เจสัน สเตธัม ยืนยันกลับมาใน Furious 8, ส่วน Furious 7 ทำเงินทั่วโลกแซง Avengers

furious 7 stathamมีคนบอกว่าหนังชุด Fast and Furious เหมือนวงการมาเฟียครับ เข้าแล้วออกยาก ขนาดว่าตายไปแล้วยังถูกพากลับมาใหม่ได้ นับประสาอะไรกับตัวละครที่ติดคุกการคุ้มกันแน่นหนาซูเปอร์สูงสุด ใช่แล้วครับ เจสัน สเตธัม จะกลับมาใน Fast and Furious 8

สเตธัมให้สัมภาษณ์ยืนยันแก่ Access Hollywood ว่าตัวละครเดกคาร์ด ชอว์ ที่ออกมาตามล้างแค้นตัวละครของเดอะ ร็อค และ วิน ดีเซล จะกลับมาในภาคต่อแน่ๆ “ฐานแฟนคลับของหนังชุดนี้พิเศษมากๆ พวกเขามีความรู้สึกร่วมกับตัวละครเหล่านี้ พวกเขารักตัวละครเหล่านี้ พวกเขาติดตามมาเป็นปีๆ เราได้พูดคุยถึงการทำภาคใหม่แล้ว ภาคแปด และผมเป็นผู้เล่นใหม่ ผมเพิ่งถูกชวนมาร่วมวงในภาคล่าสุด รู้สึกดีที่ได้รู้ว่าผมจะได้เล่นภาคต่อไปอีก

ในความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว Furious 7 ยังใช้สเตธัมไม่คุ้ม และการสวมบทร้ายของเขาเหมือนถูกตัวร้ายอื่นมาชิงความเด่นไปด้วย แต่เข้าใจได้เพราะมีการแก้ไขบทใหม่หลังจากพอล วอล์คเกอร์ เสียชีวิต ผู้สร้างใส่ใจลงไปในหนังอย่างมากเพื่อให้ Furious 7 เป้นหนังที่ส่งพอลให้ดีที่สุด และหวังว่าภาค 8 จะเป็นภาคที่สเตธัมได้ร้ายกว่าเดิมอีก

สเตธัมเสริมถึงภาค 8 อีกว่า “ทีมเขียนบทมีไพ่เด็ดออกมาใช้แสดงเสมอ ผมไม่อยากเป็นคนที่เอามาเล่าก่อนจนหมดสนุก โดยการบอกโครงเรื่องหรืออะไรแบบนั้น แต่มีบางอย่างที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ ที่ผมได้รู้มา

ในข่าวที่เกี่ยวข้องกัน รายงานจาก Boxoffice Mojo บอกว่า  Furious 7 ได้กลายเป็นหนังทำเงินทั่วโลกสูงสุดตลอดกาลอันดับ 3 แทนที่ The Avengers ของมาร์เวลที่ทำไว้เมื่อปี 2012 แล้วครับ โดยรายได้ล่าสุดอยู่ที่ 1,520 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นรองจาก Titanic ที่ทำไว้ 2,186.8 ล้านเหรียญ และ Avatar ที่ 2,788 ล้านเหรียญครับ

ผมมั่นใจตอนที่ ออกฉายว่าหนังน่าจะทำเงินถึงพันล้านเหรียญครับ แต่ระดับ 15 พันล้านเหรียญแล้ว ส่วนตัวเห็นว่าเกินคาดจริงๆ

Read more of this post

Furious 7 กลายเป็นหนังที่ทำเงินทั่วโลกพันล้านเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์

furious 7 billions markเร็วสมชื่อครับ Furious 7 หรือ Fast & Furious 7 ได้กลายเป็นหนังที่ทำเงินทั่วโลกเลยพันล้านเหรียญเร็วที่สุดกว่าหนังทุกเรื่องที่เคยทำรายได้ระดับนี้มา ด้วยสถิติการทำเงินทั่วโลกพันล้านเหรียญภายใน 17 วัน เอาชนะ Avatar, Avengers และ Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 ที่ใช้เวลา 19 วัน ในการทำเงินถึงในระดับเดียวกัน ถือเป็นการทำลายสถิติอีกอย่างของหนัง

นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกของค่ายยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ที่ทำเงินทั่วโลกถึงพันล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าไม่นับ Jurassic Park ที่ทำรายได้ถึงพันล้านเหรียญจากการรวมรายได้ของฉบับที่มีการนำกลับมาฉายใหม่ในระบบ 3D เมื่อปี 2013

ความสำเร็จนี้ทำให้ รอน เมเยอร์ รองประธานของ NBCUniversal ถึงการทำจดหมายออกมาชื่นชมทีมงานและนักแสดง “ผมภูมิใจอย่างที่สุดต่อทีมสร้างภาพยนตร์ที่ยูนิเวอร์แซล ทีมนักแสดง และทีมคนทำหนังของ Fast and Furious ทุกคน ที่ได้นำพาแนวคิดดั้งเดิมของเรามาพัฒนาจนกลายเป้นหนังแฟรนไชส์ที่ทำเงินมหาศาลในระดับโลก

สำหรับรายได้ล่าสุดจนถึงวันนี้ที่ฉายมาสามสัปดาห์ หนังทำเงินทั่วโลกถึง 1.153 พันล้านเหรียญแล้วครับ และยังเป็นแชมป์บนตารางหนังทำเงินในสหรัฐเป็นสัปดาห์ที่สาม คาดว่าหนังน่าจะทำเงินสิ้นสุดที่ 1.3-1.5 พันล้านเหรียญ และมาอยู่ในอันดับ 5 ของอันดับหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาล

คำถามคือ Furious 7 จะครองสถิตินี้ได้นานแค่ไหน เพราะ Avengers: Age of Ultron และ Star Wars: The Force Awakens ก็มีแววที่จะทำเงินสุงในระดับเดียวกันครับ

ที่มา: THR

Fast & Furious 8 ยังไม่มีบท ยังไม่มีผู้กำกับ หนังยังห่างไกลจากจุดออกตัว

furious 7 image 05แน่นอนแล้วว่า Furious 7 จะเป็นหนังที่ทำเงินทั่วโลกแตะพันล้านเหรียญเป็นเรื่องแรกของปีนี้ หลังจากฉายไม่ถึง 2 สัปดาห์ดี หนังก็ทำเงินทั่วโลกไปแล้วกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ เอาชะรายได้รวมของภาคล่าสุดที่ทำไว้ที่ 789 ล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งรายได้ที่มาช่วยล่าสุดก็มาจากในจีนที่การเปิดตัวแค่วันแรกสูงถึง 68.6 ล้านเหรียญ ทุบสถิติรายได้เปิดตัววันแรกของหนังในจีนทุกเรื่องครับ แต่แม้ว่าจะสำเร็จขนาดนี้ ไม่ได้แปลว่าภาค 8 จะเริ่มง่ายๆ ทั้งนี้เพราะรายงานล่าสุดจากเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าหนังยังไม่มีบทเลย และยังไม่ได้จ้างคนเขียนบทด้วย

เมื่อปี 2014 ยูนิเวอร์แซลมีแผนไว้ว่าจะสร้างหนังชุดนี้จนถึงภาค 10 และแผนการนี้ก็ยังอยู่ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีการวางตัวผู้เขียนบทใดๆ ทั้งสิ้น แต่กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ยูนิเวอร์แซลฯ เคยประกาศวันฉายออกมาก่อน แล้ววิน ดีเซล ซึ่งเป็นทั้งผู้อำนวยการสร้างกับนักแสดงนำก็จะมาระดมสมองกับผู้อำนวยการสร้างนีล มอริทซ์ และผู้เขียนบท คริส มอร์แกน เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง ฉาก และการเล่าเรื่อง แล้วเริ่มดำเนินการถ่ายทำกันเลย

แต่ปัญหาใหญ่ของภาคนี้ก็ถือผู้กำกับ เพราะเจมส์ วาน ซึ่งเซ็นสัญญาไว้ 2 ภาค ต้องพักไปทำ The Conjuring 2 ก่อน ที่จะเปิดกล้องตุลาคมนี้ ยูนิเวอร์แซลคงอยากให้วานพักก่อนด้วย เพราะการถ่ายทำ Furious 7 กินเวลานานและล่าช้าจากกำหนดเดิมหลังจากการเสียชีวิตของพอล วอล์คเกอร์ ขณะที่จัสติน ลิน เอง ก็ติดถ่ายทำ Star Trek 3 ที่จะออกฉายปีหน้า

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องนักแสดงด้วย เพราะนักแสดงบางคนในชุดนี้เริ่มที่จะใกล้หมดสัญญาแล้ว แปลว่าจะต้องมีการเจรจาสัญญาใหม่ รวมถึงดเวย์น จอห์นสัน ที่มีสัญญาแบบภาคต่อภาคก็มีคิวถ่ายทำหนังเรื่องนี้อีกเยอะมาก แต่คนหนึ่งที่ระยะเวลาสัญญายังเหลืออีกเยอะก็คือลุค เอแวนส์ ที่รับบทตัวร้ายในภาค 6 จึงไม่แน่แปลกใจที่ตัวร้ายนี้จะกลับมาในภาค 8

แล้วผู้สร้างจะทำยังไง มอริทซ์บอกในบทความว่า “บอกตามตรง ขอเราดื่มดำกับความสำเร็จของภาคนี้ไปก่อน เราคงจะนัดมาเจอกันในอีกสัก 1-2 อาทิตย์จากนี้ หรือคุยกัน เนื้อเรื่องจะต้องเป็นอะไรที่ล่อใจเราทุกคนได้ มันต้องดีเท่าหรือดีกว่า Furious 7

คาดว่าข่าวคืบหน้าเป็นทางการจะประกาศกันในงานคอมมิคคอนปลายเมษายนนี้ครับ

Read more of this post

Furious 7 ทำลายรถกว่า 230 คัน ในการสร้างหนัง และชมคลิปเบื้องหลังฉากเสี่ยงตายในหนัง

furious 7 reader reviewในหนัง Furious 7 เราเห็นรถทั้งตกหน้าผา, ถูกระเบิด, ถูกโยนจากเครื่องบิน, ทิ้งลงมาจากตึก และจับมันชนกันจนยับเยิน แล้วทั้งหมดนั้นกี่คันที่ถูกใช้ไปในการสร้างฉากผาดโผนเกี่ยวกับรถยนต์เหล่านั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน รายงานจากวอชิงตันโพสต์เปิดเผยว่ากว่า 230 คันครับ

เดอะโพสต์ได้ไปสัมภาษณ์เดนนิส แม็คคาร์ธี ซึ่งทำหน้าที่จัดหารถมาใช้ถ่ายทำภาพยนตร์แก่หนังชุด Fast and Furious ซึ่งรวมถึง Furious 7 ด้วย และเปิดเผยอีกว่าฉากขับรถไล่ล่าบนถนนโมนาร์กในโคโลราโด (ฉากที่แย่งตัวประกันบนถนนกลางหุบเขา) เป็นฉากที่ใช้รถเปลืองที่สุด “เราน่าจะทำลายรถมากกว่า 40 คัน แค่ในการถ่ายทำฉากต่อเนื่องฉากนั้น

แม็คคาร์ธีเปิดเผยอีกว่าได้ทำข้อตกลงกับเจ้าของสุสานรถและสถานที่ขายรถมือสองเพื่อให้ทำลายรถ ซึ่งในหนังภาคหกเมื่อปี 2013 Fast & Furious 6เราทำลายรถ 25 คัน ต่อวันได้ พวกเขาจะมาตอนกลางคืนเพื่อมาเอารถที่พังไป แล้วเอามาให้เราใหม่อีก 25 คัน

แต่สิ่งที่ทีมงานต้องระวังหลังจากใช้รถเหล่านี้แล้วก็คือต้องทำลายทิ้งแบบให้หมดสภาพ เพื่อไม่ให้เกิดคดีฟ้องร้องจากคนที่อยากได้รถใช้แล้วในหนัง “เราต้องนับรถทุกคันที่ถูกทำลายในหนัง

นอกเหนือจากนี้แล้ว ยังมีคลิปเบื้องหลังฉากผาดโผนเกี่ยวกับรถใน Furious 7 ออกมาครับ ที่ให้เราได้เห็นว่าหลายฉาก ทีมงานก็ต้องเสี่ยงตายในการพยายามถ่ายภาพรถเหล่านี้เหมือนกัน เช่นฉากทิ้งรถจากเครื่องบินที่ต้องมีนักดิ่งพสุธาติดกล้องไปเพื่อตามถ่าย หรือฉากไล่ล่าบนถนนก็มีตากล้องที่ขับรถมอเตอร์ไซค์คอยซิ่งตามไป บางฉากก็แสดงให้เห็นถึงความเก่งของนักแสดงแทนล้วนๆ ในการขับรถให้ได้ฉากที่น่าตื่นเต้นครับ คลิกชมคลิปด้านใน

Read more of this post

ชมมิวสิควิดีโอ “See You Again” ประกอบภาพยนตร์ Furious 7

Furious 7  See You Again cap 03It’s been a long day without you my friend

เหนื่อยเหลือเกินวันนี้ เมื่อไม่มีนาย เพื่อนเอ๋ย

And I’ll tell you all about it when I see you again

แล้วจะเฉลยให้ฟัง เมื่อเจอกันครั้งใหม่

We’ve come a long way from where we began

จากวันเริ่มเดินทาง เราต่างมากันไกล

Oh I’ll tell you all about it when I see you again

โอ้ แล้วจะเล่าให้ฟัง เมื่อเจอกันครั้งใหม่

When I see you again

เมื่อได้เจอกันอีกครั้ง

ข้างบนตรงที่เป็นภาษาอังกฤษนั้นคือเนื้อเรื่องตอนต้นของเพลง “See You Again” ประกอบภาพยนตร์ Furious 7 ที่ขับร้องท่อนแร็พโดยวิซ คาลิฟา โดยมีชาร์ลี พุท มาฟีเจอริ่งครับ เป็นเพลงที่ใช้ปิดหนังที่ดีมากๆ และสร้างสรรค์มาอย่างเหมาะสมให้กับอารมณ์ตอนจบ ซึ่งยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้ปล่อยมิสิควิดีโอเพลงนี้ออกมาแล้ว โดยมีฉากตอนจบของหนังมาประกอบ (ดังนั้น ผู้ที่ยังไม่ได้ชมหนังแล้วยังไม่เห็นอยากเห็นฉากนี้ก่อนในโรง ก็อย่าเพิ่งคลิกดูครับ)

ไมค์ โนบล็อค ประธานฝ่ายสิ่งตีพิมพ์และเพลงประกอบภาพยนตร์ของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส พูดถึงแนวทางการทำเพลงประกอบสำหรับ Furious 7 ในบทความของฮัฟฟิงตันโพสต์ว่า “มันมีความรู้สึกของการเป็นครอบครัวแท้ๆ และจริง อยู่ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้าในภาพยนตร์ มันเป็นขั้นตอนที่สะเทือนอารมณ์ มันไม่ควรปฏิบัติเหมือนเป็นของเพื่อการค้า เราจึงไม่เคยปฏิบัติต่อมันเหมือนเป็นการค้า เราจัดการมันอย่างเป็นของที่อ่อนไหวมากๆ”

โนบล็อคยังพูดถึงแนวทางอารมณ์ของเพลงว่า หลังจากหนังที่ตื่นเต้นมาเกือบสองชั่วโมง ก็ต้องมีฉากที่สร้างสมดุลทางอารมณ์ “มันต้องซาบซึ้งและเร้าอารมณ์อย่างเหมาะสม แต่เราก็ยังอยากให้ผู้ชมลุกออกจากที่นั่นในโรงหนังด้วยความรู้สึกดี เราไม่อยากได้อารมณ์ที่ทำให้อารมณ์ทั้งหมดของการชมภาพยนตร์หายไป และเราก็ไม่อยากให้ผู้ชมออกจากโรงด้วยอารมณ์ที่เศร้า หรือรู้สึกเหมือนไปงานศพของใครมา การสร้างเพลงให้เหมาะสมกับฉากนั้นจึงเป็นหัวใจสำคัญ ต้องเป็นเพลงที่ซื่อสัตย์และจริงใจที่เน้นย้ำการเฉลิมฉลองชีวิตของพอล เพื่อเป็นเพลงที่สดุดีให้แก่สิ่งนั้น เราทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ออกมา

ผู้กำกับเจมส์ วาน เล่าถึงฉากจบที่เพลงนี้มาประกอบด้วยว่า “เรารู้ว่าการไปส่งเพื่ออำลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เรารู้ว่าเราต้องเดินหน้าต่อ ไม่ใช่เพื่อทำหนังให้จบ แต่เพื่อพอล ทุกอย่างที่เราทำ ทุกความคิด ทุกการตัดต่อ ทุกแนวคิด ก็เพื่อการสร้างฉากจบที่เหมาะสมและเป็นการอำลาอย่างสมเกียรติต่อตัวละครของพอล และสิ่งที่เขาทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง

ชมคลิปด้านในครับ

Read more of this post

Furious 7 ทำรายได้เปิดสุดสัปดาห์แรกทั่วโลก $384 ล้าน สูงเป็นอันดับ 4 ในสถิติตลอดกาล

furious image 02สถิติมีไว้ทำลาย และ Furious 7 ก็ได้ทำลายสถิติรายได้เปิดตัวในสหรัฐด้วยตัวเลข 143.6 ล้านเหรียญสหรัฐครับ จากการเปิดฉายในอเมริกาเหนือ 4003 โรง ตามรายงานของ Boxoffice.com

สถิติที่หนังเรื่องนี้ทำลายก็คือกลายเป็นหนังที่เปิดตัวสูงที่สุดตลอดกาลประจำเดือนเมษายน เอาชนะแชมป์เก่า Captain America: The Winter Soldier ที่ทำตัวเลขไว้ 95 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกเหนือจากเป็นตัวเลขรายได้เปิดตัวที่สูงที่สุดของหนังชุดนี้ด้วย

ฟิล คอนทริโน รองประธานและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของ Boxoffice.com ให้เหตุผลที่หนังทำเงินสูงขนาดนี้ว่า “มันเป็นภาคที่หวานปนเศร้าของหนังชุดนี้ การจากไปของพอล วอล์คเกอร์ ทำให้ผู้ชมสนใจหนังมากขึ้น ซึ่งอาจไม่เคยชมบางภาคก่อนหน้านี้ มันช่วยเพิ่มการรับรู้ และความสำเร็จของหนังก็คือการให้ความยกย่องต่อเขา

รายงานเพิ่มเติมรายได้ทั่วโลกของหนัง Furious 7 ที่นอกเหนือจากทำเงิน 143.6 ล้านเหรียญสำหรัฐจากในอเมริกาเหนือแล้ว หนังยังทำรายได้ในสุดสัปดาห์แรกจากตลาดนอกสหรัฐสูงถึง 240.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมแล้วเป็นการเปิดตัวทั่วโลกสูงถึง 384 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าสูงเป็นอันดับ 4 ของรายได้เปิดตัวทั่วโลกตลอดกาล รองจาก The Avengers และ Harry Potter and the Deathly Hallows ภาค 1 และ 2 เท่านั้น

ในแง่สถิติอื่นๆ Furious 7 ยังถือว่าเป็นหนังที่เปิดตัวสูงที่สุดของหนังชุดนี้ และหนังของค่ายยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ทั้งหมด รวมไปถึงหนังที่นำแสดงโดยนักแสดงในหนังเรื่องนี้ และหนังที่กำกับโดยเจมส์ วาน ทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังเป็นหนังที่เปิดตัววันอีสต์เตอร์สูงที่สุดในสหรัฐ แซง Clash of the Titans ที่ครองสถิติไว้ที่ 61.2 ล้านเหรียญด้วยครับ

หนังยังไม่ได้ออกฉายในจีน, ญี่ปุ่น และรัสเซีย ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่มากเช่นกัน ดังนั้นน่าจะเป็นหนังเรื่องแรกของปีนี้ที่จะทำเงินแตะพันล้านเหรียญครับ

Read more of this post

ผู้กำกับเจมส์ วาน พูดถึงตอนจบดั้งเดิมของ Furious 7

james wan furious 7จำได้ว่าหลังจากพอล วอล์คเกอร์ เสียชีวิต ผู้สร้างหนังตัดสินใจไม่ตัดตัวละครไบรอัน โอ คอนเนอร์ ออกไป หรือหานักแสดงคนใหม่มาแสดงแทน แต่พยายามหาวิธีที่จะให้พอลอยู่ในหนัง Furious 7 ต่อไป เพื่อเป็นการให้เกียรติเขา ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว พวกเขาก็ได้สร้างตอนจบของหนังก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ที่ดีในการทั้งยกย่องพอล ให้เกียรติต่อความรู้สึกของแฟนๆ ที่มีต่อพอล และเพื่อให้เป็นการส่งพอลไปด้วยฉากที่ทำให้เราได้จดจำเขาในฐานะไบรอัน โอ คอนเนอร์ ไปตลอดกาล แต่เราก็รู้กันดีว่าตอนจบนี้เป็นตอนจบที่คิดขึ้นมาใหม่หลังจากพอลเสียชีวิต เดิมทีแล้วผู้สร้างตั้งใจให้ Furious 7 เป็นภาคที่จะพาเข้าสู่ไตรภาคใหม่ ตามที่ผู้กำกับเจมส์ วาน บอกระหว่างให้สัมภาษณ์แก่ Collider ครับ

ตอนจบดั้งเดิมนั้นมีเพื่อรับใช้เป้าหมายที่แตกต่างกัน” นั่นก็คือพาเข้าสู่ Furious 8 ใช่ไหม “ถูกต้องเลย ตอนจบดั้งเดิมของ Furious 7 เป็นการตั้งโลกที่ใหญ่ขึ้นไปอีก ที่หนังชุด Fast and Furious จะก้าวเข้าไปสู่ และเป็นความฉลาดอย่างมากของผู้สร้างที่จะคิดเช่นนั้น แต่เมื่อเกิดเรื่องเศร้าขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนั้นไม่อยู่ในประเด็นอีกแล้ว ทั้งหมดนั่นไม่สำคัญอีกแล้ว ต้องให้ความชอบแก่ทางสตูดิโอด้วยที่ไม่ผลักดันให้ไปในทางนั้น พวกเขาตระหนักว่ามันสำคัญแค่ไหนที่จะให้หนังจบลงไป และเพื่อเป็นการยกย่องพอลอย่างสมบูรณ์ที่สุด ต้องให้ความชอบแก่พวกเขาอย่างมากที่ใจกว้าง และเอาด้วยกับตอนจบที่เหมาะสมที่จะเป็นตอนจบ

ผู้กำกับเชื้อสายมาเลเซียที่ไปเติบโตในออสเตรเลียผู้นี้ยังหวังด้วยว่าผู้ชมจะชอบตอนจบดังกล่าว “เพราะตอนที่ผมทราบข่าว ผมตกใจเหมือนทุกคน และผมใช้เวลาหลายวันกว่าจะยอมรับมันได้ แล้วหลังจากนั้นอาการหัวใจสลายก็เริ่มเข้ามา และเราก็ได้ตระหนักว่าพอลจะไม่ได้อยู่กับเราต่อไปในการก้าวต่อไปข้างหน้า และเป็นความรู้สึกที่ยากมากๆ การถ่ายทำหนังให้จบเป็นอย่างสุดท้ายที่ผมอยากทำในตอนนั้น สิ่งที่อยากทำมากกว่าก็คือการพยายามลุกขึ้นมาใหม่ กลับไปที่กองถ่าย เรียกทีมงาน นักแสดง และฝ่ายเบื้องหลังให้มารวมกัน และในฐานะผู้กำกับก็ต้องตีหน้ากล้าหาญไว้ และทำคล้ายเป็นผู้นำในการให้กำลังใจทุกคนให้สู้ต่อ เป็นอะไรที่น่ากลัวสำหรับผมมาก แต่มันกลายเป็นสิ่งที่เราทุกคนเห็นพ้องกันชัดเจนว่าเราต้องสร้างหนังเรื่องนี้ให้จบเพื่อให้เกียรติผลงานของพอล และโดยหลักก็คือเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เขา และการก้าวต่อไปกลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของเรา อย่างอื่นไม่สำคัญแล้ว มันคือการสร้างหนังเรื่องนี้ เพื่อพอล

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 709 other followers