แม็กโนเลีย พิคเจอร์ส ได้สิทธิ์จัดจำหน่าย “ต้มยำกุ้ง 2″ ในสหรัฐ

tyg2 headerดูเหมือนว่าการนำหนัง “ต้มยำกุ้ง 2” ไปขายในตลาดหนังที่คานส์ของสหมงคลฟิล์มส์จะประสบความสำเร็จดีครับ ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าหนังได้ตัวแทนจัดจำหน่ายในอเมริกาเหนือ และอีกหลายประเทศเลยครับ

บริษัทที่ได้ลิขสิทธิ์จัดจำหน่าย “ต้มยำกุ้ง 2” ซึ่งจะใช้ชื่อในการฉายในสหรัฐว่า The Protector 2 ก็คือแม็กโนเลีย พิคเจอร์ส ครับ บริษัทเดียวกับที่เคยจัดจำหน่ายองค์บาก และหนังจากเอเชียกับยุโรปเรื่องอื่นๆ เช่น The Host, I Saw Deveil, Let the Right One In และ Jiro Dreams of Sushi รวมถึงเคยยังซื้อ “ฟ้าทะลายโจร” ไปฉายด้วย

นอกจากได้ตัวแทนจัดจำหน่ายแล้ว ในบทความบอกว่าหนังยังได้บริษัทจัดจำหน่ายจากรัสเซีย, เกาหลีใต้, ฮ่องกง, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินเดีย มาซื้อหนังไปแล้วด้วยครับ ส่วนที่กำลังอยู่ระหว่างเจรจาก็คือบริษัทจากสหราชอาณาจักร และแคนาดา

ผู้สร้างได้เอาคลิปหนังยาว 30 นาที แบบ 3D ไปฉายแสดงในคานส์ในส่วนของตลาดหนัง เพื่อเชื้อชวนให้บริษัทจัดจำหน่ายจากประเทศต่างๆ ให้มาซื้อหนังครับ หนังเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของจา พนม ยีรัมย์, ภายใต้การกำกับของปรัชญา ปิ่นแก้ว และออกแบบคิวบู๊โดยพันนา ฤทธิไกร จะเข้าฉายบ้านเราสิงหาคมนี้ครับ

About these ads

ใบปิดชวนสยองของ “โลงจำนำ”

pawn shop poster headerค่ายหนังโกลเด้น เอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้เผยโฉมใบปิดฉบับไทยของหนังสยองขวัญ “โลงจำนำ” ออกมาแล้วครับ เป็นใบปิดที่ออกแบบโดยผู้กำกับภาม รังสี และใช้ภาพสามนักแสดงหลักของเรื่องเป็นภาพใบปิด นั่นก็คือคุณกฤษดา สุโกศล แคลปป์, คุณศุภักษร ไชยมงคล และนักแสดงผู้รับบทเป็นหลงจู้ เจ้าของโรงจำนำผี ด้านหลังตัวละครทั้งสามมีประตูที่เปิดแง้มเห็นผีอยู่ข้างใน และด้านบนเป็นคำโปรยของหนัง “ทางเลือก สำหรับคนกล้าแลกกับผี”

คุณน้อย กฤษดารับบทเป็นนักแต่งเพลงที่กำลังต้องการเงินอย่างรุนแรงจนเอาชีวิตตัวเองไปจำนำกับผี และพบเรื่องราวสยองขวัญในโรงจำนำประหลาด และได้เล่าลงในคลิปว่าหนังมีความพิเศษกว่าหนังเรื่องอื่นในแง่ความสดใหม่ครับ “มันมีความเฟรชและความเสี่ยงที่นักแสดงหรือคนดูเนี่ย เดาไม่ออกว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะแต่ละวันที่มาเล่น เราก็รู้ว่า set-up ประมาณนี้นะ แต่เราไม่แน่ใจว่าภาม (ผู้กำกับ) เขาจะถ่ายอะไร เขาอาจจะเปลี่ยนบทก็ได้ เขาอาจจะลองโน่นลองนี่ ทุกอย่างมันอยู่ในจินตนาการของเขา และเราก็ต้องมั่นใจวิชั่นของเขา

คุณน้อยยังเปรียบเทียบการเล่นหนังเรื่องนี้เหมือนตอนไปออกคอนเสิร์ตของพรูครับ คือรู้ว่าจะร้องเพลงอะไร เล่นเพลงอะไร แต่ทุกอย่างที่แสดงออกมาเป็นการเล่นสด ไม่ได้มีการออกแบบล่วงหน้า

โลงจำนำ” จะฉายกรกฎาคมนี้ครับ คลิกชมใบปิดและคลิปพูดถึงหนังของคุณน้อยได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ภาพประชาสัมพันธ์ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ของ “ต้มยำกุ้ง 2″

tyg2 art cannesเพื่อเชื้อชวนผู้ซื้อหนังไปฉายในตลาดหนังเมืองคานส์ สหมงคลฟิล์มได้ปล่อยภาพของหนัง “ต้มยำกุ้ง 2” ลักษณะคล้ายใบปิดออกมาประชาสัมพันธ์ในเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ครับ และเป็นภาพที่ดูน่าตื่นเต้นใช้ได้

ภาพที่ใช้เป็นฉากที่ตัวละครของจา พนม ยีรัมย์ โดดเข้าปะทะกับผู้ร้ายต่างชาติที่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าใส่ครับ น่าจะเลือกมาจากฉากบู๊ตื่นเต้นหนึ่งในหนัง และหวังว่าน่าจะดึงดูดผู้ซื้อหนังจากต่างประเทศได้

ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อเรื่องของหนังครับ เว้นแต่จากตัวอย่างที่หลุดออกมาเมื่อไม่นานนี้ก่อนที่จะโดนลบออกไปหมด บอกเราเป็นนัยว่าตัวละครของจาต้องออกช่วยเหลือช้างคู่ใจที่ถูกจับตัวไปอีกครั้ง

น่าจะมีภาพประชาสัมพันธ์หนังออกมาอีกเร็วๆ นี้จนกว่าจะหมดเทศกาลครับ รวมถึงหนังเรื่องอื่นจากค่ายอื่นที่ไปออกบูธขายที่คานส์ด้วย จะเอามานำเสนออีกในภายหลังถ้าพบภาพน่าสนใจอีกครับ

ต้มยำกุ้ง 2” จะเข้าฉายบ้านเรา 8 สิงหาคม ในระบบ 3D ครับ คลิกชมภาพเต็มๆ ด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างหนัง “นางฟ้า” ผลงานร่วมกำกับและเขียนบทของบงกช คงมาลัย

angels trailerในรายละเอียดงานสร้างของหนัง “นางฟ้า” ที่สหมงคลฟิล์มส์ส่งมาให้ คุณตั๊ก บงกช คงมาลัย พูดถึงแรงบันดาลใจในการอยากกำกับหนังของเธอว่า “เรื่องนี้เป็นงานกำกับหนังยาวเรื่องแรกของตั๊กเลยค่ะ คือพอตั๊กเล่นหนังมาเรื่อยๆ ได้สัมผัสกับคนทำหนังมาตั้งแต่เข้าวงการ พอโตขึ้นเราก็รู้ว่าชอบทำงานด้านภาพยนตร์ แล้วก็อินกับมันจนรักและรู้สึกว่าเป็นอาชีพที่เราจะต้องอยู่กับมันต่อไป ด้วยความที่เป็นนักแสดง ตั๊กก็ชอบเก็บรายละเอียด เก็บมุมมองเรื่องราวชีวิตต่างๆ ชอบศึกษาชีวิตคนโน้นคนนี้ เป็นคนชอบอะไรก็อยากหยิบยกมาทำ มาสะท้อนให้คนได้เห็น ก็เลยอยากลองมาเป็นผู้กำกับหนังใหญ่ดูสักครั้ง แล้วโอกาสก็มาถึงตั๊กกับหนังเรื่องนี้” และผลงานกำกับและเขียนบทเรื่องแรกของเธอ ที่ร่วมกับวิโรจน์ ศรีสิทธ์เสรีอมร (ละคร “สงคราม 9 ทัพ“) ก็เผยออกมาให้ดูแล้วครับว่าหน้าตาเป็นอย่างไร

จากที่เห็นในตัวอย่าง ดูเหมือนเป็นหนังชีวิตเข้มข้นของลูกผู้หญิง 3 คน ที่ในที่นี้ทำอาชีพเป็นนางโชว์ครับ ที่แม้ว่าการถ่ายทำและงานสร้างจะดูเป็นงานที่สมัยใหม่ แต่เนื้อเรื่องในหนังดูเหมือนหนังที่นิยมสร้างกันเมื่อ 20-30 ปีก่อน และปัจจุบันได้กลายเป็นเนื้อเรื่องสำหรับละครหลังข่าว หนังเนื้อหาแบบนี้มักมาพร้อมกับการแสดงอันเข้มข้นด้วย และนักแสดงนำทั้งสามของเรื่องที่ประกอบด้วยบงกช คงมาลัย, รฐา โพธิ์งาม และจุฬาลักษณ์ จุฬานนท์ ก็ดูจะได้จัดเต็มตามบทบาทที่ตัวเองได้รับ คงต้องรอดูกันว่าคนดูหนังที่ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานจะสนใจหนังเรื่องนี้แค่ไหนครับ

นางฟ้า” ยังมีมาเรียวโน่ คอนเซนติโน่, กรรณิการ์ กซันดรา เอเกลมันส์, ชลัฏ ณ สงขลา และไตรรงค์ ชัยนรานนท์ ร่วมแสดงด้วย คลิกดูตัวอย่างพร้อมเรื่องย่อด้านในครับ

Read more of this post

ดูน้องปันปัน-สุทัตตา ถูกตามหลอนในตัวอย่างใหม่ของ “Last Summer ฤดูร้อนนั้น…ฉันตาย”

last summer teaser 2หลังจากเจอผีมะขิ่นตามหลอกใน “ลัดดาแลนด์” น้องปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ ดูจะได้พักแป๊บเดียวใน “รัก 7 ปี ดี 7 หน” ก็กลับมาโดนผีตามหลอกหลอนใหม่อีกครั้งใน “Last Summer ฤดูร้อนนั้น…ฉันตาย“ครับ ซึ่งตัวอย่างใหม่ของหนังจัดเต็มให้แฟนๆของน้องปันปันโดยเฉพาะ

ตัวอย่างก่อนหน้านี้ของหนัง ดูจะเน้นไปที่ตัวละครของเก้า จิรายุ ละอองมณี ผู้รับบทเป็นสิงห์ แฟนหนุ่มของจอย (พิมพกานต์ แพร่คุณธรรม) ตัวละครผีสาวในเรื่อง แต่ตัวอย่างใหม่นี้เน้นที่ตัวละครมีน เพื่อนรักของจอย ที่ถูกวิญญาณตามหลอกหลอนเช่นกัน

ตัวอย่างหนังตัดต่อออกมาดูดีทีเดียวครับ ดีกว่าฉบับแรกด้วยซ้ำที่ยังทำให้เรางงๆ กับเนื้อเรื่องอยู่ เป็นการฉายให้เห็นความสัมพันธ์ของจอยกับมีนที่เป็นเพื่อนที่รักกันมากก่อนที่จะมีการหักมุม แล้วตามด้วยฉากหลอกหลอนชวนให้กลัวตามมา

ทวนเนื้อเรื่องกันอีกครั้ง หนังมี จอย (อาย-พิมพกานต์ แพร่คุณธรรม) เด็กสาวสดใสที่กำลังเป็นดาวรุ่งในวงการบันเทิง ได้โพสต์สเตตัสว่า “อยากตาย” ทำให้สิงห์ (เก้า-จิรายุ ละอองมณี) เพื่อนชายคนสนิทอยากปลอบใจ จึงแอบขับรถพ่อมารับเธอกับเพื่อน มีน (ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์) และกานต์ (สบาย-กฤษ สถาปนพิทักษ์กิจ) ไปเที่ยวทะเลด้วยกันเป็นครั้งแรก

แต่ค่ำคืนแห่งความสนุกกลับกลายเป็นคืนสยอง เมื่อเกิดโศกนาฎกรรมที่ทำให้จอยต้องตาย แต่ผีจอยยังคงตามติดทั้งคนรัก เพื่อนสนิท และน้องชาย (เบสท์-เอกวัฒน์ เอกอัจฉริยา) เพราะเธอมีอะไรที่อยากบอก เพียงแต่คนที่ทำพลาดเหล่านั้นไม่อยากจำครับ สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องราวระทึกขวัญขึ้นมา

กิตติธัช ตั้งศิริกิจ, สิทธิศิริ มงคลศิริ และษรัณยู จิราลักษม์ (9 วัด) เป็น 3 ผู้กำกับของหนัง ซึ่งกำกับจากบทหนังของคงเดช จาตุรันต์รัศมี (กอด และ แต่เพียงผู้เดียว) ครับ หนังจะเข้าฉายมิถุนายนนี้

คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

“พี่มาก..พระโขนง” ทำรายได้ผ่าน 500 ล้านบาทแล้ว และปล่อยใบปิดใหม่ออกมาฉลอง

pee mak 500 headerพี่มาก..พระโขนง” ได้รับการคาดเดาว่าจะเป็นหนังร้อยล้านเรื่องใหม่ของจีทีเอช และผู้กำกับบรรจง ปิสัญธนะกูล ตั้งแต่ยังไม่เปิดฉาย แต่หลังจากออกตัวแรงตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ที่เป็นวันฉายวันแรก และทำรายได้เข้าสู่หลักร้อยล้านเร็วมากตั้งแต่สุดสัปดาห์แรกของการเปิดฉาย ทำให้มีการคาดเดากันอีกว่าหนังน่าจะจบที่อย่างต่ำ 250 ล้านบาท แต่เมื่อสัปดาห์ต่อไปที่มีหนังใหญ่อย่าง “คู่กรรม” เข้าฉาย และทำรายได้น่าผิดหวัง หนัง “พี่มาก..พระโขนง” ก็ยังทำรายได้ต่อเนื่อง ด้วยสาเหตุของกระแสบอกต่อ และการดูซ้ำ และครองอันดับ 1 บนตารางหนังทำเงินของบ้านเรามา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน และหนังก็ทำรายได้แตะ 500 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จีทีเอชได้ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านทวิตเตอร์ครับว่า “ผ่าน 500 แล้วกราบขอบพระคุณผู้ชมทุกๆบางมากมากครับ >< มาร่วมสร้างสถิติกันในโรงภาพยนตร์“ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 29 ของการออกฉาย ถือเป็นรายได้ประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เพราะยังไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหนที่ทำรายได้เฉพาะในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่สูงถึงขนาดนี้ โดยสถิติเก่าเป็นของ “สุริโยไท” ที่ทำรายได้ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ไว้ที่ 324.5 ล้านบาท คาดว่าหลังจากหมดรอบฉายแล้ว คงมีการสรุปรายได้จากจังหวัดอื่นๆ ด้วยอีกทีครับว่าสรุปแล้วได้เท่าไหร่

รายได้หนังของบ้านเรา มักไม่ค่อยเอาของต่างจังหวัดมารวมครับ เพราะการฉายในต่างจังหวัดนั้นจะเป็นการขายขาดให้สายหนัง รายได้ที่ค่ายหนังจะได้จึงมาจากการซื้อหนังไปฉาย ตัวอย่างเช่นจากข่าวของไทยรัฐที่บอกว่าสายหนังภาคใต้ซื้อ “พี่มาก..พระโขนง” ไป 10 ก๊อปปี้ เพียง 2 ล้านบาท แต่รายได้หนังถึงวันที่ 19 เมษายน ทำไปถึง 10 ล้านบาทแล้ว 2 ล้านบาทก็จะเป็นรายได้ที่เข้าค่ายหนังครับ ไม่ใช่ได้จากรายได้เข้าชม 10 ล้านตรงนั้น จะเฉพาะค่าตั๋วในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ หลังจากการแบ่งเปอร์เซ็นต์กับโรงฉายแล้ว (ส่วนใหญ่จะแบ่งกัน 50%) ถึงจะเป็นรายได้ที่ค่ายหนังจะได้ครับ

พร้อมๆ กับข่าวนี้ จีทีเอชยังได้ปล่อยใบปิดใหม่ออกมาฉลองรายได้ด้วยครับ เป็นภาพจากฉากงานวัดที่คู่พระนางน่าจะมีความสุขที่สุดในหนังเรื่องนี้ เหมาะแก่การเป็นภาพฉลองรายได้มากๆ คลิกดูใบปิดด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างแรก สองใบปิด และเรื่องย่อหนังสยองขวัญ Last Summer ฤดูร้อนนั้น…ฉันตาย ของเก้า จิรายุ

last summer teaserถ้าใครเข้าโรงภาพยนตร์ช่วงนี้ อาจได้เห็นใบปิดและตัวอย่างหนังใหม่ที่มาแบบเงียบๆ เรื่อง “Last Summer ฤดูร้อนนั้น…ฉันตาย” ของเก้า-จิรายุ ละอองมณี ตอนนี้ทั้งใบปิดและตัวอย่างหนังได้เผยโฉมออกมาแล้วครับที่เฟซบุคทางการของค่ายหนัง

Last Summer ฤดูร้อนนั้น…ฉันตาย เป็นภาพยนตร์จากค่ายสร้างภาพยนตร์น้องใหม่ชื่อทาเลนต์ วัน มูฟวี่ สตูดิโอ ซึ่งแตกออกมาจากค่ายจำหน่ายหนังสือทาเลนท์ วัน พับลิชชิง ที่ขึ้นชื่อได้การตีพิมพ์นิยายแปลจากนิยายแนวสยองขวัญ สืบสวน และระทึกขวัญของญี่ปุ่น และหนังเรื่องแรกของพวกเขาก็ดูจะไม่ต่างจากแนวหนังสือที่พวกเขาจำหน่ายนัก นั่นก็คือหนังสยองขวัญครับ

หนังมี จอย (อาย-พิมพกานต์ แพร่คุณธรรม) เด็กสาวสดใสที่กำลังเป็นดาวรุ่งในวงการบันเทิง ได้โพสต์สเตตัสว่า “อยากตาย” ทำให้สิงห์ (เก้า-จิรายุ ละอองมณี) เพื่อนชายคนสนิทอยากปลอบใจ จึงแอบขับรถพ่อมารับเธอกับเพื่อน มีน (ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์) และกานต์ (สบาย-กฤษ สถาปนพิทักษ์กิจ) ไปเที่ยวทะเลด้วยกันเป็นครั้งแรก

แต่ค่ำคืนแห่งความสนุกกลับกลายเป็นคืนสยอง เมื่อเกิดโศกนาฎกรรมที่ทำให้จอยต้องตาย แต่ผีจอยยังคงตามติดทั้งคนรัก เพื่อนสนิท และน้องชาย (เบสท์-เอกวัฒน์ เอกอัจฉริยา) เพราะเธอมีอะไรที่อยากบอก เพียงแต่คนที่ทำพลาดเหล่านั้นไม่อยากจำครับ สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องราวระทึกขวัญขึ้นมา

หนังมีผู้กำกับถึง 3 คนด้วยกัน ได้แก่กิตติธัช ตั้งศิริกิจ, สิทธิศิริ มงคลศิริ และษรัณยู จิราลักษม์ (9 วัด) จากบทหนังของคงเดช จาตุรันต์รัศมี (กอด และ แต่เพียงผู้เดียว)

Last Summer ฤดูร้อนนั้น…ฉันตาย ยังได้ปล่อยสองใบปิดหนังออกมาไล่เลี่ยกับตัวอย่างหนังด้วยครับ หนังมีกำหนดฉาย 27 มิถุนายนนี้ คลิกชมทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

เรื่องย่อ และข้อมูลทางการของหนังบู๊ตลกเรื่องใหม่จากจา พนม และดอล์ฟ ลันด์เกรน

a man will rise promoเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหมงคลภาพยนตร์ได้แถลงข่าวเปิดตัวหนังเรื่องใหม่ของจา พนม ที่ได้นักแสดงระดับอินเตอร์อย่างดอร์ฟ ลันด์เกรน มามาแสดงปะทะครับ ทำให้เราได้ข้อมูลทางการ และเรื่องย่อมาด้วย

อย่างแรกเลย หนังยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการครับ จะเรียกว่าโครงการหนังใหม่ของจา พนม ยีรัมย์ ไปก่อน และนอกจากแสดงนำแล้ว จาจะรับหน้าที่กำกับพ่วงด้วย เช่นเดียวกับองค์บาก 2 และองค์บาก 3 ส่วนคุณวิทิตนันท์ โรจนพานิช ที่เรารายงานไปในครั้งแรกว่าเป็นผู้กำกับนั้น หน้าที่แทนจริงก็คือผู้ควบคุมงานสร้างครับ หนังยังได้พันนา ฤทธิไกร มาออกแบบและกำกับคิวบู๊ด้วย

หนังจะใช้ทุนสร้าง 150 ล้านบาท เป็นหนังบู๊ปนตลก ข้อมูลจาก Twitch พูดถึงเรื่องย่อให้ฟังว่าจะมีฉากเป็นเมืองไทยในยุค 50 แก๊งมาเฟียท้องถิ่นได้คุกคามเมืองแห่งหนึ่ง เมื่อชายหนุ่มท้องถิ่นลุกขึ้นสู้ พวกมาเฟียจึงได้นำกลุ่มผู้ร้ายจากต่างชาติที่แต่งตัวเป็นคาวบอยเข้ามารุกราน

ความโดดเด่นหนึ่งของหนังที่จา พนม แสดง ก็คือมักจะมีมวยรูปแบบพิเศษเฉพาะในหนัง เรื่องนี้ก็เช่นกันครับ “ในภาพยนตร์แอ๊คชั่นสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังเป็นคอนเซ็ปต์เดิมคือ เรียลเล่นจริง แสดงจริง จากเริ่มแรกของโปรเจ็คนี้เกิดจากคำว่าม้าย่องของไทย ซึ่งจากนั้นเราเลยต้องการหาคู่ต่อสู้ที่เป็นตะวันตกที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันจากของไทย โดยเฉพาะวัฒนธรรมของไทยจีนและตะวันตกซึ่งเรามองว่าเป็นคาวบอย ที่ผมและดอล์ฟไม่เคยเล่นมาก่อน ตอนแรกเราส่งสคริปต์และบทไปให้เค้าดูก่อน แต่เค้ายังไม่รู้ว่าแอ๊คชั่นของเราเป็นยังไงแต่เค้าชอบเพราะมันท้าทายดี พอได้มาสัมผัสมาลองเวิร์คช๊อปกัน มาลองเข้ามวยกันมันกลายเป็นแอ๊คชั่นคอมเมอดี้ที่ลงของ 2 วัฒนธรรมที่ลงตัว ตะวันตกที่เป็นคาวบอยและมวยไทยอย่างม้าย่อง มันเป็นลีลาที่หาคู่จับและคู่ปรับได้เป็นอย่างดี ก็เลยเป็นการต่อสู้ที่มาเจอกันในภ.เรื่องนี้ ที่เลือกเป็นม้าเพราะอย่างเสนอมุมมองแบบไทยของมวยไทย และเสนอสิ่งที่คนอาจจะไม่เคยรู้จักเรามาก่อน ว่าเราสามารถเต้น ร้อง และเอานำเรื่องเหล่านี้มาผสมผสานกับมวยได้ จึงแตกและมาพัฒนาเป็นศาสตร์มวยแบบใหม่ขึ้นมาจากม้าย่อง” จาบอกมาในจดหมายข่าว

นอกจากจา พนม และลันด์เกรนแล้ว หนังยังมีมินฑิตา วัฒนกุล, โคแนน สตีเวน, เดวิด อิสมาโลน และจักรกฤษณ์ กนกพจนานนท์ จาก Fighting Fish ดุ ดวล ดิบ ร่วมแสดงด้วยครับ

หนังได้เปิดกล้องถ่ายทำแล้ว

ตัวอย่างใหม่ที่เน้นดราม่าและการถ่ายภาพงามๆ จากหนัง “เกรียนฟิคชั่น”

grean fiction new trailerก่อนที่หนังจะเข้าฉายในบ้านเราวันที่ 18 เมษายนนี้ “เกรียนฟิคชั่น” ของผู้กำกับมะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีรกุล ก็ถูกปล่อยออกมายั่วความอยากดูให้เพิ่มขึ้นไปอีกครับ

ตัวอย่างหนังฉบับนี้มีชื่อว่าฉบับคำม่วน ซึ่งเป็นชื่อบริษัษผลิตภาพยนตรืของผู้กำกับ และน่าจะบอกเป็นนัยว่านี่เป็นตัวอย่างในฉบับของผู้กำกับเองที่แตกต่างจากฉบับแรกที่ปล่อยออกมาที่เหมือนจะเน้นตลกแสบตามประสาวัยรุนเป็นหลัก ฉบับนี้ให้อารมณ์เป็นหนังดราม่าชีวิตวัยรุ่นมากขึ้นใกล้เคียงกับอารมณ์ของ “รักแห่งสยาม” และ “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” ครับ

ตัวอย่างยังเผยฟุตเตจใหม่ เล่าเนื้อเรื่องของหนังมากขึ้น และเผยงานถ่ายภาพงามๆ ที่ชวนให้เรานึกถึงหนังอย่าง The Tree of Life ด้วย

หนังเป็นเรื่องราวเกรียนๆ ของแก๊งวัยรุ่นแก๊งเกรียนที่ประกอบด้วย ตี๋(พันธดนย์ จันทร์เงิน), โอ๊ต(กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม), ม่อน(ปุริม รัตนเรืองวัฒนา) และโมน(กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา) ที่โด่งดังเพราะทำคลิปหนังลงยูทูบ แต่ก็ดังอยู่ได้ไม่นานเพราะตี๋ต้องไปเล่นละครเวทีเป็นพระเอกประกบพลอยดาว (ลักษณ์นารา เปี้ยทา) ดาวประจำโรงเรียน แล้วเกิดอุบัติเหตุทำให้เธอต้องอับอาย แก๊งเกรียนกลายเป็นแก๊งกาก ถูกขับไล่ออกจากชมรม และกลายเป็นที่เกลียดชังของอ.แดงต้อย (นิติ ชัยชิตาทร) พวกเขาจึงต้องหาทางทวงคืนความนิยมกลับมา

หนังยังมีวนิดา เติมธนาภรณ์, บริบูรณ์ จันทร์เรือง และนิธิศ วารายานนท์ ร่วมแสดงด้วยครับ ชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

“นี่ช้างของมึงหายอีกแล้วเหรอ” ตัวอย่างแรกของ “ต้มยำกุ้ง 2″ หลุดออกมา

tom yum kung 2ตัวอย่าง “ต้มยำกุ้ง 2” หนังบู๊ 3 มิติ เรื่องแรกของบ้านเราของผู้กำกับปรัชญา ปิ่นแก้ว หลุดออกมาออนไลน์ในยูทูบครับ และแม้ว่าคุณภาพของความคมชัดจะไม่ดีมาก แต่ตัวอย่างหนังก็บอกเป็นนัยว่าภาคต่อของหนังบู๊เรื่องนี้พัฒนาขึ้นจากเดิมเยอะมาก

อย่างแรกเลยที่ชอบในตัวอย่างหนังก็คือ คำพูดตัวละครของคุณหม่ำ เพทาย วงษ์คำเหลา ที่พูดกับขาม (จา พนม) ว่า “นี่ช้างของมึงหายอีกแล้วเหรอ” ให้อารมณ์เหมือนแซวตัวเองดีครับ และเป็นการแซวที่ชิงแซวก่อนที่จะโดนคนอื่นแซว นี่บอกเราว่าหนังน่าจะมีการใส่ใจที่บทมากขึ้นกว่าภาคแรก

แม้ว่าผมจะโอเคกับบทของภาคแรก เพราะแม้จะเชยๆ บ้าง แต่มันก็มีมาเพื่อรับใช้ฉากบู๊ในหนังได้ในระดับที่พอใช้แล้ว ช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวให้นำไปสู่ฉากบู๊ได้ และมันก็เป็นหนังขายฉากบู๊ จุดขายหลักอยู่ที่ตรงนั้น และฉากบู๊ก็ทำได้ออกมาในระดับดีเลิศ บทมีเพียงเพื่อให้เราลุ้นหรือมีอารมณ์ร่วมไปกับฉากบู๊มากขึ้นเท่านั้น แต่ก็อาจมีผู้ชมส่วนหนึ่งยังเห็นว่าบทแค่นั้นยังไม่พอ อยากให้มีมากขึ้นอีก ซึ่ง “ต้มยำกุ้ง 2” ดูเหมือนจะพยายามปรับปรุงเรื่องนี้ด้วย

ส่วนฉากบู๊ในตัวอย่างที่หลุดออกมาก็ดูเหมือนมีการจัดฉากที่ยิ่งใหญ่ น่าตื่นเต้น และซับซ้อนยิ่งขึ้นครับ การถ่ายทำด้วยกล้อง 3D อาจทำให้เรายิ่งลุ้นไปกับภาพตรงหน้าได้อีกระดับด้วย อยากรอดูเต็มตาว่าตอนเป็น 3D จะเป็นยังไงครับ

นอกจากจา พนม กับ เพชรทาย วงษคำเหลา แล้ว หนังยังมีจีจ้า ญาณิน และ RZA ร่วมแสดงด้วย จะเข้าฉายบ้านเราธันวาคมนี้

UPDATE: ตัวอย่างหนังถูกตามเก็บออกไปจากยูทูบแล้วครับ แต่ของแบบนี้หลุดออกมาแล้วหลุดเลย ถ้าค้นดีๆ ก็อาจเจอใครเซฟเก็บไว้แล้วนำมาอัพโหลดต่อครับ แต่ถ้าคุณอยากชมแบบคุณภาพดีๆ ก็รออีกหน่อย สหมงคลฟิล์มน่าจะปล่อยออกมาในอีกไม่นานนี้ครับ

Read more of this post

ภาพแรกของจา พนม และ ดอล์ฟ ลันด์เกรน จากหนังบู๊คาวบอยไตรภาคชาติชิงชัย A Man Will Rise

a man will rise fitting 01จำข่าวเมื่อปีที่แล้วได้ไหมครับที่ลงในไทยรัฐปนอยู่กับข่าวที่พ่อของจา พนม ออกมาตามหาตัวลูกชาย คุณสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ หรือ “เสี่ยเจียง” ประธานของสหมงคลฟิล์ม เล่าในข่าวให้ฟังว่าได้เตรียมโครงการหนังใหญ่ทุนสร้าง 400 ล้านบาท ให้จา พนม แสดงประกบกับฌอง-คล้อด แวนแดม เป็นโครงการหนังที่ต่อมา นักแสดงสาวมิณฑิตา วัฒนกุลที่ได้ร่วมเล่นหนังเรื่องนี้ด้วยบอกแก่ข่าวสดว่าหนังว่า “ชาติชิงชัย เดอะโลคอล ฮีโร่“ครับ และ “จะเป็นหนังไตรภาค และข่าวว่าทางฮอลลีวู้ด ซื้อเรื่องนี้ไปแล้ว เท่ากับว่าจะมีชื่อเราเข้าไปอยู่ในฮอลลีวู้ดด้วย เรื่องนี้มิ้นท์จะเล่นเป็นนางเอก บทในภาคแรกจะเป็นของผู้ชายมากกว่า” ดูเหมือนว่าหนังได้เปลี่ยนนักแสดงใหม่จากฌอง-คล้อด แวน แดม ครับ ซึ่งกระแสข่าวบอกว่าป่วยกะทันหันจนต้องหานักแสดงมาเล่นแทน คนที่มาสวมบทก็คือดอล์ฟ ลันด์เกรน ครับ เป็นพระเอกนักบู๊ตำนานคนหนึ่งของฮอลลีวู้ดในระดับเดียวกับแวน แดม และภาพเบื้องหลังการลองชุดเสื้อผ้าในหนังก็เผยออกมาแล้วที่ Van Damme Fan ครับ ( via Twitch)

จากเสื้อผ้า ดูแล้วน่าจะเป็นหนังบู๊ย้อนยุคที่มีกลิ่นอายของคาวบอยครับ ในเว็บไซต์ดังกล่าวบอกว่าหนังใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า A Man Will Rise อาจแปลว่าหนังอาจจะไม่ใช้ชื่อว่า The Local Hero ในตลาดต่างประเทศ หรืออาจมีการเปลี่ยนชื่อก็ได้ครับ

ในรูปนอกจากมีลันด์เกรนแล้ว ก็ยังมีโคแนน สตีเวน จาก Game of Thrones และ แพทริค คาซู ถัง จาก จีจ้า ดื้อ สวย ดุ (Raging Phoenix) ด้วย แปลว่าเราอาจได้เห็นนักแสดงสตันท์แมนระดับอินเตอร์อีกหลายคนในหนัง

ในบทความของข่าวสดบอกเพิ่มเติมด้วยว่าหนังจะถ่ายทำในเยาวราช ตัวละครของจา พนม กับมิณฑิตา วัฒนกุล เติบโตมาในที่แห่งนั้น และมีกลุ่มคนร้ายเข้ามารุกราน จะมีการสร้างฉากใหม่ให้ดูย้อนยุคด้วย ทำให้นึกถึงหนังอย่าง Kung Fu Hustle ของโจวซิงฉือครับ

A Man Will Rise อำนวยการสร้างโดยวิทิตนันท์ โรจนพานิช จากหนังปี 2548 เรื่อง “บั้งไฟเทวดา” แต่อาจเป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะคนไทยคนแรกที่ปีนยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จครับ

จา พนม ยังมีหนังเรื่อง “ต้มยำกุ้ง 2” หนังภาคต่อที่ถ่ายทำในระบบสามมิติ ออกฉายธันวาคมปีนี้ครับ

UPDATE: แวน แดมถอนตัวจากโครงการหนังเรื่องนี้เพราะติดคิวหนังเรื่องอื่นครับ ไม่ใช่เพราะป่วย, แพทริค คาซู ถัง ไม่ได้ร่วมเล่น และคุณวิทิตนันท์ โรจนพานิช ทำหน้าที่อำนวยการสร้างครับ ไม่ใช่กำกับ

Read more of this post

ตัวอย่างฉบับเต็มของหนังรักปนฮา “ฤดูที่ฉันเหงา” จาก แดน วรเวช ดานุวงศ์

love in rain 01สหมงคลฟิล์มได้ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มของ “ฤดูที่ฉันเหงา” หนังผลงานจากการเขียนบทและกำกับเรื่องใหม่ของแดน วรเวช ดานุวงศ์ ออกมาแล้วครับ ดูแล้วเหมือนเป็นหนังที่มีทั้งฉากขำและฉากซึ้งที่พยายามเปรียบเทียบความรักกับฤดูฝน

หนังเป็นเรื่องราวความรักของคนห้าคน นำแสดงโดย โทนี่ รากแก่น, เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์, วรเวช ดานุวงศ์, จินตนัดดา ลัมะกานนท์ และ นารา เทพนุภา ที่ดูเหมือนมีทั้งการพบรัก แอบรัก และรักเขาข้างเดียว ทุกอย่างในตัวอย่างหนังรวมถึงการออกแบบตัวละครดูจะไม่ค่อยแตกต่างจากที่เราเห็นนักแสดงนำบางคนเคยแสดงในซิทคอม หรือละครทีวีเท่าไหร่ เพียงแต่ถูกจับให้มาอยู่ในเรื่องราวที่เปลี่ยนไป

จุดเด่นที่ผมเห็นจากตัวอย่างหนังก็คืองานถ่ายภาพครับ ถ่ายออกมาได้สวยละมุนละไมมาก โดยเฉพาะช็อตที่จับภาพของแป้งโกะ หรือจินตนัดดา ลัมะกานนท์ ที่ทำให้เธอสวยชวนมองเป็นพิเศษมากกว่าที่สวยปกติอยู่แล้ว

นอกจากรับหน้าที่กำกับ, เขียนบท และร่วมแสดงแล้ว วรเวชยังรับหน้าที่ร่วมควบคุมงานสร้างกับปรัชญา ปิ่นแก้ว และร่วมลำดับภาพในหนังเรื่องนี้ด้วย

หนังจะเข้าฉาย 9 พฤษภาคมนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

“พี่มาก..พระโขนง” ทำรายได้ผ่าน 200 ล้านบาทแล้ว และคลิปเบื้องหลังมากมาย

pee mak boxofficeไม่บ่อยเลยที่หนังไทยสมัยนี้สักเรื่อง จะทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท แต่ “พี่มาก..พระโขนง” ของจีทีเอชหรือผู้กำกับบรรจง ปิสัญธนะกูล ไปได้ไกลถึง 200 ล้านบาทแล้วครับ เป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดของค่ายไปแล้ว

ทวิตเตอร์ของจีทีเอชเป็นผู้ประกาศข่าวนี้ครับ บอกว่า “แจ้งมาละครับพ้นคืนนี้(5เม.ย.)พี่มาก..พระโขนงผ่าน 200 ล้านแน่นอนแล้ว ขอกราบขอบพระคุณทุกๆคนที่ร่วมกันสร้างปรากฎการณ์พี่มากฟีเวอร์” ถือเป็นการทำลายสถิติรายได้สูงสุดของหนังจีทีเอชเรื่อง “ATM เออรัก เออเร่อ” ที่เคยทำไว้ที่ 152.5 ล้านบาท ในปี 2555 และกลายเป็นหนังไทยที่ทำเงินสูงสุดอันดับที่ 5 มีแนวโน้มที่จะทำรายได้แซงอันดับ 2, 3 และ 4 ในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรทั้งสามภาคเป็นเจ้าของสถิติอยู่

นอกจากเรื่องรายได้แล้ว จีทีเอชยังได้ปล่อยคลิปเบื้องหลังออกมาหลายตัวเลยครับ เช่นการตามหาโลเกชั่นถ่ายทำ เบื้องหลังฉากสงคราม การเมคอัพ และล่าสุดก็เบื้องหลังท่าเต้นกองพันฮาๆ ในหนังที่เล่าออกมาในแบบขำๆ เหมือนตัวหนัง

“พี่มาก..พระโขนง” น่าจะยังคงทำรายได้ต่อไปอีกในสัปดาห์ที่จะถึง เพราะวันหยุดยาวกำลังมาครับ คลิกชมคลิปทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

ผู้กำกับทรงยศ สุขมากอนันต์ พูดถึงที่มาที่ไป แรงบันดาลใจ และอะไรคือหนังคอนเสิร์ต Bodyslam นั่งเล่น

body slam movieBodyslam นั่งเล่น” หนังคอนเสิร์ตผลงานภาพยนตร์ของทรงยศ สุขมากอนันต์ ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาตั้งแต่สัปดาห์ได้สองสัปดาห์แล้วครับ หลายคนคงได้เห็นไปแล้วว่าหน้าตาของหนังจะออกมายังไง หนังเป็นการถ่ายทอดการแสดงคอนเสิร์ตของวงบอดี้สแลม วงดนตรีที่ถือว่าเป็นแถวหน้าของวงการดนตรีบ้านเราในยุคนี้ ที่เรียกว่า “Bodyslam นั่งเล่น” เมื่อพฤศจิกายนปี 2554 และผู้กำกับทรงยศได้ใช้เวลาตัดต่อฟุตเตจตลอดช่วงปี 2555 ทั้งปี เพื่อให้ออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ เราได้อีเมลสัมภาษณ์ผู้กำกับเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับหนังมากขึ้นสำหรับแฟนๆ ที่อยากดูหนังครับ

นอกจาก “บอดี้สแลม นั่งเล่น” จะเป็นหนังแล้ว ยังมีฉบับดีวีดีที่ยาว 4 ชั่วโมงออกมาด้วย เป็นงานตัดต่อของทรงยศทั้งคู่ แต่ผู้กำกับบอกครับว่าดีวีดีกับหนังจะแตกต่างกันแน่นอน ”จริงๆผมต้องตัด 2 เวอร์ชั่น คือ เวอร์ชั่น DVD ความยาวเต็มคอนเสิร์ต คือ 4 ชั่วโมง กับเวอร์ชั่นหนังที่ต้องสั้นลงเหลือ 2 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งใจว่าจะตัดให้ไม่เหมือนกันด้วยฟุตเตจเดียวกันนี่แหละครับ ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นคอนเสิร์ต ไม่ใช่หนังสารคดีเบื้องหลัง

ทรงยศขยายความให้ฟังต่อว่า “คือการที่คนทำหนังไปดูซ้อมวง ไปฟังมู้ดเพลงที่อเรนจ์ใหม่ ไปประชุทสคริปต์คอนกับเค้า แล้วเกิดแรงบันดาลใจออกไปถ่ายภาพในคอนเสิร์ต แล้วนำมาตัดต่อ เรียบเรียง มันก็จะออกมาเป็นภาพคอนเสิร์ตแบบที่มีมู้ดภาพยนตร์อยู่น่ะครับ ไม่รู้ผมอธิบายให้เข้าใจเปล่า ตอนวงมาดูคัตติ้งแรกๆ ก็จะติดว่าทำไมเราตัดลงบีทแบบแปลกๆ คือมันจะไม่ใช่จังหวะเหมือนกล้องสวิชต์ไปรับเครื่องดนตรีที่เล่น แต่มันจะเป็นจังหวะแบบตอนนี้เราอยากให้คนดูเห็นอะไร

ยิ่งพูดยิ่งงง เอาเป็นว่าคนดูที่ไม่คุ้นอาจรู้สึกแปลกๆเหมือนตอนวงมาดูครั้งแรก แต่พอตัดเวอร์ชั่น DVD เสร็จตั้งแต่พ.ย.ปีที่แล้ว เราก็เริ่มตัดหนัง ยิ่งอยู่กับฟุตเตทนานเราก็ยิ่งเห็นทิศทางใหม่ๆ และตัดหนังออกมาด้วยมู้ดอีกแบบจากฟุตเดียวกัน ปรากฎว่าตูน(อาทิวาร์ คงมาลัย นักร้องนำ) ชอบเวอร์ชั่นหนังซึ่งยาว 2ชั่วโมงครึ่งมาก และขอให้เอาเวอร์ชั่นนี้ลงดีวีดีด้วยเลย ไม่อยากให้มี 2 เวอร์ชั่นสุดท้ายก็เลยเหลือเวอร์ชั่นเดียว 2 ชั่วโมงครึ่งฉายโรงเสร็จ ลงดีวีดีต่อ แต่ดีวีดีมีเพลงที่ตัดทิ้งเหมือน Delete Scene ครับ

ส่วนคำถามที่ว่าผู้กำกับทรงยศได้มากำกับหนังคอนเสิร์ตเรื่องนี้ได้ยังไง ฟังดูแล้วเหมือนเป็นชะตาลิขิตนิดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลงานเรื่องก่อนหน้าด้วยครับ

Read more of this post

ดูผู้กำกับพูดถึงหนัง และนักแสดงพูดถึงตัวละครในคลิปเบื้องหลังแรกของ “คู่กรรม”

khu kum bh01คู่กรรม” ภาพยนตร์ทุนสร้าง 70 ล้านบาทของเอ็ม 39 จะออกฉายในสัปดาห์หน้าแล้ว ซึ่งหนังทุนสูงขนาดนี้ ค่ายหนังหวังอย่างมากที่จะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท เพื่อให้อย่างน้อยได้ทุนการสร้างคืนมาครับ และเพื่อเพิ่มความสนใจให้แก่หนังมากขึ้น ค่ายหนังได้ปล่อยคลิปเบื้องหลังคลิปแรกออกมาเชิญชวนผู้ชมไปดูหนังเรื่องนี้ครับ

ในคลิป เปิดด้วยความเห็นของผู้กำกับกิติกร เลียวศิริกุล เกี่ยวกับเรื่องราว “คู่กรรม” ว่ามีเสน่ห์ยังไง และมีความต้องการเน้นให้เกิดความสมจริงให้มากที่สุดครับ “พอมาถึงยุคนี้นะ ลักษณะการสร้างความเชื่อในภาพยนตร์ มันเข้มข้นขึ้น ถ้าบอกว่ามันดูปลอมๆ คนดูปัจจุบัน ผมว่าเขาไม่ยอมแล้วนะ มันดูไม่สมจริง มันไม่ได้ มันไม่อยู่ในมาตรฐาน” ผู้กำกับบอกในคลิป

ณเดชน์ คูกิมิยะ ซึ่งรับบทเป็นโกโบริ ตัวละครเอกของเรื่องก็บอกถึงความท้าทายในการรับบทด้วยว่า “สิ่งที่ยากที่สุดของการเป็นโกโบริก็คือภาษา และก็กายภาพ เพราะว่าผมต้องมานั่งคุยกับพี่เลียวเลยว่า มันควรจะเป็นภาษายังไง พูดสำเนียงยังไง อาจจะไม่เพี้ยนเป็นสุพรรณ หรืออาจไม่ลิ้นสั้นไป และเรื่องกายภาพก็ต้องมีดีไซน์กันว่าลักษณะท่าทางและการพูดของโกโบริจะต้องเป็นยังไง เพราะว่า ผู้คนที่อ่านหนังสือก็จะมีโกโบริในแบบฉบับของพวกเขาเอง พี่เลียวกับผมก็จะมีโกโบริในแบบฉบับของเราเอง มันก็เป็นความท้าทายตรงนี้

ในคลิปยังให้เราเห็นเบื้องหลังการถ่ายทำหลายฉากที่เราได้เห็นไปแล้วในตัวอย่างหนัง และยังสัมภาษณ์อรเณศ ดีคาบาเลส ผู้รับบทอังศุมาลิน และนิธิศ วารายานนท์ ผู้รับบทวนัสด้วยครับ

คลิกชมได้ด้านใน

Read more of this post

“พี่มาก…พระโขนง” ทำรายได้เปิดตัววันแรกเยอะมาก ที่ 21.20 ล้านบาท และความเห็นหลังชม

Pee Mak Phrakanong firstlookปกติไม่ค่อยได้รายงานตัวเลขรายได้ภาพยนตร์เท่าไหร่ครับ แต่นี่เป็นข่าวทุบสถิติที่ต้องพูดถึง ตามข้อความบนทวิตเตอร์ของผู้กำกับบรรจง ปิสัญธนะกูล บอกว่าหนัง “พี่มาก..พระโขนง” เปิดตัววันแรกจากการฉายเมื่อวานนี้สูงถึง 21.20 ล้านบาทเลยครับ เป็นรายได้เปิดตัววันแรกที่สูงอย่างมาก

ถือเป็นข่าวดี เพราะไม่บ่อยที่หนังไทยจะทำเงินสูงแบบนี้ครับ รายงานจากทวิตเตอร์จากผู้ชมหลายคนก็บอกว่าโรงหนังแน่นเลย มีคนเข้าคิวยืนต่อแถวซื้อตั๋วกันยาวเหยียด แต่ละรอบก็เหลือแค่ 2-3 แถวหน้าสุดครับ

ผมเคยคาดว่าว่า “พี่มาก” จะทำเงินถึง 100 ล้านบาทแน่นอน แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีโอกาสถึงเร็วขนาดนี้ครับ ถ้ารายได้เปิดตัววันแรกสูงขนาดนี้ รายได้ 4 วันไม่น่าจะต่ำกว่า 85 ล้านบาทครับ

ความสำเร็จอย่างหนึ่งของหนัง ไม่ใช่เรื่องการตลาดเพียงอย่างเดียวด้วย ตัวหนัง “พี่มาก..พระโขนง” ก็ทำสำเร็จในแง่การให้ความบันเทิงแก่คนดู โดยส่วนตัวไม่ได้รู้สึกอิ่มหรือถึงสุดจุดยอดกับหนังเรื่องนี้ และไม่คิดว่าหนังสมบูรณ์แบบไปหมด มีบางอย่างที่ผมชอบมาก และไม่ค่อยชอบในหนัง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่านี่เป็นหนังที่ตีโจทย์แตก ผู้กำกับได้สร้างโลกอันน่าเชื่อและชวนให้คล้อยตามไปได้จนจบ และรู้สึกคุ้มค่าที่ได้มานั่งชมหนัง

หนังอาจเน้นขายความฮา แต่ส่วนที่โดนใจผมมากที่สุดกลับเป็นฉากซึ้งในตอนใกล้จบที่ทำเอาน้ำตานองหน้าเลย

ความเห็นโดยรวมจากผู้ที่ชมมาแล้วก็อยู่ในเกณฑ์ดีส่วนใหญ่ครับ ผมยังไม่ค่อยเห็นใครให้คะแนนหนังเรื่องนี้ต่ำกว่า 7/10 ซึ่งแปลว่าอาจจะมีบางส่วนที่ไม่ได้ปลื้มหนังมากมาย แต่ก็ยอมรับว่าหนังเรื่องนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ควรให้การสนับสนุน

พร้อมๆกับข่าวนี้ ผมได้แนบความเห็นน่าสนใจจากทวิตเตอร์เข้ามาให้อ่านกันด้วยครับ

Read more of this post

หนังสยองขวัญ “โลงจำนำ” ขายลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายได้แล้วในหลายประเทศ

pawn-shop-screenshot-03ค่ายหนัง โกลเด้น เอ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ดูจะไปได้ดีกับ “โลงจำนำ” ผลงานภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องล่าสุด ที่นำแสดงโดยกฤษดา สุโกศล แคลปป์ ครับ  หลังจากเอาคลิปภาพยนตร์ตัวแรกไปเปิดบูธแสดงในงานฮ่องกงฟิล์มมาร์ท ระหว่างวันที่ 18-21 มีนาคม ที่ผ่านมา ก็ได้รับการติดต่อจากผู้จัดจำหน่ายหลายค่ายในเอเชียที่จะซื้อไปฉาย และยังได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศในงานด้วย

คุณสุพพัฒ เรืองศรี ผู้อำนวยการสร้างของ “โลงจำนำ” เปิดเผยถึงความสนใจจากตลาดหนังในเอเชียผ่านจดหมายข่าวจาก  โกลเด้น เอ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ว่า “บูธของโกลเด้น เอ ถือว่าเป็นน้องใหม่ในตลาดซื้อขายหนังในต่างประเทศ แต่ด้วยคลิปที่ทรงพลังของ “โลงจำนำ” มันบอกเรื่องราวแหวกแนว และการนำเสนอไอเดียที่แปลกตาด้านภาพ ก็ทำให้หนังของเราได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อย ซึ่งขณะนี้เราจบการขายกับไต้หวันเรียบร้อยแล้ว มีกำหนดเข้าฉายในเดือนกันยายนนี้ ส่วนสิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฮ่องกง อินโดนีเซีย กัมพูชายังไม่มีกำหนดเข้าฉายที่แน่นอน คาดว่าจะเข้าฉายตามมาจนถึงสิ้นปี นอกจากนั้นยังมีประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา แต่ที่เซอร์ไพรส์เราคือ อินเดีย ซึ่งเราคิดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดียนั้นใหญ่มาก จนไม่จำเป็นต้องนำเข้าหนังต่างประเทศ ก็สนใจอยากนำหนังของเราไปฉาย เพียงแต่ด้วยเงื่อนไขทางธุรกิจบางประการ ทำให้ยังไม่มีการตัดสินใจระหว่างกัน และทางสถานีโทรทัศน์ในญี่ปุ่น ก็สนใจอยากร่วมงานกับทาง ”คุณภาม รังสี” ผู้กำกับ ในการผลิตหนังผีตอนสั้นๆเพื่อออกอากาศที่นั่น

นอกจากตลาดหนังจะสนใจ “โลงจำนำ” แล้ว เทศกาลหนัง East Wind – Third Window Film จากเมืองโคเวนทรี่ ประเทศอังกฤษ ก็ยังให้ความสนใจเชิญชวนให้หนังเรื่องนี้เข้าร่วมฉายในเทศกาลซึ่งจะจัดขึ้นในต้นเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ด้วยครับ

ใน”โลงจำนำ” กฤษดา สุโกศล แคลปป์ รับบทเป็นหนึ่ง นักแต่งเพลงที่มีชีวิตเรียบง่ายอยู่กับภรรยาสาวสวยชื่อดาว (ศุภักษร ไชยมงคล) มีธุรกิจเปิดผับเล็กๆ แต่เรื่องร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งขับรถชนลูกสาวของเพื่อนบ้านที่สนิทกันจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา หนึ่งตัดสินใจเอาสมบัติทั้งหมดที่มีไปจำนำเพื่อหาเงินไปชดใช้ความผิดที่ก่อขึ้นในโรงจำนำประหลาดแห่งหนึ่ง แต่ก็ได้เงินไม่พอ หลงจู้ซึ่งเป็นผู้ดูแลโรงจำนำแห่งนั้นแนะให้หนึ่งจำนำตัวเองกับผี เพื่อแลกกับเงินหนึ่งล้านบาท หนึ่งจึงจำยอมโดยไม่อาจรู้เลยว่าชีวิตจะพบอะไรในโรงจำนำแห่งนั้น

โลงจำนำ” อำนวยการสร้างโดย โกลเด้น เอ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ผลิตโดย ฟรีฟิล์ม พิคเจอร์ส มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทย 27 มิถุนายนนี้ และจะเปิดฉายในไต้หวันเดือนกันยายน สำหรับประเทศอื่นๆในเอเชีย คาดว่าจะทะยอยเข้าฉายระหว่างกรกฎาคมถึงปลายปีนี้

Read more of this post

ดูเสือสมิงปะทะมนุษย์หมาป่าในตัวอย่างแรกของ “หล่อลากไส้”

tiger and wolf bannerผลงานที่ผ่านมาของผู้กำกับสราวุธ อินทรพรหม อาจแบ่งได้ 3 อย่าง นั่นก็คือหนังสยองขวัญ (ตายทั้งกลม, หนังผี), หนังอนิเมชั่น (Boyfriend) และหนังความสัมพันธ์โรแมนติกของชายกับชาย (เซ็งเป็ด) ครับ ดูเหมือนว่า “หล่อลากไส้” ผลงานล่าสุดจะนำทั้งสามอย่างที่ผู้กำกับสราวุธเคยทำไว้มาผสมรวมกัน และตัวอย่างของหนังก็เผยโฉมออกมาแล้วที่เฟซบุคทางการของหนัง

เนื้อเรื่องของหนังดูจะไม่มีอะไรมาก เป็นเรื่องสงครามของสองเผ่าพันธุ์อมนุษย์ ที่อาจทำให้คุณนึกถึง Twilight หรือ Underworld แต่แทนที่จะเป็นแวมไพร์กับมนุษย์หมาป่า ผู้กำกับปรับให้เป็นตามความเชื่อของไทยมากขึ้นด้วยการเป็นการปะทะกันของเสือสมิงกับมนุษย์หมาป่าแทนครับ

หนังเป็นเรื่องราวของ กาย (กานต์ กุลานุพงศ์) เด็กหนุ่มผู้อ่อนแอแอบชอบสาวสวยชื่อ นานา (ฐิติกานต์ สิทธิสัมพันธ์) แต่ทว่า นานาเป็นที่หมายปองของ ไตร (ณัฐวัตร ดีวงกิจ) มนุษย์หมาป่าเกเร ทำให้กายถูกไตรทำร้ายสาหัส โชคดีที่ เซน (วศิษฏ์ ผ่องโสภา) เสือสมิงหนุ่มมาช่วยกายไว้ได้ และเซนก็ทำให้กายเป็นเสือสมิงเหมือนตน และนั่นคือตอนที่สงครามความรักของเสือสมิงกับมนุษย์หมาป่าได้เร่มขึ้นครับ

บางอย่างในตัวอย่างหนังบอกผมเป็นนัยว่าบทหลักๆ ของหนังจะอยู่ที่ความสัมพันธ์ของกาย, ไตร และเซน ครับ ซึ่งแฟนประจำของผู้กำกับสราวุธน่าจะชอบ และหนังยังใช้เทคนิคอนิเมชั่นมาช่วยเหล่าเรื่องในฉากแปลงร่างด้วย

หล่อลากไส้” มีกำหนดฉาย 25 เมษายนนี้ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

MV เพลง “อังศุมาลิน” ประกอบหนัง “คู่กรรม”

hideko khu kum mvผมไม่คิดว่าจะเอ็มวีประกอบภาพยนตร์ไทยเรื่องไหนที่คนตั้งตารอคอยเท่านี้แล้วแหละครับ นอกจากเป็นการเปิดตัวมิวสิควิดีโอแล้วยังเป็นการเปิดตัวเพลง “อังศุมาลิน” ซึ่งเป็นเพลงฉบับเนื้อร้องภาษาไทยของ “ฮิเดโกะ” ที่ใช้ประกอบในตัวอย่างหนังที่ไพเราะมากๆ แล้ว เพลงนี้ยังได้นักแสดงขวัญใจประชาชนอย่างณเดชน์ คูกิมิยะ ที่มีผู้ชื่นชอบและติดตามผลงานอีกมากมาย มาขับร้องให้อีก และไหนจะยังการประชาสัมพันธ์แบบรุกหนักผ่านสื่อหลายแขนงพร้อมๆกันว่าหลัง 4 ทุ่มของวันนี้ เราจะได้ชมมิวสิควิดีโอตัวนี้ทางทีวี (ในแบบสั้น) และทางเฟซบุคของค่ายหนัง M39 (ในแบบเต็มๆ) ยิ่งทำให้ผู้คนอยากมีส่วนร่วมและรอชมอย่างมากครับ

เส้นทางของเพลง “อังศุมาลิน” นี้ก็มีความน่าสนใจอยู่ทีเดียวครับ มันเริ่มจากเป็นเพลงที่ถูกแต่งมาสั้นๆ เพื่อใช้ประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ โดยคุณวิชญ์ วัฒนศัพท์ (โหน่ง ทีโบน) แห่งค่ายค่ายหัวลำโพง ริดึม เป็นผู้ปนะพันธ์คำร้องและดนตรี และให้ Yusuke Namikawa ขับร้อง แต่เพลงไพเราะมากจนผู้คนเรียกร้องให้ทางเอ็ม39 ทำฉบับเต็มออกมา จนเกิดเป็นเพลงเต็มชื่อว่า “ฮิเดโกะ” และตอนนี้เพลงก็ถูกแปลงเป็นเนื้อภาษาไทย ผมคิดว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเพลงนี้คงจะดีใจและภูมิใจอย่างมากที่เพลงเพลงนี้ได้เติบโตมาขนาดนี้ครับ

ผมยังไม่แน่ใจว่าเพลง “อังศุมาลิน” จะเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วยรึเปล่า หรือใช้สำหรับการประชาสัมพันธ์หนังอย่างเดียว เหมือนในจุดประสงค์แรกของเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อประกอบตัวอย่างหนังครับ เพราะเอ็ม39 เองก็เคยประกาศว่าได้ให้คุณบอย โกสิยพงษ์ มาทำเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ด้วย ในภาพยนตร์ “คู่กรรม” อาจจะยังมีอีกเพลงหนึ่งรึเปล่า กำลังรอข้อมูลอยู่ครับ

คู่กรรม” กำกับโดยโดยกิตติกร เลียวศิริกุล เข้าฉาย 4 เมษายนนี้ เชิญรับชมและรับฟังมิวสิควิดีโอได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ตัวอย่าง “เกรียน ฟิคชั่น” ของมะเดี่ยว ชูเกียรติ ออกมาเกรียนแล้ว

grean fictions trailerวัยรุ่นเป็นได้ครั้งเดียว…เกรียนซะ” นั่นคือคำพูดที่ในตัวอย่างหนัง “เกรียน ฟิคชั่น” ของผู้กำกับมะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล บอกมาครับ ซึ่งจะพาเราไปพบเรื่องราวเกรียนๆ ของแก๊งวัยรุ่นแก๊งเกรียนที่ประกอบด้วย ตี๋(พันธดนย์ จันทร์เงิน), โอ๊ต(กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม), ม่อน(ปุริม รัตนเรืองวัฒนา) และโมน(กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา) ที่โด่งดังเพราะทำคลิปหนังลงยูทูบ แต่ก็ดังอยู่ได้ไม่นานเพราะตี๋ต้องไปเล่นละครเวทีเป็นพระเอกประกบพลอยดาว (ลักษณ์นารา เปี้ยทา) ดาวประจำโรงเรียน แล้วเกิดอุบัติเหตุทำให้เธอต้องอับอาย แก๊งเกรียนกลายเป็นแก๊งกาก ถูกขับไล่ออกจากชมรม และกลายเป็นที่เกลียดชังของอ.แดงต้อย (นิติ ชัยชิตาทร) พวกเขาจึงต้องหาทางทวงคืนความนิยมกลับมา

ตัวอย่างหนังนอกจากกำกับภาพออกมาได้สวย และมีศิลปะมากๆ แล้ว ยังแสดงเรื่องราววัยรุ่นที่ผู้กำกับมะเดี่ยวมักนำเสนอออกมาได้ดี มีความตลกปนชีวิต ที่ฉากตลกก็ฮา ฉากชีวิตก็สะเทือนใจแบบนิ่งๆ เหมือนที่เราเคยชมใน “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” และ “รักแห่งสยาม” ทั้งนี้อาจเพราะความประทับใจที่มีต่อหนังวัยรุ่นไทยสมัยที่ผู้กำกับยังเด็กอยู่ก็ได้ครับ “ใช่ เราเติบโตมาพร้อมๆกับหนังไทยวัยรุ่นยุคของ พี่เอ็ม สุรศักดิ์ วงษ์ไทย แล้วเราก็ดูหนังวัยรุ่นมาตลอด ซึ่งแต่ละยุคแต่ละสมัยวัยรุ่นจะเปลี่ยนและแตกต่างกันไป เราจึงอยากทำหนังวัยรุ่น มันเหมือนเราได้บันทึกเรื่องราวความทรงจำวัยรุ่นยุค2013เอาไว้ในหนังของเรา เริ่มจากสิ่งที่วัยรุ่นสนใจ ไปจนถึงเรื่องวุ่นๆในวัยเด็ก ชีวิตของเด็กมัธยมปลายที่บางครั้งเรื่องเล็กๆสำหรับเด็กในวัยนั้นมันกลายเป็นเรื่องใหญ่มาก มันมีเรื่องราวสนุกสนานมากมาย และสำหรับ เกรียน ฟิคชั่น คือ บันทึกยุคสมัยในเด็กวัยรุ่นของยุคนี้นั่นเอง” นั่นเป็นความเห็นของผู้กำกับมะเดี่ยวที่พูดถึงที่มาของหนังเรื่องนี้

เกรียน ฟิคชั่น” ยังมีวนิดา เติมธนาภรณ์, บริบูรณ์ จันทร์เรือง และนิธิศ วารายานนท์ ร่วมแสดงด้วย หนังจะเข้าฉาย 18 เมษายนนี้ คลิกชมตัวอย่างด้านในครับ

Read more of this post

ไฟว์สตาร์สร้างหนังสยองขวัญ 3D “เงินปากผี” (Ghost Coins) โดยผู้กำกับจาก “นาคปรก”

Ghost Coins promoไฟว์สตาร์โปรดักชั่นยังคงเดินหน้าสร้างหนังสยองขวัญสามมิติอย่างต่อเนื่องครับ หลังจาก “407 เที่ยวบินผี” และ “ตีสาม” แล้ว และก็กำลังดำเนินงานสร้าง “จิตสัมผัส” (The Second Sight) อยู่ในตอนนี้ ไฟว์สตาร์ก็ได้ประกาศสร้างหนังสยองขวัญ 3D เรื่องล่าสุด เรื่อง “เงินปากผี” ที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Ghost Coins ครับ

Twitch รายงานครัว่าที่งานตลาดหนัง ฮ่องกง ฟิล์มมาร์ท ที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ ไฟว์สตาร์ได้ประกาศสร้างหนัง “เงินปากผี” ซึ่งโดยหลักก็คือเพื่อหาผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศนั่นเอง และให้รายละเอียด้วยว่า ภวัต พนังคศิริ จาก “นาคปรก” และ “อรหันต์ซัมเมอร์” จะมารับหน้าที่กำกับหนังสยองขวัญสามมิติเรื่องนี้ครับ

เนื้อเรื่องของหนังเกี่ยวข้องกับกลุ่มเด็กวัยรุ่นโลภมากที่ชอบเที่ยวขโมยเงินจากปากศพคนตาย ซึ่งตามความเชื่ออย่างหนึ่งก็คือให้เป็นค่าตอบแทนแก่ผู้นำทางดวงวิญญาณของคนตาย แต่แล้วเด็กกลุ่มนี้ก็ชะตาขาดเพราะไปขโมยเหรียญทองคำของศพเศรษฐีคนหนึ่งเข้า จากนั้นวิญญาณของเศรษฐีก็ได้กลับมาทวงเงินคืนด้วยความแค้น

เรื่องราวนี้เคยเป็นละครวิทยุมาก่อน แล้วต่อมาก็ถูกนำไปสร้างเป็นทั้งหนังไทยและละครโทรทัศน์มาหลายครั้งครับ บทประพันธ์ดั้งเดิมเป็นของคุณประดิษฐ์ กัลย์จาฤก

ส่วน”จิตสัมผัส” ที่กำลังถ่ายทำอยู่นั้น เป็นผลงานเขียนบทของก้องเกียรติ โขมศริ จาก “ไชยา” และ “เปนชู้กับผี” และกำกับโดยพรชัย หงษ์รัตนาภรณ์ จาก “ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ” และ “ฮาศาสตร์” ครับ

หนังเป็นเรื่องของชายหนุ่มชื่อเจ็ต ที่มีญาณทิพย์ สามารถเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติได้ ในทีแรกต้องปกปิดความสามารถพิเศษนี้ไว้เพราะกลัวถูกหาว่าเป็นบ้า แต่ต่อมาได้ใช้ญาณทิพย์ไปในทางที่ผิด และนำเขาเข้าสู่ด้านมืด

คาดว่าเราน่าจะได้ดูหนังทั้งสองเรื่องนี้ในปีนี้ครับ

Read more of this post

สัมภาษณ์ บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับ “พี่มาก..พระโขนง”

banjong peemakเพื่อเพิ่มเติมข้อมูลให้แก่นักดูหนังที่อยากดู “พี่มาก..พระโขนง” ผลงานล่าสุดของผู้กำกับบรรจง ปิสัญธนะกูล จาก “กวนมึนโฮ“, “คนกอง” และ “คนกลาง” เราจึงขอสัมภาษณ์ผู้กำกับโต้งผ่านทางอีเมลครับ ในบางประเด็นที่แฟนหนังอาจอยากรู้

คำถามส่วนใหญ่ของเราเน้นไปที่ที่มาของหนัง แนวคิดเกี่ยวกับงานสร้าง ที่แฟนๆ และนักดูหนังอาจอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องสี่หนุ่มที่เคยร่วมงานกันในคนกอง และคนกลาง และทำไมต้องเป็นตำนานแม่นาคพระโขนง นอกจากนี้ก็ถามเกี่ยวกับโทนของหนัง และเกร็ดเกี่ยวกับการเขียนบทนิดหน่อยครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านเว็บทุกท่านครับ หลังจากหนังฉายแล้ว อาจมีการขอสัมภาษณ์อีกรอบในประเด็นที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องมากขึ้นครับ

พี่มาก..พระโขนง” เป็นการเอาตำนานผีอันอมตะมาเล่าใหม่ในรูปแบบของหนังสยองขวัญปนตลก มีมาริโอ เมาเร่อ รับบทเป็นพี่มาก และดาวิกา โฮร์เน เป็นแม่นาค ร่วมด้วยณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, พงศธร จงวิลาส, อัฒรุต คงราศรี และ กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข มารับบทเป็นสี่เกลอ ที่เป็นเพื่อนของพี่มาก ที่คอยหาทางบอกพี่มากว่าแม่นาคเป็นผี ทำให้เกิดเรื่องราวที่ทั้งลุ้นและทั้งฮาครับ

หนังจะเข้าฉาย 28 มีนาคมนี้ คลิกอ่านสัมภาษณ์ได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

ตัวอย่างฉบับเต็มตัวใหม่ของ “พี่มาก..พระโขนง” ที่ขำมาก และน่ากลัวมาก

pee mak 2nd full trailerจีทีเอชได้ปล่อยตัวอย่างหนัง “พี่มาก..พระโขนง” ฉบับเต็มอีกฉบับเอื้อมออกมาออนไลน์แล้วครับ ที่มีฉากระทึกขวัญระคนไปกับฉากฮาๆ สะท้อนความเป็นหนังสยองขวัญปนตลกของหนังเรื่องนี้ได้ดีที่สุด

ถ้าคุณชอบมุขตลกเกรียนๆ แบบในตัวอย่างแรก ตัวอย่างเต็มตัวนี้ปล่อยออกมาให้คุณเงิบกันหลายมุขเลย แถมฉากที่ชวนลุ้นระทึกที่ชวนให้ตลกไปพร้อมๆ กัน ก็จังหวะดีมาก ไม่ค่อยเห็นหนังที่ทำให้เรากลัวหรือลุ้น แต่ก็ยังฮาไปด้วยพร้อมกันแบบนี้บ่อยมาก ดูเหมือน “พี่มาก..พระโขนง” จะเป็นหนังไทยที่บันเทิงมากจริงๆครับ

ผมรู้สึกเหมือนกันว่าแม้แก่นของเรื่องส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับพี่มาก (มาริโอ้ เมอเร่า) และนางนาค (ดาวิกา โฮร์เน) แต่สีสันจริงๆ ของเรื่องราวและตัวละครที่สำคัญที่สุดอาจอยู่ที่สี่เกลออันประกอบด้วยณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, พงศธร จงวิลาส, อัฒรุต คงราศรี และ กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข ครับ ที่จะเป็นตัวละครที่จะทำให้คนดูรักได้อย่างมาก

พี่มาก..พระโขนง” กำกับโดยบรรจง ปิสัญธนะกูล ฉาย 28 มีนาคมนี้ครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ลลิตา ศศิประภา พบ เศรษฐพงศ์ เพียงพอ ในหนังรักต่างวัย “ประโยคสัญญารัก”

present perfect continuous tenseเลิฟตูจูด โปรดักชั่น บริษัทสร้างหนังน้องใหม่ได้เปิดตัวภาพยนตร์รัก “ประโยคสัญญารัก” และบวงสรวงเป็นกล้องไปเมื่อ 8 มีนาคม ที่ผ่านมาครับ ซึ่งมีหมิว ลลิตา ศศิประภา และ เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ มารับบทนำของเรื่อง ภายใต้การกำกับของผู้กำกับหน้าใหม่ บลูม พลัฏฐ์พล มิ่งพรพิชิต และอำนวยการสร้างโดยบัณฑิต ทองดี ครับ ภาพยนตร์ยังได้ปล่อยคลิปแนะนำนักแสดงหลักของหนังออกมาด้วยครับ

คลิปแนะนำนักแสดงมีเบบี้มายด์ ปรัชญานันท์ สุวรรณมณี และบอส นฤเบศ กูโน สองนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่โด่งดังจากคลิป “คุณทนความเย็นได้แค่ไหน เบบี้69” ซึ่งจะมาร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย มาสวมบทคล้ายกับที่พวกเขาแสดงในคลิปแล้วแนะนำนักแสดงหลักของหนังไปพร้อมๆ กันครับ

ผู้สร้างยังไม่ได้เผยเนื้อเรื่องของหนังออกมา บอกแต่เพียงว่าเป็นหนังรักเข้มข้นว่าด้วยเรื่องราวรักต่างวัย ซึ่งในที่นี้ห่างกันถึง 20 ปีครับ คุณลลิตาบอกในคลิปถึงตัวละครของเธอว่า ชื่อ “เอี้ยม” มีบุคลิกคล้ายสาวอาร์ทีส และตัวละครก็มีลูกติดด้วยหนึ่งคน ส่วนเศรษฐพงศ์ เพียงพอ บอกว่ารับบทเป็นตัวละครชื่อ “จิ้ง” เป็นนักศึกษาปีสุดท้าย เรียนวิชาภาพยนตร์ และเป็นคนรักของเอี้ยม

คุณลลิตาบอกด้วยว่าสาเหตุสำคัญที่เธอรับเล่นหนังเรื่องนี้ มาจากบทหนัง (ซึ่งผู้กำกับเป็นผู้เขียนบทด้วย) ครับ “สำหรับหนังเรื่องนี้ ประโยคสัญญารัก อ่านรอบแรกก็ชอบแล้ว อ่านรอบสองยิ่งชอบอีก ต้องดูทีละประโยคของบทเลย เพราะว่าหนังเรื่องนี้มีความหมายต่อหลายๆ คน ไม่ใช่แค่ชีวิตของเอี้ยมคนเดียว แต่เป็นตัวละครหลายๆ ตัว ซึ่งมีความหมายทุกตัวเลย

นักแสดงคนอื่นที่มาร่วมรับบท “ประโยคสัญญารัก” ก็ได้แก่ นนทิยา จิวบางป่า, ชญานุช บุญธนาพิบูลย์ หรือวีเจอิ๊งค์, และอาร์ม กรกันต์ สุทธิโกเศศ ครับ

หนังยังไม่มีกำหนดฉายเป็นทางการในตอนนี้

Read more of this post

คลิปตัวอย่างชวนสยองแรก และที่มาของ “โลงจำนำ”

pawn shop pic 01ใน “โลงจำนำ” กฤษดา สุโกศล แคลปป์ รับบทเป็นนักเขียนเพลงชื่อหนึ่ง ผู้ที่เอาชีวิตไปจำนำกับผีในโรงจำนำพิศวงเพื่อแลกกับเงินหนึ่งล้านบาท โดยไม่รู้ว่าชีวิตจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ตัวอย่างแรกของหนังได้เผยบางส่วนออกมาให้เราดูถึงความสยองขวัญที่นักเขียนเพลงผู้โชคร้ายคนนี้ต้องเจอครับ

ตัวอย่างแรกของ “โลงจำนำ” ที่เผยออกมาถือว่าตัดต่อได้ดีมากครับในแง่สร้างความน่าสนใจให้แก่หนัง เราได้เห็นตัวละครของกฤษดาที่ส่วนใหญ่อยู่ในโรงจำนำพิศวงนี้แล้วเจอความน่ากลัวหลายแบบมาก โดยที่การแสดงของกฤษดาในหลายฉากที่ออกมายิ่งเป็นเหมือนพลังส่งให้ฉากเหล่านั้นชวนขนลุกมากขึ้น ดนตรีประกอบที่ใส่เข้ามาก็ช่วยเร้าได้เป็นอย่างดีด้วย

ผู้กำกับภาร รังสี (เมนูของพ่อ) พูดถึง(และเรียบเรียงประโยคอีกที โดยสุพพัต เรืองศรี) คลิปแรกที่เผยออกมานี้ว่า “คลิปนี้เป็นคลิปแรก ผมจึงพยายามบ่งบอกสิ่งที่หนังมันเป็น ทั้งในส่วนโปรดักชั่น โทนสี อารมณ์ และทิศทางของหนัง ผมพยายามสร้างสิ่งที่หนังผีเรื่องอื่นไม่เคยพูดถึง หนังผีที่มีความหลอนในแนวทางสยองขวัญ แต่มันมีชีวิตของตัวละครในโทนดราม่าด้วยชะตากรรมแบบต่างกรรมต่างวาระ แต่จุดหมายเดียวคือ…เงินแลกทุกอย่างได้ แม้แต่ชีวิตของเราเองในยามที่เราหมดหนทางจริงๆ

แม้ว่าจะเป็นหนังสยองขวัญ แต่ที่มาจริงๆ ของหนังก็มีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องส่วนตัวของผู้กำกับครับ “หนังเรื่องนี้ ผมเอาเรื่องจริงจากชีวิตของผมเองมาดัดแปลง นั่นคือการเข้าโรงจำนำอยู่เป็นประจำตั้งแต่เริ่มหาความฝันของตัวเอง คนเราเดือดร้อนเรื่องเงินกันทั้งนั้นแล้วแต่เหตุและผลต่างกันไป ผมเคยเข้าโรงจำนำในตอนที่เดือดร้อนมากๆ และคิดไปเองว่าของที่นำไปจำนำจะได้เงินเยอะตามที่เราคิดไว้ ท้ายที่สุดมันไม่เป็นอย่างที่หวัง ทำให้ผมอยากทำหนังชื่อเรื่อง โรงจำนำ ภาพยนตร์ที่ผมอยากให้โทนของหนังและตัวแสดงเล่นกับอารมณ์ความเดือดร้อนของคน แต่เมื่อผมเลือกแนวให้มันเป็นหนังผี ชื่อเรื่องก็ต้องปรับสู่ความเป็นหนังผี เลยใช้ชื่อ “โลงจำนำ”” ภาม รังสี บอก

นอกจากมีกฤษดา สุโกศล แคลปป์ รับบทนำแล้ว หนังยังมีศุภักษร ไชยมงคล ร่วมแสดงด้วย จะเข้าฉายบ้านเราช่วงมิถุนายนนี้ครับ ชมคลิปตัวอย่างได้ที่ด้านใน

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,135 other followers