แคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์ และ ลีบยองฮุน สมทบภาคต่อ Red

เพื่อให้ Red 2 ดูน่าตื่นเต้นขึ้น ซัมมิท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ได้เลือกนักแสดงระดับแถวหน้ามาสมทบทีมจากนักแสดงชุดเดิมครับ เดดไลน์รายงานว่าแคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์ และ ลีบยองฮุน จะมาร่วมโหด มันส์ ฮา ในหนังบู๊ภาคต่อของ Red ที่ทั้งทำเงินและได้รับคำวิจารณ์ตอนที่ออกฉายในปี 2010

นักแสดงจากภาคแรกที่ตกลงเซ็นสัญญาตอนนี้มี 4 คน คือบรูซ วิลลิส, จอห์น มัลโควิค, เฮเลน มิเรน และ แมรี่-หลุยส์ ปาร์คเกอร์ ซึ่งในรายงานยังไม่มีออกมาว่าซีต้า-โจนส์ กับลี จะมาสมทบด้วยบทอะไร บอกแต่เพียงว่าแก๊งสายลับรุ่นลายครามจะออกไปปฏิบัติภารกิจกันในยุโรปครับ

หนังมีดีน แกริซอท จาก Galaxy Quest มารับหน้าที่กำกับแทนโรเบิร์ต ชเวนท์กี ที่กำกับภาคแรก แต่ยังคงได้จอน กับเอริค โฮเบอร์ มาเขียนบทให้เช่นเคย โดยมีแผนเปิดกล้องกลางปีนี้เพื่อออกฉายสิงหาคม 2013

ซีต้า-โจนส์ กำลังจะมีผลงานหนังเพลง Rock of Ages ออกฉายในปีนี้ และตอนนี้ก็กำลังถ่ายทำ The Bitter Pill ของผู้กำกับสตีเวน โซเดอร์เบิร์ก อยู่ ส่วนลีนั้นก็มี G.I. Joe: Retaliation ที่กำลังจะออกฉายในซัมเมอร์นี้เช่นกัน

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

ไลอ้อนเกตซื้อซัมมิทและอาจสร้าง The Twilight Saga เพิ่ม

หลังจากมีข่าวลือมาสักพัก บลูมเบิร์กได้ยืนยันเป็นทางการแล้วครับว่าค่ายหนังไลอ้อนส์เกตได้ซื้อซัมมิท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เป็นที่เรียบร้อยไปแล้วด้วยเงินสดและเป็นหุ้นราว 412.5 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงรับหนี้ราว 500 ล้านเหรียญสหรัฐไปด้วย ทำให้ค่ายหนังเล็กสองค่ายกลายเป็นค่ายใหญ่ขึ้นมา และมีหนังฟอร์มทำเงินภาคต่อถึงสองเรื่องอย่าง The Twilight Saga และ The Hunger Games รวมถึงรายการทีวีดังอย่าง Mad Men

ซัมมิทนั้นสร้างชื่อให้ตัวเองจากหนังชุด Red, 50/50, Source Code และ The Hurt Locker แต่แน่นอนว่าไลอ้อนส์เกตซื้อซัมมิทเพราะ Twilight มากกว่า ซึ่งจอน เฟลเธียเมอร์ ประธานของไลอ้อนเกตก็ให้สัมภาษณ์ตามมาว่าเขาอยากที่จะขยายหนังชุดนี้ออกไปจาก Breaking Dawn: Part 2ผมคาดหวังว่า Breaking Dawn: Part 2 จะทำเงินทั่วโลกกว่า 700 ล้านเหรียญขึ้นไป มันทำใจยากที่จะต้องคิดว่าหนังที่ทำเงิน 700 ล้านเหรียญขึ้นไป จะไม่มีมูลค่าต่อเนื่องออกไป มันเป็นหนังภาคต่อที่ยอดมากที่พวกเขายังคงรักษาคุณภาพให้ไม่ตกต่ำ ผมก็หวังไว้ว่าจะมีภาคต่ออีก

ปัญหาก็คือสตีเฟ่น เมเยอร์ เขียนหนังสือไว้แค่สี่เล่ม พวกเขาจะเอาวัตถุดิบที่ไหนมาสร้างต่อ อาจจะเขียนขึ้นใหม่เองโดยคนอื่น อาจเป็นเรื่องราวภาคต่อ ภาคแยก หรือภาคต้นกระมัง

ตัวอย่างแรกของ The Impossible หนังสึนามิในไทย นำแสดงโดยยวน แม็คเกรเกอร์ และ นาโอมิ วัตต์

26 ธันวาคม 2011 ครบรอบ 7 ปี ของเหตุการณ์สึนามิถล่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตัวอย่างแรกของหนัง The Impossible ที่สร้างจากเรื่องจริงของสามีภรรยาชาวสเปนคู่หนึ่งขณะพาครอบครัวมาเที่ยวชายหาดภาคใต้ของไทยในวันที่เกิดเหตุการณ์ ก็ออนไลน์ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันครับ

หนังเป็นผลงานพูดภาษาอังกฤษเรื่องแรกของผู้กำกับ ฮวน แอนโตนิโอ บาโยนา จาก The Orphanage แต่ตัวอย่างหนังยังเป็นฉบับพากย์ทับด้วยภาษาสเปนอยู่ครับ ผมจะอัพเดททีหลังเมื่อตัวอย่างหนังฉบับภาษาอังกฤษออนไลน์ กระนั้นตัวอย่างหนังก็แย้มให้เราเห็นว่าหนังเรื่องนี้จะออกมาในโทนไหน และจะหน้าตาเป็นยังไง ซึ่งจากที่ดูแล้วให้อารมณ์ที่หลอนและระทึกมากๆ

หนังยังมีแก่นเรื่องคล้าย The Orphanage ตรงที่ว่าเป็นเรื่องราวการต่อสู้กับวิกฤติของครอบครัว แต่เปลี่ยนจากผีมาเป็นสึนามิแทน ยวน แม็คเกรเกอร์ รับบทเป็นสามีที่ในเช้าอันเงียบสงบนั้น พบกับการจู่โจมของสึนามิ และต้องหาทางช่วยลูกสองคนที่เขาอุ้มอยู่ให้พ้นจากอันตราย ส่วนนาโอมิ วัตต์ รับบทเป็นภรรยาที่ตัดสินใจรีบเข้าไปช่วยเหลือลูกชายคนโตแล้วตัวเองก็ถูกดูดลงไปใต้น้ำในช่วงเวลาความเป็นความตายนั้น

หนังใช้เขาหลัก ออร์คิด บีช รีสอร์ต เป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก และฉากทะเลบางส่วนได้ใช้เกาะพีพีเป็นที่ถ่ายทำแทนครับ

The Impossible จะเข้าฉายในสหรัฐเดือนตุลาคม 2012 ซึ่งบ้านเรายังไม่มีกำหนดครับ หนังสร้างโดยซัมมิท เอนเตอร์เทนเมนท์ ผู้สร้างเดียวกับหนังชุด The Twilight Saga คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ตัวอย่างแรกของหนังเอเลี่ยนบุกโลก The Darkest Hour จากผู้สร้าง Wanted

ซัมมิท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ปล่อยตัวอย่างแรกของหนังเอเลี่ยนบุกโลก The Darkest Hour ออนไลน์ที่ Apple ครับ และดูน่าสนใจมากๆ

หนังกำกับโดยคริส กอแร็ก จาก Right at Your Door และอำนวยการสร้างโดยทิเมอร์ เบ็กแมมเบตอฟ จาก Wanted บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนชาวอเมริกันซึ่งนำแสดงโดยเอมิล เฮิร์ช, เรเชล เทย์เลอร์, แม็กซ์ มิงเกลลา และ โอลิเวีย เทิร์ลบี ที่ไปเที่ยวมอสโกกันแล้วพบต้องเอาตัวรอดจากเหตุการณ์เอเลี่ยนบุกโลกที่นั่น

เอเลี่ยนพวกนี้บุกมาโลกเพื่อกินพลังงาน และระหว่างที่ทางการและนักวิทยาศาสตร์ไม่อาจเอาชนะการรุกรานได้ หนุ่มสาวกลุ่มนี้ได้พบวิธีเอาชนะพวกมันครับ แต่พวกมันก็มีข้อได้เปรียบอยู่ตรงที่ว่าพวกเขาไม่สามารถมองเห็นตัวพวกมัน และเอเลี่ยนพวกนี้ก็มีแขนพลังงานที่มาดูกินพลังงานชีวิตของทุกสิ่งบนโลกได้

ความน่าสนใจของหนังอยู่ที่การออกแบบเอเลี่ยนให้แตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ โดยการไม่ให้เราเห็นตัว แต่เห็นแสงจากตัวของเอเลี่ยนเวลาดูดกินมนุษย์ เป็นการออกแบบที่น่าสนใจ เอามาใช้สร้างฉากเขย่าขวัญขวัญได้เป็นอย่างดี แถมลดต้นทุนการทำซีจีมนุษย์ต่างดาวด้วย

หนังมีแผนออกฉายในสหรัฐปลายธันวาคมนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

ชวาร์เซเน็กเกอร์ถูกทาบเล่น The Tomb ของฟูควา และ The Last Stand ของคิม จี-วุน

การ์ตูน The Governator อาจเป็นงานแรกของอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ หลังจากหมดวาระการเป็นผู้ว่าการรัฐ แต่การกลับมาขึ้นจอใหญ่จริงๆ อาจเป็นหนึ่งในสองโครงการหนังนี้ครับ วาไรตี้รายงานว่ามีการเสนอบทหนังมาให้อาร์โนลด์ถึง 2 เรื่อง ในตอนนี้ และเขาอาจต้องเลือกเอาว่าจะเลือกแสดงเรื่องไหน

เรื่องแรกคือ The Tomb ที่สร้างโดยซัมมิท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และวางตัวแอนทอน ฟูควา (Training Day) มารับหน้าที่กำกับ ว่าด้วยเรื่องราวของนักออกแบบคุกสุดยอดไฮเทคที่ไม่เคยมีใครหนีออกมาได้มาก่อน แต่กลายเป็นว่าเขาถูกใส่ร้ายในอาชญากรรมที่ไม่ได้ก่อ จนต้องถูกส่งไปอยู่ในคุกนี้เสียเอง บรูซ วิลลิสเจรจาเพื่อมารับบทนำและเป็นการกลับไปร่วมงานกับผู้กำกับ Tears of the Sun ของเขา แต่หลังจากการประชุมหลายอาทิตย์ ดูเหมือนว่าอาร์โนลด์จะกลายเป็นผู้มารับบทนำแทน

อีกโครงการคือ The Last Stand เป็นหนังฮอลลีวู้ดเรื่องแรกของคิม จี-วุน ผู้กำกับจาก I Saw the Devil ที่จะสร้างให้แก่ไลอ้อนเกต เป็นเรื่องราวของนายอำเภอในเมืองเล็กๆ กับลูกทีมที่ขาดประสบการณ์ ซึ่งออกไล่ล่าหัวหน้าพ่อค้ายาชาวเม็กซิกัน เลียม นีสันเคยเจรจาเพื่อรับบทนำมาระยะหนึ่ง แต่ตอนนี้ได้มีการยื่นข้อเสนอให้อาร์โนลด์แทนครับ

อาร์โนลด์จะเลือกรับแสดงในโครงการหนังเรื่องนี้ ยังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจครับ แต่ในความคิดของผม The Tomb ดูเหมือนเป็นหนังบู๊แบบที่อาร์โนลด์เคยเล่น และสร้างชื่อให้เขา แต่ The Last Stand ดูจะเป็นหนังบู๊ที่แหวกแนวกว่า

“จากหนึ่งสู่เหล่า รวมเราเป็นหนึ่ง” ตัวอย่างแรกของ The Three Musketeers ออนไลน์

ซัมมิทได้ปล่อยตัวอย่างแรกของหนัง The Three Musketeers ออกมายั่วน้ำลายแล้วครับที่ Apple และดูจะเน้นฉากบู้แบบเอามันส์ล้วนๆ

หนังถ่ายทำด้วยระบบ 3 มิติ จากการกำกับของพอล ดับเบิลยู.เอส. แอนเดอร์สัน จาก Resident Evil: Afterlife ดัดแปลงจากนิยาย “สามทหารเสือ” ของอเล็กซานเดร ดูมาส์ ที่เคยถูกสร้างเป็นหนังมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งฉบับปี 1993 ที่คริส โอดอนเนลล์ รับบทนำ ดูจะได้รับการจดจำในแง่ดีมากที่สุด

หนังเป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อยเลือดร้อนนามว่าดาตาญัง (โลแกน เลอร์แมน จาก Percy Jackson and the Lightning Thief) ที่ร่วมผนึกกำลังกับสามทหารเสือชื่อกระฉ่อน อันได้แก่เอธอส (แมทธิว แม็คแฟดเยน), อรามีส (ลุค เอแวนส์) และ พอร์ธอส (เรย์ สตีเวนสัน) ในการยับยั้งคาร์ดินัล ริเชอริเออ (คริสตอฟ วอลท์ซ) ที่หมายโค่นบัลลังก์ของกษัตริย์ฝรั่งเศส และยังต้องต่อกรกับดยุค แห่ง บัคกิงแฮม (ออร์ลันโด บลูม) และ ไมเลดี้ เดอ วินเทอร์ (มิลล่า โจโววิค)

 

สามทหารเสือฉบับล่าสุดนี้ดูเหมือนว่าจะดัดแปลงจากต้นฉบับเยอะพอสมควร เติมฉากแอ็คชั่นอันตื่นตา เน้นเทคนิคพิเศษมากกว่าฉากเสี่ยงตายโลดโผนแบบฉบับก่อนๆ หลายฉากบู้อดทำให้นึกถึงหนังอย่าง The Matrix และ Pirates of the Caribbean ไม่ได้ครับ ฉากบู้ของโจโววิคก็คล้ายอลิซจาก Resident Evil: Afterlife เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว บทพูดในตัวอย่างหนังอย่าง “Only we can prevent the coming apocalypse.” ก็ทำให้อดงงไม่ได้ว่าวันโลกาวินาศมาเกี่ยวข้องอะไรกับหนังเรื่องนี้ สี่ตัวละครเอกก็ยังดูไม่มีเสน่ห์น่าจดจำ ขณะที่ตัวร้ายดูจะมีสีสันมากกว่า จึงดูเหมือนว่าผู้กำกับจะเน้นเอามันส์ที่ฉากแอ็คชั่นกับลูกเล่นของสามมิติล้วนๆ

The Three Musketeers มีแผนออกฉายตุลาคมนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างหนังได้ที่ด้านในครับ

 

Read more of this post

5 นาทีแรกของ Source Code

ซัมมิท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้ส่งคลิปพรีวิวหนังตัวแรกของ Source Code ที่จะออกฉายต้นเมษายนนี้ออกมาเรียกน้ำย่อยครับ ที่ Yahoo Movies

คลิปที่ว่าเป็น 5 นาทีแรกของหนัง ที่ให้เราดูตัวละครนาวาเอกโคลเตอร์ สตีเวน ของเจค จิลเลนฮอล ที่ตื่นขึ้นมาในร่างของชายอื่นขณะอยู่บนรถไฟ แต่ก่อนที่เขาจะรู้ถึงสถานการณ์ รถไฟก็ระเบิดเสียก่อน

Source Code เป็นหนังแอ็คชั่นเขย่าขวัญ ผลงานกำกับของดันแคน โจนส์ จาก Moon เป็นเรื่องราวของโคลเตอร์ ชายหนุ่มที่ร่วมงานทดลองของรัฐบาลในการแฝงร่างเข้าร่างของบุคคลอื่น และมีเวลา 8 นาที ในร่างนั้นเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งภารกิจของเขาก็คือหาทางยับยั้งเหตุการณ์ระเบิดรถไฟที่เดินทางไปชิคาโกครับ

Source Code เพิ่งออกฉายรอบพิเศษไปเมื่อไม่กี่วันนี้ที่งาน SXSW และค่อนข้างได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีครับ ตรวจสอบจากบทวิจารณ์ที่เว็บไซต์ Rotten Tomatoes รวบรวมมา หนังได้รับคำวิจารณ์ด้านดีถึง 11 จาก 15 บทวิจารณ์ และมีเปอร์เซ็นต์บวกอยู่ที่ 73% ครับ

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 581 other followers