เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

ตัวอย่างแรกและใบปิดหนังรักหญิงรักหญิง “1448 Love Among Us” มีสายป่าน อภิญญา นำแสดง

1448 love among us pic 03หนังรักชายกับชายมีเยอะแล้ว แต่ที่ยังไม่ค่อยเยอะก็คือหนังรักหญิงกับหญิงครับ ซึ่ง “1448 Love Among Us” หรือ “1448 รักเราของใคร” ก็จะมาช่วยเพิ่มเติมให้ส่วนที่ไม่ค่อยเยอะของหนังหญิงรักหญิง และได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้ว

หนังมีสายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข รับบทเป็นพิม สาวน้อยที่พบว่าตัวเองเป็นหญิงรักหญิง และหลงรักแพท (นักแสดงหน้าใหม่ อิสซาเบล่า เลเต้) และทั้งคู่ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน แต่ความรักไม่ได้ง่ายเช่นนั้น ยังมีอุปสรรคขวากหนามปิดกั้นอยู่ ทั้งจากครอบครัว และที่สำคัญก็คือกฎหมายครับ

ตัวเลข “1448” ที่อยู่ในชื่อหนังก็คือกฎหมายครับ “หนังเรื่องนี้มีที่มาจากสองบรรทัดในกฏหมายที่เกียวพันถึงคนนับล้านคนในเมืองไทย และเฉกเช่นเดียวกันในสังคมโลกอีกนับหลายล้านคน มาตรา 1448 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปี บริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้” ผู้กำกับอรุณศักดิ์ อ่องลออ (“เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ“, “กว่าดอกรักจะบาน“, “มีนากะอาทิตย์“, “แดดร้อนลมแรงความรัก กำลังจะมา“, และ “รักเลี้ยวเฟี้ยว“) ซึ่งรับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ พร้อมทั้งเขียนเพลงประกอบด้วย บอกมาในโปรดักชั่นโน้ตของหนังครับ และพูดถึงสิ่งที่ผู้ชมอาจได้จากหนังว่า”หากเรานับความต่างเป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมชาติ ทุกความต่างจึงควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติ หากพูดถึงชีวิตและความรัก หนังเรื่องนี้ ก็เป็นสมมติอีกอันหนึ่งที่เราใคร่ครวญ ศึกษา และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตต่อกัน ผมตั้งใจเต็มที่ที่จะทำให้หนังสวย บทเพลงงดงาม ได้รับความบันเทิง และได้ขบแง่มุมความคิด กระทั้งเรียนรู้ที่จะเข้าใจเมล็ดพันธ์ มนุษย์ชนิดต่างๆ ในทุกสภาวะมิติ หลายคนอาจเห็นคว้าง และเห็นแกว่งกับหนังไทย บางคนทดท้อ สำหรับผม เราผ่านช่วงเวลาเหล่านี้มาหลายครั้ง และหนังไทยยังคงอยู่ มีคนต่อยอดอยู่เสมอ และมันจะคงอยู่ตลอดไป ไม่ได้ต้องการให้สงสาร แต่อยากให้ดูแล้ววิพากษ์ เพื่อคนทำหนังต้องฟังและเก็บเป็นข้อมูล ให้หนังไทยมีที่ยืน ผมหวังเช่นนั้น

หนังเป็นการจับมือการสร้างโดยบริษัท สตาร์ลิง จํากัด, สหกรณ์ภาพยนตร์ฯ และ บริษัท ฟิล์มเวิร์ค บีจี จํากัด อำนวยการสร้างโดย วรวิสุทธิ์ ชลาชีพ จากบทหนังของ จุลดิษฐ์ สิงห์อุ่น และอรุณศักดิ์ อ่องลออ และวรวิสุทธิ์ ชลาชีพ ส่วนนักแสดงสมทบของหนังประกอบด้วยภูดิท ขุนชนะสงคราม, พันธดนย์ จันท์เงิน, ฤทธิ์ ลือชา, สมประสงค์ สิงหนวัฒน์, จักรกฤษณ์ ศิลปะชัย, ปรัชญา นางรัก และมี สุนทรีย์ เวชานนท์ มาเป็นนักแสดงรับเชิญเกียรติยศ

หนังจะเข้าฉาย 27 พฤศจิกายนนี้ครับ ชมตัวอย่าง ใบปิด ภาพ ได้ที่ด้านใน

Read more of this post

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

“คิดถึงวิทยา” ถูกซื้อนำไปสร้างใหม่เป็นฉบับจีน

teachers diary vtr02เป็นปีที่ประสบความสำเร็จอีกปีสำหรับค่ายหนังจีทีเอช ไม่เพียงหนัง “คิดถึงวิทยา” ทำเงินแตะร้อยล้านบาทจากการฉายในบ้านเรา และหนังเรื่องนี้ยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยจากสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติในการส่งประกวดรางวัลออสการ์สาขาต่างประเทศเท่านั้น หนังยังได้ถูกซื้อเอาไปสร้างใหม่เป็นฉบับภาษาจีนด้วยครับ

การแถลงข่าวเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างจัดขึ้นในเทศกาลหนังนานาชาติแห่งปูซานที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามที่จีทีเอชรายงาน โดยในงานได้มีผู้กำกับนิธิวัฒน์ ธราธร เป็นผู้ไปทำหน้าที่ส่งมอบลิขสิทธิ์ให้แก่ตัวแทนของฟิล์ม ไลน พิคเจอร์ส โปรดักชั่น ของเกาหลี และบริษัท โพรดีจี มีเดีย จำกัด ของมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นผู้ร่วมสร้างหนังด้วยกันในครั้งนี้

ผู้ที่จะมารับหน้าที่กำกับฉบับสร้างใหม่นี้คือคิมไทซิก ผู้กำกับเกาหลีใต้จาก Shoot Toward the Sun โดยได้สูหวน จาก Lost in Thailand มาเขียนบทให้ครับ

คาดว่าหนังจะเข้าฉายในจีน 2015-2016

Read more of this post

ภาพแรกของ “The One Ticket ตัวพ่อ…เรียกพ่อ” ของ วรเวช ดานุวงศ์ ออกฉาย 25 ธันวาคม

the one ticket 01หนัง “The One Ticket ตัวพ่อ…เรียกพ่อ” ที่นำแสดงโดยแดน วรเวช ดานุวงศ์ เปิดกล้องไปเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าตอนนี้หนังใกล้พร้อมให้ผู้ชมได้ชมกันแล้วครับ ได้ปล่อยภาพนิ่งชุดแรกของหนังออกมา พร้อมประกาศวันฉาย 25 ธันวาคม 2557 นี้

วรเวช ดานุวงศ์ ไม่เพียงนำแสดงในหนังเรื่องนี้ แต่รับหน้าที่อำนวยการสร้างด้วย และให้ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้กำกับของ “คืนวันเสาร์ถึงเช้าวันจันทร์” และ “ฤดูที่ฉันเหงา” มารับหน้าที่กำกับเองเต็มตัว วรเวชเล่าถึงเนื้อเรื่องของหนังว่า “หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของตั๋วใบหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตและความผูกพันของพ่อลูก ซึ่งบรรยากาศโดยรวมเป็นหนังคอเมดี้ครับ มีความตลก สนุกสนาน แต่ว่าจะมีเรื่องของปรัชญาการดำเนินชีวิตเข้ามาสอดแทรกไว้ด้วย ผมว่าเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้อยู่ตรงการดำเนินเรื่องที่แปลกใหม่ และทำให้คนดูลุ้นไปตลอดทั้งเรื่องกับภารกิจที่เขาต้องฝ่าฟันเพื่อให้ถึงเป้าหมาย”
ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกุล รับบทเป็นลูกสาวตัวละครของแดน และหนังยังมีปทิตตา อัธยาตมวิทยา (ปายอินเลิฟ), แอนนา ชวนชื่น, ณัฐวุฒิ ศรีหมอก (กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่), โจอี้ กาน่า, ใหม่ สุขะเดชะ, มงคล สะอาดบุญญพัฒน์ และ ธนาพร มณีพันธ์ ร่วมแสดงครับ คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post

รู้จักรักแท้ให้มากขึ้นในตัวอย่าง “ปู่สมบูรณ์” หนังเปิดเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ 2557

Somboon image 01ผมได้รับฟังเรื่องราวของสองสามีภรรยาคู่หนึ่งจากอาจารย์เสาวศักิด์ ภูธรารักษ์ซึ่งสอนผมที่มหาวิทยาลัย และได้ติดตามไปพบสามีภรรยาคู่นั้น คือปู่สมบูรณ์กับยาเมียด ผมได้รู้จักท่านทั้งสองมากขึ้นและครอบครัวของท่านด้วย ผมคิดว่าเรื่องราวของทั้งสองท่านมีความน่าสนใจมาก และสามารถสะท้อนถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ซึ่งหาได้ยากจากสังคมสมัยนี้ ผมยังมองว่าความรักในยุคก่อนน่าจะสะท้อนอะไรให้กับความรักยุคใหม่ได้บ้าง ผมจึงเริ่มถ่ายเก็บชีวิตของพวกท่านจนมาเป็นหนังสารคดีเรื่องนี้” กฤษฎา ทิพย์ชัยเมธา ผู้กำกับของหนังสารคดี “ปู่สมบูรณ์” เล่าถึงที่มาของหนังในเบื้องหลังงานสร้างที่ส่งมาให้เราครับ และหลังจากได้ชมตัวอย่างแล้ว ทำให้รู้สึกถึงคำว่ารักแท้และคู่ทุกข์คู่ยาก นิยามที่เด็กรุ่นใหม่ที่รักกันอย่างฉาบฉวยอาจยังไม่เข้าใจดีพอว่าการลงเรือลำเดียวกันของสามีภรรยาต้องทำอย่างไรจริงๆ บ้าง และอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า ถ้าเป็นเราแล้ว จะทำเพื่อคนที่เรารักได้ขนาดนี้หรือไม่

ปู่สมบูรณ์” เป็นหนังสารคดีเรื่องราวความรักของปู่สมบูรณ์ที่มีต่อย่าเมียดซึ่งอยู่กินกัยฉันสามีภรรยามากว่า 45 ปี และเมื่อย่าเมียดป่วยเป็นโรคไต ปู่สมบูรณ์ก็ยังอยู่ดูแล ทำหน้าที่ของสามีที่ดีต่อกัน แม้ว่าทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันจากประเพณีคลุมถุงชนก็ตามครับ

ภาพยนตร์สารคดีปู่สมบูรณ์ ได้รับเกียรติให้เป็นภาพยนตร์ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 12 ในคืนวันที่ 17 ตุลาคม 2557 และมีฉายรอบพิเศษให้ผู้ชมทั่วไปในวันที่ 24 ตุลาคม เวลา 17.30 น. ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema เซ็นทรัลเวิร์ล ก่อนจะบินลัดฟ้าไปประกวดสายหลักใน International Documentary Film Festival Amsterdam (IDFA) ซึ่งเป็นเทศกาลภาพยนตร์สารคดีใหญ่ที่สุดในโลกกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ และวางแผนกลับมาฉายจริงกุมภาปีหน้า

ข้อมูลเพิ่มเติมของหนังดูได้ที่ facebook.com/somboonmovie คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างแรกของ The Master จากนวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่แซว The Social Network ได้กวนบาทามาก

the master teaserเต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ไม่เพียงเป็นนักทำหนังรุ่นใหม่ที่เก่งกาจ แต่ยังเป็นนักขายหนังที่เก่งกาจด้วย เขาไม่เพียงทำหนังได้เข้าเป้าในสิ่งที่อยากสื่อด้วยลูกล่อลูกชนที่สนุกและสร้างสรรค์ ตัวอย่างหนังของเขาที่ทำออกมาชักจูงผู้ชมยังทำออกมาได้น่าสนใจ สร้างสรรค์ มีลูกเล่นแพรวพราว และสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้เข้าเป้ามากๆ ตัวอย่างแรกของ The Master ที่เป็นผลงานใหม่ของนวพลที่จะออกฉายในปีนี้ก็เช่นกัน

ขณะที่ Gone Girl ของผู้กำกับเดวิด ฟินเชอร์ กำลังจะเข้าฉาย นวพลก็ปล่อยตัวอย่างหนัง The Master ของเขาออกมาที่ทำแซวหรือล้อตัวอย่างแรกของ The Social Network หนังปี 2010 ที่เป็นชิ้นมาสเตอร์ของฟินเชอร์ออกมาด้วยลูกเล่นของการใช้เสียงและภาพที่คล้ายกันได้อย่างมีอารมณ์ขัน และกวนบาทามากๆ ดูแล้วน่าจะทำให้แฟนของนวพลกับลูกค้า “ร้านพี่คนนั้น” ที่เป็นหัวข้อหลักของหนังเรื่องนี้ต้องอยากให้หนังเข้าฉายไวๆ เลย

The Master เป็นหนังสารคดีที่จะพาผู้ชมไปรู้จักกับ “ร้านพี่แว่น” ร้านขายวิดีโอนอกลิขสิทธิ์ชื่อดังที่ขายหนังนอกกระแสและหนังหาดูยากเมื่อ 20 ปีก่อน ที่เป็นขวัญใจของคอหนังยุคที่นวพลเรียกว่า “ก่อนแผ่นผีจะสดใส ก่อนดูหนังฟรีในไอแพด ก่อนแผ่นแม่สายจะผลิบาน ก่อนทอร์เรนท์อันแสนหวาน” ซึ่งตัวอย่างหนังที่ไม่มีภาพใดๆ เลย นอกจากกราฟฟิกกับตัวหนังสือที่ขึ้นจอมาตั้งคำถามว่าจะนิยามพี่แว่นว่ายังไงกันดี เหมือนตัวอย่าง The Social Network ที่ใส่ตัวหนังสือว่าจะนิยามมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ว่าอะไรดี แต่ด้วยอารมณ์ที่ชวนฮามากๆ

ส่วนเสียงประกอบที่นอกจากมีดนตรีชวนระทึกขวัญแล้วก้ยังมีเสียงของคนดังในวงการภาพยนตร์มากมาย ที่ออกมาให้นิยาม และพูดถึงร้านนี้ได้อย่างน่าตื่นเต้น มีอารมณ์ขันร้ายๆ และน่าสนใจ ที่จำเสียงได้มีเสียงของเป็นเอก รัตนเรือง, บรรจง ปิสัญธนะกูล, ยุทธนา บุญอ้อม และอาจารย์ประวิทย์ แต่งอักษร

หนังจะเข้าฉายจำกัดโรง 27 พฤศจิกายนนี้ครับ คลิกดูตัวอย่างหนังด้านในเทียบกับตัวอย่าง The Social Network ครับ

Read more of this post

ดอล์ฟ ลันด์เกรน และ พนม ยีรัมย์ ปะทะกันในตัวอย่างทางการของ Skin Trade

skin trade cap 01ดูเหมือนว่าการโกอินเตอร์ของจา พนม จะไปแบบพายุเลยครับ เพราะในปีหน้า เราจะได้ชมหนังของเขาในงานสร้างระดับอินเตอร์ถึง 4 เรื่องด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ Skin Trade ที่เป็นงานสร้างและนำแสดงของดอล์ฟ ลันด์เกรน และตัวอย่างทางการก็เผยออกมาแล้ว

ตัวอย่างเล่าเรื่องราวย่อๆ ว่าลันด์เกรนรับบทตำรวจสหรัฐที่เดินทางมาประเทศไทยเพื่อจัดการแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติ หลังจากนายใหญ่ของแก๊งที่รับบทโดยรอน เพิร์ลแมน ได้ฆ่าภรรยาของเขาและหนีมาที่นี่ ซึ่งตัวละครของลันด์เกรนก็ร่วมมือกับตำรวจไทยที่รับบทโดยจา พนม ในการโค่นแก๊งนี้

สิ่งที่น่าสนใจก็คงเป็นบทบาทที่แปลกไปจากที่เราเห็นจา พนม เล่นในหนังไทย ตรงที่เป็นตัวละครที่โหด ไม่ประนีประนอม ใช้ปืน แต่ยังคงไม่ทิ้งลวดลายการแสดงฉากเสี่ยงตายผาดโผน และลีลาบู๊ๆ อันดุเดือด

หนังยังมีไมเคิล ไจ ไวท์, ปีเตอร์ เวลเลอร์ เซลินา เจด, แครี-ฮิโรยูกิ ทะกะวา และเมธี ทับทิมทอง ร่วมแสดงด้วย กำกับโดยเอกชัย  เอื้อครองธรรม จาก Beautiful Boxer ครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ฉลอง ภักดีวิวิตร เตรียมกลับมากำกับหนังอีกครั้งในรอบเกือบ 20 ปี ด้วย “อังกอร์ เดอะ มูฟวี่”

angor the movieฉลอง ภักดีวิจิตร หรือ “อาหลอง” ตามที่คนในวงการบันเทิงของบ้านเราเรียกกัน ผู้เป็นศิลปินแห่งชาติประจำปี 2556 และไม่ได้กำกับหนังอีกเลยนับจาก “สุดขีดมังกรเจ้าพระยา 2” ที่ออกฉายในปี 2539 และหันไปกำกับงานละครโทรทัศน์แทนนับแต่นั้น จะกลับมาสู่งานภาพยนตร์อีกครั้งในปีหน้าครับ ด้วย “อังกอร์ เดอะ มูฟวี่” ตามที่ให้สัมภาษณ์แก่เว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน

บทสัมภาษณ์ดังกล่าว เน้นไปที่ความเห็นและความรู้สึกของผู้กำกับวัย 83 ต่อการหยิกแกมหยอกของผู้คนในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเว็บไซต์พันทิปที่นำเอกลักษณ์ประจำบางอย่างของหนังที่ผู้กำกับท่านี้กำกับ เป็นต้นว่า คำกล่าวที่บอกว่างานของท่านเป็น “ระเบิดภูเขา เผากระท่อม” ซึ่งท่านก็ตอบอย่างน่ารักว่า เป็นสโลแกนของเหล่าผู้สร้างสมัยก่อน ที่ไม่มีทุนแล้วชอบไปสร้างกระท่อมอยู่กลางป่าเพื่อระเบิด “แต่เราไม่ใช่ เราระเบิดเฮลิคอปเปอร์

ที่ท้ายบทความ ได้มีการพูดถึงงานที่ท่านจะทำในอนาคตข้างหน้า ซึ่งนอกจากงานละครอย่าง “ทอง 10” ที่จะสร้างให้ช่อง 7 แล้ว ก็ยังมี “อังกอร์ เดอะ มูฟวี่” ด้วยครับ โดยมีแผนเปิดกล้องปีหน้า ใช้ทุนสร้าง 50 ล้านบาท เพื่อออกขายตลาดโลกปีหน้า

อังกอร์” เคยถูกสร้างเป็นฉบับละครทีวีมาก่อน ที่มีพีท ทองเจือ และ วรรัตน์ สุวรรณรัตน์ นำแสดง เป็นละครที่เรตติ้งดีเรื่องหนึ่งของช่อง 7 เรื่องราวของหญิงสาวชื่ออังกอร์ ที่ถูกวิญญาณของเสืออาฆาตเข้าสิงตอนที่เป็นเด็ก ทำให้เธอกลายร่างเป็นเสือแล้วออกอาละวาด ขณะเดียวกันก็แฝงด้วยเรื่องราวผจญภัยเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองด้วย ยังไม่รู้ว่าฉบับหนังจะคงเนื้อเรื่องของฉบับละครไว้แค่ไหน แต่คุณฉลองบอกในบทความว่า “เป็นเรื่องพระเอกที่หลงรักนางเอกซึ่งมีวิญญาณเสืออยู่ในตัว ดังนั้นจะทำอย่างไรให้นางเอกมีความเป็นคนสมบูรณ์

ยังไม่มีรายงานว่าใครจะมารับบทนำ แต่สำหรับนางเอกของเรื่อง ผู้กำกับก็จะเลือกที่แบบฉบับของตัวเองที่ทำมาทุกเรื่องครับ “คิดว่าต้องหานางเอกใหม่ บึ้มๆ หน่อย

หนังจะสร้างฉายโดยมีค่ายหนังจัดจำหน่าย คงต้องติดตามกันอีกที

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผู้กำกับฉลอง ภักดีวิจิตร ยังได้รางวัลสดุดีความสำเร้จด้านอาชีพจากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยด้วยครับ มีการทำคลิปยกย่องออกมาที่เป็นการพาไปดูเบื้องหลังการทำงาน คลิกชมได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 595 other followers