ผู้อำนวยการสร้าง X-Men อยากสร้างภาคแยก Mystique ให้เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ รับบทนำ

xmen dofp image 02กว่าที่ X-Men: Days of Future Past จะออกฉายก็ปลายพฤษภาคมครับ แต่ผู้อำนวยการสร้างของหนังก็เล็งเห็นว่ามีตัวละครที่ควรเอามาสร้างภาคแยกให้แล้ว นอกจาก Wolverine ของฮิวจ์ แจ็คแมน คนเดียวที่มีภาคแยกออกมา “เมื่อก่อน เคยมีบางส่วนของสตูดิโอที่ไม่เห็นค่าของภาคแยก แต่ผู้บริหารปัจจุบันของฟ็อกซ์เข้าใจและยอมรับมัน และเราก็จะทำมันให้ออกมาอย่างเหมาะสม” ลอเรนท์ ชูเลอร์ ดอนเนอร์ ผู้อำนวยการสร้างของหนังเล่าให้ฟังในนิตยสารเอ็นเตอร์เทนเมนท์ วีคลี่ ฉบับล่าสุดที่ X-Men: Days of Future Past ขึ้นปก

เธอเสริมอีกว่า “ฉันอยากทำภาคแยกให้แกมบิท ฉันอยากทำภาคแยกให้เดดพูล เราจะคอยดูต่อไป มีตัวละครที่ยอดเยี่ยมอยู่มากมาย” และเมื่อมิสติก มนุษย์กลายพันธุ์ยอดนักกลายร่างสาว (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ได้มีบทเด่นในภาคนี้ ดอนเนอร์บอกว่าเธออยากเอาตัวละครนี้ไปสร้างเป็นหนังเดี่ยว

ไซมอน คินเบิร์ก ผู้เขียนบทและผู้อำนวยการสร้างของหนังก็บอกว่าเขาชอบแนวคิดที่จะให้แกมบิทกับมิสติกมีภาคแยก “ผมชอบสิ่งที่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ทำกับตัวละครนี้ และผมรู้สึกว่าเพราะเธออยู่ในหนังที่มีนักแสดงเต็มไปหมด เราจะมีโอกาสได้เห็นมากกว่านี้ถ้าสร้างภาคเดี่ยวออกมา

หลังจาก X-Men: Days of Future Past แฟนๆ จะได้ดูหนังของตัวละครชุดนี้กันอีกใน X-Men: Apocalypse ที่จะออกฉาย 27 พฤษภาคม 2016 และ Wolverine ภาคใหม่ มีนาคม 2017 ครับ

ชมปก EW ฉบับ X-Men: Days of Future Past ได้ที่ด้านใน

Read more of this post

About these ads

สรุปผลรางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ประจำปี 2014

jennifer lawrence amy adams american hustleการประกาศรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 71 หรือประจำปี 2014 ได้เสร็จสิ้นไปแล้วก่อนเที่ยงวัน ตามเวลาของบ้านเราครับ บรรยากาศโดยรวมก็สนุกระดับหนึ่งไปตามลักษณะของงาน แต่ยังสู้ปีที่แล้วไม่ได้ แต่ก็มีอะไรบ้าๆ ตลกๆ บนเวทีให้ตื่นเต้นเป็นระยะ เช่นเอ็มมา ธอมป์สัน ถือรองเท้ากับค็อกเทลขึ้นไปประกาศรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในท่าที่เหมือนเมาดิบเป็นต้น มุขตลกของสองพิธีกรก็มีโดนหลายดอก โดยเฉพาะที่แซวจอร์จ คลูนี่ย์ ว่า หนัง Gravity เป็นเรื่องราวของจอร์จ คลูนี่ย์ ที่ยอดหลุดออกไปในอวกาศแล้วตาย ดีกว่าทนอยู่ในอ้อมแขนของผู้หญิงในวัยเดียวกับเขา

ในแง่ของรางวัล มีกระแสสมาก่อนแล้วว่า American Hustle เป็นที่รักของคณะกรรมการลูกโลกทองคำ และน่าจะได้รางวัลไปมากที่สุด ซึ่งก็มากที่สุดจริงๆ ถึง 3 รางวัล จากการเข้าชิง 7 รางวัล ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลง, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (เอมี่ อดัมส์) และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) แต่ก็มีการแบ่งรางวัลให้หนังเรื่องอื่นบ้างและทำให้เซอร์ไพรส์พอสมควรในสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมครับ ที่ สไปค์ โจนซ์ จาก Her ได้รางวัลไป

12 Years a Slave ดูเหมือนจะพลาดไปหลายรางวัลในสาขาที่มีการเก็งกันว่าอาจจะได้ เช่นดนตรีประกอบ ที่ปรากฎว่าเอริค อีเบิร์ต จาก All is Lost ได้รางวัลไปแทน ส่วนในสาขาผู้กำกับซึ่งคาดกว่าสตีฟ แม็คควีน จาก 12 Years a Slave จะชิงดำกับอัลฟองโซ คัวรอน จาก Gravity ก็ปรากฏว่าฝ่ายหลังได้รางวัลไป และเป็นรางวัลเดียวของ Gravity อย่างไรก็ดี 12 Years a Slave ก็ได้หนึ่งในรางวัลใหญ่สุดของงานไป นั่นก็คือรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทชีวิต

Dallas Buyers Club ก็ได้รางวัลในสาขานักแสดงไปถึง 2 รางวัล จากสมทบชาย (จาเรด เลโต) และนำชายในภาพยนตร์ชีวิต (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) ซึ่งรางวัลหลังนี้เป็นการพลิกโผอย่างแรง เพราะทุกคนเก็งกันว่าไม่โรเบิร์ต เรดฟอร์ด จาก All is Lost ก็ต้องชิเวเทล เอ็จอีโอฟอร์ ครับ

นอกจากนี้ Blue is the Warmest Color ก็ชวดรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศไปให้ The Great Beauty ครับ ซึ่งถ้าจะให้วิเคราะห์ คิดว่าการที่ Blue ไม่มีโอกาสได้ชิงออสการ์อาจทำให้คณะกรรมการลูกโลกทองคำหันมาดันหนังเรื่องอื่นแทน

ที่เหลือก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามคาดหมายค่อนข้างมาก ดูสรุปผลรางวัลสาขาภาพยนตร์ที่ด้านในครับ

Read more of this post

Catching Fire ทำรายได้แซง Iron Man 3 เป็นหนังทำรายได้สูงสุดในสหรัฐประจำปี 2013

catching fire mvคนตั้งประเด็นว่า The Hunger Games: Catching Fire จะทำรายได้ในสหรัฐแซง Iron Man 3 ที่ครองสถิติไว้ 409 ล้านเหรียญสหรัฐได้หรือไม่ ส่วนใหญ่คิดว่าโอกาสมีน้อย เพราะนอกจากหนังฉายเอาปลายปีแล้ว หนังยังไม่ได้ฉายในระบบ 3D ที่ค่าตัวแพง ช่วยทำเงินให้มากขึ้นรวดเร็วด้วย แต่มันก็เกิดขึ้นได้ครับ

เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา ไลออนส์เกตออกแถลงการณ์ว่า หนังมีรายได้จากการขายตั๋วจนถึง 9 มกราคม เป็นเงินราว 409.4 ล้านเหรียญสหรัฐครับ แซง Iron Man 3 มาอย่างเฉียดฉิวก่อนปิดสถิติประจำปี 2013 ไป และกลายเป็นหนังทำเงินในสหรัฐสูงสุดประจำปี ส่งให้เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เป็นนางพญาหนังทำเงิน เป็นสาวร้อนแรงผู้มากับไฟสมกับตัวละครของเธอครับ

หนังชุด The Hunger Games ยังคงเดินหน้าสู่การเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของ The Hunger Games: Catching Fire เป็นประจักษ์พยานถึงวิสัยทัศน์ของซูแซน คอลลินส์ ผู้เขียนนิยาย, การกำกับที่เชื่อใจได้ของฟรานซิส ลอว์เรนซ์ และการแสดงอันสุดยอดของคณะนักแสดงอันน่าทึ่งที่นำโดยเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และการอำนวยการสร้างที่ดีเลิศของทีมสร้างภาพยนตร์ ทีมการแสดง และทีมจัดจำหน่ายของเรา” จอน เฟลท์ไฮเมอร์ หัวหน้าผู้บริหารของไลออนส์เกตบอกมาในแถลงการณ์ครับ

มาร์ค แฮริส แห่ง Buzzfeed ได้ชี้ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จของ Catching Fire ในทวิตเตอร์ว่า หนังเรื่องนี้ถือเป็นหนังทำเงินสูงสุดประจำปีในสหรัฐเรื่องแรกที่มีผู้หญิงเป็นนักแสดงนำเดี่ยวๆ นับตั้งแต่ The Exorcist ในปี 1970 ครับ (แฮริสบอกว่าเขาคือว่าเอลเลน เบอร์สติน เป็นนักแสดงนำหญิงของเรื่อง ไม่ใช่ลินดา แบลร์) ซึ่งจะว่าไปแล้ว แม้หนังจะมีจอช ฮัทเชอร์สัน ด้วย แต่เราก็ต้องยอมรับว่าแคทนิสคือบทที่เด่นสุดในหนังจริงๆ ครับ

ที่มา: The Huffington Post

Read more of this post

Inside Llewyn Davis กวาดรางวัลใหญ่ของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐ

inside llewyn davis awardsขณะที่กระแสรางวัลภาพยนตร์พักนี้ตกไปอยู่ที่ American Hustle, Her, Gravity และ 12 Years a Slave หนัง Inside Llewyn Davis ของผู้กำกับโจล และอีธาน โคเอน ก็ถูกดันให้กลับมาอยู่ในข่าวอีกครั้งด้วยรางวัลของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐ ที่มอบทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และกำกับภาพยอดเยี่ยมให้หนังเรื่องนี้ กวาดรางวัลใหญ่ของสมาคมนี้มาสูงสุดถึง 4 รางวัล

Inside Llewyn Davis เป็นแนวขำปนขื่นร้ายๆ เล่าการต่อสู้ดินรนและการเดินทางของนักร้องเพลงโฟล์คในนิวยอร์กช่วงยุค 60 และมีออสการ์ ไอแซ็ค รับบทเป็นนักดนตรีตกอบที่เดินทางไปพร้อมกีตาร์และแมวเพื่อล่าฝันเป็นครั้งสุดท้าย หนังอาจก้ำกึ่งในหมู่ผู้ชม แต่ดูเหมือนเป็นหนังขวัญใจของนักวิจารณ์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งสหรัฐในครั้งนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์เรื่องนั้นได้ดี

การที่ได้รับรางวัลนี้ของหนังน่าจะทำให้ Inside Llewyn Davis มีโอกาสได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สูงขึ้น แต่อาจมีโอกาสอยู่แค่นั้น เพราะสมาคมนี้นิยมให้รางวัลแก่หนังศิลปะมากกว่า และออกจะแหวกแนวกว่าเวทีรางวัลอื่นๆ มาตลอด เหมือนปีที่แล้วที่ให้ Amour ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หรือปีก่อนๆ เช่น Melancholia, Waltz With Bashir และ The Social Network ปีที่ตรงกับออสการ์ล่าสุดก็คือ The Hurt Locker ในปี 2009 ส่วนหนังเรื่องอื่นที่ให้รางวัลตรงกับออสการ์ก็มีเพียง Annie Hall ในปี 1977, Unforgiven ในปี 1992, Schindler’s List ในปี 1993 และ Million Dollar Baby ในปี 2004

นอกจาก Inside Llewyn Davis ที่ได้ 4 รางวัลแล้ว หนังเรื่องอื่นก็ได้กันไปคนละรางวัลครับ Blue Jasmine ได้รางวัลนำหญิงจากบทบาทของเคต แบลนเช็ตต์, Spring Breakers ได้รางวัลสมทบชายจากบทบาทของเจมส์ ฟรังโก, American Hustle ได้สมทบหญิงจากบทบาทของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, Before Midnight ได้รางวัลบท, Blue is the Warmest Color ได้รางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม

สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งชาติมีสมาชิกปัจจุบันอยู่ด้วยกัน 56 คน จากนักวิจารณ์ชั้นนำทั่วสหรัฐ การออกเสียงเลือกผู้ที่ได้รับรางวัลครั้งนี้เป็นครั้งที่ 48 และอุทิศให้แก่โรเจอร์ อีเบิร์ต กับสแตนลี่ คัฟแมน สองสมาชิกที่เสียชีวิตในปี 2013 ด้วย

อ่านผลรางวัลที่เหลือ พร้อมผลการนับคะแนนที่มอบให้การเรื่องต่างๆ ได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

American Hustle คว้าหนังยอดเยี่ยม, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ คว้าสมทบหญิงจาก NYFCC

american hustle nycc2013ก่อนที่หนังจะฉายอย่างเป็นทางการ หนังรวมดาวนักแสดงคุณภาพ American Hustle ก็คว้ารางวัลแรกจากเวทีนักวิจารณ์มาแล้วครับ สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์กได้ประกาศรางวัลเมื่อคืนนี้ตามเวลาของบ้านเรา และให้หนังเรื่องนี้คว้ารางวัลใหญ่ไปครอง รวมถึงในสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และให้สมทบหญิงยอดเยี่ยมแก่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ด้วย

ที่ผ่านมา รางวัลของสมาคมนักวิจารณ์นิวยอร์กอาจไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าหนังจะได้ออสการ์ครับ แต่การันตีได้ว่าจะได้เข้าชิงแน่ๆ ดูได้จากหนังที่เคยได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของสมาคมนี้มาก่อนอย่าง The Social Network, The Hurt Locker, The Artist และ Zero Dark Thirty เป็นต้น แปลว่า American Hustle จะได้เข้าชิงออสการ์แน่ๆ แต่รางวัลจะได้ไหมก็ต้องลุ้นกันดีอีก และการที่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ได้สมทบหญิงจากสมาคมนี้ก็ช่วยส่งให้เธอมีโอกาสมากขึ้นที่จะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์อีกครั้ง หลังจากได้มาแล้วจาก The Silver Linings Playbook เมื่อปีที่แล้ว รายงานจากรอบที่ฉายเป็นการภายในบอกด้วยว่าในบรรดานักแสดงนำของหนังเรื่องนี้ทั้งหมด เธอโดดเด่นที่สุดครับ หนังจะเข้าฉายในบ้านเรา 19 ธันวาคมนี้

ส่วนในสาขาอื่นๆ สตีฟ แม็คควีน จาก 12 Years a Slave ได้รางวัลสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมไป โรเบิร์ต เรดฟอร์ด จาก All is Lost, เคต แบลนเชตต์ จาก Blue Jasmine และ จาเรด เลโต จาก Dallas Buyers Club ก็คว้าสาขานักแสดงนำชาย, นำหญิง และสมทบชายไป ทั้งสามเป็นเต็งจ่าในรางวัลเหล่านี้เช่นกัน

สมาคมยังให้รางวัลแก่ Fruitvale Station ในสาขาภาพยนตร์จากการกำกับครั้งแรก, The Wind Rises ในสาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยม Blue is the Warmest Color ก็ได้รางวัลหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมด้วย รายชื่อผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดอยู่ด้านในครับ

Read more of this post

ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ บอกว่า The Hunger Games: Mockingjay จะเพิ่มฉากเซอร์ไพรส์

francis lawrence catching fireดูเหมือนว่าการที่หนัง The Hunger Games: Mockingjay มีการแบ่งเป็นภาค 1 และ ภาค 2 จะมีส่วนดีสำหรับผู้กำกับฟรานซิส ลอว์เรนซ์ ในการเพิ่มฉากใหม่เข้ามา และอาจทำให้ผู้ที่เคยอ่านนิยายมาคาดไม่ถึงครับ ทำให้นึกถึง The Twilight Saga: Breaking Dawn ที่มีการแบ่งเป็น 2 ภาคแล้วมีการเพิ่มฉากเข้ามาใหม่แบบที่ทำให้คนอ่านนิยายก็ถึงกับอึ้ง (ในทางดี) เช่นกัน

ลอว์เรนซ์คุยกับดิจิตอลสกายว่าการที่ภาคสุดท้ายแบ่งออกเป็น 2 ภาค ไม่เพียงแค่จะช่วยให้ใส่เหตุการณ์ในหนังสือของซูแซน คอลลินส์ มากขึ้นแล้ว ยังทำให้มีโอกาสเพิ่มเติมบางฉากเข้าไปได้ด้วย

ข้อดีของการแบ่งออกเป็นสองภาคก็คือ เราจะใส่ฉากจากหนังสือเข้าไปในหนังได้มากขึ้น เพราะว่าเรามีเวลามากขึ้นในแต่ละภาค และยังมีพื้นที่ให้ใส่ฉากเซอร์ไพรส์และการเพิ่มฉากเข้าไปได้ด้วย

แต่หนังจะยาวขนาด Catching Fire ไหม (ซึ่งยาว 2.28 ชั่วโมง) ลอว์เรนซ์บอกว่า “หนังทั้งสองภาคคงไม่ยาวเท่านี้ คงจะสั้นกว่า Catching Fire นิดหน่อย

ในคลิปสัมภาษณ์ ยังมีการถามฉากโปรดของ The Hunger Games: Mockingjay จากเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ด้วย ซึ่งเธอบอกว่าฉากโปรดตอนนี้เท่าที่ถ่ายไปก็คือฉากทิ้งระเบิดในแคปิตอล และยังมีส่วนที่เลียม เฮมส์เวิร์ธพูดอีกนิดหน่อยว่าคนดูจะได้เห็นเขาในภาคต่อมากขึ้นครับ

The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 จะออกฉาย 21 พฤศจิกายน 2014 และ The Hunger Games: Mockingjay – Part 2 จะฉาย 20 พฤศจิกายน 2015 ครับคลิปอยู่ด้านใน

Read more of this post

Catching Fire ได้ทุนสร้างเพิ่มจาก The Hunger Games เกือบเท่าตัว และใบปิดฉบับ IMAX

catching fire imax headerหลังจาก The Hunger Games ทำรายได้ทั่วโลก 691 ล้านเหรียญสหรัฐ จากต้นทุนปานกลาง 78 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ The Hunger Games: Catching Fire ที่เป็นภาคต่อ จะได้ทุนสร้างเพิ่มขึ้น และตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าหนังได้ทุนสร้างเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว หรือราว 52 ล้านเหรียญ รวมเป็นราวๆ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทุนสร้างส่วนที่เพิ่มเข้ามานี้ รวมถึงค่าตัวนักแสดงด้วย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ที่เคยได้ค่าตัวราว 5 แสนเหรียญจากภาคแรก (รวมโบนัสจากรายได้หนัง) จะได้ค่าตัวจากภาคนี้เพิ่มเป็นเกือบ 10 ล้านเหรียญ (ดาราหนุ่มของหนังก็ได้ค่าตัวเพิ่มขึ้นด้วย แต่ไม่มาก)

ทุนสร้างที่ได้เพิ่มเข้ามาอีกยังถูกใช้ไปในงานเทคนิคพิเศษอีกราว 10 ล้านเหรียญ และอีก 30 ล้านเหรียญในส่วนของงานสร้าง ฉาก สถานที่ถ่ายทำ และค่าสร้างทีมงานจากการยืดเวลาการถ่ายทำ เพื่อให้หนังออกมาดูยิ่งใหญ่กว่าภาคแรกครับ

ไลอ้อนส์เกตยังได้ปล่อยใบปิดฉบับ IMAX ออกมาด้วยครับ ที่ออกแบบได้ดูเป็นงานศิลป์และสวยมากๆ หนังจะเข้าฉายในระบบ IMAX Digital ที่บ้านเราด้วย คลิกชมใบปิดด้านใน

Read more of this post

แคทนิส เอเวอดีน เสี่ยงตายในป่า ในตัวอย่างสุดท้าย The Hunger Games: Catching Fire

the hunger games final trailer 2The Hunger Games: Catching Fire ได้ปล่อยตัวอย่างสุดท้ายออกมา และชวนให้อยากดูหนังโดยเร็วมากๆ ครับ เป็นตัวอย่างหนังที่สั้นกว่าฉบับก่อนๆ แต่ก็มีฟุตเตจใหม่มากพอที่จะชวนให้ตื่นเต้น โดยเฉพาะฉากตอนเข้าไปอยู่ในเกมที่หนังยังไม่เคยเผยออกมาเลย ให้เราเห็นว่าแคทนิส เอเวอดีน ต้องผจญต้องฝูงลิง ฝูงนก ป่าถล่ม และอีกมากมายที่ดูแล้วเป็นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าภาคแรกมาก

ใน The Hunger Games: Catching Fire แคทนิส (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ได้กลับไปยังบ้านที่เขต 12 หลังจากชนะการประลอง The Hunger Games ครั้งที่ 74 แต่การที่ชนะการประลองก็ทำให้แคทนิสกับพีตา (จอช ฮัทเชอร์สัน) ต้องอยู่ห่างครอบครัว ออกเดินสายไปตามเขตต่างๆ ซึ่งระหว่างนั้น แคทนิสก็สัมผัสได้ถึงเค้าลางของการปฏิวัติที่กำลังจะปะทุขึ้นมา แต่แคปิตอลยังคงมีอำนาจควบคุมอยู่ เมื่อประธานาธิบดีสโนว์ (โดนัลด์ ซัทเธอร์แลนด์) ประกาศให้มีการแข่งขันนัดพิเศษครบรอบ 75 ปีของ The Hunger Games ที่ทุกเขตต้องส่งผู้ที่เคยได้รับชัยชนะมาประลองกัน ทำให้แคทนิสกลับพีตาต้องกลับสู่เกมอีกครั้งซึ่งมีอันตรายยิ่งกว่าเดิม

The Hunger Games: Catching Fire กำกับโดยฟรานซิส ลอว์เรนซ์ จาก I Am Legend และยังมีเลียม เฮมส์เวิร์ธ, วู้ดดี้ ฮาร์เลนสัน, แซม แคลฟิน, อลิซเบธ แบงก์, ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมน และอีกมากมายร่วมแสดง จะเข้าฉายบ้านเราช่วงพฤศจิกายนนี้

คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

คริสเตียน เบล นำแก๊งต้มตุ๋นในตัวอย่างฉบับเต็มของหนังเต็งออสการ์ American Hustle

american hustle full trailerอาจจะยังเร็วไปที่จะตัดสินว่า American Hustle จะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์หรือไม่ เพราะยังไม่มีใครได้ดูหนังกันจริงๆ แต่เมื่อดูจากงานของผู้กำกับเดวิด โอ. รัสเซล ที่ได้เข้าชิงบ่อยครั้งในระยะหลัง และจากทีมนักแสดงของหนังแล้ว หนังน่าจะได้เข้าชิงในสาขาบทภาพยนตร์ และสาขาด้านการแสดงเป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะคริสเตียน เบล ที่พลิกโฉมอีกครั้ง กลายเป็นหนุ่มลงพุงหัวล้าน ในบทบาทของเจ้าเล่ห์ แสบ ฉลาด ช่างเจรจา แบบที่เรายังไม่เคยเห็นเขาแสดงมาก่อน และตัวอย่างฉบับเต็มก็ออกมาแล้วครับ

เบลรับบทเป็นเออร์วิง นักต้มตุ๋นตัวฉกาจผู้ปราดเปรื่อง และใช้ความมั่นใจกับฝีปากในการโน้มน้าวคนได้เก่งมาก เขาถูกบังคับให้ร่วมมือกับเอฟบีไอที่รับบทโดยแบรดลี่ คูเปอร์ เพื่อวางแผนซ้อนแผนในการหลอกจับกุมนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการคอรัปชัน หนังยังมีเอมี่ อดัมส์ ที่รับบทเป็นนักต้มตุ๋นสาวชาวอังกฤษที่เออร์วิงโน้มน้าวให้มาช่วยงาน และเจเรมี เรนเนอร์ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่อยากทำดีและติดอยู่ท่ามกลางแผนการนี้ แต่คนที่อาจทำให้แผนการทั้งหมดล่มก็คือโรสซาลิน ที่รับบทโดยเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ภรรยาผู้รู้ไส้รู้พุงเขาดีทุกอย่าง และเธอก็คงเป็นคนที่คาดเดายากมากๆ

หนังยังมีโรเบิร์ต เดอ นีโร, ลูอิส ซี.เค. และไมเคิล พีนา ร่วมแสดงด้วย จะเข้าฉายในบ้านเรามกราคมนี้ครับ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

อดัมส์, ลอว์เรนซ์, เบล, คูเปอร์ และเรนเนอร์ บน5ใบปิด American Hustle ของเดวิด โอ. รัสเซล

jennifer lawrence american hustleณ ตอนนี้ ตัวเก็งเต็งจ๋ารางวัลออสการ์ 2014 ยังคงเป็น 12 Years a Slave โดยมี Gravity ตามมาใกล้ๆ แต่นั่นอาจเพราะยังไม่เคยมีใครได้ดู American Hustle ของผู้กำกับเดวิด โอ. รัสเซล ที่มีแผนจะออกฉายธันวาคมนี้ครับ และต้องยอมรับว่าในออสการ์ก็มีหลายครั้งที่ม้าตีนปลายมาแรงแซงม้าตีต้นได้ ดูอย่างปีที่แล้ว Silver Linings Playbook ของรัสเซลเองก็เป็นตัวเก็งออสการ์หลังจากคว้ารางวัลมาจากเทศกาลหนังโตรอนโต แต่หลังจากเบน แอฟเฟล็ค ไม่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์จาก Argo ก็ทำให้หนัง Argo มาแรงแซงทุกเรื่องไปเสียอย่างนั้นครับ และปีนี้ก็เป็นปีที่หลายคนในอุตสาหกรรมของฮลลีวู้ดยอมรับว่าการแข่งขันดุเดือดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้คงต้องรอดูกันยาวๆ อย่างไรก็ดี American Hustle ก็เผยโฉม 5 ใบปิดตัวละครออกมาแล้ว

เดิมทีหนังใช้ชื่อว่า American Bullshit ครับ ว่าด้วยเรื่องราวของหน่วยงานในอดีตชื่อ Abscam ของเอฟบีไอที่ทำหน้าที่สืบสวนการคอรัปชั่นของนักการเมือง รัสเซลร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้กับเอริก ซิงเกอร์ อิงจากเรื่องจริงของแอ็บสแคมในปี 1980 ที่ใช้นักต้มตุ๋นคนหนึ่งแฝงตัวเข้าไปสืบเครือข่ายการฉ้อราษฎร์บังหลวงในสภาคองเกรส

5 นักแสดงหลักของหนังได้แก่คริสเตียน เบล ในบทของเออร์วิน โรเซนเฟลด์ จอมต้มตุ๋น ที่เอฟบีไอดึงตัวมาช่วย และเป็นการพลิกโฉมอีกแบบหลังจากผอมโซและได้ออสการ์มาจาก The Fighter หนังของรัสเซลในปี 2010 โดยมีเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ รับบทเป็นเมียจอมซ่าและเดาใจยาก ร่วมด้วยเอมี่ อดัมส์ ในบทนักต้มตุ๋นสาวที่เจ้าเล่ห์พอๆ กับเออร์วิน และเข้ามาช่วยเขาในแผนการครั้งนี้, แบรดลี่ คูเปอร์ เป็นเอฟบีไอที่คิดนอกกรอบ และเจเรมี เรนเนอร์ เป็นนักการเมืองใจร้อน

หนังมีเรื่องราวเป็นยุค 70 และใบปิดก็ทำออกมาในโทน 70 เช่นกันครับ โดยให้ 5 นักแสดงหลักมายืนเก๊กท่าในเสื้อผ้าและการแต่งหน้าย้อนยุค หนังเรื่องนี้มีโรเบิร์ต เดอ นีโร ร่วมแสดงด้วย

คลิกชม 5 ใบปิด และตัวอย่างแรกที่ออกมาก่อนหน้านี้ด้านใน

Read more of this post

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และแกรี่ รอส กลับมาร่วมงานกันในหนังจากนิยาย East of Eden

lawrence east of edenการร่วมงานกันบ่อยๆ ของผู้กำกับและนักแสดง เป็นเครื่องหมายที่บอกว่าพวกเขาชื่นชมกันและกันและชอบที่จะกลับมาร่วมงานกันอีก และเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ กับผู้กำกับแกรี่ รอส ก็จะกลับมาร่วมงานกันอีกในหนังที่สร้างใหม่จากนิยายคลาสสิคของนักเขียนรางวัลโนเบล จอห์น สไตน์เบค เรื่อง East of Eden ครับ ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์

หนังจะจัดสร้างและจัดจำน่ายโดยยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ที่ซื้อลิขสิทธิ์นิยายมา โดยมอบให้ไบรอัน เกรเซอร์ จาก Rush และ A Beautiful Mind มารับหน้าที่อำนวยการสร้าง หนังมีฉากเป็นแคลิฟอร์เนียในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นการเอาเรื่องราวในพระคัมภีร์ตอนเกี่ยวกับเคนและเอเบิลมาเล่าใหม่ครับ

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ จะรับบทเป็นแคธี เอเมส หญิงสาวผู้โหดเหี้ยม ฆ่าและเผาพ่อแม่ของตัวเอง ต่อมาได้แต่งงานใหม่กับอดัมและมีลูกชายฝาแฝดคือเคเลบกับแอรอน เธอไม่ต้องการเป็นแม่ จึงยิงอดัมจนบาดเจ็บและหนีไปเป็นเจ้าของซ่องนางโลม ซึ่งนั่นคือเรื่องราวครึ่งแรกของนิยายครับ ส่วนครึ่งหลังจะเป็นเรื่องราวของพี่น้องฝาแฝดที่ชิงดีชิงเด่นและอิจฉาริษยากันจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม

East of Eden เคยถูกนำมาสร้างเป้นหนังแล้วครั้งหนึ่ง ในปี 1955 มีเจมส์ ดีน รับบทนำ แต่หนังเน้นไปที่เรื่องราวครึ่งหลังตอนที่ลูกชายโตแล้ว บอกเล่าการชิงดีชิงเด่นของรุ่นลูกเป็นหลัก

ยังไม่แน่ชัดว่าใครจะมารับหน้าที่เขียนบท แต่ก็เป็นไปได้ว่ารอสอาจเขียนเอง หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับบทหนัง เหมือนตอนที่เขาทำ The Hunger Games และ Seabiscuits ครับ

แต่ก่อนจะกำกับเรื่องนี้ รอสจะกำกับ Peter and the Starcatchers ให้ดิสนี่ย์ก่อน

Read more of this post

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ สมทบ Dumb and Dumber to และโฉมแรกของลอยด์กับแฮรี่

dumb and dumber to firstlookเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เคยประกาศว่า Dumb and Dumber เป็นหนังตลกโปรดของเธอจนถึงขั้นที่เธอจำประโยคพูดในหนังได้หมด เธอเคยไปออกรายการทอล์คโชว์ของจิมมี่ ฟัลลอน และแสดงความสามารถด้านท่องจำมาแล้วครับ (ดูคลิปได้ด้านใน) ตอนนี้ เธอจะได้ร่วมรับบทเล็กๆ ในภาคต่อของหนังตลกเรื่องโปรดเรื่องนี้ของเธอด้วย

ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าลอว์เรนซ์จะไปรับเชิญเล่นบทเล็กๆ ใน Dumb and Dumber To ซึ่งใช้เวลาถ่ายทำเพียงหนึ่งวันครับ โดยสวมบทเป็นตัวละครวัยสาวของตัวละครที่แธลีน เทอร์เนอร์ รับบท ภาคต่อจะเป็นการออกผจญภัยของลอยด์ (จิม แครี่) และแฮรี่ (เจฟฟ์ แดเนียล) อีกครั้งหลังจากในหนังปี 1994 แต่ครั้งนี้ก็เพื่อตามหาลูกสาวที่แฮรี่เพิ่งรู้ตัวว่ามี ปีเตอร์ กับบ็อบบี้ ฟาเรลลี ก็กลับมากำกับด้วย

ทั้งแครี่และแดเนียลเพิ่งเริ่มถ่ายทำหนังเรื่องนี้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ ทั้งคู่ได้ลงภาพของตัวเองในเมคอัพและเครื่องแต่งกายให้แฟนๆ ได้ดูกันด้วยทางทวิตเตอร์ และฮูเซย์

แดเนียลให้สัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาระหว่างไปร่วมงานประกาศรางวัลเอ็มมี่ ที่ตัวเขาได้รางวัลนำชายจากซีรี่ส์ The Newsroom มาด้วยว่า Dumb and Dumber To จะมีฉากที่ชวนอาเจียนกว่าภาคที่แล้วอีก “จะมีบางอย่างที่เราจะทำใน Dumb and Dumber To ที่ทำให้ฉากห้องสุขาดูเฉิ่มไปเลย ผมบอกไม่ได้ว่าอะไร แต่มันเหนือกว่าฉากนั้นมาก

หนังจะฉายปี 2014 ภายใต้การจัดจำหน่ายของยูนิเวอร์แซลครับ

Read more of this post

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ สวมชุดราตรีงามในภาพใหม่จาก The Hunger Games: Catching Fire

The Hunger Games Catching Fire EW comicconThe Hunger Games: Catching Fire เป็นหนึ่งในหนังที่จะบุกงานคอมมิคคอนที่ซาดิเอโกกลางเดือนนี้ และได้ปล่อยภาพใหม่ออกมาประชาสัมพันธ์ที่ EW ครับ

ภาพใหม่มีเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ในบทของแคทนิส เอเวอดีน ในชุดราตรีสีขาวที่ออกมาโดยได้รับแรงบันดาลใจจากนกม็อคกิ้งเจย์ ที่เราเคยเห็นกันบนใบปิดตัวละครครับ ภาพนี้น่าจะเป็นฉากตอนไปร่วมรายการทอล์คโชว์ของซีซาร์ ฟิคเกอร์แมน (สแตนลี ทุชชี) ด้านหลังมีผู้เข้าแข่งขัน The Hunger Games ครั้งที่ 75 คนอื่นๆ ยืนอยู่ด้วย

เรายังไม่รู้ว่าเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ จะมีคิวไปร่วมงานที่คอมมิคคอนไหม เพราะติดถ่ายทำ X-Men: Days of Future Past อยู่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือผู้กำกับฟรานซิส ลอว์เรนซ์ กับจอช ฮัทเชอร์สัน ได้ยืนยันไปร่วมงานแล้ว รอดูอยู่ครับว่าจะมีคลิป หรือตัวอย่างใหม่ฉบับคอมมิคคอนเผยโฉมออกมาไหมหลังจากนี้

หนังจะเข้าฉายในเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ คลิกชมรูปได้ที่ด้านใน หรือมุมซ้ายบน

Read more of this post

แคทนิสยืนสง่าบนยอดเขา บนใบปิดใหม่ของ The Hunger Games: Catching Fire

catching fire poster 01ไลอ้อนส์เกตเพิ่งเปิดตัวอินสตาแกรมสำหรับหนัง The Hunger Games ครับ และเพื่อชวนผู้ใช้ IG เข้าไปตามกันมากๆ ก็ได้ปล่อยใบปิดหนัง The Hunger Games: Catching Fire แบบพิเศษก่อนใครที่นั่น

ใบปิดเป็นภาพของแคทนิส เอเวอร์ดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ในชุดหนังสีน้ำตาลพร้อมธนูคู่กาย ยืนอย่างสง่าและสวยงามบนยอดเขา ใบปิดยังเล่นเทคนิคสีทำให้ดูเป็นวินเทจตามแบบใบปิดตัวละครที่เผยโฉมออกมาก่อนหน้านี้ด้วยครับ

ใน The Hunger Games: Catching Fire แคทนิสได้กลับไปยังบ้านที่เขต 12 หลังจากชนะการประลอง The Hunger Games ครั้งที่ 74 แต่การที่ชนะการประลองก็ทำให้แคทนิสกับพีตา (จอช ฮัทเชอร์สัน) ต้องอยู่ห่างครอบครัว ออกเดินสายไปตามเขตต่างๆ ซึ่งระหว่างนั้น แคทนิสก็สัมผัสได้ถึงเค้าลางของการปฏิวัติที่กำลังจะปะทุขึ้นมา แต่แคปิตอลยังคงมีอำนาจควบคุมอยู่ เมื่อประธานาธิบดีสโนว์ (โดนัลด์ ซัทเธอร์แลนด์) ประกาศให้มีการแข่งขันนัดพิเศษครบรอบ 75 ปีของ The Hunger Games ที่ทุกเขตต้องส่งผู้ที่เคยได้รับชัยชนะมาประลองกัน ทำให้แคทนิสกลับพีตาต้องกลับสู่เกมอีกครั้งซึ่งมีอันตรายยิ่งกว่าเดิม

The Hunger Games: Catching Fire กำกับโดยฟรานซิส ลอว์เรนซ์ จาก I Am Legend และยังมีเลียม เฮมส์เวิร์ธ, วู้ดดี้ ฮาร์เลนสัน, แซม แคลฟิน, อลิซเบธ แบงก์, ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมน และอีกมากมายร่วมแสดง จะเข้าฉายบ้านเราช่วงพฤศจิกายนนี้

คลิกชมภาพด้านในครับ

ขอบคุณ @kengkie / @LookOutBIG และ @MintMovie สำหรับภาพครับ

Read more of this post

ตัวอย่างแรกของ The Hunger Games: Catching Fire เผยโฉม

catching fire new pic 2ใน The Hunger Games: Catching Fire เรื่องราวภาคต่อจะเริ่มขึ้นเมื่อแคทนิส (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) กลับไปยังบ้านที่เขต 12 หลังจากชนะการประลอง The Hunger Games ครั้งที่ 74 แต่การที่ชนะการประลองก็ทำให้แคทนิสกับพีตา (จอช ฮัทเชอร์สัน) ต้องอยู่ห่างครอบครัว ออกเดินสายไปตามเขตต่างๆ ซึ่งระหว่างนั้น แคทนิสก็สัมผัสได้ถึงเค้าลางของการปฏิวัติที่กำลังจะปะทุขึ้นมา แต่แคปิตอลยังคงมีอำนาจควบคุมอยู่ เมื่อประธานาธิบดีสโนว์ (โดนัลด์ ซัทเธอร์แลนด์) ประกาศให้มีการแข่งขันนัดพิเศษครบรอบ 75 ปีของ The Hunger Games ที่ทุกเขตต้องส่งผู้ที่เคยได้รับชัยชนะมาประลองกัน ทำให้แคทนิสกลับพีตาต้องกลับสู่เกมอีกครั้งซึ่งมีอันตรายยิ่งกว่าเดิม

ตัวอย่างหนังแรกเผยออกมาระหว่างการประกาศรางวัลเอ็มทีวี มูวี่ อวอร์ด ก่อนที่จะปล่อยออกมาออนไลน์ครับ และเป็นตัวอย่างที่ให้อารมณ์ยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยดราม่าอันเข้มข้นมากๆ ให้เราเห็นการวางแผนของประธานาธิบดีสโนว์กับผู้คุมเกมคนใหม่ที่วางแผนจะกำจัดแคทนิส เพราะเธอได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ฟุตเตจเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องราวก่อนการประลองครั้งที่ 75 ที่มีทั้งฉากการจลาจล ฉากเรียกน้ำตา และเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ก็ส่งบทบาทอันยอดเยี่ยมออกมาชวนให้เราอยากดูหนังมากๆ ครับ

The Hunger Games: Catching Fire กำกับโดยฟรานซิส ลอว์เรนซ์ จาก I Am Legend และยังมีเลียม เฮมส์เวิร์ธ, วู้ดดี้ ฮาร์เลนสัน, แซม แคลฟิน, อลิซเบธ แบงก์, ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมน และอีกมากมายร่วมแสดง จะเข้าฉายบ้านเราช่วงพฤศจิกายนนี้

คลิกดูตัวอย่างหนังด้านใน

Read more of this post

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, แบรดลี่ คูเปอร์ และเดวิด โอ รัสเซล กลับมาร่วมงานกันในหนังดราม่าสืบสวน

jennifer lawrence david o russellผู้กำกับเดวิด โอ. รัสเซล จาก Silver Linings Playbook และสองนักแสดงนำของเรื่อง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และ แบรดลี่ คูเปอร์ เตรียมกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในหนังดราม่าแนวสืบสวนคอรัปชั่นครับ ตามรายงานของเดดไลน์

หนังเดิมทีใช้ชื่อว่า American Bullshit แต่ดูจะกำลังหาชื่อใหม่แทนชื่อนี้แล้ว จะจัดจำหน่ายโดยแอนนาเพอร์นา พิคเจอร์ส และโซนี พิคเจอร์ส ครับ

รายงานก่อนหน้านี้บอกว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นการรวมทัพนักแสดงของรัสเซล ว่าด้วยเรื่องราวของหน่วยงานในอดีตชื่อ Abscam ของเอฟบีไอที่ทำหน้าที่สืบสวนการคอรัปชั่นของนักการเมือง ซึ่งนอกจากคูเปอร์และลอว์เรนซ์แล้ว นักแสดงที่ยืนยันจะมาร่วมงานก่อนหน้านี้ยังมีคริสเตียน เบล, เอมี่ อดัมส์ และเจเรมี เรนเนอร์ ด้วย

รัสเซลร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้กับเอริก ซิงเกอร์ อิงจากเรื่องจริงของแอ็บสแคม หน่วยงานของเอฟบีไอในปี 1980 ที่ใช้นักสืบคนหนึ่งแฝงตัวเข้าไปสืบเครือข่ายการฉ้อราษฎร์บังหลวงในสภาคองเกรส ที่มีเมล เวนเบิร์ก นักต้มตุ๋นยิ่งใหญ่ของโลกเป็นผู้ออกความคิด

เบลจะเป็นผู้สวมบทเวนเบิร์ก โดยลอว์เรนซ์จะสวมบทเป็นภรรยาของเขาในเรื่อง ซึ่งการมาร่วมงานครั้งนี้ของลอว์เรนซ์จะเท่ากับทำให้เธอมีผลงานร่วมกับคูเปอร์เป็นเรื่องที่สาม เพราะทั้งคู่ยังมีหนังเขย่าขวัญเรื่อง Serena ที่แสดงร่วมกัน และมีแผนออกฉายปลายปีนี้ด้วย

ตัวอย่างหนังตัวเก็งออสการ์ Silver Linings Playbook ของเดวิด โอ. รัสเซล

เดิมทีแล้วหนัง Silver Linings Playbook ไม่ได้ถูกจับตามองมากเท่าไหร่ว่าจะเป็นหนังตัวเก็งออสการ์ครับ จนกระทั่งหนังได้คว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลหนังนานาชาติแห่งโตรอนโตเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นเต็งจ๋าขึ้นมาทันที และยิ่งได้ค่ายเวนสตีนที่เก่งเรื่องดันหนังให้ได้รางวัลออสการ์มาเป็นผู้จัดจำหน่ายด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หนังมีโอกาสสูงมากขึ้นไปอีก

รางวัลที่หนัง Silver Linings Playbook ได้ไปจากเทศกาลหนังโตรอนโตคือรางวัลขวัญใจผู้ชม หรือ Audience Award ครับ เป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาล ซึ่งเป็นเทศกาลเดียวที่รางวัลตัดสินมาจากการลงคะแนนของผู้ชม ไม่ใช่จากคณะกรรมการเหมือนเทศกาลหนังอื่นๆ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชมส่วนหนึ่งก็เป็นผู้มีสิทธิ์ให้คะแนนของรางวัลออสการ์เหมือนกันครับ และพวกเขาเหล่านี้ก็เลือกหนังเรื่องนี้ให้มีชัยเหนือตัวเก็งออสการ์อื่นๆ ที่ฉายในงานนี้ด้วยอย่างเช่น Argo ของเบน แอฟเฟล็ค, The Master ของพอล โธมัส แอนเดอร์สัน เป็นต้น และที่ผ่านมา หนังออสการ์บางเรื่องก็เคยได้รางวัลนี้มาก่อน ทั้ง American Beauty, Slumdog Millionaire, The King’s Speech และ Chariots of Fire

นอกจากเป็นเต็งจ๋าหนัออสการ์แล้ว ผู้กำกับเดวิด โอ. รัสเซล ที่เพิ่งเข้าชิงครั้งล่าสุดจาก The Fighter ก็มีโอกาสจะเข้าชิงออสการ์เช่นกัน รวมถึงสามนักแสดงหลักของเรื่องอย่างแบรดลี่ คูเปอร์, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และโรเบิร์ต เดอ นีโร โดยเฉพาะลอว์เรนซ์นั้นเป็นเต็งจ๋าในสาขานักแสดงนำหญิงมากๆ

Silver Linings Playbook ดัดแปลงจากนิยายในชื่อเดียวกันของแมทธิว ควิก เป็นเรื่องราวของครูโรงเรียนมัธยม (คูเปอร์) ที่เกิดคลั่งสติแตกหลังจับได้ว่าภรรยานอกใจจนเขาต้องถูกส่งไปอยู่โรงพยาบาลถึงสี่ปี และพอค่อยยังชั่วก็ถูกส่งออกมาให้อยู่ในการดูแลของพ่อกับแม่ (เดอ นีโรเป็นพ่อ ส่วนแจ็คกี้ วีเวอร์เป็นแม่) ขณะที่เขาพยายามขอคืนดีกับภรรยา ก็มาเจอกับสาวเพี้ยนที่รับบทโดยลอว์เรนซ์ ซึ่งหลังจากสามีเสียชีวิต เธอก็นอนกับทุกคนไม่เลือกหน้าจนถูกไล่ออกจากที่ทำงาน แล้วปรากฏว่าคนที่ดูไม่เต็มในสายตาของคนทั่วไปคู่นี้ก็เกิดจูนกันติดขึ้นมา เพราะล้วนเข้าใจหัวอกของกันและกันครับ

ค่ายยูไนเต็ดโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์ หรือแคทตาลิสต์ ซื้อหนังเรื่องนี้มาฉายครับ มีแผนส่งหนังออกฉาย 27 ธันวาคมนี้ คลิกดูตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

ภาพแรกของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ กับ แบรดลี่ คูเปอร์ ในหนังดราม่าเขย่าขวัญ Serena

ขณะที่ The Hunger Games ยังคงทำเงินอย่างต่อเนื่อง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เดินทางไปกรุงปรากเพื่อถ่ายทำหนังเรื่องใหม่ของเธอที่จะเข้าฉายปลายปีนี้ครับ หนังชื่อ Serena ซึ่งเธอแสดงร่วมกับแบรดลี่ คูเปอร์ และภาพนิ่งแรกของหนังก็เผยออกมาให้ชมแล้ว

หนังมีฉากเป็นนอร์ธ คาโรไลนา ในปี 1929 คูเปอร์รับบทเป็นเจ้าของบริษัททำไม้ชื่อจอร์จ เพมเบอร์ตัน ซึ่งเพิ่งแต่งงานใหม่กับหญิงสาวแสนสวยชื่อเซเรนา (ลอว์เรนซ์) ทั้งคู่ร่วมมือกันสร้างอาณาจักรให้ใหญ่โต โดยเซเรนาทำตัวคล้ายเลดี้แม็คเบธที่ยุยงสามีให้เอาชนะคู่แข่งและกระทำการโหดร้ายทุกวิถีทางเพื่อความร่ำรวย จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอรู้ความจริงว่าไม่อาจมีลูกให้จอร์จได้ เธอก็เลยฆ่าภรรยานอกสมรสของจอร์จที่มีลูกกับเขาก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน เมื่อจอร์จเริ่มสงสัย เขาจึงหาทางปกป้องลูกให้พ้นจากน้ำมือของเธอ

น่าจะเป็นอีกบทบาทที่ลอว์เรนซ์ได้แสดงฝีมือทางการแสดงอันยอดเยี่ยมของเธอออกมา และอาจทำให้เธอได้มีชื่อเข้าชิงออสการ์ในปีหน้าด้วย เพราะหนังเองก็ได้ซูแซน เบียร์ ผู้กำกับหญิงรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศเรื่อง In a Better World มารับหน้าที่กำกับ จากบทหนังของคริสโตเฟอร์ ไคย์ลครับ คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่กว่านี้

ดูเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เอาตัวรอดจากฆาตกร ในตัวอย่างแรกของ The House at the End of the Street

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ กำลังเป็นนักแสดงหญิงหน้าใหม่ที่ร้อนแรงในตอนนี้ครับ ไม่เพียงเป็นนักแสดงนำในหนังทำเงินเรื่องใหม่อย่าง The Hunger Games เธอยังดูได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงคุณภาพคนหนึ่งด้วย และไม่มีตอนไหนที่จะเหมาะเท่าตอนนี้ที่เธอกำลังดังอย่างมากในการปล่อยตัวอย่างหนังใหม่ของเธอออกมา ซึ่งเรื่องที่ว่านี้เป็นหนังแนวสยองขวัญฆาตกรรมชื่อ The House at the End of the Street (หรือเรียกย่อๆ ว่า HATES)

ในหนังเรื่องนี้ ลอว์เรนซ์รับบทเป็นเด็กสาววัย 17 ที่อาศัยอยู่กับแม่ (อลิซเบธ ชู) และทั้งคู่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ในเมืองแห่งหนึ่งที่บ้านข้างๆ ของพวกเขาเคยเกิดเหตุฆาตกรรมจากน้ำมือของลูกสาวคนเล็กของบ้านที่ฆ่าพ่อกับแม่ของตัวเอง บ้านหลังนั้นเหลือก็แต่ลูกชายคนโต (แม็กซ์ ธีไรออท) ซึ่งอยู่อย่างสันโดษ แต่แล้วตัวละครของลอว์เรนซ์ก็เริ่มผูกมิตรกับเขาจนทั้งคู่กลายเป็นคนรักในที่สุด แต่ความสยองขวัญก็บังเกิดขึ้นเมื่อเธอได้รู้ความลับดำมืดบางอย่างในบ้านหลังนี้

ตัวอย่างหนังเปิดฉากด้วยฉากอันชวนระทึกขวัญกลางเรื่อง แล้วถอยกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราว เป็นแนวทางการตัดต่อตัวอย่างหนังที่ไม่ค่อยได้เห็นกันครับ หนังเป็นผลงานกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกของมาร์ค ทอนเดอไร จากบทหนังของเดวิด ลูกา (Dream House)

ลอว์เรนซ์ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ระหว่าง X-Men: First Class และ The Hunger Games ครับ และเพราะการที่เธอเลือกเล่นหนังสยองขวัญที่ดูเหมือนธรรมดา ตรงไปตรงมาเรื่องนี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ามันน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่กว่าที่เห็นจากตัวอย่างหนังแน่ๆ และก็อาจเป็นการหักมุมที่คาดไม่ถึง

ผู้กำกับเล่าใน EW ว่าแม้โฉมหน้าของหนังจะเหมือนหนังแนวฆาตกรรม แต่ที่จริงแล้วพูดถึงการที่ครอบครัวมีปัญหาได้ส่งผลต่อลูกๆยังไงบ้าง “ผมอยากพูดถึงการที่ความรักของพ่อแม่ช่วยเราหรือขัดขวางเราในการเป็นตัวของตัวเองยังไงบ้าง มันเกี่ยวข้องกับการที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว แต่แม่ของเธอกลับคิดว่ายังสามารถบงการชีวิตลูกได้อยู่ ลูกสาวเป็นขบถต่อความคิดเช่นนั้น ลูกสาวเป็นคนที่เจ้าอารมณ์ และชูเป็นแม่ที่ไม่เข้าใจลูก

หนังจะเข้าฉายในสหรัฐกันยายนครับ ชมตัวอย่างหนังได้ที่ MTV หรือคลิกที่ด้านใน

Read more of this post

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ไม่อยากให้เปรียบ The Hunger Games กับ Twilight Saga

ตั้งแต่มีการประกาศสร้าง The Hunger Games หนังเรื่องนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ The Twilight Saga เพราะความคล้ายกันตรงที่เป็นเรื่องราวแฟนตาซีที่มีรักสามเส้าเหมือนกัน แถมยังสร้างจากหนังสือสำหรับวัยรุ่นที่ขายดีเหมือนกันด้วย แต่ในการสัมภาษณ์ล่าสุดที่ให้แก่นิตยสารวานิตี แฟร์ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ผู้เป็นนักแสดงนำของเรื่องบอกว่ายังเร็วไปที่จะคิดแบบนั้น

ฉันพยายามที่จะไม่คิดถึงมัน Hunger Games ไม่ใช่ Twilight และเมื่อฉันได้ยินการเปรียบเทียบแล้ว มันก็ยังเร็วไปที่จะตัดสินว่าหนังจะสร้างปรากฏการณ์ได้แบบเดียวกัน

ลอว์เรนซ์เสริมถึงการทำงานในหนังว่า “ฉันภูมิใจต่องานที่เราทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ (ผู้กำกับ) แกรี่กับทีมนักแสดง และทีมงานทั้งหมดยอดมาก และฉันอยากลับมารับบทอีก เพราะมันมีเนื้อเรื่องที่สำคัญมาก ถ้ามันกลายเป็นปรากฏการณ์อันบ้าคลั่ง ฉันจะยอมอุทิศอิสระของตัวเองเดี๋ยวนี้เลย

เมื่อให้พูดถึงตัวละครแคตนิส เอเวอร์ดีน ตัวเอกของเรื่องที่เธอสวมบท ลอว์เรนซ์เล่าว่า “แคตนิสเป็นตัวละครที่ยอดมาก เธอเป็นนักล่า แต่ไม่ใช่นักฆ่า เป็นเด็กสาววัย 16 ที่ถูกบังคับให้สู้ในสนามประลอง เด็กพวกนี้ฆ่ากันเองเพราะว่าถ้าไม่ทำ พวกเขาจะต้องตาย มันเป็นความรุนแรงที่ไม่จำเป็น ไร้ประโยชน์ และไม่ยุติธรรมเลย มันน่าเศร้ามากๆ

The Hunger Games ยังมีจอช ฮัทเชอร์สัน, เลียม เฮมส์เวิร์ธ, อลิซเบธ แบงก์ และ วู้ดดี้ ฮาร์เลนสัน ร่วมแสดง กำกับโดยแกรี่ รอส ครับ หนังเพิ่งปล่อย 8 ใบปิดตัวละครออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ ชมได้ที่ด้านล่าง

Read more of this post

คลิปแรกจาก The Hunger Games เกมล่าชีวิต (UPDATE HD)

ดูเหมือนว่าค่ายไลอ้อนเกตจัดหนักเรื่องโปรโมทหนัง The Hunger Games มากครับ ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวโครงการหนัง ตั้งแต่ประกาศชื่อนักแสดงเรื่อยมาจนถึงส่งภาพจากหนัง ล่าสุดก็ปล่อยฟุตเตจแรกของหนังออกมาอวดโฉมในรายการ MTV’s Music Video Awards และคลิปนั้นก็ออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หนังกำกับโดยแกรี่ รอส จาก Seabiscuit ซึ่งตอนนี้ยังคงยุ่งอยู่กับการถ่ายทำอยู่ คลิปที่ออกมาจึงมีแค่ฉากสั้นๆ เท่านั้นครับ แต่น่าจะช่วยทำให้แฟนของฉบับนิยายเรื่องนี้ตื่นเต้นดีใจได้

ในคลิปที่ว่ามีแคตนีส เอเวอร์ดีน นางเอกของเรื่องที่รับบทโดยเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (Winter’s Bone, X-Men: First Class) ในฉากแอ็คชั่นกลางป่าที่เจอกับลูกไฟและเธอต้องยิงธนูตอบโต้ครับ ก่อนที่จะเปิดด้วยโลดก้ของหนัง

หนังดัดแปลงจากนิยายเล่มแรกจากไตรภาคของซูซาน คอลลินส์ มีแปลเป็นไทยแล้วในชื่อ “เกมล่าชีวิต” เรื่องราวท่มีฉากเป็นอเมริกาในยุคอนาคตที่ตัวแทนของแต่ละเขตจะต้องส่งวัยรุ่นสองคนมาร่วมในเกมต่อสู้เพื่อออกฉายทางทีวี เป็นลูกผสมระหว่าง Battle Royale กับ Death Race 2000 ครับ

หนังยังมีเลียม เฮมสเวิร์ธ, จอช ฮัทเชอร์สัน, อลิซาเบธ แบงก์, วูดดี้ ฮาเรลสัน และ โดนัลด์ ซัทเธอร์แลนด์ ร่วมแสดงด้วย มีแผนออกฉายมีนาคมปีหน้าครับ

คลิกชมคลิปด้านใน

Read more of this post

เผยโฉมใบปิดเกมล่าชีวิต The Hunger Games

ค่ายหนังไลอ้อนเกตดูจะติดใจใบปิดหนังที่ใช้เทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์กราฟิกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ยลโฉมทางอินเตอร์เนตมากครับ เพราะเอาใช้เพื่อประชาสัมพันธ์หนังหลายเรื่องแล้ว ล่าสุดก็คือหนัง The Hunger Games ที่ใช้เทคนิคนี้สร้างใบปิดที่เคลื่อนไหวได้มาอวดโฉมให้เราชมกันที่ Yahoo Movies ครับ

ใบปิดหนังใช้รูปตราม็อคกิงเจย์ สัญลักษณ์ของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกลาง มาเป็นแบบ และทำให้น่าตื่นเต้นขึ้นด้วยการทำให้มีไฟลุกโชน ซึ่งเป็นแบบเดียวกับภาพหน้าแรกที่เว็บไซต์ทางการของหนังครับ

The Hunger Games เป็นภาคแรกของหนังไตรภาคที่ดัดแปลงจากนิยายขายดีของซูแซนเน คอลลินส์ กำกับโดย แกรี่ รอส จาก Seabiscuit ว่าด้วยเรื่องราวของโลกอนาคตหลังสงครามกลางเมืองที่จัดให้มีการแข่งขันต่อสู้เดิมพันชีวิตที่ถ่ายทอดสดออกทีวีเพื่อย้ำเตือนถึงความโหดร้ายของสงคราม โดยแต่ละเขตจะต้องส่งเด็กวัยรุ่นมาเป็นสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง ตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กสาวชื่อแคตนิส (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ลูกสาวนายพรานจากเขต 12 ที่ส่งมาพร้อมเพื่อนหนึ่งคน (รับบทโดยจอช ฮัทเชอร์สัน) ที่พบรักกันระหว่างต่อสู้ในเกม จนกลายเป็นขวัญใจของคนทั้งประเทศ แต่สาวเจ้าก็ยังมีเพื่อนสนิทอีกคนที่แอบรักเธออยู่ ผู้ที่พยายมหาทางช่วยให้เธอพ้นจากเกมล่าชีวิตครั้งนี้ (รับบทโดยเลียม เฮมส์เวิร์ธ)

นอกจากใบปิดแบบแฟลชแล้ว ไลอ้อนเกตยังเผยโฉมใบปิดฉบับ 2 มิติ ที่เอาไว้ติดตามโรงหนังด้วยครับ ชมใบปิดแบบแฟลชได้ที่ Yahoo Movies และชมแบบธรรมดาได้ที่ด้านใน

The Hunger Games มีแผนออกฉายในสหรัฐเดือนมีนาคม

Read more of this post

โฉมแรกของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ในบทแคตนิส จาก The Hunger Games

ผู้อำนวยการสร้างของ The Hunger Games สร้างความไม่พอใจนิดหน่อยให้แก่แฟนของฉบับนิยายตอนที่ประกาศว่าได้เลือกเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ มารับบทเป็นแคตนิส เอเวอร์ดีน สาวนักแม่นธนูวัย 15 นางเอกของหนังจากนิยายของซูแซน คอลลินส์ เห็นชัดว่าแฟนกลุ่มนั้นไม่รู้จักน้ำยาย้อมผม และนิตยสารเอ็นเตอร์เทนเมนท์ วีคลี่ย์ ฉบับล่าสุดได้เผยภาพนิ่งแรกของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ในมาดตัวละครนี้ที่ย้อมผมสีทองเป็นสีบรูเนทเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ลอว์เรนซ์ดูสวยคมมากในภาพนิ่งแรกนี้ และแต่งตัวตามฉบับนิยายเปี๊ยบซึ่งเป็นนิยายสำหรับวัยรุ่นตอนโต ที่เป็นส่วนผสมของ Death Race 2000, Battle Royale และ Twilight ว่าด้วยเรื่องราวของโลกอนาคตหลังสงครามกลางเมืองที่จัดให้มีการแข่งขันต่อสู้เดิมพันชีวิตที่ถ่ายทอดสดออกทีวีเพื่อย้ำเตือนถึงความโหดร้ายของสงคราม โดยแต่ละเขตจะต้องส่งเด็กวัยรุ่นมาเป็นสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง

ตัวเอกของเราเป็นเด็กสาวลูกสาวนายพรานจากเขต 12 ที่ส่งมาพร้อมเพื่อนหนึ่งคน (รับบทโดยจอช ฮัทเชอร์สัน) ที่พบรักกันระหว่างต่อสู้ในเกม จนกลายเป็นขวัญใจของคนทั้งประเทศ แต่สาวเจ้าก็ยังมีเพื่อนสนิทอีกคนที่แอบรักเธออยู่ ผู้ที่พยายมหาทางช่วยให้เธอพ้นจากเกมล่าชีวิตครั้งนี้ (รับบทโดยเลียม เฮมส์เวิร์ธ)

ในนิตยสาร ลอว์เรนซ์ยังเล่าให้ฟังว่าเธอได้คุยกับผู้กำกับแกรี่ รอส เกี่ยวกับช่วงการประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ผ่านมาที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืน และเหมือนกับตัวละครของเธอในหนังเรื่องนี้

(อ่านต่อและชมภาพด้านใน)

Read more of this post

ตัวอย่างหนังฉบับเต็มของ X-Men: First Class ออนไลน์

หลังจากตัวอย่างแรกที่สร้างความฮือฮา ทเวนตี้ เซ็นทูรี ฟ็อกซ์ได้ปล่อยตัวอย่างหนังฉบับเต็มของ X-Men: First Class ออกมาแล้วครับที่ Yahoo Movies และยิ่งทำให้หนังดูดีขึ้นกว่าเดิมอีก

ในตัวอย่างหนังเผยว่าชาร์ลส์ ซาเวียร์ (เจมส์ แม็คเอวอย) และ เอริก (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) พบกันและมาเป็นเพื่อนกันได้ยังไง ก่อนที่จะร่วมกันพามนุษย์กลายพันธุ์คนอื่นๆ มาอยู่โรงเรียนด้วย และก็เผยฉากใช้พลังเด่นๆ ของตัวละครอื่น กับฉากความสัมพันธ์ระหว่างมิสติก (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) และ บีสต์ (นิโคลัส โฮลท์) ก่อนที่จะทิ้งท้ายด้วยภารกิจของพวกเขาในการยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ แต่ไม่ค่อยได้ให้รายละเอียดของพวกเฮลล์ไฟร์คลับนัก อาจเป็นไปได้ว่ามนุษย์กลายพันธุ์กลุ่มนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังวิกฤติกาลคิวบาของโลกในหนังฉบับนี้ครับ

ผมยังรู้สึกเพิ่มเติมอีกว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเน้นไปที่ว่าเอริกกลายเป็นตัวร้ายได้ยังไงมากกว่าไปเน้นที่ความเป็นพระเอกของซาเวียร์ครับ และภารกิจยับยั้งสงครามนี้อาจมีบางอย่างเกิดขึ้นจนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เอริกหันมาเล่นงานมนุษย์แทน และนั่นทำให้เขากับซาเวียร์ต้องกลายเป็นศัตรูกัน

Read more of this post

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เป็นแคตนิส ใน The Hunger Games เกมล่าชีวิต

หลังจากมีข่าวว่าเป็นหนึ่งในตัวเก็งที่จะมารับบทเป็นแคตนิส เอเวอร์ดีน ในหนังจากนิยายแฟนตาซี The Hunger Games ในที่สุด เดอะแรปได้ยืนยันครับว่าเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ คือผู้ที่ได้บทเอกนี้ไปครอง เอาชนะตัวเก็งอื่นๆ อย่างโคลอี้ มอเรทซ์, เอ็มมา โรเบิร์ต และ เอมิลี่ บราวนิ่ง เป็นต้น

The Hunger Games ดัดแปลงจากนิยายของซูแซนน์ มีองค์ประกอบที่เป็นส่วนผสมระหว่าง Truman Show, Battle Royale และ The Twilight ว่าด้วยเรื่องราวในโลกอนาคตที่อารยธรรมล่มสลาย แต่ละเมืองต้องส่งเด็กวัยรุ่นมาเล่นเกมต่อสู้เพื่อฆ่ากันให้ดูทางทีวี ตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กสาวลูกหลานนายพรานที่ถูกส่งมาเล่นเกมนี้ และพบรักระหว่างการต่อสู้กับเด็กหนุ่มจากเมืองเดียวกัน การผนึกกำลังร่วมกันเอาชนะคู่ต่อสู้ทำให้ทั้งสองกลายเป็นขวัญใจของคนทั้งประเทศก่อนที่จะถูกจับให้มาห้ำหั่นกันเอง

นิยายขายดีอย่างมากในสหรัฐ และมีฐานของแฟนคลับใหญ่มากและถูกเขียนออกมาถึงสามภาค จนทำให้ไลอ้อนเกตที่ซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างเป็นหนังหวังที่จะให้กลายเป็นหนังขวัญใจเด็กวัยรุ่นแบบเดียวกับ Twilight และแกรี่ รอส จาก Seabiscuit รับหน้าที่เป็นผู้กำกับภาคแรก จากบทดัดแปลงของบิลลี่ เรย์ ( Shattered Glass)

เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ โด่งดังมาจาก Winter’s Bone หนังอินดี้ที่ส่งให้เธอเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงเมื่อครั้งที่ผ่านมา เธอยังได้ทำงานร่วมกับโจดี้ ฟอสเตอร์ ใน The Beaver ที่จะเข้าฉายในบ้านเราพฤษภาคมนี้ และยังรับบทเป็นมิสติกใน X-Men: First Class ด้วย

บทสำคัญอีกบทที่ต้องรอดูกันว่าใครจะได้ไปก็คือบทพีตา เมลลาร์ก พระเอกของเรื่อง ซึ่งตัวเก็งตอนนี้มีตั้งแต่อเล็กซ์ เพ็ตตีเฟอร์ จาก I Am Number Four, จอช ฮัทเชอร์สัน จาก The Kids Are All Right และ ฮันเตอร์ แพริช จาก It’s Complicated ครับ

The Hunger Games จะเปิดกล้องในอีกไม่กี่เดือนนี้เพื่อออกฉายมีนาคมปีหน้าครับ ระหว่างนี้คุณอาจไปหานิยายมาอ่านพลางๆ ก่อน เพราะมีการแปลภาคแรกเป็นภาษาไทยออกมาแล้วในชื่อ “เกมล่าชีวิต” ครับ

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 542 other followers