แคทนิสเตรียมรบในภาพใหม่จาก The Hunger Games: Mockingjay Part 1

jennifer lawrence mockingjay firstlook

วันนี้อาจเป็นวันที่คุณได้ข่าวของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ หลั่งไหลเข้ามาเยอะมาก ตั้งแต่ข่าววันเกิดอายุครบ 24 ปีของเธอ ข่าวลือว่าเธอกำลังคบหาดูใจอยู่กับคริส มาร์ติน นักร้องนำวง Coldplay อดีตสามีของกวินเนธ พัลโทรว์ และข่าวนี้ครับ ภาพนิ่งใหม่ของเธอจากหนัง The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 ( via the Wrap)

ภาพนิ่งใหม่ แต่อาจไม่ใหม่นัก เพราะภาพคล้ายกับที่เห็นในตัวอย่างแรกของหนังที่เพิ่งเผยออกมาไม่นานครับ แต่อาจเป็นภาพที่ทำให้คุณสนใจข่าวซุบซิบของเธอน้อยลง

ในภาคแรกของภาคสุดท้ายจากหนังสือของซูซาน คอลลิน เหตุการณ์จะต่อเนื่องจาก  The Hunger Games: Catching Fire ที่จบแบบค้างคาเอาไว้หลังจากที่แคทนิส เอเวอดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ได้รับการช่วยเหลือออกจากสนามประลอง เพื่อมุ่งหน้าสู่เขต 13 ที่เธอจะได้พบกับประธานาธิบดีคอยน์ (จูลีแอน มัวร์) ผู้ที่จะชี้นำและใช้เธอเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญในการลุกฮือปฏิวัติต่อแคพปิตอล เพื่อดึงเขตอื่นๆ มาร่วมต่อสู้ ขณะที่แคทนิสเองก็มีจุดประสงค์เพื่อช่วยหลือพีตา (จอช ฮัทเชอร์สัน) ที่ถูกแคพปิตอลจับตัวไปเป็นเชลย

หนังกำกับโดยฟรานซิส ลอว์เรนซ์ จะออกฉายกลางเดือนพฤศจิกายนครับ ผมแนบตัวอย่างหนังฉบับซับไทยมาพร้อมกับภาพนิ่งแรกด้วย

Read more of this post

About these ads

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เตรียมทำสงครามในตัวอย่างแรกของ The Hunger Games: Mockingjay – Part 1

mockingjay 1 cap 1หนังดัดแปลงจากนิยายภาคสุดท้ายของชุด The Hunger Games ที่เขียนโดยซูแซน คอลลินส์ โดยได้ตัดแบ่งออกเป็น 2 ภาค และจะต่อเนื่องจาก The Hunger Games: Catching Fire ที่จบแบบค้างคาเอาไว้หลังจากที่แคทนิส เอเวอดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ได้รับการช่วยเหลือออกจากสนามประลอง เพื่อมุ่งหน้าสู่เขต 13 ที่เธอจะได้พบกับประธานาธิบดีคอยน์ (จูลีแอน มัวร์) ผู้ที่จะชี้นำและใช้เธอเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญในการลุกฮือปฏิวัติต่อแคพปิตอล เพื่อดึงเขตอื่นๆ มาร่วมต่อสู้ ขณะที่แคทนิสเองก็มีจุดประสงค์เพื่อช่วยหลือพีตา (จอช ฮัทเชอร์สัน) ที่ถูกแคพปิตอลจับตัวไปเป็นเชลย

ตัวอย่างแรกยั่วเราด้วยเรื่องราวของหนัง ให้เห็นการวางแผนของฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมน ผู้ล่วงลับ กับจูลี่แอน มัวร์ วางแผนกลยุทธ และคุยกันเรื่องใช้แคทนิส เอเวอดีน เป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้าน จากนั้นได้เห็นภาพความโหดร้ายจากฝ่ายแคปิตอลที่กระทำต่อเขตต่างๆ เห็นส่วนหนึ่งของการลุกฮือต่อต้าน และจบลงที่แคทนิสถูกขอร้องให้ร่วมต่อสู้ เป็นตัวอย่างที่เรียกความสนใจได้ดีสำหรับแฟนๆ ของหนังชุดนี้ครับ

หนังยังมีนักแสดงชุดเก่าที่ยังมีบทบาทอยู่กลับมากันครบ ทั้งเลียม เฮมส์เวิร์ธ, โดนัลด์ ซุทเธอร์แลนด์, วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน, อลิซาเบธ แบงก์, สแตนลี ทุชชี, จีนา มาโลน และ แซม แคลฟลิน

หนังกำกับโดยฟรานซิส ลอว์เรนซ์ มีกำหนดฉายพฤศจิกายนปีนี้ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ผู้อำนวยการสร้าง X-Men อยากสร้างภาคแยก Mystique ให้เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ รับบทนำ

xmen dofp image 02กว่าที่ X-Men: Days of Future Past จะออกฉายก็ปลายพฤษภาคมครับ แต่ผู้อำนวยการสร้างของหนังก็เล็งเห็นว่ามีตัวละครที่ควรเอามาสร้างภาคแยกให้แล้ว นอกจาก Wolverine ของฮิวจ์ แจ็คแมน คนเดียวที่มีภาคแยกออกมา “เมื่อก่อน เคยมีบางส่วนของสตูดิโอที่ไม่เห็นค่าของภาคแยก แต่ผู้บริหารปัจจุบันของฟ็อกซ์เข้าใจและยอมรับมัน และเราก็จะทำมันให้ออกมาอย่างเหมาะสม” ลอเรนท์ ชูเลอร์ ดอนเนอร์ ผู้อำนวยการสร้างของหนังเล่าให้ฟังในนิตยสารเอ็นเตอร์เทนเมนท์ วีคลี่ ฉบับล่าสุดที่ X-Men: Days of Future Past ขึ้นปก

เธอเสริมอีกว่า “ฉันอยากทำภาคแยกให้แกมบิท ฉันอยากทำภาคแยกให้เดดพูล เราจะคอยดูต่อไป มีตัวละครที่ยอดเยี่ยมอยู่มากมาย” และเมื่อมิสติก มนุษย์กลายพันธุ์ยอดนักกลายร่างสาว (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ได้มีบทเด่นในภาคนี้ ดอนเนอร์บอกว่าเธออยากเอาตัวละครนี้ไปสร้างเป็นหนังเดี่ยว

ไซมอน คินเบิร์ก ผู้เขียนบทและผู้อำนวยการสร้างของหนังก็บอกว่าเขาชอบแนวคิดที่จะให้แกมบิทกับมิสติกมีภาคแยก “ผมชอบสิ่งที่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ทำกับตัวละครนี้ และผมรู้สึกว่าเพราะเธออยู่ในหนังที่มีนักแสดงเต็มไปหมด เราจะมีโอกาสได้เห็นมากกว่านี้ถ้าสร้างภาคเดี่ยวออกมา

หลังจาก X-Men: Days of Future Past แฟนๆ จะได้ดูหนังของตัวละครชุดนี้กันอีกใน X-Men: Apocalypse ที่จะออกฉาย 27 พฤษภาคม 2016 และ Wolverine ภาคใหม่ มีนาคม 2017 ครับ

ชมปก EW ฉบับ X-Men: Days of Future Past ได้ที่ด้านใน

Read more of this post

สรุปผลรางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ประจำปี 2014

jennifer lawrence amy adams american hustleการประกาศรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 71 หรือประจำปี 2014 ได้เสร็จสิ้นไปแล้วก่อนเที่ยงวัน ตามเวลาของบ้านเราครับ บรรยากาศโดยรวมก็สนุกระดับหนึ่งไปตามลักษณะของงาน แต่ยังสู้ปีที่แล้วไม่ได้ แต่ก็มีอะไรบ้าๆ ตลกๆ บนเวทีให้ตื่นเต้นเป็นระยะ เช่นเอ็มมา ธอมป์สัน ถือรองเท้ากับค็อกเทลขึ้นไปประกาศรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในท่าที่เหมือนเมาดิบเป็นต้น มุขตลกของสองพิธีกรก็มีโดนหลายดอก โดยเฉพาะที่แซวจอร์จ คลูนี่ย์ ว่า หนัง Gravity เป็นเรื่องราวของจอร์จ คลูนี่ย์ ที่ยอดหลุดออกไปในอวกาศแล้วตาย ดีกว่าทนอยู่ในอ้อมแขนของผู้หญิงในวัยเดียวกับเขา

ในแง่ของรางวัล มีกระแสสมาก่อนแล้วว่า American Hustle เป็นที่รักของคณะกรรมการลูกโลกทองคำ และน่าจะได้รางวัลไปมากที่สุด ซึ่งก็มากที่สุดจริงๆ ถึง 3 รางวัล จากการเข้าชิง 7 รางวัล ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลง, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (เอมี่ อดัมส์) และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) แต่ก็มีการแบ่งรางวัลให้หนังเรื่องอื่นบ้างและทำให้เซอร์ไพรส์พอสมควรในสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมครับ ที่ สไปค์ โจนซ์ จาก Her ได้รางวัลไป

12 Years a Slave ดูเหมือนจะพลาดไปหลายรางวัลในสาขาที่มีการเก็งกันว่าอาจจะได้ เช่นดนตรีประกอบ ที่ปรากฎว่าเอริค อีเบิร์ต จาก All is Lost ได้รางวัลไปแทน ส่วนในสาขาผู้กำกับซึ่งคาดกว่าสตีฟ แม็คควีน จาก 12 Years a Slave จะชิงดำกับอัลฟองโซ คัวรอน จาก Gravity ก็ปรากฏว่าฝ่ายหลังได้รางวัลไป และเป็นรางวัลเดียวของ Gravity อย่างไรก็ดี 12 Years a Slave ก็ได้หนึ่งในรางวัลใหญ่สุดของงานไป นั่นก็คือรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทชีวิต

Dallas Buyers Club ก็ได้รางวัลในสาขานักแสดงไปถึง 2 รางวัล จากสมทบชาย (จาเรด เลโต) และนำชายในภาพยนตร์ชีวิต (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) ซึ่งรางวัลหลังนี้เป็นการพลิกโผอย่างแรง เพราะทุกคนเก็งกันว่าไม่โรเบิร์ต เรดฟอร์ด จาก All is Lost ก็ต้องชิเวเทล เอ็จอีโอฟอร์ ครับ

นอกจากนี้ Blue is the Warmest Color ก็ชวดรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศไปให้ The Great Beauty ครับ ซึ่งถ้าจะให้วิเคราะห์ คิดว่าการที่ Blue ไม่มีโอกาสได้ชิงออสการ์อาจทำให้คณะกรรมการลูกโลกทองคำหันมาดันหนังเรื่องอื่นแทน

ที่เหลือก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามคาดหมายค่อนข้างมาก ดูสรุปผลรางวัลสาขาภาพยนตร์ที่ด้านในครับ

Read more of this post

Catching Fire ทำรายได้แซง Iron Man 3 เป็นหนังทำรายได้สูงสุดในสหรัฐประจำปี 2013

catching fire mvคนตั้งประเด็นว่า The Hunger Games: Catching Fire จะทำรายได้ในสหรัฐแซง Iron Man 3 ที่ครองสถิติไว้ 409 ล้านเหรียญสหรัฐได้หรือไม่ ส่วนใหญ่คิดว่าโอกาสมีน้อย เพราะนอกจากหนังฉายเอาปลายปีแล้ว หนังยังไม่ได้ฉายในระบบ 3D ที่ค่าตัวแพง ช่วยทำเงินให้มากขึ้นรวดเร็วด้วย แต่มันก็เกิดขึ้นได้ครับ

เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา ไลออนส์เกตออกแถลงการณ์ว่า หนังมีรายได้จากการขายตั๋วจนถึง 9 มกราคม เป็นเงินราว 409.4 ล้านเหรียญสหรัฐครับ แซง Iron Man 3 มาอย่างเฉียดฉิวก่อนปิดสถิติประจำปี 2013 ไป และกลายเป็นหนังทำเงินในสหรัฐสูงสุดประจำปี ส่งให้เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เป็นนางพญาหนังทำเงิน เป็นสาวร้อนแรงผู้มากับไฟสมกับตัวละครของเธอครับ

หนังชุด The Hunger Games ยังคงเดินหน้าสู่การเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของ The Hunger Games: Catching Fire เป็นประจักษ์พยานถึงวิสัยทัศน์ของซูแซน คอลลินส์ ผู้เขียนนิยาย, การกำกับที่เชื่อใจได้ของฟรานซิส ลอว์เรนซ์ และการแสดงอันสุดยอดของคณะนักแสดงอันน่าทึ่งที่นำโดยเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และการอำนวยการสร้างที่ดีเลิศของทีมสร้างภาพยนตร์ ทีมการแสดง และทีมจัดจำหน่ายของเรา” จอน เฟลท์ไฮเมอร์ หัวหน้าผู้บริหารของไลออนส์เกตบอกมาในแถลงการณ์ครับ

มาร์ค แฮริส แห่ง Buzzfeed ได้ชี้ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จของ Catching Fire ในทวิตเตอร์ว่า หนังเรื่องนี้ถือเป็นหนังทำเงินสูงสุดประจำปีในสหรัฐเรื่องแรกที่มีผู้หญิงเป็นนักแสดงนำเดี่ยวๆ นับตั้งแต่ The Exorcist ในปี 1970 ครับ (แฮริสบอกว่าเขาคือว่าเอลเลน เบอร์สติน เป็นนักแสดงนำหญิงของเรื่อง ไม่ใช่ลินดา แบลร์) ซึ่งจะว่าไปแล้ว แม้หนังจะมีจอช ฮัทเชอร์สัน ด้วย แต่เราก็ต้องยอมรับว่าแคทนิสคือบทที่เด่นสุดในหนังจริงๆ ครับ

ที่มา: The Huffington Post

Read more of this post

Inside Llewyn Davis กวาดรางวัลใหญ่ของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐ

inside llewyn davis awardsขณะที่กระแสรางวัลภาพยนตร์พักนี้ตกไปอยู่ที่ American Hustle, Her, Gravity และ 12 Years a Slave หนัง Inside Llewyn Davis ของผู้กำกับโจล และอีธาน โคเอน ก็ถูกดันให้กลับมาอยู่ในข่าวอีกครั้งด้วยรางวัลของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐ ที่มอบทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และกำกับภาพยอดเยี่ยมให้หนังเรื่องนี้ กวาดรางวัลใหญ่ของสมาคมนี้มาสูงสุดถึง 4 รางวัล

Inside Llewyn Davis เป็นแนวขำปนขื่นร้ายๆ เล่าการต่อสู้ดินรนและการเดินทางของนักร้องเพลงโฟล์คในนิวยอร์กช่วงยุค 60 และมีออสการ์ ไอแซ็ค รับบทเป็นนักดนตรีตกอบที่เดินทางไปพร้อมกีตาร์และแมวเพื่อล่าฝันเป็นครั้งสุดท้าย หนังอาจก้ำกึ่งในหมู่ผู้ชม แต่ดูเหมือนเป็นหนังขวัญใจของนักวิจารณ์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งสหรัฐในครั้งนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์เรื่องนั้นได้ดี

การที่ได้รับรางวัลนี้ของหนังน่าจะทำให้ Inside Llewyn Davis มีโอกาสได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สูงขึ้น แต่อาจมีโอกาสอยู่แค่นั้น เพราะสมาคมนี้นิยมให้รางวัลแก่หนังศิลปะมากกว่า และออกจะแหวกแนวกว่าเวทีรางวัลอื่นๆ มาตลอด เหมือนปีที่แล้วที่ให้ Amour ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หรือปีก่อนๆ เช่น Melancholia, Waltz With Bashir และ The Social Network ปีที่ตรงกับออสการ์ล่าสุดก็คือ The Hurt Locker ในปี 2009 ส่วนหนังเรื่องอื่นที่ให้รางวัลตรงกับออสการ์ก็มีเพียง Annie Hall ในปี 1977, Unforgiven ในปี 1992, Schindler’s List ในปี 1993 และ Million Dollar Baby ในปี 2004

นอกจาก Inside Llewyn Davis ที่ได้ 4 รางวัลแล้ว หนังเรื่องอื่นก็ได้กันไปคนละรางวัลครับ Blue Jasmine ได้รางวัลนำหญิงจากบทบาทของเคต แบลนเช็ตต์, Spring Breakers ได้รางวัลสมทบชายจากบทบาทของเจมส์ ฟรังโก, American Hustle ได้สมทบหญิงจากบทบาทของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, Before Midnight ได้รางวัลบท, Blue is the Warmest Color ได้รางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม

สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งชาติมีสมาชิกปัจจุบันอยู่ด้วยกัน 56 คน จากนักวิจารณ์ชั้นนำทั่วสหรัฐ การออกเสียงเลือกผู้ที่ได้รับรางวัลครั้งนี้เป็นครั้งที่ 48 และอุทิศให้แก่โรเจอร์ อีเบิร์ต กับสแตนลี่ คัฟแมน สองสมาชิกที่เสียชีวิตในปี 2013 ด้วย

อ่านผลรางวัลที่เหลือ พร้อมผลการนับคะแนนที่มอบให้การเรื่องต่างๆ ได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

American Hustle คว้าหนังยอดเยี่ยม, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ คว้าสมทบหญิงจาก NYFCC

american hustle nycc2013ก่อนที่หนังจะฉายอย่างเป็นทางการ หนังรวมดาวนักแสดงคุณภาพ American Hustle ก็คว้ารางวัลแรกจากเวทีนักวิจารณ์มาแล้วครับ สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์กได้ประกาศรางวัลเมื่อคืนนี้ตามเวลาของบ้านเรา และให้หนังเรื่องนี้คว้ารางวัลใหญ่ไปครอง รวมถึงในสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และให้สมทบหญิงยอดเยี่ยมแก่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ด้วย

ที่ผ่านมา รางวัลของสมาคมนักวิจารณ์นิวยอร์กอาจไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าหนังจะได้ออสการ์ครับ แต่การันตีได้ว่าจะได้เข้าชิงแน่ๆ ดูได้จากหนังที่เคยได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของสมาคมนี้มาก่อนอย่าง The Social Network, The Hurt Locker, The Artist และ Zero Dark Thirty เป็นต้น แปลว่า American Hustle จะได้เข้าชิงออสการ์แน่ๆ แต่รางวัลจะได้ไหมก็ต้องลุ้นกันดีอีก และการที่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ได้สมทบหญิงจากสมาคมนี้ก็ช่วยส่งให้เธอมีโอกาสมากขึ้นที่จะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อีกครั้ง หลังจากได้มาแล้วจาก The Silver Linings Playbook เมื่อปีที่แล้ว รายงานจากรอบที่ฉายเป็นการภายในบอกด้วยว่าในบรรดานักแสดงนำของหนังเรื่องนี้ทั้งหมด เธอโดดเด่นที่สุดครับ หนังจะเข้าฉายในบ้านเรา 19 ธันวาคมนี้

ส่วนในสาขาอื่นๆ สตีฟ แม็คควีน จาก 12 Years a Slave ได้รางวัลสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมไป โรเบิร์ต เรดฟอร์ด จาก All is Lost, เคต แบลนเชตต์ จาก Blue Jasmine และ จาเรด เลโต จาก Dallas Buyers Club ก็คว้าสาขานักแสดงนำชาย, นำหญิง และสมทบชายไป ทั้งสามเป็นเต็งจ่าในรางวัลเหล่านี้เช่นกัน

สมาคมยังให้รางวัลแก่ Fruitvale Station ในสาขาภาพยนตร์จากการกำกับครั้งแรก, The Wind Rises ในสาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยม Blue is the Warmest Color ก็ได้รางวัลหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมด้วย รายชื่อผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดอยู่ด้านในครับ

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 572 other followers