ชีวิตคู่ของแอนเจลีนา โจลี กับ แบรด พิตต์ ล่ม ในภาพนิ่งชุดแรกจากหนัง By the Sea

by the sea ew 01ขณะที่ในชีวิตจริง แอนเจลีนา โจลี กับ แบรด พิตต์ จะหวานฉ่ำไม่เสื่อมคลายแม้อยู่ด้วยกันมาร่วม 10 ปี และเพิ่งแต่งงานกันไปหยกๆ ตัวละครของทั้งคู่ใน By the Sea ที่เป็นการกลับมาพบกันในจออีกครั้งหลังขาก Mr. and Mrs. Smith กลายเป็นอีกอย่างครับ ทั้งคู่ต้องพยายามให้ชีวิตคู่ที่ขมแล้วกลับมาหวานอีกครั้ง ซึ่งเอ็นเตอร์เทนเมนท์วีคลี่ได้ภาพนิ่งชุดแรกของหนังเรื่องนี้มา

By the Sea เป็นงานกำกับเรื่องที่สามของโจลี ซึ่งเธอทั้งอำนวยการสร้างและเขียนบทเองด้วย หนังมีฉากหลังเป็นกลางยุค 70 โจลี่รับบทเป็นวาเนสซา อดีตนักเต้นรำ ส่วนพิตต์ รับบทเป็นโรแลนด์ สามีนักเขียนของเธอ

ทั้งคู่เดินทางไปเที่ยวยุโรปด้วยกัน ความสัมพันธ์เริ่มห่างเหินขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อได้ไปเยือนยังเมืองชนบทริมทะเลแห่งหนึ่ง ทั้งคู้ก็เริ่มกลับมาใกล้ชิดกันเพราะชาวบ้านที่มีชีวิตชีวาของเมืองเล็กๆ แห่งนี้

โจลี่เล่าถึงการเลือกให้หนังอยู่ในยุค 70 ว่า “ฉันเลือกให้ By the Sea อยู่ในยุค 70 ไม่เพียงเพราะเป็นยุคที่เต็มไปด้วยสีสันและน่าดึงดูดใจเท่านั้น แต่ยังเพื่อขจัดสิ่งที่ทำให้วอกแวกอื่นๆ ของชีวิตร่วมสมัยออกไป เพื่อที่จะเน้นอารมณ์ได้โดยตรง ที่ตัวละครประสบระหว่างเดินทาง

พิตต์ร่วมอำนวยการสร้างในหนังเรื่องนี้ด้วยที่จะจัดจำหน่ายโดยยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส และยังไม่ได้กำหนดวันฉายตายตัว หนังยังใช้ทีมงานเบื้องหลังระดับคุณภาพมาช่วยด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคริสเตียน เบอร์เกอร์ ผู้กำกับภาพที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก The White Ribbon ซึ่งเล่าว่าจะใช้แสงธรรมชาติเกือบทั้งหมดในการถ่ายภาพ By the Sea และใช้เทคนิคที่เรียกว่า Cine Reflect Lighting System ที่เขาพัฒนาขึ้น ในการใช้แสงที่มีอยู่จริงตามธรรมชาติผ่านชุดของรีเฟล็คเตอร์เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่นขึ้น และรบกวนสายตาน้อยลง

หนังเปิดกล้องเมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมาครับ และยังถ่ายทำที่มอลตาต่อไปจนถึงกลางพฤศจิกายนนี้ คลิกชมภาพด้านใน

Read more of this post

เกี่ยวกับโฆษณาเหล่านี้

แอนเจลีนา โจลี และ แบรด พิตต์ พบกันบนจอเงินอีกครั้งในหนังชีวิตคู่รัก By the Sea

jolie pitt by the seaแอนเจลีนา โจลี พูดไว้เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า เธอกลับแบรด พิตต์ คู่หมั้นของเธอมีแผนจะแสดงหนังร่วมกันอีก และโครงการหนังเรื่องที่ว่าก็มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วครับ

ตามรายงานจากวาไรตี้บอกว่า ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ได้ประกาศว่าแอนเจลีนา โจลี กับ แบรด พิตต์ จะนำแสดงในหนังใหม่ของค่ายเรื่อง By the Sea หนังที่โจลีเขียนบทเอง และจะกำกับเองด้วย ถือเป็นการร่วมงานแสดงของทั้งคู่อีกครั้งนับจาก Mr. and Mrs. Smith ในปี 2005 ที่ทำให้ทั้งคู่ได้พบรักกัน ทั้งโจลี่และพิตต์จะควบตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างของหนังด้วยอีกตำแหน่งครับ

รายละเอียดของเนื้อเรื่องยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาในตอนนี้ บอกแต่ว่าเป็นหนังชีวิตที่เน้นไปที่ความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่งที่แนบแน่นใกล้ชิดและขับเคลื่อนด้วยตัวละคร

โจลี่กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนหลังการถ่ายทำของหนัง Unbroken ผลงานกำกับเรื่องที่ 2 ของเธออยู่ ซึ่งจัดจำหน่ายโดยยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส เช่นกัน และวางกำหนดฉายไว้ในสหรัฐช่วงคริสต์มาส (บ้านเรามีกำหนดฉายมีนาคมปีหน้า) เธอมีความเห็นเกี่ยวกับโครงการหนังเรื่องใหม่นี้ว่า “ฉันดีใจมากๆ ที่ได้สานสัมพันธ์ต่อไปกับดอนนา (ดอนนา แลงลี่ ประธานของยูนิเวอร์แซลฯ) และทีมทั้งหมดของยูนิเวอร์แซล ขณะที่กำลังทำ Unbroken ให้เสร็จ และเริ่มต้นทำงานต่อด้วย By the Sea พวกเขาได้สร้างสถานที่อันพิเศษสำหรับนักเล่าเรื่อง และฉันตั้งตารอคอยความรักและการสนับสนุนต่อไปจากพวกเขาที่ให้ฉันในฐานะผู้สร้างหนัง

พิตต์กับโจลีไปหาทำเลในการถ่ายทำที่ยุโรปเมื่อเดือนที่แล้ว พวกเขาได้เลือกประเทศมอลตาเป็นสถานที่ถ่ายทำ แต่ไม่ได้บอกว่าจะใช้ในโครงการหนังเรื่องนี้ไหม

Read more of this post

แบรด พิตต์ เป็นผู้บังคับการรถถังลุยเดี่ยวสู่แดนข้าศึกในตัวอย่างหนัง Fury

fury image 01หลังจากที่ Saving Private Ryan ช่วยเปิดทางให้เกิดกระแสการสร้างหนังสงครามขึ้นมาใหม่ในเกือบ 20 ปีมานี้ ฮอลลีวู้ดยังไม่มีการสร้างหนังเกี่ยวกับทหารรถถังเลย และนี่น่าจะทำให้ Fury ผลงานกำกับเรื่องใหม่ของเดวิด เอเยอร์ จาก End of Watch มีความสดใหม่กว่าหนังสงครามเรื่องอื่นขึ้นมา ยิ่งได้แบรด พิตต์ มารับบทนำด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หนังน่าสนใจยิ่งขึ้นครับ และหนังเรื่องนี้ก็ปล่อยตัวอย่างหนังมาสักพักแล้ว

ในหนังเรื่องนี้ พิตต์รับบทเป็นจ่าวอร์แดดี้ที่ได้รับคำสั่งให้บัญชาการรถถังเชอร์แมนของเขา พร้อมทหารรถถัง 5 นาย บุกทะลวงสู่แดนข้าศึกในวันสุดท้ายที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะยุติ ซึ่งเป็นภารกิจลุยเดี่ยวเพื่อเปิดทางในการบุกสู่ใจกลางฐานทัพของนาซี และพบว่าต้องเจอกับข้าศึกที่มีจำนวนมากกว่าพวกเขาเยอะมาก

ในบรรดาห้าทหารรถถัง มีโลแกน เลอร์แมน รับบทเป็นพลยิงนายใหม่ประจำรถถัง ที่ไม่เคยฆ่าคน และจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อให้ทั้งหมดรอดตาย น่าจะทำให้เลอร์แมนได้มีโอกาสแสดงศักยภาพด้านการแสดงของเขาที่มีให้เห็นมากยิ่งขึ้นหลังจาก The Perks of Being a Wallflower และ Noah หนังยังมีไชอา ลาเบิร์ฟ, ไมเคิล พีนา, จอน เบิร์นธาล และสก็อต อีสต์วู้ด ร่วมรับบทเป็นทหารรถถังหน่วยนี้ด้วย

นอกจากตัวอย่างหนังแล้ว ยังมีฟุตเตจเบื้องหลัง ภาพ และใบปิด เผยออกมาใกล้เคียงกันครับ หนังจะเข้าฉายในบ้านเรา 23 ตุลาคม จากการจัดจำหน่ายของเอ็มพิคเจอร์ส คลิกชมทั้งหมดด้านใน

Read more of this post

แอนเจลีนา โจลี กับ แบรด พิตต์ อาจกลับมาพบกันในจอในหนังที่เธอเขียนบทเอง

jolie pittแบรด พิตต์ เคยให้สัมภาษณ์เมื่อสักไม่กี่ปีก่อนว่ากำลังมองหาโครงการหนังที่เขากับแอนเจลีนา โจลี จะได้กลับมาร่วมงานกันในจออีก และสาเหตุที่พวกเขาทำแบบนั้นไม่ได้ในตอนนั้นก็คือต้องมีคนอยู่กับลูกๆ พวกเขาจึงสลับเวลากันเล่นหนัง แต่ก็คิดว่าทำไมไม่ทำอะไรด้วยกันไปเลย ผมคิดว่าทั้งคู่อาจจะได้สมปรารถนาเช่นนั้นแล้ว

ตามรายงานของเดดไลน์บอกว่า แอนเจลีนา โจลี และ แบรด พิตต์ จะกลับมาร่วมงานแสดงกันอีกในหนังใหม่ที่โจลี่เขียนบทเอง หลังจากเคยร่วมงานกันใน Mr. and Mrs. Smith ในปี 2005 ที่ทำให้ทั้งคู่พบรักกัน ซึ่งคาดว่าโครงการหนังเรื่องนี้จะกลายเป็นของที่ค่ายหนังต่างๆ แย่งกันซื้อไปจัดจำหน่ายแน่ๆ

ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง หรือบอกว่าหนังจะเกี่ยวกับอะไรครับ บอกแต่เพียงว่าทั้งหมด”ยังอยู่ในขั้นตอนของการ “พูดคุย” ยังไม่ถือว่าแน่นอนเต็มที่ เพียงแต่ “มีโอกาสที่จะเป็นไปได้”

สำหรับผลงานของโจลี่ในตอนนี้ เธอกำลังจะมี Maleficent ของดิสนี่ย์เข้าฉายในสหรัฐเดือนนี้ และเธอก็กำลังทำงานในขั้นตอนหลังการถ่ายทำของหนัง Unbroken ผลงานกำกับเรื่องที่สองของเธอ ต่อจาก In the Land of Blood and Honey ที่พิตต์เคยไปรับบทรับเชิญเล็กๆ

Unbroken ดัดแปลงจากหนังสือขายดีของลอรา ฮิลเลนแบรนด์ ซึ่งเป็นหนังสือขายดีติดอันดับในปี 2010 ว่าด้วยเรื่องราวของหลุย แซมเพอรีนี (แจ็ค โอ คอนเนลล์) นักกีฑาโอลิมปิคประจำปี 1936 ที่ต่อมาได้สมัครเป็นนักบินให้กองทัพสหรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วเครื่องบินถูกยิงตก ต้องลอยอยู่กลางทะเล 47 วัน รอดตายเพราะทหารญี่ปุ่นมาพบ แต่ก็จับเขาเข้าค่ายเชลย ไปทารุณต่างๆ นาๆ หนังน่าจะกลายเป็นหนังเต็งออสการ์เรื่องหนึ่งของปีหน้าครับ โจลี่ต้องแข่งกับผู้กำกับหลายคนเพื่อให้ได้กำกับหนังเรื่องนี้ และการนำเสนอของเธอก็ทำให้ค่ายหนังว้าวจนตักสินใจเลือกเธอ (ดูตัวอย่างหนังที่นี่

Read more of this post

เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์ พบโรเบิร์ต แพททินสัน ในหนังล่องไพร The Lost City of Z

benedict-cumberbatchหนึ่งในนักแสดงที่งานชุกที่สุดในระยะหลังนี้ ก็คือเบเนดิคท์ ตัมเบอร์แบทช์ ครับ และก็เพิ่มความชุกให้งานตัวเองอีกเรื่องด้วย The Lost City of Z หนังแนวผจญภัยล่องไพรจากเรื่องจริง อำนวยการสร้างโดยแบรด พิตต์ กำกับโดยเจมส์ เกรย์ และล่าสุดก็ได้โรเบิร์ต แพททินสัน มาร่วมรับบทสมทบด้วย ตามรายงานของ indiewire

หนังสร้างจากหนังสือแนวสารคดีจากชื่อเดียวกันของเดวิด แกรนน์ เล่าเรื่องของพันเอกเพอร์ซี แฮริสัน ฟอว์เซ็ตต์ ทหารอังกฤษผู้ผันตัวเป็นนักสำรวจ ออกเดินบุกป่าอเมซอนกับลูกชายในช่วงปี 1920 เพื่อตามหาเมืองที่สาปสูญ

ผู้กำกับเกรย์เคยพูดถึงหนังไว้ว่า “จะมีอารมณ์คล้ายเห็นภาพหลอน เพราะตัวเอกของเรื่องเข้าไปในป่าจนเกิดหลงและเป็นบ้า

เดิมที แบรด พิตต์ จะรับบทในหนังเรื่องนี้เอง แต่ถอนตัวไปรับหน้าที่เพียงอำนวยการสร้างผ่านบริษัทแพลนบีของเขา (ซึ่งถ้าพิตต์รับบทนำ คงโดนล้อว่ามีหนังที่มี Z ในชื่อสองเรื่องแน่ๆ) ส่วนบทของแพททินสันยังไม่เปิดที่เปิดเผยครับ

แพททินสันไม่มีหนังออกฉายในปีนี้ แต่จะมีหนังไซไฟ The Rover กับดราม่า Maps to the Stars ในปีหน้า ส่วนคัมเบอร์แบทช์มีหนังเฉพาะแค่ช่วงปลายปีนี้ถึง 4 เรื่อง ก็คือ 12 Years a Slave (ที่อำนวยการสร้างโดยแบรด พิตต์ด้วย), The Fifth Estate, August: Osage County และ The Hobbit: The Desolation of Smaug

Read more of this post

มาร์ก ฟอสเตอร์ ไม่กลับมากำกับภาคต่อ World War Z และฉากจบดั้งเดิม

wwz russia art02World War Z ภาคต่อ จำเป็นจะต้องหาผู้กำกับใหม่เสียแล้วครับ แบรด พิตต์ ให้สัมภาษณ์แก่เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ ว่า มาร์ก ฟอสเตอร์ ซึ่งกำกับภาคแรก จะไม่กลับมากำกับภาคต่ออีก

โครงการหนังภาคต่อสงครามโลกซอมบี้ในตอนนี้ “อยู่ในระยะตั้งไข่” ตามที่พิตต์ซึ่งรับหน้าที่ร่วมอำนวยการสร้างด้วยบอก “เรายังคุยกันอยู่ เราจะสืบหาบทหนัง เรามีแนวคิดเยอะมากที่จะดึงมาใช้ ยังไม่มีใครเขียนอะไร แต่เรากำลังระดมความคิดอยู่

เดิมที World War Z มีกำหนดฉายในปี 2012 แต่เลื่อนมาฉายซัมเมอร์ปีนี้ เพื่อถ่ายซ่อมฉากจบใหม่ที่สมเหตุผลกว่า ซึ่งทำให้เกิดข่าวลือว่าพิตต์กับผู้กำกับฟอสเตอร์ทะเลาะจนไม่มองหน้ากัน แต่เดมอน ลินเดลอฟ ซึ่งถูกเรียกตัวให้มาเขียนบทฉากจบใหม่ยืนยันว่าไม่เคยเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว “เรื่องที่ว่าพวกเขาไม่คุยกันนั้น ผมไม่เห็นกับตา และที่สำคัญกว่านั้น เวลาที่แบรดคุยถึงมาร์ก และมาร์กคุยถึงแบรด ต่างให้เกียรติกันดี ราวกับว่าเป็นหุ้นส่วนทางความคิดสร้างสรรค์ที่พยายามจะแก้ปัญหาด้วยกัน

สำหรับฉากที่ถูกถ่ายทำใหม่ของ World War Z รายงานจาก Movies.Com บอกว่า เริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่เครื่องบินออกจากเยรูซาเล็มครับ เหตุการณ์ระทึกขวัญบนเครื่องบินจนถึงตอนที่ไปสถาบันทางการแพทย์ที่เวลช์จนจบ เป็นฉากที่ถ่ายทำใหม่ทั้งสิ้น ของเดิมก็คือเครื่องบินปลอดภัยแล้วไปลงจอดที่มอสโก ใครที่ติดเชื้อถูกประหารหมด ที่เหลือรวมถึงเจอรี่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารรบกับซอมบี้ เจอรี่ถูกยึดโทรศัพท์

หลายเดือนต่อมา เจอรี่ได้กลายเป็นกำลังสำคัญของกองทัพกวาดล้างซอมบี้ของรัสเซีย และมีส่วนช่วยให้ทหารรัสเซียเอาชนะซอมบี้ได้ในสงครามครั้งใหญ่ที่จตุรัสแดง ซึ่งมีฉากใหญ่กว่าที่เยรูซาเล็ม เพราะพบว่าอากาศหนาวจัดทำให้ซอมบี้ขยับตัวไม่ได้ เจอรี่ยังได้ช่วยพลทหารหญิงที่มาด้วยกันจากเยรูซาเล็มจากทหารรัสเซียที่ข่มขืนเธอ และได้โทรกลับไปหาภรรยาในที่สุด

เมื่อโทรกลับไป เจอรี่พบว่าภรรยาอยู่ที่ค่ายลี้ภัย ซึ่งทุกคนที่จะอยู่รอดได้ต้องมีบางอย่างแลกเปลี่ยน ภรรยาของเจอรี่จึงใช้ตัวเอง เธอยอมมีอะไรกับทหารที่เคยช่วยพวกเขาจากหลังคาตึก (แมทธิว ฟ็อกซ์) เพื่อแลกกับความอยู่รอด เจอรี่จึงเสาะหาเรือและเดินทางพร้อมกับเพื่อน กลับไปหาภรรยา

**หมายเหตุ** ขอแก้ข้อความย่อหน้าสุดท้ายจากความว่า “ทาสรัก” เป็นใช้ตัวเองเพื่อแลกเปลี่ยนกับความอยู่รอดครับ คำเดิมอาจห้วนและให้ภาพอีกแบบเกินไป

Read more of this post

World War Z: จากหน้ากระดาษสู่จอภาพยนตร์

WORLD WAR Zแบรด พิตต์ ห่างหายไปนานจากหนังพานิชย์ หรือหนังซัมเมอร์  และได้กลับมาอีกครั้งในหนังเขย่าขวัญซอมบี้ฟอร์มยักษ์ World War Z จากผู้กำกับมาร์ค ฟอร์สเตอร์ จาก The Kite Runner และ Quantum of Solace หนังดัดแปลงจากนิยายของแม็กซ์ บรู้ก ชื่อ World War Z: An Oral History of the Zombie War ซึ่งความยากในการดัดแปลงก็ทำให้ใช้เวลายาวนานพอสมควรกว่าจะสร้างเป็นหนังได้ หนังได้ฉายรอบพิเศษและฉายรอบปฐมทัศน์ไปแล้วในลอนดอนซึ่งคำวิจารณ์เบื้องต้นออกมาดีมาก แม้ว่าผู้ที่เคยอ่านฉบับนิยายจะบอกว่าหนังแตกต่างจากนิยายเยอะมากก็ตาม ซึ่งเราคงนำมาเล่าอีกทีในภายหลังครับ

และสำหรับในแง่การดัดแปลงจากนิยายเป็นหนังนั้น เราก็ได้รายละเอียดมาจากทางยูไอพีฯ ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้ในบ้านเรา ได้มอบข้อมูลส่วนนี้จากโปรดักชั่นโน้ตของหนังมาให้ บอกเล่าให้เรารู้ว่าฉบับนิยายนั้นสร้างความประทับใจอะไรให้ผู้สร้างจนถึงอยากเอามาเล่าเป็นภาพยนตร์ และพวกเขาต้องทำอย่างไรบ้างในการพยายามดัดแปลงจากนิยายให้ออกมาเป็นหนังแล้วน่าติดตามในแบบของหนัง รวมถึงความยากลำบากในการดัดแปลง และความหมายของซอมบี้หากเทียบเคียงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในโลกปัจจุบันครับ ผมคิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลในการเตรียมตัวก่อนชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

Read more of this post

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 587 other followers