยี่ยม แม้จะคว้ารางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยมไป เพราะหนังไม่ได้เข้าชิงในสาขาบทกับกำกับด้วย หนังเรื่องสุดท้ายที่ได้ออสการ์โดยไม่ได้เข้าชิงสาขาบทหรือกำกับก็คือปี 1932 โน่น โดยทางสถิติแล้ว The Help จึงน่าจะได้แค่เข้าชิงครับ

ในงานนี้ ยังมีการมอบรางวัลสาขาทีมนักแสดงผาดโผนยอดเยี่ยมด้วยครับ ซึ่งมองให้การนักแสดงผาดโผนจากหนัง Harry Potter and the Deathly Hallows: Part II

มิเชล ฮาซานาวิเชียส ได้รางวัลผู้กำกับแห่งปีของสมาคมผู้กำกับ

รางวัลของสมาคมผู้กำกับแห่งสหรัฐได้หรือ DGA Awards ได้มีการประกาศไปเมื่อเช้านี้ตามเวลาของบ้านเราครับ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม ด้านบนของโกดัก เธียร์เตอร์ ในฮอลลีวู้ด ผลปรากฏว่ามิเชล ฮาซานาวิเชียส ผู้กำกับที่ได้เข้าชิงครั้งแรกจาก The Artist คว้ารางวัลผู้กำกับแห่งปีไปครอง เอาชนะผู้กำกับรุ่นเก๋าและรุ่นลายครามที่เข้าชิงร่วมด้วยอย่างมาร์ติน สกอร์เซเซี (Hugo), วู้ดดี้ อัลเลน (Midnight in Paris), อเล็กซานเดอร์ เพย์น (The Descendants) และ เดวิด ฟินเชอร์ (The Girl with the Dragon Tattoo)

ผู้กำกับที่ได้รับการเสนอชื่อได้มาร่วมงานเกือบครบทุกท่าน และได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างรับเหรียญรางวัลจากการที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ผู้ที่ไม่ได้มาร่วมก็เป็นขาประจำที่ไม่ค่อยออกงานรางวัลอย่างวู้ดดี้ อัลเลน ขณะที่ฟินเชอร์นั้นต้องทิ้งงานไปเพราะต้องบินไปเปิดตัวหนังที่โตเกียว แต่ก็ยังมาร่วมงานในตอนเช้าที่จัดให้มีมื้อเช้าพิเศษแก่ผู้กำกับที่เข้าชิงครับ

ผลรางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันอย่างเป็นทางการว่าฮาซานาวิเชียสเป็นตัวเก็งที่จะได้รางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับครับ เพราะตั้งแต่ปี 1948 ที่จัดงานมา มีผู้กำกับที่ได้รับรางวัลของ DGA เพียง 6 คนเท่านั้นที่พลาดรางวัลออสการ์ไป โดยครั้งหลังสุดก็คือร็อบ มาร์แชล ที่ได้รางวัลจากหนัง Chicago ในปี 2002 แต่เป็นโรมัน โปลันสกี้ ที่ได้รางวัลออสการ์ไปจาก The Pianist

สมาคมผู้กำกับยังได้มอบรางวัลให้แก่ผู้กำกับในสาขาหนังสารคดีด้วย ซึ่งเจมส์ มาร์ช จาก Project Nim ได้รางวัลไปครับ

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 587 other followers