Furious 7 กลายเป็นหนังที่ทำเงินทั่วโลกพันล้านเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์

furious 7 billions markเร็วสมชื่อครับ Furious 7 หรือ Fast & Furious 7 ได้กลายเป็นหนังที่ทำเงินทั่วโลกเลยพันล้านเหรียญเร็วที่สุดกว่าหนังทุกเรื่องที่เคยทำรายได้ระดับนี้มา ด้วยสถิติการทำเงินทั่วโลกพันล้านเหรียญภายใน 17 วัน เอาชนะ Avatar, Avengers และ Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 ที่ใช้เวลา 19 วัน ในการทำเงินถึงในระดับเดียวกัน ถือเป็นการทำลายสถิติอีกอย่างของหนัง

นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกของค่ายยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ที่ทำเงินทั่วโลกถึงพันล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าไม่นับ Jurassic Park ที่ทำรายได้ถึงพันล้านเหรียญจากการรวมรายได้ของฉบับที่มีการนำกลับมาฉายใหม่ในระบบ 3D เมื่อปี 2013

ความสำเร็จนี้ทำให้ รอน เมเยอร์ รองประธานของ NBCUniversal ถึงการทำจดหมายออกมาชื่นชมทีมงานและนักแสดง “ผมภูมิใจอย่างที่สุดต่อทีมสร้างภาพยนตร์ที่ยูนิเวอร์แซล ทีมนักแสดง และทีมคนทำหนังของ Fast and Furious ทุกคน ที่ได้นำพาแนวคิดดั้งเดิมของเรามาพัฒนาจนกลายเป้นหนังแฟรนไชส์ที่ทำเงินมหาศาลในระดับโลก

สำหรับรายได้ล่าสุดจนถึงวันนี้ที่ฉายมาสามสัปดาห์ หนังทำเงินทั่วโลกถึง 1.153 พันล้านเหรียญแล้วครับ และยังเป็นแชมป์บนตารางหนังทำเงินในสหรัฐเป็นสัปดาห์ที่สาม คาดว่าหนังน่าจะทำเงินสิ้นสุดที่ 1.3-1.5 พันล้านเหรียญ และมาอยู่ในอันดับ 5 ของอันดับหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาล

คำถามคือ Furious 7 จะครองสถิตินี้ได้นานแค่ไหน เพราะ Avengers: Age of Ultron และ Star Wars: The Force Awakens ก็มีแววที่จะทำเงินสุงในระดับเดียวกันครับ

ที่มา: THR

Fast & Furious 8 ยังไม่มีบท ยังไม่มีผู้กำกับ หนังยังห่างไกลจากจุดออกตัว

furious 7 image 05แน่นอนแล้วว่า Furious 7 จะเป็นหนังที่ทำเงินทั่วโลกแตะพันล้านเหรียญเป็นเรื่องแรกของปีนี้ หลังจากฉายไม่ถึง 2 สัปดาห์ดี หนังก็ทำเงินทั่วโลกไปแล้วกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ เอาชะรายได้รวมของภาคล่าสุดที่ทำไว้ที่ 789 ล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งรายได้ที่มาช่วยล่าสุดก็มาจากในจีนที่การเปิดตัวแค่วันแรกสูงถึง 68.6 ล้านเหรียญ ทุบสถิติรายได้เปิดตัววันแรกของหนังในจีนทุกเรื่องครับ แต่แม้ว่าจะสำเร็จขนาดนี้ ไม่ได้แปลว่าภาค 8 จะเริ่มง่ายๆ ทั้งนี้เพราะรายงานล่าสุดจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าหนังยังไม่มีบทเลย และยังไม่ได้จ้างคนเขียนบทด้วย

เมื่อปี 2014 ยูนิเวอร์แซลมีแผนไว้ว่าจะสร้างหนังชุดนี้จนถึงภาค 10 และแผนการนี้ก็ยังอยู่ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีการวางตัวผู้เขียนบทใดๆ ทั้งสิ้น แต่กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ยูนิเวอร์แซลฯ เคยประกาศวันฉายออกมาก่อน แล้ววิน ดีเซล ซึ่งเป็นทั้งผู้อำนวยการสร้างกับนักแสดงนำก็จะมาระดมสมองกับผู้อำนวยการสร้างนีล มอริทซ์ และผู้เขียนบท คริส มอร์แกน เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง ฉาก และการเล่าเรื่อง แล้วเริ่มดำเนินการถ่ายทำกันเลย

แต่ปัญหาใหญ่ของภาคนี้ก็ถือผู้กำกับ เพราะเจมส์ วาน ซึ่งเซ็นสัญญาไว้ 2 ภาค ต้องพักไปทำ The Conjuring 2 ก่อน ที่จะเปิดกล้องตุลาคมนี้ ยูนิเวอร์แซลคงอยากให้วานพักก่อนด้วย เพราะการถ่ายทำ Furious 7 กินเวลานานและล่าช้าจากกำหนดเดิมหลังจากการเสียชีวิตของพอล วอล์คเกอร์ ขณะที่จัสติน ลิน เอง ก็ติดถ่ายทำ Star Trek 3 ที่จะออกฉายปีหน้า

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องนักแสดงด้วย เพราะนักแสดงบางคนในชุดนี้เริ่มที่จะใกล้หมดสัญญาแล้ว แปลว่าจะต้องมีการเจรจาสัญญาใหม่ รวมถึงดเวย์น จอห์นสัน ที่มีสัญญาแบบภาคต่อภาคก็มีคิวถ่ายทำหนังเรื่องนี้อีกเยอะมาก แต่คนหนึ่งที่ระยะเวลาสัญญายังเหลืออีกเยอะก็คือลุค เอแวนส์ ที่รับบทตัวร้ายในภาค 6 จึงไม่แน่แปลกใจที่ตัวร้ายนี้จะกลับมาในภาค 8

แล้วผู้สร้างจะทำยังไง มอริทซ์บอกในบทความว่า “บอกตามตรง ขอเราดื่มดำกับความสำเร็จของภาคนี้ไปก่อน เราคงจะนัดมาเจอกันในอีกสัก 1-2 อาทิตย์จากนี้ หรือคุยกัน เนื้อเรื่องจะต้องเป็นอะไรที่ล่อใจเราทุกคนได้ มันต้องดีเท่าหรือดีกว่า Furious 7

คาดว่าข่าวคืบหน้าเป็นทางการจะประกาศกันในงานคอมมิคคอนปลายเมษายนนี้ครับ

Read more of this post

Furious 7 ทำลายรถกว่า 230 คัน ในการสร้างหนัง และชมคลิปเบื้องหลังฉากเสี่ยงตายในหนัง

furious 7 reader reviewในหนัง Furious 7 เราเห็นรถทั้งตกหน้าผา, ถูกระเบิด, ถูกโยนจากเครื่องบิน, ทิ้งลงมาจากตึก และจับมันชนกันจนยับเยิน แล้วทั้งหมดนั้นกี่คันที่ถูกใช้ไปในการสร้างฉากผาดโผนเกี่ยวกับรถยนต์เหล่านั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน รายงานจากวอชิงตันโพสต์เปิดเผยว่ากว่า 230 คันครับ

เดอะโพสต์ได้ไปสัมภาษณ์เดนนิส แม็คคาร์ธี ซึ่งทำหน้าที่จัดหารถมาใช้ถ่ายทำภาพยนตร์แก่หนังชุด Fast and Furious ซึ่งรวมถึง Furious 7 ด้วย และเปิดเผยอีกว่าฉากขับรถไล่ล่าบนถนนโมนาร์กในโคโลราโด (ฉากที่แย่งตัวประกันบนถนนกลางหุบเขา) เป็นฉากที่ใช้รถเปลืองที่สุด “เราน่าจะทำลายรถมากกว่า 40 คัน แค่ในการถ่ายทำฉากต่อเนื่องฉากนั้น

แม็คคาร์ธีเปิดเผยอีกว่าได้ทำข้อตกลงกับเจ้าของสุสานรถและสถานที่ขายรถมือสองเพื่อให้ทำลายรถ ซึ่งในหนังภาคหกเมื่อปี 2013 Fast & Furious 6เราทำลายรถ 25 คัน ต่อวันได้ พวกเขาจะมาตอนกลางคืนเพื่อมาเอารถที่พังไป แล้วเอามาให้เราใหม่อีก 25 คัน

แต่สิ่งที่ทีมงานต้องระวังหลังจากใช้รถเหล่านี้แล้วก็คือต้องทำลายทิ้งแบบให้หมดสภาพ เพื่อไม่ให้เกิดคดีฟ้องร้องจากคนที่อยากได้รถใช้แล้วในหนัง “เราต้องนับรถทุกคันที่ถูกทำลายในหนัง

นอกเหนือจากนี้แล้ว ยังมีคลิปเบื้องหลังฉากผาดโผนเกี่ยวกับรถใน Furious 7 ออกมาครับ ที่ให้เราได้เห็นว่าหลายฉาก ทีมงานก็ต้องเสี่ยงตายในการพยายามถ่ายภาพรถเหล่านี้เหมือนกัน เช่นฉากทิ้งรถจากเครื่องบินที่ต้องมีนักดิ่งพสุธาติดกล้องไปเพื่อตามถ่าย หรือฉากไล่ล่าบนถนนก็มีตากล้องที่ขับรถมอเตอร์ไซค์คอยซิ่งตามไป บางฉากก็แสดงให้เห็นถึงความเก่งของนักแสดงแทนล้วนๆ ในการขับรถให้ได้ฉากที่น่าตื่นเต้นครับ คลิกชมคลิปด้านใน

Read more of this post

ชมมิวสิควิดีโอ “See You Again” ประกอบภาพยนตร์ Furious 7

Furious 7  See You Again cap 03It’s been a long day without you my friend

เหนื่อยเหลือเกินวันนี้ เมื่อไม่มีนาย เพื่อนเอ๋ย

And I’ll tell you all about it when I see you again

แล้วจะเฉลยให้ฟัง เมื่อเจอกันครั้งใหม่

We’ve come a long way from where we began

จากวันเริ่มเดินทาง เราต่างมากันไกล

Oh I’ll tell you all about it when I see you again

โอ้ แล้วจะเล่าให้ฟัง เมื่อเจอกันครั้งใหม่

When I see you again

เมื่อได้เจอกันอีกครั้ง

ข้างบนตรงที่เป็นภาษาอังกฤษนั้นคือเนื้อเรื่องตอนต้นของเพลง “See You Again” ประกอบภาพยนตร์ Furious 7 ที่ขับร้องท่อนแร็พโดยวิซ คาลิฟา โดยมีชาร์ลี พุท มาฟีเจอริ่งครับ เป็นเพลงที่ใช้ปิดหนังที่ดีมากๆ และสร้างสรรค์มาอย่างเหมาะสมให้กับอารมณ์ตอนจบ ซึ่งยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้ปล่อยมิสิควิดีโอเพลงนี้ออกมาแล้ว โดยมีฉากตอนจบของหนังมาประกอบ (ดังนั้น ผู้ที่ยังไม่ได้ชมหนังแล้วยังไม่เห็นอยากเห็นฉากนี้ก่อนในโรง ก็อย่าเพิ่งคลิกดูครับ)

ไมค์ โนบล็อค ประธานฝ่ายสิ่งตีพิมพ์และเพลงประกอบภาพยนตร์ของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส พูดถึงแนวทางการทำเพลงประกอบสำหรับ Furious 7 ในบทความของฮัฟฟิงตันโพสต์ว่า “มันมีความรู้สึกของการเป็นครอบครัวแท้ๆ และจริง อยู่ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้าในภาพยนตร์ มันเป็นขั้นตอนที่สะเทือนอารมณ์ มันไม่ควรปฏิบัติเหมือนเป็นของเพื่อการค้า เราจึงไม่เคยปฏิบัติต่อมันเหมือนเป็นการค้า เราจัดการมันอย่างเป็นของที่อ่อนไหวมากๆ”

โนบล็อคยังพูดถึงแนวทางอารมณ์ของเพลงว่า หลังจากหนังที่ตื่นเต้นมาเกือบสองชั่วโมง ก็ต้องมีฉากที่สร้างสมดุลทางอารมณ์ “มันต้องซาบซึ้งและเร้าอารมณ์อย่างเหมาะสม แต่เราก็ยังอยากให้ผู้ชมลุกออกจากที่นั่นในโรงหนังด้วยความรู้สึกดี เราไม่อยากได้อารมณ์ที่ทำให้อารมณ์ทั้งหมดของการชมภาพยนตร์หายไป และเราก็ไม่อยากให้ผู้ชมออกจากโรงด้วยอารมณ์ที่เศร้า หรือรู้สึกเหมือนไปงานศพของใครมา การสร้างเพลงให้เหมาะสมกับฉากนั้นจึงเป็นหัวใจสำคัญ ต้องเป็นเพลงที่ซื่อสัตย์และจริงใจที่เน้นย้ำการเฉลิมฉลองชีวิตของพอล เพื่อเป็นเพลงที่สดุดีให้แก่สิ่งนั้น เราทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ออกมา

ผู้กำกับเจมส์ วาน เล่าถึงฉากจบที่เพลงนี้มาประกอบด้วยว่า “เรารู้ว่าการไปส่งเพื่ออำลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เรารู้ว่าเราต้องเดินหน้าต่อ ไม่ใช่เพื่อทำหนังให้จบ แต่เพื่อพอล ทุกอย่างที่เราทำ ทุกความคิด ทุกการตัดต่อ ทุกแนวคิด ก็เพื่อการสร้างฉากจบที่เหมาะสมและเป็นการอำลาอย่างสมเกียรติต่อตัวละครของพอล และสิ่งที่เขาทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง

ชมคลิปด้านในครับ

Read more of this post

Furious 7 ทำรายได้เปิดสุดสัปดาห์แรกทั่วโลก $384 ล้าน สูงเป็นอันดับ 4 ในสถิติตลอดกาล

furious image 02สถิติมีไว้ทำลาย และ Furious 7 ก็ได้ทำลายสถิติรายได้เปิดตัวในสหรัฐด้วยตัวเลข 143.6 ล้านเหรียญสหรัฐครับ จากการเปิดฉายในอเมริกาเหนือ 4003 โรง ตามรายงานของ Boxoffice.com

สถิติที่หนังเรื่องนี้ทำลายก็คือกลายเป็นหนังที่เปิดตัวสูงที่สุดตลอดกาลประจำเดือนเมษายน เอาชนะแชมป์เก่า Captain America: The Winter Soldier ที่ทำตัวเลขไว้ 95 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกเหนือจากเป็นตัวเลขรายได้เปิดตัวที่สูงที่สุดของหนังชุดนี้ด้วย

ฟิล คอนทริโน รองประธานและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของ Boxoffice.com ให้เหตุผลที่หนังทำเงินสูงขนาดนี้ว่า “มันเป็นภาคที่หวานปนเศร้าของหนังชุดนี้ การจากไปของพอล วอล์คเกอร์ ทำให้ผู้ชมสนใจหนังมากขึ้น ซึ่งอาจไม่เคยชมบางภาคก่อนหน้านี้ มันช่วยเพิ่มการรับรู้ และความสำเร็จของหนังก็คือการให้ความยกย่องต่อเขา

รายงานเพิ่มเติมรายได้ทั่วโลกของหนัง Furious 7 ที่นอกเหนือจากทำเงิน 143.6 ล้านเหรียญสำหรัฐจากในอเมริกาเหนือแล้ว หนังยังทำรายได้ในสุดสัปดาห์แรกจากตลาดนอกสหรัฐสูงถึง 240.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมแล้วเป็นการเปิดตัวทั่วโลกสูงถึง 384 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าสูงเป็นอันดับ 4 ของรายได้เปิดตัวทั่วโลกตลอดกาล รองจาก The Avengers และ Harry Potter and the Deathly Hallows ภาค 1 และ 2 เท่านั้น

ในแง่สถิติอื่นๆ Furious 7 ยังถือว่าเป็นหนังที่เปิดตัวสูงที่สุดของหนังชุดนี้ และหนังของค่ายยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ทั้งหมด รวมไปถึงหนังที่นำแสดงโดยนักแสดงในหนังเรื่องนี้ และหนังที่กำกับโดยเจมส์ วาน ทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังเป็นหนังที่เปิดตัววันอีสต์เตอร์สูงที่สุดในสหรัฐ แซง Clash of the Titans ที่ครองสถิติไว้ที่ 61.2 ล้านเหรียญด้วยครับ

หนังยังไม่ได้ออกฉายในจีน, ญี่ปุ่น และรัสเซีย ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่มากเช่นกัน ดังนั้นน่าจะเป็นหนังเรื่องแรกของปีนี้ที่จะทำเงินแตะพันล้านเหรียญครับ

Read more of this post

ผู้กำกับเจมส์ วาน พูดถึงตอนจบดั้งเดิมของ Furious 7

james wan furious 7จำได้ว่าหลังจากพอล วอล์คเกอร์ เสียชีวิต ผู้สร้างหนังตัดสินใจไม่ตัดตัวละครไบรอัน โอ คอนเนอร์ ออกไป หรือหานักแสดงคนใหม่มาแสดงแทน แต่พยายามหาวิธีที่จะให้พอลอยู่ในหนัง Furious 7 ต่อไป เพื่อเป็นการให้เกียรติเขา ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว พวกเขาก็ได้สร้างตอนจบของหนังก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ที่ดีในการทั้งยกย่องพอล ให้เกียรติต่อความรู้สึกของแฟนๆ ที่มีต่อพอล และเพื่อให้เป็นการส่งพอลไปด้วยฉากที่ทำให้เราได้จดจำเขาในฐานะไบรอัน โอ คอนเนอร์ ไปตลอดกาล แต่เราก็รู้กันดีว่าตอนจบนี้เป็นตอนจบที่คิดขึ้นมาใหม่หลังจากพอลเสียชีวิต เดิมทีแล้วผู้สร้างตั้งใจให้ Furious 7 เป็นภาคที่จะพาเข้าสู่ไตรภาคใหม่ ตามที่ผู้กำกับเจมส์ วาน บอกระหว่างให้สัมภาษณ์แก่ Collider ครับ

ตอนจบดั้งเดิมนั้นมีเพื่อรับใช้เป้าหมายที่แตกต่างกัน” นั่นก็คือพาเข้าสู่ Furious 8 ใช่ไหม “ถูกต้องเลย ตอนจบดั้งเดิมของ Furious 7 เป็นการตั้งโลกที่ใหญ่ขึ้นไปอีก ที่หนังชุด Fast and Furious จะก้าวเข้าไปสู่ และเป็นความฉลาดอย่างมากของผู้สร้างที่จะคิดเช่นนั้น แต่เมื่อเกิดเรื่องเศร้าขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนั้นไม่อยู่ในประเด็นอีกแล้ว ทั้งหมดนั่นไม่สำคัญอีกแล้ว ต้องให้ความชอบแก่ทางสตูดิโอด้วยที่ไม่ผลักดันให้ไปในทางนั้น พวกเขาตระหนักว่ามันสำคัญแค่ไหนที่จะให้หนังจบลงไป และเพื่อเป็นการยกย่องพอลอย่างสมบูรณ์ที่สุด ต้องให้ความชอบแก่พวกเขาอย่างมากที่ใจกว้าง และเอาด้วยกับตอนจบที่เหมาะสมที่จะเป็นตอนจบ

ผู้กำกับเชื้อสายมาเลเซียที่ไปเติบโตในออสเตรเลียผู้นี้ยังหวังด้วยว่าผู้ชมจะชอบตอนจบดังกล่าว “เพราะตอนที่ผมทราบข่าว ผมตกใจเหมือนทุกคน และผมใช้เวลาหลายวันกว่าจะยอมรับมันได้ แล้วหลังจากนั้นอาการหัวใจสลายก็เริ่มเข้ามา และเราก็ได้ตระหนักว่าพอลจะไม่ได้อยู่กับเราต่อไปในการก้าวต่อไปข้างหน้า และเป็นความรู้สึกที่ยากมากๆ การถ่ายทำหนังให้จบเป็นอย่างสุดท้ายที่ผมอยากทำในตอนนั้น สิ่งที่อยากทำมากกว่าก็คือการพยายามลุกขึ้นมาใหม่ กลับไปที่กองถ่าย เรียกทีมงาน นักแสดง และฝ่ายเบื้องหลังให้มารวมกัน และในฐานะผู้กำกับก็ต้องตีหน้ากล้าหาญไว้ และทำคล้ายเป็นผู้นำในการให้กำลังใจทุกคนให้สู้ต่อ เป็นอะไรที่น่ากลัวสำหรับผมมาก แต่มันกลายเป็นสิ่งที่เราทุกคนเห็นพ้องกันชัดเจนว่าเราต้องสร้างหนังเรื่องนี้ให้จบเพื่อให้เกียรติผลงานของพอล และโดยหลักก็คือเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เขา และการก้าวต่อไปกลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของเรา อย่างอื่นไม่สำคัญแล้ว มันคือการสร้างหนังเรื่องนี้ เพื่อพอล

Read more of this post

Furious 7 – ในความเห็นของคุณ

furious 7 reader reviewด้วยการที่ Furious 7 หรือที่ใช้ชื่อในไทย Fast & Furious 7 มีฐานแฟนคลับจำนวนมากอยู่แล้ว รวมถึงการที่ผู้ชมอีกจำนวนมากอยากไปชมหนังเรื่องนี้เพื่อเป็นการระลึกถึงพอล วอล์คเกอร์ ที่เสียชีวิตไปก่อนการถ่ายทำ หนังมีแนวโน้มที่จะทำรายได้มหาศาล ซึ่งยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ที่สร้างหนังชุดนี้ ก็คาดว่าจะอย่างน้อย 115 ล้านเหรียญสหรัฐในสุดสัปดาหฺแรกของการเปิดฉายในอเมริกาเหนือ แต่ดูเหมือนว่าหนังมีแนวโน้มจะทำเงินสูงไปกว่านั้นมากระดับ 150 ล้านเหรียญเลยครับ

ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่า หนังทำรายได้เปิดตัววันศุกร์ในอเมริกาเหนือ 67.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้มีการคาดการณ์ว่าหนังจะเปิดตัว 3 วัน ที่ 150 ล้านเหรียญ (โดยยังไม่รวมรายได้รอบเที่ยงคืนอีก) ส่วนรายได้จากตลาดโลกตั้งแต่วันพุธกับพฤหัสบดีที่ผ่านมาก็รวมกันได้ราว 60 ล้านเหรียญ มีแนวโน้มว่ารายได้ทั่วโลกในสุดสัปดาห์แรกของการเปิดฉายน่าจะแตะ 300 ล้านเหรียญสหรัฐครับ ถือว่าสูงที่สุดของหนังชุดนี้ที่เคยทำได้มา

รายได้ในบ้านเราก็ทำสถิติเช่นกันครับ หนังเปิดตัววันแรกในวันพุธที่ผ่านมาด้วยรายได้ 42 ล้านบาท เฉพาะจากโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่ ซึางถือเป็นรายได้เปิดตัวสูงในการฉายวันธรรมดาที่สุดตลอดกาลของบ้านเรา แซง Transformers: Age of Extinction ที่เคยครองตำแหน่งนี้ ไม่เพียงแค่นั้น รายได้เปิดตัววันพุธของบ้านเรายังถือว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก จาก 12 ประเทศที่เปิดฉายในวันนั้น เป็นรองเพียงฝรั่งเศสกับเยอรมัน

ในแง่คำวิจารณ์ หนังได้คะแนน CinemaScore ที่ A ซึ่งเป็นคะแนนจากการสำรวจของบริษัทด้านการตลาดในสหรัฐต่อความเห็นของผู้ชมหลังจากชมหนังเรื่องนี้ ขณะที่คะแนนของ Rotten Tomatoes ก็อยู่ในระดับปานกลางที่ 6.6/10 และมีนักวิจารณ์ชอบ 88% จาก 158 นักวิจารณ์ แต่ถือว่าเป็นคะแนนจากนักวิจารณ์ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภาค

แล้วผู้อ่านเว็บไซต์ของเราชอบหนังในระดับไหนครับ หรือคิดยังไงกับหนังกันบ้าง ให้คะแนนหรือเกรดกันเท่าไหร่ ชอบฉากแอ็คชั่นไหนที่สุด ชอบตัวละครไหนที่สุด รู้สึกยังไงกับงานฮอลลีวู้ดเรื่องแรกของจา พนม และชอบฉากสุดท้ายของหนังกันไหม มาใส่ความเห็นกันได้เลยครับ

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 728 other followers